แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 17 : คุม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

16

คุม

 

 

เขาทิ้งสัมผัสอุ่น ๆ นั้นไว้ที่ตัวของฉันทำให้ร่างกายของฉันร้อนวูบวาบแปลก ๆ เมื่อรู้สึกถึงความไม่ปกตินี้ฉันจึงต้องทำอะไรสักอย่าง

“ไม่เอา” ฉันผลักหัวของเขาออกจากตัว ร่างสูงยังมีความดื้อดึงไม่ยอมทำตามเลยสักนิด

“ขอนิดเดียวนะ” นั่นไง ไม่มีความสำนึกเลยสักนิด

“ไม่ได้” ฉันไม่ยอมหรอกนะ

เขาค่อย ๆ ซบหน้าไปกับซอกคอของฉันพร้อมและนิ่งไปจนฉันคิดว่าเขาคงยอมแล้ว แต่เปล่าเลยความเจ็บแปลบที่ต้นคอทำให้ฉันรู้เลยว่าเขากำลังทำอะไร

“นี่ออกไปเลย เดี๋ยวมันเป็นรอย” ใบหน้าหล่อ ๆ นี้ยอมผละออกไปแต่โดยดี แถมยังทำหน้าทำตาไม่พอใจใส่อีก

“หนูจะไปอาบน้ำแล้ว” ฉันรีบบอกความต้องการของตัวเองเพราะไม่อยากเกินเลยไปมากกว่านี้

ร่างสูงยอมปล่อยฉันออกจากอ้อมแขนทำให้ฉันต้องรีบเดินลิ่ว ๆ เข้าไปในห้องนอนอย่างไว เมื่อหยิบผ้าเช็ดตัวได้แล้วฉันจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำตามปกติแต่พอจะปิดประตูกลับมีความรู้สึกว่ามีใครดันไว้อยู่

เป็นพี่เซนที่ดันประตูห้องน้ำของฉันเอาไว้ เขาแทรกตัวเข้ามาภายในห้องน้ำแห่งนี้ด้วยกันพร้อมกับกดล็อกประตูห้องน้ำของฉันไว้ ร่างใหญ่ของเขายืนขวางประตูอยู่ทำให้ฉันไม่สามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้

คนบุกรุกสาวเท้าเข้ามาหาตัวฉันช้า ๆ ราวกับว่ากำลังปั่นอารมณ์ให้ฉันรู้สึกกลัวมากขึ้น จนร่างกายเขาเข้ามาประชิดตัวฉันแล้วร่างสูงถอดเสื้อที่เขาใส่และเขวี้ยงไปที่บริเวณหน้าห้องน้ำ

“จะ จะทำอะไรคะ” ฉันถามด้วยเสียงที่สั่น

“อาบน้ำไง” คนที่เปลือยท่อนบนตอบมาอย่างหน้าตาเฉย

“งั้นพี่อาบก่อนเดี๋ยวหนูไปรอข้างนอก” เมื่อฉันกำลังจะก้าวเดินหนีไป ร่างสูงก็คว้ามาที่แขนของฉันพร้อมกับค่อยเลื่อนมือมาจับบริเวณลำคอของฉันไว้

ริมฝีปากหนาประทับลงมาที่ปากเล็กของฉันเบา ๆ พร้อมกับเริ่มทำให้มันร้อนแรงมากขึ้นกว่าเดิมโดยการขยับบดเบียดและขยี้ให้เราแนบชิดกันมากขึ้น มือของเขาค่อย ๆ เคลื่อนมากระดุมเสื้อของฉันพร้อมกับค่อย ๆ ปลดออกทีละเม็ดจนเสื้อทั้งสองข้างหลุดออกจากกัน

เสื้อตัวเล็กค่อยร่วงลงไปตามไหล่มนจนมันตกลงสู่พื้นห้องน้ำ เหลือเพียงแค่บราเซียร์ตัวเล็กที่ปิดความงดงามนั้นไว้ พี่เซนดันร่างของฉันไปชิดกับผนังด้านหลังและค่อย ๆ บดเบียดร่างกายของเขาเข้ามา

ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นโดยไม่รู้ตัวจนเสื้อผ้าหลุดออกไปจากร่างกายจนหมดรวมถึงของเขาด้วย เราทั้งสองต่างเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่หลั่งไหลลงมากระทบกับตัว มือเล็กของฉันค่อย ๆ ดันไปที่อกหน้าเพื่อขอให้เขาขยับออกห่าง

“ไม่ทำอะไรแล้วแค่อาบน้ำให้เฉย ๆ” ร่างสูงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของฉัน

ตอนนี้ฉันแทบจะไม่กล้าเงยหน้าไปมองเขาด้วยซ้ำจึงทำได้แค่ก้มลงมองพื้นแต่ภาพอะไรบางอย่างก็โผล่เข้ามาในสายตาจนฉันหันหน้าหนีไปแทบไม่ทัน เมื่อพี่เซนเห็นอาการของฉันเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างหน้าไม่อาย

“เห็นรึยังว่าพี่อยากมากแค่ไหน” คนตัวสูงยังไม่วายวนเวียนอยู่รอบตัวฉัน

เขาค่อย ๆ ละเลงสบู่เหลวมาที่ผิวกายของฉัน มือสากลูบไล้ไปทั่วร่างกายของฉันทุกสัดส่วนราวกับว่าเขากำลังอาบน้ำให้เด็กตัวเล็ก ๆ หน้าอกอวบถูกมือซน ๆ นั้นนวดคลึงโดยอ้างว่ากำลังทำความสะอาดให้จนฉันอายแทบซุกแผ่นดินหนี

เจ้าเล่ห์นักนะ!

สบู่ที่ถูยังไม่ถูกล้างออกจากตัวของฉันร่างสูงคว้ามือของฉันไปวางไว้ที่ไหล่หนาของเขา

“พี่อาบให้หนูแล้วคราวนี้อาบให้พี่คืนบ้าง” ฉันหันไปสบตากับร่างหน้าทันที

คนตัวสูงส่งยิ้มให้ตามประสาคนเจ้าเล่ห์และค่อย ๆ จับมือฉันให้ลูบไล้ตามมัดกล้ามเนื้อแน่นนั้นช้า ๆ ฉันยอมทำตามใจเขาเพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงถูกจับกินในอีกไม่ช้าแน่ ๆ

เมื่อร่างกายของเราทั้งคู่เต็มไปด้วยฟองสบู่ มือใหญ่ของพี่เซนเอื้อมไปเปิดฝักบัวเพื่อเป็นการชะล้างฟองสบู่ทั้งหมดให้ออกไปจากร่างกายของเราแถมยังมีหน้าเอามือมาช่วยถูอีก

 คงจะอารมณ์ดีมากสินะ ดูสิยิ้มไม่หุบเลย

ฉันมองค้อนไปที่คนอารมณ์ดีข้างหน้าที่ดูจะดีเกินเหตุไปมาก เมื่อเราทั้งคู่อาบน้ำกันเสร็จเขาก็ปล่อยให้ฉันออกมาจากห้องน้ำแต่โดยดีและยังบอกว่าขอทำธุระต่ออีกหน่อย

เมื่อได้ออกมาแล้วฉันรีบวิ่งไปแต่งตัวทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะออกมาในเวลานี้ พอทุกอย่างเรียบร้อยดีร่างสูงก็ออกมาพร้อมกับพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่ท่อนล่างแต่ยังคงเปลือยท่อนบนเหมือนเดิม ผ้าขนหนูที่เคยเป็นของฉันถูกเขายึดไปใช้เรียบร้อยแล้ว ร่างสูงเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่เอามาด้วยพร้อมกับหยิบบ็อกเซอร์หนึ่งตัวออกมาสวมใส่ ใช้ผ้าเช็ดไปที่ผมนิดหน่อยให้พอหมาดจากนั้นก็เอาไปตากไว้ที่ระเบียงตามเคย

พี่เซนเดินไปหยิบโน้ตบุ๊คมาทำงานเหมือนเดิมและทิ้งให้ฉันอยู่ในห้องนอนคนเดียว ฉันรีบนอนเพื่อให้ตัวเองหลับไปโดยเร็วเพราะไม่กล้าสู้หน้าเขาเลยแม้แต่นิดเดียวเป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊แท้ ๆ ถึงเราจะเคย ๆ กันแล้วแต่มันก็เป็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและเมื่อกี๊ถ้าฉันไม่หยุดไว้ก่อนคงจะมีครั้งที่สองแน่ ๆ ฉันนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนที่จะหลับไปอย่างง่ายดาย

เมื่อถึงช่วงเช้าฉันตื่นขึ้นมาโดยที่ไม่พบคนช้างกายดังเช่นทุก ๆ วัน พี่เซนทิ้งข้อความบอกกับฉันในแชทว่าเขาต้องเข้าไปที่ร้านใหม่ให้พี่เสือไปส่งฉันที่มหาวิทยาลัยแทน ฉันแอบค้านไปเพราะยังไงฉันก็ขับไปเองได้แต่พี่เซนก็ไม่ยอมยังยืนยันให้พี่เสือไปส่งให้ได้

การที่มีคนมาส่งมันแอบทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อยเพราะมีสายตาจากคนรอบตัวที่มองมา ฉันรีบก้าวลงจากรถอย่างเร็วเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจโดยไม่ลืมที่จะขอเบอร์ของพี่เสือเอาไว้

“เดี๋ยวนี้มีคนขับรถมาส่งแล้วเว้ย” เมื่อฉันเดินมาที่โต๊ะประจำของกลุ่มก็โดยไอ้พิลเอ่ยแซวราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติไปแล้ว

“ก็ธรรมดาคนมันสวย” ฉันสะบัดผมใส่มันเพื่อทำให้ดูหน้าหมั่นไส้ที่สุด

“มั่นมากแม่” ไอ้พิลเบะปากใส่

“ก็มันเรื่องจริงไหม”

“จ้า” มันมองด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะเอือมระอานิดหน่อย

ไอ้มิลค์ที่ยื่นขวดน้ำมาให้ฉันถามต่ออย่างสงสัย

 

“แล้วทำไมคนขับรถมาส่งมึงวะ”

“โอ้ยมึง ก็ต้องผัวมันจัดการอยู่แล้วไหม คงไม่อยากให้เมียขับรถมาเองมั้ง” ไอ้พิลยังไม่วายตอบแทนฉัน

“อือ พี่เซนหามาให้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน”

“โห ดีว่ะกูอยากมีบ้างเลย” ไอ้ตาลที่นั่งฟังมานานเริ่มเปิดปากคุย

“ดีตรงไหนวะ เหมือนมีคนมาคุมตลอดเลย” ก็จริงใช่ไหมล่ะ การที่มีคนมาขับให้แสดงว่าฉันจะไม่สามารถไปไหนก็ได้ตามที่ต้องการ การออกไปแต่ละทีพี่เสือก็ต้องรายงานคนเป็นนายอยู่แล้ว มันเหมือนกับว่าเขาจ้างคนมาควบคุมพฤติกรรมฉันมากกว่า

 

“ก็จริงของมึง” ไอ้มิลค์ผู้เห็นด้วยกับทุกอย่างหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกันความคิดของฉัน

“แล้วมึงอะตาล ได้ข่าวว่าไปตามจีบหนุ่มนิติไม่ใช่หรอ เป็นไงบ้าง?” ฉันเปลี่ยนเรื่องคุยบ้างเพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้เรื่องที่มากกว่านี้ เดี๋ยวมันจะเอาไปแซวเล่น

“พูดแล้วกูก็เครียด เขาไม่สนใจกูเลยเว้ย” หน้ามันเปลี่ยนไปเข้าโหมดจริงจังทันที่ที่ฉันเอ่ยเรื่องนี้ออกมา 

“จริงหรอวะ” ไอ้มิลค์ที่ได้ยินยังอดงงกับสิ่งที่มันตอบมาเหมือนกับฉัน ไอ้ตาลเป็นถึงดาวคณะแต่กับจีบผู้ชายไม่ติดนี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น หมดกันความสวยที่ผู้ชายเหลียวหลังที่อุตส่าห์สั่งสมมานาน

“จริง นอกจากไม่สนยังไม่พอ แค่กูเข้าไปใกล้เขาก็เดินหนีกูแล้ว เสียความมั่นใจหมดเลยกู” มันพูดพลางบีบขวดน้ำจนเละด้วยความแค้นใจ ยิ่งพูดยิ่งอยากเห็นหน้าแล้วคงจะสนุกแน่เลย ช่างเป็นมวยที่ถูกคู่จริง ๆ

“อย่างเด็ด มึงอย่าเพิ่งเลิกจีบนะกูขอดูฤทธิ์เดชหน่อย อยากรู้จริง ๆ ว่าจะทนได้นานแค่ไหน” มันจะมีผู้ชายสักกี่คนที่ไม่สนผู้หญิงอย่างไอ้ตาล นอกจากจะสวยมากแล้วหุ่นมันก็แซบแถมนิสัยก็ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คนเห็นภายนอกด้วยซ้ำ ฉันว่าคนที่มันจีบคงจะตาถั่วแล้วแหละ

ขอแอบขายเพื่อนตัวเองหน่อยก็แล้วกัน

“ได้ เดี๋ยวเย็นนี้มึงไปกับกูเลย กูจะไปนั่งส่องเขาที่ใต้ตึกนิติ”

น่ากลัวไม่ไหวแล้ว ดูสายตาที่มุ่งมั่นนั่นสิตอนเรียนมันยังไม่ตั้งใจขนาดนี้เลย

“เออ ๆ”

ก่อนที่จะได้ไปตามดูชีวิตของคนอื่นฉันก็ต้องพาตัวเองไปเรียนก่อน ขาดเรียนไปหลายวันจนแทบจะตามเพื่อนไม่ทันอยู่แล้ว

ครืด!

เสียงมือถือสั่นในกระเป๋าทำให้ฉันต้องหยิบขึ้นมาดู

‘เรียนเสร็จแล้วก็อย่าเถลไถลล่ะ’

ข้อความนั้นมาจากพี่เซนซึ่งตอนนี้เขาอยู่ที่ร้านใหม่ คงจะงานยุ่งมากสินะแต่ยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ราวกับตาเห็น

หนูไม่ได้เถลไถลนะแค่ไปดูว่าที่แฟนของเพื่อนเฉย ๆ

ฉันอ่านข้อความนั้นเสร็จก็ส่งสติ๊กเกอร์หมีน้อยน่ารัก ๆ ตอบไปเป็นอันว่ารับทราบ

จากนั้นฉันและเพื่อน ๆ ก็ไปที่ห้องเรียนเพื่อหาวิชาให้เข้าหัวก่อนที่จะเป็นศพในช่วงไฟนอลนี้ วิชานี้เป็นภาษาง่าย ๆ แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับฉันเพราะต้องใช้เทคนิคการออกเสียงต่าง ๆ ซึ่งมันค่อนข้างยากสำหรับฉันมากแต่ถ้าฝึกฝนมาก ๆ ฉันมั่นใจว่ายังไงก็ทำได้อย่างแน่นอน

“ไปมึง ไปตึกนิติกัน” คนที่เพิ่งบ่นว่าเขาไม่สนใจลากฉันให้เดินตามหลังมันต้อย ๆ ตรงดิ่งไปที่ตึกคณะนิติศาสตร์หลังจากที่เลิกเรียนแล้ว ฉันน่ะไม่เคยมาที่นี่หรอกนะเพราะมันไม่ได้ใกล้กับคณะของพวกเราเลยสักนิด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ตาลมันไปเจอผู้ชายคนนี้จากที่ไหน

“เออ ๆ รู้แล้ว มึงจะรีบเดินทำไม” ฉันพยายามยื้อไอ้ตาลสุดชีวิต มันจะรีบเดินไปไหนก็ไม่รู้ ตึกมันไม่หนีหายไปไหนหรอก 

“ไม่ได้ เดี๋ยวเขาหนีกูกลับหอก่อน” คำพูดนั้นทำให้ฉันต้องจำใจเดินเร็วตามแรงปรารถนาอันแรงกล้าของเพื่อนสาว

เมื่อเรามาถึงตึกคณะนิติศาสตร์ที่คนเยอะไม่แพ้ตึกวิศวะเลยด้วยซ้ำ ผู้คนที่นี่หลายคนกำลังนั่งท่องอะไรสักอย่างอย่างคร่ำเครียดก็น่าจะเป็นตัวบทกฎหมายหรืออะไรสักอย่างทำนองนั้นล่ะมั้ง

พวกเราเดินเข้าไปหาที่นั่งกันโดยเลือกที่นั่งที่สามารถมองเห็นคนที่เดินลงมาจากตึกไกล ๆ

มุมดีไม่ไหว!

เด็กคณะนี้นี่ก็ไม่เบาเหมือนกันนะ ดูสิหน้าตาดีทั้งนั้นเลยมีความเป็นผู้ใหญ่และน่าเชื่อถืออย่างบอกไม่ถูก มิน่า เพื่อนฉันถึงได้มาติดได้ พอพูดถึงคนเป็นเพื่อนฉันก็หันไปมองที่มันทันทีพบว่าเพื่อน ๆ ทั้งหลายหยิบเครื่องสำอางมาเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะราวกับเป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

“นี่พวกมึงบ้ารึเปล่าเนี่ย ทำอะไรกัน” ฉันรีบปรามเหล่าเพื่อน ๆ อย่างเร็วเพราะพวกมันเริ่มที่จะอาการหนักแล้ว

“กูขอหน่อยเดียว เดี๋ยวเขาออกมาแล้วกูไม่สวย” มันพูดพลางค่อย ๆ ตบพัฟไปที่หน้าของตัวเองเบา ๆ

“อีกนิดมึงก็ได้ไปเล่นงิ้วแล้วนะ พอเลย” ฉันรีบแย่งพัฟนั้นออกจากมือของมันพร้อมกับเก็บลงไปในตลับแป้งเหมือนเดิม มันหันหน้ามาทำหน้าไม่พอใจใส่นิดหน่อนก่อนที่มันจะหยิบบลัชออนออกมาเติมแทน

ยังไม่หยุดอีก

ฉันล่ะเหนื่อยใจจริง ๆ จึงได้ปล่อยให้พวกมันแต่งอย่างเต็มที่เพราะขี้เกียจห้ามแล้ว ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงพวกมันก็แต่งหน้าแบบจัดหนักจัดเต็มกันเสร็จโดยที่ฉันได้แต่นั่งมอง

เล่นโทรศัพท์มือถือไปได้สักพัก มือเล็กของคนข้างตัวก็สะกิดฉันยิก ๆ เหมือนกับว่ามันต้องการจะสื่ออะไร พอฉันมองตามสายตานั้นไปก็พบว่าผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งออกไปทางตี๋ ๆ นิดหน่อยกำลังเดินลงมาจากตึกพร้อมเพื่อน ๆ ของเขา เขาเหลือบมองมาทางโต๊ะเราอยู่แวบเดียวก่อนที่จะเบนหน้าหนีไป ทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้จึงต้องหันไปมองหน้าไอ้ตาลก็พบว่ามันจ้องไปที่ผู้ชายคนนั้นตาแทบจะหลุดออกมา

ฉันใช้มือผลักหัวมันออกไปช้า ๆ เพื่อให้มันหยุดการกระทำนี้

ตอนแรกฉันก็แปลกใจว่าทำไมถึงมีคนกล้าเมินคนอย่างไอ้ตาลแต่ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างเข้าแล้ว ก็มันเล่นน่ากลัวซะขนาดนี้เป็นใครใครก็กลัว ไม่ต้องเป็นคนที่มันชอบหรอกถ้าฉันเจอแบบนี้ฉันก็กลัวเหมือนกัน 

“พอแล้ว” ฉันหยิบหนังสือเล่มหนามาวางคั่นสายตาของมันที่จดจ้องไปที่ผู้ชายที่หมายปอง

“ขออีกนิด มุมนี้กำลังดีเลย” น่ากลัวเกินไปแล้ว

ผู้ชายที่มันตามจีบเดินมานั่งโต๊ะที่ห่างจากเราสามโต๊ะ ฉันดูหน้าก็รู้เลยว่าโดนเพื่อนลากกลับมาอย่างแน่นอนจากที่ตอนแรกจะเดินออกไปจากตึกแล้ว ถือว่าเป็นบุญของเพื่อนฉันก็แล้วกันนะ

“เขากลับมานั่งแล้วมึง ต้องเป็นเพราะกูแน่ ๆ” แหม กระดี๊กระด๊าเกินเหตุจริง ๆ เข้าข้างตัวเองเก่ง

“แล้วเขาชื่ออะไรวะ พวกกูยังไม่รู้เลย” ไอ้พิลที่นั่งส่องผู้ชายไปเรื่อยถามขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ตามันยังคงจับจ้องไปที่โต๊ะอื่น

“มึงคุยกับกูก็หันมามองหน้าสวย ๆ ของกูหน่อยเถอะ”

“กูไม่ได้ชอบผู้หญิง กูชอบผู้ชาย” ก็จริงนี่เนอะ

“แล้วจะบอกได้ยังว่าคนนั้นชื่ออะไร” คราวนี้คนน่ารักของกลุ่มถามขึ้นมาบ้าง

“ชื่อโดม” ว่าแต่คนอื่นตัวเองก็ไม่ยอมหันมามองหน้าเพื่อนเลยสักนิด

โดมน่ะถึงจะเป็นรุ่นเดียวกันกับเราแต่เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก ๆ เลย ดูการแต่งตัวและบุคลิกฉันนึกว่าออกมาจากนิยายสักเรื่องเพราะทุกอย่างดูเรียบร้อยจนถึงขั้นว่าดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยก็ว่าได้

“แล้วมึงเคยเข้าไปคุยบ้างรึยัง” พอฉันพูดจบมันก็หันมาจ้องหน้าฉันนิ่ง ๆ พร้อมกับส่ายหน้า

“ใครจะไปกล้าล่ะ แค่กูมาแอบมองแค่นี้เขาก็หนีกูจนกูเสียความมั่นใจไปหมดแล้วเนี่ย”

“ไม่ลองก็ไม่รู้ไหม เดี๋ยวอาทิตย์หน้ามีวันลอยกระทงมึงก็ไปตีเนียนทำความรู้จักไว้ก่อนเผื่อจะได้ลอยกระทงกับคนนี้”

“สาธุ ขอให้กูได้จริง ๆ เถอะ” ถึงกับยกมือไหว้ขอ ฉันเชื่อจริง ๆ แล้วว่ามันอยากได้มาก

“มึง กูไปก่อนนะพอดีพี่เอิร์ทมารับแล้ว” ไอ้มิลค์ลุกขึ้นและเดินออกไปจากโต๊ะทันทีที่ลาพวกฉันเสร็จ

“นี่แหละนะคนมีผัว ถ้ามึงมีอีกคนนะไอ้ตาล กูคงโดนทิ้งเป็นหมาหัวเน่าแน่ ๆ” โหมดน้อยใจก็มา ไอ้พิลสาวสองประจำกลุ่มแกล้งบีบน้ำตาเรียกความสงสารแต่ฉันกลับหมั่นไส้มันมากกว่าสงสารแล้วนะตอนนี้

“ให้กูได้ก่อน เดี๋ยวกูซื้อเด็กมาอยู่เป็นเพื่อนมึงเองไม่ต้องห่วง” คำตอบของไอ้ตาลทำฉันขำออกมาโดยไม่รู้ตัว นอกจากมันจะไม่รู้สึกผิดใด ๆ แล้ว มันยังจะหาเด็กมาให้เพื่อนอีก ช่างใจบุญจริง ๆ

“สัญญาแล้วนะ” นี่ก็ดันเล่นตามอีก

“เดี๋ยวกูช่วยหารค่าตัวก็แล้วกัน” ฉันหันไปร่วมกระบวนการนี้ด้วยอีกคน จริง ๆ ก็พูดไปอย่างนั้นแหละแต่ไม่ทำจริงหรอก ฉันยังไม่อยากให้เพื่อนไปเสี่ยงกับโรคติดต่อทางนั้นเพราะมันอันตรายมาก

เนื่องจากไม่มีอะไรให้ทำแล้วฉันจึงต้องหยิบเอางานต่าง ๆ ที่สะสมมาจากการเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่คราวก่อนออกมาทำเพราะกลัวว่าจะส่งไม่ทันตามกำหนด ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากอะไรเป็นแค่การเขียนประโยคสั้น ๆ เท่านั้น ฉันเริ่มลงมือเขียนระหว่างที่รอทั้งสองคนส่องผู้ชาย จนอาการปวดฉี่ก็เริ่มเข้ามาแทรกจนแทบจะทนไม่ไหว เลยต้องพาตัวเองมาที่ห้องน้ำก่อน

ฉันทั้งเดินทั้งวิ่งเพื่อให้ตัวเองถึงที่หมายไว ๆ เพราะอัดอั้นมานานมากแล้วจนร่างกายต้องการปลดปล่อยจริง ๆ จึงได้ออกมาเข้า พอมาถึงที่หมายก็พบว่ามันประตูถูกล็อกเอาไว้แล้ว ทำให้ฉันต้องพาตัวเองมาเข้าที่ชั้นสองของตึก โชคดีหน่อยที่ยังมีนักศึกษาเรียนอยู่ทำให้มันยังเปิดให้บริการอยู่ ฉันรีบตรงดิ่งเข้าไปเพื่อปลดปล่อยของเสียให้ออกจากร่างกายโดยเร็ว เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วฉันก็ออกมาจากห้องน้ำแห่งนั้นพร้อมกับความสบายตัว

เมื่อฉันเดินกลับไปทางเดิมที่เดินมาแล้วนั้นสองขาพลันหยุดชะงักลงมันทีที่สายตาไปสบเข้ากับใครบางคนที่ฉันเกือบลืมไปแล้วว่าเขาเรียนที่คณะนี้ ใบหน้าที่คุ้นเคยยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาเดินลงมาจากชั้นสามพร้อมกับเพื่อนของเขาอีกหนึ่งคนแต่พอเราได้เจอหน้ากันร่างกายของเราทั้งคู่หยุดชะงักลงทันที

“วา” พี่ดาร์กเรียกชื่อฉันด้วยสีหน้าที่ดูตกใจไม่น้อยที่เจอฉันอยู่ตรงนี้

ฉันไม่อยากที่จะตอบอะไรเขาจึงได้แต่ยิ้มให้เพื่อนของเขาตามปกติที่เคยทำกับคนอื่น

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ” เมื่อฉันกำลังจะชิ่งหนีไป คนตรงหน้ากลับเอ่ยถามดักไว้ก่อน

“พอดีมาหาเพื่อนค่ะ ขอตัวนะคะ” ฉันหันไปตอบพร้อมกับโค้งให้เป็นการบอกลา

เมื่อทุกอย่างจบลงฉันรีบเดินลงบันไดอย่างรวดเร็วโดยมีพี่ดาร์กและเพื่อนของเขาเดินตามหลังมาติด ๆ จนฉันอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล ๆ โต๊ะของเพื่อนอยู่ไม่ไกลมากนักทำให้ฉันกลับมาที่โต๊ะได้เร็วโดยใช้เวลาไม่นาน พอมองกลับไปร่างใหญ่ของพี่ดาร์กเดินมานั่งที่โต๊ะเดียวกับโดมผู้ชายของไอ้ตาลมัน

โอ๊ย บังเอิญเกินไปรึเปล่าเนี่ย

ทั้งคู่ดูรู้จักและสนิทสนมกันจนฉันอยากจะหนีไปจากตรงนี้ที่บอกไปว่ามาหาเพื่อนน่ะ เขาน่าจะจับได้หมดแล้วว่าฉันโกหกถึงที่สลับกันมองมาทางนี้ตลอด

“มึงกูไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่เสือรอนาน” ขอชิ่งก่อนแล้วกันนะ อายไม่ไหวแล้ว

“กูไปด้วยเหลือสองคนไม่สู้ว่ะ” ไอ้ตาลพูดพลางเก็บของใส่กระเป๋าเร็ว ๆ ราวกับว่ากลัวฉันจะทิ้งไว้ที่นี่อย่างนั้นแหละ

พวกเราเดินออกจากที่นั่นจนมาถึงที่คณะก่อนที่จะแยกย้ายกันไป โดยที่ฉันมายืนรอพี่เสืออยู่ที่เดิมที่ที่เขาเคยมาส่ง รอแค่ไม่กี่นาทีรถคันเดิมก็เคลื่อนมาจอดข้างหน้าทันที ฉันรีบเดินเข้าไปนั่งข้างในนั้นเพราะรู้สึกร้อนกับอากาศข้างนอกที่แทบจะเผาฉันให้ตายทั้งเป็นง่าย ๆ

“พี่เสือทำงานกับพี่เซนมานานรึยังคะ” ฉันหาเรื่องคุยกับคนขับรถเพราะรู้สึกเกร็ง ๆ อยู่นิดหน่อย

“จริง ๆ ก็รู้จักกันนานมากแล้วครับ พ่อผมทำงานกับท่านประธานมาตั้งแต่ผมยังเด็กเลยโตมาด้วยกันครับ” งั้นฉันก็ถามความลับของพี่เซนจากพี่เสือได้น่ะสิ

“ถ้าอย่างนั้นพี่เสือก็คงรู้เรื่องของพี่เซนดีน่ะสิคะ” ฉันโยนหินถามทางไปก่อน

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” ว่าแล้วเชียว

“พี่เซนมีแฟนมากี่คนแล้วคะ” สิ่งที่ฉันอยากรู้ถูกถามไปโดยอัตโนมัติ

“เขาไม่เคยมีแฟนหรอกครับ มีเคยคุยเล่น ๆ แต่ก็ไม่เคยจริงใจกับใคร” คนอย่างเขาเนี่ยนะจะไม่มีแฟน เป็นไปไม่ได้หรอก

“แม้แต่อยู่ที่ต่างประเทศหรอคะ”

“ครับ”

ฉันเชื่อเขาได้จริง ๆ หรอ รวมหัวกันปกปิดอะไรฉันรึเปล่าเนี่ย

“แล้วทำไมเขาไม่คบกับใครเลยล่ะคะ” พอฉันถามคำถามนี้ไปพี่เสือแอบอมยิ้มโดยที่ถ้าไม่สังเกตจริง ๆ คงไม่เห็นอย่างแน่นอน

“เรื่องนี้ผมว่าลองไปถามเขาเองดีกว่านะครับ” นั่นไง มีพิรุธเห็น ๆ ฉันเดาอะไรไม่ผิดแน่นอน

“ก็ได้ค่ะ แล้วนี่เขาทำงานเสร็จรึยังคะ” ฉันยอมอย่างจำนนและยังแอบหยอดถามตารางงานของพี่เซนอีกนิดหน่อย

“วันนี้คงไม่ได้กลับมาหรอกครับ น่าจะค้างที่โน่นเลยเพราะเขากำชับผมให้เตรียมอาหารเย็นไว้ให้คุณวาแล้ว” ต้องทำขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย

“เอ่อ พี่เสือไม่ต้องเรียกคุณก็ได้นะคะ เรียกวาเฉย ๆ ดีกว่าค่ะหนูรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้” ก็มันจริงไหมล่ะ ฉันอายุแค่สิบเก้าแต่มีคนเรียกคุณ มันช่างไม่เข้ากับอายุตอนนี้จริง ๆ

“มันเป็นหน้าที่ครับ”

“ถือว่าหนูขอเถอะค่ะ เรียกว่าน้องวาก็ได้หนูไม่ถือ” ฉันพูดต่ออย่างไม่ยอม

“ก็ได้ครับ” สุดท้ายพี่เสือก็ยอมฉัน

เมื่อถึงที่คอนโดพี่เสือก็ยื่นถุงกระดาษบางอย่างมาให้ฉัน ฉันรับมาโดยไม่ลืมที่จะขอบคุณ พอมองเข้าไปก็เห็นเป็นกล่องสีชมพูพาสเทลน่ารักพร้อมกับตะเกียบวางไว้อยู่บนฝากล่องนั้นอย่างเรียบร้อย คงจะเป็นกล่องข้าวที่เขาบอกว่าเตรียมมาให้ล่ะมั้ง

ช่วงเย็นของฉันแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากปั่นงานที่เหลือจากที่ทำไว้ช่วงบ่าย เมื่อรู้สึกหิวจึงหยิบเอากล่องข้าวที่พี่เสือเตรียมมาให้ออกมาพร้อมกับเตรียมตัวลงมือทาน เมื่อเปิดออกมาก็ทำฉันว้าวมากกว่าเดิมเมื่อเห็นข้าวหน้าปลาไหลของโปรดอยู่ในนั้น เนื้อปลาไหลแน่น ๆ ที่วางโปะลงบนข้าวทำให้ฉันแทบจะอดใจไม่ไหว สีน้ำตาลฉ่ำสวยก็ยิ่งเพิ่มความน่ากินของมันเข้าไปอีก มือที่ถนัดเอื้อมไปหยิบอาวุธและลงมือจัดการกับของตรงหน้า

คำแรกที่เข้าปากไปทำเอาฉันแทบอยากจะร้องไห้เพราะมันอร่อยมาก ดีกว่าทุกร้านที่เคยไปกินมาจริง ๆ พรุ่งนี้ฉันต้องถามเขาให้ได้ว่าซื้อมาจากร้านไหน พอกินหมดเกลี้ยงแล้วฉันก็เดินไปหยิบชีสเค้กจากในตู้เย็นออกมากินเป็นของหวานสำหรับมื้อนี้

ครืด ครืด!

เสียงมือถือที่วางอยู่โต๊ะสั่นอย่างแรง ฉันวางช้อนไว้ที่จานที่ใส่เค้กพร้อมกับเอื้อมตัวไปหยิบมือถือมา

‘พี่เซน’ ชื่อบนหน้าจอบ่งบอกให้รู้เลยว่าเป็นใครที่โทรมา

“คิดถึงหรอคะถึงโทรมาหาน่ะ” ฉันพูดออกมาทันทีที่กดรับสาย ถ้ารับดี ๆ ก็ไม่ใช่ฉันสิจริงไหม

(คิดถึง อยากกลับไปหาแล้ว) โหมดอ้อนกลับมาอีกแล้ว

“ยังเคลียร์งานไม่เสร็จอีกหรอคะ” ด้วยความที่เสียงเขาดูเหนื่อย ๆ ฉันจึงได้ถามออกไป

(ยังไม่เสร็จ)

“เป็นไงล่ะอยากทำงานเยอะดีนัก” ก็ต้องทำใจเนอะ เมื่อก้าวเข้าไปทำแล้วก็ต้องทำออกมาให้ดีเหมือนกับที่เริ่มคิดที่จะทำตั้งแต่แรก

(เดี๋ยวไม่มีค่าสินสอดไปขอหนูไง) จะบ้าหรอ ฉันเพิ่งอยู่ปีหนึ่งเองนะ

“รีบไปรึเปล่าคะ”

(ต้องรีบสิ กะว่าถ้าจบจะขอหมั้นไว้เลย)

“จะบ้าหรอ”

(หรือจะหมั้นตอนนี้เลย)

“ไม่ได้ค่ะ หนูยังไม่พร้อมนะ” ใครจะไปหมั้นล่ะ ดูท่าทางเขาจะเอาจริงด้วยนะเนี่ย

(โอเค ไม่พร้อมก็ไม่พร้อม แล้วกินข้าวรึยัง) เมื่อเขาเห็นว่าฉันไม่เล่นด้วยจึงหาเรื่องอื่นมาคุยด้วย

“เรียบร้อยค่ะ” ฉันตอบพลางเหลือบไปมองกล่องที่เคยเต็มไปด้วยข้าว ตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่กล่องเปล่าที่ยังไม่ได้เก็บ

(เสร็จแล้วก็รีบนอนได้แล้ว อย่านอนดึกมากนะเดี๋ยวไม่สบายอีกนะรู้ไหม) ฉันควรเป็นคนพูดคำนี้สิ

“บอกตัวเองเถอะค่ะ อย่าหักโหมให้มาก พักผ่อนบ้างอย่าเอาแต่ทำงานจนลืมทานข้าวล่ะ”

(รู้แล้ว แค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปคุยงานก่อน)

“ค่ะ”

(ฝันดีครับ)

“ฝันดีค่ะ” โอ๊ย ใจเต้นแรงราวกับเขามายืนกระซิบอยู่ข้างหูเลยละมุนที่สุด เขาไม่เคยบอกฝันดีกับฉันเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้กลับต่างไปจากเดิมไปกินยาตัวไหนมาไหมเนี่ยทำไมน่ารักขึ้นเยอะเลย

ฉันนอนกอดหมอนและกลิ้งไปมาอยู่บนโซฟากับอาการเขินนั้นอยู่นาน คนบ้าอะไรชอบทำให้ใจเต้นแรงตลอดเลย

เมื่อตั้งสติได้แล้วก็เอาของทุกอย่างไปเก็บให้เข้าที่พร้อมกับอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายที่ไปผ่ามรสุมจากข้างนอกมาเป็นเวลานาน จนตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นสบู่และกลับมานอนที่เตียงตามปกติที่เคยเป็นเหมือนที่ผ่านมา ใช้เวลาไม่นานฉันก็หลับไปพร้อมกับความง่วงงุนและเข้าไปอยู่ในความฝันที่หวานละมุนต่อไป

เช้าของอีกวันฉันตื่นขึ้นมาท่ามกลางสภาพอากาศภายนอกที่ไม่ดีนัก ฝนตกหนักและลมพัดอย่างแรงจนร้านค้าต่าง ๆ ที่วางตามท้องถนนต้องรีบเก็บและเคลื่อนย้ายไปในที่ ๆ ปลอดภัย อุณหภูมิลดลงจนทำให้ฉันต้องปิดแอร์ที่ห้อง บรรยากาศช่วงฝนตกอย่างนี้ทำให้ฉันไม่อยากลุกไปไหนเลย อยากนอนกอดหมอนโง่ ๆ อยู่ที่เตียงอันแสนอบอุ่นอย่างนี้ไม่ไปไหน

เนื่องจากว่าฉันมีเรียนบ่ายจึงไม่ต้องรีบร้อนออกไปตั้งแต่เช้าเหมือนทุก ๆ วัน มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือจากหัวเตียงมาเช็คข่าวสารตามปกติเพื่อดูความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของประเทศเรา สักพักก็มีข้อความจากพิลส่งเข้ามาในกลุ่มแชท

‘ใครเป็นชะนีโปรดอ่าน! พวกมึงวันนี้อาจารย์ปวินทร์ยกคลาสนะจ๊ะ ไม่ต้องไปเรียนบ่ายนี้ เขาบอกจะนัดชดอีกทีอาทิตย์หน้าช่วงเช้า อย่าเด๋อไปเรียนคนเดียวอีกล่ะ’ ข่าวดีของวันถูกส่งมาจากเพื่อนรักของฉันแถมท้ายประโยคยังแอบแซะไอ้มิลค์ที่ครั้งที่แล้วมันไปเรียนทั้ง ๆ ที่อาจารย์ยกคลาสไปแล้วแถมเพื่อนยังบอกในกลุ่มแล้วอีกด้วย

ฉันส่งสติ๊กเกอร์ตอบมันไปพร้อมกับส่งไปบอกพี่เสือด้วยอีกคน เขาจะได้ไม่เสียเวลามารับฉันที่หอ

วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริง ๆ เลย

แอบไปหาพี่เซนดีไหมนะ ความคิดของฉันเริ่มผุดขึ้นมาในหัว

แต่เขาจะโกรธรึเปล่าถ้าฉันไปกวนเวลางาน และอีกความคิดก็เริ่มเข้ามาหักล้าง

ตอนนี้ในสมองของฉันเริ่มมีสนามรบย่อม ๆ อยู่ข้างในแล้ว เมื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้สักที

โอ๊ย เอาไงดี

ฉันส่งข้อความไปถามพี่เสือเผื่อว่าเขาจะช่วยอะไรได้บ้างและฉันก็คิดถูกที่เลือกเขาเป็นที่ปรึกษา นอกจากจะให้คำแนะนำได้แล้วยังอาสาจะมารับอีกทั้ง ๆ ที่ฉันห้ามไว้แล้วแท้ ๆ ในเมื่อมีผู้ร่วมอุดมการณ์ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้พี่เสือไม่ต้องรอนานไปมากกว่านี้

เมื่อรถเคลื่อนมาจอดที่ใต้คอนโดเรียบร้อยฉันก็รีบก้าวขึ้นไปพร้อมกับนั่งที่อย่างเรียบร้อย พี่เสือพาฉันมาส่งที่ร้านใหม่ของพี่เซนภายในเวลาอันรวดเร็วพร้อมกับนำทางพาฉันไปที่ห้องทำงานห้องเดิมที่เคยไปคราวที่แล้ว ครั้งที่แล้วฉันมาตอนที่ฟ้ามืดแล้วจึงไม่ค่อยเห็นอะไรมาก แต่ครั้งนี้ฉันเห็นทุกอย่างอย่างละเอียด การตกแต่งของที่ร้านดีมากจนฉันอยากจะชื่นชมคนออกแบบจริง ๆ สวย หรู มีความเป็นผู้ชายและตัดด้วยสีขาวเพื่อช่วยให้ไม่ดุจนเกินไป 

ฉันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ จนพี่เสือพาฉันมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานของพี่เซน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เขาลงมือเคาะประตูให้ฉันอย่างรู้หน้าที่

ไม่นานประตูสีเข้มก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับใบหน้าหล่อที่หายไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่ยังดูสะลึมสะลืออยู่ไม่น้อย 

สงสัยจะเพิ่งตื่นล่ะมั้ง

เมื่อสายตาคมมองมาเห็นฉันเขาดูตกใจเล็กน้อยที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้

“มาได้ยังไง” เสียงทุ้มที่แหบนิด ๆ เอ่ยถามอย่างสงสัย

“วันนี้ไม่มีเรียนค่ะ” ท่าทางที่ดูซึม ๆ นั้นทำเอาฉันอดห่วงไม่ได้ เขาดูไม่มีชีวิตชีวาเลยสักนิด

ร่างสูงของพี่เซนเบี่ยงตัวเพื่อให้ฉันเดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับกดล็อคประตูเอาไว้ราวกับกลัวว่าจะมีคนมากวน ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปนั่งที่โซฟาร่างสูงของพี่เซนเดินมาโอบกอดฉันเอาไว้จากทางด้านหลัง

“คิดถึงจัง” เสียงอู้อี้ดังมาจากด้านหลังของฉัน พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่ที่เป่ารดต้นของเล็กอยู่ตลอดเวลา

“คิดถึงอะไรกันคะ ไม่ได้เจอแค่วันเดียวเอง” ฉันหันไปเผชิญหน้ากับเขาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถูกปล่อยออกจากอ้อมแขนเลย

ฉันพยายามขยับตัวเพื่อไปนั่งที่โซฟาอย่างยากลำบากเนื่องจากติดคนตัวใหญ่ที่ยังโอบกอดฉันไว้ราวกับเด็กติดแม่ จนไปถึงที่หมายจึงล้มตัวลงอย่างแรงโดยมีผู้ใหญ่ที่ทำตัวเหมือนเด็กนั่งลงมาข้าง ๆ พร้อมกัน หัวหนัก ๆ ของเขาซบลงมาที่ไหล่ของฉัน โชคดีที่ฉันเอนตัวไปพิงกับพนักพิงด้านหลังจึงมีอะไรช่วยรับน้ำหนักได้ค่อนข้างดี แต่ถามว่าตอนนี้หนักไหม ฉันก็ยังยืนยันว่าหนักมากเหมือนเดิม

ร่างสูงขยับตัวออกห่างหลังจากที่ซบอยู่หลายนาที เขาล้มตัวลงนอนยาวเหยียดเต็มโซฟาโดยที่วางหัวไว้ที่ต้นขาของฉันแถมยังดึงมือฉันไปจับไว้อีกต่างหาก เขาค่อย ๆ หลับตาลงและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอคือคำตอบที่บ่งบอกว่าเขาหลับไปเรียนร้อยแล้ว

คนที่นั่งเป็นหมอนจำเป็นอย่างฉันก็ได้แต่นั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าขยับไปไหนเพราะกลัวคนที่เพิ่งจะนอนหลับอย่างเขาตื่น จนร่างกายรู้สึกเกร็งไปหมดทุกสัดส่วนแถมตอนนี้ขายังรู้สึกชา ๆ แล้วด้วย มือที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรของฉันลูบไปที่ผมหนาที่ทิ่มแทงลงบนต้นขาของฉันอย่างสม่ำเสมอ

ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเล่นและพยายามแกะมือที่ถูกจับไว้แน่นออกจากมือใหญ่ ๆ นั้น ยังไม่ทันที่จะหลุดออกจากกันร่างสูงพลิกตัวโดยเปลี่ยนจากนอนหงายมาเป็นนอนตะแคงหันหน้าเข้าสู่หน้าท้องของฉันจนฉันขนลุกไปหมดเมื่อปลายจมูกโด่งสัมผัสกับผิวบริเวณท้องนั้น มือที่จับไว้ในตอนแรกค่อย ๆ คลายออกจากกันและหลุดออกมาในที่สุดหลังจากที่ฉันแกะอยู่นาน จากตอนแรกที่จะเล่นโทรศัพท์มือถือฆ่าเวลาแต่ตอนนี้กลับทำไม่ได้แล้วเพราะสมาธิที่เหลือของฉันไม่จรดจ่ออยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด จึงได้พยายามที่จะตั้งสติให้กลับมาโดยเร็ว

เวลาผ่านไปร่วมหนึ่งชั่วโมงร่างสูงที่เคยนอนอยู่บนตักของคนตัวเล็กได้ลืมตาตื่นขึ้นมา ผิดกับคนตัวเล็กที่ตอนแรกเป็นหมอนให้เขาแต่ตอนนี้กลับนอนแน่นิ่งหลับไปกับพนักพิงของโซฟา เรียกรอยยิ้มจากร่างสูงได้อย่างมาก ร่างสูงค่อย ๆ พยุงให้เธอเอนตัวราบไปกับโซฟาเพื่อให้ร่างกายไม่ต้องฝืนนอนในท่าที่ทำให้ปวดหลังส่วนคนตัวเล็กที่หลับก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างใดเพียงแค่ขยับหาท่าที่ตนรู้สึกสบายมากขึ้นเท่านั้น

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ ร่างสูงที่นั่งมองอยู่ค่อย ๆ โน้มใบหน้าคมลงไปหาคนขี้เซาตรงหน้าพร้อมกับกดจมูกโด่งลงไปฟัดแก้มกลม ๆ ที่ได้มาจากการกินเยอะฟอดใหญ่ คนโดนแกล้งขมวดคิ้วอย่างรำคาญพร้อมส่งเสียงเพื่อให้คนแกล้งหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่

เขาเลิกที่จะแกล้งและปล่อยให้เธอนอนอยู่อย่างนั้นโดยไม่ลืมที่จะไปเอาผ้าห่มในห้องนอนมาห่มให้เพราะกลัวว่าเธอจะไม่สบายเนื่องจากตอนนี้อากาศภายนอกมีฝนตกอย่างหนักทำให้อุณหภูมิภายในห้องพลอยเย็นลงตามไปด้วย
 

 

-----------------------------------

talk 1 กลับมาแล้วค่ะ ไหนใครยังรออยู่รึเปล่า

วันนี้มาเร็วกว่าทุกวันเลยน้า ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

talk 2 ไรท์มาแล้วววววว มาอ่านกันเร็ว

ไหนวันนี้ใครถูกหวยบ้างคะหรืออยู่ในทีมถูกกินเหมือนไรท์ พูดแล้วก็เศร้าใจ5555

แต่ไม่เป็นไรนะคะมาอ่านนิยายเรื่องนี้ปลอบใจแทนน้า

talk 3 ครบ 100% แล้ว

ตอนนี้ออกจะหวานหน่อย ๆ ไม่มีดราม่านะคะ ขอให้อ่านอย่างสนุกน้า

เเล้วมาเจอกันตอนหน้าวันเสาร์นะคะ

รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ จุ้บ

 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ตอนนี้อันดับขึ้นไปที่ 28 แล้ว

ดีใจมาก ๆ เลย ขอบคุณทุก ๆ คนจากใจเลยน้า ❤️

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #95 pattarajirawadee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 11:04
    ทั้งเขินทั้งฟินอยู่นิ่งๆไม่ได้แล้วอ่านไปยิ้มไป ฮื่อออชอบอะชอบมากๆๆเลย
    #95
    1
    • #95-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      19 มิถุนายน 2563 / 13:45

      💜😖😝😝😝😝
      #95-1
  2. #94 aomunyarat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 17:40
    น้องเขิน เราก็เขินตาม อิพี่ทำตัวน่ารักไปนานๆนะ ขอบคุณที่มาอัพนะคะไรท์ ❤️❤️
    #94
    1
    • #94-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      17 มิถุนายน 2563 / 21:57

      🤩🤩🤩😝😝😝
      #94-1
  3. #93 0914600139 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 01:10
    อิพี่งานเยอะ หาเงินไว้ให้น้องใช้5555 ว่าแต่อิพี่รู้ยังน้องมาส่องผู้กะเพื่อนนะ
    #93
    1
    • #93-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      17 มิถุนายน 2563 / 09:08

      นั่นสิพี่รู้รึเปล่า555
      #93-1
  4. #92 aomunyarat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 19:00
    มานั่งส่องผู้กับเพื่อน เดี๋ยวโดนดีแหละน้อง 555 ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ สู้ๆค้าาไรท์
    #92
    1
    • #92-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      16 มิถุนายน 2563 / 19:17
      จุ๊ ๆ พี่เซนไม่รู้🤫🤫🤫
      #92-1
  5. #91 pattarajirawadee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 08:04
    ยิ่งอ่านคือยิ่งดีมากๆๆๆ ชอบการเขียนของไรท์สุดๆเลย คือเขียนแต่ละครั้งภาพเเบบลอยมาเลยอะ5555 ชอบมากๆเลย ฮื้อออออ
    #91
    1
    • #91-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      16 มิถุนายน 2563 / 08:44

      ขอบคุณมากๆค่ะ จะพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆนะคะ🌈😍
      #91-1
  6. #90 aomunyarat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 17:28

    ความรู้สึกตามสติ๊กเกอร์เลยค่ะ5555 นึกว่าน้องจะโดนกินซะแล้ว ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ ดีใจกับอันดับด้วยค่ะ ขอให้มีคนอ่านอีกเยอะๆนะคะ 😊😊
    #90
    1
  7. #89 Duangruedeeee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 14:48
    รอต่อจร้าาาาาา
    #89
    1
    • #89-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      15 มิถุนายน 2563 / 15:31

      รับทราบ!🌈🌥🍀
      #89-1
  8. #88 Smail (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 13:53
    รอเหมือนเดิมคร้
    #88
    1
    • #88-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      15 มิถุนายน 2563 / 14:16

      น่ารักที่สุดเลย🌈🥰
      #88-1
  9. #87 pig_earn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 21:16
    รอน้าาาาาา
    #87
    1
    • #87-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      14 มิถุนายน 2563 / 22:10

      ❤️❤️❤️ รักน้า
      #87-1
  10. #86 Suitors (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 21:11
    รองับบบบบบ
    #86
    1
    • #86-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      14 มิถุนายน 2563 / 22:09

      โอเคค่ะ🤟🏽💕
      #86-1
  11. #85 mamja-01 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 19:46
    เดินทางปลอดภัยนะคะ
    #85
    1
    • #85-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      14 มิถุนายน 2563 / 22:09
      ขอบคุณค้าบ🌈🥕❤️
      #85-1
  12. #84 Kran999 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 18:12
    เดินทางปลอดภัย รีบกลับมาอัพเร็วๆ น๊าาาา
    #84
    1
    • #84-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      14 มิถุนายน 2563 / 18:13
      รับทราบครับ🤟🏽👌🏻🌥
      #84-1
  13. #83 aomunyarat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 17:57

    รับทราบค้าา
    #83
    1
    • #83-1 std22732(จากตอนที่ 17)
      14 มิถุนายน 2563 / 17:59
      โอเคค่า 🌈👌👌🏻
      #83-1