แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 12 : ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

11

ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป

 

A close up of a logo  Description automatically generated

9

ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป

 

“เจ็บขนาดนั้นเลยหรอ” กายที่นั่งอยู่เบาะหลังข้าง ๆ ฉันถามขึ้นหลังจากเห็นว่าฉันร้องไห้ไม่หยุด

“…” ฉันพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้าตอบไป

“ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาเถอะ ไม่ต้องไปเก็บมันไว้ ร้องออกมาให้หมด”

เขาพูดจบพร้อมใช้มือดันหัวฉันให้ไปซบลงกับไหล่หนาของเขาก่อนที่จะปล่อยให้ฉันร้องไห้ต่อไปอย่างนั้น 

ฉันกลับมาที่คอนโดโดยได้รับการทำแผลมาเรียบร้อยแล้วและยังมีเพื่อน ๆ อาสามานอนด้วย ตอนนี้จะบอกว่าสภาพจิตใจของฉันก็ไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าไหร่ ฉันยังโกธรพี่เซน โกธรที่เขาไม่เคยพูดหรือบอกอะไรกับฉันเลยแถมยังหาว่าฉันคิดเองเออเองทั้ง ๆ ที่การกระทำของเขามันทำให้ฉันคิดได้อย่างนั้น

“มึงกินน้ำหน่อยนะ” มิลค์เดินมาพร้อมกับมือที่ถือน้ำเปล่าแก้วใหญ่

“ขอบใจมึง” ฉันพูดพร้อมเอามือไปรับไว้

การร้องไห้ติดต่อกันหลายชั่วโมงส่งผลให้ตาของฉันทั้งสองข้างบวมเป่งและผลข้างเคียงต่อมาคืออาการปวดหัวอย่างหนัก ทำให้ฉันไม่มีแรงที่จะทำอะไรทั้งนั้น ฉันนั่งจ้องไปที่เพื่อนทั้งสามที่กำลังว้าวุ่นกับการทำอาหารยามดึกนี้

นี่มันจะตีสองแล้วนะยังคิดจะกินอีกไอ้พวกนี้นี่ มันตั้งใจจะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหรือมาหาของกินในห้องฉันกันแน่

 “มึงปูอัดนี่ซื้อมาจากไหนวะ อร่อยว่ะ” ไอ้พิลพูดพร้อมกับเอามือจับปูอัดยัดเข้าปากคำใหญ่

คิดถูกหรือคิดผิดที่เอาพวกมันมาอยู่ด้วยเนี่ย 

“มาถอนหายใจใส่อีก ตอบมาเร็ว ๆ ชะนี”

ยัง ยังเห็นแก่กินไม่หยุด

“นี่พวกมึงตั้งใจจะมาอยู่เป็นเพื่อนกูหรือมาหาของกินกันแน่เนี่ย”

“ทั้งคู่” ไอ้ตาลที่กำลังหยิบเยลลี่เข้าปากตอบมาอย่างหน้าตาเฉย

“เพื่อนเลว” ฉันเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่เริ่มปลง ๆ

สมองน้อย ๆ เริ่มคิดถึงเรื่องของวันพรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ ฉันควรกลับไปหาเขาเหมือนเดิมหรือควรถอยออกมาดีนะ

ช่วงเวลาที่เราคบกันฉันก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามีความสุขมาก มากจนฉันแอบคิดว่าตัวเองคงจะเป็นคนที่สำคัญในชีวิตของเขาบ้าง แต่วันนี้สิ่งที่เห็นมันตรงข้ามกับที่คิดไว้ ในตอนแรกจริงอยู่ที่เขาแสดงออกมาเป็นห่วงฉันมากแต่พอทุกอย่างมันดีเขากลับเป็นคนหายไปจากชีวิตฉันโดยที่ฉันได้แต่แอบมองอยู่ข้างหลัง

 “คิดไรอยู่วะ เห็นเงียบไปตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว” มิลค์ที่ถือขนมถุงใหญ่เดินมานั่งข้าง ๆ ฉัน

“มึงว่ากูควรเอายังไงต่อดีวะ”

“กูว่าเรื่องนี้มึงน่าจะรู้คำตอบของตัวเองดีที่สุดนะ”

“กูกลัวว่ะ มันทำใจยากมากเลยมึง”

“มันยากแต่มันก็ทำได้ไม่ใช่หรอ ไม่ว่ามึงจะตัดสินใจยังไงพวกกูก็จะอยู่ข้าง ๆ มึงเป็นเพื่อนมึงเหมือนเดิมนะ”

“ขอบใจนะมึง”

ก็จริงของมัน ไม่ว่าฉันจะตัดสินใจยังไงฉันก็ยังมีพวกมันอยู่ข้าง ๆ อยู่ดี แต่ก่อนที่ฉันยังไม่มีเขาฉันก็อยู่คนเดียวได้นี่ ถ้าเขาหายไปฉันอาจจะต้องปรับตัวอยู่บ้างในช่วงแรกแต่มันก็คงผ่านไปได้ด้วยดีไม่ใช่หรอ

เวลาผ่านมาอีกวันฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่บวมเป่งมากกว่าเดิม สองขาพาตัวเองมาที่หน้ากระจกและสิ่งที่เห็นคือสภาพยิ่งกว่าผีอีก ฉันส่ายหน้าให้กับตัวเองในกระจกอย่างรับไม่ได้ แผลที่เข่าก็เริ่มเจ็บขึ้นมาทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังชา ๆ อยู่เลยแต่ก็ไม่ถึงว่าเจ็บมาก

ฉันตัดสินใจที่จะโทรไปหาพี่เซนเพื่อจะคุยกับเขาในเรื่องที่ฉันคิดมาทั้งคืน ดังนั้นนิ้วเรียวจึงกดโทรออกทันที

“มีอะไร” น้ำเสียงที่ดูเย็นชาเอ่ยออกมาทันทีที่รับสาย

“ว่างคุยรึเปล่าคะ”

“อืม”

ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดก่อนที่จะเอ่ยคำพูดที่ตัวเองคิดมาอย่างดี

“หนูว่าเราเลิกกันเถอะ”

“ที่พูดคำนี้ออกมานี่คิดดีแล้วหรอ” คำตอบที่ฉันได้จากเขาทำให้ฉันแปลกใจนิด ๆ

“ค่ะ”

“ถ้าคิดว่าเลิกกันเป็นทางออกที่แก้ปัญหาได้ก็จะเลิก”

“ง่ายจังเลยนะคะ หนูคิดว่าพี่จะรั้งหนูไว้สักนิด ทำให้หนูมั่นใจบ้างว่าพี่ยังรักหนูอยู่ เวลาที่ผ่านมามันทำให้หนูสงสัยมากว่าจริง ๆ แล้วพี่เคยรักหนูจริง ๆ รึเปล่า”

“…”

“และอีกอย่างที่หนูจะบอกพี่ก็คือหนูจะไม่ขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวานที่หนูทำเพราะว่าหนูมีสิทธิ์ที่จะป้องกันไม่ให้ใครมายุ่งกับแฟนของหนู แต่พี่กลับทิ้งหนูไว้ตรงนั้นเพื่อไปกับผู้หญิงอีกคน”

“…”

“ต่อจะนี้ก็ขอให้พี่โชคดีนะคะ”

พูดจบฉันก็วางสายทันทีฉันพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา เพื่อน ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ก็ต่างดึงฉันเข้าไปกอด

“ไม่เป็นไรนะมึงต่อให้ไม่มีพี่เซนมึงก็ยังมีพวกกูอยู่นะ อย่าร้องไห้เลย”

“อือ”

หลายวันผ่านไปฉันก็ยังคงอยู่ที่เดิมแต่ก็ไม่ได้เจอพี่เซนอีกเลยทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ข้าง ๆ ห้องของฉัน ช่วงนี้เป็นช่วงสอบมิดเทอมทำเอาฉันหัวหมุนมากเพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบหนักมาก ฉันจึงตัดสินใจนัดเพื่อนมาติวที่คอนโดเพื่อเราจะได้ติวด้วยกันง่ายขึ้น

เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงและการที่ได้อยู่กับเพื่อนแบบนี้มันทำให้ฉันคลายเหงาได้มากกว่าเดิมและยิ่งทำให้ฉันทำใจได้เร็วกว่าเดิมมาก

การสอบมิดเทอมของเราผ่านไปได้ด้วยดีทั้งมีที่ทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ถือว่าเป็นสีสันของชีวิตเพราะฉันไม่ได้เก่งมากมายอะไร เพราะฉันคิดว่าตัวเองทำเต็มที่แล้ว 

ฉันเดินไปที่คาเฟ่ร้านเดิมหลังจากสอบเสร็จเพื่อไปซื้อชานมไข่มุกของโปรด ระหว่างที่ยืนรอ อยู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นมาทำเอาฉันเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ พบกับร่างสูงของพี่เซนที่อยู่ในเสื้อช็อปก็หันมามองฉันเหมือนกัน ใบหน้าที่เคยหล่อมากตอนนี้กลับซูบผอมลงและเต็มไปด้วยหนวดเครา

 

“ชานมไข่มุกหวานน้อยได้แล้วค่ะ” เสียงพนักงานที่ร้านเรียกขึ้นฉันจึงรีบเดินไปหยิบแก้วชานมไข่มุกที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์นั้น แล้วรีบเดินออกไปจากร้านทันที

ก่อนที่จะก้าวออกมาจากร้านได้นั้นแขนของฉันก็ถูกมือของใครบางคนดึงรั้งไว้

“เดี๋ยว” เป็นพี่เซนที่เดินตามฉันออกมา

“มีอะไรคะ” ฉันพยายามบิดแขนออกจากมือใหญ่ของเขา แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยสักนิด

“คุยกันก่อนได้ไหม”

“ไม่ค่ะ”

“พี่ขอล่ะ” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราที่บ่งบอกว่าเขาละเลยในการดูแลตนเองมากแค่ไหนส่งสายตาอ้อนวอนมาให้

“พี่ขอเวลาแค่ไม่นาน”

“หมดเวลาของพี่แล้วค่ะ วันนั้นที่หนูขอให้พี่มาคุยกันให้รู้เรื่องแต่พี่ก็เดินหนีไปไม่ฟังอะไรหนูเลย”

“วา”

“พอเถอะค่ะ อย่าให้ความรู้สึกดีที่หนูมีให้พี่มันหายไปมากกว่านี้เลย”

ฉันใช้แรงที่มีอยู่ทั้งหมดผลักเขาออกไปพร้อมกับรีบเดินหนีออกมาจากตรงนี้อย่างเร็วเพราะกลัวว่าเขาจะตามมาอีก

 

หลังจากสอบเสร็จพวกเราก็ไปค่ายจิตอาสาของคณะหนึ่งในมหา’ลัยที่เราต้องไปช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่เขาขาดแคลนข้าวของต่าง ๆ

ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้าตามเวลานัด พี่ที่เป็นหัวหน้ากิจกรรมก็กำลังลำเลียงเราขึ้นรถเพื่อพาออกต่างจังหวัด ค่ายนี้มีทั้งหมดสองร้อยคนรวมพี่ ๆ สตาฟแล้ว จึงแยกได้เป็น 7 คันรวมกับคันที่ขนสัมภาระด้วย ส่วนคันที่ฉันอยู่นั้นมีความวุ่นวายอยู่ไม่น้อยเพราะรุ่นพี่ปีสูงมีกิจกรรมให้เล่นตลอด ฉันที่นั่งกับไอ้มิลค์ก็ร่วมสนุกไปกับเขาด้วย

จนเวลาล่วงเลยมาช่วงเที่ยง ๆ ก็ใกล้ถึงที่หมาย

ใกล้ถึงสักทีปวดหลังไปหมดแล้ว ฉันบ่นกับตัวเองในใจ ก่อนที่จะหันไปดูคนที่นั่งข้างกันที่กำลังนั่งหลับอยู่ ด้วยความที่เป็นคนขี้แกล้งอยู่แล้วทำให้ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปไอ้มิลค์ที่กำลังนอนอ้าปากอยู่

“น้อง ๆ คะ ตื่นกันได้แล้วค่ะตอนนี้เราถึงที่หมายกันแล้วนะคะ” เสียงพี่สตาฟที่ดังขึ้นมาทำให้ฉันรีบเก็บมือถือ ก่อนที่ไอ้มิลค์จะจับได้

คนที่โดนแกล้งเมื่อกี๊ค่อยงัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ

“ อืม ถึงแล้วหรอ” คนเพิ่งตื่นถามทั้งน้ำเสียงที่ยังไม่ตื่นดี

“ถึงแล้ว ไปขนของกัน”

“อือ”

หลังที่ลงมาจากรถกันทุกคนก็มายืนรวมอยู่ที่หน้าโรงเรียนเก่า ๆ แห่งหนึ่งโดยมีคุณครูหลายท่านมาทำการต้อนรับอย่างดี

ฉันหันไปมองรอบ ๆ เผื่อจะเจอคนที่รู้จักบ้างเพราะส่วนใหญ่ค่ายนี้จะเป็นปีหนึ่งที่มาทำกิจกรรม ส่วนพี่ ๆ ปีสูงส่วนใหญ่ไม่เป็นสตาฟก็จะเป็นพวกวิศวะเพราะต้องมาทำการซ่อมแซมให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เช่น การเดินสายไฟและการซ่อมสิ่งของต่าง ๆ ดังนั้นก็จะเป็นผู้ชายที่ได้งานนี้ไป

หมับ!

อยู่ดี ๆ ก็มือของใครบางคนมาจับที่ไหล่ของฉัน ตอนแรกคิดว่าเป็นพวกไอ้ตาลกับพิลแต่พอหันไปมาก็พบว่าเป็นกาย

“อ้าว มาด้วยหรอไม่เห็นรู้เลย”

“ก็ต้องมาดิจะพลาดได้ไงได้ชั่วโมงเยอะขนาดนี้”

ลืมบอกไปว่าในมหา’ลัยของฉันมีการเก็บชั่วโมงการทำกิจกรรมของนักศึกษาในทุก ๆ ปี ถ้าเรายิ่งเก็บได้มากเท่าไหร่ช่วงที่ขึ้นปีสูงก็ไม่ต้องมาเก็บอีกที ดังนั้นค่ายไหนไปได้ก็ต้องไปเพราะสามารถเอาไปใส่ในแฟ้มที่ใช้สมัครงานได้

“แล้วนี่อยู่ฝ่ายไหน”

“คงช่วยพี่ ๆ ซ่อมอะไรสักอย่างนั่นแหละ”

ส่วนฉันก็เป็นฝ่ายทำความสะอาดพวกห้องเรียนหรือข้าวของต่าง ๆ เพราะคิดว่าถ้าลงอย่างอื่นไปคงทำไม่ได้

ระหว่างที่คุยกันฉันก็เห็นเหล่าวิศวะกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินมาทางนี้ ในขณะที่มองสายตาของฉันก็ไปปะทะกับใครบางคน สายตาที่คุ้นเคยก็กำลังจ้องมองมาที่ฉันทำให้ฉันต้องรีบหลบสายตาอย่างเร็วและพยายามเก็บอาการไว้

“น้อง ๆ คะ แยกกันเอาของเก็บแล้วมารวมกันตรงนี้ตอนบ่ายโมงครึ่งนะคะ เราจะมาแบ่งงานกันที่นี่อีกครั้งก่อน”

เหล่าสตาฟประกาศบอกพวกเราปีหนึ่ง

จากนั้นก็มีคนนำทางพาพวกเรามาที่ห้อง ๆ หนึ่ง เป็นห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถจุคนได้ค่อนข้างเยอะ ภายในห้องเมื่อสังเกตดูแล้วก็น่าจะเป็นห้องเรียนสักห้องของน้อง ๆ เพราะมีกระดานอยู่หน้าห้อง ส่วนพวกโต๊ะกับเก้าอี้อาจารย์คงขนออกไปแล้ว

จะว่าไปโรงเรียนแห่งนี้ก็น่ากลัวเหมือนกันนะ นอกจากจะตั้งห่างไกลจากตัวเมืองแล้วบรรยากาศรอบ ๆ ก็มีแต่ป่าไม้แต่ก็ยังมีชุมชนเล็ก ๆ อาศัยอยู่ ไม่อยากจะนึกถึงช่วงกระคืนเลยแค่คิดก็ขนลุกแล้ว

เมื่อเราเก็บของกันเสร็จก็ลงมาจากตึกเรียน ข้อดีของที่นี่ก็คืออากาศเย็นกว่าที่กรุงเทพฯมาก แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ยังไม่ร้อนมากเท่าไหร่

การแบ่งงานต่าง ๆ เป็นไปได้ด้วยดี ฉันต้องไปช่วยปัดกวาดเช็ดถูหรือล้างพัดลมต่าง ๆ ให้แก่โรงเรียน ระหว่างที่เราทำงานกัน ชุมชนในระแวกนั้นก็มีน้ำใจมาช่วยเหลืออย่างดี ทั้งทำกับข้าวมาให้ มาช่วยทาสี ช่วยทำความสะอาด ซึ่งภาพที่ฉันเห็นมันดูอบอุ่นมากเพราะคนที่นี่มีความเป็นกันเองสูงและยังได้ฟังเรื่องเล่าตลก ๆ จากลุงผู้ใหญ่บ้านอีก

จนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็นพวกเราก็หยุดทำงานต่าง ๆ ไว้เพราะไฟฟ้าที่นี่มีจำกัด พวกเราจึงต้องรีบไปอาบน้ำกันเพราะกลัวว่าไฟจะดับ ถึงเวลาของมื้อเย็นทุกคนก็มารวมตัวกันที่ลานหน้าอาคารเรียนเพื่อกินข้าวร่วมกัน

“อร่อยว่ะ” ไอ้ตาลที่ยัดผัดซีอิ๊วคำใหญ่เข้าปากรีบบอก

 

“ตอนนี้กูกินอะไรก็อร่อยหมดแหละ เหนื่อยมากร่างกายต้องการพลังงานอย่างหนัก” ไอ้พิลที่นั่งอยู่ข้างกันก็โอดโอยขึ้นมาบ้าง

“กูก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ ถือว่าเปิดประสบการณ์เลย” ไอ้มิลค์พูด

“แต่ทำไมตอนนี้กูอยากกลับบ้านแล้ว” ฉันผู้ที่ไม่ค่อยชินกับการมาค่ายรีบบ่นกับเพื่อน ๆ อย่างเร็ว

“แต่อย่างน้อยมาแล้วมันก็มีอะไรดี ๆ ให้เห็นนะเว้ย” ไอ้พิลพูดพร้อมเล่นหูเล่นตาเก่ง

“อะไรวะ” ฉันถามไปอย่างไม่เข้าใจ

“โน่นไง” ฉันหันไปมองตามที่มันบอก พบว่าเป็นเหล่าวิศวะกลุ่มใหญ่กลุ่มเดิมที่มีกลุ่มพี่เซนอยู่ด้วย

“ดีตรงไหน” ฉันหันหน้าหนีทันทีที่พวกเขาเริ่มจับได้ว่าเรามอง

“จะว่าไปหลัวเก่ามึงก็แซบเหมือนกันนะเนี่ย”

ยังพูดไม่หยุดอีก

มือเล็กของฉันหยิบเอาไก่ทอดชิ้นใหญ่มายัดใส่ปากมันทันที 

“แค่นี้ก็ต้องโมโหด้วย” มันเอาไก่ทอดออกจากแกพร้อมกับบ่นอุบอิบอยู่คนเดียว

 

SEN’S TALK

ผมนั่งมองเธออยู่ฝั่งตรงข้ามโดยที่คนตัวเล็กไม่มีท่าทีที่จะสนใจกันสักนิด ตั้งแต่วันที่เราเลิกกันผมกับน้องก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลยแต่เมื่อสามวันที่แล้วเราบังเอิญไปเจอกันที่คาเฟ่ ผมพยายามที่จะคุยกับน้องเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง แต่เธอไม่รับฟังอะไร และยิ่งผมเห็นว่าน้องอยู่ใกล้กับไอ้หมอนั่นมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งอยากเข้าไปซัดหน้ามันทุกครั้งแต่ก็ทำไม่ได้สักครั้ง

ค่ายนี้เป็นค่ายที่ผมตั้งใจที่จะมาเพื่อง้อน้องโดยเฉพาะจึงขอให้เพื่อนช่วยให้ผมได้มาที่นี่เพราะผมไม่ได้สมัครไว้ตั้งแต่แรก ตอนแรกมันก็ไม่ยอมแต่พอผมบอกว่าจะช่วยบริจาคเงินค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ มันก็รีบรับผมโดยเร็ว แต่พอพยายามที่จะเข้าใกล้น้องมากเท่าไหร่ก็มักจะมีตัวคอยกีดกันอยู่ตลอด

 

“มองตามเขาตาละห้อยเลยนะมึง” ไอ้มิกซ์พูดขึ้นมา

“เออ หงอยเป็นหมาเลยว่ะ ไม่เห็นเหมือนตอนแรกที่มึงพูดเลย”

ตอนแรกผมตั้งใจที่จะดัดนิสัยเธอเรื่องที่เธอชอบแอบหนีเที่ยวกับเพื่อนโดยไม่บอกผมสักนิด แต่มันคงทำให้เธอเข้าผิดทั้งเรื่องที่พรีนมาอยู่ติดกับผมในช่วงนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงสอบและเรามีแพลนจะรับน้องต่างสถานที่กันหลังสอบกลางภาคเสร็จ พวกเราจึงเตรียมตัวกันค่อนข้างหนัก ผมจึงต้องไปนอนที่ร้านพี่นะบ่อย ๆ ในช่วงนี้ อาจจะทำให้เธอเข้าใจผิดว่าผมไปอยู่กับพรีน

“ไอ้เซน บางทีผู้หญิงเขาก็ต้องการการใส่ใจ มึงจะไปทำอะไรก็ควรบอกเขาหน่อยไม่ใช่ว่ามึงอยากจะหายก็หาย อย่าว่าแต่เขาเข้าใจผิดเลย กูเป็นเพื่อนมึงกูยังคิดดีไม่ได้เลย ถ้าเมียกูหายหัวไปหลายวันติดต่อแล้วติดต่อไม่ได้แบบนี้กูก็คิดว่ามันมีผัวใหม่ไปแล้ว กูจะไม่ซ้ำเติมมึงแต่ขอให้มึงง้อน้องให้ได้เร็ว ๆ แล้วกัน คนนี้น่าจะงานยาก” ไอ้มิกซ์มันเอื้อมมือมาตบที่บ่าผมเหมือนราวกับจะให้กำลังใจ

“เออ กูรู้แล้ว” สายตาที่มองไปที่น้องเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ผมผิดเองที่ไม่ยอมบอกเธอ ไม่ยอมรับสายเธอก็สมควรแล้วที่เธอจะโกรธจนขอเลิก

END SEN’S PART

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราก็ออกไปทำหน้าที่ตัวเองแต่เช้าก่อนที่งานทุกอย่างจะเสร็จในเวลาก่อนเที่ยง ลุงผู้ใหญ่บ้านจึงอาสาจะพาพวกเราไปเดินสำรวจธรรมชาติที่อุทยานในจังหวัดนี้ พอมาถึงก็มีเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทาง เราแบ่งกันทั้งหมด 10 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน โดยการนับเลขแบ่งกันโดยใครที่นับเลขเดียวกันจะได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งฉันได้นับเลข 3 นับว่ายังโชคดีที่ได้ไอ้มิลค์มาอยู่เป็นเพื่อน แต่ที่โชคร้ายคือในกลุ่มมีพี่เซนกับพี่เอิร์ทมาอยู่ด้วย

มันบังเอิญไปรึเปล่านะ?

เราเดินตามเจ้าหน้าที่มาที่ทางสำรวจธรรมชาติ รอบ ๆ ทางก็มีแต่ป่าไม้และเถาวัลย์ขนาดใหญ่พันอยู่รอบ ๆ แม้ช่วงนี้จะเป็นเวลาบ่ายที่อุณภูมิจะร้อนที่สุดแต่ฉันกลับไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิดเพราะได้ไอเย็นออกมาจากป่าไม้รอบ ๆ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังอธิบายความรู้ต่าง ๆ สายตาของฉันก็มองไปรอบ ๆ เสียงนกร้อง ลมพัดมาเอื่อย ๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น แต่พอหันไปด้านหลังสายตาก็ไปสบเข้ากับใครบางคนที่ฉันไม่อยากเห็นหน้ามากในตอนนี้

ยังมีหน้ามายิ้มให้อีก!

ฉันมองค้อนใส่เขาก่อนที่จะสะบัดตูดเดินหนีแต่อยู่ดี ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความต่างระดับของพื้นดิน ร่างกายร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างรวดเร็ว

“ว้าย!” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ เรียกความสนใจจากผู้คนในกลุ่มได้อย่างมากรวมถึงพี่เจ้าหน้าที่ที่กำลังอธิบาย ทุกคนทำหน้าเหวอแต่ทันทีทันใดก็เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะออกมาเร็วไว เมื่อเห็นว่าสภาพฉันเลอะไปด้วยโคลนแถมยังมีกลิ่นแปลก ๆ อีกด้วย

“เป็นไรไหมมึง” ไอ้มิลค์ที่ยังกลั้นขำอยู่พยายามที่จะมาดึงฉันขึ้น

ฉันยื่นมือไปจับกับแขนมันแต่มันก็เอาแต่ขำจนไม่มีแรงดึงฉันขึ้นมา

ไอ้เพื่อนบ้า! ไม่ช่วยกันเลยอายจะตายอยู่แล้วเนี่ยยังมีหน้ามาขำอีก

อยู่ดี ๆ ตัวของฉันก็หลุดพ้นขึ้นมาจากหลุมที่ไม่ลึกได้ โดยมีมือของใครบางคนมาช่วย ฉันหันไปมองคนที่ช่วยพยุงเพื่อที่จะขอบคุณก็พบว่าเป็นพี่เซนที่ยื่นมือมาช่วย

“ขอบคุณค่ะ” ใบหน้าหล่อที่แดงไปหมดบ่งบอกให้รู้เลยว่าเขาก็แอบขำฉันเหมือนกัน

“หัวเราะทำไมคะ” ฉันหันไปถามอย่างเอาเรื่องแต่คนตัวสูงก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแต่อย่างใด

มือหนายื่นมาสัมผัสที่แก้มของฉันพร้อมกับปาดเอาเศษดินออกให้อย่างเบามมือ แถมยังถอดเสื้อแจ็คเก็ตมาคลุมให้ฉันอีกด้วย

ส่วนคนที่ตกหลุมนั้นพยายามที่จะถอดออกแต่เขาก็ยื่นหน้ามาที่ข้างหูพร้อมกระซิบมาว่า

“ถ้าไม่อยากให้คนอื่นได้กลิ่นก็ใส่ไว้”

พูดจบทำให้ฉันรีบกระชับแจ็คเก็ตตัวหนาทันที

“อะ แฮ่ม” เสียงของพี่เจ้าหน้าที่ทำให้ฉันผละตัวออกมาจากพี่เซนทันที

“ไหน ๆ น้องคนนี้ก็เดินตกลงไปแล้ว พี่จะบอกให้ว่านี่คืออะไร” พี่เจ้าหน้าที่ชี้ไปที่หลุมที่ฉันตกลงไปก่อนที่จะอธิบายต่อ

“อันนี้คือโป่งเทียมที่เจ้าหน้าที่มาสร้างไว้ให้พวกสัตว์ป่า โป่งจะมีอยู่ 2 แบบคือ โป่งดินและโป่งน้ำ อันนี้คือโป่งดิน รู้ไหมว่าโป่งมีความสำคัญกับสัตว์ยังไงใครตอบไปบ้าง”

“ไม่รู้ค่ะ” พวกเราตอบเป็นเสียงเดียวกัน

“โป่งนี้จะมีแร่ธาตุหลายชนิดที่จำเป็นต่อสัตว์ เช่น โซเดียม แคลเซียม โพแทสเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส เวลาที่มันเจ็บป่วยโป่งจะช่วยเป็นยาที่ช่วยรักษามันได้เปรียบเสมือนยาทางธรรมชาติ จริง ๆ แล้วโป่งสามารถเกิดขึ้นเองได้แต่พวกพี่ทำขึ้นมาก็เพื่อให้สัตว์ทุกตัวสามารถหาได้ง่ายขึ้น จะใส่พวกเกลือหรือเกลือไดแคลเซียมฟอตเฟตเพื่อให้ดินมีแร่ธาตุมากขึ้น ส่วนสัตว์ที่มากินก็จะเป็นพวกช้างป่า กระทิง ลิง หมูป่า พวกนี้เนี่ยจะมากินบ่อย ๆ”

ระหว่างที่เดินไปพี่เจ้าหน้าที่ก็ให้ความรู้ดีมาก มีวิธีการสังเกตร่อยรอยสัตว์ป่า การเอาชีวิตรอดในป่าต่าง ๆ ฉันก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ได้เข้าป่า แต่ก็ฟังไว้เป็นความรู้ไปเท่านั้น

หลังจากการเดินป่าเสร็จเราก็กลับมาที่โรงเรียนตามเดิมเพื่อเตรียมตัวทำกิจกรรมช่วงกลางคืน เพราะรุ่นพี่ได้เตรียมการแสดงไว้ให้เราแล้ว พอถึงที่พักตัวฉันก็รีบพุ่งเข้าห้องน้ำโดยเร็วเพราะเริ่มคัน ๆ ตรงช่วงตัวที่ตกโคลนมา

ขณะนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งที่เรามารวมตัวกันที่ลานหน้าตึกเหมือนเดิม ตอนนี้มีการเล่นดนตรีกับร้องเพลงโดยมีการสลับกันไปเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจเพราะคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่ที่นี่กัน ดังนั้นสตาฟทุกคนจึงอยากให้เราจดจำช่วงเวลาดี ๆ นี้ไว้เช่นเดียวกัน

อยู่ดี ๆ พี่เซนก็เดินเข้ามาที่กลางลานแสดงตรงนั้น พร้อมกับเพื่อนเขาอีกคนที่ฉันไม่รู้จัก เขาหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเริ่มบรรเลงเคล้ากับเสียงกลองจากเพื่อนของเขา

เมื่อเสียงดนตรีมาถึงจุดที่ต้องร้องแล้วพี่เซนก็ยื่นหน้าไปชิดกับไมค์ เสียงทุ้มค่อย ๆ เปล่งออกมาจากลำคอหนา

 

 

ฉันยังเป็นคนที่รักเธอหมดใจ ฉันยังได้แต่คิดถึงเธอเรื่อยไป
ฉันยังดูรูปถ่าย ที่เราชิดใกล้...อยู่ทุกวัน

ฉันยังรอคอยให้เธอนั้นกลับมา ฉันยังกาปฏิทินทุกคืนวัน
เพราะคำเดียวระยะทางที่มาขวางกั้น...เราไว้

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยอยู่ตรงนั้นเธอเป็นอย่างไรก็ไม่รู้
ฝากเพลงนี้ให้ไปถามเธอดูอยากจะรู้ในความเป็นไป

เธอยังคิดถึงฉันทุกนาทีอยู่หรือเปล่า เธอยังจำเรื่องเราในวันวานได้หรือไม่
เธอยังมีใจให้ฉันคนเดียวยังรอฉันแค่คนเดียว
เธอยังคงเป็นเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม ช่วยบอกให้รู้ที

เพลง เธอยัง

ศิลปิน POTATO

 

ระหว่างที่ร้องนั้นฉันก็พอจะรับรู้ว่าเขาตั้งใจจ้องมาที่ฉันราวกับว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เขาตั้งใจร้องให้กับฉัน ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์แบบนี้ อยากจะลุกหนีออกไปจากตรงนี้ใจจะขาดแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เมื่อเพลงจบเราก็ปรบมือให้ตามและมารยาทต่อมาก็มีรุ่นพี่อีกคนมาเล่นต่อจากเขา ฉันนั่งดูไปเรื่อย ๆ จนกิจกรรมทุกอย่างจบลง เราก็แยกย้ายไปนอนตามปกติ

ระหว่างที่เดินกลับห้องนอนสายตาหวาดระแวงก็หันไปมองรอบ ๆ พบว่าพี่เซนกำลังเดินตรงมาทางนี้ ฉันรีบคว้าแขนเพื่อน ๆ แล้ววิ่งกลับไปในห้องนอนของพวกเราราวกับว่าเจอผีเพราะยังไม่อยากคุยกับเขาจริง ๆ

“มึงจะวิ่งทำไมวะ” ไอ้ตาลถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็กูง่วงแล้ว อยากรีบมานอนเร็ว ๆ ”

“ก็ไม่เห็นต้องวิ่งเลยเดินปกติก็ได้ ทำเอาพวกกูตกใจหมด” บ่นเก่งจริง ๆ เลยเพื่อนคนนี้

จากนั้นเราก็เก็บของกันนิดหน่อยก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า

พอวันรุ่งขึ้นเราก็ขนของไปที่รถบัสคันใหญ่คันเดิมด้วยสภาพที่ยังไม่ตื่นดีนักถึงแม้ว่าจะอาบน้ำแล้วก็เถอะ ฉันรีบตรงดิ่งไปที่เบาะที่ว่างเพราะต้องการนอนต่อโดยไม่รู้เลยว่ามีคนที่ไม่อยากเจอหน้าขึ้นมาคันเดียวกันด้วย

คนไม่รู้เรื่องอะไรหลับยาวจนถึงแปดโมงเช้า ตื่นมาอีกทีตอนที่รถจอดให้เราเข้าห้องน้ำและทานอาหารเช้ากัน ฉันเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อขนมกินเล่นระหว่างเดินทาง มือเล็กที่กำลังจะหยิบลูกอมรสผลไม้แต่ก็มีมือใครบางคนชิงหยิบมันไปก่อน นั่นทำให้ฉันต้องหันไปมองโดยอัตโนมัติ พบว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้จึงส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะหยิบห่อใหม่แล้วเดินออกมารอไอ้มิลค์กับไอ้ตาลที่กำลังเข้าห้องน้ำอยู่

ผู้หญิงคนเมื่อครู่เดินมายืนข้างหลังของฉัน สงสัยคงมารอเพื่อนเหมือนกันมั้ง 

“เธอคือวาศิลปศาสตร์ใช่ไหม” ผู้หญิงคนเดิมทักฉันขึ้นมาหลังจากที่เรายืนอยู่ตรงนั้นมาสักครู่แล้ว

“รู้จักชื่อเราด้วยหรอ” ฉันถามออกไปอย่างสงสัย

“รู้จักสิ ก็เธอเป็นแฟนพี่เซนโยธาแถมยังเป็นน้องพี่วินอีกใคร ๆ ก็รู้จักทั้งนั้นแหละ”

“แล้วเธอชื่ออะไรหรอ” ฉันถามกลับอย่างเป็นมารยาท 

“เราครีมนะ เรียนอยู่นิติ แล้วนี่ชอบลูกอมอันนี้เหมือนกันใช่ไหม เราก็ชอบอยู่หอนะเราชื้อตุนไว้เป็นกล่องเลย” 

“ชอบกินเวลาว่าง ๆ น่ะ ชอบกินกับเยลลี่”

“เรานี่ชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่างเลยเนอะ”

ฉันยิ้มให้เธอแทนคำตอบ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าประโยคนั้นของเธอมีอะไรแอบแฝงรึเปล่า

“เพื่อนเรามาแล้วไปก่อนนะ” ครีมโบกมือให้แล้วก็เดินจากไป

เป็นคนที่แปลกดีเหมือนกัน  คงจะเป็นคนอัธยาศัยดีคนหนึ่งละมั้ง ฉันเลิกใส่ใจแล้วเดินตามเพื่อนขึ้นรถไปทันที

ทันทีที่ก้าวขาขึ้นมาบนรถนั้นใบหน้าหล่อของใครบางคนกระแทกตาทันที

เขามาคันนี้ทำไม?

ฉันหันไปมองที่ที่นั่งของตัวเองก็พบว่ามีคนมานั่งแทนที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคน  ๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพี่เอิร์ทนั่นเอง

“นั่งนี่สิ ข้างหลังมันไม่ว่างแล้ว”

“หนูจะนั่งกับเพื่อนหนู” ฉันพูดใส่หน้าคนตัวสูงที่กำลังนั่งอย่างไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร

ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปทวงที่ของตัวเองคืนนั้น รถบัสกลับเคลื่อนตัวออกไปทันที ทำให้คนที่ยังไม่ทันตั้งตัวเกือบหน้าทิ่มลงกับพื้น นับว่ายังโชคดีที่คว้าเบาะข้าง ๆ ไว้ทัน

นอกจากที่คว้าเบาะช่วยตัวเองได้แล้วนั้น เอวของฉันยังมีแขนหนาของใครบางคนโอบรัดอยู่ด้วยร่างกายของฉันถูกจับให้นั่งลงไปที่เบาะข้าง ๆ เขา โดยที่ฉันยังไม่ได้รับปากเลยด้วยว่าจะนั่งกับเขา

“หนูบอกว่าจะไปนั่งกับเพื่อนหนูไง” ฉันหันไปพูดกับคนหน้ามึนอีกครั้ง

“นั่งนี่แหละ ไม่เห็นหรอว่าไอ้เอิร์ทมันหลับไปแล้ว” เขาพูดจบฉันก็หันไปมองที่พี่เอิร์ทพบว่าเอนเบาะลงไปเรียบร้อยแล้ว

ทำงานกันเป็นทีมเชียวนะ

ฉันได้แต่จำใจนั่งอยู่ตรงนั้น แล้วแกะขนมกินเพื่อแก้อาการโมโห พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงก่อนที่หัวเล็ก ๆ นั้นจะโงนเงนพร้อมทิ้งน้ำหนักลงไปที่ไหล่ของคนข้าง ๆ อย่างไม่รู้ตัว

เวลาผ่านไป 4 ชั่วโมงรถที่เคยเคลื่อนที่หยุดลง จากนั้นความวุ่นวายก็เกิดขึ้น ต่างคนต่างหยิบสัมภาระของตนแล้วรีบเดินลงไปจากรถโดยทันที ต่างจากคนบางคนที่ยังไม่ยอมตื่นเลย ตั้งแต่ที่หลับไปตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้หมอนชั่วคราวจำเป็นต้องทำหน้าที่ปลุกก่อนที่คนขี้เซาจะใช้รถบัสคันนี้เป็นเตียงในคืนนี้

“ตื่นได้แล้วถึงมอแล้ว” มือใหญ่สะกิดไปที่แก้มนุ่ม

“อื้อ”

“ตื่นได้แล้ว”

“อื้มมม” ดวงตากลมโตค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ และนิ่งไป

“ที่นี่ที่ไหน”

“ถึงมอแล้ว”

ถึงแล้วงั้นหรอ?

เดี๋ยวนะแล้วเพื่อนฉันล่ะ

ฉันหันไปมองที่เบาะที่ไอ้มิลค์นั่งก็พบว่ามันว่างเปล่า

“กลับไปกับไอ้เอิร์ธแล้ว” คนตัวสูงที่นั่งข้าง ๆ ช่วยบอก ราวกับรู้ว่าฉันกำลังหาอะไร

ทิ้งกันอีกแล้วนะ

หลังจากนั้นฉันก็รีบลงจากรถแล้วตรงดิ่งไปที่รถเพราะไม่อยากอยู่กับเขานาน ๆ เมื่อเปิดประตูขึ้นรถปุ๊บ ประตูของอีกฝั่งก็ถูกเปิดออกโดยใครบางคน ที่เข้ามานั่งอย่างหน้าตาเฉย

ยังตามมาอีกนะ

“ลงไปค่ะ” ฉันบอกเจตนาที่ชัดเจน

“กลับด้วย ไม่ได้เอารถมา”

“ก็ให้เพื่อนพี่ไปส่งสิคะ”

“มันกลับไปแล้ว ขอกลับด้วยนะ”

ฉันจะปฏิเสธยังไงล่ะ เขาเล่นมัดมือชกมาขนาดนี้ก็คงต้องให้เขาติดรถกลับไปที่คอนโดด้วยกันอย่างช่วยไม่ได้ ระหว่างทางคนตัวสูงก็เอนตัวลงพร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้มาสนใจเจ้าของรถอย่างฉันสักนิด

นี่ฉันกลายเป็นคนขับรถให้เขาไปแล้วหรอ?

 

------------------------------------------------------

talk 1 มาแล้วค่า ครั้งที่แล้วหลายคนบ่นว่าค้างกัน ครั้งนี้เลยตัดให้ไม่ค้างนะคะ

talk 2 มีใครให้มากกว่านี้มั้ยคะกับความเด๋อของน้อง เอาแต่มองค้อนผู้ชายจนเดินตกโป่ง55555

 

 

 

พี่เซน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #142 Toywoohottest (@Toywoohottest) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 11:20
    ไม่ชอบใจเลย สิ่งที่เซนทำมันไม่ให้เกียรติแฟนตัวเองสักนิด ควงกับคู่ขาเก่าต่อหน้าแฟนเนี่ยนะ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็คืิอไม่ให้เกียรติและทำให้น้องเสียใจ หสังว่าจะไม่ยอมคืนดีง่ายๆ เหมือนตอนยอมเป็นแฟนนะ
    #142
    3
  2. #37 JAVAWA (@JAVAWA) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 09:03
    รอจ้าาา
    #37
    2
  3. #36 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:35
    ค้าง ค้างอีกตามเคย555
    #36
    1
    • #36-1 (@std22732) (จากตอนที่ 12)
      22 พฤษภาคม 2563 / 23:45
      อันนี้ไรท์ว่าจบดีสุดแล้วนะ55555
      #36-1
  4. #35 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:19
    รอน้าาาาา
    #35
    1
  5. #34 pig_earn (@pig_earn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 22:55
    พี่เซนของน้องงง มาต่อเร็วๆนะคะ
    #34
    1
  6. #33 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:56
    รอต่ออยู่นะคะ
    #33
    1
  7. #32 oummy1991 (@oummy1991) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:46
    ค้างงงง
    #32
    4
  8. #31 wannisaLee (@wannisainwa29) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:37
    คิดถึงไรท์อีกแล้วอ่ะ#มาเร็วๆน่ะ
    #31
    1
  9. #30 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:32
    ทำไม ทำไม ฉันต้องอารมณ์ค้างอีกเช่นเคย5555
    #30
    1
  10. #29 plecheeze46 (@plecheeze46) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:02
    รับมาต่อนะคะ อารมณ์กำลังค้าง
    #29
    1
  11. #28 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:16
    ค้างอีกหนึ่งวัน555
    #28
    1
  12. #27 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 20:10
    รอต่ออยู่นะคะ
    #27
    1
  13. #26 lovelyeie6 (@lovelyeie6) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 19:24
    รีบมาต่อด่วนๆๆเลยยยยยยยยยพลีสสสส
    #26
    1
    • #26-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 12)
      20 พฤษภาคม 2563 / 19:31
      เจอกันพรุ่งนี้นะคะ😻
      #26-1
  14. #25 plecheeze46 (@plecheeze46) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 17:33
    โอ๊ยย อ่านแล้วมันค้าง รีบมาต่อนะคะ
    #25
    2
    • #25-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 12)
      20 พฤษภาคม 2563 / 18:34

      มาแล้วน้า
      #25-1
    • #25-2 plecheeze46 (@plecheeze46) (จากตอนที่ 12)
      20 พฤษภาคม 2563 / 19:12
      อยากให้ปรับความเข้าใจกันเร็วๆจัง ง้อให้สำเร็จนะพี่เซน
      #25-2
  15. #24 lovelyeie6 (@lovelyeie6) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 07:15
    ค้างงง รีบมาต่อน้าาาารอออออ
    #24
    1
  16. #23 G'DayCutie (@nookbeasty) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 06:51

    ค้างจ้าา55

    อยากรู้มากทำไมเซนทำกับน้องแบบนี้
    #23
    1
  17. #22 pattarajirawadee (@pattarajirawadee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:49
    ค้างอีกแล้ว5555
    #22
    1
  18. #21 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:03
    รอต่ออยู่นะคะ
    #21
    1
  19. #20 zoju_one (@zoju) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:57

    What happened?? *0*

    #20
    1
    • #20-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 12)
      19 พฤษภาคม 2563 / 22:06
      จะคุยกันมั้ยนะ???
      #20-1