คัดลอกลิงก์เเล้ว

ShortFic KNB ; (AkaKuro) After a long time.

โดย Punk Bunny

เคยมีคนพูดเอาไว้ว่าการกลับไปคบกับแฟนเก่า ก็เหมือนกับการอ่านหนังสือเล่มเก่า ไม่ว่าคุณจะหยิบมันมาอ่านใหม่อีกกี่ครั้งตอนจบก็ยังเหมือนเดิม...จริงหรอ ?

ยอดวิวรวม

3,645

ยอดวิวเดือนนี้

20

ยอดวิวรวม


3,645

ความคิดเห็น


21

คนติดตาม


160
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ส.ค. 59 / 17:45 น.
นิยาย ShortFic KNB ; (AkaKuro) After a long time. ShortFic KNB ; (AkaKuro) After a long time. | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
AFTER A LONG TIME.



About fic ฟิคสั้นเรื่องนี้เป็น 1 ใน project ของ let me be the one นะคะ
ซึ่งในนั้นจะมีทั้งหมด 10 คู่และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ


คำเตือน ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาชายรักชายและเป็นคู่แดงดำนะคะ

 


CONTACT ME

Twitter : @punkk_bunny

แฟนเพจ : Punk Bunny [https://www.facebook.com/punkbunny29]




THANKS.


MUSIC






TOP 10 <3
5 Aug 2016

 

© themy butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ส.ค. 59 / 17:45


 

After a long time.

Akashi x Kuroko by.Punk Bunny

 


 

 

เคยมีคนพูดเอาไว้ว่าการกลับไปคบกับแฟนเก่า


 

ก็เหมือนกับการอ่านหนังสือเล่มเก่า


 

ไม่ว่าคุณจะหยิบมันมาอ่านใหม่อีกกี่ครั้งตอนจบก็ยังเหมือนเดิม


 

.


 

.


 

จริงหรอ ?





 

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน


 

ผมจำได้ว่าผมคบกับเขาตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถม เขาเป็นคนขอผมเป็นแฟน ตอนนั้นผมยังเด็กแล้วก็ยังไม่รู้ว่าความรักที่ว่ามันคืออะไรแต่ด้วยความที่บ้านอยู่ใกล้กัน รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แถมอะไรหลายๆอย่างเราก็เข้ากันได้ดีผมจึงไม่ลังเลที่จะตอบตกลงคบกับเขาเลย จนกระทั่งวันนั้นมาถึง...


 

วันจบพิธีการศึกษาตอนอยู่ชั้นม.3 เหตุการณ์ในตอนนั้นเป็นยังไงผมก็จำไม่ค่อยได้ จำได้แต่เพียงว่าตอนนั้นเราทะเลาะกันหนักมาก ปกติผมจะเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็น แต่วันนั้นผมโมโหเขามาก มากจนเผลอหลุดปากพูดประโยคบ้าๆแบบนั้นออกไป


 

 แล้วคุณจะเอายังไงครับ จะเลิกกันเลยไหมล่ะครับ !?’


 

ผมยอมรับว่าที่ผมพูดกับเขาไปแบบนั้นเป็นเพราะผมน้อยใจเขาจึงเผลอพูดประชดเขาออกไป แต่ทุกครั้งที่เราทะเลาะกันต่อให้ร้ายแรงแค่ไหนเราก็ไม่เคยเลิกกันจริงๆเลยสักครั้ง


 

หลังจากที่ผมเผลอหลุดพูดออกไปแบบนั้น เมื่อได้สติผมก็รู้ว่าผมเป็นฝ่ายผิดเองที่ใส่อารมณ์กับเขามากเกินไป แต่ขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยปากขอโทษเขา เขาก็ตอบกลับมาเพียงสั้นๆ


 

 อืม


 

เขาว่าเพียงเท่านั้นแล้วเดินหายไปทันที ทิ้งให้ผมได้แต่ยืนนิ่งค้างด้วยความช็อกแล้วมองตามแผ่นหลังของเขาไปจนสุด ผมไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน เพราะหลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปเรียนที่อื่นโดยไม่บอกกับผมสักคำ และไม่เคยแม้แต่จะติดต่อกลับมาหาผมอีกเลย...


 

เขาคงจะเกลียดผมแล้วสินะ...









 

 





 

 

กลับมาที่ปัจจุบัน


 

ผมอ้าปากหาวหวอดๆเดินถือถุงขยะสีดำไปตามทางเพื่อจะเอามันไปทิ้งที่ท้ายซอย ขณะเดินอยู่นั้นพลันสายตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นคฤหาสน์สุดหรูที่มีขนาดใหญ่เว่อร์วังอลังการตามประสาคนมีอันจะกินที่ตั้งตระหง่านอยู่ห่างจากบ้านของผมไปเพียงไม่กี่หลัง


 

เมื่อเห็นคฤหาสน์หลังนี้พลันหัวคิ้วของผมก็เผลอขมวดคิ้วยุ่งเป็นปมแน่นเพราะจู่ๆก็มีใบหน้าของใครบางคนที่ผมไม่อยากจะนึกถึงลอยเข้ามาในหัวจนผมต้องสะบัดหัวตัวเองแรงๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นออกไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย


 

ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมผมยังต้องไปนึกถึงไอ้คนเฮงซวยพรรค์นั้นด้วยเนี่ย!


 

คิดแล้วก็แค้นจนมือเผลอกำถุงดำในมือแน่นจนเกือบขาด แต่เมื่อละสายตาออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นแล้วกำลังจะเดินไปทิ้งขยะ ผมก็ต้องเบิกตากว้างทันทีด้วยความตกใจราวกับเห็นผียังไงยังงั้น!


 

เพราะผู้ชายที่ผมเผลอคิดถึงเขาเมื่อครู่ ผู้ชายที่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เจอกันอีกจู่ๆก็มายืนอยู่ตรงหน้าของผม จนผมเผลออุทานเรียกชื่อของเขาออกมาเสียงเบา


 

 “อ...อาคาชิคุง...”


เมื่อได้ยินเสียงผมเรียก เขาที่กำลังหันหลังให้ผมอยู่ก็ค่อยๆหันมองมาทางผม และเมื่อเห็นว่าเป็นผมเขาก็ตกใจเล็กน้อย แล้วเอ่ยเรียกชื่อของผมออกมาเช่นกัน


 

 “เท็ตสึยะ..”


 

ตอนที่ถูกเขาเรียกชื่อผมรู้สึกเหมือนกับถูกค้อนปอนด์หนักๆทุบเขาที่หัวอย่างแรง สมองขาวโพลนไปหมด พอเขาเห็นผมยืนนิ่งเขาก็ทำท่าจะก้าวมาหาผม นั่นทำให้ผมเผลอวิ่งหนีเขากลับมาที่บ้านของตัวเองทันที


 

เพราะนอกจากอาการตกใจแล้ว ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวของผมนับไม่ถ้วนเกินกว่าที่ผมจะรับไหว พร้อมกับอาการเหล่านั้นที่ผมไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้อีกหลังจากที่เขาหายไป...


 

มันเป็นอาการใจเต้นแปลกๆทุกครั้งที่ผมได้อยู่ใกล้กับเขา!


 

 [ End Kuroko Part ]










 

 

 “เป็นอะไรไปเท็ตสึยะ ทำไมทำหน้าตาตื่นเหมือนกับไปเห็นผีมาแบบนั้น ?” แม่ของคุโรโกะที่กำลังกวาดบ้านเมื่อเห็นลูกชายของตนวิ่งกลับมาบ้านด้วยท่าทางร้อนรนและมีสีหน้าตื่นๆก็อดถามขึ้นมาด้วยความสงสัยไม่ได้


 

 “ป..เปล่าครับ ไม่มีอะไร”


 

ติ๊งต่อง~          

     

 “ค่า~ มาแล้วค่ะ” เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นทำให้แม่ของคุโรโกะขานรับเสียงใสแล้วรีบเดินไปเปิดประตู คุโรโกะไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงจะเป็นหนังสือพิมพ์มาส่งเหมือนทุกวัน จึงทำท่าจะเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง แต่ขณะที่กำลังจะก้าวไปนั้นเสียงของแม่ที่เอ่ยเรียกชื่อของอีกคนก็ทำให้คุโรโกะชะงักแล้วหันไปมองที่หน้าประตูด้วยความตกใจทันที


 

 “อ้าว ? อาคาชิคุงไม่ใช่หรอจ๊ะเนี่ย...ตายแล้ว! ไม่เจอตั้งนานโตขึ้นเป็นกองเลยนะ แล้วนี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ ทำไมเท็ตสึยะไม่เห็นบอกอะไรแม่เลยล่ะ ?” แม่ของคุโรโกะว่าพลางเหลือบมองลูกชายของตัวเองที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าของอาคาชิด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอีกครั้ง


 

 “ผมเพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้เองครับ แล้วก็ตอนกำลังจะเดินเข้าบ้านก็เจอเท็ตสึยะแล้วเขาก็ลืมนี่เอาไว้ตรงหน้าบ้านผม ผมก็เลยเอามาคืนครับ”


 

อาคาชิว่ายิ้มๆพลางหยิบถุงขยะที่คุโรโกะเผลอลืมทิ้งไว้ส่งให้กับแม่ของ        คุโรโกะ นั่นทำให้แม่ของคุโรโกะรู้สึกหน้าตึงไปทั้งแถบ พลางหันไปมองหน้าคุโรโกะด้วยสายตาคาดโทษนิดๆ แล้วหันกลับไปยิ้มแห้งๆให้กับอาคาชิ


 

 “แย่จริงๆเลยลูกคนนี้ ขอบคุณอาคาชิคุงมากๆเลยนะจ๊ะ”


 

“ครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมต้องรีบไปซื้อของที่ซูเปอร์แล้วถ้ายังไงก็ขอตัวก่อนนะครับ”


 

 “เดี๋ยวก่อนจ้ะอาคาชิคุง!” เสียงแม่ของคุโรโกะดังขึ้น ทำให้อาคาชิที่โค้งลาแล้วกำลังจะเดินออกจากบ้านของคุโรโกะชะงัก แม่ของคุโรโกะจึงเอ่ยขึ้น “อาคาชิคุงไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งหลายปี แถวนี้อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เดี๋ยวแม่ให้เท็ตสึยะไปส่งดีกว่านะจ๊ะ”


 

 “แม่ครับ!” คุโรโกะที่ยืนเงียบไปอยู่นานเมื่อได้ยินดังนั้นก็ร้องท้วงขึ้นมาเสียงดัง อาคาชิเหลือบมองหน้าคุโรโกะน้อยๆพลางหันไปยิ้มให้แม่คุโรโกะแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา


 

 “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าเท็ตสึยะไม่อยากไปส่งผมไปเองก็ได้ครับ”


 

 “ใครว่าล่ะจ๊ะ! เท็ตสึยะอยากไปส่งอาคาชิคุงจะตาย ใช่ไหมจ๊ะลูก ?” แม่ของคุโรโกะยิ้มให้กับอาคาชิก่อนจะหันมาส่งยิ้มเย็นให้กับคุโรโกะ จนร่างบางนั้นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ พอจะเอ่ยเถียงก็ถูกสายตาดุๆของแม่จ้องมาทำให้เขาจำต้องพยักหน้ารับอย่างจนใจ


 

ก็แค่พาเดินไปซื้อของเฉยๆคงไม่เป็นไรหรอก...มั้ง









 

 

 

คุโรโกะเดินนำอาคาชิไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตเงียบๆ ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรกันเลย จนกระทั่งถึงซูเปอร์มาร์เก็ตคุโรโกะก็ให้อาคาชิเข้าไปเดินเลือกซื้อของเองตามลำพัง ส่วนเขาก็นั่งรออีกคนอยู่ตรงม้านั่งด้านหน้าพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ


 

รอเพียงไม่กี่อึดใจอาคาชิก็เดินออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต คุโรโกะแอบเหลือบมองอาคาชิด้วยความแปลกใจเล็กน้อยเพราะว่าอีกคนไม่ได้ถือถุงอะไรออกมาเลยแต่ก็ไม่คิดจะถามเพราะรู้สึกว่าอีกคนจะซื้อหรือไม่ซื้ออะไรมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาอยู่แล้ว


 

คุโรโกะลุกขึ้นพลางจะเดินนำอาคาชิกลับบ้าน แต่ทว่า...


 

 “ร้านกาแฟที่เราชอบไปนั่งกินกันตอนม.ต้นยังเปิดอยู่รึเปล่า ?” จู่ๆอาคาชิก็เอ่ยถามขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คุโรโกะเผลอชะงักไปเล็กน้อย


 

จะมาไม้ไหนของเขาอีกล่ะเนี่ย...


 

 “รู้สึกว่าจะเปิดอยู่นะครับ”


 

 “นายช่วยพาฉันไปหน่อยสิ”










 

 

 

คุโรโกะพาอาคาชิเดินมาที่ร้านกาแฟ แต่พอมาถึงคุโรโกะก็ยืนนิ่งอยู่หน้าร้านทำให้อาคาชิที่กำลังจะเดินเข้าไปด้านในชะงักแล้วหันมาพูดกับคุโรโกะ


 

 “เข้ามาสิ”


 

 “เอ่อ...ผมว่าผมไม่...”


 

หมับ!


 

อาคาชิเดินไปคว้ามือคุโรโกะแล้วดึงอีกคนเข้าไปในร้านด้วยกัน ทำให้คุโรโกะนั้นเบิกตากว้างขึ้นมาน้อยๆด้วยความตกใจ ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรก็ถูกอาคาชิลากให้มานั่งที่โต๊ะแล้ว ส่วนอาคาชินั้นก็ลุกขึ้นไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์


 

คุโรโกะเบนสายตามองไปรอบๆร้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


 

เลวร้ายสุดๆ ทำไมเขาถึงจะต้องมานั่งในร้านกาแฟที่เขากับอาคาชิชอบมากินด้วยกันบ่อยๆสมัยตอนที่ยังคบกันอยู่ด้วยล่ะเนี่ย...นอกจากนี้การตกแต่งภายในร้านก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย แถมโต๊ะที่เขานั่งอยู่ตอนนี้ก็ยังเป็นโต๊ะประจำของเขาสองคนเมื่อสมัยก่อนอีก


 

และมันก็จะยิ่งเลวร้ายมากกว่านี้ถ้าอาคาชิเดินมาพร้อมกับถือแก้ววานิลลาเชคแล้วก็แก้วเอสเปรสโซ่เย็นในมือ เพราะนั่นจะแสดงให้เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อตอนนั้นเลย...


 

เว้นก็แต่สถานะระหว่างเขาสองคนในตอนนี้ก็เท่านั้น....


 

 “นี่ของนาย” อาคาชิที่สั่งเครื่องดื่มเสร็จเดินมาที่โต๊ะพลางวางหลอดแล้วก็แก้ววานิลลาเชคให้กับคุโรโกะ คุโรโกะเหลือบมองดูเครื่องดื่มในมือของอาคาชิแล้วลอบถอนหายใจออกมาน้อยๆทันที


 

เอสเปรสโซ่เย็นจริงๆด้วย....


 

 “โทษทีนะที่ไม่ได้ถามก่อนว่านายอยากดื่มอะไร ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนนายชอบวานิลลาเชคก็เลยสั่งมาให้”


 

 “ไม่เป็นไรหรอกครับ ตอนนี้ผมก็ยังชอบดื่มวานิลลาเชคอยู่ครับ”


 

 “ดีจังเลยนะ ที่นายยังชอบอะไรเหมือนเดิมอยู่” อาคาชิมองหน้าคุโรโกะด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาแล้วเอ่ยขึ้น ทำให้คุโรโกะที่กำลังแกะพลาสติกที่หุ้มหลอดอยู่นั้นชะงัก พลางเม้มริมฝีปากของตัวเองน้อยๆเพราะเผลอรู้สึกแปลกๆกับคำพูดที่แฝงนัยยะอะไรบางอย่างของอีกคน ก่อนจะพยายามเอ่ยตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด


 

 “แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนเดิมไปหมดทุกอย่างหรอกนะครับ”


 

 “งั้นหรอ...”


 

 “...”


 

 “...หวังว่าฉันคงจะไม่เป็นหนึ่งในนั้นนะ”


 

 “...!


 

 “....” คำพูดและสายตาของอาคาชิที่มองมาทำให้คุโรโกะเผลอเบนสายตามองออกไปยังกระจกนอกร้านทันทีเพื่อหลบสายตาของอีกคน แต่พอมองออกไปนอกร้านก็ต้องชะงักเมื่อเงาที่สะท้อนกลับมานั้นคือใบหน้าตื่นตระหนกของเขาที่กำลังมองไปที่กระจกนั่นและใบหน้าของอาคาชิที่ยังคงจ้องมาที่เขาอยู่ไม่วางตา...


 

 “นายสบายดีนะ” อาคาชิเปลี่ยนเรื่องคุย คุโรโกะสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติของตัวเอง พลางหันกลับไปเอ่ยตอบอาคาชิด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบๆอีกครั้ง


 

 “ก็เรื่อยๆครับ แล้วคุณล่ะครับ ?”


 

คุโรโกะเอ่ยถามกลับไปตามมารยาท เมื่อเขาลองสังเกตอีกคนดูดีๆแล้วก็พบว่าอาคาชิดูไม่แตกต่างไปจากเมื่อสามปีก่อนเท่าไหร่นัก ที่เปลี่ยนไปก็รู้สึกว่าจะเป็นแค่ทรงผมที่ตัดสั้นขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น


 

 “ถ้าพูดถึงกายก็สบายดี แต่ว่าจิตใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่”


 

 “งั้นหรอครับ”


 

 “...ดูนายไม่ค่อยอยากจะคุยกับฉันเท่าไหร่นะ” อาคาชิเห็นท่าทางเย็นชาของอีกคนก็ว่าขึ้นพลางใช้หลอดคนน้ำในแก้วแล้วยิ้มขืนๆให้กับตัวเอง คุโรโกะเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาน้อยๆ เขาเลิกทำสีหน้าไร้อารมณ์แล้วพูดกับอาคาชิออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน


 

การที่ต้องแสร้งทำเหมือนกับไม่มีอะไรทั้งๆที่มี เป็นอะไรที่เขารู้สึกว่าน่าลำบากใจที่สุดก็ว่าได้


 

แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเขาที่อยู่ในสถานะแฟนเก่าในตอนนี้ควรจะคุยอะไรกับอีกคนบ้าง หรือแม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาควรจะต้องทำตัวยังไงดี..


 

 “แล้วคุณคิดว่าผมควรจะคุยเรื่องอะไรกับคุณดีล่ะครับ ?”


 

 “ก็อย่างเช่น ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมานายถึงติดต่อฉันไม่ได้เลย ทำไมฉันไม่เคยกลับมาที่นี่ หรือไม่ก็...”


 

 “...”


 

 “...ทำไมวันนั้นตอนที่นายบอกเลิกฉัน ฉันถึงไม่คิดจะรั้งนายไว้”


 

 “....!!!!!


 

 “...”


 

 “ผมไม่อยากรู้ครับ” คุโรโกะเอ่ยตอบกลับไปแทบจะทันทีแล้วเม้มริมฝีปากของตัวเองเอาไว้แน่น


 

ถึงทั้งหมดที่อีกคนว่ามาจะเป็นเรื่องที่เขาอยากรู้มาตลอดก็จริงแต่ตอนนี้เขาก็กลัวเหลือเกินว่าถ้ารู้ความจริงแล้วมันจะทำเขาผิดหวังแล้วก็เสียใจแบบตอนนั้นอีกครั้ง


 

อาคาชิมองอีกคนด้วยสายตาจริงจังพลางเอื้อมมือไปจับมือของคุโรโกะที่กำลังสั่นอยู่มากุมเอาไว้แน่น...


 

 “แต่ที่ฉันกลับมาวันนี้ ฉันมาเพื่ออธิบายเรื่องทั้งหมดกับนาย ถึงนายจะไม่อยากรู้ก็ช่วยอดทนฟังที่ฉันพูดหน่อยนะ...เพราะว่าเย็นนี้ฉันก็ต้องกลับไปแล้ว...” คำพูดของอาคาชิทำให้คุโรโกะรู้สึกเหมือนกับหัวใจของตัวเองกระตุกวูบ เขาอดที่จะเงยหน้าขึ้นมามองอีกคนด้วยความรู้สึกใจหายไม่ได้ 


 

อุตส่าห์ได้เจอกันอีกครั้ง นี่เขาก็จะไปอีกแล้วหรอ...


 

เมื่อเห็นคุโรโกะไม่ว่าอะไรอาคาชิจึงเริ่มพูดทันที


 

 “ก่อนหน้านั้นฉันถูกที่บ้านบังคับให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ฉันปฏิเสธไม่ได้นั่นเลยทำให้ฉันกังวลมาก ไม่รู้ว่าควรจะบอกกับนายยังไงดี แล้วหลังจากนั้น วันจบพิธีการศึกษาเราก็ทะเลาะกันแรงมาก จนนายถามฉันออกมาว่าเราจะเลิกกันเลยไหม”


 

 “...”


 

 “แล้วฉันก็เลือกที่จะเลิกกับนาย เพราะฉันคิดว่าสุดท้ายต่อให้ฉันรั้งนายเอาไว้ฉันก็ต้องไปอยู่ที่อื่นแล้วปล่อยให้นายรออยู่ที่นี่อยู่ดี มันคงจะดีกว่าถ้านายอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องมาคอยคิดถึงเรื่องของฉัน”


 

 “....”


 

 “พอกลับมาจากโรงเรียนวันนั้นที่บ้านก็จัดการเรื่องทั้งหมดแล้วให้ฉันไปอยู่ที่อังกฤษทันทีโดยที่ฉันไม่มีโอกาสได้บอกลาใครทั้งนั้น และถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็จะไม่อนุญาตให้ฉันกลับมาที่นี่ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นฉันก็เลยแอบเก็บเงินค่าเครื่องบินแล้วก็บินกลับมาที่นี่ด้วยเงินของตัวเองเพื่อที่จะมาอธิบายเรื่องทุกอย่างกับนาย”


 

 “...”


 

 “แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายๆนะ เพราะกว่าฉันจะแอบเก็บเงินค่าเครื่องบินไปกลับจากอังกฤษมาญี่ปุ่นได้ก็ใช้เวลาตั้งสามปีแน่ะ แถมได้นั่งคุยกับนายแค่แปปเดียว เดี๋ยวก็ต้องรีบกลับไปแล้ว...”


 

 “...”


 

 “ถึงจะแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตามแต่ฉันก็ดีใจนะที่ได้มาเจอนายอีกครั้ง รู้สึกว่าที่อุตส่าห์เก็บเงินมาทั้งหมดนี่ไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ” อาคาชิว่าแล้วยิ้มให้กับคุโรโกะ    คุโรโกะที่ได้รับฟังเรื่องราวทุกอย่างจากปากของอาคาชิแล้วได้แต่ก้มหน้านั่งเงียบ


 

เขาไม่ได้ถูกอาคาชิเกลียด...


 

ที่ผ่านมาทั้งหมดคือเขาเข้าใจผิดไปเอง...


 

คุโรโกะบีบมือทั้งสองข้างของตัวเองแน่นพลางกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบอีกคนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ...


 

 “ผมก็ดีใจที่ได้เจอคุณอีกครั้งเหมือนกันครับ..อาคาชิคุง”


 

แต่ถ้าเขาบอกผมตั้งแต่ตอนนั้น ผมคิดว่าเราสองคนก็คงไม่ต้องมาลงเอยแบบนี้...








 

 

 

หลังจากเดินออกมาจากร้านกาแฟแล้ว อาคาชิก็ขอให้คุโรโกะพาเขาไปที่ร้านขายโปสการ์ด เขาบอกว่าจะเขียนส่งไปให้เพื่อนที่อังกฤษ คุโรโกะก็เลยพาอาคาชิไปที่ร้านขายโปสการ์ดที่ตั้งอยู่ห่างจากร้านกาแฟที่เขาไปดื่มกันเล็กน้อย


 

คุโรโกะมองดูพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งอยู่ในร้านโดยที่อาคาชิก็เดินไปหยิบโปสการ์ดมาสามสี่ใบ ก่อนจะส่งให้คุโรโกะใบนึง คุโรโกะมองโปสการ์ดนั่นพลางเงยหน้ามองอีกคนงงๆ


 

 “อะไรครับ ?”


 

 “โปสการ์ดไง ฉันซื้อมาให้ เผื่อนายอยากจะเขียนให้ใคร”


 

 “ผมไม่รู้จะเขียนให้ใครหรอกครับ”


 

 “ถ้าไม่รู้จะเขียนให้ใครนายจะเขียนให้ฉันก็ได้นะ นี่ที่อยู่ของฉัน” อาคาชิว่าพลางหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนที่อยู่ของเขาที่อังกฤษยัดใส่มือให้คุโรโกะ ก่อนที่อาคาชิจะเดินไปเขียนโปสการ์ดให้กับเพื่อนของเขาอีกมุมหนึ่งของร้าน


 

คุโรโกะมองโปสการ์ดในมือสลับกับมองใบหน้าด้านข้างของอาคาชิเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปหยิบปากกาแล้วเขียนที่อยู่ตามที่อาคาชิให้มาแล้วเขียนข้อความลงไปด้านหลังนั่นด้วยประโยคสั้นๆ ก่อนจะรีบติดแสตมป์แล้วเอาไปส่งทันที อาคาชิที่เขียนโปสการ์ดเสร็จแล้วมองคุโรโกะที่มีท่าทางรีบร้อนเหมือนกับกลัวว่าจะถูกเขาจับได้ว่าเขียนอะไรลงไป จึงแกล้งเอ่ยถามอีกคนยิ้มๆ


 

 “นายเขียนอะไรลงไปน่ะ ?”


 

 “เดี๋ยวกลับไปถึงคุณก็รู้เองแหละครับ” คุโรโกะตอบ อาคาชิจึงหัวเราะออกมาน้อยๆพลางเดินไปติดแสตมป์แล้วส่งโปสการ์ดพวกนั้น คุโรโกะมองตามแผ่นหลังของอาคาชิแล้วนึกถึงข้อความในโปสการ์ดที่เขาเขียนให้กับอีกคน...


 

.


 

.


 

 เรากลับมาคบกันได้ไหมครับ ?









 

 

 

หลังจากนั้นอาคาชิก็ให้คุโรโกะพาเขาไปเดินเล่นตามที่ต่างๆจนกระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องกลับ คุโรโกะจึงเดินไปส่งอาคาชิที่หน้าบ้าน ซึ่งตอนนี้ก็มีรถมารอรับเขาไปส่งที่สนามบินแล้ว


 

 “ฉันไปแล้วนะ...” อาคาชิว่า คุโรโกะมองหน้าอาคาชิ เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับอีกคน แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่เม้มริมฝีปากของตัวเองแล้วพยักหน้ารับให้กับอีกคนน้อยๆ


 

 “เดินทางดีๆนะครับ...”


 

อาคาชิมองดูท่าทางของอีกคนแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปดึงตัวอีกคนเข้ามาแล้วประกบริมฝีปากจูบลงบนริมฝีปากของอีกคนทันที คุโรโกะจูบตอบรับสัมผัสของอาคาชิโดยไม่ขัดขืน เพราะนี่เป็นสัมผัสที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี ทั้งสองจูบกันอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งอาคาชิค่อยๆละริมฝีปากออกไป แล้วเอ่ยกับ   คุโรโกะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน…


 

 “แล้วเจอกันนะ...”


 

อาคาชิมองหน้าคุโรโกะแล้วใช้มือลูบแก้มนิ่มของอีกคนเบาๆก่อนจะก้าวขาขึ้นรถไป เมื่อรถแล่นออกไปได้ไกลแล้วพลันน้ำตาที่คุโรโกะกลั้นเอาไว้ตั้งแต่ที่ได้พบกับอาคาชิเมื่อตอนเช้าก็ไหลออกมาทันทีไม่ขาดสาย


 

แล้วเจอกันครับ...










 

 

 

หลายวันผ่านไป


 

ระหว่างทางกลับบ้านคุโรโกะเผลอเดินใจลอยตลอดทาง พอนับวันดูก็นึกขึ้นได้ว่าป่านนี้โปสการ์ดที่เขาเขียนให้อาคาชิคงส่งไปถึงมือของอีกคนแล้ว...


 

ถ้าเขาเห็นข้อความนั่นแล้วเขาจะตอบกลับมาว่ายังไงนะ...


 

 “กลับมาแล้วครับ”


 

 “ยินดีต้อนรับกลับจ้ะ...จริงสิ เมื่อตอนกลางวันมีของส่งมาถึงลูกด้วย แม่เอาไปวางไว้ให้บนโต๊ะในห้องแล้วนะ”


 

คุโรโกะได้ยินดังนั้นขมวดคิ้วยุ่งอย่างสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นห้องไปดูของที่แม่ว่าก็พบว่าบนโต๊ะมีเพียงโปสการ์ดวางอยู่บนนั้นหนึ่งใบ


 

คุโรโกะรีบเดินไปหยิบโปสการ์ดขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นโปสการ์ดที่อาคาชิส่งมาให้ พอดูวันที่ส่งก็พบว่าเป็นวันเดียวกันกับวันที่เขาสองคนออกไปข้างนอกด้วยกัน    คุโรโกะที่เห็นดังนั้นเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้หัวใจของตัวเองกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะรีบพลิกอ่านข้อความด้านหลังทันที


 

และเมื่อเห็นข้อความนั้นมันก็ทำให้เขายิ้มแล้วหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เพราะว่าข้อความที่อาคาชิเขียนใส่โปสการ์ดส่งมาให้เขานั้น มันเหมือนกับข้อความที่เขาเขียนให้กับอีกคนไม่มีผิด


 

.


 

.


 

  เรากลับมาคบกันได้ไหม ?


 

 

THE END



 






TalkTalk
ตอนแรกบอกจะมาลงวันที่ 6 แต่วันนี้มีกิจกรรม
แล้วหลังจากนั้นไรท์ก็ต้องไปงานบาสและเปิดเทอมแล้วเลยขออนุญาตลงวันนี้ทีเดียวไปเลยนะคะ

ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดแต่งพวกเรื่องสั้นเท่าไหร่เพราะไม่รู้ว่าจะแต่งยังไงให้อิน
กับการที่ทำให้คนเขารักกันภายในสิบหน้ากระดาษ ถ้าตรงไหนมันแหม่งๆต้องขออภัยด้วยนะคะ Orz


อ่านจบแล้วเม้นติชมหรือจะเม้าท์มอยกับไรท์ก็ได้นะคะ >___<




edit เพิ่ม ว่าด้วยเรื่องเอสเปรสโซ่เย็นในคห.ที่ 12-13 ค่ะ

สรุปคือมันเป็นความเข้าใจผิดที่มีแค่ที่ไทยนะคะ
ส่วนตัวคือเคยสั่งให้คุณพ่อทานเลยใส่เข้าไปเลยไม่ได้เสิร์ชดูก่อนว่าประเทศอื่นเขาไม่มี ต้องขออภัยจริงๆค่ะ 5555

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Punk Bunny จากทั้งหมด 35 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

21 ความคิดเห็น

  1. #21 TKP.123. (@T19032546T) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:47

    เราชอบเรื่องนี้มากเลย ถึงจะเป็นเรื่องสั้นเเต่อ่านเเล้วอมยิ้มทั้งเรื่องเลย อบอุ่นมาก ฮืออ
    #21
    0
  2. #20 Dracie
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 21:54
    ไรต์คะเล่มละกี่บาทคะ
    #20
    0
  3. #19 017841014 (@017841014) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 22:51
    น่ารักกรุบกริบ=///=
    #19
    0
  4. #18 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 21:56
    ประโยคเดียวกันเป๊ะๆ5555
    #18
    0
  5. วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 16:34
    ชอบเรื่องนี้จัง อ่านแล้วละมุนนน
    #17
    0
  6. #16 Kirin~คิริน (@kirin15) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 01:43
    น่ารักมากๆเลยยย
    #16
    0
  7. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 23:06
    OMG เขินเเรงส์!!! >\\\<
    #15
    0
  8. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 16:51
    มันไม่แหม่งหรอกไรท์.. แต่มันซึ้งงงงและค้าง..#มโนต่อแป๊บ55555
    #14
    0
  9. #13 Fon
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 15:03
    ชอบมากกกกกกก แฟนเก่าต่อให้จากกันยังไงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นก็ยังอยู่

    ชอบๆๆ



    ปล. ไรท์คะมันไม่มีเอสเพรสโซ่เย็นนะคะ
    #13
    2
    • 4 สิงหาคม 2559 / 16:28
      ขอโทษจริงๆค่ะ ไรท์เพิ่งลองเสิร์ชข้อมูลดูแล้วมันมีแค่ที่ไทยที่เรียกแบบนี้น่ะค่ะ
      พอดีตอนสั่งกาแฟให้พ่อไรท์ก็ติดเรียกแบบนี้เลยเอามาใส่เลย ไม่ทันได้ลองหาก่อน ขออภัยจริงๆค่ะ 5555
      #13-1
    • #13-2 Fon
      6 สิงหาคม 2559 / 20:45
      ไม่เป็นไรค่ะ แค่บอกไว้เผื่ออยากแก้เฉยๆ :)
      #13-2
  10. #12 Fon
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 15:03
    ชอบมากกกกกกก แฟนเก่าต่อให้จากกันยังไงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นก็ยังอยู่

    ชอบๆๆ



    ปล. ไรท์คะมันไม่มีเอสเพรสโซ่เย็นนะคะ
    #12
    0
  11. #11 Krisyeol only (@mininthalangsy1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 10:43
    ซื้งงมากก
    ฮื้ออออยากจิครายย
    ละมุนละไมอะไรยังงี้TvT
    Akakuro บันไช!!!
    #11
    0
  12. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 08:46
    โอ๊ยยย น่าร๊ากกกก
    #10
    0
  13. #9 fumino-AK (@fumino-AK) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 06:06
    ฟินค้าาาา
    #9
    0
  14. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 00:05
    ใจ ตรง กัน ><
    #8
    0
  15. #7 ♚Loli Moe♚ (@nan-natcha3) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 22:26
    ฮรือ ละมุนมากค่ะ น้ำตาไหลด้วย สนุกมาก
    #7
    0
  16. #6 แป้ง
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 21:36
    รอหนังสือไม่ไหวขอแอบอ่านก่อนละกัน เดี๋ยวค่อยไปเก็บในหนังสือต่อ
    #6
    0
  17. #5 MooToRi (@Momotaro090) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 21:28
    มีความฟินนน~ >||||<
    #5
    0
  18. #4 May'Touch (@Lemonadeza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 21:09
    แอร๊ ฟินมากๆเลยค่ะ นั่งกรี๊ดทั้งเรื่อง><
    #4
    0
  19. วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 19:26
    รอค่ะYoY ฉีกหนังสือหน้าหลังทิ้ง ตอนจบจะไม่เหมือนเดิม(?)
    #3
    0
  20. วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 19:11
    รอออออออ
    #2
    0
  21. #1 MooToRi (@Momotaro090) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 18:12
    รอค่าา~
    #1
    0