金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก (จบแล้วค่ะ)

ตอนที่ 37 : ตอนพิเศษ เรื่องน่ากังวลใจในฐานนะภรรยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62





ตอนพิเศษ

เรื่องน่ากังวลใจในฐานนะภรรยา



ณ จวนสกุลหม่า ยามนี้ฮูหยินหม่าและท่านแม่ของนางกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ที่ศาลานั่งเล่นในสวน ซึ่งยามนี้อากาศที่สวนแห่งนี้กำลังร่มรื่นเป็นที่สุด


ท้องของเจ้าล่วงเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว ระหว่างนี้จะเดินเหินหยิบจับสิ่งใดก็จะต้องระวังให้มากรู้หรือไม่ เมิงเซียนหลงเอ่ยเตือนลูกสาวของนางอย่างเป็นห่วง


ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ท่านวางใจเถิด อีกอย่างยามนี้ลูกจะเดินเหินไปไหนล้วนแล้วแต่มีคนคอยตามติดอยู่มากมายเช่นนี้ ย่อมไม่มีสิ่งใดน่าห่วงเจ้าค่ะ


นางเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ท่านแม่ของนางเป็นเชิงยืนยันเพื่อไม่ให้ท่านแม่ของนางต้องเป็นห่วงนางจนเกินไป อีกทั้งนางไม่ลืมที่จะพยักหน้าให้ท่านแม่นางหันไปมองรอบๆตัวว่าใกล้ๆที่ๆพวกนางอยู่นั่นมีคนคอยติดตามดูแลอยู่มากมายเพียงใด เท่าที่มองเห็นได้ชัดเจนเลยก็เป็นสาวใช้สี่คนที่มักจะคอยอยู่รับใช้นางอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว


ยิ่งมีคนมากเจ้ายิ่งต้องระวัง ตัวเจ้าเองที่จะระวังได้ดีที่สุด แม่รอหลานคนแรกอย่างใจจดใจจ่อแค่ไหนเจ้าน่าจะรู้ดีนะลูกแม่ นางยังไม่เลิกกำชับ


ท่านแม่แน่นอนว่าหลานคนแรกของท่านก็คือลูกคนแรกของข้า แล้วข้าจะไม่รักษาเอาไว้อย่างดีได้อย่างไรกันเจ้าคะ ดื่มชาเถอะเจ้าค่ะประเดี๋ยวจะเย็นชืดไปเสียหมด   เอ่ยจบ ก็รีบหยิบถ้วยชาให้มารดาเพื่อเป็นการตัดบท


สือฮูหยินรับถ้วยชาที่ลูกสาวส่งมาให้ ก่อนจะยกขึ้นมาจิบเล็กน้อย และวางลงที่โต๊ะตามเดิม  


เจ้าคงจะคิดว่าข้าเป็นยายแก่ขี้บ่นไปแล้วกระมัง คงไม่รู้กันหรอกว่าที่ต้องบ่นต้องสอนเช่นนี้ก็เพราะเป็นห่วงแทบทั้งสิ้น  นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งๆจะตัดพ้อเล็กน้อยอย่างทีเล่นทีจริง


สือเจินซีที่เห็นท่านแม่ของนางทำตัวราวกับเด็ก ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้


นางรู้ดีว่าท่านแม่ห่วงนางมากเพียงใด ยิ่งรู้อีกว่าเพราะจะแสดงทีท่าห่วงพี่ใหญ่ของนาง อวี้ฉางสือ มากไปก็ไม่ได้ ความห่วงทั้งหมดของท่านแม่จึงจำต้องตกมาอยู่กับนางเสียส่วนใหญ่


รอเจ้าคลอดหลานให้แม่ ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ทางอาสือจะมีหลานให้แม่บ้าง ทั้งๆที่อาสือกับเหม่ยเอ๋อร์ก็แต่งช้ากว่าพวกเจ้าไม่กี่เดือน นี่ก็แต่งกันมาปีกว่าแล้วทำไมยังไม่มีข่าวดีกันอีก


 จนแล้วจนรอดนางก็อดเก็บเรื่องที่เป็นกังวลใจเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป จึงได้เลือกที่จะเอ่ยออกมาให้ลูกสาวของนางฟัง


อีกอย่างจวนสกุลอวี้เงียบเหงามานานแม้จะมีเหม่ยเอ๋อร์ทำให้ในจวนดีขึ้นมากแล้ว แต่หากมีเด็กๆเข้ามาอีกจวนสกุลอวี้น่าจะกลับมามีชีวิตชีวาและความสุขรวมไปถึงความอบอุ่นอีกครั้ง


พี่ใหญ่กับเหม่ยเอ๋อร์ดูรักกันมาก แต่เพราะกิจการของพี่ใหญ่มีมากมายคงจะมีเรื่องให้ต้องจัดการอยู่เยอะ เห็นท่านพี่บอกข้าว่าบ้างครั้งพี่ใหญ่ก็ต้องเดินทางไปไกลบ้านเป็นเวลานานๆเป็นเดือนๆ นางพยายามหยิบยกเหตุผลต่างๆขึ้นมาเพื่อพูดให้มารดาสบายใจ


เฮ้อ หากเป็นเพราะยุ่งแค่นั้นข้าก็จะไม่ห่วงหรอก กลัวจะเป็นเพราะปัญหาอย่างอื่นอย่างเช่น เหม่ยเอ๋อร์มีลูกไม่ได้นี่ล่ะ


ท่านแม่ท่านคิดไกลไปแล้ว เจินซีรีบเอ่ยขัดมารดานางทันที


นั่นแหละที่แม่กลัวว่าจะเป็นเช่นนั้น หากเป็นจริงใครจะสืบทอดเชื้อสายสกุลสือกัน จะให้รับลูกบุญธรรมหรืออย่างไร ทำเช่นนั้นไม่ใช่ว่าผิดต่อสกุลอวี้หรือไง คงมีวิธีเดียวคือรับฮูหยินรองหรือไม่ก็รับอนุสักคนสองคนเข้าจวนแล้ว


เมื่อมารดานางเริ่มที่จะพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่แล้ว สุดท้ายสือเจินซีจึงรีบประคองท้องตัวเองก่อนจะลุกขึ้นจับมือท่านแม่ของนางออกเดินไปจากศาลานั่ง โดยให้เหตุผลว่านั่งนานไปนางชักจะเมื่อยตัวเสียแล้ว ต้องการให้มารดาประคองเดินชมสวนชมดอกไม้เสียบ้าง


 

ฮูหยินท่านยังคิดมากเรื่องที่ฮูหยินสือพูดใช่หรือไม่เจ้าค่ะ ชิงชิงเอ่ยถามเจ้านายของนางอย่างรู้สึกเป็นห่วงยิ่งนัก


ตั้งแต่ที่เดินทางกลับมาจากจวนสกุลหม่า คุณหนูของนางก็มักจะเหม่อลอยประหนึ่งกำลังคิดสิ่งใดในใจอยู่ผู้เดียว ซึ่งนางคิดว่าเรื่องที่ฮูหยินของนางคิดนั้นน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่พวกนางสองนายบ่าวบังเอิญไปได้ยินฮูหยินสือกับพี่สะใภ้ของฮูหยินคุยกันพอดี หลังจากได้ยินฮูหยินของนางก็รีบกลับจวนทันทีไม่ได้เข้าไปเยี่ยมพี่สะใภ้ของนางอย่างที่ได้ตั้งใจไว้


ไม่ข้าไม่ได้คิดสิ่งใด เพียงแค่รู้สึกเหนื่อยๆก็เท่านั้น เสี่ยวชิงเจ้าไปพักผ่อนเถอะข้าจะเข้านอนแล้ว นางเอ่ยปัดกับสาวใช้คนสนิทก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะหน้ากระจกที่เมื่อครู่นางนั่งให้เสี่ยวชิงสางผมให้อยู่ ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงนอนของนาง


นายท่านอวี้ยังไม่กลับมาเลย ฮูหยินให้บ่าวอยู่เป็นเพื่อนเถอะนะเจ้าคะ ชิงชิงยังคงอยากอยู่ต่อเพราะยามนี้นางเป็นห่วงฮูหยินของนางยิ่งนัก นางไม่อยากปล่อยให้คุณหนูของนางอยู่คนเดียว


เจ้าออกไปเถิด ข้าง่วงอยากนอนพักแล้ว นางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้น้ำเสียงของนางนั้นช่างเรียบเฉยยิ่งนัก


หม่าซูเหม่ยนอนลงบนเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมกายและหันหลังให้เสี่ยวชิงที่กำลังมองมาอยู่


ชิงชิงเองแม้จะไม่อยากออกไป แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่ฮูหยินของนางสั่งนั้น นางก็ขัดไม่ได้ จึงได้แต่เดินไปจัดการดึงม่านคลุมเตียงให้ฮูหยินของนาง ก่อนจะเป่าเทียนบนโต๊ะกลางห้องให้ดับลงเหลือเอาไว้เพียงแต่เทียนเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะข้างเตียงของฮูหยินนางเพียงเท่านั้น


 

ใกล้จะพ้นยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) เข้าไปแล้วกว่าที่อวี้ฉางสือจะเปิดประตูเข้ามาที่เรือนของภรรยา เนื่องจากเห็นว่าดึกแล้วเขาจึงเลือกที่จะไปอาบน้ำที่ห้องอีกห้องใกล้ๆเรือนนอนแทน เพื่อจะได้ไม่ทำให้ฮูหยินของตนต้องตื่นมาเพราะเขาทำเสียงดัง


หลังจากที่เขานั้นแทรกตัวเขามานอนบนเตียงเดียวกับภรรยาตนได้สำเร็จแล้ว ก็กะว่าจะดึงนางเข้ามานอนกอดดังเช่นทุกที แต่ครั้งนี้พอเขาถูกตัวนางเท่านั้น นางเองนั่นแหละที่เป็นผู้ซุกเขาหาอ้อมกอดของเขาด้วยตัวนางเอง


ภรรยาข้า ข้าคิดว่าเจ้านอนหลับไปแล้วเสียอีก เขาเอ่ยถามพร้อมกับก้มหน้าหอมเบาๆที่ผมของภรรยารัก


ข้านอนไม่หลับ อีกอย่างมีเรื่องอยากจะถามท่านพี่ด้วย นางกอดร่างใหญ่ของสามีตนแน่นพร้อมกับเอ่ยขึ้น


เจ้ามีสิ่งใดอยากถามก็เอ่ยถามได้เลย ข้าจะตอบเจ้าทุกเรื่องอวี้ฉางสือเอ่ยตอบ พร้อมกับดันตัวเองและภรรยาให้ลุกขึ้น ทำให้ยามนี้กลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสองคนนั่งหันหน้าเขาหากันอยู่บนเตียงนอน


ข้าท่านพี่ข้า…”


เสียงเล็กของภรรยาที่เอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก ไหนจะท่าทีนั่งก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขานั้นอีก ที่ทำให้เขาเริ่มที่จะมองเห็นว่าภรรยาของเขาในยามนี้ช่างแปลกไป เมื่อกับว่านางกำลังกังวลหรือมีสิ่งใดในใจอยู่


ภรรยารักมองข้า เขาเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปจับใบหน้างามของภรรยาให้เงยขึ้นมา สบตาของตน


และถึงแม้ในห้องจะค่อนข้างมืดแต่เทียบเล่มเล็กที่อยู่ไม่ไกลก็ทำให้เขาพอที่จะมองเห็นใบหน้าเล็กที่คลับคล้ายคลับคล้าว่ากำลังใกล้จะร้องไห้เต็มทนแล้วของภรรยารักได้ดี


เจ้ามีสิ่งใดกังวล แค่เพียงบอกสามี สามีผู้นี้จะช่วยเจ้าแก้ไขดีหรือไม่ เขาเอ่ยถามพร้อมกับเอ่ยปลอบประโลมไปในตัว น้ำเสียงที่แต่เดิมอ่อนโยนกับนางอยู่แล้วเวลานี้ยิ่งต้องมากกว่าเดิม คลับคล้ายเวลาหลอกเด็กด้วยลูกกวาดหวานก็ไม่ปาน


ข้าแต่งกับท่านพี่มาปีกว่าแล้ว ยังไม่ตั้งครรภ์สักที ท่านผิดหวังหรือไม่ นางเอ่ยถามสามีเสียหวั่น


ที่แท้เจ้ากังวลเรื่องลูก ข้าก็นึกเสียว่าเรื่องใด


น้ำเสียงโล่งใจของสามีทำให้นางต้องรีบเอ่ยถามอีกครั้งหนึ่ง


ท่านพี่ไม่กังวลเลยหรือ


ข้าไม่กังวล เพราะคิดว่าลูกของเรารู้ว่าพวกเราต้องการเวลาในการพลอดรักกันอีกสักหน่อย เขาจึงได้ยังไม่มาเกิดอย่างไรเล่า อวี้ฉางสือเอ่ยตอบอย่างติดตลก


เมื่อเห็นภรรยาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ อวี้ฉางสือจึงได้เอ่ยเสริมขึ้นอีก


พวกเราหนุ่มสาวแข็งแรงทั้งคู่เช่นนี้ อีกไม่นานลูกจะต้องมาแน่ๆ ยามนี้สวรรค์คงกำลังคัดเลือกให้ลูกมาเกิดอยู่แน่ๆ เจ้าคิดดูใบหน้าเจ้าร่วมด้วยใบหน้าของข้าลูกที่เกิดมาคงจะมีรูปโฉมไม่ธรรมดาเป็นแน่ ข้าอดที่จะหนักใจแทนเหล่าเทพไม่ได้เสียจริง


ท่านพี่ ข้ากำลังจริงจัง ท่านมั่วแต่พูดเป็นเล่นอีกแล้ว เอ่ยจบก็ทุบเขาที่อกสามีไปหนึ่งที เป็นการเรียกสติ 


ทำเอาอวี้ฉางสือรีบรวบตัวภรรยาเขาไปกอดแนบอกแทบไม่ทัน ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะโดนทุบอีกหลายทีเลยก็เป็นได้


สุดท้ายแล้วในเรือนนอนก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกจนได้


            อวี้ฉางสือนั่นเจ้าดึงสายเอี๊ยมข้าทำไม!!!”


            ต้องดึงเอี๊ยมเจ้า ถึงจะพาเจ้าไปนำลูกจากสวรรค์ลงมาได้อย่างไรเล่า


            พูดเหลวไหลแล้ว!!!” เสียงหม่าซูเหม่ย


            เหลวไหลที่ไหนกัน เอาไว้เจ้ารอดูไปก่อน ต่อจากนี้ข้าจะดึงเอี๊ยมเจ้าทุกที่ทุกเวลาที่ข้าว่างเลยเชียว!!!”


          เอ่ยจบเอี๊ยมชมพูปักลายดอกหมู่ตันก็หลุดติดมือเขามาเป็นที่เรียบร้อย ริมฝีปากหวานก็ถูกเขาเข้าครอบครองอีกครั้ง จนในที่สุดคำคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่เขากลั่นแกล้งนางจนฟ้าสางเลยทีเดียว




อาหลานเร่อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

60 ความคิดเห็น