24.7 [LUMARK]

ตอนที่ 8 : chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    8 ก.ค. 61







          -LUCAS-

 


          ย้อนกลับไปเมื่อสักสองสามวันก่อน วันแรกที่เขาและมาร์คมาถึงจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาทั้งสองคน เขาถูกเชิญชวนไปดื่มสังสรรค์กับรุ่นพี่ที่เขาสนิทด้วยนั่นก็คือพี่จอห์นนี่ ส่วนมาร์คไม่รู้ว่าเป็นเพราะเกรงใจหรือเปล่าอีกคนถึงยอมมาด้วย แต่สุดท้ายก็ขอออกไปรอข้างนอกอยู่ดี

 


          เขาเข้าใจความอึดอัดของอีกคนนะ

 


          "ไอ้ยก"


          "ครับ?"

 


          เสียงทุ้มของผู้เป็นพี่ดังขึ้นมาหลังจากที่มาร์คออกไปจากร้านแล้ว พี่จอห์นนี่เรียกชื่อจริงของเขาด้วยความเคยชิน จะว่ายังไงดีล่ะเขาแนะนำตัวกับทุกคนด้วยชื่อลูคัสไปหมด แต่ก็ยังมีพี่ๆที่เขาสนิทด้วยทั้งสามคนนั้นเรียกเขาด้วยชื่อเล่นจริงๆนี่สิ

 


          "ไม่คิดจะบอกมาร์คบ้างหรอ"


          "โอ้ย ไอ้จอห์น แบบนี้สนุกจะตาย"


          "เพราะมึงนั่นแหละยูตะ เรื่องมันถึงเป็นแบบนี้"


          "เอ้า กูผิดอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่แบบนี้ไอ้ยกมันจะได้เผยความในใจปะ"


 

          เสียงเถียงกันของเพื่อนวัยเดียวกันทำให้เขาปวดหัว เถียงกันแต่เรื่องเดิมๆนั่นก็คือเรื่องของเขากับมาร์ค เขาเข้าใจนะว่าพี่จอห์นนี่เป็นห่วงแต่ในเมื่อเขาหลวมตัวบ้าจี้ทำตามที่พี่ยูตะบอกไปแล้วจะให้เขาถอยกลับมาได้ยังไง

 


          "แต่ผมว่าหยุดตอนนี้ยังทันนะ"

 


          พี่เตนล์พูดแทรกขึ้นมาในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกัน

 


          "เห็นมั้ยยูตะ มึงเลิกบัฟไอ้ยกสักทีก่อนที่จะโดนโกรธจริงๆ"


          "มึงพนันกับกูปะละว่ามาร์คไม่โกรธ"


          "รู้ว่ามึงติดนิสัยขี้เล่น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของมึงนะยูตะ"


          "เออ พอก็พอ แล้วมึงจะเอายังไงวะ"


 

          พี่ยูตะชี้นิ้วมาทางเขาที่กำลังนั่งเหม่อมองไปทางด้านหน้าเวทีที่ว่างเปล่า ก่อนที่จะตั้งสติได้มาตอบคำถามของคนเป็นพี่

 


          "ผมไม่รู้"


          "จะไม่รู้ไม่ได้นะ ก็แค่เลิก ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่"


 

          พี่เตนล์ดูจะมีเหตุผลที่สุดในตอนนี้ เขาพยักหน้าขึ้นลงช้าๆก่อนที่จะยกแก้วในมือขึ้นมาจิบ


 

          "มึงก็ไม่น่าบ้าจี้ตามไอ้ยูตะ คนอะไรแข่งกันจีบคนที่ชอบกับตัวเอง"


          "ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนี่พี่"


          "กูว่ามึงไปทำหน้าที่ลูคัสเถอะ ส่วนไอ้ยกเฮ่ยเก้าเก้าก็พักไปก่อน"


          "ครับ"


 

          พี่จอห์นนี่เอ็ดเขาพอเป็นพิธีก่อนที่เขาจะขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อไปตามคนตัวเล็ก


 

          ทุกคนเข้าใจถูกและเขาก็ไม่ได้ปิดบังอะไรหรอกว่าเขาคือเจ้าของแอคเคาท์ยกเฮ่ยเก้าเก้านั่นแหละ มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ถ้าวันนั้นที่เขาได้ทวิตเล่นๆแต่ดันมีคนรีทวีตไปเยอะจนเหยียบหมื่น ลมเขาแทบจะจับเมื่อคนที่มาขอติดตามคือเพื่อนตัวเล็กคนสนิทของเขาเอง พอรู้ว่าคนตัวเล็กมารับรู้เขาก็จัดใหญ่จัดเต็มให้เลย นึกตลกตัวเองเหมือนกันที่ยอมบ้าจี้ตามพี่ยูตะ แต่ตอนนั้นเขารู้สึกหมดหนทางจริงๆ เพราะมาร์คไม่ยอมสนใจเขาเลย มัวแต่กดโทรศัพท์ยิกๆ คนข้างๆก็น้อยใจเป็นนะครับ

 


          พอเดินมาอยู่ในรัศมีของอีกคน ก็พบว่ามาร์คไม่ได้อยู่คนเดียว แต่ดันอยู่กับไอ้น้องชายต่างแม่ของเขานี่สิ 'ลี เจโน่' ผู้ที่เขาไม่รู้ว่าน้องชายสุดที่รักของเขาจะกลับมาอยู่ที่นี่ แถมเนียนคุยกับมาร์คได้อีก เพราะเจโน่ไปอยู่ที่ฮ่องกงกับพ่อของเขา แต่ก็ไม่คิดว่าจะแอบมาเนียนคุยกับคนที่พี่ชายชอบ ฝากไว้ก่อนเถอะ น้องรัก

 


          สีหน้าตกใจของเจโน่ทำให้เขาหลุดขำ แต่พออ่านปากแล้วก็แทบมองค้อนใส่ ไอ้น้องนี่มันจะมาหลุดชื่อจริงๆของเขาตอนนี้ไม่ได้นะเว้ย

 


          เขาคิดว่ามาร์คคงสับสนอย่างมากแน่ๆ เขานึกสงสารอีกคนที่ทำให้เรื่องมันบานปลายมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่คิดว่าการที่เขาจะทำตามใจตัวเองมันทำให้อีกคนคิดมากแบบนี้

 


          ยกเฮ่ยก็คือลูคัสของคุณนั่นแหละครับ

 


          มาร์คชอบแสดงอาการหงุดหงิดงุ่นง่านกับตัวเขาที่เป็นลูคัส แต่ดันแสดงท่าทีมีความสุขกับยกเฮ่ยที่อยู่ในโทรศัพท์เสียอย่างนั้น รู้งี้ไม่เล่นมันแล้วทวิตเตอร์อ่ะ แถมต้องมาเครียดเพราะอีกคนดันชอบตัวเขาที่อยู่ในนั้นมากกว่า

 


          สิ่งที่เขาแสดงออกกับมาร์คคือความรู้สึกจริงๆของเขา แต่อีกคนดันขีดเส้นให้เขาชัดๆว่าเพื่อน จนเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว แต่เป็นเพื่อนที่แตะตัวกันได้ ก็ไม่ได้แย่

 


          แค่มีอีกคนในชีวิตต่อไปเรื่อยๆ

 



          หัวร้อนจนได้ มาร์คโดนไอ้บ้านั่นชนเต็มๆ เขานั่งแทบไม่ติดเมื่อรู้ว่าอีกคนสลบไป อยากเข้าไปซัดไอ้นั่นจะตายแต่ก็ทำไม่ได้เพราะสัญญากับอีกคนไว้แล้ว

 


          เนี่ย มาร์คต้องรู้นะว่าสำคัญกับเขาแค่ไหน

 


          มือหนากำเข้าหากันจนแน่นไปหมด ลูคัสถอนหายใจออกมาดังๆก่อนที่จะยกมือขอโค้ชลงเล่นแทนมาร์คเอง ทุกคนดูจะไม่มีปัญหาเพราะฝีมือของเขาเป็นที่ยอมรับ ตั้งแต่ตอนที่ขอเข้าทีม

 


          'กลับเองได้ใช่ปะ'


          'พูดเหมือนเราเป็นเด็ก'


          'เปล่าครับ'


          'แล้วร้านเหล้าที่ไหนเปิดห้าโมงเย็น'


          'เรามีธุระนิดหน่อย'


          'ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย'


          'ไม่เป็นไร มาร์คกลับไปเคลียร์งานเถอะ'


          'นั่นสิ ไปก่อนนะ'

 


          ประโยคที่เคยคุยกันกับคนตัวเล็กในตอนนั้น ที่บอกว่ามีธุระก็คือการมาขอเข้าทีมของอีกคนนี่แหละ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่เพราะเขาเคยเล่นบาสกับพวกพี่จอห์นนี่มาแล้วและก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มาร์คลีไม่รู้

 


          ก็บอกแล้วว่ามาร์คน่ะ ไม่ได้สนใจเขาขนาดนั้นหรอก

 


          เขาพาทีมชนะอย่างขาดลอย เพราะความโมโหของเขาหรือว่ารังสีความอาฆาตแค้นมันปกคลุมรอบตัวเขานะ ถึงไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเขาสักคน ถึงชนะแล้วแต่เขาก็ไม่ได้โล่งใจขึ้นมาหรอก เพราะมีอีกคนที่ให้ห่วงมากกว่า

 


          ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ฟื้นแล้วหรือยังนะ

 


          ลูคัสเก็บของเตรียมมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลทันทีที่แข่งเสร็จ พี่คุนกัปตันทีมบอกว่าเขาและคนอื่นๆจะไปในวันพรุ่งนี้ เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะบอกลาทุกคน

 


          เขามองใบหน้าเล็กที่กำลังหลับตาพริ้มราวกับว่ายังไม่ตื่นจากฝันดี สงสัยเหมือนกันว่าอีกคนฝันเรื่องอะไร สังเกตเห็นเฝือกสีขาวที่แขนข้างซ้ายของอีกคนแล้วอารมณ์วูบไหวแปลกๆ อยากจะตั้นหน้าไอ้หมอนั่นจริงๆ เขาวางมือลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกคน ก่อนที่จะลูบเบาๆ ทำให้ริมฝีปากบางของมาร์คยกยิ้มขึ้นมา มีความสุขจังเลยเนอะ เขายิ้มก่อนที่จะนั่งลงบนโซฟาแล้วเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า

 



          แสงแดดอ่อนส่องเข้ามาภายในห้องสีขาว ลูคัสรู้สึกตัวขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังนอนอยู่ในห้องเดิม ส่องสายตาไปก็พบว่าคนตัวเล็กยังคงจมอยู่ในห้วงนิทรา ขณะที่ลูคัสกำลังสลึมสลืออยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ก่อนที่จะพบกับคนที่เขาคุ้นเคย

 


          แม่ของมาร์ค

 


          "อ่าว น้องยก"


          "สวัสดีครับ"


          "น้าดีใจที่เจอนะลูก"


 

          เขายิ้มตอบกลับผู้ที่เป็นแม่ของมาร์คและถือว่าเป็นคุณน้าของเขา คุณแม่ของเขากับคุณน้าเป็นเพื่อนสนิทกันทำให้เขากับมาร์คเห็นหน้าค่าตากันมาตั้งแต่เนิ่นนาน แต่ความรู้สึกผิดที่ครอบคลุมจิตใจของเขามันทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าคนคนนี้สักเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้

 


          "น้องยก"


          "ครับ"


          "ไปที่ที่นึงกับน้าได้ไหม"


          "ได้ครับ"

 


          ลูคัสขอเวลาเพื่อจัดการตัวเองเล็กน้อย เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็พบว่ามีแขกผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นอีกสองคน ก็คือกัปตันทีมบาสและน้องรหัสของมาร์ค ทั้งสองคนทักทายเขาก่อนที่จะเอ่ยชมเล็กน้อย ลูคัสเกาท้ายทอยแก้เก้อก่อนที่คุณน้าจะฉุดมือขอตัวเขาไปทำธุระด้วยกัน อีกสองคนก็รับคำว่าจะอยู่รอมาร์คตื่น แล้วย้ำเตือนเขาว่าอย่าลืมไปแข่งช่วงบ่ายนี้ด้วย

 


          เขาอาสาขับรถให้คุณน้าตามทางที่อีกคนบอก ก่อนที่จะมาอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย สุสานฮวงจุ้ยที่ตั้งอยู่แห่งเดียวทำให้เขาน้ำตารื้นทันที ความรู้สึกโหยหาที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังคงต้องการอยู่ ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาเป็นเวลาสิบปีทำให้เขารู้สึกคิดถึง ร่างสูงคุกเข่าลงก่อนที่จะใช้มือหนาลูบเบาๆ

 


          คุณแม่


 

          "น้าคิดว่าเพื่อนน้าคงคิดถึงลูกชายของเขาเหมือนกัน ก็เลยพามาที่นี่น่ะ ไม่โกรธน้านะ"


          "ไม่หรอกครับ ผมก็หาเวลามาอยู่เหมือนกัน"

 


          เขาตอบคุณน้ากลับไป เขาแอบคิดว่าการที่มาที่นี่แบบไม่มีดอกไม้ติดมือมาด้วยอาจจะทำให้คุณแม่ของเขาไม่ชอบใจ แต่สำหรับผู้หญิงที่สวยที่สุดในชีวิตของเขาไม่มีดอกไม้อะไรที่จะสวยเทียบเทียมได้หรอก

 


          มือของผู้เป็นน้าสัมผัสลงที่บ่าหนาของเขา ก่อนที่จะลูบเบาๆเพื่อเป็นการปลอบประโลมจิตใจของเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าคนคนนี้ไปแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาโตขึ้นเรื่อยๆก็พบว่ามีสิ่งที่เขาช่วยผู้หญิงคนนี้ได้ก็คือ การช่วยดูแลลูกชายของเขา

 


          "น้องยกไม่ต้องรู้สึกผิดเรื่องมาร์คแล้วก็ได้นะลูก"


          "ก็ผม..."


          "น้าคิดว่ามาร์คโตแล้ว บางทีก็ควรปล่อยให้อยู่คนเดียวบ้าง"


          "แต่ผมเต็มใจ"


          "ถ้าแบบนั้นน้าก็ปฏิเสธน้ำใจยกไม่ได้หรอกลูก"


 

          ไม่อยากได้ยินแม้แต่คำปฏิเสธของผู้หญิงข้างกาย เขาไม่ได้ทำไปเพราะรู้สึกผิด มันเป็นเพราะเขารู้สึกชอบ

 


          เขาชอบมาร์คไปแล้วจริงๆ

 


          "จริงๆ น้าแค่กลัวว่าน้องยกจะเบื่อ"


          "ไม่หรอกครับ"


          "ถ้าอย่างนั้นน้าจะไม่ขออะไรมากหรอก"


          "..."


          "ขอแค่ดูแลน้องมาร์คไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปได้ไหม"


 

          เขาพูดไม่ออก เพราะมันเหลือเวลาที่เขาจะอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่กี่ปี เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยว่าเคยสัญญากับผู้เป็นพ่อเอาไว้ เรียนจบเมื่อไหร่เขาต้องยุติความสัมพันธ์กับเพื่อนตัวเล็กลงแน่ๆ แค่คิดหัวใจของเขาก็แหลกสลายแล้ว

 


          "ผมจะลองขอพ่อดู"


          "ถ้าน้องยกอยากอยู่ที่นี่ เดี๋ยวน้าจะคุยให้เอง"


          "ให้ผมพยายามด้วยตัวเองเถอะครับ"


          "สมกับเป็นลูคัสของน้องมาร์คจริงๆ"

 


          เขายิ้มให้กับผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นแม่ของเพื่อนตัวเล็ก ผู้หญิงคนนี้มีค่ามากที่เขาจะถนอมไว้พอๆกับลูกของเธอ คุณน้าไม่เคยโทษเขาเลยสักครั้ง เธอพร่ำบอกเสมอว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขาเลยสักนิด นั่นเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น เขาพยายามจะคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเหมือนกัน แต่มันก็ทำไม่ได้ในเมื่อมันเป็นเพราะเขา

 


          ถ้าวันนั้นเขาไม่พยายามเซ้าซี้ให้แม่ของเขาพามาร์คมาด้วย

 




          ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน

 


          'ม๊า พามาร์คมาดูยกด้วยนะครับ'


          'รับทราบครับน้องยก'


 

          ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ เขามองโทรศัพท์มือถือที่ม๊าซื้อให้เป็นรางวัลที่เขาได้มาแสดงในงานดนตรีของโรงเรียน กระชับแซกโซโฟนในมือให้มั่นพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะซ้อมกับเพื่อนให้ทุกอย่างเป็นไปได้ดี

 


          ยิ่งใกล้เวลาขึ้นเวทีเขาก็ยิ่งตื่นเข้าไปทุกที มือที่ตอนนี้เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะความกังวลกลัวที่จะผิดพลาด งานนี้เขาจะขายหน้าไม่ได้ ยิ่งมาร์คมาดูเขายิ่งต้องทำให้มันดีที่สุด

 


          สายตาสอดส่องหาร่างที่คุ้นเคยก็ไม่เจอ หรือว่าเพราะคนที่อัดแน่นเต็มไปหมดทำให้ตาของเขาพร่ามัวไปหมด ตอนนี้เขาต้องตั้งสติกับการเล่นดนตรีเสียก่อน ค่อยเจอกันตอนงานเลิกนะครับม๊า มาร์คด้วย

 


          ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เขาพรู่ลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ฉีกยิ้มให้กับเพื่อนๆทุกคนก่อนที่จะขอตัวออกมาโทรศัพท์ข้างนอก

 


          เบอร์แปลกๆ รับได้ไหมอ่ะ

 


          'สวัสดีครับ'

 


          แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจกดรับ ไม่รู้ทำไมถึงสังหรณ์ใจแปลกๆ

 


          (น้องยก นี่คุณน้าเอง)


          'แม่มาร์คหรอครับ'


          (ใช่ค่ะ น้องยกยังอยู่ที่โรงเรียนใช่ไหมลูก เดี๋ยวน้าไปรับ)


          'ครับ แล้วม๊ากับมาร์คล่ะครับ'


          (เดี๋ยวน้าพาไปหาเอง รอน้าก่อนนะ)


          'ครับ'

 


          ปลายสายกดวางไปแล้ว แต่ทำไมหัวใจของเขาถึงได้ตื่นตะหนกแบบนี้ วางมือข้างขวาทาบไปบริเวณอกข้างซ้ายก่อนที่จะพบว่ามันเต้นระรัวเสียยิ่งกว่าเสียงกลองอีก น้ำเสียงจากผู้เป็นน้าถึงจะพยายามควบคุมให้เป็นปกติแต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด

 


          เขาทรุดตัวลงนั่งริมฟุตบาทหน้าโรงเรียนก่อนที่จะมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบท่าของเขา แม่ของมาร์คเรียกเขาขึ้นรถพร้อมออกรถไปทันที เขาเห็นท่าไม่ดีจึงไม่เร่งเร้าซักถามอีกคน เพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุไปเสียก่อน

 


          รถยนต์คันเดิมมาจอดที่โรงจอดรถในโรงพยาบาล เขาถูกคุณน้าจูงมือตามมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่หน้าห้องฉุกเฉิน ถึงเขาจะเป็นแค่เด็กอายุเก้าขวบแต่ก็รู้ว่าคนเรามาห้องฉุกเฉินทำไม

 


          หัวใจเขาตกถึงตาตุ่มเมื่อแอบได้ยินประโยคที่แม่ของมาร์คพูดกับคุณหมออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เขาช็อคจนพูดไม่ออกไปแล้วจริงๆ

 


          คุณแม่ของเขาได้จากไปแล้ว

 


          จุกไปหมด อยากจะปล่อยให้น้ำตามันไหลแต่เขาร้องไห้ไม่ออกจริงๆ หัวใจของเขากำลังร้องไห้อย่างหนักถึงแม้ว่าภายนอกจะไม่แสดงออกอะไรก็ตาม คุณน้าเอื้อมมือมากอดเขาไว้หลวมๆเพื่อเป็นการปลอบใจ

 


          'เป็นญาติของผู้ป่วยใช่ไหมครับ'


          'ค่ะ'


          'เชิญทางนี้เลยครับ'



          คุณน้าจูงมืออันสั่นเทาของเขาให้ตามคุณหมอไปยังห้องแห่งหนึ่ง สีขาวสะอาดของโรงพยาบาลเริ่มทำให้เขาตาพร่า ไม่อยากจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้สักเท่าไหร่ เขาไม่อยากสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว



          ร่างที่เขาคุ้นเคยตอนนี้กำลังนอนหายใจอย่างสม่ำเสมออยู่ภายในห้องสี่เหลียมสีขาว อย่างน้อยเพื่อนของเขาก็ปลอดภัย



          'เขาอาจจะหลับไปนานหน่อยนะ'



          คุณหมอวัยกลางคนเอ่ยกล่าวกับเขาพร้อมกับส่งมือหนามาลูบหัวของเขาเบาๆ ถึงจะจับใจความยากแต่เขาก็รู้ว่าอีกคนจะตื่นขึ้นมา แค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ 



          'ถ้าอยากให้เขาจำเราได้ก็ต้องมาหาบ่อยๆนะเข้าใจไหม'


          'ครับ'



          ลูคัสเพียงแค่ตอบรับคำของคุณหมอใจดีไปแค่นั้น เขารู้รายละเอียดของเพื่อนตัวเล็กแล้วล่ะว่าอีกคนคงไม่ฟื้นขึ้นมาเล่นกับเขาตอนนี้ อีกทั้งศรีษะที่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงนั่นอีก เขามองมาร์คก่อนที่จะเดินตามคุณน้าไปทันที



          อุบัติเหตุที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เขารู้สึกขยาด ความประมาทก็เช่นกัน



          ถ้าวันนั้นเขาไม่เร่งเร้าให้คุณแม่พามาร์คมาด้วยก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแน่นอน



          ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึมเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เขาโผเข้ากอดคุณพ่อไม่ใช่เพียงเพราะต้องการที่พึ่งพา แต่เป็นเพราะเขากำลังขอร้องอีกคนต่างหาก ในเมื่อคุณแม่ไม่อยู่ที่นี่อีกแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องอยู่ต่อ เขากำลังร้องไห้ ไม่รู้ว่าเสียใจกับสิ่งไหนกันแน่ จนแม่ของมาร์คได้เข้ามาคุยกับพ่อของเขาให้ ตกลงทำพันธะสัญญากันทางใจกันเป็นที่เรียบร้อย



          'น้องยกสัญญากับน้านะลูก'


          '...'


          'ว่าจะอยู่ดูแลมาร์ค'


          'ผมสัญญาครับ'



          เขาเพียรไปหาเพื่อนตัวเล็กเป็นประจำ เฝ้ารอวันที่อีกคนจะตื่นขึ้นมาพูดคุยและยิ้มไปกับเขา ไม่รู้ว่าระยะเวลาที่รอนั้นผ่านมากี่วัน กี่สัปดาห์ หรือกี่เดือน แต่การที่เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆนั้นไม่ใช่เพราะคำสัญญาหรือรู้สึกผิด เขาตระหนักว่าการไม่มีคนตัวเล็กนั้นแย่ยิ่งกว่า



          แค่ไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว จะดูแลให้ดีที่สุด



          และแล้ววันนั้นที่เขารอคอยก็มาถึง เขารู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าของขวัญวันเกิดที่แม่มักจะมอบให้ ก็คือการที่อีกคนสามารถสบตากับเขาและเอ่ยวาจาเจื้อยแจ้วตามประสาของเจ้าตัว เขายิ้มจนไม่รู้จะยิ้มยังไงอีกแล้ว ความสุขมันจุกอกไปหมด ถึงแม้ประโยคแรกที่อีกคนถามนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ถือว่านั่นคือการเริ่มต้นใหม่



          'คุณเป็นใครหรอ?'



          ริมฝีปากเล็กขยับถามเขาด้วยความสงสัย เขาอมยิ้มเล็กๆเมื่อนึกถึงเรื่องที่อีกคนเคยได้บอกกับเขาไว้เมื่อสองปีก่อน



          'ไม่มีชื่อที่อินเตอร์ๆบ้างหรอ'


          'ไม่มีอ่ะ'


          'งั้นชื่อลูคัสเป็นไง'


          'เท่ดีเนอะ'


          'เหมือนคนตั้งให้เลยอ่ะ'



          ภาพเด็กผู้ชายวัยเจ็ดขวบสองคนที่กำลังเดินทางไปโรงเรียนด้วยกันในวันเปิดเรียนวันแรก ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด เขายกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับตอบคำถามของอีกคน





          'เราชื่อลูคัส เป็นเพื่อนสนิทของมาร์คไง'





 LOADING...

.

.

.

#ยี่สิบสี่ลูมาร์ค




TALK

เรื่องนี้ไม่มีดราม่านะคะแค่เล่าสู่กันฟัง คุณเขาก็รักของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

197 ความคิดเห็น

  1. #135 nachyxm (@tangmo1512) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 14:53
    ลูคัสอย่าโทษตัวเองนะ กอดๆ
    #135
    0
  2. #121 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    แงงงงงงงงงง กอดทั้งสองคนนนน
    #121
    0
  3. #103 marklee's girl (@elfjunior) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 07:32
    กอดยกน๊า ;___; อยากให้ม้าคจำได้ หรือจริงๆ คุ้นชื่ออยู่แล้ว?
    #103
    0
  4. #97 Impeach (@mir_oku) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 11:25
    พรี่ยกกกกกกกกกกก มากอดที. แงงงงงงงง
    #97
    0
  5. #80 แก๊ส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 01:53

    แแงงงงง้ พี่ยกกกก กอดๆ แล้วทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี~

    #80
    0
  6. #74 nxnichny♡ (@Ninnyypp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 19:01
    ฮื่อไม่โทษตัวเองนะคนเก่งของเจ้ามาร์คสู้ๆนะคะไรท์💛💛💛
    #74
    0
  7. #73 nxnichny♡ (@Ninnyypp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 19:01
    ฮื่อไม่โทษตัวเองนะคนเก่งของเจ้ามาร์คสู้ๆนะคะไรท์💛💛💛
    #73
    0
  8. #72 typepeach (@fah15394) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:55
    ฮืออ พี่ยกไม่โทษตัวเองแล้วน้าพี่ทำดีที่สุดแล้ว ฮึ้บ!
    #72
    0