Life in Dragon Farm ชีวิตในฟาร์มมังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,629 Views

  • 59 Comments

  • 166 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    32

    Overall
    2,629

ตอนที่ 2 : ลูกสาวแสนซน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

ตอนนี้จู่ๆ ผมก็ได้ลูกสาวมาสองคนซึ่งกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ภายในห้องนอนของผมซึ่งเป็นห้องนอนเล็กๆ ขนาด 4 คูณ 4 เมตรมองจากประตูทางเข้าด้านหน้าจะเป็นเตียงนอนขนาดสองคนที่มีเด็กน้องสองคนกำลังกระโดดอยู่ ด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ หน้าห้องน้ำก็จะมีตู้เสื้อผ้าและอ้างล้างมือ ด้านซ้ายเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถเปิดออกไปข้างนอกได้ ข้างนอกหน้าต่างก็จะเป็นระเบียง บนเพดานจะมีหินเวทมนตร์ที่เรืองแสงเป็นสีขาว ผมติดไว้แทนหลอดไฟ วิธีใช้งานก็แค่ใส่เวทมนตร์ของตนเข้าไปมันก็จะสว่าง


"เย้วๆ ๆ "

"อาฮุ้วๆ ๆ "

เสียงเด็กที่กำลังเล่นบนเตียงอย่างสนุกสนาน ส่วนผมก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อผ้าให้เด็กๆ ใส่ แต่ว่าข้างในก็มีแค่เสื้อผ้าคอวีสีน้ำเงินไม่มีกระดุมมีแถบสีแดงลายดอกติดตามขอบเสื้อ เนื้อผ้าก็ทำมาจากผ้าฝ้ายคล้ายกับชุดของชาวล้านนา อยากใส่ชุดที่มันสบายๆกว่านี้จังเลย แต่ว่าในตู้มันไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเด็กนี้สิ


"เด็กๆ รอพ่อแป๊บนะ เดียวตัดชุดให้ก่อน"

"ก๊า"

"ง๊า"

เด็กๆ จะพูดค่ะ ค่ะ แต่ด้วยที่ยังเด็กจึงพูดไม่ค่อยชัด เมื่อผมบอกเด็กๆผมก็นั่งตัดชุดให้มันเล็กลงแล้วก็เย็บแบบลวกๆ สักพักก็ได้ชุดและกางเกงที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักสำหรับเด็ก ผมจึงมีความคิดที่จะเข้าไปซื้อชุดในเมือง ส่วนเด็กๆก็กำลังกระโดดบันจี้จ้ำไร้สายจากระเบียงแล้วก็กระโดดขึ้นมาที่ระเบียงอีกครั้งอย่างสนุกสนาน เป็นเด็กนี้มันช่างสบายเหลือเกิน แต่ตรงนี้มันสูงเท่าตึก 3 ชั้นเลยนะ ช่างเหอะเด็กๆ โลกนี้คงแข็งแรงกันแบบนี้ละมั้ง


"ป่อ"

เด็กหญิงผมเขียวกระโดดขึ้นมาพ้นระเบียงแล้วเรียกผมจากนั้นก็ร่วงลงไป


"ฮิว (หิว) "

เด็กหญิงผมแดงกระโดดขึ้นมาพ้นระเบียงแล้วบอกผมว่าหิวจากนั้นก็ร่วงลงไป


"แอ้ว (แล้ว) "

เด็กหญิงผมเขียวกระโดดขึ้นมาพ้นระเบียงแล้วพูดกับผมจากนั้นก็ร่วงลงไป ทำให้ผมจับใจความได้ว่าพวกเธอหิวแล้ว


"จ้าๆ "

ผมพูดตอบลูกสาวทั้งสองที่เล่นบันจี้จัมพ์ไร้สายอย่างสนุกสนาน จากนั้นผมก็เดินไปที่ระเบียบแล้วจับเด็กทั้งสองที่กำลังกระโดดขึ้นมาบนระเบียง จากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าให้ลูกๆทั้งสอง ตอนแรกเด็กสองคนก็สงสัยและจับเสื้อจนมันยืดแล้วก็ก้มดู ว่าแต่เด็กเขากินอะไรกันนะ นม ข้าวต้ม หรืออะไร


"ป่อๆ นากิๆ (พ่อๆ น่ากินๆ) "

ลูกสาวผมสีแดงปืนรั่วระเบียงแล้วชี้ไปที่สวนมะเขือเทศ เธอคงบอกว่ามะเขือเทศน่ากินมั้ง


"ก็กินสิ เดี๋ยวพ่อไปเก็บว่าให้"

"เบ้ (เย้)"

"เฮ้ (เย้)"

ผมกำลังลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะไปเก็บมะเขือเทศ แต่ว่าทั้งสองคนก็ยืนขึ้นแล้วร้องด้วยความดีใจว่าเย้ พลางชูมือสองข้างขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะอย่างร่าเริงก่อนจะบันจี้จัมพ์ลงจากระเบียง จากนั้นไม่นานเพียงครึ่งชั่วโมงสวนมะเขือเทศของผมก็เสียหายไปกว่า 50 % แล้วพวกเธอก็กลับมายืนบนรั่วกั้นตรงระเบียงพร้อมกับน้ำจากมะเขือเทศที่เลอะเทอะเต็มตัวเหมือนกับซอมบี้ที่เพิ่งจัดการคนสิบคนไปไม่นาน


"อรลอย (อร่อย) "

"อิมอ่าว (อิ่มแล้ว) "

ลูกสาวทั้งสองคนพูดด้วยใบน่ายิ้มแย้มขณะกำลังเลียน้ำสีแดงๆที่มือ ด้วยหน้าตาน่ารักๆตัวอวบๆผิวขาวอมชมพูราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือหนูแฮมเตอร์ตัวเล็กน่ารักที่กำลังเลียมือตัวเอง


"เลอะเทอะหมดแล้วมานี่เลยเดี๋ยวพ่อพาไปอาบน้ำ"

ผมกำลังนั่งทำเสื้อผ้าอีกชุดอยู่ที่เก้าอี้ไม้เอนหลัง ผมที่เห็นลูกสาวทั้งสองยืนเลียมือตัวเองบนรั่วระเบียงก็พูดขึ้นพลางลุกจากที่นั่งแล้วก็อุ้มทั้งสองคนไว้บนไหล่ทั้งสองข้างแล้วเดินไปห้องน้ำ จากนั้นก็จับเด็กจอมซนทั้งสองอาบน้ำแล้วแต่งตัวให้ใหม่ ไม่นานลูกสาวทั้งสองก็กลับมาสะอาดเหมือนเดิม แต่ว่าเสื้อผ้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เลย


"มิกะ มินะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อเสื้อผ้ากันไหม? แล้วก็เครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ด้วย"

"ง๊า"

"อ๊า"

มิกะและมินะพยายามพูดคะ ค่ะแต่ก็ยังพูดไม่ชัดอยู่เหมือนเดิม เมื่อทั้งสองตอบรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พลางยื่นแขนทั้งสองข้างมาหาผมเหมือนกับว่าอยากให้ผมอุ้ม ผมเห็นดังนั้นก็อุ้มทั้งสองคนมาไว้บนไหล่ทั้งสองข้าง แล้วก็เดินออกมาจากห้องไปที่ระเบียงแล้วกระโดดลงมาจากระเบียง


"ฮะๆ ๆ เอ้ๆ "

"เอ้ๆ ๆ ๆ "

ลูกสาวทั้งสองคนที่อยู่บนไหล่หัวเราะชอบใจที่ผมกระโดดลงมา ราวกับว่าพวกเธอชอบที่จะอยู่ที่สูงๆ ถ้าพวกเธอบินได้ป่านนี้คงบินไปทั่วแล้ว จากนั้นผมก็เดินไปที่คอกม้า ซึ่ง ณ เวลานั้นผมยังไม่รู้ว่าทั้งมิกะและมินะคือมังกร


"ฮี่ๆ ๆ "

ผมเปิดประตูคอกม้าเผยให้เห็นม้าสีดำสองตัวที่กำลังคึกพร้อมกับร้องออกมาเหมือนปกติตอนที่ผมมาหาพวกมัน


"ฟ่อทัวไฟรๆ (พ่อตัวไรๆ) "

มิกะที่มีผมสีแดงชี้ไปที่ม้าด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้นเหมือนเพิ่งเคยเห็นม้าเป็นครั้งแรก


"ม้านะ"

"ง้า? "

"ม้า"

"น้า? "

"ม้า"

"อ้า? "

"ม้า"

"ม่า? "

"ใช่แล่วม้า เอาละเดี๋ยวพ่อเตรียมรถม้าก่อนนะ"

ผมสอนให้มิกะและมินะพูดคำว่าม้าอย่างถูกต้อง เมื่อลูกสาวทั้งสองพูดได้ใกล้เคียงที่สุดผมก็บอกว่าจะเตรียมรถม้า เมื่อลูกสาวทั้งสองได้ยินก็ลงจากไหล่แล้วไปวิ่งเล่นในฟาร์ม


"บึ้มๆ ๆ ๆ โครกกก!!! โฮกกกก!!! "

ขณะที่ผมกำลังเตรียมรถม้าอยู่ดูเหมือนลูกสาวทั้งสองคนจะวิ่งกันไปไกลตรงที่มีมอนสเตอร์น่ารักๆ เหล่านั้น แล้วดูเหมือนลูกสาวของผมกำลังแกล้งมอนสเตอร์เหล่านั้นจนร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บปวด จากนั้นผมก็ขึ้นรถมาแล้วขี่ไปที่ต้นเสียงก็พบกับเสือเขี้ยวดาบลายเหมือนม้าลายสีเหลืองสลับเขียวตรงหน้าผากของมันมีเขาแหลมเหมือนก้นหอยตัวของมันสูงสามเมตรและข้างๆเสือเขี้ยวดาบมีลิงกอลิล่าขนาดใหญ่พอๆกันกับเสือเคี้ยวดาบ พวกมันทั้งสองตัวนอนหงายท้องโดยมีลูกสาวของผมสองคนกำลังโดดดึงๆเล่นบนท้องของพวกมัน รอบๆพวกมันและลูกสาวของผมคือป่าที่อยู่ไม่ห่างจากข้างถนนมากนัก ซึ่งตอนนี้ผมกำลังมองพวกเขาอยู่ถนนบนรถม้า พวกเขาอยู่ป่าด้านขวามือ


"มิกะ มินะมาหาพ่อเร็วพ่อจะเข้าเมืองแล้วนะ"

ผมตะโกนเรียกทั้งสองที่กำลังกระโดดเล่นอย่างสนุกสนานใบหน้าของลูกสาวทั้งสองยิ้มแย้มดูเหมือนกำลังหัวเราะชอบใจอยู่ด้วย เมื่อลูกสาวทั้งสองได้ยินเสียงเรียกของผมก็หันมาดูที่ผมทันที จากนั้นพวกเธอก็วิ่งมาหาผมแล้วขึ้นไปนั่งบนไหล่ของผม


"ปายเลเจ่ๆ (ไปเลยเย้ๆ) "

"เอ่ๆ (เย้ๆ) "

ทั้งสองชี้ไปด้านหน้าแล้วพูดด้วยท่าทางร่าเริง ผมเห็นแบบนั้นก็ควบม้าไปที่เมืองทันที เมื่อออกมาจากฟาร์มได้ไม่นานม้าของผมก็จะเริ่มเปลี่ยนร่างกายจากม้าธรรมดากลายเป็นมาที่มีร่างกายกำยำแข็งแรง ผิวของมันจะเริ่มหนาเหมือนกับเล็กกล้า มันเริ่มวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มันวิ่งอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ว่าพวกมันจะทำแบบนี้เฉพาะตอนที่วิ่งในป่าเท่านั้น พอเข้าเมืองหรือฟาร์มก็จะกลับมาเป็นม้าปกติ ตอนแรกที่ผมจับมันมาจากป่าผมคิดว่ามันคือม้าธรรมดาแต่ว่าดูแล้วมันน่าจะเป็นม้าสายพันธุ์หนึ่ง ไม่นานผมก็มาถึงหน้าประตูเมืองซึ่งมียามสองคนที่คอยตรวจคนเข้าเมือง ผมยื่นบัตรประชาชนให้เขาดู


"พ่อค้าทินโดสินะครับ แปลกนะครับเนี่ยที่คุณมาเมืองนี้นอกจากวันอาทิตย์"

ยามถามผมด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วผมจะมาขายของประจำสัปดาห์ซึ่งเป็นวันอาทิตย์เท่านั้น ปกติแล้วเมื่อผมขายของเสร็จก็จะออกซื้อของที่จำเป็นนิดหน่อย พอกับถึงฟาร์มก็นั่งดื่มชาที่เก้าอี้ไม้เองหลัง บางวันก็หลับตรงนั้นเลย บางวันก็รู้สึกตัวแล้วกลับไปนอนที่ห้อง ส่วนวันอื่นๆ นอกจากวันอาทิตย์ผมก็จะดูแลฟาร์มประมาณครึ่งวันแล้วก็มานั่งตรงเก้าอี้ไม้เอนหลังดื่มชา กินข้าวแล้วก็นั่งอยู่อย่างนั้นจนดึกแล้วก็นอน ผมใช้ชีวิตแบบนี้กว่า 1 พันปีแล้ว แต่ชีวิตของวันอาทิตย์เพิ่งทำมาแค่ 10 ปี


"วันนี้พาลูกสาวมาซื้อเสื้อผ้านะครับ"

"เอ๊ะ!! แล้วลูกสาวไปไหนละครับผมไม่เห็นมีเด็กสักคน"

ด้วยคำพูดของยามผมจึงมองไปรอบๆ ก็พบว่ามิกะและมินะหายไปแล้ว


"ซนกว่าที่คิดนะเนี่ย งั้นผมเข้าไปในเมืองก่อนนะครับพวกเธอน่าจะวิ่งเข้าไปเล่นในเมืองแล้ว"

"คะ-ครับ"

พูดจบผมก็ขี่รถม้าเข้าไปในเมือง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #16 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 09:12
    อย่างไววว
    #16
    1
    • #16-1 HJka254 (@sss0874297886) (จากตอนที่ 2)
      20 มกราคม 2562 / 20:47
      อะไรไวหนอ
      #16-1
  2. #10 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 06:44
    ทินโดดูธรรมดามากกกก ในตอนนี้อ่ะนะ
    #10
    1
    • #10-1 HJka254 (@sss0874297886) (จากตอนที่ 2)
      18 มกราคม 2562 / 12:10
      ยังไม่พัฒนาไปไกลเท่าภาคหลัก5555
      #10-1
  3. #7 ThaipaKing (@ThaipaKing) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 15:48
    อย่างน้อย ภาคนี้ ทินโด ก็มีสามันสำนึกอยู่บ้าง(ถึงจะน้อยนิด) มันเหงาเป็นแถมมีคิดถึงชุดของลูกสาวด้วย ต่างจากภาคหลักอายุเยอะละไท่แยแสอะไรทั้งนั้น-..-
    #7
    1
    • #7-1 HJka254 (@sss0874297886) (จากตอนที่ 2)
      16 มกราคม 2562 / 14:48
      เหลือเพียงน้อยนิด
      #7-1