แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 15 : กลับไปเป็นเหมือนเดิม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    4 ก.ค. 63

 

14

กลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีช่วงเกือบเช้า เมื่อรู้สึกแล้วก็รีบหันไปหาคนเฝ้าทันทีและพบว่าเขายังอยู่ที่เดิม ร่างสูงที่อยู่ในเสื้อช็อปนั่งกอดอกหลับอยู่บนโซฟา อาจจะเป็นเพราะความมืดทำให้ฉันมองเห็นเขาได้ไม่ถนัดจึงค่อย ๆ พาตัวเองลงจากเตียงเพื่อไปดูหน้าเขาอย่างทุลักทุเล

สายน้ำเกลือนี่ก็เกะกะจริง ๆ เลยไอ้สายบ้านี่ทำกับฉันเหมือนฉันเป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนโดนเจ้าของจูงอยู่ตลอดเวลา ฉันจะไปไหนก็ต้องลากมันไปด้วยเพราะมันติดอยู่กับมือของฉันแถมยังทำอะไรก็ไม่สะดวกอีก พูดแล้วก็หงุดหงิดจริง ๆ

ฉันพยายามพาตัวเองไปใกล้ ๆ พี่เซนที่นั่งหลับอยู่แต่แล้วความซุ่มซ่ามของฉันที่เดินไปสะดุดกับเสาน้ำเกลือที่ลากมาด้วยก็ทำให้ฉันล้มลงไปกองอยู่กับพื้นทันที

ตุบ! เสียงก้นของฉันกระแทกกับพื้นห้อง

“อุ๊บ” ฉันรีบยกมือทั้งสองข้างมาปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียง ฉันรีบหันไปมองคนที่หลับอยู่ทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะรู้สึกตัว

โอเคยังหลับอยู่ ค่อยโล่งอกหน่อย

คนตัวเล็กที่วุ่นวายกับตัวเองอยู่ค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างยากลำบากโดยไม่รู้ตัวว่ามีสายตาของคนที่แกล้งหลับแอบมองอยู่

โอ๊ย ได้สักที เจ็บก้นไปหมดแล้วเนี่ย

คนป่วยจับไปที่ก้นของตนพร้อมบ่นอยู่ในใจและค่อยเดินไปใกล้ ๆ ร่างสูงเรื่อย ๆ เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว คนตัวเล็กยื่นมือที่ไร้สายน้ำเกลือไปโบกผ่านหน้าคนที่หลับอยู่สองสามครั้ง

โอเค หลับลึก

แต่ทันใดนั้นสองมือแกร่งของพี่เซนคนที่ฉันคิดว่าหลับอยู่คว้าเอวของฉันพร้อมกับดึงฉันไปหาเขา

“ว้าย!” ด้วยแรงดึงของพี่เซนทำให้ฉันต้องมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนตักเขาอย่างงง ๆ

“จะทำอะไรพี่”

“เปล่านะ ใครจะทำอะไรหนูจะไปเข้าห้องน้ำต่างหาก”

“แต่ห้องน้ำอยู่ทางโน้นนะ”

“หนูแค่เดินผ่านอะเดินผ่าน”

“งั้นหรอ” เขาทำหน้าดูไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูดสักนิด

“แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่ ใครให้มากัน” ฉันพยายามเมินและหาเรื่องอื่นมาพูด

“มาไม่ได้หรอ” ร่างสูงถามราวกับจะลองใจฉัน

“ไม่ได้” หลังจากที่ฉันตอบไปเขาก็หน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“นั่นสินะ เรามีคนใหม่แล้วพี่ก็ไม่ควรมายุ่งกับเราอีก” ร่างสูงยกตัวฉันขึ้นจากตักของเขาได้อย่างง่ายและวางฉันลงไปที่โซฟาข้าง ๆ ใบหน้าเขาดูเศร้าและผิดหวังมาก ทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

ว่าแต่ว่าฉันไปมีคนใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ร่างสูงของพี่เซนลุกขึ้นและกำลังเดินไปที่หน้าประตูห้อง เขากำลังจะทิ้งฉันไปอีกแล้วทำให้ฉันต้องรีบทำอะไรสักอย่าง

“ใครกันแน่ที่มีคนใหม่” ฉันตัดสินใจตะโกนตามหลังของเขาไป

ร่างสูงหยุดชะงักลงทันทีที่ฉันพูด เขาหันหน้ากลับมามองที่ฉันอย่างไม่เข้าใจ

“หนูไปมีคนใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันได้โอกาสจึงถามเขากลับทันที

“ก็ไอ้หมอนั่นที่เคยมาจีบเราไง”

“หนูไม่ได้เป็นอะไรกับกาย เราเป็นแค่เพื่อนกัน”

“เพื่อนที่ไหนเขาทำกันแบบนี้วะ มองก็รู้แล้วว่ามันคิดกับเรายังไง”

“แล้วทีพี่ล่ะคะ มีผู้หญิงกี่คนแล้วที่เข้ามาในชีวิตตั้งแต่เราคบกันมา พี่อยู่กับใครบ้างแล้วเอาใครมานอนที่คอนโดช่วงที่เลิกกับหนูไป พี่คิดว่าหนูหูหนวกตาบอดรึไงที่จะได้ไม่เห็นสิ่งที่พี่ทำทั้งหมดน่ะ” ความโกรธ ความน้อยใจทั้งหมดถาโถมมาที่ฉันจนน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“พี่ไม่เคยมีใครทั้งนั้นตั้งแต่ที่เราคบกันมาและหลังจากที่เราเลิกกันพี่ก็ไม่ได้มีใครใหม่แม้แต่คนเดียว”

“แล้วพี่คนนั้นล่ะ ผู้หญิงที่มากับพวกพี่เอิร์ทในวันนั้น”

“ไอ้น้ำน่ะหรอ”

ฉันพยักหน้าตอบไป

“มันเป็นเพื่อนพี่ตั้งแต่ที่เรียนที่อเมริกา มันตั้งใจมาเที่ยวที่นี่พี่ก็เลยต้องพามันมาอยู่ที่คอนโดด้วยแต่พี่ไม่ได้นอนอยู่กับมันนะ วันแรกพี่ไปนอนที่หอไอ้เอิร์ท ส่วนวันอื่นพี่ก็มาเฝ้าหนูอยู่ที่นี่ไง พี่กับมันไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ”

“…”

“และอีกอย่างนะ ไอ้น้ำมันชอบผู้หญิง”

“…” ฉันไม่มีอะไรจะพูดต่อทำได้แค่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ

“เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” พี่เซนเดินมาคุกเข่าลงตรงหน้าฉันพร้อมกับเอื้อมมือมาจับที่มือของฉันไปกุมเอาไว้

“…”

“ได้ไหมครับ”

“ยังก่อนค่ะ พี่ต้องชดใช้ที่ทำให้หนูเสียใจมาตลอด” ฉันไม่ยอมคืนดีกับเขาง่าย ๆ หรอกนะ

“ให้ทำยังไงครับ”

“คิดเอาเองสิคะ”

“ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม”

“ค่ะ”

“ถ้าพี่ทำได้หนูจะกลับมาคบกับพี่ใช่ไหม”

“ก็......”

“ใช่ไหมครับ”

“ก็ได้ค่ะ”

“งั้นรอดูเลยแล้วกัน”

ฟอด! คนหน้ามึนนี่ฉกหอมแก้มฉันโดยที่ฉันยังไม่ได้ตั้งตัวเลยสักนิด

“นี่! ใครอนุญาตให้ทำแบบนี้”

“อ้าว ก็เมื่อกี๊บอกว่าทำยังไงก็ได้หนิ” ใบหน้ายียวนกวนประสาทตอบฉันมาอย่างหน้าตาเฉย

ยอกย้อนเก่งนักนะ

“คนบ้า” แก้มของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะเขินกันแน่

“ไปนอนต่อได้แล้วตอนนี้มันเพิ่งจะตีห้าเอง” ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ฉันจ้องไปที่หน้าหน้าเขาเพื่อจะสื่อไปว่า ‘จะไปไหน’

“พี่ไม่ไปไหนหรอกจะอยู่ตรงนี้แหละ”

เขาฉุดมือฉันลุกขึ้นพร้อมกับช่วยดันไอ้เสาน้ำเกลือไปไว้ข้างเตียงด้วย หลังจากที่ฉันนอนลงไปที่เตียงเรียบร้อยแล้ว เขาก็จัดการห่มผ้าให้อย่างเสร็จสรรพเราจ้องตากันอยู่สักพักฉันก็ตัดสินใจหลับตาลงและหลับไปในที่สุด

พอตื่นขึ้นมาช่วงเจ็ดโมงก็ไม่เจอเขาแล้ว มีแต่พี่พยาบาลที่มาวัดไข้และเอายาก่อนอาหารมาให้

“พี่คะ หนูจะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่คะคือว่าหนูต้องไปเรียนค่ะ” ฉันตัดสินใจถามเธอออกไปเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

“ต้องรอคุณหมอพิจารณาก่อนนะคะ ตอนนี้ไม่มีไข้แล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

เธอยิ้มให้ฉันเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกไป

ฉันตั้งหน้าตั้งตารอหมออย่างจริงจังและพยายามทำตัวให้ปกติสดใสให้เหมือนกับว่าหายจากอาการป่วยแล้ว

ครืด ครืด!

เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นมาทำให้ฉันต้องหยิบขึ้นมาดูปรากฏเป็นม๊าโทรมา

“ค่ะม๊า”

“เป็นไงบ้างคะลูกสาว”

“หมอยังไม่ปล่อยให้หนูกลับเลยม๊า”

“รอให้หายดีก่อนนะลูก อยู่เช็คอาการให้แน่ใจก่อน”

“หนูแค่เป็นไข้เองนะ”

“เดี๋ยวก็ได้ออกแล้วทนอีกนิดนะคะ”

“ค่า”

ฉันคุยอะไรกับแม่นิดหน่อยก่อนที่เธอจะวางสายไป จึงหยิบเอาไอแพดมาทำงานต่าง ๆ ระหว่างรอหมอมาตรวจ พอรอได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงหมอก็มาพร้อมกับข่าวดี คือ ฉันได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันรีบโทรบอกพี่วินและเพื่อน ๆ ด้วยความดีใจก่อนที่จะรอเวลาให้พี่วินมารับ

พยาบาลเอายามาให้ฉันพร้อมกำชับว่าให้กินจนกว่าอาการจะหายดี

แกร็ก! เสียงประตูที่ถูกเปิดทำให้ฉันและพี่พยาบาลมองไปที่ต้นเสียง ปรากฏว่ามีร่างสูงของพี่เซนเดินเข้ามาภายในห้องทำให้พี่พยาบาลต้องเดินออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่

“พี่มาได้ไง”

“พี่วินให้พี่มารับแทน”

พี่วินนะพี่วินทำไมทำกับน้องแบบนี้ทิ้งกันแบบนี้ได้ยังไงกัน

“เสร็จรึยัง” พี่เซนถามหลังจากที่รู้สึกว่าฉันน่าจะทำอะไรเรียบร้อยแล้ว

“อื้อ”

“งั้นไปกันเลย” เขาเดินมาหยิบถุงยาและของ ๆ ฉันไปถือไว้พร้อมกับพาฉันเดินออกมาจากห้อง

อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงบ่ายรถตามท้องถนนจึงไม่ได้มีมากจนทำให้ติดนานนัก เราจึงมาถึงที่คอนโดเร็วกว่าที่คาดไว้

“หิวรึเปล่า เดี๋ยวพี่ไปสั่งข้าวให้” หลังจากที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาที่ฉันแสนจะคิดถึงแล้ว พี่เซนก็อาสาจะสั่งข้าวให้

“หนูเอาราดหน้าทะเลเส้นใหญ่นะ” ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่ที่ฉันไปอยู่ที่โรงพยาบาลฉันได้กินข้าวทุกมื้อจนมันทำให้ฉันค่อนข้างที่จะเบื่อมันแล้วจึงขอกินเมนูอื่นแทนก็แล้วกัน

เขาพยักหน้าและเดินไปที่ระเบียงเพื่อโทรสั่งของกินต่าง ๆ ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นรอเพราะคิดว่าคงยังไม่ได้กินเร็ว ๆ นี้แน่นอนแต่ตาก็ยังคงเหลือบมองไปที่ระเบียงเพื่อดูว่าเขาทำอะไรบ้าง

พูดได้ตรงนี้เลยว่าฉันยังไม่ไว้ใจพี่เซนร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ เสือผู้หญิงยังไงก็ยังคงเป็นเสือผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ ถ้ายังไม่กำราบให้เรียบร้อยก็ต้องมาระแวงอยู่แบบนี้แหละ 

เขายกมือถือขึ้นอีกครั้งหลังจากที่วางสายไปแล้วหนึ่งรอบ คราวนี้ใครโทรมาอีกนะ?

ใบหน้าเขาในตอนนี้บ่งบอกได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน เขาดูหงุดหงิดและดูโกรธมาก เขาเหลือบมามองฉันเล็กน้อยทำให้เราสบตากันโดยบังเอิญ ฉันรีบหันมาสนใจที่โทรศัพท์มือถือของตนเพราะเห็นว่าเขาเริ่มจับได้แล้วว่าฉันแอบดู

คนเพิ่งหายป่วยยกโทรศัพท์มือถือมาเล่นอย่างเนียน ๆ ทำให้ร่างสูงที่เพิ่งกลับเข้ามายิ้มให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเธอแต่กลับเก็บอาการไม่เก่งเลยสักนิด

“เดี๋ยวอาหารจะมาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงนะ เดี๋ยวพี่มากลับไปเอาของที่ห้องก่อน” ร่างสูงเดินออกไปจากห้องทันทีที่พูดจบ ทำให้คนเป็นเจ้าของห้องที่แกล้งไม่สนใจเมื่อครู่แอบมองตามไปด้วยความอยากรู้

คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

ไม่นานคนที่กลับไปเอาของที่ห้องก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำงานต่าง ๆ ของเขากับอาหารถุงใหญ่ที่เขาโทรสั่งมา อาหารเหล่านั้นถูกนำมาใส่จานอย่างเรียบร้อยทุกจาน มีทั้งของโปรดของฉันวางอยู่เต็มไปหมดแต่คนเป็นเจ้ามือยังไม่วายกำชับว่าให้ฉันกินอย่างพอดีห้ามกินแต่ของที่ไม่มีประโยชน์ คงเห็นจากสายตาที่เป็นประกายเวลาเห็นของกินพวกนั้นล่ะมั้ง แต่ถ้าฉันกินเยอะแล้วใครจะทำไมในเมื่อเขาซื้อมาให้ฉันนี่ ฉันก็ต้องจัดการให้หมดไม่ให้เสียน้ำใจคนซื้อสิ

“พรุ่งนี้จะไปเรียนเลยไหม” หลังจากอาหารเข้าไปในปากคำแรกก็มีคำถูกส่งมาทันที

“ไปสิคะ หยุดมาสามวันแล้วเดี๋ยวเรียนไม่ทัน”

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ฉันพยักหน้าตอบไปอย่างเข้าใจ

ความสัมพันธ์ของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงแค่ฉันตอบตกลงกลับไปคืนดีกับเขาอีกครั้งเท่านั้นแหละ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นข้อดีอย่างหนึ่งนะเพราะตอนนี้เรามีพื้นที่เป็นของตัวเองมากขึ้น เราไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ยังคงมาอยู่ด้วยกันเป็นช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

“นะ” และตอนนี้คนหน้ามึนนี่ก็กำลังอ้อนของมานอนกับฉันทั้ง ๆ ที่ทุกวันหลังจากที่มาส่งฉันที่คอนโดแล้วเขาก็สามารถขับรถไปนอนที่หอของพี่เอิร์ทได้ตามปกติ

“ไม่ได้ค่ะ” แน่นอนว่าฉันต้องปฏิเสธอยู่แล้ว ใครจะกล้าปล่อยเสือร้ายอย่างเขาเข้ามานอนด้วยล่ะ

ถึงจะเคยแล้วก็เถอะ

“พี่ต้องขับรถไกลมากเลยนะ นี่ก็ดึกมากแล้วพี่ง่วงขับรถไม่ไหวแล้ว หนูอยากเห็นรถพี่เป็นซากอยู่ข้างถนนหรอ”

ดูเขาสิอ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อยแถมยังเป็นเรื่องไม่ดีอีกด้วย

“นี่พูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า อยากตายมากหรอคะ” ฉันรีบสวนขึ้นมาทันทีเพราะว่ากลัวว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ กับเขา ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างก็เถอะ

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้พี่นอนด้วยเถอะนะ สัญญาว่าจะเป็นเด็กดีไม่ทำให้รำคาญแน่นอน” เสือที่กลายร่างเป็นแมวในตอนนี้เอาหัวซบลงตรงตักฉันราวกับว่ากำลังน้อยใจที่ฉันไม่ให้นอนด้วย

“ก็ได้ ๆ แต่ต้องนอนบนโซฟานี้นะ” ฉันผลักหัวเขาออกจากตักพร้อมกับลุกขึ้นยืน

“มันเล็กพี่นอนไม่ได้” ยังจะเรื่องมากอีก

“จะนอนไม่นอนคะ” ฉันหรี่ตามองและถามออกไปอีกครั้ง

“นอนครับ”

ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย

ฉันเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อทำความสะอาดร่างกายส่วนพี่เซนก็กลับไปอาบน้ำที่ห้องของเขาเพราะตอนนี้พี่น้ำน่าจะยังไม่กลับมา หลังจากฉันออกมาจากห้องเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็เจอพี่เซนนั่งหน้าเครียดทำงานอยู่ที่โซฟา เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันที่เดินผ่านเล็กน้อยพร้อมกับเลิกคิ้วถามประมาณว่า‘มีอะไรรึเปล่า’

ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับนั่งลงไปที่โซฟาตัวเดียวกันกับที่เขานั่งอยู่พร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นไปด้วย เล่นอยู่ไปนานแบตก็หมดไปทำให้หน้าจอดับไปทันที

“มาหมดอะไรตอนนี้เนี่ย เลเวลกำลังอัพเลย” ฉันบ่นออกมาเบา ๆ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นมือถือสีดำของพี่เซนที่วางคว่ำหน้าอยู่

เหมือนกับว่าเขาเห็นว่าฉันจ้องอยู่นานจึงหยิบมันส่งมาให้ ทำให้ฉันแกล้งทำเป็นมองหน้าเขาแบบงง ๆ

“เอาไปเล่นสิ” เขาบอก

ฉันรับมาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองไปชาร์จไว้ คิดหรอว่าฉันจะเล่นเกมน่ะ ฉันรีบเปิดเข้าไปในแอปพลิเคชันแชทที่เป็นที่นิยม พร้อมเลื่อนดูแชทเก่า ๆ ของเขาเพื่อดูความผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติทั้งนั้นเพราะแชทส่วนใหญ่ก็มีแค่เพื่อนเขากับฉันเท่านั้น

เมื่อมองหาตัวแอปพลิเคชันอื่นก็แทบจะไม่มีอะไรในเครื่องทั้งนั้น ราวกับว่าเป็นโทรศัพท์ที่ซื้อมาเมื่อวานยังไงอย่างงั้นแหละ ทำให้ฉันเลิกใส่ใจและหันไปเล่นเกมตามเดิม ไม่รู้ว่าเล่นไปนานเท่าไหร่ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็คือตอนที่ถูกวางลงบนที่นอนนุ่มแล้ว

“อื้อ” ฉันเปล่งเสียงออกมาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมายุ่มย่ามแถว ๆ ใบหน้าแต่ก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดู

เมื่อรู้สึกว่าร่างกายได้รับความอบอุ่นอย่างดีและไร้การรบกวนจากอะไรบางอย่างนั้นแล้วฉันก็สงบลงและซบใบหน้าลงกับความอบอุ่นนั้นโดยลืมไปเลยว่ายังมีใครบางอยู่ในห้องด้วย

ส่วนร่างสูงที่ตีเนียนมานอนอยู่บนเตียงด้วยนั้นก็ทำตัวเป็นหมอนข้างมีแขนให้กับเจ้าของห้องด้วยความเต็มใจ ความคิดถึงมันถาโถมเข้ามาอย่างหนักจนไม่อยากลุกออกไปจากตรงนี้ เดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้กอด ได้อยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ มันทำให้ใจเขาแทบจะขาด ยิ่งเห็นเธออยู่กับคนอื่นก็ยิ่งรู้สึกแย่ ทั้ง ๆ ที่ทำใจไว้ก่อนแล้ว

สองแขนหนากระชับร่างเล็ก ๆ นั้นเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความคิดถึงพร้อมกับข่มตานอนให้หลับไปด้วยใจที่เต็มไปด้วยความสุข

ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมารู้สึกว่าร่างกายรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดแต่พอมองไปรอบ ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติอะไรมีแค่ฉันคนเดียวที่อยู่ภายในห้องนี้ เมื่อรู้สึกตัวดีแล้วก็เพิ่งนึกได้ว่ามีใครบางคมาขออยู่ด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา

ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อมุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่นข้างนอก เมื่อถึงที่หมายก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ทันที พบว่าร่างสูงที่ตามหากำลังนั่งทำงานอยู่ที่โซฟาตัวเดิมพร้อมมีแก้วกาแฟร้อนอีกหนึ่งแก้ววางอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งอกทันที

ร่างสูงหันมองมองเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องนั้นจ้องตัวเขาเองอยู่นานมากแล้ว

“มาแอบมองพี่ทำไม” สิ้นคำพูดคนที่แอบมองอยู่สะดุ้งขึ้นมาทันที

“หนูเปล่าแค่กำลังจะออกไปกินน้ำ” ร่างเล็กรีบปฏิเสธอย่างเร็วพร้อมกับเดินผ่านไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบเอาน้ำขวดเล็กมาหนึ่งขวด

เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงไม่สนใจตนแล้วจึงค่อย ๆ เดินผ่านไปช้า ๆ

“พี่ซื้อน้ำเต้าหู้มาให้วางอยู่บนโต๊ะนะ” คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานพูดออกมาราวกับเพิ่งนึกได้

ต้องตื่นเช้าแค่ไหนถึงได้ไปซื้อน้ำเต้าหู้มาไว้แถมยังนั่งทำงานต่อได้สบายขนาดนี้นะ ฉันก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรเขาเพียงแต่เดินไปดูอย่างเงียบ ๆ และจัดการกินไปหนึ่งถุง

เมื่อทุกอย่างราบรื่นเป็นไปตามปกติเขาก็ขับรถไปส่งฉันที่คณะเหมือนเดิม เมื่อฉันก้าวลงจากรถหลังจากที่จอดเรียบร้อยแล้ว สายตาของหลายคนจับต้องมาที่ฉันจนฉันเกือบเสียความมั่นใจ แต่พอหันกลับไปดูจากทางด้านหลังก็พบว่าร่างสูงที่มาด้วยกันกำลังเดินตามฉันต้อย ๆ ราวกับเด็กเดินตามแม่

เมื่อเขาเร่งความเร็วจนตามฉันทันแล้วฉันก็เอ่ยถามทันทีด้วยความสงสัย

“ตามมาทำไมคะ”

“ก็อยากไปด้วย” เขาตอบออกมาอย่างหน้าตาเฉย

“ไม่ต้องตามมาแล้วค่ะหนูจะขึ้นห้องเรียนแล้ว” ฉันห้ามเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าที่จะตามฉันขึ้นไปบนห้องเรียน

“ไปส่ง” คำสั้น ๆ แต่ได้ใจความทำเอาฉันหาอะไรมาหยุดเขาไม่ได้ ก็ต้องยอมให้เขาเดินขึ้นมาส่งที่หน้าห้องเรียน

เมื่อถึงแล้วฉันรีบเดินเข้าห้องอย่างเร็วเพราะรู้สึกว่าเริ่มมีคนมองมากไปแล้ว ถึงแม้ว่าตึกคณะของฉันจะมีคนต่างคณะขึ้นมาค่อนข้างที่จะบ่อยแต่เราก็ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นใคร แต่กับพี่เซนเขาเรียนคณะที่มีการแต่งกายที่ค่อนข้างจะโดดเด่นทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนโดยง่าย

“แหม คืนดีกันแล้วหรอถึงได้เดินมาส่งกันถึงหน้าห้องเรียนเลย”

ยังไม่ทันได้นั่นก็มีเสียงแซวจากเพื่อนสนิทอย่างไอ้ตาลที่นั่งแอบมองอยู่มุมห้อง

“ก็...ยัง”

“นี่ขนาดยังนะเนี่ย ถ้าคืนดีแล้วพี่เซนไม่มานั่งเรียนในห้องด้วยเลยหรอ”

“จะบ้าหรอใครจะไปทำอย่างนั่นกัน”

“กูว่าไม่บ้าหรอกแต่กูคิดว่าอาจจะเป็นไปว่ะ เขายังนั่งอยู่หน้าห้องเราอยู่เลย” ไอ้มิลค์ที่เพิ่งเดินเข้ามาพูดพร้อมชี้ไปที่หน้าห้องที่เพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี๊

เขาทำอะไรเนี่ยทำไมไม่ยอมไปเรียนสักที

ฉันได้แต่บ่นอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้ออกไปไล่เขาโดยตรง โดยคาบนั้นทั้งคาบเพื่อนในห้องหลายคนก็ต่างมองมาที่ฉันเพราะรู้ว่าพี่เซนเป็นแฟนฉัน ไม่เว้นแม้กระทั่งอาจารย์ที่เขามาสอนยังแซวฉันไม่หยุดตั้งแต่ต้นยันเลิกคลาส

ฉันรอให้เพื่อนทุกคนออกไปจากห้องให้หมดเพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตาของใครอีกแล้ว แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของฉันมันยังเห็นดีเห็นงามทิ้งกันไปและปล่อยให้ฉันไปกับเขาโดยไม่รอส่งกันเลยสักนิด

สองขาเรียวสวยเดินออกมาจากห้องและจ้องไปที่คนที่มานั่งเฝ้าอย่างเอาเรื่อง

“ทำไมออกมาช้า” คนที่ไม่รู้ตัวว่าโดนงอนเข้าแล้วเอ่ยปากถามออกมาเมื่อเห็นว่าฉันออกมาช้ากว่าคนอื่นอยู่มาก

“ก็เพราะใครล่ะ”

“เพราะใคร? พี่หรอ” เขาชี้นิ้วเข้าไปที่ตัวเองพร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ใครบอกให้มานั่งรอดูสิคนมองหมดแล้ว”

“ทำไมต้องอายด้วย มันเป็นเรื่องปกติ”

“ปกติตรงไหน”

“พี่มารอแฟนพี่มันแปลกตรงไหน”

“ใครเป็นแฟนพี่กัน” เราเรียงต่อล้อต่อเถียงกันระหว่างเดินไปที่รถ

“คนนี้ไง” เขายื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหูของฉันด้วยสีหน้าที่ดูไม่น่าไว้วางใจ

“ขี้โม้ ยังไม่ได้บอกว่าจะคืนดีด้วยสักหน่อย”

“แต่เมื่อคืนกอดพี่แน่นแทบจะแกะไม่ออกเลยนะ”

สิ้นสุดคำนั้นดวงตากลมโตของฉันก็เบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัว นี่เขาแอบมานอนบนเตียงกับฉันงั้นหรอ

เพียะ ฉันตีไปที่แขนหนา ๆ ของคนฉวยโอกาสอย่างแรง

“พี่แอบมานอนบนเตียงหรอ”

“แค่อุ้มไปนอนเองแต่หนูกอดพี่ไม่ปล่อยพี่ก็ออกมานอนข้างนอกไม่ได้สิ”

“งั้นวันนี้ห้ามมานอนที่ห้องหนูนะ” ฉันพูดดักคอเขาไว้

“ได้ไง แล้วพี่จะไปนอนที่ไหน”

“นั่นมันก็เรื่องขอพี่ไม่เกี่ยวกับหนู”

“ไม่เอา ให้พี่ไปนอนด้วยนะ” ไม่ต้องมาอ้อนเลย คนอย่างเขามีปัญญาจัดการหาที่นอนเองได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว

“ไม่ค่ะ นี่คือบทลงโทษ”

“ใจร้าย” พอฉันตอบไปแบบนั้นเขาก็สะบัดหน้าหนีราวกับเป็นผู้หญิงแล้วเดินขึ้นรถไปทันที

ฉันได้แต่มองตามอย่างอึ้ง ๆ กับอาการที่เขาแสดงออกมา

พี่เซนขับรถมาส่งฉันที่คอนโดก่อนที่เขาจะขับออกไปทำธุระ เขาบอกกับฉันว่าโรงแรมที่หัวหินที่เปิดใหม่มีปัญหานิดหน่อยต้องไปดูวันนี้ นั่นหมายความว่าเขาต้องขับรถไปหัวหินในวันนี้ ก็มันเป็นงานของเขานี่แม้ลำบากแค่ไหนก็ต้องทำอยู่ดี ฉันเลิกใส่ใจและพาตัวเองขึ้นมาที่ห้องเพราะอากาศตอนนี้ร้อนจนแทบจะไหม้อยู่แล้ว

เมื่อถึงห้องฉันก็เปิดดูหนังจากแอปพลิเคชันดังจนเวลานั้นล่วงเลยถึงช่วงเย็น โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวสั่นขึ้น ทำให้ฉันต้องชะโงกหน้าไปดู

ครืด ครืด!

คนที่โทรมาคือคุณยาย

“ค่ะยาย”

(น้องวาทำอะไรอยู่ลูก)

“น้องวากำลังดูหนังค่ะ”

(แล้วกินข้าวรึยัง)

“ยังเลยค่ะ แหะ ๆ”

(รีบไปกินเลยนะ) คุณยายทำเสียงดุตอบกลับมา

“เข้าใจแล้วค่ะ”

(พรุ่งนี้วันหยุดแล้วไม่ใช่หรอน้องจะกลับมาที่บ้านรึเปล่า)

นั่นสิ ฉันเข้าโรงพยาบาลจนลืมวันลืมคืนไปได้ยังไง

“เดี๋ยวน้องวากลับพรุ่งนี้ตอนเช้านะคะ”

(จ้าลูก น้องพาตาเซนมาด้วยได้ไหมยายอยากเจอ ไม่รู้โตเป็นหนุ่มแล้วจะหน้าตาเป็นยังไง)

“เอ่อ น้องวาไม่รู้ว่าพี่เซนจะว่างรึเปล่า”

(น้องลองถามพี่เขาดูก่อนได้ไหมลูก ถ้าตาเซนไม่ว่างก็ไม่เป็นไร)

“ก็ได้ค่ะ”

เราถามสารทุกข์สุกดิบกันตามประสายายหลาน คงเป็นเพราะฉันเพิ่งออกจากโรงพยาบาลคุณยายคงเป็นห่วงเรื่องอาหารการกินของฉัน เธอมักจะโทรมาถามเสมอเพราะกลัวว่าฉันจะลืมกินข้าวเย็น ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่าช่วงที่อยู่ที่บ้านฉันน่ะแทบจะไม่แตะเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่หิวบ้าง อยากลดความอ้วนบ้าง และยิ่งมาอยู่ที่นี่ยิ่งแล้วใหญ่ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ฉันกินข้าวแค่วันละมื้อเท่านั้น จริง ๆ ก็อยากจะกินให้มากกว่านี้นะแต่ด้วยตารางเวลามันเปลี่ยนไปจากปกติทำให้ฉันกินได้แค่นี้จริง ๆ

 ที่บอกว่าตารางเวลามันเปลี่ยนก็เพราะว่ากว่าจะตื่นและลุกขึ้นมาจากเตียงได้ก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว กว่าจะอาบน้ำทาครีมแต่งตัวเสร็จก็เกือบจะสี่โมงเย็น กว่าจะไปเลือกซื้อของกินและได้กินอีกทีก็ห้าโมงกว่า ซึ่งถือว่าเป็นเวลาปกติของเย็นของฉันทำให้วันหยุดฉันกินข้าวได้แค่นี้และนี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันได้โรคนี้มาก็ได้ ไอ้โรคกรดไหลย้อนที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้องกินข้าวให้ตรงเวลา ห้ามกินอาหารรสจัดไป ซึ่งมันทำให้ชีวิตฉันต้องระวังเรื่องนี้มากขึ้นกว่าปกติ ก็อย่างว่าอะนะสุขภาพเป็นสิ่งที่เราซื้อคืนมาไม่ได้ถ้าเสียมันไปแล้ว

ฉันจ้องไปที่เบอร์ของพี่เซนหลังจากที่วางสายจากคุณยายเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่กล้าโทรไปหาเขาเองจึงได้แต่ส่งข้อความผ่านแชทไป

‘พี่เซนพรุ่งนี้ยายหนูชวนไปกินข้าวที่บ้าน ว่างรึเปล่า?’

ฉันรอเขาอ่านอยู่ประมาณห้านาทีแต่ก็ไร้การตอบรับใด ๆ ฉันเลิกใส่ใจเพราะคิดว่าเขาคงยุ่งอยู่กับงาน

พออาบน้ำเสร็จอะไรเสร็จก็เข้านอนทันทีโดยที่ไม่ได้เปิดมือถือดูอีกรอบ

ทางด้านคนที่ไปดูงานที่หัวหินนั้นกำลังเคลียร์ปัญหาที่สะสมจากการที่ญาติห่าง ๆ ของเขาที่เพิ่งเรียนจบมาจากต่างประเทศเข้ามาช่วยดูแลงานที่โรงแรม จากนั้นปัญหาต่าง ๆ ก็เริ่มตามมาทีละอย่าง ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนไม่เคยมีเหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้นเลย 

พี่เดย์ลูกพี่ลูกน้องของผมที่เพิ่งกลับมาได้ไม่นานได้เข้ามาช่วยดูแลโรงแรมแห่งนี้ที่ผมเป็นเจ้าของ ตั้งแต่ที่เขากลับมาจนถึงตอนนี้ก็ประมาณสามเดือนแล้ว พบว่ารายได้ของบริษัทหายไปอยู่หนึ่งส่วนซึ่งถ้าเราไม่ตรวจสอบก็ไม่มีทางพบแน่นอนเพราะมันเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก

ผมกับพี่เดย์เราไม่ค่อยจะลงรอยสักเท่าไหร่เป็นเพราะกิจการของพ่อผมไปได้สวยกว่ากิจการทางบ้านเขา ซึ่งธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่อยู่ในลักษณะเดียวกัน เมื่อบริษัทของคนทางนั้นมีปัญหา พ่อผมจึงรับครอบครัวนี้มาช่วยที่บริษัทโดยที่ต้องคอยจับตาดูตลอดถึงแม้ว่าจะเป็นญาติกันก็ตาม ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด ตั้งแต่เขาเข้ามางบประมาณหลายอย่างก็ถูกเขายักยอกไป

ผมจึงต้องจ้างสายสืบคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเขาเงียบ ๆ ครั้งนี้ผมต้องมาดูงานเองก็เพราะว่าลูกค้าเริ่มไม่พอใจกับสิ่งบริการต่าง ๆ ของโรงแรมเรา เมื่องบประมาณส่วนนี้หายไปของเหล่านั้นก็ถูกนำมาใช้ซ้ำซึ่งทำให้ลูกค้าบางคนไม่พอใจเป็นอย่างมาก เมื่อผมรู้เรื่องนี้ผมต้องกลับมาจัดการอย่างเด็ดขาดสักทีไม่อย่างนั้นโรงแรมผมเสียหายเป็นอย่างหนักแน่นอน

“คุณเซนครับ ผมให้ลูกน้องไปสืบมาช่วงนี้คุณเดย์เขาติดต่อกับนายพลธรรมรัตน์ครับ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าคุณเดย์เขากำลังคิดจะทำอะไรแต่ที่ผมดูมาไม่น่าจะใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ครับ” น้าวุฒิอดีตนายตำรวจหน่วยพิเศษที่เป็นผู้ช่วยคนสนิทของผมเดินเข้ามารายงานเรื่องที่ผมให้สืบ

“ทำไม”

“นายพลคนนี้ลักลอบนำเข้าอาวุธและสินค้าต้องห้ามส่งมาทางชายแดนพม่าแถมยังเคยโกงเงินจากทางกองทัพแต่ก็โดนละเว้นความผิดมาโดยตลอด ผมคิดว่าคุณเดย์คงคิดจะทำอะไรสักอย่างโดยใช้นายพลคนนี้หนุนหลังแน่นอนครับ”

ผมพยักหน้าให้น้าวุฒิพร้อมกับตอบออกไป

“น้าจับตาดูไว้ก่อนอย่าเพิ่งทำอะไร ผมมั่นใจว่าไอ้นายพลคนนั้นต้องเป็นที่หมายหัวของใครบางคนอยู่แน่ ๆ”

ถามว่าผมกลัวสิ่งที่มันกำลังจะทำไหมน่ะหรอ ผมไม่กลัวหรอกอะไรที่มันอยู่ในที่ลับ ๆ มันไม่สามารถทำอะไรได้สะดวกแน่นอน มันคงระแวงและกลัวความผิดจนไปหาพวกมาหนุนหลังเอาไว้

ผมรู้ดีว่าไอ้นายพลคนนั้นมันก็คงเห็นว่าไอ้เดย์คงเป็นหมากตัวหนึ่งที่เก็บไว้เป็นตัวตายตัวแทนเวลาที่มันโดนเล่นงานเท่านั้นแหละ ถ้ามันยังฉลาดพอที่จะอยู่รอดโดยที่ไม่ต้องไปชดใช้กรรมในคุก

ผมวางแผนอะไรบางอย่างกับน้าวุฒิพอสังเขป เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็หยิบมือถือที่ปิดเครื่องไว้อยู่ในกระเป๋าออกมาดู เมื่อเปิดเครื่องแล้วก็พบว่ามีข้อความจากคนตัวเล็กส่งมา

‘พี่เซนพรุ่งนี้ยายหนูชวนไปกินข้าวที่บ้าน ว่างรึเปล่า?’

เมื่อได้เห็นข้อความนั้นแล้วทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ตอนแรกก็ว่าจะค้างที่นี่เพราะไม่อยากขับรถกลับในตอนนี้แต่ตอนนี้ผมคงต้องกลับไปหาใครบางคนแล้ว

ผมลุกขึ้นยืนและไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่ที่ชั้นใกล้ ๆ จากนั้นก็เดินออกจากที่พักไป

“คุณเซนจะไปไหนครับ” เมื่อน้าวุฒิเห็นว่าผมกำลังจะเดินไปที่รถเขาก็รีบเดินเข้ามาถาม

“กลับแล้วครับ ถ้ามีอะไรน้าโทรมาได้ตลอดเลยพอดีพรุ่งนี้ผมติดธุระด่วน”

“ระวังตัวด้วยนะครับ” ผมพยักหน้าให้แกพร้อมกับยกมือไหว้เป็นอันว่าบอกลาเรียบร้อยแล้วก็รีบขับออกมาจากที่พักอย่างรวดเร็ว

ใช้เวลาขับรถอยู่ไม่นานผมก็มาถึงที่หมายช่วงตีหนึ่งเกือบตีสอง 

ป่านนี้คงหลับไปแล้วมั้ง

ผมรีบขึ้นไปที่ห้องของเธอพร้อมกับกดรหัสที่หน้าประตูเข้าไปแทนที่จะเคาะประตู แน่นอนว่าผมรู้รหัสของห้องเธออยู่แล้วแต่ทุกครั้งที่เคาะประตูก็เป็นการขออนุญาตเธอเท่านั้น

ผมรีบตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของเธอพบว่าคนตัวเล็กหลับไปแล้วอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ผ้าห่มกองอยู่ที่เท้าตามเคย ผมจัดแจงห่มผ้าและเปลี่ยนท่าเพื่อให้เธอนอนสบายก่อนค่อยไปอาบน้ำทีหลัง โชคดีที่ผมมีกระเป๋าเสื้อผ้าติดรถไว้เสมอจึงไม่ต้องไปซื้อใหม่หรือไปหาหยิบที่ไหน เมื่ออาบน้ำเสร็จผมก็ล้มตัวลงไปนอนอยู่ข้าง ๆ วาโดยที่น้องไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ยังหลับสบายใจเหมือนเดิมแถมยังมุดตัวเข้ามาหาอ้อมแขนผมโดยอัตโนมัติอีกด้วย

เมื่อแสงแดดที่เล็ดลอดสอดส่องผ่านผ้าม่านของห้องเข้ามาได้กระทบกับดวงตาของฉันโดยตรงทำให้ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ อะไรหนัก ๆ ที่พาดอยู่บนเอวเล็กนั้นทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย จึงค่อย ๆ ขยับตัวหันกลับมาดูต้นตอของมันซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพี่เซนที่ตอนนี้ยังนอนหลับตาพริ้มไม่รู่เรื่องรู้ราวอยู่ตรงหน้าฉัน แถมเจ้าตัวยังกระชับอ้อมแขนที่โอบกอดฉันไว้ให้แน่นกว่าเดิมจนตอนนี้ใบหน้าขอฉันแนบอยู่กับหน้าอกเปลือยเปล่าของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้ฉันควรเปลี่ยนรหัสประตูได้แล้ว ไม่รู้ว่าเขาแอบเข้ามากี่รอบต่อกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ดูสิขนาดเขาเข้ามาในห้องฉันฉันยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดมัวแต่หลับลึกไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้ และตอนนี้คนบุกรุกก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยแถมยังใช้ฉันเป็นหมอนข้างให้เขาอย่างหน้าตาเฉย

“ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะคนบุกรุก” ฉันขยับตัวแรง ๆ อยู่ในอ้อมแขนของเขา

“นอนต่ออีกนิดนะ เมื่อคืนกว่าพี่จะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว” ข้ออ้างแรกมาแล้วแต่ฉันก็ยังเชื่อเขาโดยการนอนอยู่นิ่ง ๆ ให้เขากอดอยู่อย่างนั้น

ไม่รู้ว่าฉันแอบหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ตื่นมาอีกทีก็สิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว และคนข้าง ๆ ฉันที่เปลือยท่อนบนนั่งพิงหัวเตียงทำงานอยู่โดยไม่ได้ลุกไปไหนเช่นกัน

“ตื่นแล้วหรอ” เมื่อพี่เซนหันมันสบตากับฉันที่นอนมองเขาตาปริบ ๆ อยู่ตอนนี้ก็เอาโน้ตบุ๊กของเขาไปวางไว้ที่ข้างเตียงทันที

“ทำไมพี่มานอนอยู่ที่นี่” ฉันถามคำถามนี้ออกไปโดยไม่ลังเลเลยสักนิดเพราะจำได้ว่าฉันเป็นคนห้ามไม่ให้เขามานอนที่นี่เมื่อวานนี้เอง

“ก็พรุ่งนี้หนูชวนไปที่บ้านไม่ใช่หรอพี่ก็ต้องมานอนกับหนูสิ เกิดหนูไปแล้วไม่รอพี่ทำไง” ข้ออ้างอีกแล้ว

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย”

“พี่เปล่านะ”

“ทำไมไม่ไปนอนที่อื่นคะ หนูบอกพี่แล้วไงว่าวันนี้ไม่ให้มานอนที่นี่”

“ก็พี่ขับรถมาจากหัวหินตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อยถ้าให้พี่ไปนอนที่อื่นอีกมีหวังหลับในอยู่บนรถแน่ ๆ”

ร่างสูงพูดพลางทิ้งหัวลงมาบนตักของฉันทั้ง ๆ ที่ฉันนอนอยู่ทำให้ฉันต้องสปริงตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างไวพร้อมกับดันหัวหนัก ๆ นี้ออกจากตักแต่ก็ไม่ได้ผลสักที

ร่างสูงเอื้อมมือมาคว้ามือของฉันไปกุมเอาไว้พร้อมกับจูบลงไปที่หลังมือเบา ๆ ทำเอาฉันถึงกลับไปไม่ถูกเลย ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวอีกทั้งมือใหญ่นั้นยังไม่ยอมปล่อยมือของฉันเลย เขาสอดนิ้วเข้ามาประสานกันนิ้วมือของฉัน ทำให้นิ้วมือของเราประสานกันอย่างแนบแน่น

ร่างสูงค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากตักของฉันพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ จนจมูกของเราชิดกัน จากนั้นเขาก็กดริมฝีปากลงมาจนปากของเราแนบชิดกัน เขาค่อย ๆ ขบเม้มไปที่ริมฝีปากล่างของฉันเบา ๆ มือสองข้างเคลื่อนมาจับที่ใบแก้มทั้งสองของฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้ขยับไปไหนและค่อย ๆ สอดลิ้นร้อน ๆ นั้นเข้ามาในปากของฉัน จนเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งฉันต้องผลักเขาออกเมื่อเริ่มรู้สึกว่าหายใจไม่ทันแล้ว ฉันซบหัวลงไปบนบ่าหนาของเขานิ่ง ๆ โดยมีมือใหญ่คอยลูบหัวช้า ๆ อยู่อย่างนั้นจนรู้สึกว่าเหตุการณ์เข้าสู่โหมดปกติแล้วเราจึงแยกย้ายกันไปอาบน้ำกันที่ห้องใครห้องมัน

 

-----------------------------------------

 

ตอนนี้ค่อนข้างจะ feel good นิดนึงน้า ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้มาอัพนะคะ

ไรท์เพิ่งเห็นว่าจำนวนคนอ่านถึง 10000 ครั้งแล้ววววว เย้!

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ติดตามนะคะ ตอนนี้ไรท์กำลังกลับไปแก้ตอนเก่า ๆ ที่ดูไม่ค่อยเข้ากันบ้างเพื่อให้มันดูไม่ติดขัดตอนอ่านน้า รักทุกคนนะคะ (ส่งหัวใจไปรัว ๆ)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #73 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 18:22

    เขิลลลล อิอิ
    #73
    1
  2. #72 G'DayCutie (@nookbeasty) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 06:43

    ดีใจกับไรท์นะคะ
    #72
    1
    • #72-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      9 มิถุนายน 2563 / 07:53

      ขอบคุณค่า❤️❤️❤️🌈
      #72-1
  3. #71 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:01

    ว้าว!!ดีใจกับไรท์ด้วยนะคะสู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ไรท์เขียนสนุกมากด้วยนะคะทุกคนเลยชอบ
    #71
    1
    • #71-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      8 มิถุนายน 2563 / 23:14

      ขอบคุณนะคะ รักๆๆๆๆ😍😍😍😍😍🙏🏻🙏🏻🙏🏻
      #71-1
  4. #70 Suitors (@Suitors) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 21:38
    งื้อออ ดีใจด้วยน้าาา รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค้าาาา
    #70
    1
    • #70-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      8 มิถุนายน 2563 / 21:41

      ขอบคุณนะคะ❤️❤️❤️
      #70-1
  5. #69 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 20:45

    ส่งกำลังใจให้ไรท์เหมือนกันค้าา ขอบคุณที่อัพให้่อ่านนะคะ
    #69
    1
    • #69-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      8 มิถุนายน 2563 / 21:00

      แงงงงง ขอบคุณนะคะ
      #69-1
  6. #68 Suitors (@Suitors) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 09:37
    ได้กอดสมใจแย้วววว
    #68
    1
    • #68-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      8 มิถุนายน 2563 / 09:53
      ให้เขาหน่อยเขารอมานาน5555
      #68-1
  7. #67 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:33

    อิพี่เซนจะดีแตกอีกไหมคะไรท์ เราขี้เกียจย้ายเรือแล้วนะ เหนื่อย 555 ขอบคุณที่มาอัพนะคะ รอทุกวันเยย
    #67
    1
    • #67-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      7 มิถุนายน 2563 / 21:34
      อย่างนี้ต้องมารอลุ้นทุกวันแล้ว55555
      #67-1
  8. #66 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:27
    น้องเอาไงต่อค่ะเนี่ยลุ้นอะ
    #66
    1
    • #66-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 15)
      6 มิถุนายน 2563 / 13:52
      รอติดตามครั้งหน้าค้าบ55555
      #66-1
  9. #65 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 23:55

    ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ
    #65
    1