(fic) Sunggyu x Woohyun ★ Kiss Me Slowly #ข้างบ้านกยูอู

ตอนที่ 31 : EP31 : Just Kiss Me Slowly (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 ม.ค. 61



Kiss Me Slowly

(Sunggyu x Woohyun)

Genre: AU School-Life

Rate: PG-13

 

 

 

 

EP31 – Just Kiss Me Slowly


(Last Chapter)

 

 

 

ซองกยูกับนัมอูฮยอนไม่ได้พูดอะไรกันอีกหลังจบคำถามที่เต็มไปด้วยความหวั่นใจของนัมอูฮยอนประโยคนั้น พวกเขาเดินกลับบ้านโดยไร้คำพูดจาระหว่างกัน คนเป็นน้องกำลังหวั่นไหว ในขณะที่คนเป็นพี่กำลังหวั่นใจว่าจะจัดการอย่างไรกับคำถามนี้ของน้องชายข้างบ้านที่ตอนนี้สถานะระหว่างกันไม่ได้มีแค่คำว่าพี่น้องอีกแล้ว

เป็นอะไร ถอนหายใจอยู่ได้ แม่แกทำกับข้าวไม่อร่อยรึไงคุณนายคิมถามขึ้นมาพลางทำหน้าหงิกเมื่อเห็นลูกชายนั่งอมตะเกียบอยู่นานแล้ว วันนี้สองแม่ลูกนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันตามลำพังเพราะพ่อของซองกยูไปงานเลี้ยงของบริษัทกว่าจะกลับก็คงดึก

ไม่ใช่หรอกแม่ แค่คิดอะไรอยู่นิดหน่อย

แกคิดเป็นด้วยเหรอ ก็แสดงว่ายังมีสมองอยู่สินะ เออ เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าไม่มี เพิ่งรู้วันนี้เอง

 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าซองกยูได้เชื้อความปากร้ายมาจากใคร ของแบบนี้มันอยู่ในสายเลือดน่ะ

แม่ถามจริงเหอะ นี่ไม่ได้เก็บผมมาเลี้ยงถูกไหม

ตายล่ะ ความลับแตกแล้ว นี่พ่อแกบอกเหรอ ซองกยู

แม่! พูดแล้วยังจะมาเล่นมุกต่ออีก นี่ถ้าเชื่อขึ้นมาจริง ๆ จะทำยังไง

จะทำยังไง ถ้าแกโง่แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไรอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

ซองกยูชักจะปักใจเชื่อแล้วล่ะว่าตัวเองถูกเก็บมาเลี้ยง แล้วลูกชายในสายเลือดของแม่ก็น่าจะเป็นไอ้อ้วนข้างบ้านที่แม่รักหนักรักหนาแล้วก็พูดดีด้วยทุกคำน่ะ

เฮ้อ พูดถึงไอ้อ้วนนั่น ซองกยูก็กลุ้มใจขึ้นมาอีกแล้ว จะทำยังไงให้มันมั่นใจและเชื่อใจดีนะ

พูดแล้วยังไม่หยุดถอนหายใจอีก เป็นอะไร เล่าให้แม่ฟังก็ได้นะ ทะเลาะอะไรกับอูฮยอนอีกแล้วหรือไง

แม่รู้ได้ไงอ่ะ

ก็แม่เห็นทุกทีที่พวกแกสองตีกันทีไร แกก็มานั่งถอนหายใจเฮือก ๆ แบบนี้ทุกที คราวนี้ตีกันเรื่องอะไรอีกอ่ะ

ไม่ได้ตีกันหรอกแม่

ซองกยูพยายามปัดไปด้วยการไม่พูดถึง เขายังจำได้ว่าหนึ่งในเรื่องที่อูฮยอนกังวลอยู่คือพวกพ่อแม่จะว่ายังไงถ้ารู้ว่าลูกชายของพวกท่านชอบพอกัน และซองกยูก็อดไม่ได้ที่จะกังวลขึ้นมาบ้างเหมือนกันว่าถ้าพ่อกับแม่รู้พวกท่านจะคิดยังไง

ไม่ได้ตีกันแล้วทำไมแกถึงทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ หรือว่าจนป่านนี้น้องมันก็ยังไม่รับรักแก

ตอนแรกซองกยูคิดว่าตัวเองหูฝาดเพราะหมกมุ่นกับความกังวลใจของตัวเองมากเกินไปจนอาจคิดไปเอง แต่พอเงยหน้าจากชามข้าวขึ้นมองคุณนายคิมแล้วเห็นผู้เป็นแม่มองมาด้วยสีหน้ายิ้มปนล้อเลียน เด็กหนุ่มก็ตกใจเสียจนแทบจะทำตะเกียบหลุดจากมือ

แม่! นี่แม่รู้เรื่องนี้ได้ไงอ่ะ ไอ้อ้วนนั่นมันบอกแม่เหรอ

ใครมันจะเอาเรื่องแบบนี้มาบอกกัน แกคิดว่าอูฮยอนซื้อบื้อเหมือนแกหรือไง

แม่! ขอทีเหอะ หยุดด่าผมโง่สักทีแล้วบอกมาก่อนว่าแม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง

แล้วทำไมแกถึงคิดว่าแม่จะไม่รู้อ่ะ แกเห็นพ่อกับแม่โง่เหรอ ท่าทางแกสองคนน่ะ ใครมีตาก็ต้องมองออกทั้งนั้นนั่นแหละ

ห๊ะ!” คราวนี้ไม่น่าจะใช่แค่ตกใจแล้ว แต่น่าจะบอกว่าซองกยูช็อคไปเลยมากกว่า พ่อด้วยเหรอ พ่อก็รู้เหรอ

แกหมายถึงพ่อแกหรือพ่ออูฮยอนล่ะ ถ้าพ่อแกแม่ก็จะบอกให้ว่าถ้าไม่รู้ก็โง่เต็มที ส่วนพ่อแม่อูฮยอนน่ะ

คุณนายคิมเว้นจังหวะการพูดของตัวเองด้วยการดื่มน้ำ

ใครจะไม่รู้บ้าง ลูกเขาทั้งคน

ซองกยูแทบจะลงไปนอนชักกับพื้นแล้วตอนนี้

โอยแม่ นี่พวกพ่อแม่รู้เรื่องนี้กันได้ยังไงอ่ะ นี่รู้เหรอว่าผมกับไอ้อ้วนนั่น…”

ชอบกัน

คุณนายคิมต่อคำพูดให้เมื่อเห็นลูกชายทำท่าอึกอัก เธอยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นลูกชายคนเดียวของตัวเองยกมือขึ้นเกาหัวด้วยท่าทางเก้อเขิน ไอ้ลูกคนนี้ เวลามีความรักมันก็น่ารักเหมือนกันแฮะ

แม่ไม่ต้องพูดแบบนั้นก็ได้

ถ้าแม่ไม่พูดแกก็คิดว่าแม่โง่ไม่รู้เรื่องรู้ราวของพวกแกน่ะสิ พ่อแม่พวกแกไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้นะคิมซองกยู ทำไมจะมองไม่ออกว่าพวกแกสองคนน่ะชอบกันอยู่ แกเห็นแม่โง่มากงั้นสิ

ไม่ได้คิดยังงั้น แต่ก็คิดว่าไม่น่ารู้กันไง

เหมือนที่พวกแกสองคนเพิ่งรู้ตัวงั้นสิคุณนายคิมเลิกคิ้ว พร้อมกับทำเสียงเยาะลูกชายคนเดียวของตัวเอง

ซื่อบื้ออย่างแกมันก็น่าให้น้องมันหักอกเอาหรอก ชอบเขาแต่ก็แกล้งเขาแล้วก็มานั่งหงอยเวลาทะเลาะกัน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต ใครมองไม่ออกก็โง่เต็มที

คำพูดของแม่บังเกิดเกล้าทำให้ซองกยูทั้งประหลาดใจและดีใจพร้อมกันในเวลาเดียว แต่เมื่อคิดให้ดีแล้วมันก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมรู้และมองออกว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนที่ดีใจนั้น ตอนนี้ซองกยูยิ่งทั้งดีใจและโล่งใจมากขึ้นเมื่อหนึ่งในเรื่องที่อูฮยอนกังวลอยู่ในตอนนี้อย่างเรื่องพ่อแม่ของพวกเขาเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลเลย

แถมพวกท่านยังรู้ว่าเขาสองคนชอบกันก่อนที่ซองกยูกับไอ้อ้วนนั่นจะรู้ใจตัวเองเสียด้วยซ้ำ

เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวไม่ได้แล้ว และตอนนี้ซองกยูก็รู้แล้วด้วยว่าตัวเองจะตอบคำถามที่นัมอูฮยอนทิ้งไว้กับเขาว่าอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงของสถานะจากพี่น้องข้างบ้านไปเป็นคนรัก ที่ไอ้อ้วนนั่นกับซองกยูกังวลใจหนักหนาน่ะ

แท้ที่จริงแล้ว มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย

ซองกยู แล้วนั่นแกจะไปไหนอะ ซองกยู ไม่กินข้าวแล้วหรือไง ไอ้ลูกคนนี้

คุณนายคิมตะโกนตามหลังลูกชายคนเดียวของเธอที่อยู่ ๆ ก็วางตะเกียบแล้ววิ่งตึงตังขึ้นบันไดไปชั้นสองก่อนที่จะวิ่งลงมาอีกครั้งพร้อมกับตะโกนตอบผู้เป็นแม่

ไปบ้านโน้นนะแม่ คืนนี้อาจจะนอนห้องอูฮยอนด้วย ไม่ต้องห่วงนะ

คุณนายคิมหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน เธอนั่งกินอาหารเย็นส่วนของตัวเองไปเงียบ ๆ พลางส่ายหัว ทั้งที่พูดอย่างเอือมระอา แต่สายตาของคุณนายคิมก็เต็มไปด้วยความสุขเมื่อนึกถึงลูกชายคนเดียวของเธอและเด็กหนุ่มข้างบ้านอีกคนที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นหนุ่มน้อยไม่ต่างไปจากคนในครอบครัวเดียวกัน

และอีกไม่นานหลังจากนี้ นัมอูฮยอนก็คงจะได้เป็นครอบครัวเดียวกับเธอจริง ๆ เสียที

ฉันจะไปห่วงลูกหัวดื้อซื่อบื้ออย่างแกทำไมกัน อูฮยอนต่างหากที่ฉันต้องเป็นห่วง ไปค้างบ้านเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไปทำอะไรลูกเขาเข้าล่ะ ไอ้ลูกเวร

 

 

 

เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นทำให้อูฮยอนหันหน้าจากเกมคอมพิวเตอร์ที่กำลังเล่นอยู่หันมองไปยังที่มาของเสียงแล้วหนุ่มน้อยก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นไอ้พี่บ้าที่ตัวเองเรียกหอบหมอนกับผ้าห่มที่ถือมาโยนลงบนเตียงของอูฮยอนก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนด้วยท่าทางสบายใจราวกับอยู่ในห้องของมันเอง

อะไรมึงเนี่ย พี่กยู

อะไร ก็ผ้าห่มกับหมอนไง มึงมองไม่ออกเหรอ แค่นี้ก็ต้องให้บอกหรือไง

ผ้าห่มกับหมอนอ่ะ กูมองออก แต่ที่ถามว่าอะไรคือมึงเอาหมอนกับผ้าห่มมึงมาทำไม

ก็เอามานอนไง กูจะมานอนห้องมึงอ่ะ

ห๊ะ คนเป็นน้องอุทานเสียงสูง พี่มึงจะทำอะไรนะ

กูจะมานอนด้วย นอนห้องมึงเนี่ย ชัดยัง

ชัดเจน ชัดจนอูฮยอนต้องปิดจอคอมพิวเตอร์แล้วเดินมามองหน้าคนพูดใกล้ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจอะไรผิด

มึงจะมานอนห้องกูทำไม กูชวนมึงสักคำยัง

ไม่ชวนกูก็มาได้ กูหน้าด้าน มีอะไรไหมอ้วน

พอโดนเรียกว่าอ้วน น้องชายก็หน้าหงิก ทั้งที่ก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้อ้วนสักหน่อยแล้วก็รู้ทั้งรู้ว่าไอ้พี่บ้านี่ตั้งใจจะกวนประสาทกัน แต่พอโดนเรียกแบบนี้ทีไร อูฮยอนก็หน้าหงิกไปเสียทุกที

มึงเรียกกูแบบนี้อีกแล้วนะ

ไม่ให้เรียกแบบนี้แล้วจะให้เรียกแบบไหนคนเป็นพี่ลุกขึ้นจากการนอนแผ่อยู่บนเตียงเปลี่ยนมาเป็นลุกขึ้นนั่ง เอาหมอนอูฮยอนมารองข้อศอก

ให้กูเรียกมึงว่าที่รักเหรอ แน่ใจไหมว่ามึงจะไม่เขินตายก่อน

ทั้งที่เป็นการแกล้งแหย่และพูดเล่น แต่พอได้ยินคำว่า ที่รักออกมาจากปากซองกยู อูฮยอนก็ร้อนวูบไปตั้งแต่แก้มจนถึงใบหู

ไอ้เหี้ยพี่กยู มึงไม่ต้องมาปากดีกับกูเลย พอเลย

เนี่ยเห็นมะ พอกูพูดดี ๆ กับมึง มึงก็ไม่ชินแล้วก็เขินจนหูแดงไปหมด แล้วมึงยังอยากจะให้กูเปลี่ยนไปใจดีกับมึงอีกเหรอ มึงจะชอบจริงเหรอถ้ากูทำแบบนั้นกับมึงน่ะ หือ อูฮยอน

ซองกยูพูดถึงเรื่องราวหนึ่งอย่างระหว่างพวกเขาที่ติดค้างอยู่ในความรู้สึกของอูฮยอนมานาน คนเป็นน้องชายน้อยใจเสมอมาว่าซองกยูใจร้ายแค่กับตัวเองและมันก็เป็นปมด้อยในใจอูฮยอนจนเขาเผลอไผลไปกับความอ่อนโยนและนุ่มนวลของฮวังมินฮยอนที่ตัวเองไม่เคยได้รับจากซองกยู ทั้งที่ความจริงแล้วมิตรภาพที่มั่นคงที่สุดของคนสองคนคือการแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้กับคนที่ตัวเองให้ความสำคัญ

และนัมอูฮยอนคือคนสำคัญคนนั้นของคิมซองกยู น้องชายและคนรักที่ซองกยูดูแลและให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายในแบบของเขา แม้มันจะไม่นุ่มนวลอ่อนหวานหรืออ่อนโยนอย่างที่คนรักจะแสดงออกต่อกัน แต่ซองกยูก็แน่ใจและมั่นใจว่าความรู้สึกและการแสดงออกที่เขามีต่ออูฮยอน คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเขาสองคน

บ้าเอ้ย ใครอยากจะให้มึงเรียกกูแบบนั้นเล่า

อูฮยอนยังไม่หายเขิน เขาทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะเขียนหนังสือเพื่อจะไปเล่นเกมต่อเพราะไม่อยากโดนไอ้พี่บ้านี่แกล้งแหย่ให้เขินอีก แต่ซองกยูกลับเอื้อมมือไปฉุดแขนคนเป็นน้องไว้แล้วดึงให้อูฮยอนนั่งลงมาบนเตียง

ฮื้อ!” คนตัวเล็กกว่าดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของสองแขนยาว ๆ ที่โอบอยู่รอบเอว ไอ้พี่กยูดึงเขาลงมานั่งตักแล้ววางคางลงบนบ่าของอูฮยอนจนคนเป็นน้องขยับตัวหนีไปทางไหนไม่ได้

อย่ามากอดน่า รำคาญ

อย่าปากไม่ตรงกับใจหน่อยเลยน่า กูรู้ว่ามึงชอบซองกยูพูดเองเออเอง ถ้ารำคาญจริงมึงผลักกูหัวทิ่มไปแล้วไม่มาดิ้นอยู่แบบนี้หรอก

มึงมั่วละ ไอ้พี่กยูอูฮยอนยังไม่วายปากแข็ง หนุ่มน้อยเหลียวหน้าไปมองคนที่กอดเขาอยู่แล้วก็นึกอยากจะเอานิ้วทิ่มตามันสักทีโทษฐานที่รู้ดีนัก ปล่อย นั่งอยู่เฉย ๆ ก็คุยกันได้ ไม่ต้องกอด

ก็กูจะกอดอ่ะ อย่าดิ้นน่า จะให้กอดดี ๆ หรือจะให้กูบังคับมึง ชอบโดนบังคับหรือไง

แล้วจะมากอดกูทำไม ไม่ต้องเลย

ทำไมจะกอดไม่ได้ ก็กูอยากกอดอะ กูกอดคนที่กูชอบไม่ได้หรือไงแล้วมึงอย่าบอกนะว่ามึงไม่ชอบให้กูกอด

“…”

กูรู้ว่ามึงชอบ ชอบมากด้วยซ้ำมั้ง เพราะหัวใจมึงเต้นแรงจนกูได้ยินเสียงหมดแล้วเนี่ย

บ้าเอ้ย! นี่อูฮยอนควรเอาหน้าไปซุกไว้ตรงไหนดี ทั้งที่คำพูดของไอ้พี่กยูก็ไม่ได้มีอะไรชวนเขินเลยสักนิด แต่ก็เพราะเป็นมัน คนที่อูฮยอนเองก็รู้ดีว่าตัวเองรู้สึกพิเศษกับมันมากแค่ไหน เวลาอยู่ใกล้กัน หัวใจก็เลยเต้นแรงจนปั่นป่วนไปหมด

นี่สินะ ความรู้สึกของการชอบใครสักคนอย่างแท้จริง

สองคนพี่น้องนั่งอยู่ในท่าทางนั้นด้วยกันเงียบ ๆ โดยไม่มีใครพูดอะไร ซองกยูกอดเอวอูฮยอนไว้หลวม ๆ แล้วปล่อยให้คนเป็นน้องพิงอกเขาไว้ ความกังวลใจที่มีดูจะจางหายไปได้อย่างน่าประหลาดเมื่อเราอยู่ด้วยกัน เช่นเดียวกับความหวาดหวั่นที่อูฮยอนมีจนทิ้งคำถามไว้กับซองกยูเมื่อเย็นนี้ก็เป็นสิ่งที่หนุ่มน้อยเพิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรเก็บมากังวลใจเลย

เมื่อคิมซองกยูได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดไม่ว่าจะพี่น้องหรือคู่รัก พวกเขาก็ยังคงเป็นคนสองคนที่พิเศษที่สุดของกันและกันอย่างที่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ และความพิเศษที่มีนั้นอาจลึกซึ้งเกินกว่าที่จะใช้คำจำกัดความว่าพวกเขาเป็นคนรักกันเสียด้วยซ้ำ

อูฮยอน

หือ

มึงชอบกูบ้างสักนิดยังอ่ะ

ไม่รู้ว่าซองกยูถามคำถามนี้ขึ้นมาเพราะยังไม่รู้คำตอบจริง ๆ หรือคนเป็นพี่เพียงแค่ต้องการอยากได้ยินคำว่าชอบจากปากอูฮยอน แต่น้องชายก็คิดว่ามันเป็นโอกาสดีที่ตัวเองจะได้เอาคืนเสียบ้าง

ทำไมกูต้องบอกมึงด้วยอ่ะ

เอ้า ไอ้อ้วนนี่ ถ้ามึงชอบกูมึงก็ต้องบอกกูดิ พูดดิ ชอบกูบ้างสักนิดยัง นิดนึงก็ได้

ไม่บอกคนเป็นน้องพูดพร้อมกับหัวเราะ ก็เลยถูกซองกยูแกล้งเอาด้วยการตบหัวเข้าทีนึง

โอ๊ย! ไอ้เหี้ยพี่กยู กูเจ็บนะ นี่มึงรักกูจริงป่ะเนี่ย แกล้งกูจังเลย

มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ ชอบกูจริงป่ะเนี่ย ด่ากูจังเลย

กูก็ด่าแค่มึงอ่ะ

ก็เหมือนที่กูแกล้งแค่มึงอ่ะ

พวกเขาต่างพูดประโยคของตัวเองขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน และพอได้ยินแบบนั้นต่างคนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา

ความรักของเรา มันเป็นแบบนี้เองสินะ

มึงไม่ต้องมาหัวเราะเลยอูฮยอน สบายใจขึ้นแล้วยัง เรื่องที่มึงกลัวอ่ะซองกยูถามด้วยท่าทางจริงจังขึ้น เด็กหนุ่มคลายอ้อมแขนของตัวเองออกเพื่อให้นัมอูฮยอนเป็นอิสระ แต่น้องชายก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหน นอกจากขยับตัวเล็กน้อยแล้วหันไปมองหน้ากัน

ก็ไม่มีอะไรที่กูต้องกังวลแล้วนี่ เพราะกูรู้ว่าถึงเราจะเป็นอะไรกัน แต่มันก็จะมีอย่างนึงที่ไม่เปลี่ยนไปแน่ ๆ คือพี่มึงเป็นคนที่กูสบายใจที่สุดที่จะอยู่ด้วยอยู่ดี ไม่ว่าจะในฐานะพี่ชายข้างบ้านหรือว่า…”

อูฮยอนอึกอัก พอจะต้องพูดจริง ๆ ก็เขินขึ้นมาอีกแล้ว

หรือว่าเป็นแฟนกันก็เถอะ

คำพูดนั้นทำให้คนฟังยิ้มออกมา แล้วว่าก็ว่าเถอะ การได้เห็นคนที่เคยปากเก่งปากกล้าด่าไม่หยุดอย่างอูฮยอนอึกอักเวลาที่พูดถึงซองกยูแบบนี้ มันก็น่าเอ็นดูในสายตาคนมองไม่น้อยเลย

น่ารักเหมือนกันนะมึงเนี่ย เวลามึงเขินแบบนี้อ่ะ น่ารักจนกูอยากซื้อขนมให้มึงกินทุกวันเลยอ่ะ วันละสองถุงเลย

มึงไม่ต้องมาล้อกูเลยอูฮยอนพูดพลางหัวเราะออกมาอีกคน บางที่สิ่งที่ไอ้พี่บ้านี่ใจดีกับเขามากที่สุดก็คงเป็นการเลี้ยงขนมล่ะมั้ง และนั่นก็นับเป็นความอ่อนโยนในแบบของคนอย่างไอ้พี่ซองกยูที่อูฮยอนก็จะไม่มีวันได้จากใครที่ไหนอีกแล้ว

แต่พี่กยู กูก็ยังกลัวเรื่องนึงอยู่ดีอ่ะ

อะไรของมึงอีก ปัญหาเยอะนะมึงอ่ะ

ฮื้อ!” อูฮยอนย่นจมูก ก็กูกลัวนี่ พ่อกับแม่อ่ะ พวกพ่อแม่จะว่ายังไงถ้ารู้เรื่องของกูกับมึงอ่ะ

แล้วมึงคิดว่าพ่อแม่ไม่รู้เหรอ ไม่แน่นะ พ่อแม่อาจจะรู้ว่ามึงกับกูเป็นมากกว่าพี่น้องกันก่อนที่มึงกับกูจะรู้ใจตัวเองด้วยซ้ำไปมั้งซองกยูพูดยิ้ม ๆ และแม้ว่าอูฮยอนจะไม่เข้าใจนัก แต่การที่เห็นคนเป็นพี่ชายพูดแบบนี้มันก็ทำให้สบายใจขึ้นมาก

เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันดีที่สุดแล้ว

ความสัมพันธ์ของพี่น้องและคนรัก ที่พิเศษที่สุดสำหรับกันและกัน

มึงไม่ต้องอ้อมค้อมพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้เลยอูฮยอน ที่กูถามมึงไปเมื่อกี้อ่ะ ตอบกูมาก่อน มึงชอบกูสักนิดบ้างยัง

มึงก็ใจดีกับกูก่อนดิอูฮยอนต่อรองในสิ่งที่รู้ดีว่าอีกคนไม่มีวันจะให้ได้ แล้วเมื่อมาถึงตอนนี้อูฮยอนก็รู้แล้วว่าความใจดีของคิมซองกยูไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการที่สุดอีกแล้ว แต่อูฮยอนก็ยังอยากได้บางอย่างจากคนพิเศษของตัวเอง เพื่อยืนยันว่าทุกความรู้สึกและทุกเรื่องราวระหว่างเราที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง

ไม่เอาอ่ะ ให้กูใจดีกับมึง กูไปใจดีกับไอ้ดีดี้ยังดีกว่า

มึงใจดีกับหมามากกว่าแฟนอีกอ่อ ไอ้พี่เวร

เออ ก็ไอ้ดีดี้มันไม่กวนตีนอย่างมึงอ่ะ มันไม่ผลักกูหัวทิ่มตอนกูจูบมันอย่างมึงด้วย

งั้นมึงก็ไปจูบหมามึงไป๊ ไม่ต้องมาจูบกู ไปเลยไป ไม่ต้องมายุ่งกับกูแล้วด้วย คนเป็นน้องหน้าหงิกใส่ แล้วเมื่ออูฮยอนพูดถึงเรื่องจูบขึ้นมา ซองกยูก็คิดว่ามีบางเรื่องที่เขาอยากจะแก้ตัว

ความรู้สึกของเขาและนัมอูฮยอนชัดเจนขึ้นหลังจูบแรกระหว่างเรา และถูกเปิดเผยออกไปในจูบครั้งที่สอง ซึ่งทั้งสองครั้งที่ผ่านมานั้น มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานหรือนุ่มนวลเลยสำหรับคนสองคนที่รักกัน และซองกยูก็ตั้งใจไว้แล้วว่า หลังจากนี้ไปแม้เขาจะไม่สามารถเป็นแฟนที่ใจดี หรือพี่ชายที่อ่อนโยนให้อูฮยอนได้ก็ตาม แต่มีอย่างหนึ่งระหว่างเราที่มันจะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

ทำไมกูต้องจูบหมาด้วย ในเมื่อกูมีมึงซองกยูพูดพร้อมกับยิ้มด้วยรอยยิ้มทั้งบนริมฝีปากและในดวงตา

ที่นอกหน้าต่างห้องนอนของนัมอูฮยอนพระจันทร์กำลังจะขึ้นหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปได้ไม่นาน ซองกยูไม่แน่ใจว่าเส้นสีส้มที่เห็นอยู่นอกหน้าต่างนั้นใช่เส้นของฟ้าหรือไม่ แต่ทั้งหมดที่แน่ใจก็คือในตอนนี้ยามที่เขากับอูฮยอนค่อย ๆ โน้มศีรษะเข้าหากันตามที่หัวใจสั่งให้ทำ ทุกสิ่งที่เขาอยากเห็นไม่ใช่ทั้งเส้นขอบฟ้าและพระจันทร์ แต่เป็นเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีน้องชายข้างบ้านที่อยู่ในหัวใจของซองกยูตลอดมา

กูรักมึงมากนะ อูฮยอน รักมึงตลอดมา มึงไม่เคยเป็นแค่น้องชายสำหรับกู แต่มึงคือคนที่พิเศษและสำคัญที่สุดสำหรับกู

คำพูดของซองกยูบอกถึงความรู้สึกทั้งหมดที่เด็กหนุ่มปากร้ายมี และถึงแม้นัมอูฮยอนจะไม่ได้ตอบอะไร แต่ทุกสิ่งที่อยู่หลังดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นก็เป็นสิ่งที่ซองกยูรับรู้มันได้เช่นกันและแม้อูฮยอนจะไม่ได้พูดคำว่า รัก ออกมา แต่ซองกยูก็รู้ว่าเขายังมีเวลาอีกนานนับหลายสิบปีที่จะฟังคำพูดนั้นจากปากคนสำคัญของตัวเอง

ถึงกูจะเป็นคนใจดีให้มึงไม่ได้ แต่กูก็จะเป็นพี่ชายกับแฟนใจร้ายที่รักมึงที่สุดในโลกให้มึงเอง

อูฮยอนพยักหน้ารับคำพูดนั้น หนุ่มน้อยกระซิบตอบพี่ชายข้างบ้านที่เป็นเจ้าของพื้นที่ในใจทั้งหมดที่อูฮยอนมี

กูรักมึงนะ ไอ้พี่กยู

ศีรษะของคนสองคนโน้มเข้าหากัน จูบครั้งที่สามของเราอ่อนหวานและนุ่มนวลยิ่งกว่าครั้ง ไหน และมันจะไม่ใช่จูบครั้งสุดท้ายที่จะเป็นแบบนี้แต่มันจะทวีความอ่อนหวานและนุ่มนวลขึ้นในทุกครั้งหลังจากนี้ในทุกครั้งที่พวกเราจูบกัน

หลังจากนี้ไปแม้ว่าซองกยูกับนัมอูฮยอนจะเป็นคู่รักที่ปฏิบัติต่อกันไม่ต่างไปจากคู่กัดที่เอาแต่ทะเลาะกันเหมือนที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกคือพวกเขารู้ว่าจะแสดงความรู้สึกที่มีต่อกันด้วยวิธีใด

เพียงแค่จูบที่นุ่มนวลและอ่อนหวานที่สุดระหว่างเรา ก็บอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อกันได้โดยไม่ต้องพูดคำใดอีกแล้ว

 

I'm not sure what this is gonna be,

But with my eyes closed all I see

Is the skyline, through the window,

The moon above you and the streets below.

Hold my breath as you're moving in,

Taste your lips and feel your skin.

When the time comes, baby don't run, just kiss me slowly.

 

 

END.

 

 

 

สวัสดีค่ะ นี่ก็เป็นทอล์คตอนสุดท้ายของฟิคเรื่องนี้แล้ว แงงงง พอฟิคจบเข้าจริงๆก็ทั้งโล่งใจและใจหายแปลกๆแต่เอาจริงๆเลยคือเดือนนี้ทั้งเดือนนี่เราเหนื่อยและเครียดมากเลยค่ะเพราะกลัวมันไม่จบเนี่ย เมื่อจบจนได้ก็แทบจะอยากถอนหายใจเลยค่ะ ทำได้แล้วนะมึง งี้ 555  คิสมีสโลวลี่มาจากเพลงๆนึงที่เราชอบมากอย่างที่เคยบอกไปแล้ว บวกกับอย่างนึงที่อยู่ในใจเรามาตลอดอย่างที่เคยบอกไปตอนต้นเรื่องว่ากำแพงของการเป็นพี่น้องมันสูงมาก แล้วยิ่งเป็นพี่น้องที่ตบตีกันมาทั้งชีวิตนี่พอวันนึงสถานะจะเปลี่ยน มันยากจริงๆค่ะ เฮ่ออ พูดแล้วอิน ส่วนคาแรกเตอร์ตัวละคร เราไม่รู้ว่าจะมีใครสังเกตเห็นไหมว่าพี่กยูกับพิมินคือตัวละครสองตัวที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง 555 เปนคนสองแบบในประเภทที่เราชอบที่สุดและไม่ชอบมากที่สุด แล้วเราก็ลองคิดๆดูว่าเออ ถ้าคนแบบนี้มาเจอกันจริงๆมันจะเปนยังไง นี่ก็เปนอีกหนึ่งเหตุผลที่เราเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เหตุผลที่เขียนเรื่องนี้จริงๆแล้วมีเยอะมากค่ะ ถ้าลิสต์ออกมาเป็นข้อๆนี่น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบเหตุผล และทอล์คมันก็จะยืดยาวไป เอาเปนว่าฟิคเรื่องนี้เปนอีกเรื่องที่เรารักมาก (จริงๆก็รักทุกเรื่องที่เขียนอ่ะ ลูกๆของเรา 555) และก็ดีใจมากที่มีหลายคนอ่านแล้วชอบและอินไปด้วยกันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่รออ่าน คอมเมนต์ให้ แท็กให้ หรือแม้แต่ทุกคนที่กดเข้ามาอ่าน ทุกคนเป็นพลังงานที่ผลักดันให้เราอยากจะเขียนฟิคต่อไปอีกเรื่อยๆเลยค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ หลังจากนี้ไป เราก็จะไปคร่ำเคร่งและตั้งใจกับการทำเล่มและขายของอย่างฮาร์ดเซลล์ของเราต่อไป 555 ฝากไว้ด้วยค่ะ หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดี ขอบคุณทุกอย่างและทุกคนเลยที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ อยากบอกแค่ว่าขอบคุณๆๆๆและขอบคุณมากๆเลยค่ะ เจอกันใหม่ครั้งหน้าเมื่อมีโอกาสดีๆ ได้โปรดให้การสนับสนุนกับอินฟินิท และชิปกยูอูด้วยกันไปนานๆนะ ขอบคุณความรักดีๆของพี่กยูกับน้องดาวที่ทำให้โลกการเป็นแฟนคลับของเรางดงามและมีความสุขอยู่เสมอค่ะ 

B
E
R
L
I
N
?
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #139 pupaeqM_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 10:44
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ 💗
    #139
    0
  2. #137 _MaruKhem (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:11
    ขอบคุณมากๆเหมือนกันค่ะที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ว่าเรื่องไหนฟิคของพี่ก็ทำให้อินได้เสมอเลย ขอบคุณนะคะ ถึงจะไม่ได้เม้นทุกตอนของพี่ แต่รู้ไว้นะคะว่าเป็นกำลังจัยหั้ยเสมอออ
    #137
    0
  3. #136 Kitti48 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:25
    ขอบคุณๆๆๆๆๆ ขอบคุณมากๆๆ ที่แต่งฟิคกยูอู เรารักคู่นี้มากๆๆ และจะรักตลอดไป ตามอ่านอยู่ตลอด แล้วเดี๋ยวจะไปอ่านต่อในเล่มนะคะ
    #136
    0
  4. #135 love is americano (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:37
    ขอบคุณสำหรับฟิคเรื่องนี้นะคะ สารภาพว่ารอไรท์มาอัพทุกวันเลย รออ่านทุกคืน สุดท้ายนี้อยากบอกว่า ..ขอให้ไรท์เขียนฟิคกยูอูไปนานๆเลยนะคะ เราสนับสนุนฟิคไรท์มาตลอดและจะสนับสนุนต่อไปเรื่อยๆค่ะ *กดจองไปแย้ววด้วย อิอิ*♥️
    #135
    0
  5. #133 pppraewtie (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:05
    งื้อออ ขอบคุณมากๆๆ ขอบคุณสำหรับฟิคยาวหนึ่งเดือน ที่ทำให้เราได้คิดถึง คิมซองกยู กับ อูฮยอน อยู่ตลอดเวลาที่ได้อ่าน เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านฟิคกยูอู ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกๆ น่ารักๆ แบบนี้ให้อ่านน้า จะคอยติดฟิคกยูอูของสตฮลอออยู่เสมอน้า #ข้างบ้านกยูอู
    #133
    0
  6. #132 MmaiTnd (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 19:21
    ตายอย่างสงบศพสีชมพูววววว
    #132
    0