金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก (จบแล้วค่ะ)

ตอนที่ 36 : ตอนพิเศษ คําอธิษฐานบนโคมไฟ (อัพแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

 


ตอนพิเศษ

 คําอธิษฐานบนโคมไฟ




ในมุมหนึ่งใกล้ๆประตูด้านหลังของจวนสกุลอวี้ยามนี้กำลังมีสตรีสองคนกำลังทำลับๆล่อๆอยู่ไม่ไกลจากประตูด้านหลังจวนเท่าไหร่นัก สตรีผู้หนึ่งกำลังมองดูลาดราวส่วนอีกผู้หนึ่งกำลังกังวลเกี่ยวกับการกระทำของผู้เป็นนาย


ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวว่าพวกเรากลับไปรอนายท่านที่เรือนกันดีกว่าเจ้าค่ะ เป็นอู่ชิงชิงที่รู้สึกกังวลและรู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้านายของนางนั้นกำลังจะทำพูดขึ้น


กลับไปรอได้อย่างไร หากพลาดเทศกาลหยวนเซียววันนี้ ต้องรออีกหนึ่งปีเต็มเชียวนะ นางเอ่ยตอบกลับสาวใช้คนสนิทของนาง


แต่ฮูหยินหากนายท่านอวี้รู้…” ชิงชิงนางยังพยายามโน้มน้าวฮูหยินของนางต่อไป


ยามนี้นางนั้นแสนจะหวาดหวั่น เนื่องด้วยยามนี้นายท่านอวี้ยังไม่กลับจากต่างเมือง ก่อนไปนายท่านได้สั่งเอาไว้ชัดเจนว่าห้ามฮูหยินออกจากจวนเวลากลางคืนเด็ดขาด หากวันนี้นางกับฮูหยินแอบขัดคำสั่งแอบออกไปข้างนอก และหากนายท่านรู้เข้า นางย่อมต้องรับผิด


พวกเรารีบไปรีบกลับ ไม่มีผู้ใดในจวนพบเห็นท่านพี่จะรู้ได้อย่างไร หม่าซูเหม่ยเอ่ยต่อ


แต่…”


เจ้ายังไม่เลิกแต่อีก เงียบได้แล้วนั่นเสี่ยวถี่มาโน้นแล้ว


เมื่อเห็นว่าสาวใช้ของนางที่ได้วางแผนให้มาช่วยกันเรียกบ่าวรับใช้ชายที่เฝ้าหน้าประตูด้านหลังจวนไปที่อื่น เผื่อที่นางจะได้ออกไปด้านนอกโดยผ่านประตูด้านหลังจวนได้นั้นเริ่มที่จะทำตามแผนแล้ว


พี่ชายพวกท่านช่วยไปดูที่สวนตรงทางไปเรือนฮูหยินหน่อยได้หรือไม่ เหมือนเมื่อกี้ข้าจะเห็นงูเลื้อยผ่านไป คงไม่ดีหากไม่รีบไปนำเจ้างูนั่นออก เกิดฮูหยินออกมาเดินเล่นตอนดึกๆแล้วเจอเข้าเกรงว่าคงเกิดเรื่องร้ายมากกว่าดี


ได้ๆพวกข้าจะไปดูให้ ระหว่างนี้วานเจ้าเฝ้าอยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยวก็แล้วกัน


พวกพี่ชายวางใจ ที่นี่ให้เป็นหน้าที่ข้า


หลังจากที่เห็นว่าที่หน้าประตูหลังจวนยามนี้เหลือเพียงเสี่ยวถี่แล้ว หม่าซูเหม่นกับชิงชิงจึงไปรีบเดินไปที่ประตูจวนอย่างรีบร้อน


เสี่ยวถี่ขอบใจเจ้ามาก พวกข้าจะรีบไปรีบกลับ


บ่าวยินดีเจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวจะคอยท่าฮูหยินอยู่แถวๆนี้นะเจ้าคะ นางเอ่ยบอกเจ้านายของนางพร้อมกับค่อยๆดึงประตูจวนให้เปิดกว้างพอที่ฮูหยินและพี่ชิงชิงจะออกไปได้


เมื่อทั้งสองออกไปเรียบร้อยแล้วนางก็ทำทีเป็นเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูหลังจวนรอให้บ่าวชายทั้งสองคนที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมื่อครู่กลับมา นางจึงจะเริ่มทำอีกเรื่องที่ฮูหยินของนางได้สั่งเอาไว้ นั่นก็คือการหาของวางเล็กๆน้อยๆที่มีส่วนผสมของยานอนหลับอยู่นิดๆหน่อยๆให้บ่าวชายเฝ้าประตูทั้งสองได้กิน เพื่อที่พอเวลาที่ฮูหยินของนางและพี่ชิงชิงกลับมาแล้วนางจะได้เปิดประตูให้ทั้งสองคนได้ง่ายหน่อย


 

เดินจากหลังจวนสกุลอวี้มาเพียงสองช่วงถนน ก็พบกับสถานที่ริมแม่น้ำที่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลหยวนเซียว ทั้งสองฝั่งถนนมีไม้ที่มีเชือกผูกห้อยโคมไฟอยู่มากมายทำให้มองเข้าไปตามถนนแล้วสวยงามยิ่งนัก บนสะพานข้ามแม่น้ำเองก็มีโคมไฟห้อยประดับอยู่เช่นเดียวกัน


ร้านแรกที่อยู่ทางต้นทางเป็นร้านขายกำไลถัก นางและชิงชิงแวะดูอยู่เพียงครู่หนึ่งก็ได้กำไลถักติดมือกันมาคนละเส้นสองเส้นเสียแล้ว


ฮูหยินเมื่อว่าด้านนั้นจะเป็นโคมทายปัญหานะเจ้าคะ


เช่นนั้นพวกเราก็เดินไปดูกันสักหน่อยก็แล้วกัน” 


สิ้นเสียงของหม่าซูเหม่ย นางและสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงก็พากันเดินไปที่แผงโคมทายปัญหาที่มองดูแล้วก็มีคนยืนเล่นสนุกกันอยู่ดูครึกครื้นยิ่งนัก


มาๆทายปัญหา ทายสำนวนง่ายๆ ทายถูกเอาโคมไฟไปได้เลยเสียงเถ้าแก่แผงทายปัญหาร้องเรียกคนให้แวะเข้าไปเล่นดังขึ้น เมื่อพวกนางเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าแผงก็ยิ้มต้อนรับอย่างดี


นางและชิงชิงยืนมองคนอื่นๆเข้ามาทายปัญหากันอย่างสนุกสนาน ประโยคบางประโยคคำบางคำังแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้


คุณหนูโคมไฟนี้ข้าให้ท่าน


 อยู่ๆบัณฑิตผู้หนึ่งซึ่งนางจำได้ว่าเขายืนอยู่ที่แผงทายปัญหาตั้งแต่ที่นางเดินเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้น


เสี่ยวชิงเดินแยกออกไป บัณฑิตผู้นี้ก็เข้ามาแสดงว่าเขาคงคอยมองนางมาสักพักหนึ่งแล้วกระมัง


นางคิดในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น


โคมของท่าน ท่านเก็บเอาไว้ลอยเองเถิด” 


นางเอ่ยตอบเสียงเรียบ สายตาเองก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่ป้ายคำทายปัญหาไม่ได้หันไปมองหรือสนใจทั้งเขาและโคมไฟที่ยืนมาใกล้ๆนางแต่อย่างได


คุณหนูหากท่านยังไม่ชอบใจโคมไฟ ไม่สู้ให้ข้าพาท่านไปเลือกซื้อดูที่ร้านโคมไฟดีหรือไม่ บัณฑิตหนุ่มยังไม่ละความพยายาม


เมื่อครู่ข้าว่าข้าก็ได้กล่าวชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการของๆท่านหม่าซูเหม่ยนางตอบกลับอีกครั้ง และครั้งนี้นางคิดที่จะตัดความรำคาญโดยที่คิดจะเดินไปตามหาเสี่ยวชิงแทนที่จะยืนรออยู่ที่นี่ตามที่ได้บอกกับเสี่ยวชิงเอาไว้


แต่ความคิดที่จะเดินหนีของนางก็เป็นอันต้องพับเก็บลงไปก่อน เพราะว่าเสี่ยวชิงนั้นได้เดินกลับมาพอดี


ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวเจอร้านขายโคมไฟที่น่าสนใจแล้วเจ้าค่ะ


เสี่ยวชิงรีบเอ่ยรายงานฮูหยินของนางทันที นางไม่ได้สนใจว่ามีบัณฑิตผู้หนึ่งกำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกอยู่ไม่ไกลนัก เพราะเมื่อครู่ได้ยินคำที่นางเรียกคุณหนูผู้งดงามผู้หนึ่งว่าฮูหยิน นั่นย่อมแสดงว่าเมื่อครู่เขานั้นได้เกี้ยวพาภรรยาผู้อื่น โชคดีนักที่สามีของนางไม่ได้มาด้วย ไม่เช่นนั้นชะตาเขาไม่แคล้วต้องขาดลงเสียตรงนี้เสียแล้ว คิดได้ดังนั้นบัณฑิตหนุ่มก็ไม่ได้รั้งรอช้าต่อสิ่งใดอีก เขารีบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคนและเดินหายไปท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก กลมกลืนไปกับผู้คนเหล่านั้นเสมือนว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่

 


ร้านขายโคมไฟร้านนี้เป็นร้านที่อยู่เกือบจะสุดถนนริมแม่น้ำ ถึงว่าทำไมเสี่ยวชิงถึงได้หายไปหาร้านขายโคมไฟนานนัก แต่ก็ถือว่าดีไม่ผิดหวังกับที่เสียเวลารอ เพราะลายจากโคมไฟของร้านมีความแปลกตากว่าร้านอื่นๆ แถมยังมีหลายรูปแบบให้เลือกได้อีกด้วย


 นางเลือกโคมไฟที่มีลวดลายของดอกเหลียนฮวา (ดอกบัว) ก่อนจะเขียนคำอธิฐานลงไปที่โคมไฟ เรียบร้อยแล้วนางจึงได้เดินขึ้นไปที่สะพานข้ามแม่น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าสะพานหินข้ามแม่น้ำที่อยู่ท้ายถนนเช่นนี้ไม่ค่อยมีคนเสียเท่าไหร่นัก นับเป็นเรืองดีทีเดียว


คำอธิฐานก็เขียนแล้ว ไฟที่โคมก็จุดแล้ว เหลือเพียงแค่หลับตาอธิฐานอีกครั้งแล้วก็ปล่อยโคมไปทุกอย่างก็เสร็จสิ้นเรียบร้อย


นางหลับตาลงเพื่ออธิฐานอีกครั้ง ครั้นเมื่อหลับตาลงกลับรู้สึกได้ว่าโคมอีกด้านหนึ่งมีแรงจับ ทำให้โคมทรงตัวได้ดียิ่งขึ้นและตัวนางเองก็จับโคมได้ง่ายขึ้น คราที่ลืมตาขึ้นมาเห็นว่ามีบุรุษที่นางนั้นแสนคุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงข้ามและก็คือเขาเองที่เป็นผู้จับโคมลอยอีกด้านหนึ่งเอาไว้ อวี้ฉางสือ สามีของนาง


อวี้ฉางสือช่วยนางปล่อยโคม เขาและนางมองโคมที่ลอยขึ้นไปสูงจนห่างไปไกลแล้วจึงได้หันกลับมามองใบหน้าของกันและกัน


ภรรยาหนีเที่ยว คำแรกที่หลุดออกจากปากสามีของนาง พร้อมกับนิ้วชี้ของเขาที่ทำเป็นเช่นขอเกี่ยวที่ยกขึ้นมาเกี่ยวเบาๆที่จมูกของนางทีหนึ่ง


ท่านพี่มาช้านางเอ่ยต่อ


นั่นไม่ใช่ข้ออ้างของภรรยาที่หนีเที่ยว


อวี้ฉางสือเอ่ยขึ้นอีก ไม่รู้นับเป็นโชคได้หรือไม่ที่เขากลับถึงจวนและเลือกใช้เส้นทางหลังประตูจวนเพื่อที่จะนำของที่ซื้อกลับมาด้วยลงเก็บแต่กลับเห็นภรรยาของตนแอบหนีออกจากจวนเสียดาย เขาจึงได้ตามนางมาตั้งแต่ต้น และเห็นว่านางเที่ยวอย่างเพลิดเพลินสนุกสนานเพียงใด นี่ยังไม่นับถึงเรื่องบัณฑิตที่เข้ามาเกี้ยวพาภรรยาเขา ซึ่งแน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปล่อยผ่านไปเฉยๆแน่นๆ เขาจึงทำทีเดินเขาไปใกล้ๆแล้วเอ่ยเสียงเย็นทิ้งท้ายเอาไว้เพียงประโยคสั้นๆแทน


เกี้ยวพาภรรยาผู้อื่น ระวังถูกหั่นเป็นหมื่นชิ้น


ท่านพี่โกรธข้าหรือเจ้าคะ หม่าซูเหม่ยเอ่ยถามผู้เป็นสามี นางจ้องมองเขาอย่างออดอ้อน


ก่อนหน้านั้นดูเหมือนข้าจะโกรธภรรยาอยู่นิดหน่อย อวี้ฉางสือเอ่ยขึ้น ก่อนจะโอบภรรยามาใกล้ๆตนมากขึ้น


ก่อนหน้าโกรธอยู่นิดหน่อย แสดงว่ายามนี้ไม่ได้โกรธแล้ว ดียิ่งเจ้าค่ะแต่ข้าอยากรู้ว่าทำไมท่านพี่จึงหายโกรธข้าแล้วเล่าเจ้าคะ 


นางถามอย่างฉงนในใจ ปกติแล้วต้องให้นางออดอ้อนเสียจนเหนื่อยสามีผู้นี้ของนางจึงจะยอมหายโกรธ แต่ครานี้นางยังไม่ทันจะได้ทำสิ่งใดเลยสามีกลับหายโกรธง่ายๆเสียนี่


เป็นเพราะคำอธิฐานของเจ้าบนโคมลอยเมื่อครู่กระมัง


เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มให้นาง นางเองก็ส่งยิ้มให้เขาเช่นเดียวกัน


คำอธิฐานจากใจจริงของนางทำให้เขาหายโกรธก็สมควรอยู่แล้วหล่ะ



ข้าหม่าซูเหม่ยหวังเพียงได้เคียงคู่กับอวี้ฉางสือชั่วนิรันด์






                    อาหลานเร่อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

60 ความคิดเห็น