แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 11 : คนขี้งอน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

10

คนขี้งอน

 

 

ฉันหันไปรอบ ๆ เพื่อมองหาเขาแต่กลับไร้วี่แววของคนตัวสูง มีเพียงเพื่อนเขาที่นั่งอยู่บริเวณนั้นเพื่อดูการแข่งขันคู่ต่อไป มือเล็กล้วงหามือถือในกระเป๋าใบโปรดและรีบกดโทรหาคนที่หายไป แต่อยู่ดี ๆ เก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ ฉันก็มีคนมานั่งลงมา

สายตาของฉันค่อย ๆ เหลือบไปมองเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทก็พบว่าคนที่มานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันก็คือคนที่หายไปจากสนามเมื่อครู่

 

ร่างสูงหันมายักคิ้วให้พร้อมกับเอนกายไปแนบกับพนักพิงข้างหลังก่อนที่จะยกแขนมาพาดตรงพนักพิงของเกาอี้ที่ฉันนั่งอยู่ราวกับแสดงความเป็นเจ้าของ

“มาได้ยังไงคะ”

“เดินมาไง” กวนประสาทอีกแล้ว

“หนูหมายความว่าทำไมพี่ถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปนั่งดูกับเพื่อนล่ะคะ” ฉันขยายความให้เขาฟัง

“อยากอยู่ด้วย” คนตอบทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใด ๆ และสายตาก็ยังคงจดจ่อกับคนในสนาม ต่างจากฉันลิบลับที่ตอนนี้มองไปไหนก็เห็นแต่สายตาที่จ้องมองมาทางนี้ ก็แหงแหละเขาเล่นมานั่งอยู่ตรงนี้สาว ๆ ก็ต้องหันมามองด้วยความอยากรู้อยู่แล้วสิ

ฉันมองไปรอบ ๆ อยู่ดี ๆ ก็ไปสบตากับใครบางคนเข้านั่นก็คือกายที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เขาส่งยิ้มมาให้ฉันก่อนที่ฉันจะยิ้มตอบไปอย่างมีมารยาทถึงแม้ว่าภายในใจอาจจะพอรู้อยู่บ้างแล้วกับสิ่งที่เขาทำทั้งหมดแต่ฉันก็ไม่อยากคิดไปไกลกว่านี้เพราะตอนนี้ตัวฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้ว

คนที่ส่งยิ้มตอบไปเมื่อครู่ละสายตาจากกายก่อนที่จะมาจดจ่อกับเกมในสนามอีกที นักกีฬาต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใครแต่สุดท้ายก็มีผู้ชนะนั่นก็คือภาคอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะต้องไปแข่งกับโยธาอีกทีในครั้งหน้า

เมื่อการแข่งขันจบลงแล้วทุกคนต่างแยกย้ายออกมาจากสนามแห่งนี้ ส่วนพี่เซนเขาขอไปเปลี่ยนชุด ก่อนที่เราจะไปหาอะไรกินกัน ฉันเดินมารอที่หน้าคณะเหมือนเดิมเพราะรถของเราจอดอยู่ตรงนี้

บรรยากาศตอนเย็นมันก็น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย อาคารเรียนที่เคยมีผู้คนอยู่ในตอนนี้กลับไร้แม้แต่เงา ต้นไม้พลัดปลิวตามแรงลมที่พัดมาเอื่อย ๆ บรรยากาศที่เปลี่ยว ๆ ที่มีแค่แสงไฟสลัว ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีมือของใครสักคนแตะเข้ามาที่ไหล่ของฉัน 

“กรี๊ด” ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจ

“เป็นอะไร” คน ๆ นั้นถามออกมาอย่างตกใจแล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนด้วยเป็นพี่เซนที่ตอนนี้เปลี่ยนชุดมาเรียบร้อยแล้ว

“โถ่ ทำไมมาเงียบ ๆ หนูตกใจหมดเลย” ได้ทีคนตัวเล็กก็บ่นใหญ่

“ทำไม คิดว่าพี่เป็นผีรึไง”

“เปล่าสักหน่อย”

“นั่นน่ะสิผีอะไรจะหน้าตาดีขนาดนี้” ช่างกล้าพูดออกมา

“คนหลงตัวเอง” คนที่หายตกใจแล้วได้แต่บ่นอุบอิบอยู่คนเดียวก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่นั่งของตน

ส่วนหนุ่มวิศวะก็ได้แต่ขำกับท่าทีนั้นและเดินตามไปขึ้นรถก่อนที่จะขับรถออกมาจากโซนของมหาวิทยาลัย

เมื่อถึงคอนโดตัวฉันก็เริ่มลงมือกินข้าวที่เราแวะซื้อกันตอนกลับ ส่วนตัวของคนขับรถที่บ่นว่าเหม็นเหงื่อตัวเองตอนนี้หนีไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองเรียบร้อยแล้ว

ฉันกินข้าวที่ซื้อมาจนหมดก่อนเอาจานไปล้าง ร่างสูงเดินเข้ามาภายในห้องของฉันอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับเข้าสวมกอดฉันที่ล้างจานอยู่จากทางด้านหลังพร้อมโน้มใบหน้าไปหอมแก้มฉันอย่างแรงราวกับหมั่นเคี้ยว

 

“ไปไหนคะ” ฉันถามออกไปเมื่อเห็นการแต่งตัวและได้กลิ่นน้ำหอมของเขา

“ฉลองกับเพื่อนครับ” ร่างสูงที่ไม่ยอมผละตัวออกไปตอบพร้อมกับกดริมฝีปากลงไปกับกลุ่มผมสวย

“ที่ไหนคะ”

“SMOKE” ร้านเหล้าดังอีกร้านใกล้มหาวิทยาลัยที่นักศึกษาส่วนใหญ่ชอบไปกันแต่ฉันก็ไม่เคยไปเหยียบหรอกนะ

“ค่ะ” ฉันตอบไปแบบนั้นเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อในเมื่อเขาอยากไปฉันก็ให้เขาไปตามใจเขา

“ไปด้วยไหม” คนตัวสูงถาม

“ไม่ค่ะ หนูง่วงแล้ว”

ร่างสูงพยักหน้าอย่างเข้าใจและจับตัวฉันให้หันมาหาเขาก่อนที่จะฉกจูบมาที่ริมฝีปากฉันเร็ว ๆ และเดินออกจากห้องไป

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาของฉันสักทีมือสวยหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากระโปรงพร้อมกดโทรหาเพื่อนสาวทันที

 

ร่างเล็กที่อยู่ในชุดว่ายน้ำทูพีชที่เป็นเกาะอกสีชมพูพร้อมกับกางเกงสีเดียวกัน ยืนอยู่ริมสระว่ายน้ำที่บ้านของพิลเพื่อนสาวประเภทสอง วันนี้เป็นวันที่ฉันจะได้ดื่มให้แก่ความโสดของไอ้มิลค์ที่มันเพิ่งอกหักได้ไม่นาน เราทุกคนต่างอยู่ในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่นั่งดื่มกันอยู่ริมสระแต่ไม่ใช่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างแน่นอนเพราะว่าฉันรู้ว่าการดื่มอยู่ใกล้บริเวณสระว่ายน้ำมันอันตรายขนาดไหน

“ชนให้แก่ความโสดของไอ้มิลค์” พิลเป็นคนเปิดคนแรกพร้อมกับยกแก้วน้ำอัดลมหลากสีมาชนกัน พวกเราดื่มพร้อมกันเต้นกันอย่างเมามันตามจังหวะเสียงเพลง วันนี้ถือว่าเป็นปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่เราจัดกันเองตามประสาเพื่อนในกลุ่ม

“พวกมึงไม่ถ่ายรูปกันหรอ อุตส่าห์แต่งตัวมาดีขนาดนี้แล้วเอาสักรูปไหม”

“ไม่เอากูไม่มั่นใจ” มิลค์พูด

“ไม่มั่นใจอะไรมึงออกจะตู้มต้ามขนาดนี้” ไอ้ตาลพูดพร้อมเอามือไปจับที่หน้าอกของเพื่อนสาวทันที

“ไอ้บ้า” มือของไอ้มิลค์ตอบสนองโดยการยกขึ้นมาปัดออก สร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับพวกเราอีกครั้ง

“จะถ่ายแล้วนะ หนึ่ง สอง สาม” พิลที่รับบทเป็นตากล้องคอยกำกับท่าทางของเราให้ออกมาดี

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเร็วแค่ไหนแต่รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปสองชั่วโมง ฉันเปิดเข้าไปในแอปพลิเคชันหนึ่งในมือถือก่อนที่จะเห็นการแจ้งเตือนจากแชทของพี่เซน

“อยู่ไหน หลับแล้วหรอ” เมื่ออ่านเสร็จฉันก็พิมพ์ตอบโดยอัตโนมัติ

“อยู่บ้านเพื่อนค่ะ” เมื่อส่งไปตัวข้อความก็ขึ้นว่าอ่านแล้วอย่างรวดเร็ว

“แชร์โลมาจะไปรับ” คนตัวสูงบอกแกมบังคับ

จ้างให้ก็ไม่บอกหรอก คนกำลังสนุกอยู่เลย

“ไม่เป็นไรค่ะวันนี้หนูจะนอนบ้านเพื่อน” ฉันพิมพ์ตอบไปเพราะยังไงพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดอยู่แล้วและเก็บมือถือลงไปในกระเป๋าทันทีก่อนที่จะกลับไปปาร์ตี้กับเพื่อนต่อ 

 

เมื่อถึงช่วงเช้าฉันตื่นขึ้นมาก่อนใครก่อนที่จะไปทำธุระส่วนตัวให้ห้องน้ำให้เสร็จ ใช้เวลาในการแต่งตัวไม่นานก็ยกมือถือขึ้นมาดูพบว่ามือสายเกือบสี่สิบสายที่โทรเข้ามาและก็ไม่ใช่ใครที่ไหนพี่เซนนั่นแหละ ข้อความในแชทส่วนตัวก็ปาไปเกือบร้อย ทำให้รู้ได้เลยว่าเขาคงเป็นห่วงจริง ๆ

ฉันตัดสินใจโทรกลับไปหาเขา รอไม่นานก็มีเสียงทุ้มพูดตอบกลับมาราวกับว่ากำลังรออยู่อย่างนั้นแหละ

“อยู่ไหน” น้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดนั้นทำเอาฉันรู้สึกกลัวแปลก

“บ้านพิลค่ะ” ฉันตอบด้วยเสียงเบา

“เดี๋ยวจะไปรับแชร์โลมา”

“เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้” ฉันรีบตอบเขา

“ไม่ต้องเดี๋ยวไปรับเอง” เขาดูเหมือนจะโกรธอยู่นิด ๆ ทำเอาฉันแอบหวั่นอยู่เหมือนกัน

ร่างสูงวางสายไปทันทีที่พูดจบ ฉันก็ได้แค่ส่งโลเคชั่นไปให้เขา รออยู่ไม่นานคนตัวสูงที่ยังอยู่ในชุดเมื่อคืนก็มายืนหน้าบึ้งอยู่หน้าบ้านของเพื่อนฉัน

พวกเรายืนก้มเรียงแถวหน้ากระดานกันอย่างกับคนมีความผิดราวกับว่าพ่อจับได้ว่าแอบหนีมานอนบ้านเพื่อน

เพื่อน ๆ ของฉันรีบผลักตัวฉันให้เข้าไปหาคนหน้าดุในตอนนี้พร้อมกับเอากระเป๋าเสื้อผ้าฉันส่งให้พี่เซนอย่างเสร็จสรรพ

ทิ้งกันแบบนี้เลยหรอ? ไอ้เพื่อนบ้า

ฉันต้องทำใจเดินขึ้นรถไปพร้อมกับหันไปมองหน้าพวกมันอย่างคาดโทษเอาไว้ เพื่อนที่หักหลังกันเมื่อครู่ได้แต่ยืนยิ้มแห้ง ๆ ส่งมาให้พร้อมโบกมือหยอย ๆ ลา

บรรยากาศภายในรถตกอยู่ในความเงียบเนื่องจากไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาสักคำ สายตาฉันเหลือบไปมองที่คนข้าง ๆ พร้อมเอ่ยถามคำถามที่อยากรู้ขึ้นมา 

“เมื่อคืนได้นอนไหมทำไมใต้ตาดำขนาดนั้น” ฉันถามเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้ดูจากสภาพเขาแล้วคงไม่ได้นอนทั้งคืน แต่คำตอบที่ได้มากลับทำเอาฉันไปต่อไม่ถูกเลยเมื่อเจอเขาถามกลับมาจนได้

“เมื่อคืนถ่ายอะไรลงไอจี”

ลงตอนไหน?

ฉันจำได้ว่าตั้งแต่คุยกับเขาเสร็จฉันก็ไม่ได้จับโทรศัพท์มือถืออีกเลยนะ 

“ไม่มีนะ หนูไม่ได้ลง” ฉันรีบปฏิเสธอย่างไว

“น้ำตาลลง” พี่เซนพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไปราวกับให้ฉันเข้าไปดูผลงานนั้นเอาเอง

เมื่อหยิบมือถือได้ก็รีบกดเข้าไปในแอปพลิเคชันนั้นอย่างเร่งรีบ รูปภาพที่อยู่บนหน้าจอก็ทำเอาฉันเข่าแทบทรุด ไม่แปลกเลยที่เขาจะโกรธ เพราะเป็นรูปที่เราถ่ายเล่นเมื่อคืนนี้ที่กำลังยืนอยู่ริมสระทั้ง ๆ ที่ยังใส่ชุดว่ายน้ำกัน

นิ้วเล็กรีบพิมพ์ข้อความหาเพื่อนให้ลบรูปนั้นอย่างเร็วก่อนที่คนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างในตอนนี้จะโกรธไปมากกว่านี้

ไอ้ตาลผู้รักเพื่อนและรู้หน้าที่ตัวเองรีบลบรูปนั้นออกจากตัวแอปพลิเคชันทิ้งไป

คราวนี้ฉันหันไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน เขาเงียบไม่พูดไม่จาอะไร คล้ายกับกำลังโกรธที่อยู่ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยแค่แอบหนีออกมาจากคอนโดเพื่อปาร์ตี้กับเพื่อนเองแล้วอีกอย่างก็ไม่ได้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยสักอย่าง

ทำไมต้องโกรธกันด้วยเนี่ย

เมื่อเรากลับมาที่คอนโดพี่เซนก็ทิ้งฉันไว้ในห้องส่วนตัวเขาก็ไปนอนพัก ฉันเพิ่งนึกได้ว่าสัญญากับแม่ตัวเองไว้ว่าวันนี้จะกลับไปที่บ้านจึงรีบเตรียมข้าวของเพื่อกลับบ้านแต่ตอนนี้คนตัวใหญ่ก็หลับอยู่ฉันควรปลุกเขาไหมนะ

สองขาเล็กเดินเตาะแตะเขาไปในห้องนอนก่อนจะก้มหน้ามองคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในตอนนี้พร้อมกับยกมือโบกไปข้างหน้าราวกับจะเช็คอะไรสักอย่าง

หลับลึกจริงด้วย งั้นไปไม่บอกก็แล้วกัน

ฉันตัดสินใจเดินออกจากห้องไปพร้อมกับยกมือถือขึ้นมาเพื่อพิมพ์บอกคนที่นอนหลับเผื่อว่าเขาจะตื่นมาแล้วสงสัยว่าฉันหายไปไหน

รถคันโปรดเคลื่อนตัวมาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใจกลางเมืองหลวงก่อนที่ประตูบ้านจะเปิดออกช้า ๆ เพื่อให้ตัวรถสามารถวิ่งผ่านเข้าไปได้

สองขาเล็กที่เดินมาที่หน้าประตูใหญ่และทำการมองหาลูกสาวตัวอ้วนพบว่าตอนนี้มันกำลังสู้กับลูกบอลกลม ๆ อย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่ได้สนใจคนมาใหม่ด้วยซ้ำ

“อ้วนนนนนนนนนน มี๊กลับมาแล้ว มาให้กอดหน่อยเร็วววว” เสียงเล็กตะโกนลั่นบ้านทำเอาเจ้าตัวกลมที่กำลังฟัดลูกบอลหันมาจ้องอย่างรำคาญ

สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันเจ้าแมวอ้วนรีบคาบลูกบอลกลมเข้าปากและวิ่งออกจากตรงนั้นทำเอาคนเป็นแม่ได้แต่มองตามตูดกลม ๆ ของแมวอ้วนอย่างหนักใจ

มาอยู่ได้ไม่กี่วันก็ลืมกันแล้วนะไอ้อ้วน

คนโดนเมินได้แต่บ่นอยู่ในใจอย่างนั้นก่อนจะพาร่างตัวเองเดินไปที่ห้องครัวอย่างหงุดหงิด

พอถึงประตูห้องครัวสายตาก็มองหาคนแก่ของบ้านที่ผันตัวเองไปเป็นแม่ครัวใหญ่ประจำบ้านหลังจากที่ตัวฉันและพี่วินโตขึ้น

พอสายตาไปกระทบกับร่างอ้วนท้วมของคุณยายตะวันที่เป็นแม่ของแม่ฉันสมองน้อย ๆ นั้นก็เริ่มคิดแผนการที่จะแกล้งคนแก่

ร่างเล็กค่อย ๆ เดินย่องไปทางด้านหลังของคนแก่ก่อนที่จะตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อให้คนแก่ตกใจ

“ยาย!” ร่างอ้วนท้วมสะดุ้งอย่างแรงตามประสาคนขี้ตกใจ

“น้องวา ยายตกใจหมดเลย” เมื่อเธอเห็นฉันแล้วก็พาตัวเองเข้ามาสวมกอดฉันทันทีราวกับว่าไม่ได้เจอกันมาเป็นแรมปี

เมื่อสำรวจตัวฉันทั้งตัวแล้วคนแก่ก็แอบแซวว่าฉันอ้วนขึ้น

ก็แหงล่ะไปอยู่มหา’ลัยก็มีแต่กิน กิน แล้วก็กิน ไม่ให้อ้วนได้ยังไง

 

“ยายทำอะไรอยู่คะ” ฉันถามเพราะเริ่มได้กลิ่มหอม ๆ มาจากหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ ข้างหน้า

“ต้มยำกุ้งของโปรดน้องไง” เธอตอบพร้อมลูบหัวฉันเบา ๆ

“อยากกินแล้วววววว”

คนมาใหม่เข้าไปป่วนในครัวโดยการหยิบโน่นหยิบนี่กินจนทำให้แม่ครัวใหญ่ที่นั่นต้องจับให้นั่งรออยู่กับโต๊ะเฉย ๆ

ตัวป่วนของบ้านได้แต่ชำเลืองมองโน่นมองนี่และแอบหยิบของที่กินได้เข้าปากเพราะกลัวโดนจับได้

เมื่อทำอาหารเสร็จหมดแล้วก็ได้เวลาของมื้อเที่ยง แม่ฉันที่ทำงานอยู่บนห้องเดินลงมาพร้อมกับอุ้มเจ้าอ้วนไว้ในมือ ทำเอาฉันต้องย่นจมูกใส่เจ้าอ้วนตัวร้ายอย่างหมั่นเขี้ยว

ม๊าดูไม่ได้ตกใจกับการกลับมาของฉันสักเท่าไหร่เพราะเธอรู้อยู่แล้วแต่อยู่ดี ๆ เธอก็พูดเรื่องพี่เซนบนโต๊ะอาหารขึ้นมาดื้อ ๆ

“แม่คะวันนั้นที่หนูไปหาน้องวาหนูเจอตาเซนด้วยนะคะ” แม่หันไปคุยกับยาย

“ตาเซนลูกวิภาน่ะหรอ”

“ค่ะแม่”

“เจอที่ไหนล่ะ” ฉันกลัวว่ายายจะตกใจกับคำตอบจึงรีบขัดขึ้นมาก่อนที่แม่จะบอกยายว่าเจอที่ห้องของฉัน

“เจอที่คอนโดค่ะยายพี่เซนอยู่ห้องข้าง ๆ หนู”

“ว่าไปแล้วก็คิดถึงวิภาเหมือนกันนะเนี่ย”

ชื่อของบุคคลที่ฉันไม่รู้จักถูกเอ่ยขึ้นมาในบทสนทนาทำเอาคนขี้สงสัยอย่างฉันต้องเอ่ยถามทันที

“ยาย วิภาคือใครหรอ”

“เรียกป้าวิภาสิลูก ป้าวิภาก็เป็นแม่ของพี่เซนไงแต่ก่อนบ้านเราอยู่ข้าง ๆ กันนี่เอง ม๊าว่าหนูคงจำไม่ได้หรอกเพราะป้าเขาเสียตั้งแต่หนูอายุไม่กี่ขวบเอง” ม๊าตอบแทน

แม่เขาจากไปแล้วงั้นหรอ

“ตั้งแต่ป้าวิภาเสียพ่อของตาเซนก็พาตาเซนไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย ม๊าก็เพิ่งรู้ว่าตาเซนกลับมาแล้วตอนที่ไปที่คอนโดน้องนั่นแหละ”

โห เป็นเด็กนอกซะด้วย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ทำไมพี่เซนไม่เล่าให้ฟังบ้างนะ

“รู้ไหมตอนสามขวบน่ะ น้องติดตาเซนมากเลยนะ เอาแต่ร้องจะไปอยู่กับพี่เซนอย่างเดียว จนพี่วินเรางอนไปเป็นวัน ๆ เลย” ม๊าเริ่มเล่าเรื่องตอนเด็กที่ฉันจำไม่ได้ให้ฟัง

“แล้วยังไงต่อม๊า”

“น้องมาขโมยขวดนมกับผ้าเน่าแล้วแอบม๊าออกไปบ้านป้าวิภาที่อยู่ข้าง ๆ จนเขาหากันให้วุ่นเลยนะ จนป้าวิภาเดินมาบอกว่าน้องแอบไปนอนอยู่กับพี่เซน”

นี่ฉันแอบหนีไปกับผู้ชายตั้งแต่เด็กเลยหรอเนี่ยว่าแต่เขาจะจำได้บ้างไหมนะว่าเราเคยอยู่ด้วยกันตอนเด็ก ๆ

“แล้วเป็นไงบ้างล่ะ เจอกันตอนแรกพี่เซนของน้องจำน้องได้ไหม” ม๊าถาม

“ไม่น่าได้นะม๊าหนูไม่เห็นว่าพี่เซนจะพูดอะไรเลย” ฉันตอบไปตามความจริง

“วันหลังก็ชวนตาเซนมากินข้าวที่บ้านเราบ้างสิยายอยากเจอ”

ตอนแรกฉันก็ว่าจะชวนอยู่หรอกแต่เขาดันชิงหลับไปซะก่อนแถมดูอาการแล้วก็ยังดูโกรธกันอยู่ใครจะกล้าชวนออกมาล่ะ

ฉันกลับมาที่บ้านได้สองวันแต่ก็ไร้วี่แววจากคนเป็นแฟน ขนาดในแชทเขาก็แค่อ่านแต่กลับไม่ตอบฉันกลับเลยแม้แต่น้อย

ทำไมเขาไม่ตอบกลับมาเลยนะ?

วันนี้ฉันเลยตั้งใจที่จะกลับไปง้อเขาให้หายงอนสักที เมื่อมาถึงหน้าห้องของคนขี้งอนแล้วมือเล็กก็เคาะไปที่ประตูของห้อง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลย

ไปไหนของเขานะ? โทรหาก็ไม่รับแถมยังไม่อยู่ห้องอีก

ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนที่จะเดินคอตกกลับห้องตัวเองไปอย่างผิดหวัง

ห้องอันมืดมิดที่ไร้แสงไฟแถมทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ในห้องนอนของฉันก็ไร้คนตัวสูง คนตัวเล็กนั่งลงที่ปลายเตียงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเขาอีกครั้ง

ทำไมไม่รับเนี่ย ชอบทำให้คนเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย หรือว่าเขากำลังเอาคืนอยู่ฉันรึเปล่านะ?

พอไม่รู้จะติดต่อเขายังไงฉันก็เลยล้มเลิกความตั้งใจนี้พร้อมกับหาอะไรทำไปเรื่อยเปื่อย

หลังจากทำงานบ้านต่าง ๆ เสร็จฉันก็เตรียมอาหารไว้รอเขาเป็นสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าโรยด้วยเบค่อนทอดกรอบแบบที่ฉันชอบทาน

อาหารจานใหญ่ถูกตั้งอยู่กลางโต๊ะเพื่อรอคนตัวสูงกลับมากินพร้อมกัน เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าก็ล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มแล้ว คนที่หิ้วท้องรอก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้งไปเปล่า ๆ เมื่อเห็นว่าเขายังไม่กลับมาจึงได้ลงมือจัดการอาหารตรงหน้าจนเกลี้ยงแต่ก็ยังเหลือส่วนของเขาเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อตอนที่เขากลับมาจะได้เวฟกินเลยไม่ต้องรอ

เวลาผ่านไปถึงตอนเช้าอาหารนั้นก็ยังเหลือไว้เหมือนเดิมทำให้รู้ได้เลยว่าเขาไปได้มาที่ห้องของฉัน ฉันจึงตัดสินใจไปเคาะประตูห้องเขาอีกครั้งแต่ก็มีแต่ความเงียบกริบที่ถูกส่งออกมา

ช่วงเที่ยงของวันฉันจึงพาตัวเองมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เพื่อมาคุยกับเขาให้รู้เรื่อง พร้อมกับเพื่อน ๆ ที่รู้เรื่องราวทั้งหมดนี้เดินตามมาด้วยกัน เราเดินมาที่โรงอาหารของคณะแห่งนี้ ฉันรีบกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เผื่อว่าจะเจอคนที่กำลังตามหาอยู่แต่สิ่งที่เห็นคือพี่เซนเดินมาพร้อมผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนเดิมคนที่เคยส่งรูปนั้นมาให้กับฉัน ฉันจ้องมองไปที่เขาทั้งสองคนที่กำลังเดินไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่งอย่างนิ่ง ๆ มือของเธอเกาะอยู่ที่ต้นแขนของพี่เซนโดยที่พี่เซนก็ไม่มีท่าทีที่จะเอาออกเลยแม้แต่น้อย

ไหนบอกว่าเลิกยุ่งแล้วไง? ฉันได้แต่ตั้งคำถามอยู่ในใจและเดินออกมาจากจุดนั้นเพราะยังไม่อยากเข้าไปโวยวายอะไรเพราะกลัวว่าเขาจะหาว่าฉันงี่เง่าเกินไป

ฉันรีบสาวเท้าออกมาโดยที่ไม่ได้สนใจใครทั้งนั้นแต่เพื่อน ๆ ก็ยังคงเดินตามมาเพื่อปลอบฉัน

“วา มึงโอเคไหม” ไอ้ตาลถาม

“อื้อ กูโอเค”

“มึงอย่าคิดมากนะเว้ย มันไม่มีอะไรหรอก”

“เออ มึงอย่าคิดมาก ป้านั่นก็ไม่ได้สวยอะไรสู้มึงก็ไม่ได้สักนิดพี่เซนเขาไม่ชอบหรอก” พิลพูดราวกับว่าจะปลอบใจอย่างฉันนั้นแหละ

“มึงก็ไปว่าเขา”

“ก็จริงมันจริงนี่” มันพูดอย่างลอยหน้าลอยตา

ทุกคนช่วยกันปลอบฉันจนฉันเริ่มรู้สึกดีขึ้นจึงแยกย้ายกันกลับหอเพราะเราไม่ได้มีเรียนต่อแล้ว

 

พอตกเย็นฉันกำลังจะเดินไปซื้อของที่เซเว่นข้างคอนโดสายตาสอดส่องมองไปเรื่อยเปื่อยเห็นพุ่มไม้ในสวนของคอนโดสั่นเป็นระยะ ๆ ราวกับมีอะไรอยู่ข้างในนั้น สองขาฉันค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้พุ่มไม้นั้นเรื่อย ๆ มือคว้ากิ่งไม้ยาวแถว ๆ นั้นแล้วยื่นมันเข้าไปในพุ่มไม้ ทันใดนั้นเจ้าพุ่มไม้ก็สั่นแรงขึ้นอีก

“ทำอะไรน่ะ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ฉันโยนกิ่งไม้นั้นทิ้งไปอย่างแรง ก่อนที่จะมีสิ่งมีชีวิตตัวสีส้มวิ่งออกมาจากพุ่มไม้นั้นผ่านขาของฉันไป

“ว้ายยย”

ฉันรีบกระโดดหนีไปหลบอยู่ช้างหลังเขาอย่างตกใจ ทำเอาร่างสูงของเขาหลุดขำออกมาอย่างเปิดเผย

“นี่ นายขำอะไร” ฉันหันไปถามกายคนที่เคยเข้ามาขอไอจีฉันอย่างเอาเรื่อง เมื่อเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ฉันตกใจเมื่อครู่คือแมวตัวผู้สีส้ม

“เปล่าไม่มีอะไร”

ปากบอกไม่มีอะไรแต่ก็ยังขำไม่หยุด ทำให้ฉันเผลอมองค้อนเขาโดยไม่รู้ตัว 

“โกหก”

“ก็ขำคนขี้กลัวไง”

“ใครขี้กลัวกัน”

“ก็เธอไง ถ้ากระโดดขึ้นหลังเราได้คงกระโดดขึ้นแล้วใช่ไหม”

“จะบ้าหรอเราไม่ทำอย่างนั้นหรอก”

“เหมี๊ยว” เสียงเล็กเรียกความสนใจจากฉันไปในทันที พบเจ้าแมวตัวสีส้มคลอเคลียอยู่ตรงขาของกาย

ร่างสูงค่อย ๆ ย่อลงพร้อมหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป็นถ้วยกระดาษเล็ก ๆ พร้อมอาหารแมวสำเร็จรูปสองซอง มือใหญ่บรรจงเทมันลงไปในถ้วยกระดาษก่อนที่จะเดินไปนั่งมองเจ้าแมวตัวส้มที่กำลังกินอาหารของมันอย่างเอร็ดอร่อยที่ม้าหินอ่อนใกล้ ๆ

“นายเอาอาหารมาให้มันตลอดเลยหรอ” 

“อือ ถ้าไม่เอามาให้มันก็คงไม่มีอะไรกิน”

“แล้วทำไมไม่เอามันไปเลี้ยงเองเลยล่ะ ยังไงก็ให้อาหารอยู่ทุกวันอยู่แล้วนี่”

“ไม่รู้สิ แค่กลัวว่าจะดูแลไม่ได้ การเลี้ยงแมวสักตัวมันไม่ใช่แค่ให้อาหารแล้วก็จบไง”

“แล้วเคยลองรึยังล่ะ”

“ยัง”

“งั้นก็ลองเอาไปเลี้ยงดูสิจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง”

ฉันเชียร์ให้กายเอาแมวตัวนี้ไปเลี้ยงเพราะไม่อยากให้มันเร่ร่อนอยู่ตามถนนเพราะกลัวรถจะชน แต่เขาก็แค่ยิ้มให้แต่ไม่ได้ตอบอะไร

“มานั่งคุยกับเราแบบนี้แฟนไม่ว่ารึไง”

“เขาคงไม่รู้หรอก” แม้แต่ห้องยังไม่ยอมกลับมาเลย ประโยคหลังฉันได้แต่พูดในใจ

“อะไร ทะเลาะกันหรอ”

“จะว่างั้นก็ได้ ตึง ๆ กันมาสักพักแล้วแหละ”

“งั้นมาคุยกับเราแบบนี้ไม่กลัวหลงเสน่ห์เราหรอ เนี่ยหล่อสุดในคณะแล้วนะรู้ไหม” หมอนี่พูดพร้อมยื่นหน้ามาใกล้ ต่างจากที่เจอครั้งแรกลิบลับเลย

“แหวะ หลงตัวเอง!”

“แล้วจริงไหมล่ะ” ใบหน้าทะเล้น ๆ ยังไม่หยุดชมตัวเองดวงตากลมโตหรี่ตามองหน้าของคนที่ว่าตัวเองหล่อ

“หล่อจ้ะหล่อ”

เราคุยกันอีกเล็กน้อยก็ต่างแยกย้ายกัน ทำให้ฉันได้รู้ว่าเขาพักอยู่คอนโดนี้เหมือนกันแต่คนละชั้นเท่านั้นเอง

 

สามวันผ่านไป

ตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้เจอไม่ได้คุยกับพี่เซนตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องวันนั้น แต่ตอนนี้ฉันมีเพื่อนใหม่เพิ่มมานั่นก็คือกาย เราเริ่มคุยกันมากขึ้นเพราะฉันมักจะเจอหมอนี่ที่สวนของคอนโดอยู่เสมอ หมอนี่สารภาพกับฉันว่าเคยแอบรู้สึกดีกับฉันแต่พอรู้ว่าฉันมีแฟนก็บอกกับฉันว่า‘หน้าตาก็ดีขนาดนี้จะแย่งแฟนคนอื่นทำไม’ ทำเอาฉันถึงกับพูดไม่ออกกับความหลงตัวเองของหมอนี่ 

เรายังคงเว้นระยะห่างให้กันอย่างพอดีเพราะไม่อยากให้ใครเขาใจผิดกับเรื่องของเรา ยิ่งตอนนี้ฉันก็เริ่มห่างกับพี่เซนจนรู้สึกว่าเหมือนกำลังจะโดนเขาทิ้ง เขาหายไปโดยไม่บอกกันสักคำ โทรไปก็ปิดเครื่องไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างเลยกลัวว่าจะมีใครมาเข้าใจผิด

“มึง!” ฉันเรียกเพื่อน ๆ เสียงดัง

“โอ้ย กูตกใจหมด มึงจะตะโกนทำไมกูก็นั่งอยู่แค่นี้” พิลพูดพร้อมกับเอามือกุมอกราวกับตกใจมาก

“คืนนี้ไปพร้อมเพรียงกัน” 

“อะไรผัวไม่อยู่แล้วหัดแรดอ๋อ” ไอ้ตาลที่นั่งแทะไก่อยู่ยังอุตส่าห์หันมาแซะฉันจนได้

“เปล่า กูแค่อยากไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” ฉันแอบไปถามพี่ ๆ ที่คณะวิศวะที่รู้จัก เขาบอกว่าพี่เซนไปที่นั่นทุกวัน วันนี้ฉันจึงตั้งใจที่จะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อนที่ความสัมพันธ์เรามันจะแย่ลงไปมากกว่านี้

พร้อมเพรียง 

ฉันเดินเข้ามาที่ร้านพร้อมกับเพื่อนคนอื่น วันนี้เราจองโต๊ะไว้ก่อนที่จะมาฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีโต๊ะ เนื่องจากว่ายังไม่ดึกมากดังนั้นคนก็ยังคงไม่หนาแน่นมากนักเราจึงเลือกเครื่องดื่มแบบไม่แรงมาก่อนเพราะกลัวว่าถ้าเขามาเห็นสภาพที่ฉันเมาเละเทะจะโดนโกรธไปมากกว่าเดิม

ผ่านมาอีกชั่วโมงกลุ่มของพี่เซนเดินเข้ามาที่โต๊ะประจำของพวกเขา สายตาของคนที่ตามมาง้อมองตามร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวตาละห้อย แต่ก็ยังโล่งใจที่เห็นว่าเขายังคงสบายดีอยู่

ตำแหน่งของโต๊ะเราอยู่ห่างกันพอสมควรบวกกับแสงไฟสลัว ๆ ทำให้พี่เซนไม่สามารถมองเห็นฉันได้ ฉันนั่งจ้องเขาอยู่โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด ไม่นานก็มีผู้หญิงคนเดิมคือ‘พี่พรีน’ เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ พี่เซน เธออยู่ในชุดเกาะอกสีแดงและกระโปรงสั้น พร้อมกับริมฝีปากสีแดงที่รับกับชุดเธอได้อย่างดีทำให้เธอดูโดดเด่นมากในค่ำคืนนี้ ตัวของทั้งสองคนแนบชิดกันจนจะรวมร่างกันแต่พี่เซนก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะผลักออกแต่อย่างใด

เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงฉันก็ได้แต่นั่งมองด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำไม่มีแม้กระทั่งแรงที่จะเข้าไปหาเขา แอลกอฮอล์ถูกส่งเขาปากแก้วแล้วแก้วเล่าแต่ทำไมฉันยังคงรับรู้ทุกอย่าง เห็นทุกอย่างแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด

“ไอ้วาป้านั่นมันแทบจะนั่งตักพี่เซนมึงอยู่แล้วนะ ทำไมมึงยังทำตัวเป็นแม่ชีอยู่ได้วะ” พิลเอ่ยมาด้วยอาการหงุดหงิดนิด ๆ

“เออ เป็นกูกูเข้าไปตบแล้วนะ ถึงจะเป็นรุ่นพี่แต่ก็รู้ว่าเขามีแฟนแล้วแต่ยังมานั่งอ่อยขนาดนั้น ไอ้ตาลเสริมขึ้นบ้าง

“มึงควรจะไปทวงสิทธิ์ของมึง มึงเป็นแฟนเขาเขาควรเกรงใจมึงไหม ไม่ใช่มานั่งให้ผู้หญิงเอานมเบียดอยู่แบบนี้” คราวนี้เป็นไอ้มิลค์คนนุ่มนิ่มประจำกลุ่ม มันเป็นผู้หญิงสายหวาน จนฉันไม่คิดเลยว่าประโยคที่มันเอ่ยมาเมื่อครู่จะมาจากปากของมัน

“ใช่ กูต้องไปทวงสิทธิ์ของกูคืน”

พูดจบฉันก็ลุกออกจากเก้าอี้ที่นั่งอย่างมั่นใจและสาวท้าวเดินไปยังจุดมุ่งหมายของตนทันที ทันทีที่ฉันปรากฏอยู่ในสายตาของทุกคน คนที่แปลกใจที่สุดก็น่าจะเป็นพี่เซนแต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั้นก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะขยับออกห่างไปแต่อย่างใด

ฉันเดินเข้าไปคว้าที่แขนของเธอแล้วดึงเธอออกมาจากตรงนั้น ไม่รู้ว่าด้วยแรงที่ใช้มากไปหรือยังไงพี่พรีนถึงกับนั่งลงไปกองที่พื้น

“โอ้ยยย” เธอกุมมือไปที่ข้อเท้าของตน และทุกคนที่อยู่ที่นี่รวมทั้งพี่เซนก็เข้าไปดูเธอ

“วา ทำไมทำแบบนี้”

“ทำอะไรหรอคะ”

คนตัวสูงถอนหายใจอย่างแรงราวกำลังเก็บอารมณ์โกรธ

“ทำไมถึงทำกับเพื่อนพี่แบบนี้”

“เพื่อนงั้นหรอคะ เพื่อนหรือกิ๊กเก่ากันแน่หลายวันที่ไม่ได้เจอกันพี่เคยคิดอยากจะตอบแชท อยากจะรับโทรศัพท์หนูบ้างไหมหรือเวลาทั้งหมดของพี่ใช้ไปกับผู้หญิงคนนี้ไปหมดแล้ว” ฉันตะโกนออกมาพร้อมน้ำตา

“อย่าคิดไปเอง”

“คิดไปเองงั้นหรอคะ ทุกครั้งที่หนูเจอพี่ที่คณะพี่ก็อยู่กับผู้หญิงคนนี้ตลอด”

“…”

“พี่เป็นอะไรกันแน่ โกรธที่หนูไปปาร์ตี้กับเพื่อนหนูก็ขอโทษและทำทุกอย่างให้แล้วไงแต่พี่ก็ยังทำเหมือนเดิมทำเหมือนว่าหนูทำผิดมาก หนูถามจริง ๆ ในใจพี่มีหนูอยู่ตั้งแต่แรกไหลหรือว่ายังลืมใครบางคนไม่ได้กันแน่”

“ให้ใจเย็นกว่านนี้ค่อยมาคุยกัน” เขาพูดนิ่ง ๆ และเข้าไปพยุงผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับพี่เอิร์ทที่พยุงช่วยและพาเธอเดินออกไปจากตรงนี้

“พี่เซนมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนได้ไหม”

ฉันเดินตามเขาไปที่รถ แต่เดินเร็วแค่ไหนก็ยังเดินตามเขาไปทันอาจเป็นเพราะส้นสูงของฉันมันสูงมาก ทำให้ความเร็วมันลดลง

พวกเขาขึ้นรถและขับออกไปอย่างเร็วทำให้ฉันต้องวิ่งตามรถคันนั้นให้ทัน สองขาเรียวก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แต่รถคันที่คุ้นเคยก็ไม่มีท่าทีว่าจะชะลอให้ช้าลงเลยสักนิด รองเท้าส้นสูงคู่สวยเหยียบลงไปที่หินก้อนเล็กทำให้ฉันล้มลงไปตรงถนนหน้าร้านอย่างช่วยไม่ได้

ไม่มีความเจ็บปวดทางกายใด ๆ มีแต่ใจที่กำลังเจ็บมากอยู่ตอนนี้

“วา ทำไมเป็นแบบนี้” เสียงทุ้มใหญ่ของใครบางคนดังขึ้นจากข้างหลังพร้อมกับใบหน้าที่ดูเป็นห่วงแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด

เพื่อน ๆ ที่วิ่งตามมาจากข้างในเดินเข้ามาสมทบ ก่อนที่จะบอกให้คนใดคนหนึ่งไปเอารถมาให้

“…” ฉันไม่ได้ตอบอะไรทำได้แค่ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บใจอยู่อย่างนั้น

“เข่าแตกด้วย ไปทำแผลก่อนเถอะ” กายพูดพร้อมกับคลุมเสื้อคลุมให้ฉันก่อนที่ช้อนตัวฉันที่กำลังร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้นแล้วเดินเร็ว ๆ มาที่รถ

“ฮึก ฮือออ”

“เจ็บขนาดนั้นเลยหรอ”

 

---------------------------------------------------------

 

ช่วงนี้ไรท์อาจจะไม่ได้มาอัพบ่อยนะคะเพราะติดอ่านหนังสือสอบ final อยู่ นี่ก็แอบมาอัพให้นะเนี่ย55555

วันไหนหายไปก็ไม่ต้องตกใจน้า จะพยายามมาอัพให้ได้ทุกวันนะคะ

ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะคะ

 

กาย

 

วา Cr.Park Seul
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #96 kulisara-k (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:48
    เจ็บขนาดนั้นแหละกาย
    #96
    1
    • #96-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      20 มิถุนายน 2563 / 00:04

      😿😿😿😥😥😥
      #96-1
  2. #18 pattarajirawadee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:48
    ไรต์รีบมาต่อเลยนะ ค้างมากตอนนี้555 สนุกไม่ไหวแล้วค้าาา
    #18
    1
    • #18-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2563 / 23:50

      เจอกันพรุ่งนี้ค้าบบบ
      #18-1
  3. #17 Duangruedeeee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:50
    งื้ออออ
    #17
    1
    • #17-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2563 / 22:52

      หื้มมมมมมม
      #17-1
  4. #15 PloyLugtika (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:07
    รอค้าบยยย
    #15
    1
    • #15-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2563 / 22:08

      รับทราบค้าบบบบ
      #15-1
  5. #14 oummy1991 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:07
    ถ้าน้องเท แล้วอิพี่จะรู้สึก
    #14
    1
    • #14-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2563 / 22:08
      หูยจะโดนเทมั้ยน้า
      #14-1
  6. #13 pim_1402 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 21:58
    ตบอิพี่ได้ไหม😤 สงสารน้อง
    #13
    3
    • #13-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2563 / 22:00
      ไปด้วยกัน5555
      #13-1
  7. #12 nookbeasty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    สงสารน้อง
    #12
    1
    • #12-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2563 / 21:49

      พี่เซนใจร้ายยยยยย
      #12-1
  8. #11 Duangruedeeee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 21:59

    รอน้าาาาา
    #11
    1
    • #11-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      17 พฤษภาคม 2563 / 22:03

      ขอบคุณค่า
      #11-1
  9. #10 pattarajirawadee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:51
    ชอบมากๆเลยค่ะสนุกมากๆเลย
    #10
    2
    • #10-1 std22732(จากตอนที่ 11)
      17 พฤษภาคม 2563 / 20:53

      ขอบคุณค้าบบบบ
      #10-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(