แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 13 : ดีไม่ดี 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    4 ก.ค. 63

12

ดีไม่ดี

 

เมื่อวันหยุดผ่านไปเราก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตกันแบบเดิม ๆ วันนี้เป็นวันแรกที่เราเรียนหลังจากสอบมิดเทอมไป ถึงจะไม่พร้อมยังไงก็ต้องพาร่างตัวเองให้ลุกจากเตียงมาเรียนให้ทันคลาสเช้าในวันนี้ ในคลาสอาจารย์เริ่มสอนเรื่องใหม่ซึ่งฉันก็ไม่ได้มีปัญหากับการเรียนอะไรหรอกนะเพราะว่าตอนนี้เรายังเจอวิชาง่าย ๆ อยู่ จึงไม่ได้เคร่งเครียดอะไร แค่มาเข้าเรียนให้ทันก็ยังดี

 

“ชะนีวันนี้ไปตลาดหน้ามอกัน” สาวประเภทสองร่างยักษ์เดินมานั่งที่ของตนพร้อมกับเอ่ยชวนพวกเราไปที่ตลาดนัดของทางมหาวิทยาลัย

มาสายแล้วยังจะชวนไปเที่ยวอีกนะ

“ไปดิ” ไอ้ตาลตอบอย่างเร็ว

“พอไปเที่ยวน่ะรีบตอบเลยนะมึงน่ะ” เวลาฉันชวนไปอ่านหนังสือหรือทำงานอย่างอื่นนะมันไม่เคยกระตือรือร้นอะไรขนาดนี้นี้เลยแต่พอบอกจะไปเที่ยวทีไรกระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันทีเลย

“แน่นอนเพราะวันนี้กูจะไปหาอาหารตาใหม่ ๆ เผื่อจะเจออะไรดี ๆ บ้าง”

“ขอให้มึงเจอแล้วกัน”

ตลาดนัดของมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านเดินสลับไปมาร้านโน้นร้านนี้จนน่าเวียนหัว ทั้ง ๆ ที่ช่วงสอบก่อนหน้านี้เงียบกริบอย่างกับป่าช้า พวกเราเดินเข้าไปในตลาดเพื่อเลือกซื้อของกินและของที่อยากได้อื่น ๆ

ฉันเดินตรงดิ่งไปที่ร้านชีสเค้กที่เป็นร้านประจำร้านร้านเดิมที่ฉันมาซื้ออยู่บ่อย ๆ เพื่อเอาไปเก็บไว้ที่คอนโดตัวเอง เมื่อถึงร้านฉันก็หยุดรอคิวที่หน้าร้านแต่อยู่ดี ๆ ร่างกายก็ถูกอะไรบางอย่างมากระแทกที่ด้านหลังทำให้ตัวฉันกระเด็นไปข้างหน้าอย่างแรงโชคดีที่ทีใครบางคนดึงตัวฉันไว้ไม่อย่างนั้นใบหน้าของฉันคงลงไปจูบกับเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าแน่ ๆ

“เป็นอะไรรึเปล่า” เป็นกายที่ช่วยฉันไว้ในคราวนี้

ฉันส่ายหน้าทันทีพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ

“ขอบคุณนะที่ช่วย”

“ไม่เป็นไร” เขาตอบมา

สายตาหันไปมองทางด้านหลังเพราะอยากรู้สาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ พบว่าผู้หญิงตัวสูงพอ ๆ กับฉันที่อยู่ในชุดนักศึกษาซึ่งก็เป็นคนที่ฉันเจอเมื่อตอนที่ไปค่ายในตอนนั้น

“วาเองหรอ ขอโทษนะ พอดีว่าเราไม่ทันเห็นน่ะ” ครีมหันมาพูดกับฉันเมื่อเราทั้งสองสบตากัน

“ไม่เป็นไร ๆ” ฉันตอบไปและยิ้มให้กับเธอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นคนกันเอง

“เกือบหน้าทิ่มลงไปกับเค้กแล้วไหมล่ะ” กายพูดขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน

“อือ เกือบไปแล้ว”

“ทีหลังก็ระวังหน่อยสิ”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะมีคนมาชน”

“ก็ถึงบอกให้ระวังนี่ไง”

“แค่นี่ก็ต้องดุด้วย” ฉันทำท่างอนใส่เขา

“เราแค่บอกไม่ได้ดุ”

“จ้า บอกก็บอก” ฉันหันกลับไปสนใจเค้กอีกครั้งเมื่อเจ้าของร้านเรียกแล้ว

สองไม้สองมือเต็มไปด้วยของกินมากมายไร้ซึ่งอย่างอื่นมาผสม กำลังเดินตามเหล่าเพื่อนสาวที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าของตนกัน ตอนแรกเราก็เดินกันสี่คนปกติอยู่หรอกแต่ตอนนี้กลับได้เพื่อนใหม่มาเพิ่มอีกสองคนนั่นก็คือกายกับนนท์เพื่อนของเขา

“ตัวนี้สวยไหม” ไอ้ตาลหยิบเสื้อครอปสีชมพูหวานชูขึ้นพร้อมกับหันมาถามความเห็นเป็นรอบที่ร้อยจากพวกฉันที่ยืนรออยู่หน้าร้าน

ณ ตอนนี้ก็ต้องตอบว่าสวยไปก่อนเพราะเรายืนรอมันเกือบชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จเลยด้วยซ้ำ

“ดีมากมึง เหมาะกับมึงมาก” พูดพรางยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสาวตรงหน้า

“จริงหรอ”

“ที่สุด”

“งั้นเอาตัวนี้ค่ะ” มันหันไปพูดกับเจ้าของร้าน

ในที่สุดก็เสร็จสักที ไหนตอนแรกบอกจะมาส่องผู้แต่นี่อะไร มีแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับเต็มไม้เต็มมือ

“แล้วนี่กลับยังไงกัน” ฉันหันไปถามกายก่อนที่จะขึ้นไปนั่งบนรถ

“เดี๋ยวให้เพื่อนไปส่ง” เขาชี้ไปที่นนท์

“กลับกับเราก็ได้ยังไงก็อยู่คอนโดเดียวกัน”

“จะดีหรอ”

“ดีสิ นนท์จะได้ไม่ต้องวนกลับ”

“เอางั้นก็ได้ เจอกันมึง” เขาพยักหน้าให้พร้อมกับหันไปบอกลาเพื่อนของเขาก่อนจะเดินตรงดิ่งมาที่รถของฉัน

ระหว่างทางฉันก็หาเรื่องคุยกับเขาจนเรามาถึงที่คอนโดกัน เขาแยกตัวออกไปที่ร้านสะดวกซื้อข้างคอนโดส่วนฉันก็เดินเข้าลิฟท์กลับห้องตามระเบียบ ใช้เวลาไม่นานลิฟท์ก็พามาถึงชั้นที่ฉันพักอยู่

ประตูห้องของพี่เซนถูกเปิดออกมาพร้อมกับร่างของเขาที่ปรากฏต่อสายตาของฉันด้วย คนตัวสูงหันมามองกันนิ่ง ๆ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังรีบออกไปที่ไหนสักที่

“รีบไปไหนของเขานะ” ฉันได้แต่ตั้งคำถามอยู่คนเดียวแล้วเดินกลับเข้าห้องไป

วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มเรียนเรื่องใหม่จึงยังไม่มีงานมากนัก ฉันจึงมีเวลาในการดูแลผิวมากหน่อย โดยการเปิดคอร์สด้วยตัวเองสั้น ๆ และดูซีรีส์ไปด้วย จนเวลานั้นล่วงเลยไปถึงตีหนึ่ง ฉันก็ต้องบังคับตัวเองให้นอนได้แล้ว ร่างกายค่อย ๆ เอนลงบนเตียงเบา ๆ แต่เมื่อหัวถึงหมอนเท่านั้นแหละ อยู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา

ใครมาตอนนี้เนี่ย มาให้เร็วกว่านี้ไม่ได้รึไง

ฉันต้องลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ทั้ง ๆ ที่หัวเพิ่งถึงหมอนและเดินไปที่หน้าประตูเพื่อดูหน้าคนที่มาก่อกวนในยามนี้ เมื่อมองผ่านตาแมวประตูก็พบว่าเป็นพี่เอิร์ทกับพี่กันฉันจึงเปิดประตูให้พวกเขา

“มีอะไรรึเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามตรง ๆ กับผู้ชายสองคนข้างหน้า

“เอ่อ ช่วยดูไอ้เซนให้หน่อยได้ไหมมันเมาแล้วเพ้อไม่หยุดแล้วพวกพี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง” พี่เอิร์ทตอบ

ให้ฉันนี่นะดูให้ เขาลืมไปรึเปล่าว่าฉันกับพี่เซนเลิกกันแล้ว

“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูกับพี่เซนเลิกกันแล้ว พี่ ๆ ดูเองจะดีกว่านะคะ”“แต่วันนี้พี่ต้องกลับบ้าน” พี่เอิร์ทพูดขึ้นมาทันทีแถมฉันยังแอบเห็นว่าเขาใช้แขนสะกิดพี่กันอีกด้วย 

“วันนี้พี่ก็ต้องไปอยู่กับปีใหม่” คราวนี้เป็นพี่กันพูดขึ้นมาพร้อมกับโชว์มือถือที่มีเบอร์ของพี่ปีใหม่โทรเข้ามา

“ฝากมันหน่อยนะน้องวาพวกพี่ไม่ว่างจริง ๆ” ในเมื่อฉันหาอะไรมาค้านไม่ได้ก็ถูกพี่สองคนพาพี่เซนที่เมาหมดสติไปแล้วมานอนที่โซฟาของห้องฉัน จากนั้นเขาทั้งคู่ก็กลับไปโดยทิ้งระเบิดลูกโตไว้กับฉันที่นี่

ร่างเล็กมองไปที่คนตัวใหญ่ที่นอนกินพื้นที่บนโซฟาไปเกือบหมดโดยไม่รู้เลยว่าจะเอายังไงต่อ ควรเช็ดหน้าให้เขาไหมนะ?

อื้ม ต้องเช็ดแหละ คนถามเองตอบเองไปเอากะละมังใส่น้ำพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดตัวให้กับคนเมาที่นอนอยู่บนโซฟา ผ้าที่ชุบน้ำพอหมาด ๆ ค่อย ๆ เช็ดไปที่ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาแต่ตอนนี้กลับโทรมจนน่าตกใจ ใต้ตาที่คล้ำบ่งบอกถึงว่าเขาแทบจะไม่ได้พักผ่อน อยู่ดี ๆ มือใหญ่ก็คว้ามาที่ข้อมือของฉันพร้อมกับกระตุกจนฉันถลาลงไปซบกับแผ่นอกที่มีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่เล็กน้อย แถมแขนหนา ๆ ก็รัดร่างของฉันจนแทบจะหลอมรวมไปกับเขาแล้ว

“อื้อ ปล่อยนะ” ฉันบอกเขาหลังจากที่เขาเริ่มจะรัดตัวฉันแน่นเกินไป

เขาไม่ได้ปล่อยฉันแต่อย่างใดเพียงแต่คลายอ้อมแขนออกเท่านั้น

ไม่รู้ว่าโซฟาที่คอนโดของฉันมันเล็กเกินไปหรือตัวเขาใหญ่ไปกันแน่ แค่เขาขยับตัวร่างของเราทั้งคู่ก็ร่วงลงไปที่พื้นทันที

ตุบ!

“ว้าย!” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ แต่พี่เซนก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแถมยังเอาขามาก่ายที่ตัวของฉันเพิ่มอีกด้วย

คนบ้านี่!

ฉันพยายามแกะมือที่เหนียวเป็นตุ๊กแกนี่ออกจากตัวแต่แกะยังไงก็ไม่ได้สักทีแถมขาหนัก ๆ ยิ่งถ่วงน้ำหนักให้ฉันขยับตัวยากอีก ทำให้ฉันได้แต่นอนดิ้นไปมาเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกแค่จะเช็ดตัวให้ทำไมตอนนี้ฉันกลับมานอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นกับเขาอย่างนี้ได้ล่ะ

ในเมื่อขยับตัวไม่ได้แล้วฉันก็ต้องจำใจนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างนั้นทั้งคืน

 

MILK’S TALK

ช่วงเย็นของวันที่แดดยังร้อนจัดจนอาจจะทำให้คนเป็นลมได้ถ้าอยู่กลางแจ้งนาน ๆ แต่ฉันก็ต้องระหกระเหินพาตัวเองขึ้นรถไฟฟ้าที่มีผู้คนแออัดอยู่ในนั้นจนทำให้อากาศแทบจะหมดมาที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็น

ของใช้ต่าง ๆ ที่เคยตุนไว้หมดเกือบทุกอย่างทำให้ฉันต้องออกมาซื้อที่นี่ พอได้ทุกอย่างครบ ด้วยความที่ฉันเป็นคนชอบตกแต่งห้องของตัวเองเป็นพิเศษเพราะชอบหมกตัวอยู่ในนั้นไม่ค่อยออกไปไหนจึงทำให้ชอบมาเดินที่ร้านขายของจิปาถะต่าง ๆ เพื่อซื้อของเหล่านี้ไปวางไว้ในห้องเพื่อเพิ่มความน่าอยู่ให้มากขึ้น ใช้เวลาเลือกไม่นานก็ได้ทั้งดอกไม้ ชั้นวางของเล็ก ๆ และกระถางต้นไม้เอาไปใส่ต้นกระบองเพชรที่ซื้อมาเก็บไว้นานแล้วแต่กลับหาที่วางไม่ได้สักทีเต็มสองมือ ระหว่างทางที่จะเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ ๆ นั้นก็มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินมาขวางทางฉันไว้

“เธอชื่อมิลค์ใช่ไหม” เธอเริ่มเอ่ยประโยคแรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก

“เอ่อ ใช่ค่ะ คุณป้ารู้จักชื่อหนูได้ยังไงหรอคะ” ฉันถามออกไปอย่างสงสัยเพราะฉันมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน

“ฉันเป็นแม่ตาเอิร์ท”

แม่พี่เอิร์ทงั้นหรอ?

ฉันจำได้ว่าเขาเคยบอกว่าแม่เขาเสียไปตั้งแต่เขายังเด็กไม่ใช่หรอ ถ้างั้นผู้หญิงคนนี้ก็คงเป็นภรรยาใหม่ของพ่อเขาแน่ ๆ

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ตามมารยาท

“หึ ฉันขอคุยกับเธอก่อนได้ไหม คงไม่รีบไปไหนใช่ไหมจ๊ะ”

“ได้ค่ะ” ถึงเราจะยังไม่ได้กลับไปเป็นแฟนกันแบบเต็มตัวฉันก็ไม่ควรเสียมารยาทกับแม่ของเขา ถึงแม้จะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเขาก็เถอะ

เธอพาฉันเดินไปที่ร้านอาหารระแวกนั้นก่อนที่จะสั่งอาหารพอเป็นพิธี ระหว่างที่รอเธอก็เริ่มบทสนทนาทันที

“ฉันได้ข่าวว่าเธอคบกับตาเอิร์ท”

“แค่เคยคบตอนนี้เลิกกันแล้วค่ะ”

“งั้นหรอ แต่ทำไมฉันยังเห็นว่าเธอยังวนเวียนอยู่กับตาเอิร์ทตลอด”

“เรื่องนี้คุณป้าคงต้องไปคุยกับพี่เอิร์ทเองแล้วค่ะ เพราะหนูไม่ได้ไปวนเวียนอยู่ใกล้เขาแต่เป็นเขาเองที่เข้ามาหาหนูเอง”

“ตาเอิร์ทไม่ใช่คนที่เข้าหาใครก่อน ถ้าไม่ใช่เธอไปอ่อยเขาทั้ง ๆ ที่เขามีแฟนอยู่แล้วจนพวกเขาต้องเลิกกัน”

“แต่เรื่องนี้...”

“ฉันไม่ได้อยากฟังคำแก้ตัวของเธอที่ฉันมาเจอเธอวันนี้ก็เพราะจะมาบอกให้เธอเลิกยุ่งกับตาเอิร์ทซะ ถือว่าฉันขอก็แล้วกันเพราะเขาควรจะได้ผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเหมาะสมไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเธอ”

พอจบประโยคเธอก็ลุกขึ้นยืนพร้อมทิ้งเงินจำนวนหนึ่งไว้ที่โต๊ะเพื่อเป็นค่าอาหารจากนั้นก็เดินออกไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมาอีกเลย

เฮ้อ! ฉันถอนหายใจให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ไม่คิดว่าในโลกนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่ด้วย ที่ยังจับคู่ให้กับลูกตัวเองนึกว่าจะมีแค่ในนิยายเท่านั้น

พนักงานเดินมาเสิร์ฟอาหารตามหน้าที่ฉันก็ยื่นเงินที่แม่เลี้ยงของพี่เอิร์ทวางไว้ยื่นให้

“ค่าอาหารค่ะ” พนักงานที่ร้านรับไปอย่างงง ๆ

“ไม่ทานก่อนหรอคะ” พอเธอเห็นว่าฉันกำลังจะเดินออกไปจากร้านก็รีบวิ่งมาขวางทางทันที

“ไม่ล่ะค่ะ”

“อย่างน้อยก็ห่อกลับบ้านได้นะคะ ยังไงก็ทำมาแล้ว” เธอพยายามที่จะคะยั้นคะยอให้ฉันเอาอาหารทั้งหมดกลับบ้าน

“ก็ได้ค่ะ” ในเมื่อเธอต้องการอย่างนั้นฉันก็คงปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้ว

พนักงานสาวรีบเดินไปเก็บเอาอาหารทั้งหมดเขาไปหลังร้าน ใช้เวลาสักพักก็เดินกลับมาพร้อมอาหารที่ถูกห่อใส่กล่องอย่างดีและเงินทอนที่เหลือ 

“เงินเก็บไว้เถอะค่ะถือว่าเป็นทิปก็ได้”

ฉันรับอาหารมาพร้อมเดินออกมาจากที่ร้านทันที

พอก้มมองดูนาฬิกาก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เลยรีบเดินไปที่บีทีเอสที่เดิมเพื่อกลับหอแต่ภายในใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่พยายามจะไม่คิดมากกับคำพูดของแม่เลี้ยงของพี่เอิร์ท แต่การที่เขามาดูถูกฉันแบบนี้มันก็ไม่ถูกต้องรึเปล่า ถึงฉันจะเด็กกว่าแต่ฉันก็แยกแยะได้ว่าสิ่งไหนควรไม่ควร และการถูกดูถูกขนาดนี้มันก็เป็นสิ่งที่ฉันเองรับไม่ได้เหมือนกัน

8.00 น.

ครืด ครืด ครืด!

เสียงมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงสั่นอย่างต่อเนื่องปลุกให้ฉันตื่นขึ้นจากอาการหลับ เบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอคือเบอร์ของพี่เอิร์ทที่โทรมาให้ช่วงเช้าของวัน

ทุก ๆ วันเขาจะมารับฉันที่หอเสมอทั้ง ๆ ที่เราเลิกกันถึงแม้ฉันจะยังไม่ได้กลับไปคืนดีกับเขาก็ตามและถึงแม้ว่าฉันจะไม่ยอมคืนดีกับเขาแต่เขาก็ปฏิบัติกับฉันเหมือนเดิมทำทุกอย่างแหมือนเดิมมีเพียงฉันที่เปลี่ยนไปเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น

ตอนนี้ฉันยังไม่อยากที่จะเจอหน้าเขาเพราะฉันเก็บอาการไม่เก่งพอที่จะแสดงสีหน้าเป็นปกติทั้ง ๆ ที่คนในครอบครัวเขามาดูถูกฉันไว้ก่อนหน้านี้และฉันก็ไม่อยากให้เขารู้ว่าแม่เลี้ยงของเขามายุ่งวุ่นวายกับฉันเพราะกลัวว่าเขาจะทะเลาะกับคนที่บ้าน

ฉันพยายามที่จะเมินมือถือตรงหน้าแต่ยิ่งทำมากเท่าไหร่ใจก็เริ่มทนไม่ไหว มือเล็กจึงกดรับอย่างช่วยไม่ได้

“ทำไมรับสายช้าเป็นอะไรรึเปล่า”

“พอดีหนูเข้าห้องน้ำอยู่ค่ะ”

“พี่อยู่ข้างล่างนะ จอดอยู่ที่เดิม”

“พี่ไปก่อนเถอะค่ะ วันนี้หนูตื่นสายเดี๋ยวไปเองก็ได้เดี๋ยวจะพลอยทำพี่สายไปด้วย”

“น้ำเสียงดูไม่ดีเลยเป็นอะไรรึเปล่า”

“หนูไม่เป็นไรค่ะ”

“แน่นะ”

“ไม่เป็นไรจริง ๆ พี่รีบไปเรียนเถอะเดี๋ยวสายนะ”

“ทำไมรีบไล่ แอบซ่อนใครไว้รึเปล่า”

“เอ๊ะ! พี่เอิร์ท”

“โอเค ๆ ไปแล้วครับ”

“งั้นหนูวางแล้วนะ”

“ครับ”

ฉันกดตัดสายไป และเดินไปที่ระเบียงของห้องพบกับรถที่คุ้นเคยกำลังเคลื่อนตัวออกจากหอพักนี้ไปช้า ๆ ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับเรื่องทั้งหมดยังไง อาจจะเป็นเพื่อน ๆ ที่จะช่วยให้คำแนะนำได้บ้าง พอคิดถึงเพื่อนฉันก็คิดถึงไอ้วาเป็นคนแรกเพราะเราสนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยม มันจึงเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉันมากที่สุด

พอคิดได้อย่างนั้นฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปที่คอนโดของเพื่อนทันที โดยไม่ลืมซื้อของกินเข้าไปฝากคนขี้เกียจอย่างมันที่เป็นโรคกระเพาะเพราะเหตุผลที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ก็คือการขี้เกียจลงมาซื้อข้าวกิน

เมื่อฉันมาถึงหน้าประตูห้องของมันแล้ว มือก็ค่อย ๆ เคาะไปที่ประตูห้องเบา ๆ เพราะกลัวว่าจะเสียงดังไปรบกวนห้องอื่น ใช้เวลาไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกมา

“มึงวันนี้กูซะ...พี่เซน!” ฉันที่กำลังจะบอกเพื่อนว่าซื้อของกินมาฝากแต่พอเงยหน้าขึ้นมากลับกลายเป็นว่าคนที่มาเปิดประตูให้นั้นคือพี่เซนไม่ใช่ไอ้วาอย่างที่เคยเป็น

“วาหลับอยู่น่ะพี่เลยมาเปิดแทน เข้ามาก่อนสิ” เขาเดินนำฉันเข้ามาในห้องของไอ้วาก่อนที่จะพบว่าเจ้าของห้องนอนกอดหมอนข้างหลับอยู่ที่โซฟาสบายใจเฉิบ

นี่มันกลับไปคืนดีกับพี่เซนแล้วหรอ?

END MILK’S TALK

 

“อื้อ” ฉันร้องออกมาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมารบกวนการนอนของฉัน

“ตื่นได้แล้วนี่มันจะเที่ยงแล้วนะ” เสียงเล็ก ๆ ของไอ้มิลค์ดังขึ้นมา

เดี๋ยวนะ! เสียงไอ้มิลค์

คนที่กำลังหลับอย่างสบายรีบลืมตามามองต้นเสียงที่ปลุกตนเมื่อกี๊ สิ่งที่เห็นก็คือเพื่อนสาวที่อยู่ในชุดพร้อมไปเรียนแล้วนั่งค้ำหัวอยู่บนโซฟาที่ฉันนอนอยู่

“เฮ้ย มาได้ไง” ฉันถามออกมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่หายตกใจ

“แท็กซี่”

“กูหมายถึงมึงมาอยู่ห้องกูได้ไง”

“กูมีเรื่องจะมาคุยกับมึงแต่ไม่คิดว่าเพื่อนจะพาผู้ชายมานอนที่ห้อง” แถมผู้ชายที่ว่ายังเป็นแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันอีก

“ก็เมื่อคืนเขาเมาพี่เอิร์ทกับพี่กันเลยเอามาฝากไว้ที่ห้องกู”

“แล้วมึงก็ให้เขาเข้ามาง่าย ๆ เลยหรอ”

“ก็ใช่”

“ไอ้วาถ้ามึงเป็นธนาคารหรอถึงได้รับฝากอะไรง่าย ๆ แบบนั้น รู้จักปฏิเสธบ้างดิ”

“กูปฏิเสธแล้วแต่เพื่อนเขายัดเยียดเอาเขามาไว้ที่ห้องกูนี่”

“ดีนะยังเป็นพี่เซนผัวเก่ามึงอยู่ ถ้าเกิดเป็นไอ้บ้าที่ไหนหวังว่ามึงคงจะไม่รับฝากนะ”

“จะบ้าหรอใครมันจะไปรับคนที่ไม่รู้จักเข้าห้องวะ ว่าแต่ที่มึงบอกมีเรื่องจะคุยกับกูนี่เรื่องไรวะ”

มันเล่าเรื่องที่แม่เลี้ยงของพี่เอิร์ทมาหามันให้ฉันฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้ฉันตกใจนิด ๆ นี่เพื่อนฉันจะมีแฟนทั้งทีให้มีดี ๆ หน่อยไม่ได้รึไง คราวที่แล้วก็คู่หมั้น คราวนี้ก็แม่เลี้ยง คราวหน้าจะเป็นอะไรอีกล่ะแถมไอ้มิลค์มันยิ่งอ่อนไหวกับทุกเรื่องอย่างนี้ พอเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ใคร ๆ ก็ต้องรู้สึกบ้างแหละ

“เดี๋ยวกูจะไปคุยกับพี่เอิร์ทให้มึงเอง”

“มึง ไม่เอา” มันถลามาจับแขนฉันไว้พร้อมกับส่ายหน้าดิก ๆ

“ถ้ามึงไม่พูดเขาก็จะไม่รู้นะ มึงจะปล่อยให้เขามาทำร้ายมึงฝ่ายเดียวได้ยังไง เรื่องนี้พี่เอิร์ทต้องรู้พวกเขาไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะมาพูดกับมึงแบบนี้”

ฉันยังคงยืนหยัดที่จะบอกเรื่องนี้กับพี่เอิร์ท

“กูแค่กลัวว่าเขาจะทะเลาะกับที่บ้านเพราะกู”

“มึงไม่ได้ผิดอะไรจะกลัวทำไม”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีคำว่าแต่ ถ้ามึงไม่กล้าบอกเขาเดี๋ยวกูจัดการให้เอง”

เมื่อเราตกลงกันเสร็จก็ได้เวลาไปเรียนแล้ว ตั้งแต่ฉันตื่นมาฉันยังไม่เจอหน้าคนเมาเมื่อคืนที่มาอาศัยห้องของฉันเลยสักนิด พอตื่นมาไอ้มิลค์ก็บอกว่าเขาออกจากห้องฉันไปตั้งแต่มันเข้ามาแล้ว

ขอบคุณสักคำก็ไม่มีจิตใจทำด้วยอะไร

การเรียนในช่วงบ่ายผ่านไปได้ด้วยดีส่วนไอ้มิลค์ก็ขอให้ฉันอย่าเพิ่งบอกเรื่องนั้นกับพี่เอิร์ทในตอนนี้ มันบอกว่าขอทำใจก่อนซึ่งฉันก็ไม่ได้ขัดอะไร จึงแยกกับมันตั้งแต่เลิกคลาส

ฉันเดินไปที่ลานจอดรถที่ค่อนข้างไกลจากตึกคณะเป็นอย่างมากด้วยความรีบร้อนมือกำลังจะเปิดประตูก็มีเสียงดังบางอย่างดังขึ้นมาจากหลังรถ

”อะ แฮ่ม”

สองขาก้าวไปที่หลังรถด้วยความสงสัย

“กลับด้วยได้ไหมครับ” ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นกายนั่นเอง

“นี่มาดักรอเราหรอ”

“อืม จะว่างั้นก็ได้นะ”

“มาดักรอเพื่อจะกลับด้วยเนี่ยนะ”

“แล้วสรุปว่าไงให้กลับด้วยไหมล่ะ”

“ไม่ล่ะ”

“โห่ ใจร้ายว่ะ” ท่าทางที่ดูเหมือนผู้หญิงนั้นทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมา

“ล้อเล่น ใครจะไม่ให้กลับด้วยล่ะเห็นเราใจดำขนาดนั้นหรอ”

“ไม่รู้มองไม่เห็น มันอยู่ข้างใน”

“กวนประสาท เดี๋ยวก็ทิ้งให้อยู่ตรงนี้คนเดียวเลย”

“ไม่กวนแล้วค้าบ” ร่างสูงรีบวิ่งมายืนข้าง ๆ ทันที

“มายืนอะไรตรงนี้ล่ะ ไปขึ้นฝั่งโน้นสิ”

“ให้ขับให้ไหม” กายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น

“ไม่ต้องเลยไม่ไว้ใจ”

“โถ่ อะไรวะ” พูดจบเขาก็เดินสะบัดตูดไปขึ้นฝั่งตรงข้ามทันที

“วันนี้ไปให้อาหารแมวกันไหม” เขาหันมาถามหลังจากที่รถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากมหา’ลัย

“อื้อ เอาดิ”

หลังจากนั้นความเงียบก็ปกคลุมระหว่างเรา เขาปล่อยให้ฉันเขารถไปจนถึงที่คอนโดโดยไม่มีการปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ

เมื่อเรามาถึงที่สวนของคอนโดแล้วกายก็เรียกเจ้าแมวสีส้มออกมาโดยการเอาอาหารมาล่อ เจ้าแมวตัวส้มวิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาจากพุ่มไม้ตรงนั้น เขาจัดการเทอาหารเปียกใส่ถ้วยเล็ก ๆ ให้มันทันที จากนั้นคนตัวสูงก็มานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน

“กินเค้กรองท้องก่อนไหม” เขายื่นเค้กสีน้ำตาลเข้มชิ้นไม่ใหญ่มากมาไว้ตรงหน้าฉัน

“นายกินเถอะ”

“เราซื้อมาให้เธอถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ให้ติดรถกลับมาแล้วกัน”

“ก็ได้ ไม่เกรงใจแล้วนะ”

“กินสิ”

ฉันหยิบช้อนเล็ก ๆ ตักไปที่เค้กอย่างพอดีคำเพื่อชิมก่อน เมื่อคำแรกเข้าไปแล้วก็รับรู้ถึงความหอมละมุนของช็อกโกแลตที่ผสมกับครีมและยังไม่หวานมากทำให้ฉันต้องรีบยัดคำต่อไปให้โดยเร็วร่างสูงที่นั่งข้าง ๆ ได้แต่มองตามแต่เขากลับไม่ได้พูดอะไรออกมา อยู่ดี ๆ มือใหญ่ของเขาก็เคลื่อนตัวมาข้างหน้าพร้อมกับบรรจงเช็ดครีมที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากของฉันช้า ๆ

ร่างกายของฉันหยุดนิ่งเหมือนโดนไฟชอร์ตจากสัมผัสเมื่อครู่นั้น หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ

“ปากเลอะหมดแล้ว” เขาพูดขึ้นมาหลังจากที่เช็ดปากของฉันเสร็จ

“เอ่อ เดี๋ยวเราเช็ดเอง” ฉันขยับตัวออกห่างจากเขาทันที

เขาไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่หันความสนใจไปหาเจ้าเหมียวน้อยที่กำลังกินอาหารของมันโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองสิ่งรอบข้างเลยสักนิด

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเราขอตัวก่อนนะ” ฉันต้องรีบออกจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด

“จะไปแล้วหรอ” เขาหันมามองเมื่อเห็นว่าฉันลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวที่จะไปแล้ว

 “อื้อ พอดีมีงานต้องทำต่อน่ะ”

เขาพยักหน้าให้เล็กน้อยเป็นอันว่ารับทราบแล้ว ฉันก็รีบสาวเท้าออกไปจากสวนแห่งนี้

ทันทีที่ถึงห้องตัวเองฉันก็รีบไล่ความคิดนั้นออกจากหัวเพราะไม่อยากคิดไปไกล ว่าแต่ความรู้สึกเมื่อกี๊นี่มันคืออะไรนะ ?

ครืด ครืด ครืด!

เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าสั่นขึ้นมาทำให้ฉันต้องหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าไอ้ตาลโทรมา นิ้วจัดการสไลด์หน้าจอเพื่อกดรับสายเพื่อนทันที

“มีอะไร”

(นี่เป็นประโยคแรกที่มึงทักกูหรอ)

“ขอโทษค่ะคุณเพื่อน ว่าแต่โทรมาตอนนี้มีอะไรคะ”

(ไปพร้อมเพรียงกัน)

“ไปอีกแล้วหรอ” พูดตรง ๆ เลยว่าฉันยังเข็ดกับครั้งที่แล้วไม่หาย

(อีกแล้วอะไรมึงเราไม่ได้ไปเกือบเดือนแล้วนะ)

“ไปทีไรมีแต่เรื่องไม่ดี”

(ครั้งนี้ไม่มีแน่นอนเชื่อกู)

“กูไม่อยากไป”

(ไปกับกูเถอะน้า ไอ้มิลค์ ไอ้บลูก็ไปนะไม่สนหรอ เหลือแค่มึงคนเดียวเลย)

นี่มันมัดมือชกชัด ๆ

“…”

(ไปน้า)

เฮ้อ ปฏิเสธได้ไหมล่ะ

“ก็ได้”

(รักมึงที่สุด)

รักกูก็แค่วันนี้แหละ

“แค่นี้แหละ ขออาบน้ำก่อน”

(รีบมานะจ๊ะเพื่อนรัก)

“อือ”

ฉันใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัว ในสมองก็คิดขึ้นมาได้ว่าตั้งแต่ฉันขึ้นปีหนึ่งมาฉันเข้าร้านเหล้ามาหลายครั้งแล้วและแม่ฉันก็ยังไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยสักครั้ง ถ้าแม่รู้ขึ้นมาคงภูมิใจน่าดูเลยที่ลูกไปเก่งขนาดนี้

สองขาก้าวมาสู่ร้านเกล้าชื่อดังย่านมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่มีเจ้าของร้านเป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่มหา’ลัยแห่งนี้ด้วย

“กว่าจะมาได้นะมึง” 

“รถมันติด”

“เชื่อตายแหละ”

“แล้ววันนี้มึงนึกคึกอะไรมานั่งกินเหล้า”

“อยากเจอพวกมึง”

“ตอแหล ก็เจออยู่ทุกวันมึงจะมาอยากเจอทำไม”

“เออน่า คิดว่ามาฉลองหลังสอบแล้วกัน”

“แล้วคนอื่นไปไหนหมดวะ”

“ห้องน้ำ” ฉันพยักหน้าเป็นอันเข้าใจก่อนที่จะนั่งลงไปที่ว่างข้าง  ๆ มัน

วันนี้เป็นอีกวันที่คนเยอะจนที่นั่งไม่พอ โชคดีที่ไอ้บลูจองโต๊ะให้ก่อนไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่มีที่นั่งกันแน่ ๆ โต๊ะนี้ถือว่าตั้งอยู่ในจุดที่มุมดีมากสามารถมองเห็นคนเข้าออกและยังเป็นทางขึ้นสำหรับโต๊ะวีไอพีอีกด้วย

“ฮัลโหลชะนี ดูสิว่าวันนี้กูพาใครมาด้วย” เสียงทุ้มที่พยายามบีบเสียงตัวเองให้เล็กดังมาจากทางเดินก่อนที่จะปรากฏร่างสูงของผู้ชายสองคน

เอ่อ...ผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งแล้วกัน

และคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นไอ้พิลกับกาย กายหันมามองฉันพร้อมยักคิ้วให้เป็นการทักทาย ทำให้ฉันต้องยกมือโบกกลับไปให้ ถึงแม้จะยังงง ๆ ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ก็ตาม 

พอทุกคนนั่งลงไปที่โซฟาเรียบร้อย ฉันก็ได้รู้คำตอบของความสงสัย จริง ๆ แล้วเขามากับเพื่อนแต่ไปเจอไอ้พิลที่ห้องน้ำพอดีเลยโดนมันลากมาที่โต๊ะและตอนนี้มันก็ยังไม่ปล่อยให้กายกลับไปหาเพื่อนของเขาเลย

“ผัวกายเติมน้ำแข็งไหม”

“…”

“ผัวกายหิวน้ำไหม”

“…”

“ผัวกายกินนี่ไหมเดี๋ยวพิลป้อน”

“ผัวกาย...”

“โอ๊ยหยุด” ไอ้บลูที่ทนดูมานานถึงกับรำคาญแทนกาย

“กายมันก็เป็นคน มันอยากแดกอะไรเดี๋ยวมันก็หยิบเองแหละ มึงน่ะหยุดเลย”

“มึงนี่ไม่รู้อะไรเลย กูจะทำหน้าที่เมียที่ดี”

“ถามเขายังว่าเขาอยากให้มึงเป็นเมียรึเปล่า”

“หื้อ กายดูมันว่าพิลสิ” นอกจากจะไม่หยุดแล้วมันยังคว้าแขนของกายไปกอดเอาไว้แน่น ทำเอาพวกเราเอือมระอากันเป็นแถวแต่กายกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรเพียงแค่ยิ้มอย่างขำ ๆ เท่านั้น

“มึงดีเจมาแล้วไปเต้นกัน” คนชวนก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นไอ้ตาลขาแดนซ์ประจำกลุ่มที่พร้อมจะลุกขึ้นมาเต้นอยู่เสมอเวลามีเสียงเพลงจังหวะตื้ด ๆ  

ทุกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะลุกขึ้นไปทั้งหมดยกเว้นฉันกับกายที่นั่งจ้องหน้ากันอยู่ตอนนี้

“ไม่ไปเต้นกับเขาหรอ” กายถามหลังจากเห็นว่าฉันนั่งนิ่งอยู่กับที่ไม่ไปไหน

“ไม่ล่ะ วันหลังแล้วกัน แล้วนายล่ะไม่กลับโต๊ะหรอ”

“นั่งเป็นเพื่อนเธอก่อนดีกว่าผู้หญิงนั่งคนเดียวอันตราย”

“ขอบใจนะ”

ฉันนั่งจิบเหล้านิด ๆ เพราะกลัวเมายิ่งวันนี้เอารถมาด้วยถ้าเมาขึ้นมาคงได้ทิ้งรถไว้ที่นี่แน่และฉันก็ไม่ค่อยอยากจะทิ้งมันไว้เท่าไหร่นัก 

ระหว่างที่ฉันก้มตัวไปหยิบแก้วนั้น กายที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันมากก็ก้มตัวลงมาพร้อมกันกับฉันทำให้หัวของเราทั้งคู่ชนกันอย่างแรง

“โอ๊ย” ฉันยกมือขึ้นมากุมหัวตัวเองทันที

“เป็นอะไรรึเปล่า” กายรีบขยับตัวเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อดูส่วนที่เจ็บของฉัน

“ไม่เป็นไร ๆ” เมื่อเอามือออกไป สิ่งที่เห็นก็สร้างความตกใจให้ฉันอีกรอบเมื่อพบว่าใบหน้าของกายอยู่ห่างจากใบหน้าของฉันแค่คืบ ทำให้ฉันรีบถอยตัวออกมา แต่หางตากลับมองเห็นใครบางคนที่ยืนมองอยู่ฝั่งตรงข้าม

พี่เซนที่ยืนมองอยู่ตรงโซนวีไอพีชั้นสองกำลังมองมาที่พวกเราด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออก มันทั้งลึกลับ เย็นชาและดูไร้ความเยื่อใยใด ๆ ทั้งสิ้น มันทำให้ฉันต้องรีบถอยออกจากกายให้มากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเราทั้งคู่จะเลิกกันแล้วแต่ภายในใจลึก ๆ แล้วฉันก็ยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมเหมือนกับที่เรายังคบกันอยู่

หลังจากที่เขามองอยู่สักพักก็มีผู้หญิงที่สวยมากโผล่มายืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับดึงแขนของเขาไป ทำให้ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปจนกระทั่งลับสายตา

ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?

ฉันตั้งคำถามกับตัวเองในใจอยู่อย่างนั้น มือก็คว้าเอาแก้วเหล้าขึ้นมากระดกอีกครั้งโดยลืมไปว่าตัวเองตั้งใจไว้ว่าจะไม่เมา 

“เธอใจเย็น ๆ ก่อน” เมื่อกายเห็นอาการนั้น เขารีบเข้ามาห้ามทันที

“วันนี้ช่วยขับรถให้เราที”

ฉันพูดเป็นเชิงขอร้องพร้อมกับจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ 

“อืม ก็ได้”

พอได้คำตอบฉันก็ยกแก้วขึ้นมาดื่มอย่างต่อเนื่อง จนสติเริ่มเลือนหายไปจนเกือบหมดเพื่อน ๆ ในกลุ่มถึงกลับมา

พวกนั้นคุยอะไรกับกายสักอย่าง จากนั้นไม่นานกายก็พาฉันลุกขึ้นโดยมีเขาและเพื่อน ๆ ช่วยพยุงแต่เดินได้แค่สองสามก้าวสติก็หมดไปทำให้ฉันไม่รู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีกเลย ปล่อยเพื่อน ๆ แบกกลับมาที่คอนโดอย่างไม่รู้สึกตัว

สัมผัสนุ่มนิ่มที่รองรับแผ่นหลังฉันไว้ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าเพื่อรับกับแสงในห้อง ใบหน้าของใครบางคนโผล่เข้ามาในสายตาของฉัน รอจนตาปรับโฟกัสได้จึงรู้ว่าเป็นกายที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน

นี่ฉันหวังอะไรอยู่นะ

“ดีขึ้นรึยัง”

“โอเคแล้ว” ถึงจะตอบไปอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย

ฉันพยายามที่จะลุกโดยมีเขามาพยุง หลังจากที่ลุกนั่งได้แล้วเขาก็ทิ้งตัวลงมานั่งข้าง ๆ กัน

“ยังไม่ลืมอีกหรอ” คำถามที่จี้ใจฉันมากถูกปล่อยออกมาจากปากของเขา

“ลืมอะไร” ฉันแกล้งถามไปอย่างนั้นเพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้

“เธอคิดว่าเราหมายถึงอะไรล่ะ” นั่นสินะ

“เรายังรักพี่เขาเหมือนเดิมแต่เราพยายามแล้วนะ พยายามที่จะลืมเขาแล้ว พอเขาเข้ามาใกล้ทีไรใจของเราก็เต้นแรงขึ้นทุกที”

“…”

“เราลืมเขาไม่ได้จริง ๆ”

กายเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้ราวกับว่าต้องการปลอบทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขา

“เปิดใจให้เราได้ไหม ให้เราได้ไปอยู่ตรงนั้นแทนเขาได้ไหม”

“นายหมายความว่ายังไง”

“เราชอบบเธอ ชอบมาตั้งแต่เจอครั้งแรกที่วันรับน้องวันนั้น” 

“…”

“แต่พอมารู้ว่าเธอมีแฟนแล้วแม่งโคตรเจ็บเลยว่ะ”

“…”

“ที่เราบอกกับเธอว่าเราไม่ได้ชอบเธอแล้วเพราะเรากลัวว่าเธอจะตีตัวออกห่างจากเรา ไม่กล้าเข้ามาใกล้เรา แต่เราขอได้ไหมให้เราช่วยทำให้เธอลืมผู้ชายคนนั้น ให้เราได้อยู่ข้าง ๆ เธอในสถานะอื่นได้ไหม”

“กาย”

“นะ”

ร่างสูงค่อย ๆ ขยับใบหน้ามาใกล้ ๆ จนใบหน้าของเราเกือบจะชนกัน ริมฝีปากของฉันแนบชิดไปกับริมฝีปากของเขาช้า ๆ โดยที่มีมือใหญ่ที่รั้งท้ายทอยของฉันเอาไว้

ไม่! 

ฉันรีบผลักเขาออกอย่างแรงเมื่อริมฝีปากเราชนกันพร้อมกับขยับตัวออกห่าง

“ขอโทษนะ เราทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ”

“ทำไม”

“เราไม่รู้แต่เราชอบนายไม่ได้จริง ๆ”

“เข้าใจแล้ว”

กายลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปที่หน้าประตูอย่างรวดเร็วโดยที่ฉันแทบจะไม่กล้าหันไปมองเขาสักนิด ต่อให้เขาดีกับฉันมาแค่ไหน รักฉันมากแค่ไหนแต่ใจของฉันในตอนนี้มันมีแค่คน ๆ เดียว ฉันไม่สามารถเปิดใจให้เขาได้จริง ๆ 

------------------------------

 

talk 1 - ทุกคนไรท์กลับมาแล้วววววววว ขอโทษที่มำให้รอนานนะค้า

talk 2 - ไรท์รู้สึกว่าตอนนี้ไรท์ต้อง #saveพี่เซน แล้ว วอนรีดเดอร์ทุกคนอย่าด่าพี่เซนเยอะน้า

 

น้องวา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #143 Toywoohottest (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 11:36
    ถ้าพี่เซนยังทำตัวแบบนี้ ให้น้องมูฟออนให้ได้เร็วๆ ด้วยเถอะ ไหนคำสัญญาจะไม่ทำให้น้องเสียใจดีแต่ปาก
    #143
    1
    • #143-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      10 กรกฎาคม 2563 / 17:37

      😭😭😭😭😭😭
      #143-1
  2. #55 Chanamol1213 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 09:58
    ไม่แฟร์เลย เซนมีผู้หญิงตลอดแต่น้องยังออกมาไม่ได้เลย สงสาร
    #55
    1
    • #55-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      1 มิถุนายน 2563 / 10:22

      แงงงงงงง
      #55-1
  3. #54 pariwatbaipan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 22:23
    แล้วก้อ่อนแอแล้วก้วิ่งตามพระเอกแล้วก็ง้อพระเอกแล้วก้เจ็บ...แล้วทีนี้พระเอกก้เล่นตัวอีก
    เฮ้อ...เอือม
    #54
    2
    • #54-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      31 พฤษภาคม 2563 / 23:02
      ขอโทษนะคะที่อาจจะยังแต่งได้ไม่ถูกใจ🙏🏻🙏🏻🙏🏻
      #54-1
  4. #53 Duangruedeeee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    ค้างงงงงงง
    #53
    1
    • #53-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      31 พฤษภาคม 2563 / 22:00
      รีดเดอร์จะได้มาอ่านตอนหน้าเร็วๆไง5555
      #53-1
  5. #52 pattarajirawadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:04
    ลุ้นต่อไปค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้น
    #52
    1
    • #52-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      31 พฤษภาคม 2563 / 20:19
      มาลุ้นไปด้วยกันนนนนน
      #52-1
  6. #51 aomunyarat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 18:30
    กายนี่ขยันทำให้หวั่นไหว เราจะโดดขึ้นเรือกายแล้วนะ ถึงแม้จะไม่ถึงฝั่งก็ตาม555 ขอบคุณไรท์มากนะค้าา ลุ้นมากกก
    #51
    3
    • #51-3 std22732(จากตอนที่ 13)
      31 พฤษภาคม 2563 / 19:30
      ซะงั้น555
      #51-3
  7. #50 Dragon9865 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:19
    โอ้ยยยยยย อารมย์ค้างค่ะ น้องวาจะไปไงต่ออะ ผู้เซนก้อดี ผู้กายก้อได้ ลุ้นๆนร้า ไม่เอาดราม่านร้าไรท์ รีทจิรับบ่ไหว
    #50
    1
  8. #48 Duangruedeeee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:42
    รอเด้อออออ
    #48
    1
    • #48-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      30 พฤษภาคม 2563 / 21:49

      ❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️
      #48-1
  9. #47 nookbeasty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:47

    เทใจให้กายไปหมดแล้ว
    #47
    1
    • #47-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      30 พฤษภาคม 2563 / 20:49
      ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ อย่างทิ้งพี่เซนเลยยยยย
      #47-1
  10. #46 pattarajirawadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:35
    เอาล่ะจะมีอะไรเซอร์ไพรส์หรือเปล่าน่าาา5555
    #46
    1
    • #46-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      30 พฤษภาคม 2563 / 19:47
      จะมีรึเปล่าน้า????
      #46-1
  11. #45 pattarajirawadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 21:56
    อะไรยังไงเล่ามาสิ5555
    #45
    1
    • #45-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      29 พฤษภาคม 2563 / 22:00
      🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫
      #45-1
  12. #44 pattarajirawadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    มีความฟินพร้อมกับอารมณ์ค้าง5555
    #44
    1
    • #44-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      28 พฤษภาคม 2563 / 21:56
      ไม่เห็นค้างเล้ยยยย
      #44-1
  13. #43 oummy1991 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 07:06
    หายไวๆนะคะ
    #43
    1
    • #43-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2563 / 12:41
      ขอบคุณค่า😍😍😍
      #43-1
  14. #42 MayKanokwarn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 06:48
    หายไวๆจ้าไรท์
    #42
    1
    • #42-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2563 / 12:40
      ขอบคุณค้าบ💕💕💕🥰
      #42-1
  15. #41 pattarajirawadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 03:30
    สู้ๆนะค้า หายไวๆค้า
    #41
    1
    • #41-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2563 / 12:40
      ขอบคุณน้า😭🙏🏻
      #41-1
  16. #40 Janejiraporn1234 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 22:21
    หายไวๆน่ะค่ะ
    #40
    1
    • #40-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      26 พฤษภาคม 2563 / 22:23
      ขอบคุณค่ะ🙏🏻🙏🏻🙏🏻
      #40-1
  17. #39 nookbeasty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 22:18

    หายป่วยเร็วไวนะคะ
    #39
    2
    • #39-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      26 พฤษภาคม 2563 / 22:23

      รับทราบค่า
      #39-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #38 Duangruedeeee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 22:00
    หายป่วยไวน้าาาา😘
    รออ่านอยู่น้าาา🙋
    #38
    1
    • #38-1 std22732(จากตอนที่ 13)
      26 พฤษภาคม 2563 / 22:01
      ขอโทษจริงๆนะคะ 🙏🏻🙏🏻🙏🏻
      #38-1