แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 10 : ตัวละครที่เพิ่มเข้ามา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

9

ตัวละครที่เพิ่มเข้ามา

 

ช่วงสายของวันถัดมาคนที่โดนรังแกมาทั้งคืนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นขึ้นมาทันทีทันใดจนไม่กล้าที่จะขยับตัวแรง ๆ เลยแม้แต่นิด ทั้งตัวปวดร้าวระบมไปหมดแต่ที่มากสุดก็น่าจะเป็นส่วนล่างของร่างกายที่โดนรังแกมาตลอดทั้งคืนนั่นแหละ เมื่อหันไปมองคนเอาแต่ใจเมื่อคืนก็เห็นว่าเขายังคงหลับพริ้มอยู่ทางด้านหลัง 

 

หึ นอนสบายใจเฉิบเลยนะ

 

มือเล็กพยายามยกแขนหนัก ๆ ของเขาออกจากเอวแต่ก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่เพราะคนเอาแต่ใจนี้ใช้แรงต้านไว้แถมยังดึงฉันไปกอดแน่นกว่าเดิมอีก ร่างกายที่อ่อนแรงใช้ฝ่ามือเล็กตีไปที่ต้นแขนหนาอย่างเต็มแรง

 

เพียะ! เสื้อเนื้อกระทบกันอย่างแรงส่งผลให้เกิดรอยนิ้วมือทั้งห้าประดับอยู่บนกล้ามสวยนั้น ไม่รู้ว่าฉันตียังไงทำไมร่างของคนเอาแต่ใจนี้กลับไม่ตอบสนองอะไรแถมยังคงหลับตาพริ้มเหมือนเดิม มีแต่ฉันนี่แหละที่ฉันเจ็บและแสบบริเวณฝ่ามือแทน 

 

คนหนังหนา! คนพาลเอาแต่ต่อว่าผู้ชายที่นอนอยู่ข้าง ๆ ในใจ

 

“พี่เซน” ฉันเรียกชื่อเขาเพื่อปลุก

 

ไม่มีเสียงตอบรับ

 

“พี่เซน!” หลังจากเพิ่มระดับเสียงขึ้นอีกก็ยังไม่มีการตอบสนองใด ๆ นอกจากเขาจะไม่ตื่นแล้วยังไม่ยอมปล่อยฉันออกจากอ้อมแขนด้วย

 

ตื่นเดี๋ยวนี้นะคนบ้า!

 

“อือ อะไร” เสียงทุ้มที่ดูงัวเงียตอบกลับมาก

 

“ปล่อยหนูนะ หนูจะไปอาบน้ำ” ฉันรีบบอกความต้องการของตนเองทันที

 

“ขอนอนต่ออีกนิดค่อยไป” พูดจบก็หลับตาลงทันทีโดยที่ไม่ยอมปล่อยฉันออกจากอ้อมแขน

 

ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอทำให้รู้ได้เลยว่าเขาหลับไปแล้ว

 

ฉันได้แต่นอนเป็นหมอนข้างโง่ ๆ ให้ผู้ชายตัวโตคนนี้จนกระทั่งผ่านไปราว ๆ หนึ่งชั่วโมงได้คนหน้ามึนก็ตื่นมาพร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใด ๆ ทั้งสิ้นพร้อมกับลงจากเตียงทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น

 

 

เมื่อสายตามองเห็นร่างเปลือยเปล่าของเขาสองมือนั้นรีบคว้าผ้าห่มมาปิดตาตนทันที

 

จะลุกทำไมไม่บอกกันก่อนเนี่ย

 

อยู่ดี ๆ ฉันก็รับรู้ถึงการยุบตัวของเตียงฝั่งที่ฉันนอนอยู่

 

“เปิดได้แล้วเดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอก” มือหนาจับผ้าห่มแล้วดึงออกช้า ๆ

 

หลังจากที่คนตัวเล็กโผล่หน้าออกมา สายตาก็ไล่มองตั้งแต่ใบหน้าหล่อของเขาก่อนจะไล่ต่ำลงมาเรื่อย ๆ ผ่านกับไหล่หนา หน้าอกแน่น ๆ ต่อมาก็เป็นซิกแพ็คที่เกิดจากการเรียงตัวของกล้ามเนื้ออย่างสวยงาม เด็กที่แอบมองแอบกลืนน้ำลายตัวเองช้า ๆ ก่อนที่สายตาจะไปปะทะกับขอบบ็อกเซอร์

 

โล่งอกไปทีที่ใส่แล้ว ไม่งั้นฉันคงหัวใจวายตายแน่ ๆ

 

แต่จะว่าไปใครจะไปคิดว่าจะได้หนุ่มฮอตของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แถมยังเป็นพี่ว้ากสุดโหดของเหล่าโยธามาเป็นสามีได้ง่าย ๆ

 

ต้องภูมิใจหรือเสียใจดีนะ

 

คนที่นอนอยู่ในผ้าห่มหนาเถียงกับตัวเองในใจ

 

“ลุกไหวไหม” คำถามจากคนตรงหน้าถูกส่งมาเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมลุกขึ้นมาสักที

 

“ไหวสิคะ” ฉันพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียงช้า ๆ แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะยังรู้สึกเจ็บที่หน้าท้อง

 

พี่เซนยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงหลังฉันไว้ เมื่อมือหนาและแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของฉันสัมผัสกันร่างกายเล็กก็รู้สึกเหมือนถูกไฟชอร์ตไปทั้งตัว เมื่อลุกนั่งได้แล้วคนตัวใหญ่ยังไม่วายมาแกล้งกันอีก มือสากลูบไล้ไปที่หลังเปลือยเปล่าของฉันเบา ๆ ก่อนที่มันจะเลื้อยมาข้างหน้า

 

 

เพียะ! ฝ่ามือเล็กบรรจงตีไปที่มือซุกซนนั้นที่พยายามเลื้อยขึ้นมายุ่มย่ามแถวหน้าอกฉัน

 

“ถอยออกไปเลยหนูจะไปอาบน้ำแล้ว”

 

“เดี๋ยวช่วย” คนหื่นยังคงแกล้งฉันไม่หยุด

 

“ไม่ต้องเลย”

 

“ว้าย!” ฉันร้องอย่าตกใจเมื่อร่างกายตนลอยหวือขึ้นจากที่นอนเพราะฝีมือของเขา

 

จากนั้นคนขี้แกล้งก็พาฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำและกว่าจะอาบน้ำเสร็จก็ใช้เวลาไปเก็บหนึ่งชั่วโมงเต็มเป็นเพราะคนเอาแต่ใจที่ยังหาเรื่องแทะโลมฉันไม่หยุด ไม่รู้ว่าเมื่อคืนฉันไปกระตุ้นต่อมอะไรของเขาเอาไว้รึเปล่าถึงยังหื่นไม่หยุดอยู่อย่างนี้

 

ในส่วนของชุดวันนี้ก็เป็นเสื้อนักศึกษาทรงบอยและกระโปรงยาวที่ใส่เพื่อปกปิดรอยต่าง ๆ ในร่างกายของฉันเอาไว้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่หน้ากระจกและกำลังละเลงคอนซีลเลอร์ยี่ห้อดังลงบนต้นคอ

 

อยู่ดี ๆ คนตัวสูงก็มายืนซ้อนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงอยู่เลย

 

“ทำอะไร” ร่างสูงถามอย่างสนใจและจับตามองมือของฉันที่กำลังปกปิดรอย

 

“ปิดรอยไงคะ” เมื่อฉันตอบไปเขาก็แสดงอาการไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

 

“ปิดทำไมกลัวใครรู้”

 

“ต้องปิดสิคะ มันดูไม่ดีคนอื่นเขาจะมองยังไง”

 

“ใครจะสนใจอะไร ธรรมชาติของผัวเมีย” พอเขาพูดจบใบหน้าของฉันก็เริ่มเห่อร้อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จากประโยคนั้น

 

“คนบ้า” ฉันหันไปสนใจกับการปกปิดรอยที่คอต่อ

 

“ทำไมต้องสวย” ร่างสูงที่ยืนค้ำหัวฉันอยู่ตอนนี้มองหน้าฉันผ่านกระจก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันนิด ๆ เหมือนกำลังหงุดหงิดอยู่

 

คราวนี้จะหาเรื่องอะไรกันอีกล่ะ

 

“หนูก็แต่งปกติของหนูนะ” ฉันตอบ

 

“มีผัวแล้วไม่เห็นต้องสวยเลย” อยู่ ๆ เก้าอี้ก็ถูกคนตัวสูงจับหมุนให้อยู่ในลักษณะที่ฉันกำลังหันหลังให้กับกระจกก่อนที่เขาจะยื่นหน้ามาใกล้ ๆ และใช้นิ้วโป้งปาดเอาลิปติกบนปากของฉันออกอย่างเบามือ

 

เมื่อมั่นใจว่าหมดแล้วเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาราวกับพอใจในฝีมือตัวเองมาก ทำเอาฉันต้องหันกลับไปสำรวจใบหน้าของตัวเอง พบว่าริมฝีปากตัวเองซีดเผือกอย่างกับผีจูออน

 

“งื้อ ไม่เอา” ฉันหันไปงอแงกับคนข้างหลังอย่างรับไม่ได้

 

เราเถียงกันอยู่สักพักสุดท้ายเขาก็ต้องยอมฉันเพราะฉันขู่ไปว่าถ้าไม่ให้ทาลิปติกจะไม่ให้นอนด้วย

 

พี่เซนขับรถมาส่งฉันหน้าคณะและก่อนที่ฉันจะลงจากรถนั้นมือใหญ่ก็คว้าแขนฉันไว้อย่างเอาแต่ใจ

 

“ปล่อยก่อน หนูรีบ” ฉันรีบบอกเขาเพราะกลัวว่าตัวเองจะเข้าคลาสสาย

 

“ขอก่อน”

 

“ขออะไร” ร่างสูงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ เสมือนเป็นคำตอบ

 

“ไม่เอา”

 

“จะทำเองหรือให้พี่ทำให้” เมื่อเขาพูดขึ้นอย่างนั้นฉันก็ต้องตอบว่าทำเองสิ เกิดให้เขาทำให้ฉันคงไม่ต้องไปเรียนพอดี

 

สองมือเล็กจับไปที่ใบหน้าของเขาก่อนจะแนบริมฝีปากบางลงไปบนปากหนาที่ติดสีคล้ำเล็กน้อยและรีบผละออกมาอย่างเร็วเพราะกลัวว่ามันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ คนตัวเล็กรีบพรวดพราดออกมาจากรถอย่างไวเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากร่างสูงได้มาก

 

 

หลังจากเรียนเสร็จฉันกับเพื่อนอีกสองคนก็มานั่งที่คณะวิศวะเพราะต้องการจะคุยกับพี่เอิร์ทเรื่องไอ้มิลค์เพราะตอนนี้เราก็ยังติดต่อมันไม่ได้และฉันก็ไม่เคยไปที่หอของมันอีกด้วยมีแค่พี่เอิร์ทที่รู้ว่าหอมันอยู่ที่ไหน

 

เรานั่งเล่นกันอยู่สักพักก็มีผู้ชายตัวสูงผิวขาวที่อยู่ชุดนักศึกษาเดินเข้ามาที่โต๊ะเรา ฉันกับเพื่อนได้แต่เงยหน้ามองอย่างงง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผู้ชายคนนี้หน้าตาดีมากจนทำเอาเพื่อนสาวสองของฉันสะกิดยิก ๆ อยู่ใต้โต๊ะ

 

“ขอไอจีหน่อยได้ไหมครับ” โทรศัพท์เครื่องหรูถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน ทำให้ฉันต้องชี้ตัวเองเพื่อเป็นการถามย้ำอีกครั้ง

 

เขาพยักหน้าและส่งยิ้มที่ทำเอาสาว ๆ ใจอ่อนระทวยมาให้

 

ต้องให้ไหมนะ? ฉันถามตัวเองในใจ

 

ให้ไปคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

มือเล็กกำลังจะกดพิมพ์ก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง

 

“จะขอไอจีเมียคนอื่นมึงถามผัวเขาก่อนยังวะ”

 

ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อช็อปกับทรงผมที่ไม่ได้เซตทำเอาสาว ๆ แถวนั้นกรี๊ดกันระนาว เขาเดินมาหยุดตรงที่โต๊ะที่เรานั่งก่อนที่จะกระชากมือถือออกจากมือของฉันพร้อมกับกดอะไรสักอย่างยิก ๆ ก่อนจะส่งให้ผู้ชายคนนั้นคืน

 

“ผมไม่ได้อยากได้ของพี่ว่ะโทษทีครับ” ผู้ชายคนนั้นพูดพร้อมกับคว้ามือถือนั้นไป

 

“มึง” พี่เซนชี้หน้าและพยายามพุ่งตัวไปหาแต่ยังดีที่เพื่อนเขาจับไว้ได้ทัน

 

“เราชื่อกายนะ” เขาหันมาพูดกับฉันและส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเดินจากไปทำเอาคนหัวร้อนแถวนี้สบถออกมาอย่าหัวเสีย

 

“ไปคุยกับมันทำไม มันมาจีบเราไม่เห็นหรอ” พี่เซนหันมาถามฉัน

 

“หนูไม่คิดว่าเขาจะมาจีบนี่คะ” ฉันก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดนิด ๆ

 

พี่เซนถอนหายใจอย่างแรงเหมือนพยายามเก็บอารมณ์ของตนไม่ให้ประทุขึ้นมาฉันจึงต้องเปลี่ยนเรื่องคุยไม่ให้เขาโมโหไปมากกว่านี้

 

“พี่เอิร์ท”

 

“ครับ”

 

“พี่ติดต่อไอ้มิลค์ได้ไหมคะ”

 

“ยังติดต่อไม่ได้เลย” พี่เอิร์ทก็ถอนหายใจตามไปอีกคน

 

“งั้นพี่ช่วยพาหนูไปที่หอมันได้ไหมคะ” 

 

“พี่ลองไปแล้วแต่ยามที่หอบอกว่ามิลค์เก็บกระเป๋าออกไปจากหอตั้งแต่เช้าแล้ว”

 

“ว่าไงนะคะ เก็บกระเป๋าหนีไปแล้ว” ฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติแล้วปกติมันก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มีอะไรมันก็จะเล่าให้ฉันฟังอยู่เสมอ

 

“พี่พยายามให้คนตามสืบเรื่องนี้อยู่” เขาพูดพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาใครบางคน

 

“ช่วยเร่งให้หน่อยนะคะ หนูก็ติดต่อมันไม่ได้เหมือนกันกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมัน” ฉันพูดออกกไปแบบนั้นเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องใหญ่

 

“ครับ”

 

MILK’S PART

 

ตอนนี้ฉันอยู่ที่หอของพี่มายด์เพราะต้องการหลบหน้าทุกคนจนกว่าแผลที่หน้าจะหายเหลือแค่รอยที่สามารถปกปิดได้ ฉันไม่พร้อมที่จะเจอใครทั้งนั้นแม้กระทั่งผู้ชายที่รักฉันกลับไม่รู้จักเขาพอ ไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ตามมาทำร้ายฉันเธอเป็นใครและเป็นอะไรกับพี่เอิร์ท ถ้าหากว่าเธอเป็นแฟนกับเขาจริง ๆ ฉันก็เหมือนเป็นมือที่สามที่แอบมาแทรกกลางระหว่างพวกเขามันยิ่งทำให้ฉันละอายใจมากขึ้น

 

ฉันพยายามรวบรวมความพร้อมที่จะไปเจอหน้าเขาและไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องแต่ตัวฉันกำลังกลัวที่จะรู้คำตอบนั้น ผู้หญิงคนนั้นเธอดูไม่โง่และกล้ามาทำร้ายฉันในที่โจ่งแจ้งขนาดนั้นแปลว่าเธอต้องมั่นใจมากพอว่าเธอเป็นคนที่ทำถูกต้องแล้ว

 

“หิวยัง” พี่มายด์เดินเขามาในห้องพร้อมกับสองมือที่ถือของกินมากมาย

 

“ยังไม่ค่อยหิวเลย” ฉันตอบ

 

“ไม่หิวก็ต้องกินแกต้องกินยานะ” เธอเดินไปหยิบจานพร้อมแกะข้าวมันไก่ของโปรดฉันให้

 

เมื่อคืนฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับเธอฟังแล้วและเธอก็ดูโกรธพี่เอิร์ทมากจนแทบจะไปหาเรื่องเขาเองแต่ฉันก็ห้ามเธอไว้ก่อนเพราะกลัวว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม

 

ครืด ครืด!

 

มือถือของฉันสว่างวาบขึ้นมาหลังจากที่ฉันเปิดเครื่องเผยให้เห็นข้อความจากใครบางคนที่ฉันไม่รู้จัก คนที่ส่งมานั้นไม่ได้ตั้งรูปโปรไฟล์และชื่อก็เป็นภาษาแปลก ๆ ที่ฉันอ่านไม่รู้เรื่อง ฉันกดเข้าไปดูในห้องแชทก็พบกับรูป ๆ หนึ่งที่ส่งมา รูปนั้นเป็นรูปที่ถ่ายที่โต๊ะอาหารมีคนอยู่หกคน หนึ่งคนที่ฉันคุ้นตามากที่สุดก็คือผู้ชายที่นั่งอยู่ริมสุดของโต๊ะนั่นคือพี่เอิร์ทและคนข้าง ๆ เขาก็ทำเอาตาของฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะคนนั้นเป็นผู้หญิงที่เข้ามาหาเรื่องฉันเมื่อวานนี้ คนอีกสี่คนก็ดูเหมือนจะเป็นพ่อแม่ของพวกเขา

 

เขาเป็นแฟนกันจริง ๆ

 

 

น้ำตาฉันไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวทำเอาพี่สาวที่นั่งมองอยู่ข้าง ๆ ต้องรีบคว้ามือถือไปดู

 

“คนนี้หรอที่มันทำแก” พี่มายด์ถามเสียงแข็ง

 

ฉันจุกจนพูดอะไรไม่ออกราวกับคนกำลังช็อกที่เห็นรูปนี้

 

“แกอย่างคิดมากถ้ามันมาทำอะไรอีกพี่จะจัดการให้เอง”

 

“แต่เรื่องนี้หนูเป็นคนผิดนะเจ้”

 

“แกไม่รู้ไม่ใช่หรอ คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คือไอ้ผู้ชายคนนั้น” นั่นสินะ แต่ถึงยังไงฉันก็ผิดที่ไม่ดูให้ดี ๆ ก่อนที่จะไปคบกับเขา

 

“อย่ามัวเอาแต่หลบหน้าแบบนี้ เรื่องนี้แกควรไปเคลียร์กับมันให้รู้เรื่อง ปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกเสมอถ้าแกพยายามที่จะแก้มัน”

 

ฉันหันไปมองหน้าพี่สาวเล็กน้อย สมกับที่ทุกคนชมเธอว่าเธอเก่งเพราะเธอสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้เองต่างกับฉันที่เอาแต่กลัวและผลักปัญหามาหาคนอื่น

 

“ทำตัวให้เหมือนปกติที่เคยเป็นถ้ามีอะไรก็โทรมา” พี่มายด์ลูบหัวฉันเบา ๆ ราวกับจะปลอบใจ เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวแต่ฉันก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นมาก จะว่าไปการที่เกิดเรื่องนี้มันก็ยังมีข้อดีของมัน มันทำให้ฉันกับพี่มายด์ได้เปิดใจหลังจากที่เราไม่ค่อยลงรอยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรและเหตุผลที่เป็นอย่างนี้มันก็เกิดจากฉันที่คิดไปเองทุกอย่างจนมันทำให้เราไม่สนิทใจกัน ไม่เชื่อใจกันเหมือนพี่น้องทั่วไป

 

 

วันต่อมา

 

วันนี้ฉันกลับไปเรียนเหมือนเดิมท่ามกลางความตกใจของเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ตั้งแต่ฉันเดินเข้าห้องมาพวกมันก็เอาแต่เกาะแข้งเกาะขาถามฉันไม่หยุด ฉันจำเป็นต้องเล่าทุกอย่างให้มันฟัง 

 

ตั้งแต่พวกทันรู้เรื่องก็แทบจะเดินออกจากคลาสไปเอาเรื่องพี่เอิร์ทแทนฉัน จนฉันต้องเป็นฝ่ายห้ามไว้แทน

 

หลังจากที่เลิกคลาสพวกมันก็ลากฉันเดินดุ่ม ๆ ไปคณะข้าง ๆ ทันที ทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นหัวใจฉันก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เขาพุ่งตัวเข้ามาหาฉันพร้อมกับปล่อยคำถามที่ค้างคาใจออกมา

 

“หายไปไหนมา รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วงแทบแย่” ทันทีที่เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมาทำเอาฉันได้แต่ยิ้มเยาะตัวเองในใจ

 

“เราเลิกกันเถอะค่ะ”

 

“อะไรนะ”

 

“เราเลิกกันเถอะ”

 

“พูดอะไรออกมารู้ตัวไหม”

 

“รู้สิคะ ตอนนี้หนูรู้ตัวเองแล้วว่าควรทำยังไง”

 

“พี่ไม่เลิก ทำไมเราต้องเลิกกันด้วย”

 

“ทำไมเราต้องเลิกงั้นหรอคะ พี่ถามออกมาได้ยังไง สำหรับพี่หนูเป็นตัวอะไรคะ”

 

“…”

 

“เป็นแฟนหรือตัวแทนแก้เหงาเวลาที่แฟนพี่ไม่อยู่!”

 

“…”

 

“พี่มีแฟนอยู่แล้วพี่มาหลอกหนูทำไม ฮึก”

 

“มิลค์ มันไม่ใช่อย่างนั้น”

 

“ไม่ใช่อะไรหรอคะ พี่จะบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แฟนพี่งั้นหรอ” ฉันยกมือถือที่มีรูปนั้นให้เขาดู

 

“พี่อธิบายได้มันไม่ใช่อย่างที่หนูคิดนะ”

 

“พอเถอะค่ะ แค่นี้หนูก็เจ็บมาพอแล้ว เราอย่ามาข้องเกี่ยวกันอีกดีกว่า”

“…”

“เลิกยุ่งกับหนูเถอะ” ฉันพูดพร้อมเดินออกมาจากตรงนั้นพร้อมกันเพื่อน ๆ ที่วิ่งตามมา น้ำตาที่กลั้นเอาไว้หลั่งไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย เราเดินออกมาจนถึงที่จอดรถของคณะ ร่างกายที่หนักอึ้งทรุดตัวลงไปที่ข้างรถพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่นั่งลงมาข้าง ๆ กันและโอบกอดฉันเอาไว้

END MILK’S PART

 

EARTH’S PART

ตั้งแต่เธอหายไปผมก็ไปตามหาเธอพยายามโทรหาตลอดแต่เธอก็ไม่ได้รับสายสักที จนกระทั่งวันนี้เธอกลับมาพร้อมกับคำที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุด เธอบอกเลิกผมเพราะเหตุผลบางอย่างที่ผมพยายามปิดบังไม่ให้เธอรู้ ใช่ครับ ผมมันเลวเองที่ปิดบังเรื่องนี้กับเธอ ผมควรไปจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนที่ผมจะขอเธอคบด้วยซ้ำ

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้ผมต้องกลับมาที่บ้านเพื่อมาจัดการอะไรบางอย่าง สองขายาวตามประสาผู้ชายหุ่นดีเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่ผมไม่แทบจะไม่เคยมาเหยียบด้วยซ้ำ

 

“อ้าว ตาเอิร์ทจะกลับบ้านทำไมไม่บอกแม่ก่อน” ผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังสาวออกมาต้อนรับเมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในห้องโถงของบ้าน

 

หึ แม่งั้นหรอ ผมไม่เคยนับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ด้วยซ้ำ แม่ผมมีคนเดียวคือคนที่ตายไปเมื่อสิบปีที่แล้วก่อนที่พ่อจะมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาแทนที่

 

“พ่ออยู่ไหนครับ”

 

“วันนี้แม่ทำเค้กฝอยทองด้วยลูกจะกินไหมจ๊ะ”

 

“ผมถามว่าพ่ออยู่ไหน” ผมย้ำอีกรอบเพราะรู้สึกรำคาญนิด ๆ

 

“ฉันอยู่นี่แกมีอะไร” พ่อผมเดินเข้ามา

 

“เลิกให้เมียพ่อยัดเยียดผู้หญิงมาให้ผมสักที”

 

“แม่แกแค่หวังดี”

 

“แต่ผมไม่ต้องการ!” ผมตะคอกกลับไป

 

“แต่หนูเอยเป็นคู่หมั้นแกแล้ว แกไม่ควรมีผู้หญิงคนอื่น”

 

“คู่หมั้นงั้นหรอครับ พ่อก็รู้ไม่ใช่หรอว่าผมยอมหมั้นเพราะอะไร”

 

“แกไม่ควรทำอย่างนี้ยังไงตอนนี้หนูเอยก็เป็นคู่หมั้นแก”

 

“ตอนนี้เอยไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องนี้ ทุกอย่างมันจบไปแล้ว สัญญาที่เคยให้ไว้มันจบตั้งแต่ที่ผมหาเงินไปคืนบ้านโน้นไปแล้ว”

 

“แต่ฉันอยากให้แกแต่งงานกับหนูเอยไม่ใช่เด็กคนนั้น”

 

“พ่อไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตัดสินใจเรื่องนี้แทนผมด้วยซ้ำ”

 

“แต่ฉันเป็นพ่อแกฉันจะให้แกแต่งงานกับใครก็เป็นเพราะฉันหวังดี”

 

“แต่ผมไม่ต้องการความหวังดีนี้และครั้งนี้ผมจะให้พ่อจัดการเองแต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกเมื่อไหร่ผมจะเป็นคนลงมือเองและอย่าหาว่าผมไม่ไว้หน้าพ่ออีกเพราะผมเตือนแล้ว”

 

พูดจบผมก็เดินออกมาจากบ้านหลังนั้นทันทีโดยไม่ฟังเสียงเรียกใด ๆ ทั้งนั้น ผมกับพ่อเราแยกกันอยู่ตั้งแต่สิบปีที่แล้ว สิบปีที่แล้วที่แม่ได้จากไปกับโรคมะเร็งพ่อผมก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้านหลังจากที่แม้ผมเสียได้แค่สองเดือน ผมพยายามต่อต้านทุกอย่างแต่เขาก็ไม่เคยฟังผมเลยสักครั้งจนผมต้องตัดสินใจไปอยู่บ้านคุณตาแทน จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนผมมารู้ข่าวว่าพ่อเอาบ้านคุณตาไปขายให้กับพี่ชายของเมียใหม่พ่อนั่นก็คือพ่อของเอยเพราะต้องการจะเอาเงินไปประคองธุรกิจตัวเองให้รอดและฝั่งนั้นเขาก็เสนอข้อแลกเปลี่ยนโดยให้ผมหมั้นกับเธอเพื่อที่จะได้บ้านหลังนั้นคืน บ้านหลังนั้นเป็นสมบัติของฝั่งแม่ของผมและผมจะไม่มีทางยอมเสียไปแน่นอน

 

ผมใช้เวลาสองปีเต็มในการลองผิดลองถูกกับธุรกิจมากมาย ล้มเหลวบ้าง ขาดทุนบ้าง จนสุดท้ายผมก็สามารถหาเงินมาได้จำนวนหนึ่งเป็นเงินที่สามารถซื้อบ้านหลังนั้นคืนมาได้ ผมเอาเงินทั้งหมดนั้นไปให้ฝั่งของพ่อเอยและถอนหมั้นกับเธอในไม่นานมานี้ ผมรู้ว่าเธอคงจะไม่พอใจแต่ไม่คิดว่าเธอจะมาทำร้ายคนที่ผมรักได้ขนาดนี้

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมรู้ว่าพ่อของผมก็รู้แต่ท่านกลับหลับหูหลับตาเพราะอยากได้เอยเป็นลูกสะใภ้เพราะต้องการคนหนุนนำทางด้านธุรกิจแต่ท่านคงลืมคิดว่าตอนนี้ผมโตขึ้นมากแล้ว โตขึ้นกว่าสองปีที่แล้วที่ผมยังทำอะไรใครไม่ได้ ผมโตขึ้นมาจากปัญหาที่พ่อสร้างขึ้นมาและตอนนี้ผมกสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งใคร

 

หลังจากนี้ผมก็คงต้องไปง้อคน’สำคัญ’ ของผมที่ไม่รู้ว่าคิดไปไกลถึงไหนแล้ว

 

END EARTH’S PART

 

หลังจากกลับมาจากมอฉันก็เดินไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพราะวันนี้ฉันตั้งใจจะไปค้างกับไอ้มิลค์ที่หอกับเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มเพราะกลัวมันฟุ้งซ่านไปเอง เมื่อได้ชุดนอนและเสื้อผ้าอีกสองชุดสองขาก็พาตัวเองมาที่หน้าประตูเพื่อเตรียมรองเท้าถุงเท้า อยุ่ดี ๆ ประตูก็ถูกเปิดเข้ามาจากฝีมือของพี่เซน

 

“จะไปไหน” เขาถามหลังจากที่เห็นข้าวของในมือ

 

“ไปนอนกับมิลค์ค่ะ” ฉันตอบโดยไม่หันไปมองหน้าเขาเพราะมัวแต่สนใจการเลือกรองเท้าอยู่

 

“ไม่ต้องไป” ใบหน้าของคนที่ตัวเล็กกว่าหันไปมองตาขวางใส่อย่างเอาเรื่อง

 

เพื่อนฉันเศร้าอยู่นะฉันต้องได้ไปนอนด้วย

 

“ทำไมต้องห้ามด้วย”

 

“นอนที่นี่แหละเดี๋ยววันนี้ไอ้เอิร์ทจะไปหามิลค์เอง”

 

“ยิ่งไม่ได้เลยค่ะ ถ้าเพื่อนพี่ยังมายุ่งกับเพื่อนหนูหนูยิ่งต้องไป ”

 

“มันแค่เรื่องเข้าใจผิดไม่มีอะไร”

 

“เข้าใจผิดงั้นหรอคะ แค่เรื่องเข้าใจผิดแต่ทำเพื่อนหนูจนต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่รู้แหละวันนี้หนูจะไปนอนกับไอ้มิลค์”

 

“ไอ้เอิร์ทมันเคลียร์เรื่องนี้จบแล้ว”

 

“แต่หนูไม่ไว้ใจพี่เอิร์ท เกิดพี่เอิร์ททำอะไรเพื่อนหนูขึ้นมาใครจะช่วยได้”

 

“ทำอะไร หื้ม?”

 

“เอ่อ..ก็”

 

“ทำแบบที่เราทำเมื่อคืนหรอ”

 

“บ้า ใครจะไปคิดเรื่องนี้กัน”

 

“ไอ้เอิร์ทมันไม่ทำอะไรเพื่อนเราหรอก”

 

“หนูจะไว้ใจได้ยังไงว่าเพื่อนพี่จะไม่ทำอะไรเพื่อนหนู”

 

“ถ้ามันทำอะไรเพื่อนหนูสักอย่างพี่ยอมให้หนูทำแบบที่มันทำกับเพื่อนหนูกับพี่แทนก็ได้”

 

เอ๊ะ แบบนี้มันเสียเปรียบกันชัด ๆ ฉันเบะปากใส่คนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าแทนความหมั่นไส้

 

“กีฬาเฟรชชี่แข่งเมื่อไหร่” พี่เซนหันหน้ามาถามราวกับต้องการเปลี่ยนเรื่องคุย

 

“พรุ่งนี้เริ่มแข่งค่ะ”

 

“แล้วหนูลงฝ่ายไหน” หน้าอย่างฉันคงไม่ได้เล่นกีฬาแน่นอนถึงแม้จะชอบไปแอบดูผู้ชายซ้อมบ่อย ๆ ก็เถอะ

 

“ไม่ได้ลงเลย แหะ ๆ”

 

“ทำไมไม่ลงล่ะ”

 

“ก็หนูเล่นไม่เป็นนี่นาเลยต้องเป็นฝ่ายกองเชียร์แทน” ฉันพูดแบบไม่ทุกร้อนอะไร

 

“ก็ดี” อยู่ดี ๆ เขาก็พึมพำอะไรบางอย่างออกมา

 

“อะไรนะคะ” ฉันถามออกไปเพราะไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา“พรุ่งนี้มาเชียร์พี่ด้วยที่ยิม8 พี่ต้องแข่งบาสกับสาขาอื่น” ฉันเกือบลืมไปเลยว่าวิศวะก็มีแข่งกีฬาภายในคณะพร้อม ๆ กับเฟรชชี่เกมของฉัน

 

“ค่ะ” ฉันตอบรับออกไป 

 

หลังจากแผนการที่วางไว้ที่บอกว่าจะไปนอนค้างเป็นเพื่อนมิลค์ถูกทำลายทิ้งฉันก็ได้แต่นั่งจมอยู่บนโซฟาที่มีร่างสูงคอยนั่งอยู่ข้าง ๆ เขานั่งพิมพ์อะไรยุกยิกบางอย่างลงในคอมและดูเหมือนจะตั้งใจมากทำเอาฉันไม่กล้าแม้ที่จะชวนคุย

 

 หัวเล็กสัปหงกไปมาด้วยความง่วงงุนเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า ทำเอาร่างสูงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่ทำอยู่ก่อนที่จะใช้มือรับหัวเล็กนั้นไว้และเปลี่ยนท่าให้เธอนอนได้อย่างสบายขึ้น

 

คนตัวเล็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรหลับไปด้วยความง่วงงุนหัวเล็ก ๆ นั้นซบลงบนตักของร่างสูงอย่างสบายใจเฉิบ

 

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นวันรุ่งขึ้นแล้วคนภาพตัดไปบนโซฟาเมื่อคืนตื่นขึ้นมาภายในอ้อมแขนของคนตัวโตเหมือนเดิมใบหน้าที่ซบอยู่บนอกหนายังไม่ยอมเคลื่อนออกไปไหน สมองน้อย ๆ นั้นหาเรื่องที่จะแกล้งผู้ชายตรงหน้า

 

มือเล็กเอื้อมลงมาวางไว้ที่หน้าอกหนาอีกข้างหนึ่งก่อนจะขยำแรง ๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

 

“ลวนลามอะไรพี่” ร่างสูงที่ตื่นมาสักพักถามขึ้นมาหลังจากที่แอบมองอยู่นาน

 

อุ้ย ตื่นแล้วหรอ

 

“ไม่มี๊” คนขี้โกหกยืดหัวนั้นขึ้นพร้อมส่ายหน้าไปมา

 

“ทำแบบนี้อยากโดนอีกหรอ”

 

“ไม่นะ!” คนขี้แกล้งเหมือนจะรู้ชะตากรรมแล้วจึงพยายามปฏิเสธอย่างไว

 

“ไม่ทันแล้ว”

 

คนขี้เอาแต่ใจตั้งใจฟัดฉันบนที่นอนอย่างสะใจจนฉันแทบจะลุกไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ จากนั้นก็ได้เค้กหนึ่งชิ้นเป็นของไถ่โทษจากเขาแทน

 

หึ ทีอย่างนี้กลับเอาของกินมาล่อ คิดว่าฉันเห็นแก่กินมากหรอ

 

ตอบเลยว่า ใช่!!! เค้กช็อกโกแลตเข้ม ๆ แบบนี้นี่ไม่ได้กินมานานมากแล้วขอกินก่อนละกัน

 

ส่วนผู้ชายที่อยู่ในห้องด้วยกันก็ได้แต่ยืนมองคนเห็นแก่กินที่ตอนแรกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่ตอนนี้กลับจัดการเค้กก้อนนั้นจนเกลี้ยงอย่างเอือม ๆ

 

เราสองคนเดินทางมามหาวิทยาลัยในช่วงสายของวันและฉันก็ตัดสินใจที่จะไปอยู่กับพี่เซนก่อนเพราะมีเรียนช่วงบ่ายและตอนนี้เพื่อนทุกคนก็ยังไม่มา ที่ต้องมาเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าพี่เซนต้องมาคุยเรื่องแข่งกีฬาก่อนที่จะเริ่มแข่งในช่วงเย็น ฉันนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะเดิม นั่งได้ไม่นานก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา ร่างเล็กรีบโกยเอาข้าวของทั้งหมดใส่กระเป๋าพร้อมรีบเดินไปทางห้องน้ำอย่างรีบเร่ง

 

เมื่อเข้ามาถึงในห้องน้ำก็พบผู้คนมากมายที่ยืนเข้าแถวอยู่ตรงนั้น

 

ฉี่จะราดอยู่แล้วววว

 

ร่างบางได้แต่พูดกับตัวเองอยู่ในใจหลังจากเห็นคนมากมายหน้าห้องน้ำ รอไปประมาณ 5 นาทีก็ได้เข้าสมใจ จากนั้นเดินก็กลับมานั่งที่เดิมแต่สองเท้าพลันหยุดชะงักเมื่อเห็นแก้วชานมไข่มุกวางอยู่บนโต๊ะเดิมที่เธอนั่ง ใบหน้าเล็กมองซ้ายมองขวาหาผู้เป็นเจ้าของแต่แถวนี้กลับไม่มีคนสักคน

 

คนตัวเล็กตัดสินใจไปนั่งอีกโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ผ่านไปประมาณ 10 นาทีแก้วชานมไข่มุกก็ยังวางไร้เจ้าของอยู่บนโต๊ะนั้น ความสงสัยทำให้สมองสั่งการให้เดินเข้าไปดู ปรากฏว่าเห็นโน้ตเล็ก ๆ ที่แก้ววางทับอยู่ มือเล็กหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่เปียกไปแล้วขึ้นมาดู

 

‘เราเห็นวาชอบกินเลยซื้อมาให้ ‘กาย’ 

 

หืม กายงั้นหรอ คนเมื่อวานใช่ไหมนะ

 

ซื้อมาให้ฉันทำไม?

 

คนตัวเล็กได้แต่สงสัยแต่มือก็หยิบหลอดเจาะเข้าไปพร้อมดูดน้ำสีนมเข้าปาก เมื่อความหวานซึมเข้าสู่กระแสเลือดก็ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

 

“ทำอะไร” เสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาคนที่กำลังฟินกับของหวานในมือสะดุ้งอย่างแรง

 

“ก็กินนี่ไง” ร่างเล็กชูของโปรดที่อยู่ในมือให้ดูพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดีแต่อีกมือก็ขยำโน้ตแผ่นนั้นไว้ในมืออีกข้างเพราะกลัวคนตัวสูงจะโกรธอีกครั้ง

 

“ไปซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เมื่อเจอคำถามนี้ออกมาก็ทำเอาสมองรีบประมวลผลหาคำแก้ตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“เอ่อ ก็ตอนที่พี่เข้าไปคุยได้สักพัก หนูหิวก็เลยไปซื้อมากินรองท้องก่อน แหะ ๆ”

 

“งั้นหรอ”

 

“ค่า”

 

เรานั่งคุยกันอยู่สักพักเพื่อนสาวของฉันก็โทรตามให้กลับคณะเพราะใกล้ถึงเวลาเรียนเต็มทีแล้ว

 

เมื่อเดินเข้ามาในห้องเรียนก็ตรงดิ่งเข้าไปหาเพื่อน ๆ ทันที 

 

“เมื่อคืนพี่เอิร์ทได้ไปหามึงไหม” ฉันถามเพราะความอยากรู้ล้วน ๆ

 

“มาหากูทุกคนยกเว้นมึงคนเดียว” มันพูดพร้อมชี้หน้าฉัน

 

“โถ่ ก็กูอยากให้มึงคุยกับเขาสองต่อสองนี่นา”

 

“เอาอะไรมาสองต่อสองพวกมันก็กับกูเมื่อคืน”

 

“แล้วเป็นไงบ้างอ่ะ ดีกันยัง”

 

“ยัง”

 

“อ้าว ทำไม” ปกติไอ้มิลค์จะเป็นผู้หญิงที่ใจอ่อนเสมอจนฉันต้องคอยปกป้องมันเพื่อไม่ให้ใครมาหลอกมันแต่ครั้งนี้กลับแปลกไปเมื่อคำตอบไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิด

 

“กูขอรอดูอีกสักพักกูไม่รู้ว่าที่เขาพูดมาทั้งหมดเขาพูดจริงหรือพูดเล่น” ก็จริงของมัน เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขายังปกปิดอะไรอยู่รึเปล่า

 

“ก็จริงของมึง”

 

“โอ๊ย เปลี่ยนเรื่องเถอะอย่าลากเข้าดราม่าบ่อย ๆ ได้ไหมคนสวยเบื่อ” พิลพูดแย้งขึ้นมาหลังจากที่พวกฉันเอาแต่คุยเรื่องนี้

 

“เออมึงวันนี้เริ่มแข่งกีฬาแล้วนะจะไปดูกันไหม” คนสวยประจำเอ่ยชวน จุดประสงค์มันก็ไม่ใช่อะไรหรอก ไปดูผู้ชายนั่นแหละ งานไหนมีผู้ชายงานนั้นก็ต้องมีเพื่อนฉันอยู่ด้วยเสมอ

 

“ก็ต้องไปอยู่แล้วสิของดีทั้งนั้น” พิลพูด 

 

“แต่กูไปไม่ได้นะกูต้องไปดูพี่เซนแข่งบาส”

 

“โอ้ย เบื่อจังคนมีผัวเนี่ย ‘กูไปไม่ได้นะกูต้องไปดูพี่เซนแข่งบาส’ ”มันจีบปากจีบคอพูดอย่างน่าหมั่นไส้

 

“แล้วจะทำไมกูจะไปดูแฟนตัวเองไม่ได้ไง” แฟนแข่งก็ต้องไปดูสิ

 

“ได้ค่าเพื่อนแต่กูขอไปด้วยนะ อยากเห็นกล้ามหนุ่มวิศวะเต็ม ๆ ตาสักที”

 

พิลเปลี่ยนท่ามานั่งเกาะแขนฉันเพราะจ้องจะห้อยสอยติดไปดูหนุ่ม ๆ แข่งบาสด้วย

 

“แล้วมึงล่ะ ตาล มิลค์ไปด้วยไหม” ฉันหันไปถามเพื่อนอีกสองคนด้วยเพื่อไม่ให้มันน้อยใจ

 

“ไปดิรอไร” น้ำตาลตอบ

 

“ไม่ดีกว่าไม่อยากเจอ” ไอ้มิลค์ผู้ที่กำลังหลบหน้าพี่เอิร์ทอยู่ตอบออกมาอย่างไม่คิด

 

“มึงก็อย่างไปสนใจเขาดิไปนั่งเฉย ๆ ก็ได้

 

“ไม่เอา”

 

“นะ” ฉันส่งสายตาอ้อน ๆ ไปให้

 

“เห้อ ก็ได้” นั่นไงเห็นไหมไอ้มิลค์เคยปฏิเสธฉันได้ที่ไหนล่ะ

 

ตกเย็นมายิมที่เคยไร้ผู้คนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยคณะวิศวะและสาว ๆ จากคณะอื่นมากมาย ฉันเดินมาหาที่นั่งที่อยู่ช่วงกลาง ๆ ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปมองเห็นได้พอดี

 

ที่นั่งที่เคยว่างแต่ตอนนี้มีผู้คนมากมายมาจับจองตั้งแต่การแข่งขันยังไม่เริ่ม ฉันนั่งรออยู่ประมาณ 15 นาทีก็มีประกาศแนะนำการแข่งขัน คู่แรกเป็นโยธาพบกับไฟฟ้า ร่างสูงหลายคนที่มีกล้ามเนื้อหนา ๆ เดินออกมาพร้อมกับชุดสีเทาเรียกเสียงกรี๊ดให้แก่สาว ๆ ทั้งยิมไปได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีที่พวกเขาปรากฏในสนาม สายตาของฉันหันไปมองที่พี่เซนพบว่าวันนี้เขาฮอตกว่าปกติมาก อาจจะเป็นเพราะชุดที่ทำให้เห็นต้นแขนหนา ๆ ได้อย่างชัดเจน พี่เซนเหมือนจะเห็นฉันแล้วเพราะเราสบตากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่เขาจะยักคิ้วส่งมาให้

 

เสื้อสีเทาคือโยธาส่วนสีแดงคือไฟฟ้า อีกสาขาก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังอย่างไม่แพ้กัน เสื้อสีแดงที่เดินออกมาก็มีคน ๆ หนึ่งที่ฉันพอจะคุ้นตาอยู่บ้างนั่นก็คือกาย คนที่มาของไอจีฉันเมื่อวาน

 

แม้ว่าเขาจะอยู่ปีหนึ่งฉันก็รับรู้ได้ถึงความฮอตของเขาที่สามารถเรียกเสียงกรี๊ดได้จากรุ่นพี่มากมายที่อยู่ที่นี่

 

เมื่อเสียงนกหวีดเป่าขึ้นก็ได้เวลาเริ่มเกมทันที นับว่าฝีมือของทั้งสองทีมถือว่าไม่ต่างกันมากนักและไม่มีใครยอมใคร ฉันแอบสังเกตเห็นว่าพี่เซนกับกายแอบเขม่นกันเล็กน้อย สองคนนี้เอาแต่ชนกันไปมา แต่เป็นการชนเหมือนแบบไม่ตั้งใจแต่พอเห็นสายตาฉันก็พอรู้ว่าพวกเขาตั้งใจอย่างแน่นอน

 

“ไอ้วา เสื้อแดงเบอร์ 5 ใช่คนที่มาขอไอจีมึงไหม”

 

“ใช่”

 

“โคตรเด็ด” สาวประเภทสองคนเดียวในกลุ่มแอบหวีดอยู่เบา ๆ มันเลิกสนใจฉันและหันไปดูการแข่งขันที่สนามแทน

 

เราดูเกมตั้งแต่ต้นจนจบพบว่าโยธาชนะไฟฟ้าไปอย่างเฉียดฉิวเพราะห่างกันแค่ 3 คะแนนเท่านั้น

 

หลังจบการแข่งขันก็มีคู่ใหม่เข้ามาแทน ระหว่างนั้นฉันก็หันไปมองหาพี่เซนแต่ก็พบว่าเขาหายไปจากสนามแล้ว

 

หายไปไหนนะ?  

 

-------------------------------------------------

แงงงง ซีนนี้แอบมีดราม่าเบา ๆ น้า เอาใจช่วยมิลค์กันนะทุกคน

ส่วยกายที่เข้ามาจะมามีบทบาทอะไรนั้นรอติดตามกันนะคะ

 

กาย

 

Cr. Jaehyun

 

ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยนะคะที่เข้ามาอ่าน

นี่เป็นนิยายเรื่องแรกของเราเลย

เราดีใจมาก ๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนอ่านเยอะขนาดนี้เราจะตั้งใจเขียนให้มันดีขึ้นนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #6 Janeny Jane (@janenyjaneny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:21
    ขี้หวงอะ
    #6
    0
  2. #5 pim_1402 (@pim_1402) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:21

    นี้ก็หวงเก่ง🤭
    #5
    0
  3. #3 pim_1402 (@pim_1402) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 10:04

    รอค่ะไรท์
    #3
    1
    • #3-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 10)
      8 พฤษภาคม 2563 / 13:00
      เจอกันเย็นนี้ค่า
      #3-1