金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก (จบแล้วค่ะ)

ตอนที่ 33 : ตอนพิเศษ ท่านเขียนหนังสือหย่าให้ข้าเถิด (อัพครบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61





ตอนพิเศษ 

ท่านเขียนหนังสือหย่าให้ข้าเถิด


แปลกไป...ท่านพี่ของนางกำลังทำตัวแปลกไป


หลายวันมานี้ท่านพี่ของนางแทบจะไม่อยู่ให้นางได้เห็นหน้าเลย เรียกได้ว่าพบหน้ากันจนนับครั้งได้


อวี้ฉางสือมักจะออกไปก่อนนางตื่นกลับมาก็หลังจากที่นางหลับไปแล้ว นางสอบถามเรื่องนี้กับชิงชิงจนแน่ใจว่าท่านพี่ของนางทุกคืนยังมานอนที่เรือนของนาง


แต่ถึงจะได้รับคำยืนยันจากชิงชิงแล้ว นางก็อดที่จะคิดมากไม่ได้อยู่ดี


ไม่ใช่ว่าอวี้ฉางสือเบื่อนางแล้ว จึงได้เริ่มทำตัวออกห่างเช่นนี้ หากเป็นเช่นที่นางคิดจริงไม่ใช่ว่าอีกไม่นานเขาคงต้องหย่ากับนาง หรือไม่ก็ต้องรับอนุเข้าจวนเป็นแน่


ถ้าเขากล้ารับอนุเข้าจวนจริงอย่างที่นางกังวลหล่ะก็แน่นอนว่าไม่นางก็ต้องอวี้ฉางสือนี่แหละที่จะต้องลงโลง!!!

 


'เกือบจะครึ่งคืนแล้วทำไมยามนี้ท่านพี่ของนางยังไม่กลับมาอีกนะ'


นางได้แต่คิดอยู่ในใจ วันนี้นางตั้งใจที่จะเข้านอนพร้อมเขาให้ได้ ไม่ว่าจะรู้สึกง่วงนอนมาสักพักแล้วแต่นางก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ อย่างไรวันนี้นางก็ต้องเข้านอนพร้อมสามีให้ได้


"ฮูหยินท่านเข้านอนก่อนเถิดนะเจ้าคะ หากนายท่านอวี้มาเมื่อไหร่บ่าวจะปลุกท่านเองเจ้ค่ะ"


สุดท้ายแล้วก็เป็นชิงชิงที่ทนเห็นฮูหยินของนางทนง่วงไม่ไหวจึงได้เอ่ยขึ้น


"ข้าอยากอยู่รอท่านพี่ ชิงชิงเจ้าไม่ต้องมากล่อมข้าเสียให้ยากเลย"


"แต่..."


"ไม่มีแต่ชิงชิงข้าจะรอท่านพี่"


ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปต่อมาสาวใช้ที่นางให้ไปคอยรอสามีนางที่แถวๆหน้าประตูจวนก็เข้ามาหานาง


"ฮูหยินเจ้าคะ"


"นายท่านกลับมาแล้วใช่หรือไม่" นางเอ่ยถามทันทีด้วยท่าทีดีใจไม่น้อย


"นายท่านยังไม่ได้กลับมาเจ้าค่ะ มีเพียงแค่ท่านฉิงอินเจ้าค่ะที่กลับมา"


สิ้นเสียงรายงานของสาวใช้ใบหน้าที่แต่แรกพอจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บ้างของฮูหยินประจำจวนสกุลอวี้มีเลือนหายไปจากใบหน้างามทันที


"เช่นนั้นยามนี้ฉิงอินของที่ใดกัน"


"เรียนฮูหยิน บ่าวเห็นท่านฉิงอินเข้าไปที่เรือนหนังสือของนายท่านเจ้าค่ะ เหมือนว่าท่านฉิงอินจะมาเอาสิ่งใดสักอย่างให้นายท่านอวี้ ไม่นานก็รีบร้อนออกไปเจ้าค่ะ"


"ฉิงอินออกไปแล้ว เช่นนี้ข้าก็ไปถามเขาว่าท่านพี่อยู่ที่ใดไม่ได้แล้วหน่ะซิ"


นายเอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบา


น้ำเสียงในยามนี้ฟังดูแล้วเศร้าใจยิ่งนักจนสาวใช้ทั้งสองคนที่อยู่ข้างกายอดที่จะรู้สึกเป็นห่วงฮูหยินของพวกนางขึ้นมาไม่ได้


"เรียนคุณหนูเจ้าค่ะ เมื่อครู่ท่านฉิงอินรีบร้อนออกไปได้ทำสิ่งหนึ่งตกเอาไว้เจ้าค่ะ"


เสี่ยวถี่รายงานก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อของนางและส่งไปให้ฮูหยินของนางได้ดู


"ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกบัวเช่นนั้นหรือ" หม่าซูเหม่ย รับผ้าเช็ดหน้าในมือสาวใช้ขึ้นมาดูอย่างพิจารณา


"ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ปักลายดอกบัวทั้งผืน ไม่ผิดแน่ว่าเจ้าของผ้าผืนนี้จะต้องเป็นคนในหอดอกบัวเจ้าค่ะ"


"หอดอกบัวที่เจ้าว่าคือที่ใดกัน" นางเอ่ยถามขึ้นทันที เมื่อดูเหมือนเสี่ยวถี่ผู้นี้จะรู้ว่ายามนี้ท่านพี่ของนางน่าจะอยู่ที่ใด


"เรียนฮูหยิน เอ่อ หอดอกบัวเป็นหอนางโลมชื่อดังที่อยู่ทางเหนือของเมืองหลวงเจ้าค่ะ"


เสี่ยวถี่อ้ำอึ้งอยู่นาง จึงจะเอ่ยออกมาได้


"เช่นนั้นก็พาข้าไปที่นั้นเดี๋ยวนี้เลย!!!"


เมื่อได้ยินว่าหอดอกบัวคือที่ใด นางก็ไม่คิดจะรอช้าอีกแล้ว ในใจคิดไปต่างๆนาๆ ซึ่งแต่ละสิ่งที่หัวนางคิดทำเอานางทั้งเจ็บทั้งจุดจนแทบเอ่ยสิ่งใดไม่ออก

 

ตั้งแต่ที่นางขึ้นรถม้าเพื่อไปยังหอดอกบัว ตลอดทางนางภาวนาให้สิ่งที่นางคิดไม่เป็นความจริง นางภาวนาเป็นร้องๆครั้งด้วยหัวใจที่เจ็บร้าวไปทั่วอก หากเป็นเช่นนางคิดหัวใจนางคงแตกสหายอย่างไม่เหลือชิ้นดี


อวี้ฉางสือบุรุษที่นางรักต้องไม่ทำให้นางใจสลายเช่นที่นึกกลัว ขอให้ทุกอย่างเป็นเพียงแค่นางเข้าใจผิดไปเอง


ในที่สุดนางก็มาถึงหน้าหอดอกบัวจนได้ นางลงจากรถม้าโดยมีชิงชิงคอยประคองอยู่ไม่ห่าง นอกจากชิงชิงแล้วผู้ที่ตามนางมาก็ยังมีสาวใช้อีกผู้หนึ่งก็คือเสี่ยวถี่ และผู้ติดตามที่เป็นบ่าวรับใช้ผู้ชายอีกสามคน


แม่นาง ท่านไม่เหมาะที่จะเข้าไปด้านในกระมัง เชิญท่านกลับไปเสียเถิด ชายชุดดำที่เหมือนว่าจะเป็นผู้คอยเฝ้าดูความเรียบร้อยด้านหน้าหอดอกบัวเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่านางต้องการจะเข้าไปด้านในหอดอกบัว


ชิงชิง


เพียงแค่ได้ยินเสียงของฮูหยินของตน ชิงชิงที่ติดตามรับใช้มานานก็รู้ได้ทันทีว่าฮูหยินของนางต้องการสิ่งใด


พี่ชายนี่เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากเจ้านายของข้า ท่านรับเอาไว้เถิด ชิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบถุงเงินเล็กๆสามถุงยื่นไปให้บุรุษตรงหน้า


นางเห็นว่าชายชุดดำตรงหน้ารับถุงเงินไปด้วยสีหน้าพอใจเป็นอย่างยิ่งก็รู้ได้ทันทีว่า พวกนางทางสะดวกแล้ว


แม่นางทั้งสามเชิญตามสบาย 


ชายชุดดำคนนั้นเอ่ยพร้อมกับผายมือไปยังทางเข้าของหอดอกบัวอย่างดิบดีเป็นสัญญาณว่าให้พวกนางเข้าไปได้ตามสบาย


หม่าซูเหม่ยเห็นว่าทางสะดวกแล้วก็ไม่รอช้าที่จะเดินนำเหล่าผู้ติดตามของนางเข้าไปด้านในทันที


เมื่อเข้ามาด้านในแล้วก็ต้องขมวดคิ้วในสิ่งที่เห็นทันที เมื่อผ่านประตูมาแล้วเหมือนว่านางนั้นได้หลุดมาอยู่ยังอีกที่หนึ่งไม่ใช่หอกลางเก่ากลางใหม่สามชั้นที่เข้ามาเมื่อครู่


ด้ายในหอดอกบัวแห่งนี้ตกแต่งไปด้วยของสวยงามมากมาย ตามต้นเสาและระเบียงบันใดล่วงแล้วแต่มีการผูกผ้าตกแต่งเอาไว้อย่างดี โต๊ะรวมไปถึงเวทีการแสดงอยู่ตรงจุดกึ่งกลางที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนไม่ว่าจะมองลงมาจากชั้นบนหรือว่ามองจากด้านล่าง


สาวงามที่นี่ก็มีมากมายนัก หันไปทิศทางใดก็พบเจอแต่หญิงงามที่ล้วนแล้วแต่มีความโดดเด่นทั้งสิ้น


ตั้งแต่ที่เข้ามาด้านในก็เหมือนกับว่าพวกนางจะตกเป็นเป้าสายตาและจุดสนใจของผู้ที่มาใช้บริการหอดอกบัวแห่งนี้ รวมไปถึงเหล่าหญิงงามของหอดอกบัวแห่งนี้ก็มองพวกนางอย่างแปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว


คุณหนูข้าเป็นผู้ดูแลที่นี่ ท่านคงมาผิดทีแล้วกระมังที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับคุณหนูหรอก


ผู้ที่กำลังพูดอยู่ตรงหน้าของนางทาสีชาดสีแดงสดนางจีบปากจีบคอพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ยากที่จะไว้ใจ


ข้าไม่ได้มาผิด ข้ามาหาคน 


หม่าซูเหม่ยนางเอ่ยเสียงเรียบ หากสอบถามสตรีวัยกลางคนผู้นี้ที่บอกว่าเป็นผู้ดูแลที่นี่ แน่นอนว่านางต้องรู้แน่ว่ายามนี้สามีของนางอยู่ที่ใด


อ่า ที่แท้ท่านก็เป็นแขกของนายท่านอวี้ เมื่อครู่แม่นางเผยแห่งหอบุบผาเงินก็พึ่งมาถึง นายท่านอวี้เป็นผู้มั่งคั่งถึงเพียงนี้ ข้าก็ว่าแล้วว่าอย่างไรเสียยอมไม่มีเพียงแค่แม่นางเผยดาวเด่นของหอบุบผาเงินเท่านั้น แม่นางเจ้าคงเป็นดาวเด่นคนใหม่ของหอเรื่องชื่อสักแห่งใช่หรือไหม


นางไม่ได้เอ่ยตอบอันใดกลับไป ในหัวนางยามนี้คิดไปถึงคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่


สามีนางให้ดาวเด่นของหอนางโลมมาหาอย่างนั้นหรือ นี่นางไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่


อ่า ข้ามัวแต่พูดจนลืมไปเลย พวกเจ้ารีบไปกันเถิด หากช้ากว่านี้ผิงเอ๋อร์ดาวเด่นของหอดอกบัวเราและแม่นางเผยดาวเด่นของหอบุบผาเงินคงทำให้พวกเจ้าเสียหน้าเป็นแน่ ถ้าพวกนางได้รับความใส่ใจจากนางท่านอวี้มากกว่าเจ้าก็แย่หน่อยนะ


กว่าที่นางจะอดทนเดินขึ้นมาบนชั้นสองของหอดอกบัวแห่งนี้ได้ก็ทำใจอยู่เสียครู่ใหญ่ทีเดียว สตรีวัยกลางคนที่นางเจอเมื่อครู่ให้สาวใช้ที่นี่พาพวกนางขึ้นมาด้านบนซึ่งหน้าจะเป็นห้องใดสักห้องหนึ่งที่มีสามีของนางอยู่


มีเพียงชิงชิงและเสี่ยวถี่เท่านั้นที่ขึ้นมากับนางด้วย ส่วนบ่าวรับใช้ชายอีกสามคนยืนรอพวกนางอยู่ที่ทางขึ้นบันใด เพราะว่าที่นี่มีกฎไม่ให้นำบ่าวรับใช้ขึ้นไปด้านบน


สาวใช้ที่นำทางพวกนางมา พาพวกนางมาที่หน้าห้องหรูหราห้องหนึ่งซึ่งหน้าห้องยังมีสตรีอีกสองคนซึ่งหน้าจะเป็นสาวใช้ของผู้ใดอยู่ในห้องด้านในยืนอยู่ด้วย


แม่นางเชิญเข้าไปด้านในได้เลยเจ้าค่ะ สาวใช้ที่นำทางเอ่ยบอกนาง ก่อนจะเอื้อมมือไปเลื่อนประตูห้องเพื่อเปิดให้นาง


พอประตูเปิดกว้างหัวใจนางก็ร้าวดั่งแก้วที่แตกทันที น้ำตาของนางไหลลงมาเป็นสายอย่างหยุดไม่อยู่


ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นคืออวี้ฉางสือสามีของนางกำลังกอดสตรีผู้หญิงอยู่ในอ้อมแขน..


อวี้ฉางสือ ท่านเขียนหนังสือหย่าให้ข้าเถิด นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


นางเห็นอวี้ฉางสือที่นั่งหันหลังให้นางอยู่รีบดันสตรีในอ้อมแขนออกก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และหันมายืนมองมาที่นาง


เหม่ยเอ๋อร์…”


นางได้ยินเขาเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่เปลี่ยนท่าทางของเขาก็เหมือนว่าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลย


เขาทำได้อย่างไร เขากล้าเรียกชื่อนางออกมาเช่นนี้ทั้งที่เมื่อครู่เขากำลังกอดหญิงอื่นอยู่


นางไม่สนว่าเขาจะพูดสิ่งใดกับนาง นางไม่อยากได้ยินทั้งสิ้นจึงได้พูดขัดขึ้นมาทันที


ท่านไม่รักข้าแล้ว เพียงแค่เอ่ยมาคำเดียวเท่านั้นข้าก็พร้อมเดินออกไปจากชีวิตท่าน


นางเอ่ยทั้งน้ำตา นางใช้มือกำชายกระโปรงตัวเองแน่อย่างต้องการจะบรรเทาความเจ็บปวดของนาง นางพยายามจะเข้มแข็งต่อหน้าเขา แต่ทำไมมันถึงได้ทำได้ยากเย็นเช่นนี้กัน


เจ้ากำลังเข้าใจผิดเหม่ยเอ๋อร์   


หัวใจอวี้ฉางสือยามนี้แทบขาดเมื่อเห็นสตรีที่เขารักสุดหัวใจกำลังร้องไห้  นางกำลังเข้าใจทุกอย่างผิดซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย


ข้ารักเจ้า ไม่เคยคิดที่จะมีหญิงอื่นหรือรักผู้อื่นนอกจากเจ้า อวี้ฉางสือไม่สนใจใครทั้งสิ้น เขาตรงไปดึงภรรยาตัวเล็กของตนเอามากอดเอาไว้แนบอก กอดนางให้แน่นที่สุด เขาไม่สนว่านางจะทุบหลังของเขาแรงสักแค่ไหน


คิดเพียงแต่ว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยภรรยาในอ้อมกอดไปเป็นเด็ดขาด


อย่าเอาอ้อมแขนที่กอดหญิงอื่นมากอดข้า ข้ารังเกียจเจ้าได้ยินหรือไม่ว่าข้ารังเกียจ!!!” นางกรีดร้องอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษที่นางรักสุดใจ ที่ยามนี้กับเป็นผู้ที่ทำให้นางร้าวไปทั้งใจ


อ้อมแขนข้า ร่างกายข้าทุกอย่างล้วนเป็นของเจ้า มีเจ้าเพียงผู้เดียวที่เป็นเจ้าของข้าในทุกๆอย่าง เจ้าเป็นหัวใจเป็นชีวิตของข้าอวี้ฉางสือ เขาเอ่ยออกมาอย่างนักแน่น


บอกรักข้าแต่กอดหญิงอื่น อึก บอกว่าทุกอย่างของท่านเป็นของข้าแต่กับให้หญิงอื่นสัมผัส ข้ายังจะเชื่อคำพูดเจ้าได้ อึก อีกอย่างนั้นหรือ นางหมดแรงที่จะทุบเขาแล้ว จึงทำได้เพียงเอ่ยอยู่ในอ้อมกอดของเขาเท่านั้น


เหม่ยเอ๋อร์เจ้าฟังข้า ฟังข้า ข้าที่เป็นคนของเจ้าเพียงคนเดียวมาตลอด ได้ไหมคนดี


นางไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เมื่อครู่เขาวิงวอนนางเช่นนี้ก็ทำเอานางใจอ่อนแล้ว หัวใจนางไม่เคยแข็งได้กับเขาเลย ทั้งที่มันพร้อมที่จะเจ็บเพราะเข้าถึงเพียงนี้


วันนี้ข้ามาที่หอดอกบัวเพื่อต้อนรับกลุ่มการค้าจากต่างแคว้นเท่านั้น และเมื่อครู่แม่นางผู้นั้นเพียงแค่ล้มลงมาตรงข้าพอดี ข้าจึงได้รับนางเอาไว้ไม่ได้มีอันใดเกินเลยอย่างที่เจ้าคิดทั้งสิ้น เจ้าจะถามผู้ใดที่อยู่ในห้องนี้ก็ได้


นางฟังสามีอธิบายจบก็ดันเขาออกเบาๆ เป็นอันให้อวี้ฉางสือผู้เป็นสามีเข้าใจได้ว่าภรรยาตัวน้อยของตนนั้นอารมณ์เย็นลงพร้อมรับฟังแล้ว


ที่สามีข้ากล่าวเมื่อครู่เป็นความจริงหรือไม่ หม่าซูเหม่ยเดินตรงไปที่สตรีชุดชมพูที่นางจำได้ขึ้นใจว่าเป็นผู้ที่สามีนางบอกว่าแค่ บังเอิญล้มลงมาใส่ก็เท่านั้น


เอิ่ม เรียนฮูหยินเป็นความจริงเจ้าค่ะ เป็นข้าน้อยไม่ทันระวังร่ายรำผิดท่าจนล้มลงไปโดนนายท่านอวี้เข้า เผยจิ้งอิงเป็นอันต้องเอ่ยเอาตัวรอดไป ทั้งที่ความจริงแล้วนางจงใจล้มลงไปหานายท่านอวี้ เพื่อหวังว่าตนนั้นจะต้องตาต้องใจนายท่านอวี้บ้าง


ข้าเองก็ยืนยันได้


ใช่แล้ว ข้าก็ยืนยันให้ได้


บุรุษหลายคนที่สามีนางว่าเป็นกลุ่มการค้าที่มาจากต่างแคว้นก็ล้วนช่วยกันยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ทำให้นางเชื่อว่าสามีนางไม่ได้ตั้งใจจะนอกใจนางจริงๆ จริงๆนางก็เชื่อตั้งแต่ที่นางเดินมาคุยกับสตรีชุดชมพูผู้นี้แล้ว มองยังไงนางก็จงใจจะยั่วยวนสามีของนาง

 

นางเอ่ยขอโทษเหล่ากลุ่มการค้า ทุกคนก็เข้าใจดีว่าเรื่องสามีภรรยาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพียงใดจึงไม่ได้ใส่ใจ ไม่นานการแสดงร่ายรำก็เริ่มขึ้นอีกครั้งทุกอย่างกับมาครื้นเครงสนุกสนานเช่นเดิม  อวี้ฉางสือขอตัวพานางกลับจวนก่อน โดยให้ฉิงอินคอยดูแลเหล่ากลุ่มการค้าต่อ

 

หลังจากที่นางปรนนิบัติสามีล้างหน้าเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ขึ้นมานอนข้างกันเช่นทุกวันบนเตียง แม้หลายวันมานี้นางจะไม่ได้หลับพร้อมกับเขาก็เถอะ


ข้าขอโทษท่านพี่ที่วันนี้ข้าทำให้ท่านขายหน้า นางกอดสามีอย่างอดอ้อน


ข้าไม่เคยนึกโกรธเจ้า ข้าดีใจที่เจ้าโมโหข้าเช่นนี้มันแปลว่าเจ้ารักข้ามากเจ้าถึงได้โมโหถึงขนาดนี้ อวี้ฉางสือพูดเขากอดตอบนางก่อนจะโอบกอดนางเข้ามาจนแนบแน่น


ข้ารักท่านมาก รักท่านมาก รักท่านมากจริงๆ นางกดจูบหนักๆลงที่แผงอกของเขา พร้อมกับบอกรักเขาไปด้วย


ข้าก็รักเจ้า รักเจ้ามาก รักเจ้ามากจริงๆ


อวี้ฉางสือเองก็ไม่น้อยหน้าภรรยาในอ้อมแขน เขาบอกรักนางก่อนที่จะดึงนางขึ้นมาประกบริมฝีปากลงไปกลับริมฝีปากเล็กของนางอย่างร้อนแรง ทั้งสองจูบตอบกันเนินนานดูดซับความหวานของกันและกันอย่างไม่มีเบื่อ คล้ายกับต้องการชดเชยช่วงหลายวันที่ห่างหายกันไป


ทุกอย่างดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เริ่มจากที่ชุดตัวบางบนร่างเล็กหลุดลงไปอยู่ข้างล่างเตียง ไม่นานเอี้ยมตัวในของนางก็หลุดตามลงไปด้วยจนสุดท้าย ทั้งสองก็ไม่เหลือสิ่งใดปกปิดร่างกายของกันและกันอีก พวกเขาสร้างความคุ้นเคยและสำรวจกันและกันไปทุกตารางนิ้ว กว่าที่การสำรวจกันและกันจะจบสิ้นก็เกือบวันใหม่แล้ว พวกเขาจึงคิดที่จะพากันอู้งานสักวันและกอดนอนกอดกันอยู่อย่างนี้ให้นานอีกหน่อย

 

จบตอนพิเศษ



ปล.ตอนพิเศษเพราะเห็นว่าใกล้ปีใหม่แล้วค่ะ อาจจะมีอีกตอนนะคะยังไม่แน่ใจ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

By อาหลานเร่อ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

60 ความคิดเห็น