24.7 [LUMARK]

ตอนที่ 6 : chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61









          หนึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่สำหรับกีฬามหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกเลยสักนิด เพราะตอนนี้เขายืนอยู่บนผืนแผ่นดินของจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของเขาและลูคัส ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอีกคนกลายเป็นนักกีฬาตัวแทนมหาวิทยาลัยได้อย่างไร เพราะถามกี่ครั้งเจ้าตัวก็ตั้งใจเปลี่ยนเรื่องเสียทุกครั้ง จนเขาตัดใจไปแล้วว่าไม่อยากบอกก็ไม่อยากรู้ก็ได้

 


          จริงๆก็อยากรู้ แต่ถ้าอีกคนไม่อยากบอกก็เขาก็จะไม่เซ้าซี้

 


          เขารู้สึกเหมือนตัวเองโดนทิ้งจริงๆ เพราะทั้งโค้ชและคนอื่นๆต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้ตัวเขากับลูคัสกลับไปนอนที่บ้าน เพราะไหนๆก็ได้กลับมาบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว ส่งผลให้ตอนนี้เขากับเพื่อนตัวสูงยืนอึนอยู่ด้วยกันสองคนที่สนามบินประจำจังหวัด มาร์คเคว้งจนไม่รู้จะทำยังไงดี มองอีกคนที่กำลังเตะพื้นเล่นเหมือนคนไม่มีอะไรทำ ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกเพื่อนตัวสูงเพื่อหาทางออก

 


          "โทรบอกป๊ามารับสิ"


          "ป๊าอยู่ฮ่องกง"


 

          มาร์คถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย มือเล็กเปิดกระเป๋าใบโปรดเพื่อควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาหวังที่จะติดต่อกับใครสักคน ทันที เขาถือสายรอสักพักก็มีการตอบรับกลับมาจากปลายสายที่คุ้นเคย

 


          "คุณแม่ อยู่ไหนครับ"


          (คุณแม่มาทำงานค่ะ น้องมาร์คมีอะไรคะ)


          "อ๋อ งั้นผมไม่กวนคุณแม่แล้ว เจอกันที่บ้านนะครับ"


          (น้องมาร์คถึงแล้วหรอ โอเคค่ะ)


          "สวัสดีครับ"


 

          มือเล็กกดวางสายก่อนที่จะลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้ง การกระทำของเขาส่งผลให้คนตัวสูงยกยิ้มขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าปนผิดหวัง คนตัวเล็กตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากลูกสุนัขที่ลูคัสเอ็นดูเลย 

 


          ถ้ามีหาง หางคงตก ถ้ามีหู ก็คงลู่ลงอย่างน่าสงสาร

 


          "ไม่ต้องโทรแล้วครับ เราบอกพี่จอห์นมารับ"


          "ก็ไม่บอกให้เร็วกว่านี้"


          "ก็เห็นน้องมาร์คคุยกับคุณแม่ไงครับ"


          "เลิกล้อได้แล้ว!"


 

          มือหนาเจ้าเดิมวางบนบ่าของเขาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้ อีกคนติดนิสัยการพักมือไว้ที่ลาดไหล่ของเขาเสมอ รองลงมาก็คงจะเป็นศรีษะของเขาเอง แต่มาร์คก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดใจหรือไม่ชอบอะไรหรอกนะ มันแปลกตรงที่เขาก็ดันติดมันเหมือนกัน

 


          ติดสัมผัสของลูคัส



          รอเพียงไม่นานก็มีรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาจอดที่ตรงหน้าของเขากับลูคัส เจ้าของรถลดกระจกลงเพื่อเชิญชวนให้พวกเขาขึ้นไป ที่นั่งข้างคนขับถูกจับจองด้วยร่างสูงร้อยแปดสิบสี่เซนติเมตร อีกคนพยักพเยิดให้เขามานั่งเบาะหลังกับสัมภาระแต่นั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการที่จะปฏิเสธ มาร์คอยากจะนั่งตรงนี้อยู่แล้วนั่นแหละ



          "ไง"


          "ดีครับพี่จอห์น"


          "อ่าว น้องมาร์ค ไม่เจอกันตั้งนาน น่ารักกว่าเดิมอีกนะเนี่ย"


          "พอเลยพี่ มาร์คก็น่ารักเหมือนเดิมนั่นแหละ"


          "เอาที่มึงสบายใจครับน้อง"


 

          เขาไม่ทันได้ตอบอะไรกับพี่จอห์นเลยสักคำ มีแต่ลูคัสที่เอาแต่แย่งพูดไปหมด จนเขาทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยๆไปให้คนเป็นพี่ เขารู้จักกับคนตัวตรงหน้าที่สูงพอๆกับเพื่อนของเขาผ่านลูคัสนั่นแหละ พี่คนนี้เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนมัธยมของเราทั้งสองคน แต่ตัวมาร์คเองไม่ได้สนิทกับใครหรอก

 


          เพราะเขาสนิทอยู่กับคนเดียว คือลูคัส

 


          "ไหนๆก็มาแล้ว วันนี้ไปเปิดหูเปิดตากัน"


          "ตั้งแต่วันแรกเลยนะพี่"


          "มาร์คไปด้วยกันไหม"


 

          พี่จอห์นนี่เอ่ยปากชวนเขา ลูคัสหันมามองหน้าเขาด้วยสายตาแปลกๆ จะว่าเชิงบังคับก็ไม่ใช่ แต่มันเหมือนสายตาที่ออกแนวเว้าวอนมากกว่า

 


          กำลังขอร้องเขาอยู่หรอ

 


          "ก็ได้ครับ"

 


          พอเขาพูดจบก็ลอบสังเกตสีหน้าของเพื่อนตัวสูงทันที ริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นเบาๆที่มุมปากนั้นมันน่าหมั่นไส้ชะมัด

 


          ระหว่างทางเขาก็ปล่อยให้พี่น้องสองคนนั้นคุยกัน คนเป็นพี่ลอบถามเขาเป็นระยะๆแต่เขาก็ตอบกลับไปตามมารยาท เพราะความรู้สึกล้าที่ดวงตามันมีมากเหลือเกิน จนเขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกปลุกขึ้นเพราะถึงที่หมายแล้ว

 


          "เข้าบ้านก่อนนะลูคัส"


          "ครับ ตื่นแล้วโทรมานะ"


          "ไม่พักผ่อนหรอ"


          "ก็พักสิ หรืออยากให้ไปพักด้วย"


          "บ้าบอ เข้าบ้านไปเลย"


 

          มาร์คผลักอีกคนให้ไปอีกทางนึง ลูคัสหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นท่าทีฟึดฟัดของเขา คนตัวสูงอดใจไม่ได้จนเผลอรวบตัวของคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด ยิ่งทำแบบนี้มาร์คจะยิ่งหงุดหงิด ลูคัสรู้

 


          "ปล่อยนะลูคัส เราง่วง"


          "ครับ ปล่อยก็ได้"


          "ฝันดีนะ"


          "ครับผม"

 


          บอกฝันดีตอนบ่ายสาม ตลกสิ้นดีอ่ะมาร์ค แต่คิดคำอื่นไม่ออกแล้วจริงๆ ยิ่งเห็นสีหน้าลูคัสแล้วยิ่งอยากเอานิ้วจิ้มตาของอีกคน แต่ถ้ามัวแต่แกล้งกันไปกันมาวันนี้เขาต้องไม่ได้นอนแน่ๆ

 




          ไม่รู้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ความมืดที่เริ่มปกคลุมเข้ามาในห้องนอนของมาร์คที่กำลังสลึมสลือเพราะอาการง่วงนอนที่ไม่ยอมหายขาดไปสักที นาฬิกาเข็มสั้นชี้ที่เลขเจ็ดบอกเวลาหนึ่งทุ่ม มือเล็กควานหาโทรศัพท์เครื่องโปรดที่ชาร์จแบตไว้ข้างเตียง แสงสว่างวาบจากหน้าจอทำให้เขาหรี่ตาลงโดยอัติโนมัติ

 


          หลับไปนานเหมือนกันนะ

 


          เอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงเพื่อเพิ่มความสว่าง มือเล็กสางผมตัวเองเบาๆก่อนที่จะเผลอทึ้งออกมาทันทีเมื่อนึกถึงนัดที่มีพี่ชายคนสนิทของเพื่อนตัวสูงเป็นคนชวน มาร์คจำไม่ได้หรอกเพราะเขาเผลอหลับไปบนรถ แต่ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะลืมอะไรไปอีกอย่างนึง คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก เผลอกลิ้งตัวไปมาบนที่นอนด้วยความเคยชิน ก่อนที่จะกดเข้าทวิตเตอร์ที่ไม่ได้เล่นมาทั้งวัน

 


          @markleeoo

          เหมือนลืมอะไรสักอย่าง แต่คิดไม่ออก

          .

          .

          .

          @mmaai: ลืมใจไว้ที่ใครหรือเปล่าน๊าา

          @dwqqqi: คิดดีๆนะคะ แต่ถ้าคิดไม่ออกจะคิดถึงเค้าก็ได้

          @nctttu: แต่พี่คิดถึงน้องมาร์คนะ หายไปทั้งวันเลย

          @yukyukfans: @yukhei99 แล้วคนนี้ล่ะ น้องมาร์คลืมรึยังคะ

 


          มือเล็กพิมพ์ตอบกลับอย่างชำนาญ เขารู้สึกชินกับการถูกเมนชั่นหาเยอะๆแล้วล่ะ แต่ที่ไม่เคยชินสักทีก็คือการที่ทุกคนดูยุยงส่งเสริมเขากับเจ้าของแอคเคาท์ยกเฮ่ยเก้าเก้านั่นแหละ

 


          ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกดีแปลกๆ

 


          เขาเคยรู้สึกว่าการที่แอบรีทวีตของอีกคนอย่างสม่ำเสมอนั้นก็เพียงพอแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีเหตุผลอะไรถึงชอบคนคนนี้ รู้ตัวอีกทีก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้ว จนเรื่องราวทุกอย่างมันถลำลึกไปหมด แอบสับสนที่อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จักเขานี่สิ ยิ่งทำให้ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงไปหมด

 


          สับสนจะตายอยู่แล้ว

 


          เขาไม่ได้คาดหวังให้อีกคนรับรู้ความรู้สึกของเขาหรอก ขอแค่ได้อยู่ตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว

 


          ก๊อก ก๊อก

 


          เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมาทำให้มาร์คออกจากห้วงความคิดได้อย่างทันที มือเล็กคว่ำโทรศัพท์ไว้บนเตียงก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู

 


          ยกเฮ่ย ไม่สิ ลูคัส

 


          ภาพซ้อนทับทำให้เขารู้สึกปวดหัวแทบบ้า คนตัวเล็กถอยออกมาก่อนที่จะใช้มือนวดขมับ ส่งผลให้คนตัวสูงมองตามด้วยความสงสัยทันที

 


          "ปวดหัวหรอ"


          "อือ เพิ่งตื่น"


          "งั้นมานั่งนี่"


 

          เขาปล่อยให้ลูคัสพาเขากลับมาที่เตียงอีกครั้ง ย่อนกายนั่งลงก่อนที่อีกคนจะทิ้งตัวลงข้างๆเช่นกัน มือหนาที่กอบกุมมือของเขาไว้ก็เปลี่ยนมาวางไว้ที่กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าของคนตัวสูงเลื่อนเข้ามาชิดใกล้กับใบหน้าของเขา ด้วยระยะห่างที่มีนิดเดียวทำให้เขาเผลอมองปลายคางของอีกคนที่กำลังเคลื่อนขึ้นไป

 


          จุ๊บ

 


          "หายไวๆนะครับ"


 

          ไอ้บ้าเอ้ย เขาให้เป่าหน้าผากไม่ใช่จูบหน้าผาก!

 




          ถูกอีกคนลากมาด้วยจนได้ ตอนนี้มาร์คยืนอยู่หน้าสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผับกึ่งบาร์ ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆเพื่อไม่ให้อีกคนที่กำลังโอบไหล่ของเขาอยู่นั้นรู้ตัว หลังจากที่ถกเถียงกับลูคัสมาเป็นเวลานานก็ถูกอีกคนใช้ไม้ตายจนเขายอมมายืนอยู่ที่ตรงนี้

 


          ขี้อ้อนจนได้ดีเชียวนะ

 


          ร่างสูงกระชับไหล่ของเขาเล็กน้อยก่อนที่จะพาก้าวเข้าไปข้างใน เขาอยากจะขัดขืนแต่ก็เหนื่อยที่จะทำแล้วจึงปล่อยให้อีกคนทำตามใจชอบ

 


          ไม่ได้ตามใจลูคัสนะ แต่เหนื่อยแล้วอ่ะเข้าใจปะ

 


          "มาแล้วๆ"


          "โห นี่น้องมาร์คจริงปะเนี่ย"


          "ตัวเล็กลงปะเนี่ย"


          "พอๆ หยุดพูดได้แล้วพวกพี่อ่ะ"


 

          ตอนนี้เขามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะที่มีคนอยู่ประมาณสองสามคน คนที่เขารู้สึกคุ้นตามากคงจะเป็นพี่จอห์นนี่ แต่อีกสองคนเขานึกไม่ออกว่าเคยเจอกันเมื่อไหร่ แต่เหมือนว่าทุกคนเองจะรู้จักเขานะ

 


          "นี่ยูตะ ส่วนคนตัวเล็กๆนี่เตนล์"


          "โห พี่จอห์น ผมสูงแล้วนะ"

 


          คนตัวเล็กที่พี่จอห์นนี่กล่าวถึงกำลังยู่ปากลงอย่างขัดใจ มาร์คคิดในใจว่าพี่ชายคนนี้น่ารักมาก ทุกอย่างบนใบหน้าของคนคนนี้มันช่างลงตัวไปหมดเลย แต่อีกคนก็ตัวเล็กจริงๆอย่างที่ว่า เผลอๆจะตัวเล็กกว่าเขาอีกด้วยซ้ำ

 


          แก้วสีใสบรรจุน้ำสีอำพันถูกส่งมาให้กับเขา มาร์คถือแก้วดังกล่าวขึ้นมาดู ก่อนที่จะวางลงไปเสียอย่างนั้น เขาไม่คิดจะลิ้มลองอะไรแบบนี้หรอก ไม่ใช่ว่าไม่เคยดื่ม แต่เขาแค่ไม่อยากดื่ม

 


          ก็แค่ไม่ใช่ตอนนี้ ที่เขารู้สึกอยากดื่ม

 


          ร่างเล็กเอนหลังเข้ากับโซฟานวมตัวใหญ่ที่นั่งกันอยู่สามคน ลูคัสที่นั่งข้างๆเขาเหลือบตามองการกระทำของเขาเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับไปพูดคุยกับพวกพี่ๆเหมือนเดิม

 


          น่าเบื่อ อยากกลับบ้านจัง

 


          ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่ชวนมาร์คคุย แต่เป็นตัวเขาเองที่ขี้เกียจจะตอบคำถาม เวลานี้เขาควรจะนอนตีพุงสบายๆอยู่บนเตียงมากกว่าที่จะพาตัวเองมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ เขาไม่ชอบ มันอึดอัดจนแทบจะทนไม่ไหว และเขาก็ทนไม่ไหวจริงๆ มือเล็กดึงเข้าที่ชายเสื้อของลูคัส บอกกล่าวกับอีกคนในสิ่งที่ต้องการ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเดินออกไปข้างนอกร้านทันที





           "ไม่ชอบหรอครับ"

 


          เสียงทุ้มดังขึ้นมาในโสตประสาทของเขา ส่งผลให้มาร์คที่กำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์เพลินๆ ต้องกดหยุดเกมเพื่อมองหน้าคนที่เข้ามาทักทันที

 


          ใครกันเนี่ย


 

          ใบหน้าหล่อติดหวานกับรอยยิ้มที่ไม่ใช่แค่ปากที่กำลังยิ้ม แต่ดวงตาของอีกคนก็ดันยิ้มด้วยเช่นกัน มาร์คเพ่งพิจารณาใบหน้าของคนคนนี้อย่างถี่ถ้วนแต่ก็ไม่พบคำตอบที่ว่า

 


          เราเคยเจอกันด้วยหรอ

 


          "เจโน่ครับ"

 


          พออีกคนพูดจบก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆเขาทันที มือของอีกคนหยิบยื่นสิ่งที่อัดแน่นไปด้วยนิโคตินมาให้กับเขา มาร์คปฏิเสธออกไปก่อนที่จะมองหน้าอีกคนอย่างไม่เข้าใจ

 


          "เราเคยรู้จักกันด้วยหรอ"

 


          หลังจากที่มาร์คถามจบ อีกคนก็หัวเราะขึ้นมาทันที ก่อนที่จะเอ่ยตอบเบาๆ

 


          "ใครจะไม่รู้จักมาร์ค ลี โรงเรียน A ล่ะ"


          "แล้วคุณเรียนที่นั่นหรอ"


          "เปล่าครับ ไม่ต้องรู้จักผมหรอก"


          "แต่คุณบอกชื่อมาแล้ว"


          "อืม งั้นเปลี่ยนใจแล้ว รู้จักแค่ชื่อก็พอเนอะ"


 

          คนข้างๆคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาสังเกตทุกครั้งที่อีกคนยิ้ม ตาของคนคนนี้ก็จะยิ้มด้วยทุกครั้ง ควันสีหม่นลอยฟุ้งขึ้นมาปะปนกับอากาศจนเหลือเป็นสีจาง กลิ่นมิ้นต์อ่อนๆเตะเข้าที่จมูกเขาเป็นอย่างแรกจนต้องเผลอเอามือขึ้นมาขยี้จมูกเบาๆ กลิ่นมันไม่ได้แย่ ออกจะดีด้วยซ้ำ แต่มาร์คก็ไม่ชอบอยู่ดี

 


          "ขอโทษทีนะครับ"


          "อืม"

 


          เจโน่ทิ้งบุหรี่ที่เพิ่งจะจุดมาสูบลงพื้นไปทันที ก่อนที่จะใช้เท้าขยี้ลง ใบหน้าหล่อของอีกคนเคลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนที่จะส่งยิ้มประจำตัวมาให้กับเขา

 


          อา หล่อจริงๆ

 


          แต่ก่อนที่อีกคนจะเข้ามาใกล้เขามากกว่านี้ มาร์คสังเกตเห็นสีหน้าปนตกใจของเจโน่ อีกคนจะพูดขึ้นมาเบาๆ แต่ด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้มันก็ดันดังพอให้เขาได้ยินเช่นกัน



          "พี่ยก..."


 

          มาร์คที่ได้ยินชื่อนั้นก็ตกใจทันที ขณะที่เขากำลังจะหันหน้าไปก็ถูกมือหนาของคนตรงหน้ารั้งไว้เสียก่อน

 


          "ไปก่อนนะครับ"


          "อ่า โอเค"


          "หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับ"

 


          เขามองอีกคนที่ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที พอกลับมาคิดทบทวนถึงชื่อของคนที่ถูกกล่าวขึ้นมา ทำไมมันถึงคุ้นๆแบบนี้ ชื่อแปลกๆที่บ่งบอกถึงความเป็นชาวต่างชาตินี่คืออะไร มันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกันว่าเขาเคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน

 


          ยก...เฮ่ย


 

          บ้าหน่า ไม่ได้มีคนชื่อยกคนเดียวในโลกสักหน่อย มันก็อาจจะมีแต่คงไม่ใช่คนเดียวกับเจ้าของแอคยกเฮ่ยเก้าเก้าหรอก

 


          พอคิดได้เช่นนั้นเขาก็รีบลุกพรวดขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่ได้รู้ตัวว่ามีใครยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเขา

 


          "โอ้ย"

 


          เสียงร้องประท้วงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบนศรีษะของเขา อาจจะไปปะทะกับกิ่งไม้ก็ได้ แต่เขาไม่ได้นั่งใต้ต้นไม้นี่นา

 


          "ตัวยุ่ง หันมา"

 


          โอเค เรียกเขาแบบนี้ก็มีคนเดียวนั่นแหละ

 

          ลูคัสไง จะใครล่ะ

 


          "มาตั้งแต่เมื่อไหร่"


          "ก็ตอนที่เห็นครับ"


          "อันนี้ตอบจริงๆหรือกวนเรา"


          "แล้วมาร์คอยากให้เราตอบแบบไหนล่ะ"


 

          มือหนาวางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของเขา ลูบหาจุดที่คิดว่าจะชนเข้ากับคางมนของตัวเอง ลูคัสหลุดยิ้มออกมาเมื่อพบว่าอีกคนหัวโนเข้าจริงๆ

 


          "โอ้ย อย่ากด"


          "ใครกดหรอครับ"


          "ลูคัสเราไม่เล่นนะ!"


          "เราก็ไม่เล่นเหมือนกัน"


 

          หงุดหงิดชะมัด คนตัวสูงยังไม่เลิกใช้นิ้วกดลงมาบนศรีษะของเขาเลย เป็นเพราะว่าส่วนสูงของเขามันน้อยกว่าอีกคนก็ยิ่งทำให้เสียเปรียบสุดๆไปเลย อย่าให้มาร์คหลุดออกไปได้นะ ลูคัสก็ลูคัสเถอะ จะตีให้หายซ่าเลย

 


          "ลูคัสเราเหนื่อย"


          "อือ เราก็เหนื่อย"


          "พอแล้ว"


 

          เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่มีท่าทีที่จะหยุด แต่กลับแกล้งต่อไปเรื่อยๆ เห็นทีว่าต้องใช้ท่าไม้ตายแล้วล่ะ

 


          แต่ไม่รู้ว่าคนที่ตายคือมาร์คหรือลูคัสกันแน่


 

          มาร์คโถมตัวเข้ากอดคนตัวสูงทันที การที่จะหยุดอีกคนได้ก็มีแค่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ลูคัสมักจะทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่ถูกเขาเป็นฝ่ายกอดเพราะปกติจะเป็นเจ้าตัวที่เป็นฝ่ายมาแตะตัวเขาก่อนเสมอ

 


          เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งไป มาร์คเริ่มพยายามคลายอ้อมกอดออกแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะอีกคนยิ่งกอดรัดแน่นเข้าไปอีก ใบหน้าของคนตัวเล็กแนบชิดอยู่กับคอหนาของอีกคน กลิ่นกายประจำตัวที่ปะปนกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆยิ่งทำให้คนคนนี้น่าหลงใหลเข้าไปใหญ่ มาร์คอยากจะบ้าตายจริงๆเพราะลำตัวที่แนบชิดกับอีกคนจนสัมผัสได้ถึงอวัยวะหนึ่งกำลังเต้นอย่างรวดเร็วจนไม่เป็นจังหวะ

 


          เสียงหัวใจ


 

          แต่นั่นเป็นของเขาหรือของอีกคนกันล่ะ

 


          ไม่รับรู้อะไรแล้ว อุณหภูมิบนใบหน้าของเขาหากสามารถนำปรอทมาวัดได้ก็คงพุ่งสูงจนปรอทแตกแน่ๆ ยิ่งมันกำลังแนบชิดกับอีกคนยิ่งทำให้เขาจะเป็นบ้าไปแล้ว

 


          คนตัวสูงโน้มใบหน้าลงมาซบไว้ที่ลาดไหล่ของเขา มาร์คเผลอสะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะถูกริมฝีปากของอีกคนแปะลงที่ไหล่ อีกฝ่ายดูดดึงเนื้อไหล่ภายใต้เสื้อของเขา ก่อนที่จะขบฟันคมของเจ้าตัวลงมา สัมผัสที่ถูกส่งผ่านจากบนเสื้อมาสู่ผิวหนังทำให้เขาเผลอครางออกมาเบาๆ

 


          "คนที่ลืมโทรหา สมควรต้องโดนลงโทษ"


          "..."


          "ด้วยการ...โดนกิน"


 

          ทั้งตัวของเขาชาไปหมดแล้ว เหมือนทุกส่วนในร่างกายไม่สามารถขยับได้ตามที่ต้องการ เขาโดนแช่แข็งด้วยการกระทำและคำพูดของคนตัวสูงจริงๆ โอเค ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าเขาลืมอะไรมาทั้งวัน

 


          ลืมโทรหาลูคัสนี่เอง!





 LOADING...

.

.

.

#ยี่สิบสี่ลูมาร์ค




TALK

มาร์คไม่ต้องทำอะไรหรอก เพราะทำหรือไม่ทำก็เสียเปรียบลูคัสหมดเลย แบบนี้มันต้องตัดเพื่อนเลยลูก!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

197 ความคิดเห็น

  1. #147 กระต่ายราหู (@eikeiwzii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 23:31
    เขินนนนนนนกีสสสส
    #147
    0
  2. #95 Impeach (@mir_oku) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 11:05
    อย่าเพิ่งกินน้อง นี่ดูยังไงก็เพื่อนกั๊ลลลลลล เพื้อนนนนน
    #95
    0
  3. #59 _xsgxnntx (@_xsgxnntx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 09:56
    เพื่อนกันแน่หรอม้าค ม๊าคคคคคคคคคคคคคคคค
    #59
    0
  4. #58 ĜỀỂ★♛ (@natchadatorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 22:09
    ร้องไห้แร้ว น้องโดนกินแล้ว แงงเขินน
    #58
    0
  5. #57 marklee's girl (@elfjunior) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 22:43
    ด...โดนกินอะไรรรร ขอลูกเราเป็นแฟนก๊อนนน
    #57
    0
  6. วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 20:25

    ตัดเพื่อนแล้วเป็นแฟนกันไปเลย

    #53
    0
  7. #52 Pxxkke (@pxxkke) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 22:30
    ด..ได้หรอ ;——;
    #52
    0
  8. #51 KAMONGG (@KAMONGG) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 17:14
    แงงงงงง ลูคัสกินน้องมัค
    #51
    0
  9. #50 shxj4_ (@vsin357) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 13:24
    กรี๊ดดดดดดลงโทษกันแบบนี้เองน่ะเหรอ เขินนนนน
    #50
    0
  10. #49 nachyxm (@tangmo1512) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:52
    กรี๊ดดดดดดดดดด ฮืออออ ไม่ไหวๆเขินมาก ไม่ต้องพูดอะไรมากก็ทำให้เราเขินได้. แง้
    #49
    0
  11. #48 แก๊ส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:29

    พี่ยกคนดังหนิหว่าาาาาาา วรั้ยๆๆๆ ถ้ามาช้าอีกนิดน้องมาร์คคงโดนคนอื่นกิงไปแหล่วววว แต่น้องมาร์คกะอ้อนเก่งเหมือนกันนะค้าาาาาา เข้าไปกอดเขาก่อนเฉ้ยยยยย กรี๊ดดดด คบกันก็บอกว่าคบกันสิ!!

    #48
    0
  12. #47 BSmtb42 (@bamvararuk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 10:20
    ตัดเพื่อนไปเลยแล้วเอาเป็นผะ...แค่กๆไมใช่ๆ เอาเป็นแฟนเลย555555
    #47
    0
  13. #46 srisa_12 (@warisa_sbk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 09:00
    กี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสลูคัส!!!!!!!!!อย่ากัดน้องงงง
    #46
    0