Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 7 : 7 | ว่าด้วยเรื่องไข้หวัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 472 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


7

ว่าด้วยเรื่องไข้หวัด






          หนาว...


          ช่วยด้วยฮะ ผมหนาว!


          ใส่เสื้อก็แล้ว ผ้าพันคอก็แล้ว ถุงเท้าก็แล้ว หมวกที่โคลอี้ให้มาก็แล้ว ผ้าห่มผมก็ไปขโมยของไลแซนเดอร์มาเพิ่ม มันไม่ทำให้ผมอุ่นขึ้นเลย เหงื่อแตกก็จริง แต่ว่าหนาวอยู่ดี


          อาการผมมันผิดปกติหลังจากเปิดเทอมใหม่มาได้สองวัน ผมง่วงนอนผิดปกติ อีกสามวันต่อมาผมปวดเมื่อยตามตัว และตอนนี้ผมหนาวมาก แต่ผมไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก


          "ไลแซนเดอร์ นายไปหยิบผ้าของเคลวินให้หน่อย" ผมบอก


          "เอาผ้าฉันไปแล้วฉันจะห่มอะไรล่ะ" เคลวินบอกกลับมา


          "นี่เบลค พรุ่งนี้มีควิดดิชนะ นายจะมาป่วยไม่ได้ ไปหามาดามพรอมฟีย์ไป" ไลแซนเดอร์เดินมาข้างเตียงของผม


          "คิดว่าฉันไม่อยากไปหรือไง"


          "เอ้า แล้วทำไมไม่ไปล่ะ ลุกเลยเดี๋ยวฉันพาไปเอง" พูดเสร็จก็ดึงผ้าห่มออกจนผมแทบตะครุบไว้ไม่ทัน


          "อย่าเอาออก มันหนาว" และผมรู้สึกได้เลยว่าแค่แรงจะพูดกับเพื่อนยังไม่ค่อยจะมี


          "ไม่เอาออกแล้วจะเดินไปยังไง กลิ้งไปหรอ"


          "อุ้มหน่อย" ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาพูดประโยคนี้กับเพื่อนผู้ชาย


          "หลังหักพอดี เอางี้ นายรอแปป เดี๋ยวฉันมา" ไลแซนเดอร์บอกก่อนจะวิ่งหายออกไปจากห้อง


          "ไม่ชินเลยเห็นนายหมดฤทธิ์แบบนี้" เคลวินพูดขึ้น "ปกตินายจะต้องด่าหมอนั่นที่ทำห้องรก 'ไอ้ไลแซนเดอร์ มาเก็บซากที่นายทิ้งไว้เดี๋ยวนี้!' ไม่ก็ 'ไลแซนเดอร์ หยุดทำให้ไอ้สกั๊งค์บ้านั่นส่งเสียงสักที!' อะไรแบบนี้"


          "แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันอยากพูดอะไร"


          "อะไรล่ะสุดหล่อ"


          "เก็บปากไว้กินข้าวซะเคลวิน"


          "อุ๊ปส์" เคลวินยกมือปิดปาก ท่าทางจริตจะก้าน "ขนาดพูดแบบอ่อนแรงปวกเปียกยังโคตรดุเลยอ่ะ ฮอตมากกกก และฉันจะบอกเป็นครั้งที่ร้อย เรียกฉันว่าไคลีย์"


          ผมกลอกตากับปฏิกิริยาของเคลวิน มันพูดมาขนาดนี้พวกคุณคงเดาได้แล้วนะว่ามันไม่ใช่ชายแท้ มันเป็นเกย์ ตั้งแต่ปีใหม่มานี้เหมือนเคลวินจะค้นพบตัวเอง และเป็นตัวเองมากขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้อะไร อยากจะเป็นอะไรก็เป็นเถอะ ผมแค่รำคาญที่บางครั้งเอเนอจี้ของเคลวินมันเยอะเกินไปหน่อย บางทีก็พูดจาแปลก ๆ จนผมขนลุก แถมยังบูชาตระกูลคาเดเชี่ยนกลุ่มครอบครัวแม่มดเซเลบริตี้ในอเมริกาอีกต่างหาก


          "ฉันพูดไว้ตรงนี้เลยนะเบลคกี้ อีกสามปีนายจะมีผู้หญิงเกาะเป็นพรวน" เคลวินพูดอย่างมั่นใจ


          "แค่นายฉันก็รับมือไม่ไหวแล้ว" อย่างเช่นตอนนี้ ชวนผมคุยอยู่ได้ แรงยิ่งไม่ค่อยมีอยู่


          "นี่ฮะ! นอนเป็นผักเลย" เสียงของไลแซนเดอร์มาก่อนตัว ไม่นานเขาก็เข้าห้องมาพร้อมกับวิลเลี่ยมปีห้าที่เป็นนักกีฬาควิดดิช


          "ภาพหายากแฮะ ไงเรา ลุกไหวไหม" วิลเลี่ยมเดินมาถาม และผมได้แต่ส่ายหน้าตอบกลับไป


          "อุ้มไปเลยได้ไหมฮะวิลเลี่ยม" ไลแซนเดอร์ถามรุ่นพี่


          "ก็คงต้องอย่างนั้น" วิลเลี่ยมบอก เขาย่อตัวให้เท่ากับเตียงของผมและหันหลังให้ "ขี่หลังไปแล้วกันนะ"


          ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง ร่างกายทำอะไรเชื่องช้าจนน่าขัดใจ ในที่สุดผมก็ขึ้นมาบนหลังของวิลเลี่ยมได้


          "ตัวร้อนนะเนี่ย"


          เขาพาผมออกมาจากหอชาย เดินผ่านห้องนั่งเล่นที่คนมองมาเป็นตาเดียว โคลอี้เห็นผมแล้ว เธอยื่นหนังสือให้แอนิต้าก่อนจะเดินตามไลแซนเดอร์ออกมาจากหอด้วยกัน ลูน่าก็ตามมาด้วย


          ข้างนอกห้องนั่งเล่นหนาวกว่าเดิม ผมรู้สึกได้ว่าวิลเลี่ยมก้าวเดินให้เร็วที่สุดแล้ว ถ้าเร็วกว่านี้คงต้องวิ่ง


          "วิลเลี่ยม? พี่ทำอะไรน่ะ"


          "กำลังพาเบลคไปห้องพยาบาล" วิลเลี่ยมตอบกลับน้องสาวโดยที่ไม่ลดความเร็วลงเลย


          "เขาเป็นอะไรน่ะ" เชอริลหันไปถามไลแซนเดอร์กับโคลอี้ที่วิ่งตามพี่ชายของเธอ


          "ไม่รู้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นไข้หวัด" ไลแซนเดอร์ตอบ


          "เบลคเนี่ยนะ วันก่อนยังสั่งแมวให้ไปข่วนโจนาสอยู่เลย..."


          นั่นสิ ผมยังบอกลูน่าให้ไปจัดการไอ้โจนาสอยู่เลย ตัดภาพมาตอนนี้... ผมเห็นคบเพลิงแยกร่างได้ด้วย ลูน่าก็มีสองหาง หนังตาผมก็เริ่มหย่อนลงทุกที


          "เบลค! อย่าเพิ่งหลับสิ"


          และประโยคของโคลอี้คือสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยิน

 





          ผมลืมตาขึ้นมา เพดานสูง ๆ กับกลิ่นยาทำให้ผมรู้ทันทีว่าผมอยู่ที่ไหน ผมรู้สึกหนาว แต่ก็ไม่หนาวเท่าเดิม


          "ตื่นแล้วหรอ"


          เสียงของโคลอี้ดังแว่วเข้ามา ผมหันมองไปทางเธอ เธอกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงของผม ในมือมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม


          "ไง"


          เสียงที่ผมเปล่งแหบแห้งเต็มทน โคลอี้ขำ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบน้ำเปล่ามาให้


          "สภาพนายตอนนี้ดูไม่จืดเลย"


          อืม ผมรู้ แค่ลุกขึ้นมาดูดน้ำจากแก้วเมื่อกี้ก็มึนแล้ว


          "เธอเฝ้าฉันนานยัง"


          "ไม่นานหรอก วันนี้เพิ่งมาเอง"


          "วันนี้? เธอพูดเหมือนฉันหลับไปหลายวัน"


          "ก็ใช่น่ะสิ นายมาห้องพยาบาลคืนวันเสาร์ ตอนนี้มันเที่ยงวันอังคารแล้ว"


          ผมขมวดคิ้ว ผมหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอ นึกว่าแค่คืนเดียว


          "เดี๋ยวฉันไปตามมาดามพรอมฟีย์นะ"


          โคลอี้ลุกออกไป เดินไปทางเตียงอีกฝั่งที่มาดามกำลังง่วนกับแผลที่ขาของใครสักคน ก่อนจะฝากให้โคลอี้ช่วยทำต่อ และรีบเดินมาหาผม


          "โอ้ คุณสเปนเซอร์ ตื่นสักทีนะ" มาดามบอก ก่อนจะหยิบบางอย่างที่ข้างเตียง และยื่นให้ผม "ดื่มนี่ กระดกรวดเดียวเลยนะ โอ้ไม่ต้องมองอย่างนั้นเด็กน้อย ไม่ใช่สูตรพริกไทยที่เธอชอบหรอก"


          ผมกระดกรวดเดียวตามที่มาดามบอก รสชาติห่วยแตกมาก ผมขอสูตรพริกไทยเหมือนเดิมไม่ได้หรอ


          "ร่างกายเธอน่ะมันรวน เพราะอะไรรู้ไหม" มาดามหันมาเท้าเอวใส่ผม พร้อมบ่นใส่เต็มที่ "เพราะเธอมาขอยาพริกไทยฉันตั้งสี่แก้ว คนที่แข็งแรงดีน่ะเขาไม่กินกันหรอก แล้วนี่สี่แก้วคุณสเปนเซอร์ เห็นทีฉันต้องเริ่มจำหน้าเด็กให้แม่น ๆ แล้ว"


          สรุปที่ผมเป็นแบบนี้เพราะกินยามากเกินหรอ ผมที่แข็งแรงเหมือนม้า ป่วยเพราะกินยาสูตรพริกไทยไปสี่แก้ว แต่มันคือยาแก้หวัดนะ


          "มันเป็นยาแก้หวัดไม่ใช่หรอฮะ" ผมถามมาดาม


          "โอ้แน่นอน ยาแก้หวัด แต่เธอไม่ได้เป็นอะไร ยานี่ช่วยปรับสมดุล ช่วยรวมธาตุในร่างกายให้เกาะแน่นไม่กระจัดกระจาย แต่ในก็กรณีเธอ ธาตุมันจับตัวกันแน่นดีอยู่แล้ว ยิ่งเธอกินมันยิ่งแน่นจนแตกตัวออกมา เข้าใจรึยัง"


          "แจ่มแจ้งฮะ"


          "นอนอีกสักคืน พรุ่งนี้ค่อยไปเรียน"


          "ผมหิวข้าวฮะมาดาม"


          "ไปห้องโถงสิ กินเสร็จแล้วกลับมาที่นี่ด้วย"


          "อ้าว ไม่มีบริการเสิร์ฟบนเตียงหรอฮะ"


          "ไม่มี เชิญที่ห้องโถงคุณสเปนเซอร์ เธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น"


          แล้วผมก็ต้องลากสังขารตัวเองออกมาจากห้องพยาบาลโดยมีโคลอี้คอยพยุง ผมไม่ได้ไม่มีแรงขนาดนั้น แค่มึน ๆ นิดหน่อย แต่เธอกลัวผมวูบกลางทาง เกาะแขนไม่ปล่อยเลย


          "วู้ว ดูสิว่าใคร"


          ผมกลอกตา โจนาสเดินมาหาผม มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เฮ้ย แบบนี้มันหาเรื่องกันนี่หว่า


          "ขนาดต้องให้ผู้หญิงดูแลเลยหรอ ลูกผู้ชายจริงป่ะเนี่ย" โจนาสหัวเราะขำ ลูกกระจ๊อกข้างหลังก็หัวเราะตามด้วย


          "เสือก"


          ผมพูดไปคำเดียว ก่อนจะเดินต่อ แต่โจนาสก็เดินตามมาอยู่ดี


          "ทำไม ยอมรับความจริงไม่ได้หรอว่าอ่อนแอขนาดต้องให้โคลอี้ดูแล"


          "เบลค! อย่า ไม่เอา ไปกินข้าวเถอะ"


          ผมเก็บหมัดที่กำลังจะง้างใส่ไอ้โจนาส มันหน้าซีด ถอยหลังกรูด ก่อนจะยิ้มเยาะออกมาเหมือนเดิม รอก่อนเถอะ รอให้ผมหายดีก่อน ถึงตอนนั้นสิบโคลอี้ก็ห้ามผมไม่ได้


          "อยู่ในโอวาทจังเลยนะ โคลอี้ทำให้นายนึกแม่ที่ไม่เคยมีหรือไง"


          โว้ย! อะไรของมันวะ


          "นี่ โจนาส ถ้าปากนายมีไว้พูดแต่อะไรถ่อย ๆ แบบนี้ ฉันจะไม่ห้ามเบลคแล้วนะ" โคลอี้พูด สีหน้าไม่พอใจ "แล้วนายน่ะ เป็นอะไรมากไหม ตามรังควานอยู่ได้ ก็เห็นอยู่ว่าเบลคป่วย ฉันเป็นเพื่อนเขา ฉันก็ต้องดูแล อ้อ หรือนายอิจฉาล่ะ เพราะเวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเพื่อนตัวเล็ก ๆ ของนายช่วยอะไรนายไม่ได้เลย"


          ไม่บอกก็รู้ว่าโจนาสหน้าชาไปแล้ว จี้ใจดำล่ะสิ เกิดมามันเคยมีเพื่อนจริง ๆ ซะที่ไหน มีแต่คนกลัวจนยอมเป็นเพื่อนทั้งนั้นแหละ ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัยอีกหน่อยก็ไม่มีใครคบ


          พูดอย่างกับผมมีเพื่อน เกิดมาจนจะอายุสิบสองอยู่เดือนหน้า ผมก็เพิ่งจะมีเพื่อนสนิทแบบโคลอี้นี่แหละ


          "ไปเถอะโคลอี้ หิวข้าว" ผมสะกิดเรียกเธอ


          "สงสัยต้องกินพุดดิ้งสักห้าถ้วยแล้ว"


          "ฉันว่าเธอติดนิสัยไม่ดีจากฉันไปแล้วล่ะ"


          "นั่นน่ะสิ"


          โจนาสไม่ตามมาอีก ซึ่งผมว่าดีแล้ว หลัง ๆ ผมก็พยายามเลี่ยงที่จะปะทะกับโจนาส เพราะโคลอี้มาบอกว่าคนอื่น ๆ มองว่าผมนิสัยไม่ดีที่มีเรื่องตลอด ทำคะแนนบ้านหดหาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เคยโดนกักบริเวณ เพราะทุกครั้งที่มีเรื่อง ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะเป็นคนเจอตลอด และเขาคืออาจารย์ที่ไม่เคยสั่งกักบริเวณเด็กเลยสักครั้ง อีกอย่างผมก็ไม่ใช่คนพูดเพราะ แล้วผมก็ไม่อยากให้ใครมองโคลอี้ไม่ดีด้วยที่เธอมาคบกับผม


          แต่ให้ตายสิ ไอ้โจนาสมันวอนโดนตีนอ่ะ


          พอผมไปถึงโต๊ะเรเวนคลอ ไลแซนเดอร์รีบวิ่งมาหาผม ปรบมือเกรียวกราวที่ผมออกมาจากห้องพยาบาลสักที ถึงคืนนี้จะต้องกลับไปนอนต่อก็เถอะ แอนิต้ารีบฟ้องทันทีว่าตอนผมไม่อยู่ไม่มีใครเบรกไลแซนเดอร์ได้เลย มันเต็มที่กับการเชียร์ควิดดิชจนล้มหน้าทิ่มตกอัฒจันทร์ และยังมีหน้ามาโชว์ฟันหลอให้ผมดูอีก


          ไลแซนเดอร์เล่าถึงควิดดิชนัดที่ผมพลาดไป สรุปแล้ว กริฟฟินดอร์ชนะ หลังจากที่ฟังมันพูดมาเนิ่นนานแบบไม่อยากให้ผมพลาดสักวินาทีของการแข่งขัน และกำชับอีกว่าห้ามป่วยเพราะบ้านเราจะแข่งกับสลิธีรินในเดือนมีนาคม


          ลูน่าที่เคลวินคอยช่วยเลี้ยงให้ชั่วคราวกระโดดมาคลอเคลียผมอย่างคิดถึง มันร้องเหมียว ๆ เหมือนบ่นอะไรสักอย่าง ทำตัวเหมือนจะอ้อนแต่สุดท้ายก็นอนอยู่บนตักผมนิ่ง ๆ ส่วนหญ้าที่ผมปลูก มันกินฮะ ดม ๆ แล้วก็งับ เคี้ยวตุ้ย ๆ จากนั้นก็สำรอกเอาขนของตัวเองออกมา เล่นเอาผมอยากกินด้วยเลย ไม่รู้ว่าคอผมจะมีขนดำ ๆ ของลูน่าบ้างรึเปล่า แต่เสื้อผ้านี่ติดเต็มเลยฮะ


          ผมได้จดหมายจากตาด้วย โคลอี้เขียนไปบอกตาว่าผมป่วย ตาบอกว่าให้ผมดูแลตัวเองดี ๆ แล้วก็ส่งขนมขบเคี้ยวที่ผมชอบมาฝาก และโคลอี้ติดใจพริงเกิลส์รสซาวครีมกับหัวหอมมาก

 





          และแล้วผมก็ออกจากห้องพยาบาลอย่างสมบูรณ์ หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่หนาว ไม่ง่วง ไม่ปวดตัวแล้ว หิมะเริ่มละลาย สวนทางกับกองการบ้านที่มากขึ้น งานเก่าผมยังไม่ได้เคลียร์ งานใหม่ก็งอกขึ้นมาอีก


          เหมือนผมออกจากห้องพยาบาลมาเพื่อตามเก็บงานเลย ผมหมกตัวอยู่ห้องห้องสมุดตลอดบ่ายวันพฤหัส โคลอี้ทำงานวิชาดาราศาสตร์ที่ศาสตราจารย์ซินิสตร้าเพิ่งสั่งเมื่อวาน


          ส่วนผมทำงานวิชาปรุงยาที่ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นสั่งตั้งแต่วันจันทร์


          "ขอร้องล่ะโคลอี้ช่วยหน่อย ฉันยังเหลือวิชาประวัติศาสตร์กับแปลงร่างอีกนะ" ผมอ้อนวอน เขียนอีกไม่ถึงสองบรรทัดโคลอี้ก็จะเคลียร์งานทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว


          "ช่วยยังไงล่ะ ลายมือนายกับฉันเหมือนกันที่ไหน" เธอบอกพร้อมกับเก็บกระดาษรายงาน น้ำหมึกและปากกาขนนก บ่งบอกว่าเธอทำงานเสร็จแล้ว


          "เขียนไปเถอะ เดี๋ยวช่วยตรวจให้"


          "นี่ นั่งด้วยได้ไหม"


          ผมกับโคลอี้เงยหน้ามองคนที่มาใหม่ เธอคือมาริลิน โคลอี้กล่าวเชิญอย่างยินดี มาริลินเลื่อนเก้าอี้นั่ง กอดอก และทำหน้าบูด


          "เป็นอะไรมาล่ะ ถ่ายไม่ออกหรอ" ผมถาม และเธอตวัดสายตามองผมซะน่ากลัว


          "อีริดานัส หมอนั่นแกล้งกระต่ายฉัน เขาเอาอะไรไม่รู้ให้แมรี่กิน แล้วมันก็ขนร่วง ฉันต้องให้แฮกริดเอาไปดูแลก่อน"


          "มันผลัดขนรึเปล่า" โคลอี้ถาม


          "ไม่ใช่ ฉันรู้ว่าเวลาสัตว์ผลัดขนเป็นยังไง แต่อาการของแมรี่ไม่ใช่อาการของกระต่ายผลัดขน"


          เธอคงโกรธอีริดานัสมากถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้ ผมว่าผมเข้าใจเธอนะ ถ้าใครมาแกล้งลูน่าผมคงไปด่าซะยับเยินแล้ว


          "แล้วอัลบัสกับสกอร์เปียสก็มาล้อว่าฉันเลี้ยงกระต่ายขี้เรื้อน พวกผู้ชายน่ารำคาญ"


          ถึงมาริลินจะพูดอย่างนั้น แต่ผมก็เห็นเธอมีแต่เพื่อนผู้ชาย อย่างโคลอี้ที่สนิทกับผม เธอยังมีแอนิต้าคอยไปไหนมาไหนด้วย บางทีก็ไปขลุกอยู่กับกลุ่มผู้หญิงตอนผมเล่นหมากรุกกับไลแซนเดอร์


          "พวกเขาแค่แหย่รึเปล่ามาริลิน อาจจะไม่อยากให้เธอเครียดก็ได้" โคลอี้บอก


          "ฉันเครียดกว่าเดิมอีก" เธอบอก ไม่ได้คลายความหงุดหงิดลงเลย


          "แล้วสามคนนั้นไปไหนซะล่ะ" ผมถามเธอ ปกติจะต้องเจออีริดานัสอยู่กับเธอตลอด และอัลบัสกับสกอร์เปียสที่เดินนำหน้า


          "ไม่รู้ ไม่สน จนกว่าแมรี่จะหายดีฉันโกรธพวกเขา"


          ผู้หญิงคนนี้มุ่งมั่นตั้งใจมาก เธอสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีเพื่อน แต่เธอมีพี่ชายนี่เนอะ


          "มาริลิน!"


          เสียงดังลั่นของเด็กผู้ชายสามคนรวมกันดังขึ้น ผมกับโคลอี้ และคนอื่น ๆ หันมอง มีเพียงมาริลินที่ไม่แม้แต่จะขยับตัว


          "ฉันขอโทษ ฉันไม่ควรให้แมรี่กินขนมนั่นเลย" อีริดานัสวิ่งมาขอโทษ


          "ฉันด้วย ฉันไม่น่าล้อกระต่ายเธอเลย" คราวนี้เป็นอัลบัส "เฮ้ สกอร์เปียส พูดอะไรบ้างสิ"


          "เอ่อ ขอโทษ กระต่ายเธอไม่ได้ขี้เรื้อนหรอก" สกอร์เปียสบอก ท่าทางเหมือนไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่


          มาริลินยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม จนสามหน่อสลิธีรินเริ่มเลิ่กลั่ก ผมได้แต่ขำในใจ มองพวกเขาบอกขอโทษมาริลินเป็นสิบรอบ


          "โอ้ย พอแล้ว รำคาญ" สุดท้ายมาริลินก็ทนไม่ไหว หันหน้ามองพวกเขาแบบจำใจ


          "เธอต้องยกโทษให้เรานะมาริลิน" อีริดานัสบอก


          มาริลินจ้องอยู่อย่างนั้น ไม่พูดอะไร ผมกับโคลอี้สบตากัน คอยดูว่าเรื่องนี้จะจบยังไง


          "เราขอโทษ!"


          ทั้งสามคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับก้มหัวลงจนถึงเข่า คราวนี้ผมกับโคลอี้เป็นฝ่ายที่เลิ่กลั่กแทน เพราะเมื่อกี้สามคนนั้นพูดดังมาก ผมกับโคลอี้ค่อย ๆ เก็บของ รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยสักนิดเมื่อเห็นมาดามพินซ์เดินตรงมาทางนี้


          "ที่นี่ห้องสมุด ส่งเสียงอะไรกันไม่ทราบ" เธอเท้าเอวดุ "ออกไปเลยทั้งหกคน"


          ห้ะ? หกคน


          "เดี๋ยวฮะมาดาม--"


          "ไม่ต้องพูด ออกไปได้แล้ว"


          เรื่องนี้มันจบลงที่พวกเราทั้งหกคนโดนไล่ออกจากห้องสมุด แต่ทำไมผมกับโคลอี้ถึงโดนลูกหลงไปด้วยล่ะ แล้วผมจะนั่งปั่นงานที่ไหน ผมยังต้องพึ่งหนังสือในห้องสมุดอยู่นะ ส่วนพวกสลิธีรินก็หัวเราะคิกค้ากคืนดีกันเรียบร้อย


          ไอ้สลิธีริน ไอ้พวกงูพิษ!











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          วันนี้ไม่ใช่วันของตาเบลคจริงๆ

          Merry Christmas ค่ะทุกคนนนน




jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 472 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2531 myQ_min (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 01:30

    เป็นเอ็นดู ป่วยแล้วไม่มีแรงโถ่คุณ

    #2,531
    0
  2. #1929 Pearlyz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:32

    ขำ -พวกงูพิษ

    #1,929
    0
  3. #913 มออานอซอเอ X Grill. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:51
    ขำตอนท้ายเว่อ คิดฝกค้ากก
    #913
    0
  4. #903 0984313179 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 15:31
    คิกค้าก
    #903
    0
  5. #380 Hazel_nut (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:33
    อ้าว เบลค ดันป่วยซะงั้น 555
    #380
    0
  6. #287 bxnkbkck (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 00:09
    อย่าด่าบ้านชั้นไอ่เบลค! 55555555
    ชอบมาริลิน อยากเห็นเมจเธอจังค่ะ เป็น character ที่เจ๋งดีมาก ดูเป็นแน่วแน่ดี เท่มากเลย เธอมีแต่เพื่อนผู้ชายด้วย ทนหน่อยนะหนู ผู้ชายมันก็แบบนี้แหละน้า เล่นไม่รู้เรื่อง แต่ก็ไม่คิดเยอะอยู่ด้วยแล้วสบายใจดีนี่ ชักจะชอบแก๊งสลิธีรินสี่คนนี้เข้าละไง เปล่าไบแอสบ้านตัวเองนะคะ เปล่าเลย จริงๆนะ /5555555555
    #287
    0
  7. #125 autumn morning^^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:49
    อ้าวเบลค ทำไมป่วยได้ คนบ้าไม่ป่วยหนิ555
    #125
    1
  8. #42 Nekoijump (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 21:39

    โอ้โห ไม่น่าเชื่อว่าตาหนูเบลคจะป่วยอะค่ะ5555555เอ็นดูน้องงงงง¥_¥ เอาจริงๆอิโจนาสอ้อนมืออ้อนทีนมากอะ เป็นนี่นี่ก็ฟาดหน้าอะ โคลอี้แบบคุณแม่มากกก มาริลินน่ารักดีนะคะ5555555555555เมื่อไหร่จะโตเป็นหนุ่มอะลูกกกกก ฟิงเกิ้ลรสซาวครีมคือดีงาม แล้วค่ะ Merry X'mas na ka :) ♡♡♡♡♡♡♡♡

    #42
    1
    • #42-1 jujuly(จากตอนที่ 7)
      25 ธันวาคม 2561 / 22:53
      น้องกินยาพริกไทยเยอะเกินไป 5555555 โจนาสนี่คล้ายๆดัดลีย์ค่ะ แต่เป็นเวอร์ชั่นอยู่ในฮอกวอตส์

      เบลคบอก โตไปกับโผมมมมม
      พริงเกิลซาวครีมเขาดีจริงค่ะ 55555555
      happy christmas kaa
      #42-1
  9. #41 Sun&Moon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 18:58
    พริงเกิลซาวครีมคือนิพพานนะคะ เป็นที่รู้กัน 5555555 วงวารเบลค ทำการบ้านอยู่ดีๆ ก็โดนไล่
    #41
    1
  10. #40 msyokky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 18:47
    พริงเกิลซาวครีมหัวหอมเป็นขนมชั้นสูง ยินดีต้อนรับโคลอี้สู่วงการพริงเกิลซาวครีมหัวหอม!!

    /จากคนที่กินไปสองป๋องในวันเดียว
    #40
    1
  11. #39 Lyra_Selwyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 17:21
    วันซวยๆของเบลคกี้
    #39
    1