金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก (จบแล้วค่ะ)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางแม่สื่อของหม่าซูเหม่ย (อัพครบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 285 ครั้ง
    24 ก.ย. 62



ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางแม่สื่อของหม่าซูเหม่ย


ในปีนั้นยามที่นางอายุได้เพียง 14 หนาว นางติดตามท่านแม่ไปไหว้พระขอพรที่อารามแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเสียเท่าใดนัก เมื่อเข้าไปในอารามกราบไหว้พระพุทธองค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เนื่องจากรอบๆบริเวณอารามแห่งนี้ค่อนข้างเงียบสงบ และดูร่มเย็นเป็นอย่างมาก คงเป็นเพราะอารามแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาและเวลาที่นางและท่านแม่มาที่นี่ก็เป็นช่วงสายพอดีทำให้ยามนี้ภายในอารามมีผู้คนมาสักการะบางตา


ท่านแม่เจ้าคะ เหม่ยเอ๋อร์สงสัยจริงเจ้าคะ นางเอ่ยขึ้นเมื่อนางประคองท่านแม่ของนางนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เหม่ยเอ๋อร์ของแม่ช่างขี้สงสัยเสียจริง ไหนเจ้าสงสัยเรื่องใดกัน ให้แม่ช่วยเจ้าคล้ายสงสัยดีหรือไม่เล่า หยูซิวอวี้มองลูกสาวของนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งดึงแขนเรียวของลูกสาวเบาๆเพื่อจะให้ลูกสาวขยับมาใกล้นางอีกหน่อย


ท่านแม่เหม่ยเอ๋อร์อยากรู้ว่า พวกพี่สาวเหล่านั้นเดินไปทางด้านหลังอารามทำไมกันเจ้าคะ พวกนางมาอารามในมือก็มีผลไม้มากมายแต่กลับไม่ได้เข้าไปสักการะพุทธองค์ในอารามเช่นพวกเรา


นางเอ่ยถามออกมาอยากหมดเปลือก เมื่อรู้ว่าท่านแม่จะตอบทุกเรื่องที่นางเอ่ยถามไป


พวกพี่สาวที่เจ้าว่า พวกนางล้วนแล้วแต่มาเพื่อสักการะรูปปั้นแม่สื่ออี้หนี่ว์ที่อยู่ด้านหลังอารามต่างหากเล่าเหม่ยเอ๋อร์


แม่สื่ออี้หนี่ว์คือผู้ใดหรือเจ้าคะท่านแม่


เล่าต่อกันมาว่าแม่สื่ออี้หนี่ว์คือเซียนบันดาลรัก ท่านจะคอยบัลดาลความรักให้มนุษย์เรา เชื่อกันว่าหากสักการะแม่สื่ออี้หนี่ว์แล้วก็จะได้พบคู่ครองในไม่ช้า


อ่อ ที่แท้พวกพี่สาวเหล่านั้น พวกนางมาเพื่อขอคู่ครองนี่เอง


เป็นดั่งที่เจ้าว่านั่นแหละเหม่ยเอ๋อร์


ท่านแม่เจ้าคะ หากเหม่ยเอ๋อร์จะขอเดินไปดูที่รูปปั้นแม่สื่ออี้หนี่ว์สักหน่อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ


เจ้าอยากไปก็ไปเถิด แม่จะนั่งรอเจ้าอยู่นี่ก็แล้วกัน นางมองลูกสาวด้วยสายตาอ่อนโยนรู้ดีว่า วัยอย่างเหม่ยเอ๋อร์นั้นกำลังอยากรู้อยากเห็นเป็นอันมาก จึงมิได้ขัดขวางแต่อย่างไร


ขอบคุณท่านแม่เจ้าคะ นางเอ่ยก่อนจะยิ้มประจบ และรีบเดินตรงไปยังด้านหลังอารามที่เป็นจุดหมายของนางในทันที โดยมีสาวใช้สองคนเดินตามไปอย่างรู้หน้าที่

 

ไม่นานนางก็เดินมาถึงบริเวณด้านหน้ารูปปั้นแม่สื่ออี้หนี่ว์เป็นที่เรียบร้อย แต่นางไม่ได้เดินเข้าไปใกล้รูปปั้นแต่อย่างใด นางและเหล่าสาวใช้เพียงแค่ยืนดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเพียงเท่านั้น


เพราะว่ายามนี้ด้านหน้ารูปปั้นแม่สื่ออี้หนี่ว์นั้นคลับคลั่งไปด้วยเหล่าพี่สาวทั้งหลายที่นางเห็นก่อนหน้านี้ที่ด้านหน้าอาราม พวกนางพากันตั้งจิตอธิฐานและโขกศีรษะให้รูปปั้นแม่สื่ออี้หนี่ว์อยู่หลายครั้งอย่างตั้งใจ


พวกเจ้าดูเสียสิ คนมากมายถึงเพียงนั้นกว่าแม่สื่ออี้หนี่ว์จะช่วยคนครบทุกคน มิใช่ว่าต้องเหน็ดเหนื่อยมากหรืออย่างไร นางพูดขึ้นตามใจคิด


คุณหนูท่านแม่สื่ออี้หนี่ว์ท่านเป็นเซียน ไม่เหน็ดเหนื่อยเช่นดั่งมนุษย์เราหรอกเจ้าคะ สาวใช้ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น


บ่าวก็คิดว่าท่านแม่สื่ออี้หนี่ว์ไม่เหน็ดเหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ เหตุว่าทุกคนที่มากราบสักการะล้วนแล้วแต่สมดังใจหวังกันทุกผู้ทุกคน สาวใช้อีกผู้หนึ่งเอ่ยเสริม


แต่ข้าว่าท่านเหนื่อยใช่ต้องเหนื่อยมากแน่ๆ

 

คืนนั้นไม่รู้ว่าเพราะว่านางเดินทางมาทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยหรืออย่างไรกันทันทีที่พระจันทร์ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืน ซูเหม่ยนางก็เข้านอนทันทีไม่ได้อยู่อ่านหนังสือถึงกลางดึกเช่นอย่างที่มักทำอยู่เป็นประจำ


ที่นี่คือที่ใดกัน นี่คือสิ่งที่ใจนางสงสัยอยู่ ยามนี้นางอยู่ที่ใดกันแน่


อยู่ๆนางก็รู้สึกไม่ง่วง รู้สึกว่าตัวเองนั้นควรที่จะตื่นขึ้นได้แล้ว


แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นมากลับกลายเป็นว่านางตื่นขึ้นมาบนเตียงของนางซึ่งยามนี้เตียงอันนี้ไม่ได้อยู่ในเรือนพักของนางเช่นเดิม


แต่กับเป็นอยู่ท่ามกลางทุ้งดอกไม้นานาชนิด


นางมองสำรวจไปทั่วบริเวณ จึงแน่ใจว่าที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดอยู่เลยนอกจากนาง


แม้ทุ้งดอกไม้แห่งนี้จะงดงามสักเพียงไหน แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน แน่นอนว่านางอดที่จะรู้สึกหวั่นๆในใจไม่ได้ จึงได้หยุดฝีเท้าอยู่กับที่เช่นเดิมไม่ได้ก้าวเดินหรือขยับไปที่ใดเลย จนกระทั่งมีเสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะเรียกนาง



แม่นางน้อย


ผู้ใดอยู่หลังต้นเหม่ยตรงนั้นกัน นางเอ่ยถามทันที เมื่อรู้สึกได้ว่าเสียงเรียกเมื่อครู่ดังมาจากใต้ต้นเหม่ยต้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก


ข้าถามว่าผู้ใดอยู่หลังต้นเหม่ย นางเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้นางทำใจกล้า ขยับฝีเท้าก้าวเดินช้าๆไปทางต้นเหม่ยใหญ่


แต่แล้วเมื่อนางเดินมาจนถึงต้นเหม่ยต้นใหญ่นี้แล้ว กับไม่พบผู้ใดอยู่ด้านหลังต้นเหม่ยต้นนี้เลย


ข้าอยู่นี่


เสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่ด้านหลังของนาง


เมื่อนางหันกลับไปมองก็พบสตรีงดงามผู้หญิงนางสวมใส่ชุดสีชมพูปักรูปดอกไม้ประดับผมด้วยเครื่องประดับผมนั่นก็คือปิ่นรูปดอกไม้ลายเดียวกันกับชุดเพียงอันเดียวเท่านั้น แต่กับดูงดงามตราตรึงยิ่งนัก


แม่นางคือใครกันเจ้าคะ


ข้ารึ เป็นคนที่เจ้าสงสารนักอย่างไรเล่า


สตรีตรงหน้าซูเหม่ยยามนี้เอ่ยตอบนางด้วยรอยยิ้ม แม้จะให้คำตอบที่นางไม่เข้าใจ แต่อย่างน้อยยามนี้นางก็รู้สึกหายหวั่นใจไปมากกว่าครึ่งแล้ว


ข้าจำไม่ได้ว่าเคยพบกับแม่นางมาก่อนเลยนะเจ้าคะ แล้วที่นี่คือที่ใดกันแน่ ยามนี้ข้าอยู่ที่ใดกันซูเหม่ยนางเอ่ยต่ออีก


แม่นางน้อยเจ้ากับข้านับว่าเคยเจอกันอยู่ครั้งหนึ่งเห็นจะได้ เจ้าอาจจำข้าไม่ได้แต่ข้าจำเจ้าได้ดีทีเดียว ส่วนที่เจ้าถามว่าที่นี่คือที่ใด ที่นี่คือความฝันของเจ้าซึ่งข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมา


แม่นางเป็นผู้สร้างความฝันนี้ของข้าเช่นนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน


ทุกอย่างล้วนเป็นไรได้หากเป็นสิ่งที่ข้าต้องการแม่นางน้อย


นางได้ฟังก็ชะงักไปทันที ในยามนี้นางไม่กล้าที่จะสบตาของสตรีงดงามตรงหน้าด้วยซ้ำไป


เช่นนั้นหากข้าต้องการออกไปจากฝันนี้เล่า จะต้องทำเช่นไร


ไม่ยากเพียงเจ้ารับปากช่วยงานข้าเล็กๆน้อยๆเท่านั้น


งานที่แม่นางว่าคืออันใดกัน บอกข้ามาก่อนได้หรือไม่เล่า


ข้าจะบอกเจ้า ก็ต่อเมื่อเจ้ารับปากช่วยงานข้าแล้วเท่านั้น


เมื่อได้ยินที่สตรีตรงหน้าเอ่ยขึ้นหนทางเดียวที่นางมีในยามนี้ก็คือหากต้องการออกจากฝันนี้ต้องรับปากช่วยงานนางอย่างเดียว


ตกลงข้าจะช่วยงานแม่นางเอง เชิญแม่นางบอกมาเถิดว่าเป็นงานอันใด


งานนั้นคือ การจัดการดวงคู่ของผู้คือ หรือก็คือการทำให้ผู้อื่นสมหวังในบุพเพกับคู่ครองที่แท้จริง

 


ผ่านมาแล้วเป็นเวลาปีกว่าๆเห็นจะได้ ที่นางเริ่มทำงานที่นางเคยรับปากไว้กับสตรีงดงามผู้หนึ่งในความฝัน


คราแรกเมื่อตื่นขึ้นมาจากฝัน นางคิดว่าเป็นเพราะนางคิดมากจนเกินไป ถึงเก็บเอาไปฝัน แต่แล้วเมื่อนางอายุ 15 ปีเต็มนั่นแหละ คืนที่นางผ่านพ้นพิธีปักปิ่นของตนเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


นางก็เริ่มเห็นดวงคู่ของผู้อื่นโดยที่ดวงคู่นั้นจะเป็นตัวอักษรสีขาวจางๆลอยอยู่เหนือศีรษะของผู้คนอื่นๆ ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นบุรุษหรือสตรี ทุกผู้ทุกคนที่ถึงวัยออกเรือนแล้วล้วนแล้วแต่ปรากฏขึ้นหมดทั้งสิ้น


ยกเว้นแค่เพียงนางผู้เดียวกระมังที่ส่องกระจกมองหาดูเท่าใดก็ไม่เห็นดวงคู่ของนางเลย คล้ายกับนางเป็นข้อยกเว้นสำหรับดวงคู่ หรือไม่ก็เป็นเพราะนางไม่มีสิทธิเห็นดวงคู่ของตนเอง


นับแต่นั้นมานางก็เริ่มลงมือ ช่วยงาน สตรีงดงามผู้นั้นที่นางพบในความฝันด้วยการเริ่มจากสาวใช้ในจวนสกุลหม่าของนางก่อน และหากมีโอกาสต่างๆก็จะช่วยตามที่นางเห็นว่าควรช่วย ผู้ใดไม่ควรข้องแวะนางถือคติที่ว่าควรอยู่ห่างหมื่นลี้เป็นอย่างต่ำ


 ยอมรับตามตรงเลยว่านางไม่ได้กระตือรือร้นต่อดวงคู่ของผู้ใดมานานมากแล้ว เมื่อนางเริ่มรู้สึกคุ้นชิน ก็เริ่มเฉยช้าต่อการ ‘ช่วยงาน’ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ มีสตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น และบนดวงคู่ของนางก็ปรากฏชื่อ หม่าซูหมิง พี่ชายของนาง


ครั้งนี้จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งซึ่งนางจะลงมืออย่างเต็มที่เพื่อให้บุพเพของพี่ชายนางสมหวังและออกมาดีที่สุดเท่าที่นางจะทำได้


แม้นางจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าอย่างไรบุพเพของพี่ชายของนางคงสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพี่ชายของนางนอกจากเครื่องเคลือบแล้วแทบจะไม่มีตาจะเอาไว้มองสิ่งอื่นใดอีก โชคดีที่พี่ชายของนางยังพอจะมองนางอย่างใส่ใจอยู่บ้างก็เถอะ


เรื่องนี้นางคงต้องค่อยๆวางแผนให้ดีก่อนแล้วจึงค่อยๆลงมือจัดการ หากปล่อยเอาไว้นานเกินไปก็คงไม่ดีนัก เพราะหากพี่ชายนางคาดจากสตรีผู้นี้ คงไม่มีใครในสองคนนี้ได้พบจุดจบที่ดีในชีวิต


ดวงคู่นั้นเป็นสิ่งที่สวรรค์คัดสรรคู่ที่เหมาะสมมาแล้ว หากคู่ใดไม่ได้ครองคู่หรือแยกกันไม่ได้เป็นไปตามที่สวรรค์กำหนด จะไม่มีผู้ใดที่เป็นสุข


หลายคู่อาจต้องพบเจอเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนั้นอย่างหยุดยั้งไม่ได้ นางเองก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถช่วยเหลือทุกคนได้ แต่เชื่อเถอะหากเป็นผู้ที่เป็นคู่กันมาตลอดทุกภพชาติ อย่างไรเสียสักวันพวกเขาก็จะหากันเจอ และได้เคียงคู่กันอย่างเป็นสุขเอง 


เพราะฉะนั้นนางจะไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาทำร้ายดวงคู่ของพี่ชายนางแน่


BY อาหลานเร่อ
P.S.  โปรดติดตามและตามติด 
ขอบคุณค่ะ





心心相印 ลิขิตรักอ๋องนักรบ
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
   ฟ้าดินคืออ้อมกอด รักจึงจะเป็นยาเยียวยาหัวใจ   ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปจนแทบไม่เหลือเพียงแค่นางปรากฏตัวตรงหน้าข้าข้าผู้ต้องทนอยู่อย่างไรซึ้งสีสันมาตลอด กับรู้สึกได้ถึงสีสันอีกครั้งเพราะนาง  เมื่อความเจ็บปวดจากการสูญเสียงพระมารดาไปต่อหน้าต่อตายังคงฝังใจ เขาจึงต้องปิดบังมันเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย  แต่เหมือนว่าความเจ็บปวดที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้จะถูกนางมองออกจนหมดเสียแล้ว         “เจ้าอยากเรียกข้าว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่เจ้า”        “เช่นนั้นข้าก็จะเรียกท่านว่าหน้าน้ำแข็งเช่นเดิมก็แล้วกัน”          เอ่ยจบนางก็ถูกอวี้หลงมองมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ทำเอานางอดที่จะหัวเราะออกมากับท่าทีของเขามิได้         “....” “ข้าเพียงแค่เย้าท่านเล่นเท่านั้นอวี้หลง ท่านก็อย่าได้โกรธเคืองกันเลย” “ข้าก็มิได้โกรธเคืองอันใดเจ้า” “ขนาดมิได้โกรธเคืองท่านยังมองข้าตาเขียวเสียปานนั้นแล้ว หากโกรธเคืองข้าจริงท่านไม่ใช้สายตาฆ่าข้าเลยหรือ” “สายตาฆ่าใครมิได้ เจ้าจะมัวแต่กล่าววาจาเลอะเทอะไปทำไมกัน” “วาจาข้าเลอะเทอะจริงเช่นเจ้าว่านั่นแหละ คนเราเลอะเทอะบ้างคงมิตายหรอกกระมัง จะให้ข้านิ่งเฉยไร้อารมณ์เช่นท่านคงมิได้จริงๆ หรือถ้าทำได้มินานคงขาดใจ”
我爱你 ลิขิตรักฮูหยินพลัดมิติ
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
ชีวิตข้าแล้วที่จริงมิได้ต้องการสิ่งใด นอกเสียจากการได้เคียงคู่กับท่านข้ากลัวว่าหากหลับตาลงอีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดของข้ากับท่านจะกลายเป็นเพียงความฝันที่จะเลือนหายไปเช่นเดียวกับหมอกควันเธอหลันซู่ถงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เห็นว่าเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตคือการหาเงิน กับถูกฟ้าผ่าจนทำให้ฟื้นขึ้นมาร่างของหลิวซู่ซู่ซึ่งมีหน้าตาเหมือนนางทุกประการในโลกต่างมิติ แถมพ่วงมาด้วยตำแหน่งฮูหยินน้อยของสกุลฉู่อีกต่างหาก ยังไงซะเธอก็ต้องหาทางอยู่ในมิตินี้ให้ได้ ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน หากแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการอยู่ในมิตินี้ให้ได้จะไม่ใช่แค่การปรับตัวเสียแล้ว แต่ปัญหาใหญ่สุดกับเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนางอย่าง ฉู่ฉางซาน บุรุษหน้านิ่งที่ไม่ชอบความวุ่นวายเป็นที่สุด
我爱你 ลิขิตร้ายร่ายรัก
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
'คุณหนูโม่จิวซิน บุตรีคนรองแม่ทัพใหญ่โม่จิวฝู รูปโฉมงดงาม กริยาวาจาเฉลียวฉลาด อาจหาญเปี่ยมคุณธรรม ฮ่องเต้โฮ่วหนางเจียน แต่งตั้งคุณหนูโม่จิวซินเป็นพระชายาชินอ๋องนับตั้งแต่นี้ อีกสามปีรอประทานวันสมรสจบราชโองการ'"พันสตรีงามล่มเมืองก็มิเท่าเจ้าผู้เดียว"เมื่อพระอนุชาเพียงพระองค์เดียวของฮ่องเต้กำลังจะตาย นางจำใจต้องเข้าช่วยเหลืออย่างเลือกไม่ได้ และสิ่งที่นางได้กลับมาทันทีที่ตกลงเข้าช่วยเหลือกับเป็นราชโองการแต่งตั้งนางเป็นพระชายาของชินอ๋องเสียอย่างนั้น
我爱你 ลิขิตรักวาสนาผูกใจ
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
“วาสนาลึกซึ้ง เพียงไม่นานเจ้าจะได้พบคู่ครองที่ด้ายแดงได้ผูกเอาไว้”“วาสนาของข้าคงเป็นท่านจิ้นชิงเหอ….”“คุณหนูไป๋หนิงเซียนงดงามกิริยาว่าจาเรียบร้อยอ่อนหวาน เพียบพร้อมด้วยมารยาทอันดีงาม ประทานให้สมรสกับแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าซือเป่าจิ้นชิงเหอ จบราชโอรงการ”“หม่อมฉันไป๋หนิงเซียนน้อมรับราชโอรงการเพคะ”  ไม่เรียกนางว่าเป็นสตรีที่มีโชคที่สุดก็จงเรียกนางว่าเป็นสตรีที่อัปโชคที่สุดเสียเถิด เพราะต่อให้มีคนร้อยคนเดินเข้าป่าก็มีนางผู้เดียวที่เจอเสือ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 285 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #28 ทองม้วน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 18:55

    เพราะหากพี่ชายนางคาดจากสตรีผู้นี้ = คลาด หรือเปล่าคะ ชอบค่ะบรรยายไหลรื่น ขอบคุณค่ะ

    #28
    0
  2. #6 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 20:32
    หวังว่านางจะจับคู่พี่ชายตนได้นะคะ
    #6
    0
  3. #5 Pitchaya-popie (@0987683337) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 00:45

    สนุกมากค่ะ ????????????????

    #5
    0
  4. #4 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:28
    ท่านเซียนก็เหนื่อยจึงให้นางเอกมาช่วยทำงานใช่แน่เลย
    #4
    0