ลำนำรักเมฆาคลั่ง

ตอนที่ 2 : ปฐมบทแห่งลำนำเมฆา--ดราม่าระดับเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ต.ค. 60

ปฐมบทแห่งลำนำเมฆา

 

 

 

มนุษย์มีความรักจึงมีความสุขและมีความทุกข์...

ฉันเคยสงสัยว่าตัวเองเป็นตัวอะไรกันแน่ อาจเพราะไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวฉันถึงไม่รู้จักการแสดงความรักต่อผู้อื่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร มันอาจจะดูขัดแย้งนะถ้าฉันจะบอกว่ากับเรื่องน้ำใจนั้นฉันก็ไม่ได้แห้งแล้งมากนัก ฉันพยายามแบ่งปัน ฉันพยายามใช้ชีวิตในแต่ละวันไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ที่จะเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

ฉันพยายามที่จะมีคู่รัก

ฉันพยายามที่จะมีเพื่อน

ฉันพยายามที่จะมีความแค้น

สุดท้ายแล้วพอจบชีวิตลงไปจริงๆ กลับมาคิดได้ในนาทีสุดท้ายว่าที่ทำมาทั้งหมดมันสูญเปล่า ฉันไม่มีความรัก ไม่มีเพื่อน ไม่มีความแค้น ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความสุข ตัวฉัน... ในท้ายที่สุดแล้วไม่มีอะไรเลย

ไม่มีอะไรเลย... เหมือนสถานที่อ้างว้างแห่งนี้ ไม่รู้ว่าฉันล่องลอยอยู่นานแค่ไหนแล้ว นี่อาจเป็นการเดินทางที่ยาวนานครั้งหนึ่ง เป็นการเดินทางจากชาติภพนี้ไปชาติภพหน้ามันอาจจะเป็นการเดินทางที่ยาวนานและเหน็ดเหนื่อยเสียจนทำให้เราหลงลืมตัวตนเดิมของตัวเองไปจนหมดสิ้น

เสี่ยวอวิ๋น เจอจนเจ้าได้เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของฉัน แถวนี้มีวิญญาณดวงอื่นด้วยหรือ? เจ้านั่นพูดกับใครกัน นึกว่าจะได้อยู่อย่างสงบๆตลอดการเดินทางเสียหน่อย

“เสี่ยวอวิ๋น เจ้าอย่าเย็นชากับข้านักเลย”จะพร่ำพลอดงอนง้อกันก็ไปไกลๆ ไม่ได้หรือ การเดินทางของฉันต้องไปพร้อมกับเจ้าพวกน่ารำคาญนี่งั้นรึ?

“เสี่ยวอวิ๋น เจ้ายังโกรธข้าอยู่งั้นรึ?”ฉันกรอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่าย ใครชื่อเสี่ยวอวิ๋นได้โปรดยอมเจ้าตัวน่ารำคาญนี่ทีเถอะ ถือว่าข้าขอร้องก็ได้

“เสี่ยวอวิ๋นถ้าเจ้ายังไม่ตอบ ข้าจะเล่นงานเจ้าจริงๆแล้วนะ” ได้โปรดเถอะ... ได้โปรดไปไกลๆข้าเถอะ...

เสียงเงียบไปแล้ว... หลิงหลับตาลงพลางคิดว่า ในที่สุดก็อยู่อย่างสงบๆเสียที

“เด็กดื้อ เจ้ามันดื้อไม่เคยเปลี่ยน ข้าว่าข้าคงใจดีกับเจ้าเกินไป”เสียงผู้ชายคนนั้นดังราวกระซิบอยู่ข้างๆหูข้าเข้ามาในโสตประสาท ราวกับความทรงจำบางส่วนของข้าถูกกะเทาะออก บางส่วนที่ข้าคิดว่าข้าลืมไปแล้ว ข้าเริ่มได้ยินคำพูดของคนบางคนเห็นภาพบางอย่างวินาทีนั้นข้ารู้ว่าสิ่งที่เริ่มไหลเข้ามาในจิตรับรู้ของข้าช้าๆ คือความทรงจำคือสิ่งที่ข้าหลงลืมมันมาโดยตลอด

สถานที่ในความทรงจำนั้น ข้าเห็นสวนต้นเฟิงที่มีใบเฟิงสีส้มร่วงหล่นลงมาช้าๆอยู่ทางด้านขวาที่อยู่ติดกันเป็นสวนเหมยแดงบานสะพรั่งงดงามท่ามกลางพายุหิมะ ข้าเห็นชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นจ้องมองข้า ดวงตาของคนผู้นั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายจนข้าจับทางไม่ถูก เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นอารมณ์มากมายขนาดนี้จากดวงตาคนผู้หนึ่ง ข้ารู้สึกได้ว่าเขาโกรธข้า ผิดหวังเพราะข้า แต่เพราะเหตุใด? ข้าไม่เข้าใจ ใบหน้าของคนผู้นั้นจัดว่าเป็นใบหน้าที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมสีเงินที่ดูงดงามยิ่งกว่าหิมะพวกนั้น หรือเสื้อผ้าสีขาวบางเบาราวชุดฤดูร้อนที่คนผู้นั้นสวมใส่แต่ก็เข้ากับเขาได้อย่างน่าประหลาดทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นคนผู้นั้นหากจะให้ข้าอธิบายแล้วล่ะก็คงเป็นคำว่าสมบูรณ์แบบ ข้าไม่อาจปฏิเสธได้ว่าภาพตรงหน้าช่างเป็นทัศนียภาพที่งดงามเกินจินตนาการของข้าจริงๆ ข้าเชื่อว่าหากเป็นสตรีผู้อื่นคงพร้อมวิ่งเข้าใส่เขาอย่างไร้ข้อกังขา คนเช่นนั้นเหตุใดจ้องข้าด้วยสายตาเช่นนั้น เหตุใดผิดหวังเพราะข้า เหตุใดเจ็บปวดเพราะข้า

“เสี่ยวอวิ๋น เจ้าทำผิดกฏ” คนผู้นั้นในที่สุดก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา สุ้มเสียงคล้ายตำหนิข้า ข้ารู้อยู่แล้วว่าเขาไม่พอใจข้า ถ้าได้ด่าข้าแล้วสบายใจก็ด่าข้ามาเถิด ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าจะรับฟังไว้ทั้งหมด แต่เดี๋ยวก่อน... เจ้าคนผู้นี้เรียกข้าว่าเสี่ยวอวิ๋นงั้นรึ? ข้าไม่ได้ชื่อฉีหลิงงั้นหรือ? เอ๋? หรือข้าอาจจะเคยชื่อเสี่ยวอวิ๋นมาก่อน ไม่รู้แล้วรอให้เจ้านั่นพูดออกมาก่อนก็แล้วกัน

“แค่ไม่รักเจ้าก็ผิดรึ?”เอ๊ะ! นั่นเสียงข้านี่? เอ๋? ตอนนั้นข้าหักอกเขารึ? มิน่าล่ะเจ้านี่ถึงได้ดูโกรธเคืองข้าถึงเพียงนั้น ข้าพยักหน้าติดตามเรื่องราวอยู่ในใจ

“ซีอวิ๋น ตงอวิ๋น สวรรค์สร้างเรามาคู่กัน เจ้าแต่งเป็นภรรยาข้าตามบัญชาสวรรค์ข้ารักเจ้า เหตุใดเจ้าไม่รักข้า”น้ำเสียงตัดพ้อออกมาจากริมฝีปากงดงามคู่นั้นทำให้ข้าอดทอดถอนใจออกมาเบาๆไม่ได้ เรื่องรักไม่รักเช่นนี้สวรรค์บังคับได้ที่ไหน เจ้านี่รู้จักแต่กฏสวรรค์ไม่รู้จักจิตใจผู้อื่นเอาเสียเลย

“ตงอวิ๋น เจ้าตรองดูดีๆเถิด เจ้ารักข้าหรือแค่รู้สึกว่าเจ้าเป็นเจ้าของข้า พอเจ้ารู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วจิตใจข้าไม่ได้เป็นของเจ้า เจ้าจึงรู้สึกเหมือนกับโดนทรยศหักหลังใช่หรือไม่? ตงอวิ๋นเอ๋ยเจ้ากับข้าต่างเป็นเซียนรุ่นบรรพกาล เราต่างถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกัน ตัวข้าไร้รักไร้อารมณ์ไร้ปราถนาเจ้าย่อมไม่ต่างจากข้า เราอย่าคุยเรื่องนี้กันอีกเลยเดี๋ยวเทพเซียนเด็กๆจะหัวเราะเอาได้ กลับตำหนักตะวันตกของเจ้าไปเสีย ไปตกปลาจับแมลงตามใจเจ้า ข้าก็จะกลับไปนอนกลางวันเสียหน่อย”ข้าหันหลังให้คนผู้นั้น เสกเมฆมงคลเตรียมกลับตำหนักตะวันออกของข้า แต่ก่อนที่ข้าจะได้ปีนขึ้นเมฆมงคลข้ากลับขยับตัวไม่ได้ ตงอวิ๋นสามีในนามของข้าจับข้าขังไว้ด้วยมนต์โลงน้ำแข็งพริบตาเดียวกันนั้นข้าเห็นมุมปากเจ้านั่นยกยิ้มอย่างชั่วร้ายเหลือเกินข้าทอดถอนใจออกมาอีกครา ทำไมช่วงนี้เรื่องน่ารำคาญมันเยอะเช่นนี้นะ

“เสี่ยวอวิ๋น ข้าจะทำให้เจ้ารู้จักรักให้เหมือนที่เจ้าทำให้ข้ารู้จักรัก ทำให้เจ้ามีหัวใจเหมือนที่ข้ามีหัวใจเพราะเจ้า ดีหรือไม่? เช่นนี้ไม่ว่าจะถือกำเนิดหรือดับสูญอีกกี่ครั้งกี่ชาติกี่ภพเราจะได้เกิดมาคู่กันอีก ไม่ดีหรือ?” แน่นอนว่าย่อมต้องไม่ดีแน่เห็นหน้าเจ้าข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าเตรียมเรื่องเดือดร้อนไว้รอข้าแน่ๆ ถึงจะคิดเช่นนั้นแต่ข้าย่อมไม่พูดออกไปเช่นนั้น ตัวข้าถือคติไม่ซ้ำเติมผู้อื่นเพราะเดี๋ยวผู้อื่นจะกลับมาเล่นงานข้า เหล่านี้ล้วนเป็นสัจธรรม

“ตงอวิ๋นเอ๋ย ลิขิตสวรรค์ไม่อาจฝ่าฝืน เห็นเจ้าเป็นเช่นนี้ข้าปวดใจนัก”แน่นอนว่าข้าต้องปวดใจ ปวดใจที่เจ้านั่นหาเรื่องมาให้ข้าตลอดตั้งแต่ถือกำเนิด สวรรค์ยังไม่มีตาบัญชาให้ข้าแต่งกับเขาอีก หรือข้าควรขัดบัญชาสวรรค์ตั้งแต่ตอนนั้นกันนะ ข้าเงยหน้ามองท้องฟ้าหวังให้มีคำตอบร่วงหล่นลงมาเร็วๆ

“เริ่มต้นได้ดีแล้วเสี่ยวอวิ๋น ปวดใจเพราะข้ารึ? รอให้เจ้ารักข้าแล้วเรากลับมาแต่งงานกันอีกรอบนะ”งานแต่งทำได้หลายรอบรึ? ดีสิคราวหน้าข้าจะขออะไรจากไท่ซ่างเหล่าจวินดีนะ ข้าควรคิดรายการของขวัญเสียตั้งแต่วันนี้ดีหรือไม่? หึหึ ข้าเดาว่าตอนนี้ใบหน้าข้าคงมีรอยยิ้มชั่วร้ายไม่ต่างจากตงอวิ๋นแน่ๆ ให้ตายเถอะ “ตอนนี้ยังไม่ได้นะเสี่ยวอวิ๋น รอให้เจ้ากลับมารักข้าก่อนแล้วเราค่อยจัดงานแต่งปล้นทรัพย์ตาแก่พวกนั้นกัน เจ้าอยากจัดกี่รอบข้าจะตามใจเจ้าดีหรือไม่?”

“อมิตพุทธ ตงอวิ๋นจิตใจเจ้าช่างชั่วร้ายยิ่งนัก ข้าว่าเจ้าปล่อยข้าแล้วไปฟังพุทธองค์เทศนากล่อมเกลาจิตใจดีหรือไม่? อีกข้ายังต้องไปเดินหมากกับแม่ทัพเสียนหู่อยู่นา อย่าให้ข้าไปสายเลย หลังจากนั้นข้ายังมีนัดหมายกับเจ้าหนูอู่เหอที่ประตูสวรรค์ทิศใต้ ไอ้หยา! ตงอวิ๋นข้ายุ่งจริงๆนา เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ”ตงอวิ๋นเดินเข้ามาเคาะหน้าผากข้าด้วยกำปั้น

“เจ้าชอบเข้าใจไปเองว่าเจ้าต้องเหนื่อยใจเพราะข้า หารู้ไม่ว่าข้าเหนื่อยใจเจ็บใจเพราะเจ้าไปตั้งเท่าไหร่ คราวนี้ข้าต้องทำให้เจ้ารักข้าให้ได้ เด็กโง่ยอมเสียดีๆเถอะ”ข้าพาลคิดในใจว่ายอมเจ้าทีไรข้าอยากตายแล้วเกิดใหม่ทุกทีเจ้ายังคิดว่าข้าอยากยอมเจ้างั้นรึ? หากนับจากบัญชีแค้นที่มีข้ามีต่อเจ้าลำดับความแค้นที่หนึ่งแสนสองพันสามสิบหก ศึกปราบจอมมารหวงชุนเหอ ณ ยอดเขาต้าหวงซานเจ้าก็พลักข้าออกไปรับหน้าคนเดียว นับเป็นความแค้นยิ่งใหญ่ที่ข้าไม่เคยลืม เจ้าคนสมควรตายผู้นี้ ถ้าข้าไม่เก่งกาจทั้งยังมีวาทะศิลป์เป็นเลิศหน้าตางดงามเป็นหนึ่งในหมู่เทพเซียนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเจ้าคิดว่าข้ายังจะรอดกลับมารึ

ระหว่างที่ข้าทบทวนบัญชีความแค้นตงอวิ๋นก็พาข้ามา ณ เส้นสุดขอบฟ้าเสียแล้ว ตาขวาของข้ามันเริ่มจะกระตุกถี่ๆ เจ้านั่นคงไม่ได้คิดจะผลักข้าลงไปที่แม่น้ำสายทางช้างเผือกเพื่อล้างแค้นข้าหรอกนะ ปลากลืนวิญญาณแถวนั้นมันหิวมาหลายหมื่นปีแล้วนา ถ้าตกลงไปถึงข้าจะว่ายน้ำเก่งกว่ามันข้าก็สู้ไม่ไหวหรอก ข้ากรอกตามองตงอวิ๋นที่เริ่มกระตุกยิ้มชั่วร้ายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ให้ตายเถอะ! เจ้าทำครั้งเดียวข้าก็กลัวเจ้าแล้ว ข้ารู้แล้วว่าข้าต้องเดือดร้อน ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเอาจริง ไม่ได้ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้อิทธิฤทธิ์ของข้าก็ไม่ได้มากน้อยไปกว่าเจ้านั่นสักเท่าไหร่ ข้าต้องขัดขืน

“เจ้ากินนี่ก่อน เยวี่ยเหล่าบอกว่ามันจะทำให้เจ้าเป็นมนุษย์มากขึ้น”พูดจบก็ยัดก้อนบางอยากใส่ปากข้า เจ้าคนที่ชอบคิดเองเออเองผู้นี้ อย่าให้ข้าหลุดไปได้ข้าจะสั่งสอนเจ้าคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่าข้ารวมสมาธิแผ่ใช้อิทธิฤทธิ์เสกไฟมาละลายโลงน้ำแข็งของตงอวิ๋นทว่ายังไม่ทันที่ข้าจำทำสำเร็จ เจ้าคนสมควรตายนั่นก็พลักข้าลงสู่โลกมนุษย์เสียแล้ว ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายตอนที่ข้ากำลังตกลงมาข้าเริ่มขยับได้นิดหน่อยศีรษะข้าเลยไปชนกับขอบบ่อจุตินอกจากจะความจำเสื่อมแล้วยังทำให้ช่วงเวลาผิดพลาดอีกต่างหากข้าไปเกิดเป็นฉีหลิงผู้แสนอาภัพอับโชค ยาที่เจ้านั่นยัดใส่ปากข้าก็สมกับเป็นยาจากเยวี่ยเหล่าจริงๆ ชะตาดอกท้อของข้าบานสะพรั่งจนแทบจะเป็นทุ่งดอกท้ออยู่แล้ว ให้ตายเถอะ...

“เสี่ยวอวิ๋นอย่าเสียเวลาอีกเลย เรามาเริ่มกันใหม่เถิด”เริ่มใหม่? เริ่มใหม่อีกแล้วรึ?

-----เจอกันตอนถัดไปจ้า---------


5 ความคิดเห็น