แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 16 : ความเปลี่ยนแปลง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    4 ก.ค. 63

 

15

ความเปลี่ยนแปลง

 

ช่วงสายของวันเราสองคนเดินทางมาที่บ้านของฉันตามคำขอของยาย ก่อนที่จะเข้าไปในหมู่บ้านพี่เซนก็แวะซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไปให้ยายของฉัน ทั้ง ๆ ที่ฉันพยายามห้ามเขาแล้วแต่เขาก็ไม่ฟังเลยสักนิดจนตอนนี้ของที่เราซื้อมาวางกองอยู่เบาะหลังจนล้นเบาะ

“พี่ซื้ออะไรไปเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย” ฉันบ่นพร้อมกับจัดของไม่ให้มันหล่นลงมาจากเบาะ

“ซื้อไปเอาใจไงเผื่อยายจะยอมรับพี่เป็นหลานเขย”

“ทำดีหวังผลนี่”

“ก็ไม่ได้หวังอะไร ขอแค่ได้หลานสาวมาก็พอ”

“น่ากลัวเกินไปแล้ว”

“ก็มันคือเรื่องจริง”

“รู้แล้วค่ะ ๆ”

ทำมาเป็นปากหวาน แต่ก่อนคงพูดแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนล่ะสิ

ฉันมองค้อนไปที่คนขับรถที่ดูจะอารมณ์ดีเหลือเกิน

เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงบ้านของฉัน ตอนนี้พี่เซนขับรถเข้าไปจอดเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงเข้าไปช่วยเขาขนของเข้าบ้าน

คุณยายที่ตั้งหน้าตั้งตารออยู่รีบเดินออกมารับทันทีพร้อมกับในอ้อมแขนที่มีแมวตัวอ้วนซุกอยู่

สบายเชียวนะไอ้อ้วน

“คุณยายสวัสดีครับ” พี่เซนยกมือไหว้ยายของฉันเป็นการทักทายทำให้ฉันต้องยกมือไหว้ตามเพื่อไม่ให้น้อยหน้า

“โตเป็นหนุ่มแล้วตัวสูงขึ้นเยอะเลย ไปเข้าบ้าน ๆ” คุณยายนำทางพวกเราเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น

เมื่อของทุกอย่างถูกเก็บไปแล้วฉันก็ไปอุ้มเจ้าแมวอ้วนของฉันที่นอนเล่นบอลอยู่คนเดียวข้างโซฟามากอดด้วยความคิดถึงพร้อมกับแอบฟังบทสนทนาระหว่างยายกับพี่เซนไปด้วย

“แล้วนี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก”

“ผมกลับมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วแล้วครับ”

“ทำไมไม่มาเยี่ยมยายบ้างเลยนะ ดูสิโตขนาดนี้แล้วค่อยได้เจอกัน”

ยายหลานยายอยู่นี่ นั่งอยู่ตรงนี้

ฉันบอกกับยายในใจเมื่อเห็นว่ายายไม่หันมาสนใจฉันเลยสักนิด

“พอดีช่วงนั้นพ่อผมเริ่มทำโรงแรมสาขาใหม่ครับก็เลยยุ่ง ๆ”

“ไม่เป็นไร ๆ มากินข้าวกันก่อนยายทำไว้รอเยอะเลย”

คุณยายจูงมือของเขาไปที่โต๊ะอาหารอย่างเร่งรีบโดยที่ไม่ได้สนใจหลานแท้ ๆ อย่างฉันเลยสักนิด ที่ตอนนี้ทำได้แค่มองตามตาปริบ ๆ และลุกขึ้นเดินตามไป

มื้อแรกของเราจบลงไปได้ด้วยดีเป็นเพราะยายของฉันได้เพื่อนคุยคนใหม่ถูกคอนั่นเอง ฉันได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ พร้อมกับเล่นกับก้อนสำลีไปด้วยจนกว่าการรับประทานอาหารของเราจะจบลง

และหลังจากที่ทานเสร็จแล้วคุณยายของฉันก็ไปทำขนม ทิ้งให้ฉันกับพี่เซนนั่งจ้องหน้ากันอย่างนี้อยู่สักพักแล้ว

“ขึ้นไปนอนก่อนไหมคะ” ฉันเห็นว่าเขาดูเพลีย ๆ เลยเสนอออกไปก่อน

“ไปสิ” ร่างสูงตอบออกมาพร้อมกับผายมือให้

ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมพาเขาไปที่ห้องรับแขกที่ยายของฉันเตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะ

กริ๊ก! เสียงล็อคประตูดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันไปมองเขาอย่างตกใจ

“ล็อคทำไมคะ”

“ตกใจอะไร ทำอย่างกับไม่เคยอยู่ด้วยกัน” ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้ตัวฉันเรื่อย ๆ

“นี่ เดี๋ยวมีใครมาเห็นนะ” ร่างสูงประชิดตัวฉันทันทีพร้อมกับดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดของเขา

“ดูนั่นสิ” ฉันมองตามสายตาของเขาที่จ้องไปที่ประตู

“อะไรคะ”

“เก็บเสียง” สิ้นคำ ๆ นั้นตาฉันก็เบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจอีกรอบ

นี่เขาคิดจะทำอะไร

ฉันรีบผลักเขาออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่ก็ไม่ได้ผลเพราะร่างสูงกอดฉันไว้แน่นเกินไป

“กลับมาคบกันเถอะนะ” หัวใหญ่ ๆ ทิ้งน้ำหนักลงมาที่ไหล่ของฉันเต็มที่ทำให้ร่างกายของฉันหงายล้มลงไปที่เตียงโดยมีร่างใหญ่ ๆ ของเขานอนทับอยู่ข้างบน 

ตัวก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย ทับมาได้ยังไง

“หนูบอกแล้วไงว่ายัง”

“พี่จะไม่มีเวลามาอยู่กับหนูบ่อย ๆ แล้วนะ จะไม่ดีกันจริง ๆ หรอ” น้ำเสียงอู้อี้ที่ดังอยู่ข้างหูนั้นทำให้รับรู้เลยว่าเขากำลังอ้อนฉันอยู่

“ทำไมคะ” ฉันอยากรู้ว่าคำว่าไม่มีเวลาของเขามันเกิดจากอะไร

“ช่วงนี้พี่ต้องไปกลับหัวหินบ่อย ๆ อาจจะต้องนอนบนรถ ถ้าเกิดพี่ไม่อยู่มีใครมาจีบหนูทำไง” ดูเหมือนว่าเขาจะยังข้องใจกับเรื่องกายอยู่

“ใครจะมาจีบกัน ไม่มีหรอก”

“เยอะแยะ”

“คิดไปเองมากกว่า” ใครจะมาจีบฉันล่ะ ตั้งแต่มีเขาเข้ามาในชีวิตก็แทบจะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้าใกล้ฉันเลยมีอยู่แค่คนเดียวก็คือกายนั่นแหละ 

“ว่ายังไง ดีกันได้ไหม” ก็จริงที่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยมีเวลาอย่างที่บอกจริง ๆ ฉันเห็นเขาทำงานอยู่ตลอดจนดูน่าสงสารมาก อยู่แค่ปีสามก็ทำงานหนักขนาดนี้ต้องเหนื่อยแค่ไหนกันนะ

“อืมมมม”

“ดีกันนะ” ร่างของเขาพลิกตัวลงไปนอนอยู่ข้าง ๆ ฉันพร้อมกับจับมือฉันขึ้นมาและเอาไปวางไว้ที่แก้มตัวเอง ซึ่งอาการแบบนี้ฉันแทบจะไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำในตอนที่เขาอยู่กับเพื่อน ๆ

ในสายตาคนนอกที่มองมาพี่เซนคือผู้ชายที่ดุ หน้านิ่ง และเจ้าชู้ จนไม่ค่อยมีคนกล้ามายุ่งย่ามกับเขามากนัก นอกจากจะเป็นคนที่เขาเลือกเอง แต่ตอนนี้ฉันกลับเห็นอีกมุมของเขาที่เชื่อว่าไม่มีคนเคยเห็นอย่างแน่นอน จนมันทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาก็มีมุมน่ารัก ๆ ภายใต้ใบหน้าอันดุ ๆ นั้นอยู่เหมือนกัน

“หนูเชื่อใจพี่ได้จริง ๆ ใช่ไหม” สิ้นคำพูดของฉันเขาก็พลิกตัวกลับขึ้นมาบนตัวฉันอีกที

“ได้สิครับ” เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้านั้นลงมาช้า ๆ จนใบหน้าของเราแทบจะชิดติดกัน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูทำให้ฉันผลักร่างสูงออกจากตัวอย่างเร็ว

“น้องวาคะ คุณยายให้พี่มาตามไปชิมขนมค่ะ” เสียงพี่รีดังมาจากหน้าประตู ทำให้ฉันรีบจัดทรงผมให้เข้าที่ก่อนที่จะไปเปิดประตูห้องพร้อมกับเดินออกไปโดยที่มีใบหน้าจับผิดของพี่รีมองตามอยู่

“พี่รีมองหนูทำไมคะ” ฉันถามออกไป

พี่รีทำงานอยู่ที่บ้านของฉันตั้งแต่ฉันเกิด แถมเธอยังเป็นพี่เลี้ยงที่ดีของฉันอีกด้วยทำให้ฉันรักเธอเหมือนกับคนในครอบครัวคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เธอเลี้ยงและเอาใจใส่ฉันฉันเหมือนกับลูกคนหนึ่ง มันอาจจะเป็นเพราะเธอไม่สามารถมีลูกได้ เธอกับสามีเธอหรือพี่ชาติคนขับรถของบ้านจึงคอยประคบประหงมฉันอยู่ตลอดเวลาและเพิ่งห่างไปช่วงที่ฉันไปอยู่ที่คอนโดนี่แหละ

“คุณเซนเป็นแฟนน้องวาหรอคะ” สมกับเป็นพี่เลี้ยงที่รู้ใจฉันจริง ๆ เลย

“ก็...ใช่ค่ะแต่พี่รีอย่าเพิ่งบอกยายน้า” ฉันเกาะแขนอ้อนเธอเหมือนกับตอนเด็ก ๆ ที่เคยทำ

“ไปแอบคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่เห็นบอกพี่เลย”

“ก็สักพักแล้วค่ะ พี่รีสัญญากับหนูก่อนว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับยาย” เมื่อความลับแตกฉันก็ต้องอ้อนเพื่อไม่ให้เรื่องนี้เล็ดลอดหลุดไปถึงหูของยาย

“โอเค พี่ไม่บอกก็ได้ค่ะ แต่ถ้ายายรู้เองพี่ไม่เกี่ยวนะ”

ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน

เมื่อเธอรับปากแล้วฉันจึงสบายใจขึ้นนิดหน่อยและพี่รีก็พาฉันไปหาคุณยายเพื่อชิมขนมที่ทำไว้

พอถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ พี่เซนเดินลงมาจากชั้นสองหลังจากที่นอนเต็มอิ่มแล้ว เขาเดินมานั่งลงตรงโซฟาที่อยู่ข้ามกับฉันที่ห้องนั่งเล่นซึ่งมีคุณยายนั่งอยู่ด้วยกัน

“ตื่นแล้วหรอลูก เป็นไงบ้างรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม เห็นน้องวาบอกว่าเราไม่ค่อยได้นอนเมื่อคืน” เขาหันมามองหน้าฉันเล็กน้อยก่อนที่จะตอบยายออกไป 

“ดีขึ้นแล้วครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว แล้วนี่หิวรึยัง รออีกนิดนะลูกอาหารใกล้จะเสร็จแล้ว”

“ผมรอได้ครับ”

“ดีดี”

ยายของฉันวางหนังสือที่อ่านไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ เมื่อพูดจบก่อนที่จะเริ่มเปิดบทสนทนาเรื่องใหม่ขึ้นอีกครั้ง

“เซนจำได้ไหมว่าตอนเด็กน้องวาชอบงอแงไปนอนบ้านพี่เซนเป็นประจำ แม่ของน้องวาไปเอากลับมาก็ไม่ยอมกลับจนต้องรอให้หลับอีกรอบถึงจะพากลับมาบ้านได้”

“น้องวาไม่เห็นจำได้เลย” ยายน่ะชอบเผาฉันประจำแหละ

“แต่ผมจำได้ครับ” จำได้แต่ก็ไม่เคยเห็นเล่าให้ฉันฟังเลย

“น้องน่ะงอแง จะนอนกับพี่เซนอย่างเดียวจนพี่วินเราน้อยใจเป็นประจำ สมัยก่อนน่ะนะตอนเช้าตื่นมาก็จะไปกินข้าวที่บ้านเขา ตอนเย็นก็จะนอนกับเขาอย่างเดียว พอพี่เซนไปโรงเรียนก็ร้องไห้จะเป็นจะตายจะตามไปด้วยจนต้องหาอะไรมาล่อไว้อยู่ทุกวัน”

“ก็น้องวายังเด็กอยู่นี่คะ” ฉันพูดพร้อมหันไปมองค้อนคนข้าง ๆ ที่นั่งขำอยู่

“วันที่พี่เซนไปต่างประเทศนะน้องร้องไห้จะหาพี่เซนจนแม่เราต้องพาไปส่งพี่เซนเขาที่สนามบินด้วย” นั่นสิ ฉันลืมไปเลยว่าเขาเคยไปเรียนที่อเมริกา

“จริงหรอยาย” ฉันเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรอ

“จริงสิ แล้วตาเซนล่ะไปอยู่อเมริกาตั้งนานเป็นยังไงบ้างชีวิตที่นู้น”

ยายก็อยากรู้ไปซะทุกเรื่องเลย ฉันนั่งฟังเขาเล่าเรื่องชีวิตที่อเมริกาจนอาหารเย็นพร้อมแล้วเราถึงเคลื่อนตัวไปคุยกันที่โต๊ะอาหารแทน ยายฉันน่ะดูเข้ากับพี่เซนได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยความที่ยายเป็นคนหัวโบราณมากจะไม่ชอบให้ฉันอยู่ใกล้หรือพาผู้ชายคนไหนเข้าบ้านโดยเด็ดขาด แต่กับพี่เซนกลับแตกต่างออกไป อาจจะเป็นเพราะว่าเรารู้จักกันตั้งแต่เด็กแล้วยายจึงค่อนค้างที่จะไว้ใจเขาในระดับหนึ่ง

ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วและตอนนี้ก็กำลังเป่าผมที่เปียกให้แห้งก่อนที่จะเข้านอน เมื่อผมแห้งหมดแล้วฉันก็เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดใส่กระเป๋าไว้พร้อมกับหยิบมือถือมาเช็คข่าวสารต่าง ๆ ก่อนเข้านอนตามปกติ

แกร็ก! เสียงประตูถูเปิดเข้ามาจากด้านนอกเรียกสายตาฉันให้หันไปมองทันที และเมื่อเห็นว่าใครคือผู้บุกรุกแล้ว เจ้าของห้องอย่างฉันก็รีบดีดตัวขึ้นมาพร้อมกับค่อยวิ่งไปใกล้กับคนตัวสูง

“พี่เข้ามาทำไม” ฉันถามออกไปด้วยความตกใจ

“มาเอาคำตอบไง หนูยังไม่ตอบพี่เลยนะ” แค่เอาคำตอบต้องทำถึงขนาดนี้เลยรึยังไง รอพรุ่งนี้ก็ไม่ได้

“รอพรุ่งนี้ไม่ได้หรอคะ”

“ไม่ได้หัวใจพี่มันเรียกร้องอยากรู้ใจจะขาด” กล้าพูดเนอะ

“ดีก็ได้ โอเคไหม” ฉันตอบไปอย่างเร็วเพื่อให้เขาออกไปจากห้องนี้เร็วที่สุดเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น

“ง่าย ๆ แบบนี้เลยหรอ” ร่างสูงทำหน้างงตอบกลับมา

“ง่าย ๆ แบบนี้แหละ คราวนี้ออกไปได้ยังหนูจะนอนแล้ว” ฉันดันพี่เซนมาที่หน้าประตู

“แล้วใครบอกว่าพี่จะไปนอนห้องตัวเองล่ะ”

“อย่ามาล้อเล่นแถวนี้นะ”

“ไม่ได้ล้อเล่น เป็นแฟนกันก็ต้องนอนด้วยกันสิ” เขาค่อย ๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อย ๆ ทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ จนรู้สึกว่าขาด้านหลังสัมผัสกับเตียงนอน

คนขี้แกล้งอย่างเขารวบตัวฉันไปไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมกัน โชคดีนะที่เตียงของฉันมันนุ่มไม่อย่างนั้นเราคงต้องจุกกันไปข้าง

“ไม่ทำอะไรแค่กอดเฉย ๆ” ร่างสูงกระซิบเบา ๆ เพราะเห็นว่าฉันเริ่มที่จะดิ้นแล้ว ซึ่งคำพูดเหล่านั้นก็ถือว่าใช้ได้เพราะมันทำให้ฉันหยุดดิ้นได้จริง ๆ

“เดี๋ยวพรุ่งนี้มีคนมาเห็น พี่กลับไปนอนที่ห้องของพี่เถอะ” ฉันยังคงไม่ลดละความพยายามเพราะกลัวว่าคนที่บ้านจะรู้ว่าเราคบกัน

ถึงจะมีคนรู้ไปบ้างแล้วก็เถอะ

“ทำไมต้องกลัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวพี่รับผิดชอบเอง”

“มันไม่เหมือนกัน เรายังเรียนไม่จบเดี๋ยวข่าวออกไปเขาจะว่าเอาได้”

“อย่าไปสนคำพูดของใครเลยถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตอนนี้น่ะนอนได้แล้ว” พี่เซนลูบมาที่ผมของฉันเบา ๆ เหมือนกับว่าเขากำลังกล่อมฉันนอนอยู่

ในเมื่อเขาพูดมาขนาดนี้แล้วฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ ต่อให้ปกปิดไปสักวันคนที่บ้านก็ต้องรู้อยู่ดี

แต่รู้วันหลังไม่ได้รึไงเล่า ขอผลัดไปก่อนได้ไหม

เพราะมัวแต่เถียงกับตัวเองอยู่นานทำให้ตอนนี้คนตัวสูงเจ้าของอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้หลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สังเกตได้จากเสียงลมหายใจของเขาที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ส่วนตัวฉันก็ค่อย ๆ คล้อยหลับตามไปอย่างช้า ๆ

ตอนแรกก็ว่าจะตื่นเช้าจะได้ไล่พี่เซนออกไปจากห้องก่อนที่คุณยายของฉันจะตื่นขึ้นมาเจอ แต่ตอนนี้เวลากลับล่วงเลยไปถึงสิบโมงเช้าแล้วและฉันเองก็สัมผัสได้เลยว่ายายต้องรู้เรื่องนี้แล้วแน่ ๆ

ฉันรีบปลุกร่างสูงขึ้นมาให้เขาไปเตรียมตัวเพื่อที่เราจะกลับคอนโดกัน ร่างสูงยอมทำตามอย่างง่าย จนทุกอย่างเรียบร้อยฉันกับพี่เซนก็ลงมาข้างล่างตามปกติ โดยที่ทำตัวให้มีพิรุธน้อยที่สุด

เมื่อมื้อเที่ยงของเราผ่านไปฉันกับพี่เซนก็ได้เวลากลับกันแล้ว ตอนนี้คุณยายเดินมาส่งเราที่รถและก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นรถไปนั้นก็มีเสียงตามหลังมา

“ทำอะไรก็อย่าให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังล่ะ รักกันก็ช่วยกันดูแลกันไม่ให้ไปในทางที่ผิดและรู้จักป้องกันเพื่ออนาคตของตัวเราเองด้วยเข้าใจไหมลูก”

จากที่ฉันกำลังจะขึ้นไปนั่งบนรถก็เปลี่ยนทิศทางเป็นวิ่งไปหาคนสูงอายุที่กล่าวคำพูดซึ้ง ๆ เหล่านั้นออกมาเมื่อครู่พร้อมกับสวมกอดเบา ๆ และหอมไปที่แก้มของยายฟอดใหญ่

ยายของใครทำไมน่ารักที่สุด

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“ไป ๆ ไปได้แล้ว พี่เซนเขารอนานแล้ว” คราวนี้ยายไล่ให้ฉันไปขึ้นรถเมื่อเห็นว่าพี่เซนยืนรออยู่นานมากแล้ว ฉันจึงโบกมือให้ยายเป็นการบอกลา

“ต้องเป็นเพราะพี่มานอนที่ห้องหนูแน่เลย ยายถึงรู้ว่าเราคบกัน”

ฉันพูดออกมาหลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านแล้ว

“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอจะได้ไม่ต้องมีอะไรปกปิดที่บ้าน” ก็จริงของเขาแต่ฉันก็ยังแอบเขินยายอยู่เหมือนกันนะ

“มันก็ดีอยู่หรอก ว่าแต่ว่าบ้านที่พี่เคยอยู่ตอนเด็กขายไปแล้วหรอคะ” เพราะถ้าฟังจากที่ยายเล่าให้ฟังแล้ว เขาก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกเลยตั้งแต่เขาย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นใครเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนกัน

“ยังหรอก ก็ยังเป็นของพ่อพี่เหมือนเดิมนั่นแหละ”

“แล้วทำไมไม่เข้ามาอยู่ล่ะคะ หรือว่าไกลจากที่ทำงาน” ในเมื่อยังไม่ขายก็ควรเข้ามาอยู่สิจริงไหม

“เขายังทำใจไม่ได้น่ะ การที่เข้ามาอยู่ในสถานที่เดิม ๆ ที่เคยมีแม่อยู่มันคงทรมานสำหรับเขามาก” นั่นสินะ แม่ของพี่เซนเสียที่นี่นี่นา คงต้องทำใจนานพอสมควรเลย

“พ่อพี่คงรักแม่ของพี่มากเลยนะคะ”

“คงงั้นมั้ง”

“…”

“อยากไปเยี่ยมแม่พี่ไหมล่ะ” เมื่อคำนั้นออกจากปากของพี่เซนทำให้ฉันตกใจอยู่ไม่น้อย

“ไปได้หรอคะ” ฉันถามออกไปด้วยด้วยความไม่แน่ใจ

“ได้สิ” ในเมื่อตอนนี้เป็นเวลาแค่บ่ายนิด ๆ ยังเหลือเวลาอีกมากฉันจึงตอบตกลงไปกับเขา พี่เซนเปลี่ยนเส้นทางจากทางกลับคอนโดเป็นเส้นทางใหม่ เขามุ่งหน้าไปที่วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านของเรามากนัก

เมื่อถึงที่หมายเขาบอกให้ฉันรอเขาอยู่ในรถสักพักเดี๋ยวเขาจะกลับมา ใช้เวลาไปประมาณสิบห้านาทีพี่เซนก็กลับมาพร้อมพวงมาลัยพวกใหญ่ที่ร้อยอย่างประณีตและสวยงาม

“สวยจังค่ะ” ฉันมองไปที่พวงมาลัยสีขาวสะอาดตานั้น

“เป็นพวงมาลัยดอกมะลิที่แม่พี่ชอบน่ะ” ฉันไม่แปลกใจเลยที่แม่ของพี่เซนจะชอบพวงมาลัยแบบนี้เพราะขนาดฉันเห็นครั้งแรกยังรู้สึกตะลึงกับความสวยงามอยู่นิด ๆ ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม กลิ่นดอกมะลิที่หอมฟุ้งแถมยังร้อยเรียงที่สวยงามไม่ขัดตาอีกด้วย

พี่เซนพาฉันไปที่แห่งหนึ่งของวัดที่มีรูปถ่ายของผู้เสียชีวิตเรียงรายกันเต็มไปหมด เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ ๆ รูปหนึ่งที่มีรูปของผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยและดูอ่อนหวานมาก

คงจะเป็นแม่พี่เซนสินะ

เขาคุกเข่าลงตรงหน้ารูปภาพนั้นทำให้ฉันต้องคุกเข่าตามไปด้วย พี่เซนค่อย ๆ วางพวงมาลัยลงไปหน้ารูปของแม่เขา ซึ่งจากที่ฉันสังเกตดูคงจะมีคนมาที่บ่อย ดูได้จากร่องรอยดอกไม้เก่า ๆ ที่วางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

“ไหว้แม่พี่สิ” พี่เซนหันมาบอกฉันทำให้ฉันต้องยกมือไหว้แม่ของเขา

“แม่ครับนี่วา ลูกหมูที่ชอบมานอนให้แม่กล่อมตอนเด็กไงครับ” ฉันไปเป็นลูกหมูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“นี่หนูไม่ใช่ลูกหมูนะ” ฉันรีบแก้ตัวอย่างเร็วแต่คนตัวสูงอย่างเขาก็ไม่ได้สนใจ

“ตอนนี้เราคบกันอยู่ผมเลยพาน้องมาหาแม่” พี่เซนจับมือฉันไว้พร้อมกับบีบเบา ๆ

พี่เซนไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้นเขาใช้เวลาเก็บเศษดอกไม้เก่า ๆ อยู่ไม่นานก่อนที่จะพาฉันไปไหว้พระและเดินไปที่ศาลาริมน้ำที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก

“เดี๋ยวพี่มา” เขาวิ่งตรงไปที่ไหนสักที่ทิ้งให้ฉันนั่งรออยู่ที่ศาลานั้นคนเดียว 

วัดนี้ถือว่าตั้งอยู่แถวชานเมืองทำให้มีพื้นที่กว้างขวางและค่อนข้างร่มรื่นกว่าวัดที่อยู่ในเมืองมากโข ต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นสลับกันอยู่ริมน้ำสะบัดพัดตามทิศทางของลมอยู่เรื่อย ๆ ที่นี่แทบจะไม่มีมลภาวะทางอากาศเลยด้วยซ้ำทำให้ฉันรู้สึกว่าได้มาพักผ่อนมากกว่ามาทำบุญ

ปลาหลายตัวว่ายสลับกับไปมาตั้งหน้าตั้งตารอคนให้อาหารอย่างเคยตัว

คงมีคนมาให้บ่อยล่ะสิถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้

เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีพี่เซนเดินกลับมาพร้อมอาหารปลากับขนมปังถุงใหญ่ ใบหน้าที่เปียกไปด้วยเหงื่อบ่งบอกได้เลยว่าอากาศข้างนอกนั้นคงร้อนมาก เขาส่งขนมปังถุงนั้นมาให้ฉันถือไว้ก่อนที่เราทั้งสองคนจะเดินเข้าไปใกล้กับริมสระมากขึ้น

ฉันค่อย ๆ หยิบขนมปังออกมาและฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ปลาได้กินง่ายมากขึ้น เมื่ออาหารร่วงลงสู่พื้นผิวน้ำ เจ้าปลาน้อยใหญ่ก็กระโดดไปมาเพื่อแย่งอาหารเหล่านั้นจนน้ำกระเด็นทำให้ฉันต้องรีบถอยออกมาก่อนที่จะเปียกไปทั้งตัว

กว่าเราจะให้อาหารกันเสร็จก็ใช้เวลาไปเกือบสิบนาทีพี่เซนพาฉันไปล้างมือที่ห้องน้ำใกล้ ๆ ก่อนที่เราจะออกมาจากวัดกัน

“เป็นไงบ้าง เหนื่อยรึเปล่า” เขาถามเมื่อเห็นฉันเอนตัวลงไปกับเบาะ

ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบ ไอ้เหนื่อยน่ะไม่เหนื่อยหรอกแต่ร้อนมากกว่า ต้องใช้เวลาอีกกี่ปีประเทศไทยถึงจะเคลื่อนตัวไปในที่ที่เย็น ๆ บ้างนะ

บางทีอาจจะเป็นวันที่ไม่มีมนุษย์อยู่เลยก็ได้

ฉันนั่งมองวิวรอบ ๆ พร้อมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อยู่ดี ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจากมือถือของพี่เซน

‘พี่นะ’ คือคนที่โทรมา เขาต่อสายไปที่รถก็ที่จะรับสาย

“ครับพี่”

(มึงจะเข้ามาร้านรึเปล่า)

“อาจจะเป็นช่วงดึก ๆ ครับ” พี่เซนเหลือบมามองฉันนิดหน่อยก่อนที่จะตอบออกไป

(ตอนนี้ติดธุระอยู่หรอวะ กูว่าจะให้มึงมาดูงานเผื่อต้องให้ช่างเก็บรายละเอียดอีก)

‘ไปสิคะ’ ฉันพูดเบา ๆ เพื่อไม่ให้คนในสายได้ยิน

“ได้พี่ เดี๋ยวผมเข้าไป”

(เออ ๆ รีบมา เดี๋ยวกูคุยกับผู้รับเหมารอ)

“ครับ”

พี่นะวางสายไปแต่ก็ทิ้งความสงสัยไว้ให้ฉัน ทำให้ต้องหันไปเอาคำตอบกับคนข้าง ๆ ทันที

“ร้านเปิดใหม่น่ะ ใกล้จะเสร็จแล้ว” ร่างสูงตอบออกมาโดยไม่ต้องรอให้ฉันเอ่ยปากถามออกไป

“ทำกับพี่นะหรอคะ”

“อืม” ขยันกันจัง ขนาดเขาต้องดูแลธุรกิจของที่บ้านไปด้วยแล้วยังแบ่งเวลามาบริหารธุรกิจใหม่นี้อีก เก่งสุด ๆ ไปเลย 

“ดีจัง หนูก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองบ้าง” ฉันพูดความจริงออกไป ฉันอยากมีเงินใช้โดยที่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ มันคงจะเจ๋งมากเลยเนอะ

“อยากทำอะไรล่ะ” เขาถามด้วยความสนใจ

“อืม ยังไม่รู้เลยค่ะ” ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้ไว้เลยเพราะคิดว่าตัวเองคงยังทำไม่ไหว

“ยังไม่ต้องคิดหรอกเป็นเมียพี่พี่ไม่ให้อดตายหรอก นอนเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านก็พอ” คนบ้านี่

“เมียเมออะไร” พูดออกมาได้ยังไง หน้าไม่อายเลยจริง ๆ

“ได้กันแล้วก็เป็นเมียดิ” ถึงจะอยู่กันแค่สองคนฉันก็อายเป็นเหมือนกันนะ

“หยุดพูดเลยนะ” ฉันเอื้อมมือไปปิดปากเขาทันที

“พี่ก็พูดความจริงไม่ใช่หรอหรือลืมไปแล้วจะได้ทบทวนให้ใหม่”

ดูหน้าสิหื่นมาแต่ไกลเลย คิดหรอว่าฉันจะยอมอีกน่ะฝันไปเถอะ

“รออีกสิบปีแล้วกันนะคะ”

“ถึงขนาดนั้นพี่คงนกเขาไม่ขันแล้วนะ หนูไม่สงสารพี่หรอ”

คนเจ้าชู้อย่างเขาน่ะหรอจะยอมให้มีเหตุการณ์นั้น

“ไม่ค่ะ”

“โถ่ คุณยายก็อนุญาตแล้วไง อย่าทำแบบนี้กับพี่เลย” ยังจะยกยายมาอ้างอีก

“ไม่คุยด้วยแล้วคุยแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้” เมื่อมองหน้าตัวเองในกระจกก็เห็นว่ามันแดงมากจนฉันอยากจะเอาหน้าซุกเบาะให้ลืมไปเลย

การระงับอารมณ์ที่ดีของฉันคือการปล่อยให้ตัวเองหลับไปก่อนที่ความคิดของฉันจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

ไม่รู้ว่าใช้เวลาไปมากเท่าไหร่เมื่อฉันรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ขับรถมาจอดในโรงจอดรถที่ใดที่หนึ่ง ฉันค่อย ๆ ปรับตัวและสายตาเพราะยังรู้สึกมึนหัวอยู่ไม่น้อย

“ถึงแล้ว ยังง่วงอยู่รึเปล่าเดี๋ยวไปนอนที่ห้องทำงานพี่รอก็ได้” มือใหญ่ ๆ ขอเขาวางทาบมาที่แก้มทั้งสองของฉันก่อนที่เราจะลงมาจากรถด้วยกัน 

พี่เซนจับมือฉันก้าวเข้าไปในร้านที่บอกว่าเป็นร้านที่กำลังจะเปิดใหม่แห่งนี้ ดูจากภายนอกเป็นการตกแต่งที่เป็นแนวผู้ชายค่อนข้างที่จะเยอะ ทั้งผนังกระเบื้องต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ ทำให้ดูลึกลับแต่ก็คงความหรูหราด้วยขอบกระเบื้องที่เป็นสีทอง

ฉันมองไปรอบ ๆ ห้องใหญ่แห่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะพาฉันขึ้นลิฟท์มาที่ชั้นสาม ฉันถูกพามาที่ห้อง ๆ หนึ่ง นิ้วใหญ่ของพี่เซนกดรหัสหน้าห้องก่อนที่ประตูจะเปิดออก ที่นี่น่าจะเป็นห้องทำงานของเขา มีโมเดลขนาดใหญ่ที่วางไว้อยู่กลางห้องที่ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นโมเดลของที่ร้านแห่งนี้ ฉันเดินสำรวจของต่าง ๆ ด้วยความสนใจก่อนที่จะโดนเขาลากไปอีกห้องข้าง ๆ ที่อยู่ภายในห้องทำงานอีกที

“ถ้าง่วงก็นอนรออยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวพี่จะไปคุยงาน” ริมฝีปากชมพูคล้ำของเขาประทับลงมาที่ริมฝีปากของฉันหนัก ๆ ก่อนที่เขาจะผละตัวออกไป

นอนก็นอนวะ

ฉันหันไปมองเตียงขนาดใหญ่ที่มีผ้าปูที่นอนสีดำคลุมทับ ก่อนที่จะกระโจนลงไปนอนที่เตียงแห่งนี้และค่อย ๆ หลับไปอีกรอบ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูทำให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพยายามลงจากเตียงไปที่ประตูห้อง

คงจะเป็นพี่เซนล่ะมั้ง

เมื่อเปิดประตูแล้วกลับไม่ใช่ตามที่คิดไว้เลยสักนิด คนที่มาเคาะประตูห้องเป็นผู้ชายตัวใหญ่ หน้าตาดูเป็นมิตรที่ถือไก่ทอดจานใหญ่ไว้เอาไว้ในมือ

“ไก่ทอดครับคุณวา” เขายื่นไก่ทอดจานนั้นมาให้ฉัน

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณเพราะเขาน่าจะอายุเยอะกว่ามาก

“ไม่เป็นไรครับ” เขาโค้งตัวให้แล้วเดินออกไปโดยที่ฉันยังไม่ได้ตั้งตัวเลยสักนิดจะเรียกไว้ก็ไม่ทันแล้ว

ฉันเดินออกไปจากห้องนอนเพื่อไปนั่งกินที่ห้องทำงานของพี่เซน โซฟาสีดำขนาดใหญ่ที่มุมห้องถูกเลือกให้เป็นโต๊ะอาหารชั่วคราว

ฉันต้องรอให้เขากลับมากินพร้อมกันไหมนะ?

ฉันตั้งคำถามกับตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจรอพี่เซนตามที่คิดไว้เพราะเขาคงยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน

 กิจกรรมระหว่างรอของฉันก็คือการเดินสำรวจห้องทำงานของเขา  จริง ๆ แล้วมันก็แทบไม่ได้มีอะไรเลย คงเป็นเพราะว่าที่นี่เพิ่งจะสร้างเสร็จจึงยังไม่ค่อยได้เอาของเข้ามามากนักแต่พวกของตกแต่งและเอกสารต่าง ๆ ถูกนำเข้ามาไว้ที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้มันดูเป็นห้องที่พร้อมทำงานแล้ว

แกร็ก! เมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้นมาฉันก็เห็นพี่เซนเดินเข้ามาพร้อมกับในมือถือเอกสารอะไรบ้างอย่างไว้ คงเป็นแผนการตกแต่งของที่ร้านล่ะมั้งเพราะเห็นเขาคุยกับพี่นะในเรื่องนี้

“ทำไมไม่กินไก่ทอดเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะอีก” ร่างสูงวางเอกสารที่ถือมาไว้บนโต๊ะพร้อมเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังสำรวจบริเวณรอบ ๆ ห้องอยู่

"หนูรอพี่ไงคะ"

เขาถอนหายใจพร้อมตอบกับมาว่า “ทีหลังไม่ต้องรอนะรู้ไหมเดี๋ยวไม่สบายอีก” 

ฉันพยักหน้าตอบไป 

ร่างกายถูกมือใหญ่ ๆ ดึงไปที่โซฟาตัวเดิมพร้อมกับไก่ชิ้นใหญ่ที่ถูกส่งตามมา ฉันหยิบไก่ชิ้นโตเขาปาก ความอร่อยทำให้ฉันลืมทุกอย่าง 

มันอร่อยมาก! ทั้ง ๆ ที่ฉันทิ้งไว้เกือบชั่วโมงแต่ก็ยังคงความกรอบไว้ราวกับทอดใหม่ ๆ 

“อร่อยจัง ซื้อมาจากที่ไหนคะ” ฉันต้องได้พิกัดเดี๋ยวนี้จะได้พาเพื่อนในกลุ่มไปลอง

“แม่ครัวที่ร้านทำน่ะ” อร่อยแบบนี้คงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ ๆ

“ว่าแต่ทำไมไปดูนานจัง มีปัญหาหลายที่หรอคะ” ฉันเพิ่งสังเกตเวลาจากนาฬิกาที่ติดอยู่ภายในห้อง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มฉันจำได้ว่าเรามาถึงที่นี่ตอนประมาณสี่โมงเย็น นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาไปเกือบสี่ชั่วโมง

“ไม่ได้มีปัญหาเยอะหรอก แต่มันมีหลายส่วนเลยใช้เวลานานหน่อย”

ฉันพยักหน้าเป็นอันเข้าใจเพราะไม่สามารถพูดได้ทั้ง ๆ ที่มีไก่อยู่เต็มปาก

“เดี๋ยววันหลังจะพามาดู” พี่เซนพูดพลางหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาใครสักคน ซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกนะเพราะไม่อยากไปก้าวก่ายเรื่องงานของเขาแต่ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงคนอื่นนะฉันสู้ตาย

“อิ่มยัง จะได้กลับกันได้แล้วเดี๋ยวมันดึกไปมากกว่านี้” หลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จเข้าก็เดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ฉัน

“อิ่มแล้วค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืน

พี่เซนเดินนำฉันออกไปจากห้องนี้แต่เขากลับใช้เส้นทางใหม่ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเป็นหลังร้านของเขา

รถตู้สีดำคันไม่ใหญ่มากเคลื่อนมาจอดอยู่ข้างหน้าเราพร้อมประตูที่เปิดออกอัตโนมัติ พี่เซนหันมาพยักหน้าให้ฉันเป็นการบอกให้ขึ้นไป ฉันจึงก้าวขึ้นไปบนรถอย่างงง ๆ จากนั้นคนตัวใหญ่ก็เดินตามขึ้นมานั่งที่เบาะข้าง ๆ กัน

คงเป็นเพราะว่าตอนที่มาพี่เซนเป็นคนขับรถมาที่นี่เองจึงทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาไม่ขับรถกลับเองและยังมีคนขับรถมาขับให้อีก พอฉันมองไปดูที่เบาะด้านหน้า พี่คนที่ขับนั้นเป็นคนเดียวกับกับที่เอาไก่ทอดไปให้ฉันในห้อง

“นี่เสือผู้ช่วยพี่” พี่เซนบอกกับฉันหลังจากที่เห็นฉันจ้องไปที่พี่เสืออยู่นาน

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ฉันไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรต่อจึงได้แค่บอกออกไปอย่างนี้

“เช่นกันครับ” พี่เสื้อหันมายิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตรก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปจากร้านแห่งนี้

ระหว่างที่เรานั่งรถกลับคอนโดกันพี่เซนก็หยิบงานมาทำอีกครั้ง ร่างใหญ่หน้านิ่วคิ้วขมวด คงเครียดกับงานมาสินะ ฉันจึงยกโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพนั้นไว้จากมุมด้านข้างโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด

พอเรานั่งรถไปได้ประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงที่หมายแล้ว เนื่องจากว่าที่ร้านใหม่ของพี่เซนก็อยู่ใกล้กับบริเวณของมหาวิทยาลัยดังนั้นจึงไม่ไกลจากคอนโดของเรามากนัก พี่เสือเอารถไปจอดพร้อมกับช่วยถือกระเป๋าทำงานที่ฉันเอากลับบ้านด้วยไปส่งให้ถึงหน้าห้อง ฉันกล่าวขอบคุณด้วยความเต็มใจเพราะรู้สึกเกรงใจนิดหน่อยจึงบอกลาพี่เสือพร้อมกับเดินเข้าห้องตัวเองไป

ส่วนพี่เซนที่เดินตามมามองตามพี่เสือไปเล็กน้อย ใบหน้าหล่อนั้นดูไม่พอใจนิด ๆ ราวกับเด็กน้อยเอาแต่ใจ เขาเดินตามฉันเข้ามาในห้องพร้อมเปิดปากพูดสิ่งที่ทำให้ตนไม่พอใจออกมา

“ทำไมต้องพูดกับมันแบบนั้นด้วย”

“แบบไหนคะ” ฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้

“ก็แบบที่หนูทำไง” ที่ฉันพูดไปมันก็เป็นมารยาทที่เราควรพูดไม่ใช่หรอ

“ก็พี่เขาช่วยถือของมาหนูก็ต้องขอบคุณสิ”

“แต่พี่หึง” คนขี้หึงทำหน้าบึ้งตึง

“หึงอะไรกันมันไม่มีอะไรสักหน่อย” ฉันเดินเข้าไปหาคนขี้หึงมากขึ้นจนไปหยุดลงตรงหน้าเขา

“...” แหนะ ไม่ตอบแล้วยังสะบัดหน้าหนีอีก

“โอ๋ ไม่งอนน้า” สองมือของฉันยกขึ้นไปบีบแก้มของเขาเบา ๆ 

พี่เซนยังไม่มีท่าทีที่ดีขึ้นฉันจึงต้องใช้ท่าไม้ตาย สองเท้าเล็กค่อย ๆ เขย่งขึ้นจนระดับใบหน้าของทั้งสองอยู่ในระดับที่เกือบจะใกล้เคียงกัน ริมฝีปากเล็กค่อย ๆ ประทับลงไปที่ข้ามแก้มของคนตัวสูงทั้งสองข้าง

ฟอด ฟอด! 

ฉันกำลังจะผละตัวออกจากเขาแต่คนมือไวอย่างเขานั้นรวบตัวฉันเข้าไปในอ้อมกอดจนขาสองข้างของฉันลอยขึ้นจากพื้น ร่างสูงอุ้มฉันเดินมาที่โซฟากลางห้องพร้อมกับค่อย ๆ นั่งลงไปที่โซฟาตัวนั้นและทิ้งฉันให้นั่งอยู่บนตักเขาโดยใช้แขนรัดไว้แน่น

“ยังไม่หายโกรธ” เสียงทุ้มเปล่งออกมาอีกรอบ

“ไม่ต้องเลยนะคะ” ครั้งนี้ฉันรู้ทันคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาแน่นอน

“ถ้าไม่ทำอีกครั้งก็นั่งกันอยู่อย่างนี้แหละ” ดูสิ ยังมาบังคับกันอีก

“ก็เอาสิคะ” กล้าท้ามาฉันก็กล้าเล่น

พอพูดจบฉันก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความต่าง ๆ ที่เหล่าเพื่อน ๆ ของฉันส่งมาเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา

จะรอดูว่าจะทนได้นานแค่ไหน ตัวฉันก็ไม่ได้เบาเหมือนกับนุ่นและฉันก็เป็นวัตถุที่มีน้ำหนักไม่น้อยเลยทีเดียว ต้องมีขาชากันบ้างแล้วแหละ

แต่ฉันก็ลืมไปเพราะอาจจะคิดน้อยเกินไป การที่มาอยู่ใกล้ปากเสือแบบนี้มีแต่เสียเปรียบมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเวลาผ่านไปยังไม่ถึงสองนาทีเลยด้วยซ้ำ มือซนค่อยเลื้อยตามต้นขาของฉันเบา ๆ จนขนลุกไปหมดทั้งตัว 

เพียะ! ฉันตีมือหนานั้นอย่างแรงพร้อมกับหันไปค้อนใส่เขาอีกหนึ่งที

คนฉวยโอกาส!

 

ร่างสูงไม่มีท่าทีว่าจะสลดลงเลยสักนิดยังคงเลื้อยขึ้นลงตามร่างกายฉันอยู่อย่างนั้น เมื่อเห็นว่าฉันเลิกตอบสนองแล้ว เขาก็เริ่มรุกรานเข้ามาภายในโดยการสอดมือเข้ามาในเสื้อของฉันจนตอนนี้มือนั้นสัมผัสกับหน้าท้องของฉันไปแล้ว

แตะไม่พอยังลูบไปมาอีก

หมับ! ฉันจับไปที่ข้อมือใหญ่เพื่อปรามให้เขาหยุดการกระทำนี้แต่พอหันกลับไปมองหน้า คนที่ดูซ่าเมื่อกี๊ส่งสายตาอ้อนวอนราวกับอยากได้อะไรสักอย่างมาให้

“ขอนิดเดียวได้ไหม”

จุ๊บ!  ฉันยังไม่ได้ตอบรับอะไรเขาก็ฉวยโอกาสประทับริมฝีปากลงมาที่ไหล่ของฉัน

เผลอไม่ได้เลยนะ ปล่อยทีไรเป็นแบบนี้ทุกที

--------------------------------------------------

talk 1 - วันนี้มาเร็วหน่อยอยากให้รีดเดอร์ได้อ่านเร็ว ๆ ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ รักทุกคนน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #82 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 09:01
    เขินอะไม่ไหวแล้ว55555
    #82
    1
    • #82-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 16)
      14 มิถุนายน 2563 / 11:17

      ฉุดไม่อยู่แล้วววว
      #82-1
  2. #81 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 18:57

    น้องเผลอไม่ได้เลยจ้า อิพี่มือปลาหมึกมากก

    ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะไรท์
    #81
    1
    • #81-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 16)
      13 มิถุนายน 2563 / 23:47
      ไว้ใจไม่ได้เลยคนนี้
      #81-1
  3. #80 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:12
    ฟินไปอีกสิจ๊ะพ่อจ๋าแม่จ๋า
    #80
    1
  4. #78 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 14:51

    วันนี้มาเร็วน่ารักจังเลยค่ะไรท์ สนุกมากๆค่ะ ไรท์สู้ๆนะคะ เรารอทุกวันเลย
    #78
    1
    • #78-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 16)
      11 มิถุนายน 2563 / 15:18

      จะพยายามมาเร็วแบบนี้ทุกวันนะคะ
      #78-1
  5. #77 nocknock_334 (@nocknock_334) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 01:02
    มันน่ารักมากๆเลยอ่าาาา ไรท์เก่งมว้ากก
    #77
    1
    • #77-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 16)
      11 มิถุนายน 2563 / 08:04

      ขอบคุณนะคะ❤️🙏🏻🌈
      #77-1
  6. #76 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:46
    คือไรท์เขียนได้ดีมากๆเลยขอชื่นชมจากจิตใจเลยค่ะ555เขียนได้สนุกมากๆค่ะ อ่านแล้วไม่เบื่อเลยเริ่มอยากให้อัปวันละ 10 ตอน5555
    #76
    1
    • #76-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 16)
      10 มิถุนายน 2563 / 23:01
      ถ้าวันละสิบตอนไรท์ก็น่าจะได้เรื่องใหม่มาอีกเรื่องเเล้วค่ะ5555
      ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ จริงๆกลัวมากว่ารีดเดอร์จะเบื่อเพราะพล็อตมันไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ พอได้ฟังอย่างนี้แล้วดีใจมากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
      #76-1
  7. #75 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 21:32
    อย่านอกลู่นอกทางนะคุณพี่น้องเปิดทางให้แล้ว
    ปล.รออ่านต่ออยู้น้าาาา
    #75
    1
  8. #74 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 19:23

    น้องให้อภัยแล้ว อย่าดีแตกอีกนะอิพี่เซน ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะไรท์
    #74
    1
    • #74-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 16)
      10 มิถุนายน 2563 / 19:25
      ต้องจับตาดูไว้ดีๆเลย
      #74-1