ตอนที่ 6 : ทินโดพบเจ้าเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนนี้ผมกับลูกสาวนั่งกินข้าว ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่สร้างจากไม้ทั้งหมด ทั้งโต๊ะและตัวอาคาร ภายในร้านมีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมสิบตัว แต่ล่ะโต๊ะจะมีเก้าอี้ไม้สิบตัว ทั้งร้านมีคนกินข้าวอยู่สิบคน ตรงหน้าผมคืออาหารที่เรียกว่าผัดอิจิริน หน้าตาของมันคล้ายๆแกงกะหรี่แต่รสชาติห่วยมาก ส่วนลูกสาวของผมกินไปสิบกว่าจาน


"อร่อยไหมลูก"

ผมถามมิกะและมินะที่กำลังยกจานกรอกอาหารเข้าปากจนแก้มป่อง ทำให้คนในร้านหันมามองมาด้วยความสนใจ ส่วนพ่อครัวนั้นกำลังเร่งมืออย่างสุดชีวิตเพื่อทำอาหารให้ทัน


"อ่าย (ไม่) "

"ไอ่ (ไม่) "

รู้สึกทั้งสองจะพูดว่าไม่ ซึ่งมันก็ไม่อร่อยจริงๆนั่นแหละ เพราะว่าวัตถุดิบของโลกนี้มันห่วย ผลไม้หรือผักต่างๆ จะไม่เหมือนกับโลกก่อนของผมเลยสักอย่าง ผมจึงนำเมล็ดของมันมาแปรเปลี่ยนให้เป็นผลไม้จากโลกเดิมด้วยเวทมนตร์


"เลอะหมดแล้วนะลูก"

ผมเห็นมิกะและมินเลอะเพราะกินอย่างมูมมามถึงแม้ว่ามันจะไม่อร่อยก็ตามพวกเธอก็ยังกิน จากนั้นผมใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดแก้มของเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังป่อง เห็นทีต้องสอนวิธีการกินให้กับลูกๆแล้วสิ


"กริ๊ง!! "

เสียงกริ๊งที่ประตูร้านอาหารดังขึ้น


"ไม่ทราบว่าคุณทินโดอยู่ในร้านนี้ไหมคะ"

เสียงของหญิงสาวดังมาจากด้านหลัง รู้สึกว่าจะถามหาคนชื่อทินโด แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ผมยังคงนั่งมองเด็กๆ กินข้าวถึงแม้ว่าจะชื่อทินโดก็เถอะ


"คุณทินโดค่ะ ถ้าอยู่ในร้านนี้โปรดแสดงตัวด้วยค่ะ เจ้าเมืองต้องการพบตัวคุณ"

หญิงสาวยังคงเรียกหาคนชื่อทินโดอยู่ แล้วในระหว่างที่เธอกำลังพูด ก็มีชายใส่ชุดสูทสีดำเดินเข้ามาประจำโต๊ะแต่ละตัว ราวกับว่าพวกเขาไม่อยากให้คนในนี้ออกไปไหน


"ไม่ทราบว่าคุณชื่อทินโดหรือเปล่าครับ"

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆโต๊ะผมก็พูดถามผมขึ้นมา ว่าแต่การจะชวนคนสักคนไปหาต้องทำถึงขนาดนี้เลย  เหรอ ทินโดนายน่าจะตอบรับแล้วไปกับพวกเขาได้แล้วนะ


"ครับผมทินโดเอง"

ผมตอบชายคนนั้นไปตรงๆ เพราะผมเองก็ชื่อทินโด เมื่อพูดจบชายที่อยู่โต๊ะก็กวักมือเรียกชายคนอื่นๆ มายืนล้อมโต๊ะไว้ ไม่นานก็มีหญิงสาวที่เรียกหาคนชื่อทินโดก่อนหน้านี้ก็แทรกตัวเข้ามา


"คุณทินโดเหรอคะ ดิฉันขอเสียมารยาทเชิญคุณไปหาท่านเจ้าด้วยค่ะ"

หญิงสาวที่ใส่ชุดสูทสีแดงเลือดหมู พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเป็นมิตร


"รอฉันกินข้าวเสร็จก่อนสิ"

"เอ๊ะ!! แต่ว่านี้เป็นคำสั่งของท่านเจ้าเมืองนะคะ"

"ก็เขาสั่งเธอนี้ไม่ได้สั่งฉัน"

"ขัดขืนคำสั่งเจ้าเมืองไม่ดีนะคะคุณทินโด"

"ฉันไม่ได้ขัดคำสั่งอะไรทั้งนั้น แล้วไอ้คำว่าเชิญมันคือคำสั่งหรือไง"

ผมตอบเธอไปตามตรงด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนปกติ แค่จะชวนผมไปบ้านก็รอลูกสาวของฉันกินเสร็จไม่ได้หรือไง แล้วดูเหมือนเธอกำลังสั่งการอะไรบางอย่างกับชายหนุ่มชุดดำ


"ปึงงงงง!!! "

"เฮ้ย!! มึงจะช่วยไปกับพวกกูมันจะตายหรือไงวะ นี้คำสั่งเจ้าเมืองนะเว้ย ถ้ามึงยังอยู่มีที่ซุกหัวนอนในเมืองนี้ละก็ ทำตามที่เธอบอกสะ"

ชายชุดดำทุบโต๊ะเสียงดัง แล้วก็ทำหน้าตาน่ากลัวเหมือนกำลังจะขู่ผม ส่วนลูกสาวผมสองคนก็ไม่ได้สนใจอะไร พวกเธอยังคงกินต่อไปเรื่อยๆ จนตอนนี้อาหารบนโต๊ะจะหมดแล้ว


"มัน...เป็นพืชที่ค่อนข้างมีความทนสูง ต่อให้รดน้ำอาทิตย์ละครั้งก็ไม่ตายหรอก ฉะนั้นถึงผมไม่ไปกับพวกคุณมันก็ไม่ตาย แล้วก็ผมไม่อยากมีที่ซุกหัวนอนในเมืองนี้สะหน่อย"

ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมจู่ๆ พวกเขาถึงเป็นห่วงหัวมันของพวกเขา ว่าแต่โลกนี้มีหัวมันด้วยเหรอ แล้วการที่ผมตอบเขาไปตรงๆ เหมือนพวกเขาจะทำหน้างงๆ กันนะ


"เฮ้ย!! มึงรู้ไหมว่ากำลังพูดกับใครอยู่"

"แล้วคุณชื่ออะไรละ คุณไม่บอกชื่อแล้วผมจะไปรู้เหรอว่าคุยกับใคร"

"นี่มึงกวนตีนกูเหรอหะ!! "

"ตีนคุณก็อยู่ดีนี่ครับ ผมไม่ได้ตัดมันมาแล้วเอามากวนสะหน่อย"

ทำไมเวลาที่ผมตอบตรงๆ กับคนที่ดูเหมือนนักเลง พวกเขาจะชอบกล่าวหามาผมกวนตีนพวกเขาทั้งที่ตีนพวกเขาก็ยังอยู่ดีแท้ๆ แล้วจากนั้นพวกเขาก็จะทำหน้าโกรธขึ้นเรื่อยๆ


"มะ-มึงอยากตายนักใช่ไหมห๊า"

"พอก่อนค่ะ พอก่อน"

ชายชุดดำโมโหสุดขีดแล้วกำลังจะเข้ามาทำร้ายผม แต่ว่าหญิงสาวก็ได้ห้ามเอาไว้ ทำให้ชายชุดดำกำมือแน่น ทำได้แต่เจ็บใจและผมก็ไม่เข้าใจเลยว่า จะเชิญผมไปพบกลับทำตัวแบบนี้เนี่ยนะ คนโลกนี้ออกจะเพี้ยนๆนะผมว่า


"อิมลาว (อิ่มแล้ว) "

"อ่าอิม (อ๊าอิ่ม) "

ดูเหมือนเด็กทั้งสองคนจะอิ่มแล้ว พวกเธอเอนหลังพิงเก้าอี้ แล้วเอามือสองข้างแปะที่พุง


"ครืด"

ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วก็เดินแหวกกลางกลุ่มชายชุดดำไปจ่ายค่าอาหาร แล้วก็เดินกลับมาเช็ดปากลูกสาว จากนั้นก็อุ้มขึ้นมาไว้บ่นไหล่


"พวกผมกินข้าวเสร็จแล้ว จะไปตามคำเชิญก็ได้"

ผมตอบหญิงสาวที่ยืนนิ่งไม่รู้จะทำตัวยังไงดี


"ค่ะ ขอบคุณที่รับคำเชิญของท่านเจ้าเมืองนะคะ"

หญิงสาวก้มหัวขอบคุณก่อนจะเชิญให้ผมตามเธอไปขึ้นรถม้า


ไม่นานทินโดและลูกสาวก็ถึงบ้านของเจ้าเมือง แล้วตอนพวกเขาอยู่ในห้องรับแขกที่มีลักษณะเป็นวงกลมแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างบานใหญ่สองบานที่ติดผ้าม่านสีน้ำตาล กำแพงส่วนที่เหลือก็จะติดรูปวาดต่างๆ ตรงกลางห้องคือโต๊ะไม้สีน้ำตาลกลม รอบๆ โต๊ะก็จะมีโซฟาสีน้ำตาลอ่อน ที่ตอนนี้ทินโดนั่งอยู่กับลูกๆ แล้วโซฟาตรงข้ามมีท่านเจ้าเมืองนั่งมองมายังทินโด ข้างๆ ของเจ้าเมืองคือพ่อบ้าน บนเพดานมีโคมไฟทำจากแก้วหรูหรา


"ผมต้องขออภัยเรื่องที่ลูกน้องของกระผมเสียมารยาทกับคุณด้วย ผมน่าจะสั่งสอนพวกเขาให้ดีกว่านี้"

เจ้าเมืองกล่าวขอโทษทินโดเรื่องลูกน้องของเขา


"นายเป็นอาจารย์ของพวกนั้นเหรอ"

ทินโดก็ถามเจ้าเมืองไปด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ส่วนเด็กๆ นั้นก็นั่งมองสิ่งต่างๆ รอบตัว


"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ท่านช่างเป็นคนมีอารมณ์ขันยิ่งนัก ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าคือตอลอร์ดวานาดิส"

ตอลอร์ดคือตำแหน่งรองจากขุนนางสูงสุดที่มียศว่าลอร์ด เจ้าเมืองที่ได้ยินคำตอบของทินโดก็คิดว่าหมอนี่ต้องโง่แน่ๆ


"ผมทินโด"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณทิน....โด วันนี้กระผมเชิญคุณมาก็เพราะว่าสนใจในผักผลไม้ของคุณ"

เจ้าเมืองพูดด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์


"อืม"

ส่วนทินโดนั้นก็ตอบหน้าตาย ทำให้เจ้าเมืองที่ได้ยินถึงกับชะงักในท่าทีของทินโดเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วพูดว่า


"ข้าขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ คือว่าตัวข้านั้นอยากให้คุณขายสินค้าให้กับเรา ซึ่งตัวข้าจะเสนอให้ในราคาที่สูง ถ้าคุณสนใจอยากร่วมการค้ากับเรา เชิญอ่านใจความในสัญญาการค้าได้เลย แล้วพวกเราจะรวยไปด้วยกัน"

จากนั้นพ่อบ้านก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ทินโด ซึ่งมันเป็นสัญญาการค้า ทินโดอ่านมันไปสักพักก็วางลง

ในใจท่านเจ้าเมืองก็คิดว่า เซ็นเลยสิเนื้อหาในสัญญามันจะทำให้นายรวย แล้วไม่มีเจ้าของฟาร์มคนไหนโง่พอที่จะปฏิเสธมันและก็สำหรับเจ้าของฟาร์มโง่ๆ ที่โลภมากจะต้องตอบรับแน่นอน


"ฮืม!! ไม่ขายของให้สามัญชน อย่างนี้เองสินะ จะขายผลไม้และผักของฉันให้แต่เหล่าขุนนาง เพื่อที่จะได้ขายแพงๆ แล้วสงวนการผลิตอย่างนั้นเหรอ จะให้ฉันสอนวิธีการปลูกให้ โดยเสนอว่าจะสนับสนุนการเพาะปลูก แต่ว่าโทษทีผมไม่ได้ต้องการสนับสนุนอะไรนั้นหรอกและก็ผมไม่ได้ต้องการเงินอะไรขนาดนั้น"

ทินโดมองมาที่เจ้าเมืองด้วยสายตาที่เรียบเฉยแล้วดูเหมือนทินโดจะปฏิเสธ


"ก็เป็นข้อเสนอที่ดีนี้ครับ ฟาร์มของท่านจะได้ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจะรวยไปด้วยกัน"

"ไม่ล่ะ เพราะในสัญญาไม่มีบอกชัดเจนว่านายจะสนับสนุนยังไง ถ้าจู่ๆ นายบอกว่าสนับสนุนโดยให้การกู้ยืมเงินเพื่อสร้างฟาร์มแล้วผมไม่มีเงินจ่าย นายก็จะยึดฟาร์มโดยให้เหตุผลว่า ฟาร์มนี้ถูกสร้างด้วยเงินของนาย นายมีสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายของอาณาจักรและฉันก็จะทำอะไรนายไม่ได้เพราะว่ามีสัญญานี้อยู่"

ทินโดตอบปฏิเสธทันทีเพราะเห็นว่าจดหมายมันไม่ชัดเจน จนเจ้าเมืองนั้นชะงักไป แล้วคิดในใจว่า หมอนี่มันไม่โง่นี่หว่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #35 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:32

    เล่นผิดคนล้ววววววว

    #35
    1
  2. #22 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 10:55
    มันจะตายรึไงฟะ มันเป็นพืชทนทานไม่ตายง่ายๆ ล่นเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ น่าแปลกที่พอตอบซื่อๆตรงๆกลับไม่ถูกใจ จิตใจมนุษย์(ธรรมดา)ยากแท้หยั่งถึง
    #22
    1
    • #22-1 HJka254 (@sss0874297886) (จากตอนที่ 6)
      20 มกราคม 2562 / 20:49
      อย่าให้ทินโดตอบตรงๆ มันจะกลายเป็นกวนตีนทันที555
      #22-1
  3. #21 gofuke (@gofuke) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 16:08

    นายหลอกทินโดไม่ได้หรอก

    #21
    1
  4. #20 newnow223 (@newnow223) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:35
    ขอร้อนละมาอีกตอนเถอะจะร้อนแล้วอยากต่อแล้ว//แต่ให้เดานะเจ้าเมืองต้องสั่งแบบคนโง่ๆเช่นรู้กันอยู่แต่ก็โดนทิวโดกระทืมกลับระวังจะไม่มีที่อยู่อาศัยนะคับเข้าเมือง
    #20
    1
    • #20-1 HJka254 (@sss0874297886) (จากตอนที่ 6)
      20 มกราคม 2562 / 20:49
      ไรท์ไม่ว่างอะ T T
      #20-1
  5. #19 newnow223 (@newnow223) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:32
    กระทืม ทำลายเลยทิวโด ทำให้รู้ว่าอยากทำเป็นเก่ง
    #19
    1
    • #19-1 HJka254 (@sss0874297886) (จากตอนที่ 6)
      20 มกราคม 2562 / 20:48
      ใจเย็นสิเพ๊
      #19-1