Orange love รักใสใส หัวใจรสส้ม (YeRyeo Yaoi)

ตอนที่ 34 : Orange Love Chapter 28 : เอาคืน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ย. 56





                        “น่าเสียดายจังเลยคุณทงเฮน๊าคุณทงเฮไม่ยอมทานอะไรเลยอย่างนี้นี่เล่าถึงได้ผอมแห้งแรงน้อย...สู้เราก็ไม่ได้”

เจ้าของร่างอวบอั๋นบ่นอุบแต่ก็ยังคงยิ้มหลังจากเดินกลับออกมาจากห้องนอนของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายตัวเอง ในมือก็ยังคงถือถาดที่บนนั้นมีจานแซนวิชชิ้นโตแล้วก็แก้วนมสดวางอยู่ ดวงตาคู่หวานปลายตามองอย่างเสียดายก่อนมือสวยจะค่อย ๆ ว่างมันลงเมื่อถึงห้องครัว ก็หลังจากที่กลับมาจากบ้านพักกลางป่าวันนั้นเจ้านายร่างบางของตนก็ดูซึมไปจนผิดสังเกต อะไรก็ไม่ยอมทานเอาแต่นอนจมอยู่กับกองความคิดของตัวเองคนเดียว ครั้นจะถามก็ไม่กล้าก็คนพูดน้อย ๆ น่ะถ้าลองได้พูดก็น่ากลัวไม่ใช่ย่อยซองมินกลัวจะโดนด่าว่า เสือก

 

                “แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี”

ริมฝีปากสีสวยเอ่ยถามแก้วนมตรงหน้าพร้อมกับค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับแก้วนมที่เพิ่งเอ่ยปากถาม สองมือบางยกขึ้นประสานกันไว้ใต้คางมนดวงตาคู่หวานกระพริบปริบ ๆ ราวกับกำลังรอคำตอบจากแก้วนมตรงหน้าแต่ทว่ามันคงตอบไม่ได้ ก่อนจะเผยยิ้มออกมาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ถ้าบอกว่าจะให้ทิ้งไปบอกตรง ๆ ซองมินเสียดายเพราะฉะนั้นก็จัดการมันลงท้องตัวเองไปเลยแล้วกัน คิดได้อย่างนั้นมือที่ประสานไว้ใต้คางก็คลายออกจากกันก่อนจะค่อยยกแก้วนมขึ้นจรดริมฝีปาก น้ำนมขาวค่อย ๆ ไหลเอื่อย ๆ เข้าปากหากแต่ยังไม่ทันได้หมดแก้วซองมินก็ต้องละริมฝีปากออกเสียก่อนเมื่อดวงตาคู่สวยเหลือบเห็นเงาของใครบางคนเดินเข้ามาในครัวทั้งที่ก่อนหน้านี่ก็ไม่เคยจะเห็นคนคนนี้แม้แต่เงา

 

“แค๊ก...แคก....คะ” 

เสียงไอค๊อกแค๊กเพราะสำลักนมที่เพิ่งว่างแก้วลงเมื่อครู่ดังเป็นระยะถ้าไม่สำลักสิแปลกยิ่งกว่า ก็คนตรงหน้าน่ะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นว่าจะเดินมาถึงตรงนี้ อยากได้อะไรก็มีแต่ตะโกนสั่งให้เอามาให้ไม่อยากได้ไม่ถูกใจอะไรก็ได้แต่เรียกให้วิ่งไปเก็บอย่างเอาแต่ใจ ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอกที่โดนอะไรแบบนี้เด็กรับใช้ทุกคนในบ้านหรือแม้แต่การ์ดหน้าดุ ๆ ก็โดนกันทุกคน

 

หรือโดยเฉพาะกับเจ้านายร่างบางของตัวเอง...ที่โดนร่างสูงตรงหน้าเอาแต่ใจกว่าใคร

 

“คะ....คุณคิบอมต้องการอะไรเป็นพิเศษเหรอฮ่ะ”

เสียงหวานละล่ำล่ะลักเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรเลยสักคำ หากแต่คำถามที่ส่งออกไปกลับทำให้คนตรงหน้าเผยยิ้มมุมปากจนทำให้เจ้าของคำถามงงหนักเข้าไปใหญ่

 

“แล้วเธอมีอะไรพิเศษให้ฉันล่ะ”

เสียงเข้มถามแกมหยอกเย้าใบหน้าคมคายยังคงยิ้มแต่กลับเป็นยิ้มที่ซองมินไม่เคยได้เห็น รอยยิ้มที่ไม่แข็งกร้าวแต่ก็ไม่เชิงอ่อนโยนเสียทีเดียวแต่ก็เรียกให้หัวใจของซองมินเต้นแปลกๆ

 

ไม่ได้ชอบ ไม่ได้หลงใหล แต่ไม่เข้าใจกับปรากฏการณ์จากคนตรงหน้า.........

 

                “เอ่อ!!

ซองมินไม่ได้ตอบมีแต่เพียงเสียงเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอเท่านั้น ดวงตาคู่หวานยังคงเอาแต่จ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา ไม่มีคำตอบไม่มีคำถามใด ๆ ทั้งสิ้นถึงจะสงสัยพฤติกรรมของคนตรงหน้ามากแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าถาม

 

ไม่กล้าถามเพราะกลัวคำตอบ

 

“นมนั่นน่ะ”

 เสียงเข้มที่อยู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นยิ่งทำให้ซองมินนิ่วหน้าจนคิ้วแทบจะชนกันเป็นเส้นเดียว ก่อนจะขานรับเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจกับพฤติกรรมตรงหน้าและก็พฤติกรรมของตัวเอง

 

“ฮ่ะ! ครับ”

 

“เธอหิวมากเหรอ”

คนเป็นเจ้านายยังคงเอาแต่ถามคำถามที่ซองมินเองก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร ยิ่งเห็นดวงตาคู่คมของคนตรงหน้าเอาแต่จ้องมายังตนเองแล้วซองมินยิ่งไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเป็นคำตอบ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระรัวราวกับกลองศึกนับพันใบระดมตีขึ้นพร้อมกันเมื่อได้มองสบตาคู่นั้นเข้าตรง ๆ แล้วก็ยิ่งเต้นไม่เป็นส่ำเข้าไปใหญ่จนแทบจะหายใจไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายค่อย ๆ สาวเท้าเข้ามาหาอย่างไม่น่าไว้วางใจ

 

“คือ...ว่า....ไม่ได้”

 

“รู้ไหมว่าเธอดื่มนมได้เลอะเทอะเหมือนเด็กเลยนะ”

ซองมินยังตอบไม่ทันจบประโยคสมดังตั้งใจก็กลับโดนอีกฝ่ายเอ่ยปากตัดบทขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ใบหน้าหล่อวาดยิ้มละมุนพร้อมกับจ้องมองคนที่เพิ่งพูดด้วยไปอย่างไม่วางตา สองเท้าก็ยังคงก้าวเข้ามาหาร่างเล็กอย่างเชื่องช้าแต่ทว่ามันก็คงเร็วกว่าที่ซองมินจะหาทางหนีทีไล่ ใบหน้าขาวใสของซองมินขึ้นสีระเรื่อทันทีเมื่อรู้ตัวเองว่ากำลังถูกดวงตาคู่นั้นหมายปองและเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังบอกว่าตอนนี้ตนเองกำลังตกอยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัยมันยิ่งทำให้ซองมินถอยหนี  

“ฮ่ะ....เหรอครับ”

เสียงเล็กไร้จริตเอ่ยถามกลับอย่างเคอะเขินแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับค่อยยกมือของตัวเองขึ้นหมายจะเช็ดคราบนมที่คนตรงหน้าบอกเลอะเทอะริมฝีปากออกแต่มันคงช้ากว่าอีกคน คิบอมคว้าแขนเล็กเอาไว้ก่อนจะกระชากร่างอวบของซองมินเขามาในอ้อมกอดจนแทบจะจมหายไปในอกกว้าง

 

“คะ...คุณคิบอมจะทำอะไรน่ะฮ่ะ.....ปล่อยผมเถอะ”

เจ้าของร่างเอ่ยท้วงขึ้นด้วยความตกใจเมื่อตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายแถมยังเป็นคนรักของคนที่ตนเองเฝ้าดูแล แรงมีอยู่เท่าไหร่ก็พยายามจะใช้มันอย่างเต็มกำลังหมายจะให้ตัวเองหลุดออกจากอ้อมกอดนั้นแต่ก็เหมือนกับว่ามันจะเหนื่อยเปล่า...

 

มันไม่ได้ผลนอกซะจากไม่หลุดกลับยิ่งแน่นกว่าเดิมจนแทบจะหายใจไม่ออก  

 

“ฉันก็จะเช็ดริมฝีปากที่เลอะเทอะของเธอให้นี่ไง”

                                                                                                             

“ไม่ต้องดีกว่าคะ...ครับให้ผมเช็ดเองก็ได้...ปะ...ปล่อย อื้ม!!

ยิ่งปฏิเสธยิ่งเหมือนเป็นการเชื้อเชิญคิบอมไม่ได้ฟังเสียงต่อต้านจากอีกคนเลยแม้แต่น้อยแต่กลับฉวยโอกาสช่วงชิงลมหายใจของซองมินอย่างถือสิทธิ์ เด็กชายที่พ่อแม่นำมาขัดดอกมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับถูกนำตัวมาขายและก็มีหน้าที่บำเรอความสุขให้แก่คนเป็นเจ้าของมิใช่เหรอ กับเด็กคนนี้ต่อให้เขาอยากจะทำมากกว่านี้มันก็ย่อมได้อยู่แล้วในเมื่อเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

 

                ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น...ทุกการกระทำที่ใครคนหนึ่งกระทำกับคนอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้เต็มใจอยู่ในสายตาของคนอีกคนหนึ่งตลอดเวลา หากแต่ก็ไร้ซึ่งหนทางจะเข้าไปช่วยให้ปลอดภัยคยูฮยอนยืนกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์ของตนที่ระอุจนพร้อมที่จะระเบิดเป็นปรมณูได้อยู่ทุกเวลาเจ็บใจตัวเองที่ทำได้แค่เพียงยืนมอง            
 

                ตอนนี้คนที่ตกอยู่ในอันตรายที่สุดคือร่างที่เป็นผู้ถูกกระทำอยู่ตรงหน้า อี ซองมิน
 

                “ซะ.....ซองมิน”

                เสียงอันแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศรอดออกมาจากริมฝีปากได้รูป มือใหญ่ยังคงกำแน่นระงับอารมณ์ของตนไม่ให้เผลออาละวาดพร้อมกับทำแผนการที่อุตส่าห์วางมาทุกอย่างต้องพังลง สติที่มีเลื่อนลอยไปกับภาพหนังสดตรงหน้าระยะเวลาที่ฉากนั้นเกิดขึ้นแค่เพียงไม่กี่นาที แต่กลับทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มแทบคลั่ง

 

                “อ้าว!!!! คยูฮยอนมีธุระอะไรถึงบุกมาถึงห้องครัวได้ หึ หึ”

 คำถามที่เหมือนกับจำใครอีกคนมาจงใจถามคนที่กำลังยืนตัวสั่นเพราะอารมณ์โกรธอย่างนึกสนุกปาก คิบอมที่เพิ่งละออกมาจากของเล่นชิ้นใหม่เอ่ยถามขึ้นอย่างเยอะเย้ย เมื่อครั้นตัวเองกำลังจะเดินออกจากห้องครัวที่เพิ่งใช้เป็นฉากหนึ่งในการแสดงหนังสดของตัวเองเมื่อครู่

 

                “ผมแค่จะมาหาอะไรทานครับ”

 คยูฮยอนที่เพิ่งได้สติกลับมาจำใจตอบกลับพร้อมกับโค้งคำนับคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม แต่ทว่าในใจมันร้อนลุ่มราวกับมีใครเอาไฟมาสุมเอาไว้แล้วไฟนั้นกำลังลุกโชน ถ้าไม่ติดว่าตัวเองจะเป็นคนทำลายแผนทุกอย่างลงคงได้ซัดหน้าหล่อ ๆ ที่ลองอยู่ตรงหน้านั้นไปแล้ว

 

                “งั้นเหรอ! นายคงหิวมากสินะแต่ของอร่อย ๆ ที่นี่ฉันกินมาหมดล่ะจะมีก็แค่ของเหลือเดน ฮ่าๆ”

คิบอมหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อพูดจบเสียงหัวเราะก้องกังวานทำเอาอีกสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์ชาวาบราวกับโดนฟ้าผ่าขณะไร้ซึ่งเมฆฝน คยูฮยอนได้แต่ก้มหน้านิ่งปล่อยให้คนที่กำลังหัวเราะได้ใจเพราะถือไผ่เหนือกว่าเดินผ่านไป ก่อนจะหันไปสนใจร่างเล็กที่ยืนเหม่อลอยไร้สติที่ตอนนี้มีแต่เพียงหยาดน้ำใสที่ไหลอาบหน้า

 

ไม่ต้องเอ่ยปากบอกตอนนี้คยูฮยอนก็รู้ว่าซองมินเจ็บปวดเพียงใด

 

                “ซองมิน! ซองมินอา!!!

เสียงทุ้มเรียกอย่างอ่อนโยนเพราะความห่วงใยยิ่งเห็นร่างเล็กยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับถูกสาปเขายิ่งหวั่นใจ คยูฮยอนวิ่งเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอย่างไร้เรี่ยวแรงจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ก่อนจะประครองกอดไว้ด้วยความเป็นห่วง

 

                “คะ..คยูฮยอน ฮึก!! ช่วย..ฮือๆ”

ซองมินร้องเรียกก่อนจะซบหน้าลงตรงลาดไหล่ของร่างที่สูงกว่าอย่างต้องการที่พักพิง  สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เขาตั้งตัวไม่ทันไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองจะต้องมาเป็นที่ระบายอารมณ์ของใคร

 

                “ไม่เป็นไรนะซองมินฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”

ร่างสูงได้แต่เพียงเอ่ยปลอบพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นหมายจะบอกให้ร่างให้วงแขนรู้ว่าเขาเป็นห่วงและหวงแหนร่างนี้มากแค่ไหน

 

                “คยูฮยอน ฮือๆ ฉันขอโทษ ฮึก! ฉันมันเป็นคนไม่ดี ฮือๆ”

ยิ่งถูกปลอบก็ยิ่งร้องไห้จนตัวโยนใบหน้าหวานใสที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มบัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยน้ำตาที่คยูฮยอนว่ามันไม่เหมาะ ซองมินสะอึกสะอื้นอยู่ในอกของคยูฮยอนที่ไม่ต้องบอกเขาเองก็รู้ว่าซองมินเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ไหนก็น้ำตาของร่างในอ้อมกอดมันชุมอกเขาไปหมดแล้ว

 

                ---- เจ็บ เจ็บเหลือเกินที่ไม่สามารถปกป้องได้เลย -----

 

                “นี่คือรางวัลของคนทรยศ โจ คยูฮยอน”

เสียงหนึ่งที่คนสองคนที่กำลังปลอบประโลมกันไม่มีวันได้ยิน สิ่งที่คิบอมทำลงไปมันไม่ใช่เพราะความใคร่หรืออยากได้แต่ที่ทำมันลงไปก็มีเพียงเหตุผลเดียว.......เพราะคนคิดทรยศ โจ คยูฮยอน

               

40%  

 

         


너의 하루에 나의 하루에

วันนึงของคุณวันนึงของผม ก็จะมีกัน

 

서로가 있기에 모든 것이 아름다워

ก็จะมีกัน สำหรับผมทุกอย่างดูสวยงาม

 

헤어지자는 아픈 하지 말기

จะไม่มีทางพูดคำที่เจ็บปวดอย่างคำว่าจะเลิกกัน

 

그렇게 옆에만 있어줘요

อยู่ข้างๆผมแบบนี้เถอะนะ

 

                เสียงฮำเพลงที่ไม่ดังมากนักทำเอานางฟ้าชุดขาวคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าถึงกับวาดยิ้มจาง ๆ ขึ้นประดับใบหน้าสวย แม้เพลงที่ได้ยินทุกวันจะเป็นเพลงซ้ำ ๆ เดิม ๆ แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อกลับชอบเสียด้วยซ้ำที่มีคนทำให้บรรยากาศที่แสนจะเงียบเกินไปของโรงพยาบาลมีสีสันขึ้นมาบ้าง

                “วันนี้คุณทำอะไรมาให้คุณหมอทานค่ะ” เสียงเล็ก ๆ ของนางฟ้าชุดขาวเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มละมุนส่งให้คนที่เดินอยู่ด้านหลัง 

                “อ๋อ!! ก็แค่คิมบับธรรมดาน่ะครับผมทำอาหารไม่ค่อยเก่ง ฮ่าๆ” ฮยอกแจตอบออกมาเบา ๆ ด้วยท่าทีที่เขินอายก่อนจะหัวเราะออกมาแก้เก้อและก็เหมือนคนด้านหน้าก็จะขำกับทีท่าอย่างนี้ของฮยอกแจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน  

                “ใครว่าล่ะคะแค่นี้ก็เก่งมาเกินกว่าผู้หญิงอย่างฉันแล้ว คิกๆ”

เสียงเล็กของพยาบาลสาวแย้งกลับหากแต่คำแย้งนั้นกลับเยินยอให้ฮยอกแจเขินซะยกใหญ่ ใบหน้าหวานใสระเรื่อแดงเพราะเขินอายกับคำชมเมื่อครู่ เท้าเล็กก็ยังคงก้าวตามพยาบาลคนสวยข้างหน้าไม่ให้ทิ้งระยะห่างมากเกินไปก็ห้องพักหมอฮันคยองเนี่ยมาทีไรก็หลงทุกทีสิน่า

                ฮยอกแจอาสามาช่วยงานที่โรงพยาบาลทุกวันในช่วงบ่ายและบอกว่าค่าแรงของเธอคือค่าตอบแทนที่โรงพยาบาลนี้รักษาตัวเองจนรอดชีวิตโดยไม่คิดว่ารักษาสักวอน ฮยอกแจทำทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงงอนไม่ว่างานนั้นจะหนักหรือจะเบาและหนึ่งงานที่สำคัญที่สุดคือการทำมื้อเที่ยงที่หน้าตาน่าทานมาส่งให้คุณหมอหนุ่มถึงที่ในทุก ๆ วัน

                “ถึงแล้วล่ะคะ”

                “ขอบคุณมากครับ”

ฮยอกแจว่าก่อนจะโค้งเสียเก้าสิบองศาเพื่อขอบคุณพยาบาลที่นำทางให้ทุกวันตรงหน้าก่อนจะยืนส่งพยาบาลคนนั้นจนเดินหายไปลับตา   

                “หิวหรือยังครับ”

เสียงนุ่มน่าฟังเอ่ยถามอย่างสุภาพทำเอาคนที่นั่งเอนหลังหลับตาเพื่อพักสมองพักความคิดเป็นอันต้องลืมตาขึ้นมองเจ้าของเสียง ก่อนจะถามขึ้นเสียงเรียบๆ ที่ทำเอาร่างที่เพิ่งเข้ามาใจหายสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นักในสายตาของร่างบางที่เพิ่งเดินเข้ามา

                “อ้าว...มาแล้วเหรอฮยอกแจ”

                “อืม!! ขอโทษนะที่วันนี้ช้าไปหน่อย...ว่าแต่คุณเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าตาดูไม่ดีเลย”

                “คือ”

                “อ้า!! ไม่ต้องตอบแล้วคงเป็นเรื่องของคุณเรียวอุคอีกแน่ ๆ เลยอย่าเครียดเลยนะเดี๋ยวเราก็จะออกไปตามหาคุณเรียวอุคกันแล้วนี่เนอะ”

                เจ้าของคำถามเอ่ยปากตอบเสียเองทั้งที่คุณคุณหมอหนุ่มแทบจะยังไม่ทันได้อ้าปาก รวมทั้งกล่าวถ้อยคำปลอบประโลมคนที่กำลังเครียดให้คลายกังวล ทั้งที่ตอนนี้ก็รู้สึกได้ว่าน้ำในตามันคอยจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ

                อิจฉาทุกทีทำไมกันนะ

                “ว่าแต่เราจะเริ่มกันเมื่อไหร่ล่ะ” เป็นเสียงของคนที่เอ่ยปากปลอบเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ว่าห้องมันตกอยู่ในภาวะที่เงียบเกินไป

 

                “ความจริงฉันลาพักร้อนแล้วล่ะแต่ว่าติดคนไข้รายสำคัญต้องผ่าตัดด่วนเมื่อเช้าก็เลยยังทิ้งไปไม่ได้”  หมอหนุ่มตอบด้วยท่าทีเคร่งเครียดแต่ก็ยังคงยิ้มได้เมื่อเห็นท่าทีสงสัยของอีกคน

                “หนักขนาดนั้นเลยเหรอ”

                “เอาเรื่องพักอยู่ห้อง SH 704 แหนะ”

                “งั้นเหรอ!!! แล้วมีอะไรให้ฉันพอจะช่วยได้ไหม” ฮยอกแจถามพาซื่อแต่ก็เรียกรอยยิ้มจากคุณหมอหนุ่มได้อีกเป็นกอง ก่อนจะทำร้องออกมาเสียงลั่นเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

                “อ้า!! ดีเลยงั้นฮยอกแจช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาหน่อยสิวันนี้พยาบาลที่ดูแลคนไข้รายนี้ป่วยกะทันหันล่ะ”

                “อ้อๆ ได้สิงั้นฉันไปเลยนะ” เสียงเล็กตอบกลับอย่างตื่นเต้นแล้วก็เหมือนว่ากำลังจะลุกออกไปทันที แต่ยังไม่ทันได้ลุกพ้นเก้าอี้ก็จำต้องทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงดึงเบา ๆ ที่ข้อมือขวาของตนเอง

 

                “เดี๋ยว!!!!!

                “อะไรของคุณนะ ชิส์! ตกใจหมดเลย”

                “ทานด้วยกันก่อนสิเดี๋ยวค่อยไป” 

หมอฮันบอกออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มละมุนที่ฮยอกแจได้เห็นเมื่อไหร่ก็แทบจะละลายประหนึ่งหิมะโดนความร้อนในทันที หัวใจเจ้ากรรมมันก็ขยันทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องจนกลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเร็วและรัวของตัวเอง  

มื้อเที่ยงที่เกือบบ่ายของวันนี้จบลงด้วยความสุขและก็เหมือนทุกวันที่ฮยอกแจจะต้องออกมาทำหน้าพยาบาลจำเป็นของโรงพยาบาลเล็ก ๆ แห่งนี้สองเท้าพาร่างบอบบางพร้อมกับอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับดูแลคนไข้หนักไปตามทางเดินของโรงพยาบาล ฮยอกแจดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้คิดเอะใจอะไรก่อนสองเท้าจะหยุดลงตรงหน้าห้อง 704 ที่คุณหมอหนุ่มบอกเอาไว้เมื่อตอนพักเที่ยง

“ห้องนี้สินะ..ขออนุญาตนะครับ”

เสียงหวานพ่นออกมาเบา ๆ ก่อนจะค่อยดันประตูสีขาวบานใหญ่พร้อมกับแทรกตัวเข้าไปในห้องนั้นอย่างเบาเสียงที่สุด เสียงอุปกรณ์การช่วยชีวิตดังเป็นระยะทำให้ร่างบางที่เพิ่งเข้ามาพอจะเดาได้ว่าร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนั้นยังไม่ตาย สายจากถุงน้ำเกลือ ถุงเลือดและอีกหลาย ๆ สายระโยงระยางไปหมดจนทำเอาผู้ช่วยจำเป็นนึกกลัวในการให้ความช่วยเหลือ

 

เกิดทำสายไหนหลุดไปสักสายเขาจะตายไหมนะ.....ฮยอกแจกลัวจัง!!

                ฮยอกแจค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไปให้ใกล้เตียงที่สุดมือบางไม่ลืมที่จะดึงอุปกรณ์ที่เตรียมมาเข้าไปด้วย ร่างของคนไข้หนักนั้นก็ยังนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ความกลัวว่าจะเผลอไปทำสายอะไรสักสายหลุดไปเมื่อครู่หายไปแต่อยู่ ๆ ความกลัวบางอย่างก็แทรกเข้ามาในหัวใจ ยิ่งใกล้ความรู้สึกบางอย่างในใจของฮยอกแจก็ยิ่งชัดขึ้นอย่างประหลาดจนรู้สึกสั่นไปทั้งตัว

                ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับร่างตรงหน้าเหลือเกิน

                “ชะ..ชีวอน”

แล้วความคุ้นเคยที่ว่าก็ชัดเจนขึ้นจนเผลอปากเอ่ยเรียกชื่อคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงออกมาโดยไม่รู้ตัว หยดน้ำใสมากมายพรั่งพรูออกมาพร้อมกับเรื่องราวเลวร้ายในอดีตที่ฉายซ้ำชัดเจนเข้ามาให้ห้วงความทรงจำ  เสียงผะแผ่วรอดไรฟันออกมาอย่างหวาดกลัวแม้ร่างตรงหน้าจะไม่ไหวติงแต่คนที่ยืนนิ่งมองอยู่ตรงนี้ก็กลัวจนแทบไม่กล้าจะหายใจ

“ทะ...ทำไม? เกิดอะไรขึ้นกับคุณ” ฮยอกแจเอ่ยขึ้นผะแผ่วทั้งที่หวาดกลัวแต่ปลายเสียงกลับเจือความห่วงใยออกมาทั้งที่ยังจำได้ว่าร่างที่นอนแน่นิ่งตรงหน้าทำร้ายกาจอะไรไว้กับตัวเองบ้าง

“ฮือๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฮึก! ฉันพยายามลบความรู้สึกที่มีต่อคุณ. ฮือๆ..พยายามลืมว่าคุณเป็นคนที่ทำร้ายฉันจนเจ็บปางตาย..พยายายมมาโดยตลอด...แล้วอยู่ ๆ วันนี้ ฮึก!! คุณ...คุณ....ฮึกๆ ก็มาอยู่ตรงหน้าฉันในสภาพนี้ ฮือๆ ”

สิ้นเสียงร่างเล็กก็สะอื้นจนตัวโยนคำต่อว่าต่อขานต่าง ๆ นา ๆ ถูกกลืนหายไปด้วยเสียงสะอื้นไห้เพราะความรู้สึกเจ็บปวดทั้งกลัวและสงสารปนเปกันไปหมด มือบางยกขึ้นบีบขมับของตัวเองเบาๆ หวังจะคลายความปวดหนึบที่เต้นอยู่ในสมอง ความรู้สึกรักที่มีต่อร่างตรงหน้ายังมีอยู่ไม่น้อยอยากจะเข้าไปช่วยเหลือให้ร่างตรงหน้านั้นกลับมาแข็งแรงเหมือนดังเดิม แต่เมื่อภาพความโหดร้ายโฉบเข้ามาในห้วงความคิดความโกรธแค้นในอกก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

                “ไม่..ไม่ หมอฮันจะรักษาคนคนนี้ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด”

                “หมอฮัน หมอฮันคยอง คุณจะช่วยหมอนี่ไม่ได้นะ” เสียงที่เคยหวานตะโกนลั่นก่อนจะวิ่งออกจากห้องพักคนไข้ SH 704 ทันทีโดยไม่คิดจะหันกลับมามองด้านหลังที่มีร่างของใครคนนั้นอยู่อีกเลย

               

หากคุณหายแล้วจะกลับมาทำร้ายใครได้อีก...ฉันขอเลือกให้คุณตายไปเสียดีกว่า คุณมันร้ายกาจเกินไป

 

                เสียงฝีเท้าวิ่งไปตามทางเดินของโรงพยาบาลอย่างรีบร้อนไม่สนและไม่ได้มองว่าใครจะเดินสวนมาบ้าง หลายครั้งที่ฮยอกแจเกือบจะวิ่งชนเข้ากับนางพยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่กำลังง่วนอยู่กับทำงาน เสียงโหวกเหวกโวยวายร้องเรียกใครบางคนดังเป็นระยะ ๆ ใครบางคนที่คิดว่าพอจะจัดการกับเรื่องนี้ได้แต่กลับไม่เจอเลยแม้แต่เงา

                “หมอฮัน หมอฮันคยองคุณอยู่ไหน” ปากก็เรียกสองตาก็คงเพียรมองหาคนที่ร้องเรียกแต่กลับไม่เจอ

                “เห็นหมอฮันคยองไหมครับ”

น้ำเสียงร้อนรนร้องถามพยาบาลที่มักจะเดินออกตรวจประจำพร้อมกันกับคนที่ตนตามหา แต่อาการส่ายหน้าจนหมวกพยาบาลแทบหลุดออกจากผมดำขลับของคนที่ถูกถามก็ทำเอาร่างบางถอนใจออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก

ทำไมทีเวลาต้องการตัวถึงหาตัวยากอย่างนี้นะ

 

“หมอฮันคยองมาที่นี่บ้างไหมครับ” เสียงเดิมถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นบุรุษพยาบาลคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องผ่าตัด แต่คำตอบที่ได้รับก็เป็นอาการส่ายหน้าเช่นเดิมที่ทำให้ฮยอกแจไม่พอใจเลยสักนิด

“หายไปอยู่ไหนของเค้านะห้องพักก็ไม่มีหาจนทั่วโรงพยาบาลแล้วก็ยังไม่เจอ” น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดบ่นออกมาเมื่ออะไร ๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจอย่างที่ตัวเองคิด

เพราะถ้าอะไร ๆ มันง่ายอย่างที่คิดชีวิตตัวเองคงไม่ต้องเป็นอย่างนี้

 

“แล้วจะให้ฉันทำยังไงกับคุณดีนะชีวอนฉันยอมให้คุณรอดชีวิตไม่ได้”  

                ริมฝีปากบางบ่นพึมพำอยู่เพียงลำพังก่อนสองเท้านั้นจะค่อย ๆ พาร่างของตนย้อนกลับไปยังห้องที่ตัวเองเพิ่งจากมา ร้อยแปดความคิดอยู่ในสมองมันทำให้ฮยอกแจคิดไม่ตก คนที่ควรจะอยู่ช่วยคิดก็กลับหากันไม่เจอทั้งที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้กว้างขวางสักเท่าไหร่เลย

                “ฉันควรจะต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วอะไรล่ะที่ฉันควรจะทำมัน”

คำพูดกับความคิดในสมองยังคงตีรวนจนคนตัวบางรู้สึกปวดหนึบ การควบคุมร่างกายเริ่มเป็นไปได้ยากเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเองและยิ่งตัวเองไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดซ้ำขึ้นกับใคร  เหงื่อกาฬไหลซึมราวกับเพิ่งเสร็จจากการออกกำลังกายอย่างหนักเพราะความหวาดกลัวและหวั่นวิตก มือเล็กกำแน่นจนเนื้ออ่อนในฝ่ามือเกิดรอยลึกจนกลัวว่าจะเกิดเป็นบาดแผล  

 

หากฉันต้องกลายเป็นฆาตกรแต่คนร้ายอย่างคุณจะหมดจากโลกไปอีกสักคนมันก็คุ้ม

 

 

                อันตราย........ที่นี่อันตรายเกินไปสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

                ร่างสูงเดินวนไปวนมาในห้องพักของตัวเองมือไม้อยู่ไม่เป็นสุขสะบัดขึ้นสะบัดลงราวกับว่ามันเกะกะเสียเต็มประดา บ้างทีก็ยกมันขึ้นมาเสยผมตอนที่มันตกลงมาตอนที่ตนกำลังใช้ความคิด จนสุดท้ายแล้วก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกไว้แน่นเมื่อตนเองต้องใช้สมองคิดอะไรอย่างหนัก

                “หรือว่ามันถึงเวลาที่เรื่องทุกเรื่องควรจะต้องจบลงสักที”

ริมฝีปากได้รูปเอ่ยขึ้นพลางคิดถึงใบหน้าหวานของใครบางคนที่อาบไปด้วยน้ำตา ....ซองมิน.... ใบหน้าหวานยามสะอื้นไห้ผู้ชายคนนี้ยังจำได้แม่นยำ หนังสดเรื่องนั้นที่ไม่ได้เต็มใจจะดูผู้ชายคนนี้ก็ยังคงจำได้ดี

                “ฉันจะพาเธอหนีไปจากที่นี่ซองมิน”

ถึงจะพูดออกมาอย่างนั้นเจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป แต่ถ้าคิดจะปล่อยเอาไว้อย่างนี้ก็ไม่ได้อีกเช่นกันในเมื่อคนที่เขาเป็นห่วงที่สุดกลับตกอยู่ในอันตรายที่สุดยังไงก็ต้องพาออกไปจากที่นี่ให้ได้

                “อ้าว...เจอตัวพอดีเลย”

เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกให้ชายหนุ่มที่กำลังปิดประตูห้องของตัวเองต้องรีบหันหลังกลับมามอง ดวงตาคมมองคนที่ร้องทักตัวเองตั้งแต่ศรีษะจรดเท้าก่อนจะพรูลมหายใจออกมาพร้อมกับอาการไม่พอใจที่แสดงออกมาทางใบหน้าคมคายนั้น

                “มีอะไรว่ะ” คำทักทายที่ดูธรรมดาแต่ปลายเสียงกลับแสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน

                “นายเรียกพบว่ะ” คำตอบกลับยิ่งทำให้คยูฮยอนนึกฉุนก็ในเมื่อนายคนที่ว่านั้นดันบังอาจแย่งชิงริมฝีปากของคนที่ตนเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่วันแรกที่เจอ

                “เรื่องอะไร”

                “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ...ก็ลองไปพบนายดูเองเดี๋ยวแกก็รู้เองแหละจะมาถามทำไมให้เหนื่อย”

                “ขอบใจที่มาตาม” คยูฮยอนว่าก่อนจะเดินชนบ่าของคนที่ท้วมกว่าให้หลีกทาง ท่าทางกวนโมโหของคยูฮยอนเกือบทำให้อีกคนฟิวส์ขาดแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงระงับอารมณ์ไม่ให้โต้ตอบเอาไว้ได้ก่อนที่อะไร ๆ มันจะเสียเรื่องไปจนหมด

                ทำเป็นอวดดีไปเถอะแกจะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัว

                คยูฮยอนก้าวเท้าไปตามทางเดินของตัวบ้านไม่นานก็พาตัวเองมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องของคนที่เรียกหา สมองครุ่นคิดหาทางหนีทีไล่เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกไล่ต้อนจนโดนจับสังเกตที่ผิดแปลกไปได้ ท่าทางนิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะกำบังตัวจากภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยคนที่อยู่ด้านใน

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                มือใหญ่เคาะบานประตูไม้แกะสลักสามครั้งเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้คนด้านในรู้ถึงการมาของตน ก่อนจะค่อย ๆ บิดลูกบิดประตูแล้วเปิดเข้าไปในห้องนั้นราวกับตนเป็นนักย่องเบา  

                “นายเรียกผมมีเรื่องอะไรให้ผมทำหรือครับ” ทันทีที่ก้าวเข้ามาประโยคคำถามก็ดังขึ้นจากริมฝีปากได้รูปเรียกให้คนที่นั่งหันหลังให้หันกลับมามองด้วยสายตาที่ยากจะอ่านความคิดได้ออก

                “เปล่า...”

น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับมาเรียกความเย็นให้ฉาบแนวสันหลังของอีกคนจนหนาวสะท้านไปทั้งร่าง ทั้งที่ปากบอกเปล่าแต่กระเป๋าหนังสีเหลี่ยมใบใหญ่ตรงหน้ามันกลับทำให้คนที่ได้รับคำตอบรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่   

                “อะไรนะครับ!!” เป็นเสียงของคยูฮยอนที่ร้องออกมาด้วยความแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างมียีระ

                นายคิดจะทำอะไรอยู่....???   

                “ฉันแค่อยากให้นายมาช่วยฉันเลือกปืนเฉยๆ”

                “อาวุธของเราก็มีตั้งเยอะตั้งแยะแล้วนี่ครับแล้ว.....”

                “แต่ว่าฉันอยากได้ปืนชนิดพิเศษ...เอาไว้สำหรับยิงหัวคนทรยศโดยเฉพาะ”

                สิ้นเสียงอันเย็นเยียบก็ทำเอาทั้งร่างของคนฟังชาวาบ ถ้าไอ้คนทรยศที่ว่าหมายถึงเขานั่นก็แปลว่าความตายอยู่ไม่ไกลตัวเองเลย แต่คนอย่างนายน้อยคนนี้คงไม่ยอมให้คนทรยศที่ว่าจบชีวิตลงง่าย ๆ เพียงแค่ปืนกระบอกเดียว ถ้าตัวต้องตายจริง ๆ ก็ไม่ได้กลัวเลยสักนิดแต่กลัวว่าจะต้องมีคนอื่นที่ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อีกทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

 

                --- ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันจะปกป้องเธอด้วยลมหายใจของฉัน  ----

 

100%

                          

                           อ้า!!! ครบร้อยแล้ว (เหรอ) ทำไมมันสั้นจังซี้ ฮ่าๆ เอาน่ะเรื่องมันจะจบแล้วเอาสั้น ๆ ก็พอเนอะ แล้วหลังจากตอนนี้ไปจะลงแต่ในเล่มเท่านั้นนะคะใครอยากอ่านก็ต้องลงทุนกันนิดส์นึงนะคะ (อิอิ ไรเตอร์จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่านะ) แต่ก็ไม่แน่อาจจะใจดีเอามาลงให้อ่านคราว ๆ ในนี้บ้างก็ได้ แต่ว่าเรื่องทำเล่มไรเตอร์กำลังหาร้านอยู่นะคะและที่สำคัญกำลังเรียบเรียงใหม่ทั้งหมดด้วยจ้าในนั้นก็จะมีทั้งตอนที่ถูกตัดออกไปตอนพิเศษและก็อะไรๆ อีกบลาๆๆ   อ้อๆ ขอนิดนึงถ้าเล่มของไรเตอร์ไม่สวยเหมือนของไรเตอร์คนอื่น ๆ ยังมีคนสนใจกันอยู่ไหมค่ะเพราะว่าไรเตอร์ดูร้านที่รับพิมพ์ฟิคสวย ๆ แล้วส่วนมากอยู่ในกรุงเทพทั้งนั้นเลยและที่สำคัญไรเตอร์ทำงานเจ็ดวันไม่มีเวลาแน่ๆ แต่มีร้านใกล้ที่ทำงานที่เล็งๆ ไว้แล้วเหมือนกัน สนใจสั่งจองได้เลยคร้า เอาเป็นว่าไรเตอร์ขอสอบถามความต้องการของแฟนฟิคก่อนเลยนะคะ ใครอยากได้ฟิคเล่มนี้ขอให้ลงชื่อจองไว้เลยนะคะไรเตอร์อยากทราบจำนวนที่แน่นอนให้ชื่นใจหน่อยค่ะ จะได้มีแรงรีไรต์และเรียบเรียงทำเล่มให้เสร็จ หวังว่ารีดเดอร์คงไม่หลอกให้ไรเตอร์ดีใจทำเล่มเก้อนะ ส่วนในเรื่องรายละเอียดอื่น ๆ เราค่อยคุยกันอีกทีจ้าตอนนี้ขอรายชื่อและจำนวนเล่มที่แน่นอน แฟนฟิคที่รักฟิคเรื่องนี้ลงชื่อจองได้เลยนะคะถ้าตัวเลขเป็นที่หน้าพอใจเราจะได้เห็นฟิคส้มเป็นเล่มๆ แน่นอนค่ะ

                           ปล. ฟิคเรื่องนี้ต้องแบ่งพิมพ์เป็นสองเล่มนะคะ Orange Love 1,2 ใครต้องการสั่งจองตามรายละเอียดด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ รักกันจริงอย่าลืมสั่งจองนะคะ ^_____^

 

แบบฟอร์มการสั่งจองฟิคชั่นเรื่อง Orange Love รักใสใสหัวใจรสส้ม 1 และ 2

ชื่อที่ใช้ในการจอง :

ชื่อสกุลจริง :

ที่อยู่สำหรับจัดส่ง :

เบอร์โทรที่ติดต่อได้จริง :

จำนวนการสั่งจอง :

E-mail :

Facebook (ถ้ามี) :

Twitter (ถ้ามี) :

สั่งจองในเด็กดีนี้ได้เลยค่ะหรือจะส่งเมลล์มาที่  yj_srungsuda1@hotmail.com 

                           ปล.ไรเตอร์ยังไม่คุยเรื่องการจ่ายเงินนะคะไม่ต้องซีเรียสกันค่ะตอนนี้ขอยอดจองให้ชื่นใจก่อนนะคะ แล้วเรื่องการจ่ายเงินการจัดส่งหรือนัดรับเรานัดกันอีกทีค่ะ.....ว่าแต่จะมีใครสั่งฟิคของไรเตอร์บ้างน้า สงสัยไรสอบถามได้นะคะ

781 ความคิดเห็น

  1. #776 kimyeryeo_411 (@kimyeryeo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 16:58
    บอมมมมมมม อย่าทำอะไรคยูนะเว้ยยยย
    #776
    0
  2. #742 เลิฟอุค (@kantidar) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 13:58
    ใครจะช่วยคยูได้เนี่ย
    #742
    0
  3. #727 wow (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 15:38
    บอมมมมม นิสัยย!!

    มินกับคยู คู่นี้น่าสงสาร TT



    รอพี่เย่คัมแบคก่อนเถอะคิบอมม !!
    #727
    0
  4. #726 เลิฟอุค (@kantidar) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 15:14
    บอมทำไมทำแบบนี้ เลวมากกกกกกกกกกกก
    #726
    0
  5. #723 ryeongni (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 09:36
    สงสารคยูอ่า

    ทำเพื่อเจ้านายนะเนี่ย ไม่งั้นบวมไม่รอดไปแล้ว

    แย่จริงๆเลยคิบอม
    #723
    0
  6. #721 pizzer (@pizzieploy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กันยายน 2556 / 19:02
    หวายยยย บอม ทำกับมินยังงี้ได้ไง
    คอยดูเหอะ พี่เย่กลับมาเมื่อไหร่คยูคงไม่ปล่อยไว้หรอก เชอะ -^-
    #721
    0