金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก (จบแล้วค่ะ)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 6 เจ้าคือสตรีดูไม่ได้เมื่อหลายวันก่อนสินะ (อัพครบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    24 ก.ย. 62



ตอนที่ 6

เจ้าคือสตรีดูไม่ได้เมื่อหลายวันก่อนสิน่ะ


“ให้นางเข้ามาได้”


เสียงเคร่งขรึมของบุรุษที่อยู่ด้านในดังขึ้น ทำเอานางรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะฮึกสู้เมื่อพ่อบ้านกวงเปิดประตูห้องตรงหน้าและผายมือให้นางเดินเข้าไป


นางเดินเข้าไปก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนตั้ง ในมือของเขาถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง นางถูกเขาจับจ้องตั้งแต่เดินเข้าประตูห้องหนังสือมา


เจ้าคือสตรีดูไม่ได้เมื่อหลายวันก่อนน่ะหรือ นี่คือประโยคแรกที่เขาเอ่ยขึ้นมา เมื่อนางเดินมาหยุดอยู่กลางทางเดินที่ใกล้กับตั้งที่เขานั่งอยู่พอสมควรแล้ว


มารดาเจ้าเถอะ!!!


นางสบถออกมาในใจ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆและฉีกยิ้มหวานไปให้เขา


หลายวันก่อนต้องขอขอบคุณมากที่นายท่านอวี้ยืนมือเข้าช่วยเหลือ


ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดที่ต้องขอบคุณ ข้าเพียงแค่อยากออกแรงพอดี ไม่ได้ตั้งใจช่วยเหลือเจ้าแต่อย่างใด


เอาอีกแล้วคำพูดหน้าถลกหนังออกมาเช่นนี้ทำไมเขาถึงพูดออกมาได้เป็นปกติเช่นนี้


นางกำมือแน่น แต่ใบหน้าก็ยังฉาบไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม


เช่นนั้นก็ต้องกล่าวว่าข้าช่างโชคดีนัก ที่ท่านอยากออกแรงพอดี


เจ้าโชคดีจริงดั่งว่า เป็นข้าเองที่โชคร้าย เสียงเรียบยังคงเอ่ยต่อ สีหน้าขอเขาก็ยังคงเรียบเฉยเช่นเดียวกับคำพูด


เป็นนางเสียเองที่ยามนี้หัวร้อนจนแทบจะไหม้เกรียมอยู่แล้ว กับคำพูดขอเขา


เจ้ายืนนางคงเมื่อย ตั้งนั่นเจ้านั่งได้


เจ้าไม่บอกให้ข้านั่งเสียพรุ่งนี้เลยเล่า!!!


ขอบคุณนายท่านอวี้


หม่าซูเหม่ยหันหลังกลับไปนั่งลงบนตั้งตัวที่อยู่ตรงข้ามกับตั้งที่อวี้ฉางสือนั่งอยู่ ตอนหันหลังเดินกลับไปนางกำมือตัวเองกับชุดของนางแน่น


บุรุษผู้นี้น่าตายนัก


เห็นว่าเจ้าให้พ่อบ้านกวงมาบอกข้าว่ามีเรื่องการค้าอยากจะคุยกับข้า


ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาว่ากลุ่มการค้าสกุลอวี้นำของจากแคว้นหนานจิงมาขายด้วย เลยอยากจะขอให้นายท่านอวี้ช่วยซื้อผ้าไหมหนานจิงมาให้ข้าสักสองร้อยพับ


นางเอ่ยพร้อมส่งยิ้ม เรื่องการค้าเป็นเรื่องหลักเลยด้วยซ้ำในการที่นางมาเยือนจวนสกุลอวี้แห่งนี้


ผ้าไหมหนานจิงสองร้อยพับไม่ใช่เรื่องยาก แต่เรื่องค่าเดินทางคงไม่คุ้มกับราคาผ้าไหมกระมัง


 เขาเอ่ยขึ้น แม้ว่าผ้าไหมหนานจิงจะเป็นของขึ้นชื่อของแคว้นหนานจิงแม้จะงดงามมากแต่ราคาก็ไม่ได้สูงนักเพราะผ้าไหมนี้ทำขึ้นได้ง่ายจึงมีจำนวนมาก เมื่อมีจำนวนมาก็ยิ่งราคาถูก


เขาเองจึงไม่ได้นำผ้าไหมหนานจิงแห่งนี้มาขาย เพราะว่าไม่คุ้มกับค้าขนถ่ายสินค้า


ข้าไม่ได้จะนำมาขายเป็นพับเสียหน่อย จะนำมาทำเป็นชุดสร้างราคาเพิ่มได้คุ้มค่าแน่นอนท่านอย่าได้ห่วงไปเลย


เช่นนั้นข้าก็จะส่งผ้าไหมหนานจิงสองร้อยพับให้เจ้า หนึ่งเดือนต่อจากนี้รอรับได้เลย แต่อย่าลืมว่าข้าเตือนเจ้าแล้วหากเจ้าขาดทุนย่อยยับจะมากล่าวโทษข้าไม่ได้


นายท่านอวี้อย่าได้กังวล ซูเหม่ยย่อมไม่กล้าต่อว่าท่านแม้สักครึ่งคำ (ไม่รวมที่ข้าต่อว่าท่านในใจไปหลายครั้งแล้วนะ) นางเผลอเอ่ยแทนตัวเองอย่างลืมตัว


อวี้ฉางสือผู้นี้พูดง่ายกว่าที่นางคิดเอาไว้เยอะทีเดียว


อีกสองวันข้าจะติดต่อคนของข้าในแคว้นหนานจิง ส่วนเรื่องค่าสินค้าข้าจะคิดเอาไว้ให้ ไม่เกินเย็นวันพรุ่งนี้เจ้าให้คนของเจ้ามาดูยอดเงินได้เลย


ขอบคุณมากเจ้าค่ะ นายท่านอวี้ใจดียิ่งนัก 


นางเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ยามนี้ใบหน้าของนางเบ่งบานไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ


“….” 


อวี้ฉางสือตัวแข็งทื่อ เมื่อครู่เขาพึ่งได้ยินนางเอ่ยว่าเขาใจดี นางเป็นคนแรกที่เอ่ยเช่นนั้นกับเขา


พ่อบ้านกวงและฉิงอินก็เช่นเดียวกัน ยามนี้พวกเขาพากันยืนตัวแข็งทื่อไปหมดเช่นกัน ทำเอาชิงชิงที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสือมองพวกเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ


ชิงชิง ชิงชิงนำของที่ข้าเตรียมมาเข้ามา!!!” 


นางมองบุรุษต่างวัยทั้งสองอีกครั้งก่อนจะประคองกล่องที่คุณหนูของนางต้องการเข้าไปในห้องหนังสือ


เมื่อเดินเข้าไปด้านในห้องหนังสือ ชิงชิงนางก็ไม่ลืมที่จะโค้งศีรษะให้นายท่านอวี้ และนำกล่องที่คุณหนูของนางต้องการยื่นให้คุณหนูของนางกับมือก่อนที่นางจะขอตัวเดินออกไปรออยู่หน้าห้องหนังสือตามเดิม


หม่าซูเหม่ยเปิดกล่องที่นางนำมาบนโต๊ะวางข้างตั้งที่นางนั่งอยู่ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูงประคองกล่องที่ถูกเปิดออกด้วยมือของนางเข้าไปหาอวี้ฉางสือที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าง


นี่เป็นของเล็กๆน้อยๆที่ข้านำมาให้ท่านด้วยนางเอ่ยก่อนจะยื่นกล่องไปใกล้ๆอวี้ฉางสือ


ชุดน้ำชาเครื่องเคลือบศิลาหยกอวี้ฉางสือเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าของในกล่องคือสิ่งใด


ใช่แล้ว ข้าคงลืมบอกท่านไปว่าบ้านข้าทำเครื่องเคลือบด้วย


ข้าว่ามีสิ่งที่เจ้าควรบอกข้าอีกไม่น้อยเลยทีเดียว 


เขาเอ่ยขึ้น ยามนี้เขาจ้องมองนางไม่คาดสายตาเลยทีเดียว นางเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลบสายตาของเขาแต่อย่างไร


หม่าซูเหม่ยคนนี้ไม่ธรรมดาเลย นางให้เขาช่วยนางซื้อสินค้าจากแดนไกล ยังจะให้เขาช่วยขายเครื่องเคลือบอีก


แม้เครื่องเคลือบอันนี้จะดูเหมือนเป็นสิ้นน้ำใจของนางที่มอบให้แก่เขาแต่มันก็แฝงไปด้วยการเสนอสินค้าให้เขานำไปกระจายขายที่อื่นอยู่ในทีนั่นแหละ แล้วก็แน่นอนว่าสินค้าคุณภาพดีเช่นนี้เขาผู้เป็นพ่อข้าย่อมไม่ยอมที่จะเสียโอกาสทองไปแน่น


ข้ามารบกวนท่านนานแล้ว คงต้องขอตัวกลับเสียที ขอบคุณนายท่านอวี้ที่อุตส่าห์เสียเวลากับข้านะเจ้าคะ” 


นางเอ่ยขึ้นก่อนจะโค้งตัวลาอวี้ฉางสืออย่างอ่อนน้อมสง่างาม


อ่า ดูเหมือนข้าจะลืมเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งไป 


นางเดินไปได้ยังไม่ทันถึงประตูห้องหนังสือก็หันกลับมาที่อวี้ฉางสืออีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้น 


หากนายท่านอวี้สนใจเครื่องเคลือบก็สามารถไปเยือนที่โรงเคลือบสกุลหม่าได้ทุกเมื่อ


เมื่อกล่าวจบนางก็โค้งศีรษะอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปจากห้องหนังสือของอวี้ฉางสือโดยไม่หันกลับมาอีก


หม่าซูเหม่ย เจ้าทำให้ข้าอวี้ฉางสือได้เปิดหูเปิดตาแล้วเขาเอ่ยขึ้นริมฝีปากยกยิ้มอย่างพอใจไม่น้อย

 

สุดท้ายแล้วอวี้ฉางสือก็ทนต่อความสงสัยไม่ได้อีกต่อไป ตั้งแต่หม่าซูเหม่ยนางกลับไปเขาก็วนเวียนคิดเรื่องนางของเต็มหัวไม่จบไม่สิ้นเสียที หากไม่แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องของนางเขาคงไม่อาจมีสมาธิทำงานต่อไปได้


            “ฉิงอิน


            ขอรับนายท่าน


            เจ้าไปสืบเรื่องเกี่ยวกับหม่าซูเหม่ยให้ข้า เอาละเอียดที่สุดเท่าที่เจ้าจะหาได้


            “ขอรับนายท่าน


            ในคืนนั้นหม่าซูเหม่ยผู้นี้ยังตามเอาของต่างๆมาเปิดให้เขาดูมากมาย ไม่ว่านางจะเปิดสิ่งใดออกมาจากกล่องในมือ ราวกับว่าทุกอย่างช่างเป็นสิ่งของที่น่าสนใจยิ่งนัก


            อ่า อวี้ฉางสือ เจ้าต้องรีบไล่นางออกจากความคิดเจ้าไปเสีย!!!



BY อาหลานเร่อ
ขอบคุณค่ะ



金枝玉叶 อลวนรักร้ายแม่สื่อหมายรัก
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
หม่าซูเหม่ย  หญิงสาววัยเพียง 16 หนาวนางสามารถมองเห็นดวงคู่ของผู้อื่นได้ ทำให้เริ่มที่จะทำตัวเป็นแม่สื่อให้ผู้อื่นอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งเกิดเสียงเล่าลือกันไปว่าหากผู้ใดให้นางเป็นแม่สื่อให้ได้แล้วล่ะก็ จะได้มีชีวิตแต่งงานที่รุ่งโรจน์ชีวิตครอบครัวมีแต่ความสุข เมื่อนึกถึงนาง ใบหน้าของนางเวลาที่ส่งยิ้มมาให้เขาก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาเสียแล้ว น้ำเสียงของนางเวลาพูดคุยกันยังคงตราตรึงชัดเจนอยู่ในห้วงคำนึงของเขาเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเริ่มจดจำใบหน้าของนางและท่าทางของนางตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแม้กระทั่งเริ่มอยากเจอหน้านางเช่นนี้ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็กลับกลายเป็นว่ามีบ่อยครั้งที่เขาเผลอไปนึกถึงนางเสียแล้ว หรือว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นเพียงความพลั้งเผลอ แต่เป็นความต้องการของบางสิ่งบางอย่างในหัวใจของเขาที่มันมักจะเรียกหานางออกมาโดยไม่รู้ตัวท่านมีเงิน ท่านจะซื้อสิ่งใดก็ได้เว้น “ความรัก”เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ต้องซื้อด้วย “หัวใจ
我爱你 ลิขิตรักฮูหยินพลัดมิติ
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
ชีวิตข้าแล้วที่จริงมิได้ต้องการสิ่งใด นอกเสียจากการได้เคียงคู่กับท่านข้ากลัวว่าหากหลับตาลงอีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดของข้ากับท่านจะกลายเป็นเพียงความฝันที่จะเลือนหายไปเช่นเดียวกับหมอกควันเธอหลันซู่ถงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เห็นว่าเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตคือการหาเงิน กับถูกฟ้าผ่าจนทำให้ฟื้นขึ้นมาร่างของหลิวซู่ซู่ซึ่งมีหน้าตาเหมือนนางทุกประการในโลกต่างมิติ แถมพ่วงมาด้วยตำแหน่งฮูหยินน้อยของสกุลฉู่อีกต่างหาก ยังไงซะเธอก็ต้องหาทางอยู่ในมิตินี้ให้ได้ ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน หากแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการอยู่ในมิตินี้ให้ได้จะไม่ใช่แค่การปรับตัวเสียแล้ว แต่ปัญหาใหญ่สุดกับเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนางอย่าง ฉู่ฉางซาน บุรุษหน้านิ่งที่ไม่ชอบความวุ่นวายเป็นที่สุด
我爱你 ลิขิตร้ายร่ายรัก
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
'คุณหนูโม่จิวซิน บุตรีคนรองแม่ทัพใหญ่โม่จิวฝู รูปโฉมงดงาม กริยาวาจาเฉลียวฉลาด อาจหาญเปี่ยมคุณธรรม ฮ่องเต้โฮ่วหนางเจียน แต่งตั้งคุณหนูโม่จิวซินเป็นพระชายาชินอ๋องนับตั้งแต่นี้ อีกสามปีรอประทานวันสมรสจบราชโองการ'"พันสตรีงามล่มเมืองก็มิเท่าเจ้าผู้เดียว"เมื่อพระอนุชาเพียงพระองค์เดียวของฮ่องเต้กำลังจะตาย นางจำใจต้องเข้าช่วยเหลืออย่างเลือกไม่ได้ และสิ่งที่นางได้กลับมาทันทีที่ตกลงเข้าช่วยเหลือกับเป็นราชโองการแต่งตั้งนางเป็นพระชายาของชินอ๋องเสียอย่างนั้น
心心相印 ลิขิตรักอ๋องนักรบ
อาหลานเร่อ
www.mebmarket.com
   ฟ้าดินคืออ้อมกอด รักจึงจะเป็นยาเยียวยาหัวใจ   ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปจนแทบไม่เหลือเพียงแค่นางปรากฏตัวตรงหน้าข้าข้าผู้ต้องทนอยู่อย่างไรซึ้งสีสันมาตลอด กับรู้สึกได้ถึงสีสันอีกครั้งเพราะนาง  เมื่อความเจ็บปวดจากการสูญเสียงพระมารดาไปต่อหน้าต่อตายังคงฝังใจ เขาจึงต้องปิดบังมันเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย  แต่เหมือนว่าความเจ็บปวดที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้จะถูกนางมองออกจนหมดเสียแล้ว         “เจ้าอยากเรียกข้าว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่เจ้า”        “เช่นนั้นข้าก็จะเรียกท่านว่าหน้าน้ำแข็งเช่นเดิมก็แล้วกัน”          เอ่ยจบนางก็ถูกอวี้หลงมองมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ทำเอานางอดที่จะหัวเราะออกมากับท่าทีของเขามิได้         “....” “ข้าเพียงแค่เย้าท่านเล่นเท่านั้นอวี้หลง ท่านก็อย่าได้โกรธเคืองกันเลย” “ข้าก็มิได้โกรธเคืองอันใดเจ้า” “ขนาดมิได้โกรธเคืองท่านยังมองข้าตาเขียวเสียปานนั้นแล้ว หากโกรธเคืองข้าจริงท่านไม่ใช้สายตาฆ่าข้าเลยหรือ” “สายตาฆ่าใครมิได้ เจ้าจะมัวแต่กล่าววาจาเลอะเทอะไปทำไมกัน” “วาจาข้าเลอะเทอะจริงเช่นเจ้าว่านั่นแหละ คนเราเลอะเทอะบ้างคงมิตายหรอกกระมัง จะให้ข้านิ่งเฉยไร้อารมณ์เช่นท่านคงมิได้จริงๆ หรือถ้าทำได้มินานคงขาดใจ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #56 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:06

    นางน่าจะเก่งกว่านี้นะข้าว่า
    #56
    0
  2. #19 khemasiri (@khemasiri) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 17:23
    อยากให้ความสามารถนางเอกเด่นกว่านี้หน่อยอ่า
    #19
    0