แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 18 : อุบัติเหตุ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

 

17

อุบัติเหตุ

 

ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าหลับเต็มอิ่มแล้ว ร่างกายที่เคยนั่งให้พี่เซนนอนหนุนตักตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นนอนเหยียดกายอยู่บนโซฟาแทนที่เขา แถมยังมีผ้าห่มอุ่น ๆ คลุมอยู่ข้างบนตัวอีกต่างหาก 

เสียงฝนตกยังคงดังอย่างต่อเนื่องทำให้ภายในห้องเย็นขึ้นอีกจนต้องปรับแอร์ให้มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น

ฉันมองไปรอบ ๆ เผื่อว่าจะเจอเจ้าของห้องอยู่บ้างและก็เจอจริง ๆ เขายังคงนั่งอ่านเอกสารอะไรสักอย่างอยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นเคย วันนี้เขาดูแตกต่างกว่าทุกวันอาจจะเป็นเพราะชุดที่เขาใส่ในวันนี้ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นช่างขัดกับบรรยากาศข้างหลังที่เป็นห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยความเรียบหรู ทำให้เขาดูเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทางไปซะอย่างนั้น 

พี่เซนยังไม่เห็นว่าฉันตื่นนอนแล้วเพราะฉันยังคงนอนซุกอยู่กับผ้าห่มอุ่น ๆ นี้ไม่ยอมลุกไปไหน แต่ตอนนี้มันก็เป็นเวลาเกือบจะบ่ายสองโมงแล้วยังไม่ไม่อะไรตกถึงท้องฉันเลยสักนิด และด้วยความที่เห็นของกินสำคัญยิ่งกว่าอะไรฉันจึงต้องพาตัวเองลุกขึ้นนั่งเพื่อเตรียมตัวจะไปหาของกิน เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวก็เรียกสายตาของคนตัวสูงที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลได้อย่างดี สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนฉันรู้สึกเขินแปลก ๆ

“พี่เซนหนูหิวแล้ว” ฉันรีบบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการทันทีที่เราสบตากัน

“อยากกินอะไรเดี๋ยวพี่สั่งให้” เสียงทุ้มตอบมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“อืม เอาเบอร์เกอร์ไก่กับเฟรนช์ฟรายส์ชีส” เมนูต่าง ๆ ถูกเอ่ยออกมาหลังจากที่คิดอยู่นาน

“ไม่มีประโยชน์เลยสักอย่าง”

แหนะ

“หนูอยากกิน” ฉันเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวทำตัวเป็นผีน้อยแคสเปอร์ให้ตัวเองดูน่ารักเพื่อที่เขาจะยอมใจอ่อน

พี่เซนถอนหายใจยาว ๆ พร้อมกับหยิบมือถือมาโทรหาใครสักคนพร้อมกับบอกเมนูที่ฉันขอไปกับคนปลายสายและไม่ลืมเพิ่มเมนูที่ตนอยากกินลงไปด้วย ฉันแอบได้ยินเขาสั่งผัดผักกับอกไก่นึ่งมาด้วย รักสุขภาพสุด ๆ นี่ถ้าฉันไม่เกรงใจคงจะสั่งชานมไข่มุกมาสักแก้วแล้ว

“พี่เซน” ฉันเอ่ยปากเรียกเขาอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปนาน

“หือ” ตอบโดยไม่หันมามองหน้ากันสักนิด

“วันเสาร์หนูจะไปถ่ายงานกับเพื่อนที่นนทบุรีนะ” นั่นไง พอฉันพูดจบคิ้วหนา ๆ นั่นเริ่มจะผูกเป็นปมแล้ว

“งานอะไร”

“งานของวิชาคณะค่ะ”

“ได้ เดี๋ยวให้เสือไปส่ง” ความผิดหวังแล่นเข้ามาทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ ที่บอกเพราะฉันอยากขับรถไปเองต่างหากล่ะ แล้วอีกอย่างที่ที่จะไปก็ไม่ได้ไกลอะไร ฉันขับรถไปเองสบายมาก

ถึงในใจจะคิดอย่างนี้แต่ฉันกลับไม่กล้าบอกเขาออกไปเพราะเข้าใจความหวังดีนั้น

“ค่ะ” สุดท้ายก็ต้องตอบรับอย่างจำนน

เมื่อไม่มีอะไรทำแล้วฉันก็หยิบมือถือมาดูเสื้อผ้าและเครื่องสำอางต่าง ๆ ที่ออกมาใหม่ มาใหม่เต็มเลยมีแต่ของที่จำเป็นทั้งนั้น ฉันกดเข้าไปเลือกในหมวดลิปสติกแบรนด์ที่ชอบพร้อมกับเลือกดูสีที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง

ลิปกลอสมาใหม่ ปากดูฉ่ำมาก ฉันดูภาพตัวอย่างลิปที่แปะอยู่บนหน้าจอแล้วก็ทำให้เงินในกระเป๋าสั่นระริกระรี้แล้วแต่พอมองดูราคาที่อยู่ข้างหน้าก็ต้องถอดใจเพราะมันแพงกว่าลิปทั่วไปมาก

เมื่อสู้ราคาไม่ไหวฉันจึงเปลี่ยนมาในหมวดเสื้อผ้าแทน ฉันน่ะไม่ได้ติดแบรนด์นักเพราะรู้ตัวเองดีว่าเบื่อเร็วและถ้าเอาเงินไปลงทุนกับด้านนี้คงจะขาดทุนย่อยยับ จึงชอบเลือกแบรนด์ที่ราคากลาง ๆ มากกว่า เมื่อนิ้วกดเข้าไปสิ่งที่ปรากฏมาอย่างแรกคือชุดชั้นใน มันเริ่มทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่าตัวเองไม่ได้ซื้อมานานมากแล้วและรู้สึกว่าที่ใส่อยู่ก็เริ่มที่จะคับมากแล้วจึงกดเลือกแบรนด์ที่ใส่ประจำพร้อมกับเลือกมาสี่ตัวที่ไซซ์ใหญ่กว่าเดิมนิดหน่อย แค่นี้เงินในบัญชีก็ลดลงมามากแล้วทำให้ฉันล้มเลิกความคิดที่จะซื้ออย่างอื่นต่อ

เมื่อเงยหน้าจากมือถือมาแล้วอาหารที่สั่งมาก็มาส่งที่หน้าห้องโดยมีแม่บ้านเอามาส่งให้อย่างดี เบอร์เกอร์ไก่ชิ้นใหญ่ที่ฉันต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว กลิ่นหอม ๆ ลอยเตะจมูกจนอยากจะลิ้มลอง

“กินสิ” พี่เซนเดินมานั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับจัดการอาหารไปพร้อม ๆ กัน

อร่อยมาก 

ไม่รู้ว่ามันอร่อยหรือฉันหิวกันแน่แต่เบอร์เกอร์ชิ้นโตนี้ถูกจัดการเรียบและหมดภายในไม่กี่นาที 

“อร่อยไหม” พี่เซนถามฉันหลังจากที่เห็นฉันกินมันหมดแล้ว

“อร่อยค่ะ” ฉันหยิบมันฝรั่งทอดขึ้นมากินต่อหลังจากที่กินเบอร์เกอร์หมดไปแล้ว

ฉันหันไปมองพี่เซนที่กำลังจ้องฉันอยู่จึงคิดว่าเขาคงอยากกินด้วย มือเล็กหยิบมันฝรั่งชิ้นนั้นขึ้นมาพร้อมกับยื่นไปที่ปากของเขา

“กินสิคะ” พี่เซนมองอย่างงง ๆ แต่ก็ยอมกินสิ่งที่ฉันป้อนไป

“นอนที่นี่ไหม” พี่เซนถามขึ้นมาอีกทีหลังจากที่ฉันเงียบไปเนื่องจากโฟกัสอยู่กับการกิน

“ไม่เอาหนูขี้เกียจกลับไปเปลี่ยนชุด”

“เดี๋ยวพี่ให้คนไปเอาให้” ยังจะตื้ออีก

“ไม่เห็นต้องลำบากเลยหนูนอนคนเดียวได้”

“แต่พี่อยากนอนกับหนู” เขาบอกความต้องการออกมาตรง ๆ

“เอ่อ งั้นพี่ก็กลับไปนอนที่คอนโดสิคะ”

“งานพี่ยังไม่เสร็จเลย”

“พี่ก็เคลียร์งานให้มันเสร็จก่อนสิ นอนกับหนูวันหลังก็ได้” ฉันพูดไปอย่างไม่ได้ใส่ใจจนทำให้เขาเงียบไปทันทีไม่ได้ตอบอะไรออกมา

เมื่ออาการผิดปกติของเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจน ฉันต้องใช้สมองที่มีอยู่น้อยนิดประมวลผลหาสาเหตุที่ทำให้เขาเกิดอาการงอนแบบนี้ ร่างสูงนั่งกินข้าวเงียบ ๆ โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากันเลยสักนิด ฉันอึดอัดจนทนไม่ไหวจึงต้องเอ่ยปากถามก่อนจนได้

“พี่เซนงอนอะไรคะ”

“เปล่า” ปากแข็งจริง ๆ

“แน่หรอ” ฉันเขยิบเข้าไปนั่งใกล้เขามากขึ้นพร้อมกับพยายามมองเข้าไปในดวงตาของเขาเพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกอารมณ์ได้ดีที่สุด

“อืม” เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

ขี้งอนเป็นผู้หญิงไปได้

“โกหก งอนอะไรบอกหนูหน่อยนะ” ฉันโน้มตัวเข้าไปโอบกอดเขาจากทางด้านหลัง ทำให้แก้มแนบไปกับแผ่นหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามแน่น ๆ นั้นเต็มไปหมดจนมันยู่ยี่ไปหมด

“ไม่ได้งอน” ยังไม่ยอมรับอีก

ฉันลุกขึ้นยืนบนโซฟาพร้อมกับเดินไปนั่งข้างหน้าเขา สองมือเล็กยื่นไปจับที่แก้มทั้งสองข้างของเขาเพื่อให้หันมามองตากัน พี่เซนดึงแขนฉันจนร่างของฉันเซลงไปนั่งที่ตักของเขา

“เป็นอะไรคะ” ฉันถามอีกทีด้วยเสียงอ่อน

“อยากนอนด้วย” ร่างสูงตอบออกมาตรง ๆ

เอาแต่ใจราวกับเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ

“ก็ได้ค่ะ หนูนอนที่นี่ด้วยก็ได้” ฉันยอมตามใจก็ได้

“จริง ๆ นะ”

ฉันพยักหน้าตอบรับไป

เมื่ออาหารทุกอย่างถูกเก็บไปฉันก็ได้เวลาไปอาบน้ำเพราะไม่มีอะไรทำต่อแล้ว พี่เซนเอาเสื้อเชิ้ตของเขากับกางเกงบอลมาให้เปลี่ยนและไม่ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้พร้อม ฉันเดินเข้ามาภายในห้องน้ำแห่งนี้มันทั้งใหญ่และหรูหราเกินห้องน้ำธรรมดาและฉันก็คิดว่ามันน่าจะดูดีกว่าห้องน้ำที่บ้านฉันด้วยซ้ำ หินอ่อนที่ถูกนำมาตกแต่งทำให้ที่นี่ดูดีราวกับโรงแรมห้าดาว

ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไม่นานนักเพราะมันต่างที่ทำให้ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรหลายขั้นตอน อีกทั้งอุปกรณ์ของใช้ต่าง ๆ ที่อยู่ที่นี่มันก็ไม่ใช่ของที่ฉันใช้อยู่ประจำจึงไม่คิดที่จะทำอะไรต่อหลังจากนี้

ขาเล็กพาตัวมายืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำแค่ยังไม่ได้ก้าวออกไปแต่อย่างใด ก็ต้องนี้ฉันอยู่ในชุดที่โนบราขนาดนี้ฉันไม่กล้าที่จะออกไปเจอหน้าเขาหรอก เกิดพี่เซนทำแบบวันนั้นอีกจะทำยังไง 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตูทำให้ฉันสะดุ้งขึ้นอย่างตกใจ

“เสร็จรึยัง เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงทุ้มของพี่เซนดังขึ้นมา เขาเอ่ยถามหลังจากที่ฉันหายเข้ามาอยู่ในห้องน้ำนานเกินไป

“เสร็จแล้ว กำลังจะออกไปแล้วค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบไปของฉันมีความลนลานนิด ๆ ฉันเดินวนอยู่หน้าประตูราวกับหนูติดจั่นโดยที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อ สายตาเหลือบไปเห็นผ้าขนหนูผืนเล็กที่แขวนอยู่บนราวใกล้ ๆ อ่างล้างหน้า มือเล็กจึงรีบคว้าผ้าผืนนั้นมาคล้องคอไว้อย่างไว

ฉันเปิดประตูออกไปพบว่าร่างสูงยืนรออยู่หน้าห้องน้ำแล้ว เขาก้มลงมามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่จะหยุดลงที่ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ฉันให้ปิดบริเวณหน้าอกไว้ ใบหน้าที่ยิ้มกริ่มนั้นทำเอาฉันไม่ไว้ใจเลยสักนิด

“ผ้าผืนนี้พี่ต้องใช้นะ” นั่นไง ราวกับคิดไว้ไม่มีผิด

ร่างสูงยังคงมองมาที่ผ้าผืนเล็กนั้นด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่าจะเอาให้ได้ มือเล็กของฉันจับไปที่ผ้าผืนนั้นพร้อมกับดึงออกมาเพื่อส่งให้เขา ภายในเสี้ยววินาทีฉันรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องนอนด้วยความเขินอายโดยมีเสียงหัวเราะจากคนขี้แกล้งตามมาไม่ขาดหาย

เวลาล่วงเลยมาถึงวันเสาร์วันที่ฉันต้องไปหาข้อมูลที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของนนทบุรี จริง ๆ แล้วก็ไม่เชิงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ถ้าเรียกให้ถูกจริง ๆ ก็คือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่นั่นแหละ ด้วยความที่ห้างของที่นี่เป็นห้างที่มีขนาดใหญ่มากทำให้มีคนแวะเวียนมาอย่างล้นหลาม

งานของพวกเราที่สอบถามความถี่ในการมาที่นี่กับนักท่องเที่ยว หรือผู้ใช้บริการต่าง ๆ

“เดี๋ยวกูไปทางนี้ มึงไปชั้น 2 นะมิลค์” ฉันรีบแบ่งงานกับเพื่อนเพื่อให้งานเสร็จตรงตามเวลาที่นัดหมายเอาไว้

“งั้นเดี๋ยวกูไปอยู่ที่หน้าร้านทางเข้าตรงนั้น ส่วนไอ้ตาลไปตรงชั้นสามนะ” ไอ้พิลช่วยแบ่งอีกแรง

“โอเค” ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

พวกเราแยกย้ายกันไปที่สถานที่ที่ต้องทำกันอย่างรวดเร็วเพื่อเก็บกลุ่มตัวอย่างมาคนละ 15 คน ฉันได้ทำหน้าที่อยู่ตรงชั้น 1 ที่มีคนหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางคนก็รีบร้อน บางคนไม่ให้ความร่วมมือ แต่บางคนยังใจดีสละเวลามาให้ มันก็เป็นสัจธรรมของมนุษย์อะเนอะ ทุกคนมีความคิดแตกต่างและช่วงเวลาที่ว่างไม่ตรงกัน มันก็เป็นเรื่องปกติที่ฉันทำใจมาแล้ว

ฉันใช้เวลาในการทำงานนี้อยู่ร่วมชั่วโมงกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจในส่วนของตัวเอง จึงเดินมานั่งรอเพื่อนที่ร้านชาบูแห่งหนึ่งในห้างเพราะเรานัดกันไว้แล้วว่าจะกินชาบูกันต่อ แค่ไม่กี่นาทีทุกคนก็ทยอยกันมาทีละคน ๆ จนครบทั้งหมด

“โอ๊ย มึงห้างอะไรก็ไม่รู้ใหญ่จนกูหลงอยู่สี่ห้ารอบ” ไอ้พิลที่กำลังเดินมาบ่นมาแต่ไกล

“เออ กูก็หลง เดินจนขาลากแล้วเนี่ย” ไอ้ตาลพูดพลางทุบไปที่ขาตัวเองเพื่อคลายเมื่อย

“มานั่งก่อน ๆ อย่างเพิ่งบ่น” ฉันดึงไอ้พิลที่ยืนค้ำหัวตัวเองอยู่มานั่งลงข้าง ๆ

“งั้นเดี๋ยวกูสั่งน้ำเลยนะ” ไอ้มิลค์ที่อยู่หัวโต๊ะจัดแจงทำหน้าที่สั่งน้ำกับน้ำซุปให้อย่างดี

พวกเรากินกันจนแทบจะยัดอะไรไม่ลงอีกแล้ว ทั้งหมู เนื้อ กุ้ง หมึก ผักอีกหลายอย่าง ถูกผสมปนเปกันอยู่ในท้องของฉันเรียบร้อยแล้ว กินของคาวต้องจบด้วยของหวานเสมอ ฉันจึงสั่งไอศกรีมรสช็อกโกแลตมากินต่อ

พอกิจกรรมทุกอย่างในวันนี้ของพวกเราจบแล้ว ฉันกับเพื่อน ๆ จึงแยกย้ายกันกลับโดยที่ ไอ้มิลค์มีพี่เอิร์ทมารับ ส่วนไอ้ตาลกับพิลกลับด้วยกันและฉันที่เอารถมาเองนั้นก็ต้องกลับคนเดียวตามระเบียบ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าพี่เสือไปไหน ทั้ง ๆ ที่พี่เซนกำชับแล้วกำชับอีกว่าให้พี่เสือมาส่ง ตอนแรกมันก็คงต้องเป็นตามนั้นแหละแต่พอจะถึงวันพี่เสือกับท้องเสียเพราะไปกินส้มตำจากร้านไหนมาก็ไม่รู้ ฉันเลยต้องขับมาคนเดียวโดยที่บอกกับพี่เซนไว้เรียบร้อยแล้ว

ฝนตกลงมาอย่างหนักจนฉันต้องขับไปอย่างช้าที่สุดตามถนนที่มีรถมากมายวิ่งขวักไขว่กันจนน่าเวียนหัว ไฟเขียวที่รอมานานเปิดทางให้ฉันเคลื่อนตัวไปข้างหน้า

เอี๊ยด! โครม

รถของฉันถูกแรงกระแทกจากทางด้านหหลังจนตัวรถส่ายไปมาและไปหยุดอยู่กลางถนน ร่างของฉันกระแทกเข้ากับพวงมาลัยจนทำให้ถุงลมนิรภัยพองตัวออกมาช่วยรับแรงกระแทกนั้น แต่ยังโชคดีที่ยังมีเบลท์ช่วยรัดตัวฉันไว้อยู่จึงทำให้ไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหนเป็นพิเศษ

ความตกใจทำให้ฉันนิ่งงันและไม่กล้าขยับตัว เสียงเคาะกระจกดังรัว ๆ อยู่ข้างหู ฉันได้ยินและรับรู้ทุกอย่าง น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว คนข้างนอกพยายามส่งเสียงเรียกแลเคาะกระจกแรงขึ้นอีกทำให้ฉันเริ่มรู้สึกตัวและหันไปมองทางต้นเสียง มือที่สั่นพยายามเปิดประตูเพื่อพาตัวเองออกจะตรงนี้ พอประตูเปิดออกไปมือหลายมือเข้ามาช่วยพยุงฉันลงจากรถ ขาที่สั่นทำให้ฉันทรุดตัวลงไปกับพื้นคอนกรีตตรงนั้น

“หนู เจ็บตรงไหนรึเปล่าลูก” คุณลุงที่ดูใจดีเข้ามาถามอย่างร้อนรน

ฉันจึงส่ายหน้าตอบไปเพราะพูดอะไรไม่ออก คุณป้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธออยู่ในชุดกันเปื้อนน่าจะเป็นแม่ค้าแถวนี้เข้ามาลูบหลังฉันเบา ๆ ราวกับกำลังปลอบโยน

“หนูโทรเรียกประกันเร็ว มีเบอร์ไหม” ตอนนั้นฉันยังคิดอะไรไม่ออกเพราะเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้ฉันขวัญเสียไปมาก

“พี่เซน” ฉันพูดชื่อพี่เซนออกมาเบา ๆ เพราะคิดว่าเขาคือคนที่จะช่วยฉันได้ในตอนนี้

“อะไรนะลูก” คุณลุงใจดีถามอีกครั้ง

“หนูต้องโทรหาพี่เซน” ฉันหันไปบอกลุงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณลุงพยักหน้าพร้อมกับเดินไปหยิบมือถือที่อยู่บนรถมาให้ฉัน ฉันใช้นิ้วสแกนเพื่อปลดล็อคพร้อมกับกดโทรหาเขา

“ถึงคอนโดรึยัง” คำถามแรกที่เปิดบทสนทนานั้นทำให้ฉันร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

“พี่เซน ฮึก มาหาหนูหน่อย ฮือ” ฉันปล่อยโฮตรงนั้นโดยไม่ได้สนเสียงรอบกายที่ดังมาจากความวุ่นวายแถวนั้น

“เกิดอะไรขึ้น” เขาพูดขึ้นมาเสียงดัง

“ฮึก” ฉันพยายามที่จะนึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเล่าให้เขาฟังแต่ก็คิดอะไรไม่ออกจึงส่งมือถือไปให้คุณลุงใจดีที่นั่งปลอบฉันอยู่กับคุณป้าที่ตอนนี้โอบกอดฉันเอาไว้ไม่ให้ตกใจไปมากกว่านี้

คุณลุงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พี่เซนฟังพร้อมบอกสถานที่อย่างเสร็จสรรพก่อนที่เขาจะวางสายไปและคืนมือถือให้กับฉัน ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียวแถมตอนนี้ฉันก็อยู่ตัวคนเดียวทำให้ไม่มีสติมากพอที่จะรับรู้เหตุการณ์เบื้องต้นได้ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไรและคู่กรณีเป็นยังไงบ้างด้วยซ้ำ

ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเสียงรถพยาบาลก็ดังขึ้นระงม มองเห็นแต่แสงไฟสีน้ำเงินแดงที่ค่อย ๆ ฝ่ารถที่ติดอยู่เพื่อให้มาถึงที่หมายได้เร็วที่สุด ระหว่างที่ฉันนั่งมองอยู่นั้นร่างของใครบางคนก็โผล่เข้ามาในสายตา พี่เซนวิ่งตรงดิ่งเข้ามาทางนี้พร้อมกับลูกน้องของเขาอีกสองคนที่ฉันพอจะเคยเห็นหน้ามาบ้าง

“เจ็บตรงไหนไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนพร้อมกับก้มลงมาเช็คร่างกายฉันอย่างละเอียด

ฉันส่ายหน้าตอบกลับไป

พี่เซนหันไปขอบคุณคุณลุงกับคุณป้าที่นั่งอยู่เป็นเพื่อนฉัน พร้อมบอกให้ฉันขอบคุณพวกเขาด้วย ฉันหันไปไหว้อย่างจริงใจเพราะรู้สึกอบอุ่นใจมากที่มีคนที่มีน้ำใจยอมนั่งอยู่เป็นเพื่อนฉันคอยปลอบและจัดแจงทุกอย่างให้อย่างดี

หลังจากที่ลุงกับป้าจากไปพี่เซนก็สั่งให้ลูกน้องของเขาไปเคลียร์เรื่องรถให้โดยที่เขาพาฉันนั่งไปกับรถพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดท่ามกลางฝนที่เริ่มตกหนัก เราทั้งคู่เปียกฝนไปทั้งตัวเนื่องจากนั่งรออยู่นาน รถพยาบาลพาเรามาที่โรงพยาบาลใกล้ ๆ ฉันถูกจับส่งไปตรวจอย่างละเอียดยิบและผลที่ออกมาก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมีแค่รอยฟกช้ำที่อยู่ตามตัวเท่านั้น ชุดของฉันถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ที่พี่เซนเอามาให้ส่วนเขายังอยู่ในชุดเดิมที่เปียกฝน

ฉันเดินออกมาจากโรงพยาบาลพร้อมกับพี่เซนจากนั้นมีรถตู้คันเดิมที่พี่เสือเคยไปรับส่งฉันประจำมาจอดอยู่ข้างหน้าเราสองคน เขาพยุงฉันขึ้นไปนั่งบนรถและเขาก็ขึ้นมานั่งอยู่เบาะข้าง ๆ กัน

“หายตกใจรึยัง” ร่างสูงลูบหัวของฉันเบา ๆ

ฉันพยักหน้าตอบเขาออกไป

“วันหลังถ้าจะไปไหนพี่จะให้คนขับไปให้” แขนของเขาโอบมาที่ไหล่ของฉันพร้อมกับดึงฉันเข้าไปใกล้จนทำให้ใบหน้าของฉันซบลงตรงไหล่หนาที่ยังคงเปียกชื้น

“ค่ะ” เสียงอู้อี้ตอบรับอย่างเร็วเพราะยังกลัวไม่หาย

“หิวไหม” พี่เซนพยายามชวนฉันคุยให้มากขึ้น ฉันรู้ว่าเขาต้องการให้ฉันลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ไม่ค่ะ” ตอนนี้ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้นอยากกลับไปให้ถึงห้องให้เร็วที่สุดมากกว่า

“พี่บอกเรื่องนี้กับพี่วินแล้ว เดี๋ยวพี่วินจะเข้ามาหาคืนนี้”

“ค่ะ”

รถพาเรามาถึงที่คอนโดอย่างปลอดภัย ฉันถูกพาให้ขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว พี่เซนจัดการเช็ดตัวและช่วยฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่อีกครั้ง จากนั้นเขาก็เดินไปคุยโทรศัพท์กับลูกน้องของเขาริมระเบียงของคอนโดที่ช่วยจัดการเรื่องรถให้ฉัน ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่บนเตียงคนเดียว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นทำให้ฉันมองไปตรงนั้นโดยอัตโนมัติ ประตูที่ถูกเปิดออกมาทำให้ฉันเห็นใบหน้าสวยของคนที่ฉันเคยเข้าใจว่าเธอคบกับพี่เซนที่ช่วงที่ฉันกับพี่เซนเลิกกันในตอนนั้น

พี่น้ำเดินเข้ามาหาฉันที่เตียงพร้อมกับถามไถ่อาการเบื้องต้น

“เป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่รึเปล่า” เธอเดินมาทรุดตัวนั่งอยู่ข้างเตียง

“ปวด ๆ ตรงขานิดหน่อยค่ะ” ฉันชี้ไปที่จุดนั้น

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็หายแล้ว” เธอตอบมาอย่างอ่อนโยนทำให้ฉันอดส่งยิ้มไปให้ไม่ได้

ถึงแม้พี่น้ำจะดูนิสัยเหมือนผู้ชาย ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว และยัง ชอบผู้หญิงแต่ฉันไม่เคยมองว่าเธอเป็นผู้ชายเลยสักครั้ง ด้วยใบหน้าที่งดงามทำให้เธอดูน่าทะนุถนอมเกินกว่าที่จะพูดจาแรง ๆ ใส่อย่างที่พวกพี่เซนทำ

“ขอโทษนะที่พี่เข้ามาในห้องเราอย่างพลการ ตอนที่เซนโทรบอกพี่ว่าน้องวารถชนพี่ตกใจมากเลย และมันยังบอกให้พี่ช่วยมาหยิบเสื้อให้เลยอาจจะทำห้องเราเละเทะบ้าง” เป็นพี่น้ำสินะที่ช่วยหยิบชุดให้ ฉันนึกว่าเป็นลูกน้องชายฉกรรจ์ของพี่เซนซะอีกแต่ก็ดีแล้วแหละฉันรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย

แกร็ก! เสียงประตูถูกเปิดอีกครั้ง คราวนี้เป็นพี่วินที่อยู่ในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาพร้อมกับถุงอะไรสักอย่าง

“เป็นยังไงบ้าง” เขาเดินมาใกล้พร้อมกับถามคำถามที่ทุกคนถามมาหมดแล้ว

“เจ็บนิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบด้วยใบหน้าทะเล้นเพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วง

“ยังมาติดเล่นอีก” พี่วินเดินเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงของฉัน จากนั้นเขาก็เดิมมาหยุดอยู่ข้าง ๆ พี่น้ำ

“สวัสดีค่ะ” พี่น้ำยกมือไหว้ทักทายพี่ชายของฉัน

“ครับ” พี่วินตอบออกมาสั้น ๆ

“ขับยังให้ให้รถโดนชนเนี่ย” ใบหน้านั้นถึงจะคลายความเป็นห่วงลงไปแล้วบ้างแต่ก็ยังอยากรู้ที่มาที่ไปอยู่ดี

“น้องก็ไม่รู้อยู่ดี ๆ รถคันนั้นก็มาชนข้างหลังรถน้อง” ฉันไม่รู้จริง ๆ เพราะเหตุการณ์มันเร็วมาก คงต้องดูจากกล้องวงจรปิดและกล้องหน้ารถของผู้คนที่สัญจรผ่านในช่วงนั้น ซึ่งเรื่องนี้พี่เซนเป็นคนจัดการให้ฉันทำให้ฉันไม่รู้ความเคลื่อนไหวมากนัก

“เดี๋ยววันนี้พี่มานอนเป็นเพื่อน” พี่วินพูดในขณะที่พี่เซนเปิดประตูเข้ามาพอดี สิ้นคำพูดนั้นขายาว ๆ ของเขาหยุดชะงักลงและยืนจ้องหน้าฉันอยู่ตรงประตูนั้น

คงจะให้ฉันปฏิเสธล่ะสิ

“แล้วพรุ่งนี้ไม่มีเรียนเช้าหรอ” เอาเรื่องนี้มาก็แล้วกัน

“มีสิ”

“งั้นไม่ต้องนอนก็ได้หนูมีพี่น้ำอยู่เป็นเพื่อนไม่ต้องเป็นห่วงเลย”

ฉันส่งสายตาไปให้พี่น้ำเพื่อขอความช่วยเหลือ ทันทีที่เธอเห็นก็เข้าใจได้เลยทันที

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวน้ำอยู่เป็นเพื่อนน้องวาเอง” พี่น้ำออกตัวให้

พี่วินมองมาอย่างจับผิดนิดหน่อยและดูสีหน้าไม่ค่อยจะเชื่อใจกันสักเท่าไหร่แต่ก็ยอมตอบตกลงแต่โดยดี “ก็ได้”

ฉันมองไปที่พี่เซนอีกครั้งเห็นเขาถอนหายใจอย่างโล่งอกก็เบาใจ ตอนนี้ฉันเหมือนแอบพ่อมีแฟนซะอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่พี่วินก็รู้เรื่องว่าฉันคบกับพี่เซนแต่ฉันก็ไม่กล้าบอกว่าเขามานอนอยู่ด้วยกัน พี่วินเดินไปคุยอะไรสักอย่างกับพี่เซนโดยที่ฉันไม่ได้ยินด้วยเลยสักนิดก่อนที่จะมานั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตียงมากนัก

พี่วินนั่งอยู่ที่ห้องไม่นานก็ต้องกลับไปอ่านหนังสือต่อทำให้ทั้งห้องเหลือแค่ฉัน พี่เซน และพี่น้ำ

เมื่อทั้งห้องเงียบพี่น้ำก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นมา“เซน เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะกลับอเมริกาแล้วนะ”

ฉันตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้

“ทำไมกลับเร็ววะ” พี่เซนเดินมานั่งบนเตียงข้าง ๆ ฉัน

“แม่กูตามแล้ว” แต่พอนึกดี ๆ พี่เซนเคยเล่าว่าพี่น้ำมาอยู่ที่นี่จะสองเดือนแล้ว ไม่แปลกเลยที่ที่บ้านเธอจะตามให้กลับแล้ว

“ไปกี่โมง”

“บ่ายโมง”

“เดี๋ยวกูให้คนไปส่ง” เขาคงหมายถึงลูกน้องของเขาสินะ

“Thanks” พี่น้ำตอบ

หลังจากนั้นพี่น้ำก็ขอตัวกลับไปเก็บของ โดยไม่ลืมบอกลาฉันเพราะพรุ่งนี้ฉันคงไม่ได้ไปส่งเธอแน่ ๆ เพราะมีเรียน เราจึงบอกลากันตรงนี้แทน

“นอนได้แล้ว” เมื่อเหลือแค่เราสองคนพี่เซนก็บอกให้ฉันนอนแม้ตอนนี้จะยังไม่ได้ดึกมาก

ฉันโน้มตัวลงไปนอนอย่างเชื่อฟังโดยมีเขาช่วยห่มผ้าและปิดไฟให้ สองตาของฉันค่อย ๆ หลับลง ฉันนึกว่าเขาจะไปแล้วแต่เปล่าเลยมือสากนั้นยังคงลูบผมของฉันราวกับว่าต้องการกล่อมให้หลับสบายขึ้นและไม่นานฉันก็หลับไปโดยที่ไม่รู้สึกกลัวเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นอีกเลย

ทุก ๆ เช้าจะในช่วงนี้ปกติจะมีร่างสูงคอยนั่งทำงานอยู่ที่โซฟาอยู่ตลอดแต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อเขายังคงนอนหลับอยู่ในห้องจนฉันรู้สึกถึงความผิดปกตินั้น เมื่ออาบน้ำแต่งตัวพร้อมที่จะไปเรียนแล้วฉันก็เดินเข้าไปดูพี่เซนที่ยังนอนหลับอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนานั้น

มือเล็กเอื้อมไปแตะที่ใบหน้าซีดนั้นพบว่ามันร้อนเกินกว่าคนปกติ ไม่ต้องเดาเลยว่าเขาเป็นอะไร อาการแบบนี้ก็ต้องเกิดจากพิษไข้เท่านั้นแหละ ฉันแทบไม่ต้องหาสาเหตุเพราะรู้อยู่แล้วว่ามาจากอะไร เขาเล่นทำงานทั้งวันทั้งคืนจนร่างกายแทบจะไม่ได้พักผ่อนขนาดนี้ถ้าไม่ป่วยก็คงเป็นพระเจ้าแล้วแหละ

โชคดีที่ฉันตื่นเช้ากว่าทุกวันจึงทำให้มีเวลาเช็ดตัวและไปซื้อโจ๊กมาให้เขาทานได้

“พี่เซน” มือของฉันตบไปที่ใบหน้าเขาเบา ๆ

“อืม” ร่างสูงค่อย ๆ ขยับตัวและลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ

“ตื่นมากินข้าวกินยาก่อนนะ หนูซื้อโจ๊กมาไว้ให้อยู่ข้างนอก ลุกขึ้นมากินก่อนค่อยนอนนะคะ” มือของฉันดันไปที่หลังหนาเพื่อบังคับให้เขาลุกขึ้นและเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย

“ไม่หิว” เสียงทุ้มที่ตอนนี้แหบแห้งตอบออกมา

“ไม่หิวก็ต้องกินนะจะได้กินยา” ฉันเลื่อนโจ๊กชามใหญ่ไปตรงหน้าเขา พี่เซนหันมามองหน้าฉันนิ่ง ๆ แต่ไม่ยอมที่จะทำตามเหมือนกับทุกครั้ง ทำให้ฉันต้องบังคับโดยการป้อนซะเอง

มือของฉันจับไปที่ช้อนพร้อมกับตักโจ๊กเนื้อขาว ๆ ที่ยังอุ่น ๆ อยู่มาหนึ่งคำเล็กพร้อมกับจ่อไปที่ปากของเขาโดยไม่ลืมที่จะเป่าก่อน

“อ้าม” สกิลการหลอกล่อเด็กถูกหยิบมาใช้หลอกล่อผู้ใหญ่ที่อายุนั้นถือว่าบรรลุนิติภาวะไปเรียบร้อยแล้ว

เขาอ้าปากรับอาหารที่ฉันป้อนโดยง่ายและไม่ยอมพูดจาใด ๆ ฉันจึงใช้โอกาสนี้ในการบังคับให้เขากินให้หมดโดยการป้อนไปที่ละคำเหมือนป้อนอาหารเด็กที่อายุไม่กี่เดือน

เมื่อเขาทานทั้งข้าวและยาเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปเรียนแล้ว ฉันก้มดูเวลาที่นาฬิกาที่ใส่อยู่ที่ข้อมือพบว่าใกล้ถึงเวลาที่นัดกับพี่เสือแล้ว เขาคงมารอที่ข้างล่างแล้วแน่ ๆ

“เดี๋ยวตอนเที่ยงหนูจะให้พี่เสือมาอยู่เป็นเพื่อนนะคะ” ฉันที่กำลังจะก้าวออกจากห้องหันไปบอกร่างสูงที่นั่งมองตามตาปริบ ๆ อยู่ตรงโซฟานั้นอย่างเป็นห่วง

อย่างกับเลี้ยงลูกแหนะ ตอนป่วยกับไม่ป่วยต่างกันราวกับเป็นคนละคน

เมื่อฉันไปถึงมหาวิทยาลัยแล้วจึงขอให้พี่เสือกลับไปดูแลพี่เซนแทนเพราะวันนี้ฉันมีเรียนถึงเย็น พี่เสือก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเขาตอบรับอย่างเข้าใจและทำตามโดยไม่ขัดข้องอะไร ทำให้ฉันรู้สึกเบาใจขึ้นมา

ถึงช่วงเย็นของวันฉันเลิกเรียนและไม่ได้มีแพลนไปไหนต่อจึงรีบกลับมาที่คอนโดเองโดยที่ไม่ได้บอกให้พี่เสือมารับ ถึงแม้ว่ารถจะถูกชนและกำลังซ่อมอยู่แต่ฉันยังโชคดีที่มีเพื่อนที่ยังมีรถจึงสามารถติดรถมันกลับมาที่คอนโดได้

ส่วนเรื่องรถที่ถูกชนไปวันนั้นตำรวจสรุปได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ รถคันที่ชนข้างหลังรถของฉัน คนที่ขับเป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดขับพอเจอไฟเขียวเธอจึงรีบเหยียบคันเร่งแต่คงเหยียบมากไปทำให้รถเตลิดมาชนท้ายรถของฉัน แต่ยังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรฉันจึงเลือกที่จะไม่เอาเรื่องเธอเพราะมันคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริง ๆ และเธอก็ยังมีความรับผิดชอบพอที่ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการรักษาของฉันถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เรียกร้อง

ฉันเปิดประตูห้องเข้าไปเงียบ ๆ เพื่อแอบดูเจ้านายกับลูกน้องสองคนว่ากำลังทำอะไรอยู่

“มึงกลับไปได้แล้วกูจะนอน” เสียงพี่เซนไล่พี่เสือดังออกมาจากห้องนอน

“มึงลุกมากินข้าวก่อนเดี๋ยวน้องวาหาว่ากูไม่ดูแลมึง” ฉันแปลกใจกับสรรพนามที่เขาใช้เรียกกันนิดหน่อยแต่ก็คงเป็นเรื่องปกตินี่นาเพราะพี่เสือก็เคยบอกว่าเขาทั้งคู่โตมาด้วยกัน

“ใครให้เรียกเมียกูอย่างนั้น” น้ำเสียงนั้นเริ่มแสดงถึงความไม่พอใจแล้ว

“ไม่น่าถามก็ต้องเป็นน้องวาสิ” พี่เสือก็ไม่น้อยหน้ายังคงกวนประสาทพี่เซนอย่างต่อเนื่อง

ตุบ! เสียงอะไรสักอย่างหล่นสู่พื้นเสียงดังราวกับว่ามีคนโยน

“โยนมาทำไมวะ” เสียงพี่เสือดังขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น

“ออกไป กูจะอยู่คนเดียว” เริ่มพาลไปใหญ่แล้ว

ฉันเลือกจังหวะนี้เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อให้เขาทั้งคู่ตกใจเล่น ๆ

“ทำอะไรกันอยู่คะ” ฉันเดินเข้าไปพร้อมส่งเสียงทักทายเหมือนทุกครั้ง ทั้งสองคนดูตกใจกันทั้งคู่แต่ก็ยังเก็บสีหน้าได้ดีเลยทีเดียว

“ไม่มีอะไร” คนป่วยที่นั่งอยู่บนเตียงตอบกลับมา

“แล้วกินข้าวรึยัง” มือของฉันวางทาบไปที่หน้าผากของพี่เซนเพื่อวัดไข้

“ยังเลย ไอ้เสือไม่ยอมให้พี่กิน” มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือของฉันที่วางอยู่บนหน้าผากของเขา ทำเหมือนว่ากำลังฟ้องฉันอยู่

ฉันได้ยินเต็มสองหูว่าพี่เสือบังคับเขาให้กินแล้วแท้ ๆ ยังจะมาเล่นละครอีก

ฉันหันไปมองพี่เสือก็เห็นว่าเขาถือจานนั้นไว้อยู่พร้อมกับส่งยิ้มมาให้อย่างปลงกับคนเป็นเจ้านาย ฉันจึงไปเอาจานนั้นมาถือไว้พร้อมบอกให้เขากลับไปพักผ่อนเดี๋ยวทางนี้ฉันจะจัดการเอง

“ทำไมไม่ยอมกินข้าวคะ” พอฉันนั่งลงไปบนเตียงพี่เซนก็ทำหน้าหงอย ๆ ขึ้นทันที

“มันไม่ให้พี่กิน มันแกล้งพี่” ยังไม่หยุดโกหกอีก

“หนูได้ยินหมดแล้ว ทีหลังไม่ทำแบบนี้อีกนะคะ พี่เสือเขาอุตส่าห์มาช่วยดูแล” ฉันเริ่มบ่นไปป้อนข้าวเขาไป

“ทำไมเข้าข้างมัน” คราวนี้เขาไม่ยอมเปิดปากรับอาหารของฉันแถมยังหาเรื่องมาน้อยใจกันอีก

“จะกินไหมคะ ถ้าไม่หนูจะเอาไปเก็บ” ฉันเริ่มใช้เสียงต่ำเพื่อบอกเขาว่าอยู่ในโหมดดุแล้วนะ

“กิน” พี่เซนยอมอย่างว่าง่าย

ฉันปล่อยให้เขานอนพักหลังจากทานอาหารและยาเสร็จเรียบร้อยและไม่ลืมเช็ดตัวให้เขาอย่างเสร็จสรรพ ฉันหยิบผลไม้จากตู้เย็นมากินเป็นอาหารเย็นเพราะกำลังลดความอ้วนอยู่หลังจากที่กินแต่ของที่ทำให้อ้วนมาตลอด

 

ผ่านไป 2 วัน 

พี่เซนหายป่วยและกลับไปเรียนได้อย่างเดิม ส่วนงานของเขาก็ยังคงดำเนินไปปกติแต่ก็ไม่ได้หักโหมอย่างเก่าแล้ว ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าเขากำลังกังวลเกี่ยวกับอะไรสักอย่างแต่ฉันก็ไม่กล้าไปก้าวก่ายอะไรเพียงแค่แอบมองอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น 

วันนี้เป็นวันที่ฉันมีเรียนแค่ครึ่งเช้าเท่านั้นทำให้ตอนบ่ายของวันฉันว่างจึงได้มานั่งรอพี่เซนอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนที่อยู่ระหว่างตึกวิศวะกับตึกศิลปศาสตร์ของฉัน

“มึง กูท้อใจแล้วนะ กูไม่เจอโดมมาสามวันแล้ว” ไอ้ตาลบ่นออกมาพร้อมกับหยิบชานมไข่มุกที่เราเพิ่งไปซื้อกันมาขึ้นมาดูดแก้อาการหงุดหงิด

“มึงก็เข้าไปจีบเขาสิ มานั่งมองอยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้” คราวนี้เป็นไอ้พิลที่ให้คำแนะนำเพราะมันคงเบื่อแล้วที่ไอ้ตาลเอาแต่บ่นเรื่องนี้ไม่หยุด

“ก็กูไม่กล้านี่หว่า”

“จะกลัวอะไรมีพวกกูอยู่ ลุยไปเลย” นอกจากจะไม่ห้ามแล้วยังยิ่งยุเข้าไปใหญ่

 “เอาจริงหรอวะ” คนที่เป็นถึงดาวคณะถามออกมาอย่างไม่มั่นใจ

“เออ” เราทั้งสามตอบออกมาพร้อมกัน

“แล้วมันต้องทำยังไงบ้าง” คนที่ไม่เคยจีบใครในชีวิตเริ่มถามหาแนวทาง

“ง่าย ๆ เลย มึงเห็นพวกผู้ชายที่เข้ามาจีบมึงไหม” ไอ้พิลเริ่มหาแนวทางให้

“เห็น” ไอ้ตาลพยักหน้าตอบ

“มันเข้ามาจีบมึงยังไงมึงก็ทำกับคนที่มึงจะไปจีบเขาแบบนั้น” นี่มันหลักการอะไรวะเนี่ย

“เดี๋ยว แล้วกูจะไม่พลาดหรอวะ” 

“พลาดอะไร”

“ก็วิธีที่มึงให้ทำถ้ามันเวิร์คจริงไอ้พวกผู้ชายที่มาจีบกูก็ต้องจีบกูติดแล้วดิ” ก็จริงของมันนะ

“มึงก็ใช้มารยาหญิงสิจ๊ะ ทำให้เขาสนใจน่ะจะให้กูบอกทุกอย่างเลยรึไง” 

“ก็กูไม่รู้นี่” ฉันอดขำมันไม่ได้ เท่าที่มันเล่ามาว่าสมัยเป็นนักเรียนมันก็มีแฟนตลอดแล้วอยู่ดี ๆ มาอ่อนหัดกับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง 

“อย่าทะเลาะกัน ๆ เอาเวลามาช่วยมันวางแผนดีกว่า” ยังดีที่แม่พระของกลุ่มอย่างไอ้มิลค์ช่วยห้ามทัพเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงยาวแน่ ๆ

เราทั้งสามคนช่วยไอ้ตาลวางแผนเข้าหาโดมตามที่พูดไว้ และดูอาการของมันก็รับรู้ได้เลยว่ามันจริงจังกับคนนี้มากทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้นิสัยใจคอของเขาเลยสักนิด แต่ก็นะมันก็เป็นสิทธิ์ของใครของมันที่จะชอบใครรักใคร ฉันก็ไม่ควรไปก้าวก่ายหรือห้ามอะไรเพราะยังไม่ได้รู้นิสัยใจคอของโดมจริง ๆ ไว้รอเขาทำเพื่อนของฉันเสียใจเมื่อไหร่ วันนั้นฉันถึงจะออกโรงปกป้องมันอย่างเต็มที่ ตอนนี้ปล่อยให้มันทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองน่ะดีแล้ว

------------------------------------------

พี่ป่วยแล้วนิสัยพี่เด็กลงตั้งสิบปีแหน เอ็นดู ><

เล่นละครเก่ง อ้อนน้องเก่ง

ส่วนน้องก็ยอมพี่ตลอดเลยจะไม่ให้พี่หลงได้ยังไงคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #106 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 16:08
    ทำเป็นฟ้องน้อง น้องได้ยินหมดแหละ อิพี่ ขอบคุณที่อัพนะคะ
    #106
    1
    • #106-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 18)
      23 มิถุนายน 2563 / 19:44
      พี่ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กน้อย
      #106-1
  2. #105 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 14:33
    อ้อนเก่ง มารยาด้วย 5555
    #105
    1
    • #105-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 18)
      23 มิถุนายน 2563 / 14:59
      อย่าว่าพี่เขา😹😹😹
      #105-1
  3. #104 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 20:22
    ป่วยจนได้
    #104
    1
  4. #103 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 18:54
    ป่วยเองซะแล้ววอิพี่ สรุปน้องต้องดูแลพี่แทน555 ขอบคุณที่อัพนะคะ
    #103
    1
  5. #102 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:53
    เป็นห่วงน้อง
    #102
    1
    • #102-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 18)
      22 มิถุนายน 2563 / 17:38
      น้องน่าสงสาร😥
      #102-1
  6. #101 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:14
    โถน้องงง สงสาร พี่เขามาแล้วนะลูก ช่วงเวลาทำคะแนนของอิพี่ใช่ไหมไรท์เรารู้น้าา 55
    #101
    1
    • #101-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 18)
      22 มิถุนายน 2563 / 13:41
      ทำไมรู้ทันนนนนนน
      #101-1
  7. #100 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 21:33
    มาแล้วจร้าาาาา
    #100
    1
  8. #99 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:27
    โถถถถ น้องวาขวัญเอ๊ยขวัญมา
    #99
    1
    • #99-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 18)
      21 มิถุนายน 2563 / 20:34
      เกือบไปแล้ววววว
      #99-1
  9. #98 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 21:12
    มาแล้วๆ
    #98
    1
  10. #97 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 19:16
    คิดถึงทั้งพี่เซนทั้งน้องวาและไรท์ด้วยค้าาา

    จะรอดไหมน้าาน้องวาของเรา อิพี่ร้ายไม่ใช่เล่นด้วยย ขอบคุณที่มาอัพนะคะ รอเสมออ❤️❤️
    #97
    1
    • #97-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 18)
      20 มิถุนายน 2563 / 19:38

      น่ารักที่สุดเลย
      #97-1