金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก (จบแล้วค่ะ)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 8 สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่มีเช่นผู้อื่น (อัพครบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61




ตอนที่ 8

สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่มีเช่นผู้อื่น


ระหว่างทางที่นางและเหล่าผู้ติดตามพากันเดินออกมาจากจวนสกุลอวี้ ในหัวนางคิดวนเวียนถึงแต่เรื่องของอวี้ฉางสือตลอดทาง เหมือนกับว่าเขามีสิ่งหนึ่งที่แปลกไปจากผู้อื่น แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเป็นสิ่งใดกันแน่ที่แตกต่าง


นางไม่รู้จนกระทั่ง คืนนั้นนางฝัน ฝันว่าตัวนางนั้นไปที่ทุ่งดอกไม้ที่นางเคยเจอกับสตรีงดงามผู้หนึ่งเมื่อตอนที่นางอายุได้สิบสี่ปี และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันสตรีงดงามนางนั้นมาหานางอีกครั้ง


แต่ในครั้งนี้สตรีงดงามผู้นี้ไม่ได้หลบนางอยู่ที่ใด แต่กับนั่งรอนางอยู่ที่ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงกลางทุ่งดอกไม้แห่งนี้แทน


ไม่เจอกันเสียนานนะแม่นางน้อย


สตรีนางนั้นเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่านางกำลังเดินเข้าไปหา


นางไม่ได้ตอบสิ่งใด นอกจากก้าวเดินให้เร็วขึ้นเพื่อหวังให้ตนนั้นเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างหน้าสตรีงดงามผู้นั้นโดยเร็ว


แต่ยิ่งเดินเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนกับว่านางเดินย่ำอยู่กับที่


ท่านจะกลั่นแกล้งข้าอีกนานหรือไม่


หม่าซูเหม่ยเอ่ยถามไปที่สตรีงดงามที่ยังคงนั่งส่งยิ้มมาทางนางอยู่เช่นเดิม


ข้านึกว่าเจ้าไม่อยากจะคุยกับข้าเสียอีก ก็เห็นว่าข้าเอ่ยถามออกไปเจ้าไม่เห็นจะตอบสิ่งใดกลับมา


สิ้นเสียงสตรีงดงามนางนั้น วูบหนึ่งนางรู้สึกว่ารอบๆตัวนางบิดเบี้ยวจนนางต้องหลับตาลง  และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งนางก็มายืนอยู่เบื้องหน้าสตรีงดงามผู้นี้แล้ว


เฮ้อ


นางถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเบื่อหน่าย


เมื่อเกือบสามปีก่อนข้าเจอท่านที่นี่ครั้งนั้นท่านเอ่ยว่า ให้ข้าช่วยงานท่านยามนี้ท่านมาเจอข้าอีกครั้งเพราะเหตุใดกัน คงมิใช่ว่าท่านจะบอกให้ข้าหยุดช่วยงานท่านได้แล้วกระมัง


เจ้าเบื่อหรือยังเล่ากับการมองเห็นดวงคู่


สตรีงดงามไม่ได้ตอบที่นางถาม แต่กลับถามนางกลับอีกครั้ง


หากข้าบอกว่าเบื่อแล้ว ท่านจะให้ข้ากลับไปเป็นสตรีปกติเช่นเดิมหรือไม่เล่า” 


นางเองก็ไม่ได้ตอบคำถามของสตรีงดงามผู้นั้น แต่กลับย้อนถามไปอีกเช่นกัน


หลายปีมานี้ไม่ว่าจะมองขึ้นไปเหนือหัวผู้ใดล้วนแล้วแต่เห็นดวงคู่ของผู้อื่นมากมายไปหมด จนบางครั้งนางแทบไม่อยากจะก้าวเท้าออกจากจวนเสียด้วยซ้ำ


แต่จะว่านางไม่ชอบที่ตนสามารถมองเห็นดวงคู่ได้นั้นก็ออกจะเกินไปหน่อย อย่างน้อยๆนางก็ทำให้หลายคู่ได้พบกับคู่ครองที่แท้จริงของตนเอง แม้นางจะไม่ได้ช่วยไปมากนัก แต่ก็ถือว่าได้ช่วย


ครั้งก่อนข้าก็บอกแล้วว่า ข้าให้เจ้าช่วยงานข้าเท่านั้น และเจ้าก็ทำได้ดีมาตลอด ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องให้เจ้าช่วยงานไปนานกว่านี้เสียหน่อย


แสดงว่าครั้งนี้ท่านมาเพื่อบอกให้ข้าไม่ต้องอยู่ช่วยงานท่านแล้วกระมัง


ก็ทั้งใช่ และก็ไม่ใช่


ความหมายของท่านคืออันใด นางถามต่ออย่างไม่เข้าใจ อะไรคือทั้งใช่และก็ไม่ใช่ที่นางเอ่ยออกมากัน


เมื่อไหร่ที่เจ้าได้พบกับผู้ที่เป็นคู่ของเจ้าและเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว เมื่อนั้นเจ้าก็จะไม่ต้องเห็นดาวคู่อีกต่อไป


หากข้าแต่งงาน ก็ไม่ต้องเห็นดาวคู่และช่วยงานท่านเช่นนั้นหรือ


แม่นางน้อยเจ้าต้องแต่งงานกับคู่ตามบุพเพของเจ้า เมื่อเจ้าจัดการดวงคู่ให้ตนเองจนเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อนั้นหน้าที่ในการช่วยงานของเจ้าก็จะจบลง


สตรีงดงามผู้นี้กำลังจะบอกนางว่า หากเมื่อไหร่ก็ตามที่นางได้พบคู่บุพเพของนางและได้แต่งงานกับเขา เมื่อนั้นนางก็จะหมดหน้าที่ ที่สตรีผู้นี้ให้ช่วยงาน แต่มันคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายกระมัง หากนางต้องเป็นผู้มองหาชื่อของนางในดวงคู่ของผู้อื่นที่มีอยู่มากมาย


เช่นนั้นแปลว่า อาจจะเป็นอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ข้าจะหาเขาผู้นั้นเจอ


อาจจะนานหรือไม่นาน ไม่แน่เจ้าอาจจะได้พบกับเขาแล้วก็ได้ แต่เจ้าแค่ไม่รู้ตัวเท่านั้น อย่าลืมสิว่าคู่บุพเพย่อมต้องดึงดูดพวกเจ้าเขาหากัน


ดึงดูดเข้าหากันอย่างงั้นหรือ 


หม่าซูเหม่ยนางเอ่ยขึ้น นี่นางลืมไปได้อย่างไรว่าทุกอย่างล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วทั้งสิ้น คนสองคนที่เป็นคู่กันย่อมต้องได้พบกัน


 

เอาหล่ะ คุยกับเจ้าอยู่นาน ข้าคงถึงเวลาต้องไปแล้ว แม่นางน้อยข้าขอให้เจ้าโชคดี จำไว้อีกอย่างหนึ่งคู่ของเจ้าเขาจะแตกต่างจากผู้อื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้า


เอ่ยจบนางก็เห็นสตรีงดงามผู้นั้นค่อยๆจางหายไป โดยที่รอบๆตัวของนางไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือดอกไม้ในทุ้งนั้นล้วนแล้วแต่หยุดนิ่งทั้งสิ้น ภาพนั้นเป็นภาพสุดท้ายที่นางเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะจางหายไปเช่นเดียวกับสตรีนางนั้น และนางก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนในเรือนของนางเช่นปกติ เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น


แต่ในความฝันนั้นมีเพียงนางที่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจริง


คู่ของข้าจะแตกต่างจากผู้อื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าข้าเช่นนั้นหรือ


พี่ใหญ่เจ้าค่ะ


เป็นเจ้าเองหรือเหม่ยเอ๋อร์ นี่ก็ใกล้จะถึงยามห้าย (21.00 - 22.59 .)แล้ว ทำไมเจ้ายังไม่กลับเข้าเรือนพักของเจ้าอีกหม่าซูหมิงเอ่ยถามน้องสาวของตน เมื่อเห็นว่านางนั้นยังนั่งอยู่ที่ศาลาในสวน


เวลานี้น้องสาวของเขาควรจะอยู่ในเรือนพักของตัวเองได้แล้ว ไม่ควรออกมานั่งตากลมอยู่เช่นนี้


ข้าก็มารอพบพี่ใหญ่นี่แหละเจ้าค่ะ หลายวันมานี้ข้าไม่ได้เจอพี่ใหญ่เลย


หลายวันมานี้ งานที่โรงเครื่องเคลือบของเรายุ่งๆน่ะ เลยต้องออกจากจวนแต่เช้าและกลับดึกหน่อย


พี่ใหญ่ทำงานหนักเพื่อสกุลหม่าเราข้าก็ต้องขอขอบคุณท่านมาก แต่ท่านก็อย่าลืมพักผ่อนให้มากด้วยเล่า เดี๋ยวจะล้มป่วยไปได้นางเอ่ยอย่างเป็นห่วง


พี่รู้แล้ว พี่ไม่ฟื้นตัวเองแน่ เจ้าอย่าได้ห่วงไปเลย


หม่าซูหมิงยิ้มให้น้องสาวที่สุดแสนจะน่ารักของตน เขาอดที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวนางอย่างเอ็นดูไม่ได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่นางก็น่ารักเสมอสำหรับเขา


ได้ยินพี่ใหญ่พูดเช่นนี้ข้าก็เบาใจ


พี่ยังมีท่านแม่กับเจ้าต้องดูแล ย่อมไม่ยอมให้ตัวเองเป็นอะไรไปหรอก เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเจ้ากับท่านแม่คือสำคัญที่สุดในชีวิตข้า


ข้าย่อมรู้ดี ว่าแต่คนสำคัญของท่านรวมพี่เจินซีเข้าไปด้วยอีกคนหนึ่งจะได้หรือไม่


เจ้าพูดอะไรออกมา หาผู้ใดมาได้ยินเข้า จะนำไปพูดไม่ดีได้


ข้าพูดให้ท่านคิดอย่างไรเล่า ท่านแม่อยากอุ้มหลาน ส่วนพี่เจินซีเองนางก็เพียบพร้อมเหมาะสมกับพี่ทุกอย่าง หากพวกท่านได้แต่งงานกันย่อมเป็นคู่ที่เหมาะสมหาใดเปรียบ


นางรีบยกท่านแม่ของนางที่ยามนี้ไปขอพรพระพุทธองค์ ที่เมืองหลงไท่ กับท่านป้าของนางขึ้นมาอ้าง


เหม่ยเอ๋อร์ นี่เจ้าคิดจะเป็นแม่สื่อให้พี่อย่างนั้นหรือ


แล้วไม่ดีหรืออย่างไร ข้าพอมองออกอยู่บ้างว่าพี่ใหญ่เองก็พอใจพี่เจินซีอยู่ แม่สื่ออย่างข้าวันๆมีคนมาขอร้องอ้อนวอนตั้งเท่าไหร่พี่ใหญ่ก็รู้ดี ท่านเชื่อมือข้าเถอะพี่เจินซีนี่แหละเหมาะที่จะมาเป็นพี่สะใภ้ข้าที่สุด 


นางเอ่ยจบก็ลุกขึ้น และเดินออกจากศาลาไปปล่อยให้พี่ชายของนางยืนอยู่ในศาลาเพียงลำพัง


ทางด้านหม่าซูหมิงที่ถูกน้องสาวที่เขาพึ่งชมว่านางน่ารักในใจ ถึงให้อยู่เพียงลำพัง เขาจึงได้นึกไปถึงคำของน้องสาวเมื่อครู่ที่อยากให้เขาแต่งแม่นางสือมาเป็นภรรยา จริงอยู่ที่เขาค่อนข้างพึงพอใจแม่นางสืออยู่มาด้วยที่นางเป็นสตรีเรียบร้อยอ่อนหวาน อีกทั้งเข้ากับน้องสาวของเขาได้ดี หากได้แต่งกับนางจริงเขาก็เต็มใจยิ่ง


อีกอย่างผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างก็เชื่อในตัวแม่สื่อหม่าซูเหม่ยกันทั้งนั้น แล้วเขาซึ่งเป็นพี่ชายจะไม่เชื่อนางที่เป็นน้องสาวแท้ๆได้อย่างไร


รุ่งขึ้นจึงมีจดหมายจากหม่าซูหมิงถึงหม่าซูเหม่ย โดยในจดหมายที่แนบมากับถาดสำรับมื้อเช้าของหม่าซูเหม่ยนั้นมีอยู่ว่า


เรียนท่านแม่สื่อ เรื่องข้าหม่าซูหมิงกับว่าที่ภรรยาคงต้องฝากท่านแล้ว


BY อาหลานเร่อ
ขอบคุณค่ะ




金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
หม่าซูเหม่ย  หญิงสาววัยเพียง 16 หนาวนางสามารถมองเห็นดวงคู่ของผู้อื่นได้ ทำให้เริ่มที่จะทำตัวเป็นแม่สื่อให้ผู้อื่นอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งเกิดเสียงเล่าลือกันไปว่าหากผู้ใดให้นางเป็นแม่สื่อให้ได้แล้วล่ะก็ จะได้มีชีวิตแต่งงานที่รุ่งโรจน์ชีวิตครอบครัวมีแต่ความสุข เมื่อนึกถึงนาง ใบหน้าของนางเวลาที่ส่งยิ้มมาให้เขาก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาเสียแล้ว น้ำเสียงของนางเวลาพูดคุยกันยังคงตราตรึงชัดเจนอยู่ในห้วงคำนึงของเขาเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเริ่มจดจำใบหน้าของนางและท่าทางของนางตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแม้กระทั่งเริ่มอยากเจอหน้านางเช่นนี้ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็กลับกลายเป็นว่ามีบ่อยครั้งที่เขาเผลอไปนึกถึงนางเสียแล้ว หรือว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นเพียงความพลั้งเผลอ แต่เป็นความต้องการของบางสิ่งบางอย่างในหัวใจของเขาที่มันมักจะเรียกหานางออกมาโดยไม่รู้ตัวท่านมีเงิน ท่านจะซื้อสิ่งใดก็ได้เว้น “ความรัก”เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ต้องซื้อด้วย “หัวใจ
心心相印 ลิขิตรักอ๋องนักรบ
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
   ฟ้าดินคืออ้อมกอด รักจึงจะเป็นยาเยียวยาหัวใจ   ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปจนแทบไม่เหลือเพียงแค่นางปรากฏตัวตรงหน้าข้าข้าผู้ต้องทนอยู่อย่างไรซึ้งสีสันมาตลอด กับรู้สึกได้ถึงสีสันอีกครั้งเพราะนาง  เมื่อความเจ็บปวดจากการสูญเสียงพระมารดาไปต่อหน้าต่อตายังคงฝังใจ เขาจึงต้องปิดบังมันเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย  แต่เหมือนว่าความเจ็บปวดที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้จะถูกนางมองออกจนหมดเสียแล้ว         “เจ้าอยากเรียกข้าว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่เจ้า”        “เช่นนั้นข้าก็จะเรียกท่านว่าหน้าน้ำแข็งเช่นเดิมก็แล้วกัน”          เอ่ยจบนางก็ถูกอวี้หลงมองมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ทำเอานางอดที่จะหัวเราะออกมากับท่าทีของเขามิได้         “....” “ข้าเพียงแค่เย้าท่านเล่นเท่านั้นอวี้หลง ท่านก็อย่าได้โกรธเคืองกันเลย” “ข้าก็มิได้โกรธเคืองอันใดเจ้า” “ขนาดมิได้โกรธเคืองท่านยังมองข้าตาเขียวเสียปานนั้นแล้ว หากโกรธเคืองข้าจริงท่านไม่ใช้สายตาฆ่าข้าเลยหรือ” “สายตาฆ่าใครมิได้ เจ้าจะมัวแต่กล่าววาจาเลอะเทอะไปทำไมกัน” “วาจาข้าเลอะเทอะจริงเช่นเจ้าว่านั่นแหละ คนเราเลอะเทอะบ้างคงมิตายหรอกกระมัง จะให้ข้านิ่งเฉยไร้อารมณ์เช่นท่านคงมิได้จริงๆ หรือถ้าทำได้มินานคงขาดใจ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #23 Taksina_Tangkwa (@Taksina_Tangkwa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 18:14
    ข้าไม่ฟื้นตัวเอง น่าจะเป็น ข้าไม่ฝืนตัวเอง ใช่มั้ย
    #23
    0
  2. #22 ผีขนมหยก (@yokandmom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 18:10
    ถถถถถ พี่ชายเห็นด้วยแล้ว
    #22
    0
  3. #21 เด็กฝึกหัดอ่านนิยาย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 17:43

    รอค่ะรอที่รอเพราะไม่ได้โหลดแอพอีกทั้งยังไม่มีกะตังจิชื้อจึงรอให้มาอัพรออ่านจร้าาาาเห็นใจคนงบน้อยที่อยากอ่านนิยายตัวน้อยๆนี้หน่อยนะคร้าบบบบ

    #21
    0
  4. #20 khemasiri (@khemasiri) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 17:28
    ( ¯(∞)¯ )
    #20
    0
  5. #17 kanoknat81 (@kanoknat81) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 16:28
    พี่ชายนางเอกน่ารัก
    #17
    0