Life in Dragon Farm ชีวิตในฟาร์มมังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,629 Views

  • 59 Comments

  • 166 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    32

    Overall
    2,629

ตอนที่ 13 : วันแสนธรรมดาและฟาร์มธรรมด๊า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

ตอนนี้ทางเลขาได้สติแตกแล้วสลบไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ว่ายังไงเราก็ต้องทำให้เธอมาตรวจสอบแปลงผักของเรา ว่าแต่ทำไมถึงหลับไปล่ะ? หรือว่านอนไม่พอ รู้แบบนี้ไล่นาฬิกาปลุกไปไกลๆก่อนก็ดี ไม่อยากทำแบบนี้เลยแหะ


เปรี๊ย!! เสียงนิ้วผมช็อตไฟฟ้าเองแหละ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำได้เหมือนกัน


"ว้ายๆ ๆ ๆ!! "


อะไรของเขา อุตส่าห์ทำให้ตื่นแล้วนะ กลับร้องออกมาซะอย่างนั้น หน้าตาเธอดูกลัวๆ ด้วยสิ หรือว่าบ้านฉันมีผีเหรอ ถามเธอดีกว่า


"เลขามีสัมผัสที่หกสามารถเห็นผีเหรอครับ ทำไมทำหน้าเหมือนกลัวอะไรแบบนั้น"


"กลัวคุณนั่นแหละค๊าาาา!! ฉันไม่อร่อยหรอกนะค๊าาาาา!!! " เลขาพูดเสียงดังแล้วไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่ม ซึ่งเธอคิดว่าคือราชาปีศาจ ในหัวของเธอมีแต่เรื่องที่จะถูกกิน ส่วนทินโดของเราก็ทำได้เพียงแค่เอียงคอทำหน้างง


"ผมไม่กินคนด้วยกันหรอกครับ แล้วก็ช่วยมาตรวจสอบฟาร์มผมทีเถอะ" ทินโดยังคงพูดด้วยท่าทางเรียบเฉย โดยไม่รู้เลยว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น


"เอ๊ะ!!! ไม่ๆ ๆ ๆ " เลขาปฏิเสธหน้าซีดและหวาดกลัว ทำให้ทินโดและลูกของเขามินะและมิกะพูดปลอบอยู่นาน


เวลาต่อมา


"คะ-คุณไม่ใช่ราชาปีศาจจริงๆนะคะ" เลขาเลิกกลัวแต่ก็ยังมีความกลัวหลงเหลืออยู่เล็กน้อย เธอถามทินโดที่ยืนนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะทำอะไรเพื่อความแน่ใจ


"ผมเคยบอกไปแล้ว ราชาปีศาจที่ไหนเขาทำฟาร์มกัน" ทินโดยังคงตอบด้วยท่าทางเรียบร้อย


"เย้ๆ ๆ ทานพอเปนอาอะไรน่า เย้ (ท่านพ่อเป็นอะไรนะ) " มิกะตัวน้อยวิ่งไปมาด้วยรอยยิ้มที่ดูสนุก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีท่าทีแบบนั้น


"ฮืม!! แล้วมินะหายไปไหน!? " ทินโดที่เห็นเพียงมิกะคนเดียวก็ถามหาลูกสาวอีกคน


"กินก้าว กินกาว (กินข้าว กินข้าว) " มิกะที่พูดไม่ชัดก็ตอบพ่อของตนว่ากินข้าว เมื่อทินโดมองดูแล้วก็พบกับรอยแดงๆ ที่ปากของเด็กน้อย จากนั้นเขาก็ต้องยืนไปที่ระเบียงเพื่อมองดูแปลงมะเขือเทศก็พบว่า


แปลงมะเขือเทศของเขาพังราบเป็นหน้ากลอง ต้นมะเขือเทศที่เคยยืนต้นอย่างสวยงามสมบูรณ์ บัดนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิมเลยสักนิดมันถูกเหยียบย่ำโดยเด็กคนหนึ่งจนเละเทะ แถมทุกต้นที่หักกองกันนั้นก็ไม่เหลือผลของมะเขือเทศเลยสักต้น เมื่อทินโดมองออกไปจึงเจอตัวการที่ทำให้แปลงของเขามีสภาพเละเทะกำลังนั่งกัดกินผลของมะเขือเทศอย่างเอร็ดอร่อย


"มินะอิ่มยังลูก!!! "ทินโดตะโกนเรียกลูกสาวของตน เมื่อมินะได้ยินก็หันมามองยังต้นเสียงขณะกำลังถือมะเขือเทศ ปากของเธอเต็มไปด้วยสีแดง


"ด๊าาาาา (ค๊าาาา) " มินะชูมือขึ้นแล้วตอบพ่อของตนด้วยรอยยิ้มเปื้อนมะเขือเทศ


"เดี๋ยวผมอาบน้ำให้ลูกสาวก่อนนะครับคุณเลขา" ทินโดหันมามองเลขาแล้วพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบๆ มาพร้อมกับใบหน้านิ่งๆ ส่วนทางด้านผู้ได้ยินนั้นก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ


ผ่านไปอีกสักพัก ตอนนี้ทินโดก็ได้อาบน้ำให้ลูกสาวเป็นที่เรียบร้อย โดยการอาบน้ำนั้นเด็กๆ ดันกลายร่างเป็นมังกรซะก่อน ทำให้ต้องมาอาบข้างนอก ซึ่งการอาบน้ำแสนธรรมดาของพ่อลูกก็ทำให้เลขาเรากรีดลั่นอีกรอบ แต่ตัวหญิงสาวก็รวบรวมความกล้าและกลัวตาย ทำงานที่ท่านเจ้าเมืองมอบหมายให้เสร็จ


               เวลาต่อมาทั้งสองกำลังเดินแปลงชมมะเขือเทศด้วยกันบนไหล่ของทินโดมีเด็กผู้หญิงนั่งอยู่ฝั่งละข้าง


"เฮ้!! นี่มันพังเรียบเลยนะคะ" เลขาเมื่อเห็นสภาพของแปลงก็พูดออกมาด้วยท่าทางเสียดาย จนลืมไปเลยว่าตนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง


"นั้นสิเมื่อวานก็เพิ่งกินจนหมดแท้ๆ ตอนเช้าก็ทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะ" ทินโดพูดตอบเลขาแบบส่งๆ ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่ามันคือเรื่องปกติ จากนั้นชายเจ้าของฟาร์มก็ก้มลงใช้นิ้วทิ่มลงไปในดิน ไม่นานสวนมะเขือเทศที่ถูกพังเพราะลูกสาว ก็กลายเป็นสวนเต็มไปด้วยผลมะเขือเทศสีแดงน่ากินเต็มไปหมด


"นะ-นะ-นี่มันอะไรคะเนี่ยยยยยยย!!! " เลขาร้องเสียงดังอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง


ทินโดที่ได้ยินดังนั้นก็หันมามองเลขาสาวก่อนจะพูดด้วยท่าทางปกติว่า


"ก็ปกตินี้ครับ"


"ปกติบ้านคุณสิค๊าาา!! " เลขายังคงพูดเสียงดังเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ชายคนนี้จะพูด คนปกติที่ไหนเขาปลูกผักโดยการเอานิ้วทิ่มดินแล้วมันสุก แล้วคนปกติที่ไหนหันหน้ามาบอกคนอื่นว่าคือเรื่องปกติกัน


"นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฟาร์ม ต่อไปเราจะไปดูส่วนอื่นๆ กันนะครับ" ทินโดไม่สนใจคำพูดของเลขา เขามองไปยังส่วนอื่นๆ ของฟาร์ม ก็จะบอกเลขาสาวว่าต้องไปทำอะไรบ้างต่อจากนี้


"เฮ๊ะ!! มีอีกเหรอคะ!! " เลขาพูดด้วยท่าทางตกใจ เพราะตอนนี้เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะไม่เจออะไรอีก


"แล้วอยากไปไหนก่อนดีครับ" ทินโดกันมาถามเลขาสาว จนเจ้าตัวนั้นหนักใจจนเหงื่อตก เพราะเกรงว่าถ้าพูดอะไรผิดไปล่ะก็ คงได้เจอเรื่องน่ากลัวอีกแน่ๆ


"ถะ-ถ้าอย่างนั้นไปที่ที่ปกติที่สุดเลยค่ะ" เลขาสาวตอบโดยไม่ลังเล เพราะอยากไปในสถานที่ที่ปกติสุดๆ แต่เมื่อทินโดได้ยินดังนั้น เขาก็ทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบไปว่า


"ก็ปกติทุกที่นี่ครับ" ทินโดตอบหน้าตาย เลขาที่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักค้างกลางอากาศมองชายหนุ่มด้วยท่าทางแข็งทื่อ


"งั้นไปดูสวนองุ่นก่อนเลย"


"ม๊ายยยยยยยยย!!! " เมื่อทินโดตัดสินใจได้ว่าจะไปไหน เลขาถึงกับหน้าเหวอก่อนจะกรีดร้องออกมา


เวลาต่อมาเลขาก็ต้องคิดผิดเพราะว่า ฟาร์มของทินโดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันธรรมดาจนเธอไม่เชื่อสายตา ถึงแม้จะมีผลไม้แปลกๆ ก็เถอะ


ณ สวนองุ่น สวนองุ่นของทินโดนั้นมีขนาดกลางๆ ไม่ได้ใหญ่มากเขาทำไว้ประมาณ10ไร่ แต่ละต้นขององุ่นนั้นเลื้อยพันกับโครงเหล็กอย่างสวยงาม ทั้งแต่ละลูกก็ล้วนกลมใหญ่ทั้งยังมีความฉ่ำวาวและมีสีสดน่ากิน


"อือหือ!! อะไรคะเนี่ย ผลไม้ทำไมอร่อยขนาดนี้" เลขาที่กินองุ่นผลแรกเข้าไปก็ถึงกับตกใจในความอร่อยของมัน ส่วนทางด้านทินโดนั้นกำลัง


"กินดีดีสิลูก" เขากำลังห้ามมิกะและมินะ ที่กำลังใช้ปากกัดพวงองุ่นจนห้อยโตงเตง เลขาที่เห็นดังนั้นก็แอบหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะไปสะดุดตากับวัชพืชรูปร่างเหมือนดอกไม้น่ารัก


"ว้าวดอกไม้สวยจัง" เลขาพูดออกมาลอยๆ แล้วก็นั่งลงจะเก็บดอกไม้


"เลขาครับระวังมันกัดนะครับ" ทินโดพูดเตือนเลขา ทำให้เจ้าตัวถึงกับหยุดนิ่งหน้าซีด เเข็งทื่อเป็นหินทันที จากนั้นดอกไม้น่ารักก็อ้าปากกว้างจนเพียงพอที่จะกลืนกินคนไปได้ทั้งตัว


"กรี๊ดดดดดดดดด!!! " เลขากรีดร้องลั่น ในใจก็คิดเพียงแค่ว่า ตายแน่ๆ ตายแน่ม๊ายยยยยยย


"ง่ำ!! " เสียงกัดของดอกไม้แต่กัดพลาดไป เพราะทินโดหิ้วเลขาออกมาได้ทัน ซึ่งตอนนี้ก็ได้เธอใช้มือปิดตาพร้อมกับหลับตาพริ้ม ตัวของหญิงสาวนั้นขดตัวสั่นเครือแทบหัวใจวาย


"เป็นไรไหมครับ? ไม่มีแผลถลอกตรงไหนนะครับ? " ทินโดที่จับคอเสื้อด้านหลังของเลขาห้อยโตงเตง ก็ถามออกมาด้วยความเป็นห่วง


"เอ๊ะ!! นี่ฉันยังไม่ตายเหรอ" เลขากลับมายืนปกติแล้วมองมือตัว จากนั้นก็พูดอย่างโล่งอก


"เดี๋ยวสิ!! แผลถลอกบ้านคุณสิย๊าาาาา!! ถึงตายเลยนะคะนั้นนะ" เลขายาวพูดเสียงหลงพลางชี้ไปที่ดอกไม้แสนสวยที่เกือบเขมือบเธอทั้งตัว ทำให้ทินโดต้องมองตามก็พบกับ


"อะห่ะๆ ๆ ๆ ๆ "


"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ " เด็กน้อยสองคนกำลังเล่นสนุกกับมัน จนดูเหมือนดอกไม้กำลังจะตาย จากนั้นทินโดก็เข้าไปเหยียบซ้ำจนแน่นิ่ง ก่อนจะอุ้มเด็กซนทั้งสองคนขึ้นบนไหล่ แล้วก็พูดด้วยความเป็นห่วงว่า


"เดี๋ยวก็ได้แผลถลอกหรอกลูก"


"ไม่ใช่แค่ถลอกแล้วมั้งค๊าาาาาาาา!!! "



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #58 newnow223 (@newnow223) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 12:50
    ดีแค่ไหนแล้วที่ยังไม่มาตอนไม่มีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักน่ากอดถ้าตอนมีสัตว์ละก่อนผมเธอได้บ้าตายแน่ๆ
    #58
    0
  2. #57 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:35
    ปกติที่สุดในสามทุกๆโลก เนอะ
    #57
    0
  3. #55 Nanonoop (@Nanonoop) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 07:13
    อ่าา..เป็นวันที่ปกติดีจริงๆ
    #55
    0
  4. #54 Elas (@Elas) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:52
    ก็ปกติดีหนิ
    #54
    0
  5. #53 newnow223 (@newnow223) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:48
    ซนสุดๆเลยมิกะกับมินะได้แผลนิดหน่อยเลยสินะ
    #53
    0
  6. #52 newnow223 (@newnow223) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:43
    เลขาไม่น่าเลยที่ๆปกติมากที่สุดขอทินโดเราคือที่อันตรายที่สุดนะคับ(แต่เอาเถอะเพราะมันเรื่อนปกติจริงๆนี้คับ
    #52
    0