Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 35 : 34 | ว่าด้วยเรื่องปีใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 319 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


34

ว่าด้วยเรื่องปีใหม่

 





          โรงเรียนประถมพริมโรสฮิลล์แทบไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ผมออกมา ที่เปลี่ยนไปเห็นจะมีแค่สีรั้วที่ถูกทาใหม่เท่านั้น


          ผมเดินซึมซับบรรยากาศ​เก่า ๆ ในสมัยเด็ก ชิงช้าที่ผมเคยเล่น พื้นที่ผมเคยสะดุดล้ม แป้นบาสที่ผมชู้ตลงห่วงทุกครั้ง และสนามบอลที่ผมมีเรื่องชกต่อยเป็นครั้งแรก


          คิดถึงเหมือนกันแฮะ...


          ความจริงผมสายแล้วแหละ ผมควรจะรีบไปหอประชุมไม่ใช่เอ้อระเหย​อยู่อย่างนี้ แต่มันก็อดไม่ได้จริง ๆ


          “ฉันว่าแล้วว่านายต้องมาอยู่ตรงนี้”


          “โรงเรียนนี้ฉันก็อยู่ไม่กี่ที่หรอก”


          ผมตอบโจนาสก่อนที่เขาจะเดินมาหาผมที่สแตนด์เล็ก ๆ ข้างสนามบอล


          “นึกว่านายจะเบี้ยวซะอีก โทรไปก็ไม่รับ”


          “อ้าวหรอ สงสัยฉันปิดเสียงมั้ง” ผมหยิบโทรศัพท์มือถือ​ในกระเป๋า​เสื้อโค้ท​ขึ้นมาดู และพบว่ามันปิดเสียงอยู่จริง ๆ “มีไรอ่ะ ก็บอกแล้วว่าจะมาสาย”


          “ไม่รู้ดิ แค่เซ็ง ๆ นิดหน่อย”


          “นายเนี่ยนะเซ็ง ข้างในนั้นก็มีเพื่อนนายเยอะแยะไม่ใช่หรือไง”


          “นั่นแหละประเด็น” โจนาสบอก ก่อนจะปีนสแตนด์อย่างง่ายดายขึ้นมานั่งข้างผม “เพื่อนก็เหมือนเดิมนะ แต่ฉันรู้สึกว่าต่อความสัมพันธ์​ไม่ติดยังไงก็ไม่รู้ สองปีที่ผ่านมามันอาจนานเกินไป ฉันรู้สึกเหมือนไม่เข้ากับพวกนั้นเลย”


          “ฉันว่าฉันรู้คำตอบ” ผมหันไปบอกโจนาส “เพราะนายไม่เหมือนเดิมยังไงล่ะ นายกลายเป็นพ่อมดแบบเต็มตัว ไม่อยากพูดก็ต้องพูดนะ แต่ฉันรู้สึกชอบฮอกวอตส์มากกว่าที่นี่”


          “มีใครที่เข้าฮอกวอตส์​แล้วไม่ชอบด้วยหรือไง”


          นั่นสิ ฮอกวอตส์ถือเป็นบ้านหลังที่สองของผม ถ้าวันหนึ่งผมเรียนจบผมคงคิดถึงมากแน่ ๆ ขนาดโรงเรียนประถมผมยังมานั่งรำลึกความหลังเลย


          “ของที่ฉันฝากซื้อได้มารึเปล่า”​ ผมถามโจนาส


          “ได้ อยู่ในกระเป๋าข้างใน แต่นายจะเอาไปทำอะไร”


          “หึ เดี๋ยวก็รู้” ผมเหยียดยิ้ม แทบจะรอให้ถึงเวลาไม่ไหวแล้ว


          “ยิ้มได้โคตรเลวเลยว่ะ”


          “คืนนี้ฉันจะเลวส่งท้ายปี เตรียมดูได้เลย”​ ผมขอเลิกเป็นคนดีสักวันนะ “แล้วสืบได้ยังว่าข่าวลือมาจากใคร”


          “ได้แล้ว แม่ของโรซี่”


          “โรซี่?”


          “โรซี่ เดอร์สลีย์ไง ที่ตัวผอม ๆ ผมดำ คอยาว ๆ”


          “อ๋อ ยัยยีราฟนั่น”


          “นั่นแหละ ฉันไปค้นแชทผู้ปกครอง​ในเครื่องพ่อกับแม่มา แล้วก็เจอว่าคุณนายเดอร์สลี่ย์​เป็นคนเริ่ม เพราะตาของนายดันเคยพิมพ์​เล่น ๆ เข้ากรุ๊ปแชทของพวกพ่อ ๆ ไปว่ามีเหลนแล้ว แม่ของโรซี่คงไปอ่านเข้า แล้วเข้าใจว่าเหลนที่ตาของนายพิมพ์​มาคือเด็กจริง ๆ ไม่ใช่ลูกแมวที่นายเลี้ยงอยู่ยั้วเยี้ย”


          สรุปเรื่องมันเริ่มมาจากตาของผมเล่นมุกหรอ...


          “งี่เง่าจริง ๆ”


          “ใช่ งี่เง่ามาก แล้วยิ่งโรซี่ไปบอกแม่ว่าเจอนายกับโคลอี้อยู่ด้วยกันตอนปิดเทอมก็ยิ่งไปกันใหญ่ ก็นะ นายชื่อเสียงไม่ค่อยดีนี่ แถมโคลอี้ยังอวบ ๆ เหมือนพวกผู้หญิงกำลังตั้งครรภ์อีก สงสารว่ะ อยู่เฉย ๆ แท้ ๆ ดันโดนหางเลขไปด้วย”


          ผมฟังโจนาสเล่าแล้วก็ได้แต่กลอกตา ทักษะการคิดวิเคราะห์​ควรรีบพัฒนา​ทั้งแม่ทั้งลูก


          “เข้าข้างในเถอะ ฉันอยากจะไปจบเรื่องนี้จะแย่”​ ผมบอกโจนาสก่อนจะยืนขึ้นแล้วกระโดดจากสแตนด์ลงพื้นสนาม พอตัวโตขึ้นทุกอย่างก็ดูเล็กกระจ้อยร่อย​ไปหมดเลย


          “เบลค” โจนาสเรียกผม กระโดดสแตนด์ลงตามมา “ฉันยังไม่ชอบขี้หน้านายอยู่นะ แต่วันนี้ฉันอยู่ข้างนาย”


          “คืนนี้มีพายุหิมะแน่”


          “พูดจริงนะ ต่อให้นายจะเกเรขนาดไหน​ตอนอยู่ที่นี่ แต่การมาพูดว่านายไปทำผู้หญิงท้องฉันว่ามันแรงไป” โจนาสพูดเสร็จก็ยื่นมือออกมา “สงบศึกชั่วคราว ถ้าคืนนี้เกิดอะไรขึ้นฉันเป็นแบคอัพให้เอง”


          “เห็นแก่ที่ช่วยสืบให้นะ ฉันจะยอมจับมืออ้วน ๆ ของนาย”


          “พูดมาก ฉันน้ำหนักลงมาเก้ากิโลแล้วเหอะ!”


          ผมจับมือกับโจนาส ไม่มีคำว่าศัตรูหรือคู่อริ เพราะคืนนี้ผมกับโจนาสอยู่ฝั่งเดียวกัน


          ทันทีที่ผมถึงหอประชุมผมก็รู้สึกว่าทุกคนจ้องมาที่ผม อาจจะแปลกตาที่เห็นผมเดินมากับโจนาสโดยที่ไม่มีใครฟกช้ำดำเขียว หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่พวกหญิงเนี่ยสิ มองหน้าผมแล้วก็หันไปซุบซิบกัน​อย่างไม่มีปิดบัง​ บางคนก็หน้าแดง บางคนก็ยิ้มแปลก ๆ อะไรของพวกนั้นก็ไม่รู้


          งานนี้ไม่ได้มีแค่เด็กรุ่นผมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ปกครองบางส่วนด้วย พวกพ่อแม่ที่ตามติดชีวิตของลูกนั่งรวมกันที่โต๊ะด้านหลังอยู่สองสามโต๊ะ ส่วนอีกประมาณยี่สิบโต๊ะที่เหลือคือเด็กรุ่นผมทั้งหมด อาหารเป็นแบบบุฟเฟต์ อยากกินก็ลุกไปตักมากินที่โต๊ะเอา หรือจะยืนกินกันก็สุดแล้วแต่


          ผมเดินไปนั่งโต๊ะเดียวกับที่โจนาสนั่ง คนอื่น ๆ ในโต๊ะคือคนที่ผมคุ้ยเคยทั้งนั้น เดินสวนกันในโรงเรียนทีไรก็มักจะจบลงที่ห้องปกครองทุกที


          “มาขนาดนี้ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ”​ เฟร็ดเดอริก มินช์หนึ่งในแก๊งอันธพาลของโจนาสทักผม


          “ไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นสองคนนี้ญาติดีกัน” คราวนี้เป็นจาเร็ด แอนเดอร์สัน​ คนที่ดูจะอันธพาลน้อยที่สุด


          “ก็ไปเรียนที่เดียวกันนี่หว่า น่าจะสนิทกันขึ้นแหละ ใช่ไหม”


          “ไม่รู้สิ”​ ผมตอบ แซม ซิมกินส์ คนที่ผมมีเรื่องบ่อยที่สุดรองจากโจนาส


          ถ้าถามว่าผมกับโจนาสสนิทกันขึ้นไหม? คำตอบคือไม่ ผมกับโจนาสอยู่คนละบ้าน เรียนด้วยกันแค่บางวิชา นอกนั้นก็ต่างคนต่างอยู่​กับเพื่อนของตัวเอง แต่ก็มีเรื่องให้ฟาดฝีปากกันบ่อยอยู่


          “เราอยู่คนละบ้าน... หมายถึงห้องน่ะ เรียนด้วยกันแค่บางคลาส เจอกันตอนกินข้าวบ้าง หอพักก็อยู่คนละตึก”​ โจนาสบอก


          “อ๋อ โรงเรียนประจำน่าเบื่อตายเลย วัน ๆ อยู่แต่ในโรงเรียน” แซมบอก


          “แต่ฉันว่าก็ดีนะ จะได้โฟกัสที่การเรียนไง ไม่ใช่แอบโดดรั้วไปดูหนังเหมือนพวกนาย” ลีโอ เดอริกที่ตอนแรกมัวแต่เล่นโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมาร่วมวงสนทนาด้วย


          “ก็ฉันทนโดนสปอยล์​ไม่ไหวนี่หว่า”


          ผมนั่งฟังทุกคนอัพเดตชีวิตของตัวเอง แก๊งอันธพาลดูเหมือนจะไม่ได้มีนิสัยอันธพาล​แล้ว ทุกคนโตขึ้นและเรียนที่พริมโรสฮิลล์ฝั่งมัธยมต่อ ผมพอจะเข้าใจที่โจนาสบอกว่าต่อความสัมพันธ์​กับพวกเขาไม่ติด สี่คนนี้อยู่ด้วยกันตลอดในขณะที่โจนาสหายไปสองปี ถึงปิดเทอมจะนัดเจอกันแต่ระหว่างทางก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น และโจนาสก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น


          ผมควรสงสารหรือสมน้ำหน้าดี


          “เออนี่เบลค ฉันได้ยินว่านายทำสาวท้อง จริงป่ะวะ?”​ จาเร็ดถามผม และอีกสามคนที่เหลือก็จ้องมาด้วยความอยากรู้เหมือนกัน


          “แล้วพวกนายเชื่อข่าวลือนั่นป่ะล่ะ”​ ผมถามกลับ


          “ไม่เชื่อ ฉันถึงได้ถามไง ถึงนายจะดูร้าย ๆ แต่ระดับท็อป​วิชาชีววิทยาอย่างนายเนี่ยนะ เรื่องการสืบพันธุ์​นายรู้อยู่แล้วแหละว่าต้องทำยังไง และป้องกันยังไง”


          ขนาดแก๊งอันธพาลยังมีหัวคิดกว่าพวกผู้ใหญ่บางคนเลย


          “โห ภูมิใจว่ะ อย่างน้อยพวกนายก็ไม่โง่เชื่อข่าวบ้า ๆ นั่น”


          “เห็นไหม! ฉันบอกแล้ว”​ แซมตบเข่า “โรซี่น่ะมั่ว ฉันว่าหล่อนยังต้องแค้นที่นายเมินประโยคบอกรักในวันวาเลนไทน์ตอนเกรดห้าอยู่แน่”


          ใช่ ยัยโรซี่คอยีราฟเคยมาบอกชอบผมตอนวันเกิดครบสิบปี และอย่างที่แซมบอก ผมเมินเธอ เดินหนีเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น


          “เออ ฉันจำได้ ๆ โคตรใจร้ายเลยว่ะ โรซี่วิ่งร้องไห้กลับบ้านเลย” ลีโอหัวเราะ ก่อนจะชี้ให้ผมดูกลุ่มของโรซี่ที่ห่างไปไม่ไกลมาก “อยากแก้ตัวไหมเบลค รับรองว่าข่าวนายทำสาวท้องจะหายไปและแทนที่ด้วยนายเป็นแฟนโรซี่แทน”​


          ผมมองโรซี่ที่กำลังนั่งคุยอยู่กับกลุ่มของเธอ ถ้าถามผมว่าโรซี่สวยไหม ผมจะตอบว่าสวย แต่ไม่ใช่สเปค


          “เดี๋ยวแม่ยัยนั่นก็ขยันหาข่าวมาประโคมอีก ยิ่งชอบดันลูกตัวเองอยู่ ไม่รู้จะอยากเด่นอยากดังไปทำไม”​ เฟร็ดเดอริกบอก


          “นี่โจนาส คนไหนแม่โรซี่”​ ผมถามโจนาสหลังจากที่พวกเฟร็ดเดอริกลุกไปตักอาหารมาเพิ่ม ผ่านไปเกือบสามปี ผมจำใครแทบไม่ได้เลย หรือผมไม่สนใจที่จะจำก็ไม่รู้


          “โต๊ะริมสุดตรงประตู คนที่ใส่เครื่องประดับเยอะ ๆ น่ะ”


          หึ โหงวเฮ้ง​มนุษย์​ป้าช่างฉอดมาก ผมมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว อีกไม่นานคงเริ่มเคาท์ดาวน์กัน และถึงตอนนั้นผมจะ--


          “เอ้าทุกคน! ก่อนจะถึงเวลาเคาท์ดาวน์ ขอเสียงให้กับพระเอกสองคนของงานนี้หน่อยเร็ว!”


          แสงสปอตไลต์​ส่องมาที่ผมกับโจนาสทันทีที่เจอร์รี่พูดเสร็จ ไอ้คนพูดมากรับหน้าที่เป็นพิธีกรเอนเตอร์เทน​เพื่อน ๆ ในรุ่น เอารูปหรือคลิปเก่า ๆ ออกมาเปิดบ้าง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ​บ้าง แต่มันจะดีมากถ้ามันไม่เบนความสนใจมาที่ผม


          “บุคคลผู้หายสาบสูญ​ของเรา ทุกคนต้องไม่เชื่อแน่ว่าฉันเจอสองคนนี้บนรถเมล์ราวกับฟ้าลิขิต”​ แล้วจากนั้นเจอร์รี่ก็เดินมาทางโต๊ะที่ผมนั่ง “ฉันสำรวจมาแล้ว พวกนายสองคนคือคนที่ทุกอยากเจอมากที่สุด โดยเฉพาะเบลค โผล่หัวมาปุ๊บสาว ๆ ก็พร้อมใจกันมองตาเป็นมัน”


          “ถ้าฉันรู้ว่านายโตมาจะฮอตขนาดนี้ฉันจะจีบตั้งแต่ห้าขวบแล้ว!”


          “ฮิ้ววว!”


          ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมจำชื่อไม่ได้ตะโกนมา แล้วทุกคนก็ส่งเสียงแซวอย่างชอบใจ ผู้หญิงที่นี่ดูก๋ากั่นกว่าที่ฮอกวอตส์อีกแฮะ สาวเมืองกรุงทำให้ผมที่เพิ่งจะกลับมาจากบ้านนอกบ้านนาตกใจหมด


          “ใจเย็นโซเฟีย อย่ากระโตกกระตาก​ เรามาสัมภาษณ์​กันดีกว่า สองปีที่หายไปเป็นไงมั่ง”​ เจอร์รี่ยื่นไมค์มาทางผม


          ผมมองหน้าโจนาสที่เขยิบหนีเหมือนไม่อยากเป็นจุดสนใจ ไอ้นี่... ไม่ช่วยกันเลย ไหนบอกคืนนี้จะเป็นแบคอัพให้ไงวะ


          “เอ่อ... ก็ดี กินอิ่มนอนหลับสบาย”


          “มีข่าวลือว่าพวกนายไปโรงเรียนดันสันดาน มีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง” เจอร์รี่จ่อไมค์ถามผมอีก


          “ฉันว่าโจนาสเคลียร์​เรื่องนี้ไปแล้วนะ”


          “เราอยากฟังความเห็นจากนายด้วยนี่นา ใช่ไหมทุกคน”​ เจอร์รี่หันไปถามคนอื่น ๆ และพวกนั้นก็พยักหน้ากันหงึก ๆ


          เห้อ น่ารำคาญจริง


          “ก็รู้สึกว่าคนปล่อยข่าวลือไม่มีหัวคิด อย่างน้อยก็น่าจะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลต่อให้คนอื่น ส่วนไอ้พวกที่เชื่อคือไม่มีหัวคิดยิ่งกว่า ทักษะการไตร่ตรองและกรองข่าวสารติดลบ ปล่อยให้ข่าวที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนชักจูงความคิด พวกหูเบาแบบนี้ควรหมดไปจากโลกได้แล้ว”


          “อืม หน้าชากันไปตาม ๆ กัน เชื่อแล้วว่าไปโรงเรียนเด็กกิฟต์จริง”


          นี่ก็อีก ผมกับโจนาสไม่มีหลักฐานสักหน่อยว่าพวกผมอยู่โรงเรียนเด็กกิฟต์จริง ๆ ขนาดชื่อโรงเรียนก็ยังไม่ให้ เห็นไหมว่าทุกคนพร้อมใจเชื่อเรื่องโกหกมากกว่าเรื่องจริงขนาดไหน


          “คำถามนี้ดีกว่า สาว ๆ ฝากมาเยอะ มีแฟนรึยังครับคุณเบลค สเปนเซอร์”


          “อยากได้ยินว่าไงกันล่ะ”


          “ฮั่นแน่ ทำเป็นเล่นลิ้นซะด้วย ขี้เล่นนะเรา” เจอร์รี่แซว


          “ฉันโสด”​ ผมตอบไป และดูเหมือนพวกผู้หญิงจะวี๊ดว๊ายกันหนักกว่าเดิม ถ้าเคลวินมาด้วยเขาจะต้องกลอกตามองบนแล้วพูดว่า 'พวกชะนี'​ แน่ ๆ


          “เคลียร์ เอาล่ะ ใครสนใจก็ต่อคิวนะ! คำถามสุดท้าย เรื่องนี้ดังมากขนาดที่ต้องเอาไปตั้งกระทู้วิเคราะห์​กันในเว็บบอร์ดของรุ่นเราเลย แต่ฉันขอให้นายสัญญามาก่อนว่าจะไม่ต่อยฉันทันทีที่ถามเสร็จ”


          “เออ”


          “เยี่ยม! ทุกคนเป็นพยานนะ”​ เจอร์รี่สูดหายใจเข้า และเริ่มถามอีกครั้ง “มีข่าวว่านายทำผู้หญิงท้อง จริงรึเปล่า?”


          มาจนได้นะคำถามนี้ ผมลุกขึ้นยืน มองไปรอบ ๆ ห้องประชุม​ที่ทุกคนกำลังมองผมเป็นเป็นตาเดียวไม่เว้นกระทั่งพวกผู้ปกครอง ผมคว้าไมค์จากมือเจอร์รี่มาถือ และเริ่มพูด


          “มันก็คล้าย ๆ กับเรื่องที่ฉันกับโจนาสไปเรียนที่โรงเรียนดัดสันดาน​นั่นแหละ แต่นั่นยังพอเข้าใจได้เพราะพวกฉันมันนักเลงหัวไม้ ยังพอมีเค้าของความเป็นไปได้อยู่บ้าง แต่เรื่องฉันทำผู้หญิงท้องเนี่ย นอกจากจะไม่มีมูลแล้ว คนปล่อยข่างคงว่างมากด้วย ใช่ไหมครับคุณนายเดอร์สลีย์”


          ทุกคนหันไปหาแม่ของโรซี่ทันที คุณนายเดอร์สลีย์ทำสายตาหลุกหลิก ก่อนจะค่อย ๆ ขยับปากแดง ๆ พูดขึ้น


          “ทำไมมองฉันอย่างนั้นล่ะสเปนเซอร์”


          “ผมมั่นใจว่าคุณรู้ว่าทำไม” ผมมองหน้าเธอ แต่เธอก็ทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ ไม่คิดจะแก้ข่าวหรือขอโทษผมสักนิด


          “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”​ เธอตอบแบบลอยหน้าลอยตา


          “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฉันจะพูดตรงนี้ ที่นี่ แค่รอบเดียว”​ ทั้งหอประชุม​เงียบ “ฉันไม่ได้ทำใครท้อง ไอ้ที่ท้องน่ะมันแมวฉัน ส่วนผู้หญิงผมแดงคนนั้นเป็นเพื่อนฉัน และมันเสียมารยาทมากที่เธอถูกพูดถึงแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครในหอประชุมนี้รู้จักเธอเลย”


          เริ่มมีเสียงซุบซิบ​เกิดขึ้น ผมจับความได้ไม่หมดว่าใครพูดอะไรบ้าง และผมยังไม่จบกับคุณนายเดอร์สลีย์แน่


          “ส่วนคนที่เริ่มความคิดขยะพวกนี้ก็ควรเช็คตัวเองบ้างนะ วัน ๆ เอาแต่นั่งนินทาคนอื่น จมปลัก​อยู่กับ​สิ่งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ผมพูดถึงคุณนั่นแหละคุณนายเดอร์สลีย์ ไม่ต้องทำท่าตกอกตกใจแบบนั้นด้วย มันตอแหล”


          “นายว่าแม่ฉัน!”


          “ฉันไม่ได้พูดกับเธอ อย่าขัดเวลาคนอื่นกำลังพูดโรซี่”


          ผมบอก และผมไม่สนว่าโรซี่จะไม่พอใจผมรึเปล่า ผมเดินไปทางโต๊ะที่คุณนายเดอร์สลีย์นั่ง ทุกคนหลีกทางให้ผม และคุณเดอร์สลีย์ก็จ้องผมเขม็งที่ผมทำท่าทางเหมือนจะไปคุกคามภรรยาของเขา


          “สิ่งที่คุณทำคือการสร้างข่าวเท็จและเผยแพร่มันออกไป ตามกฎหมาย​แล้วผมสามารถฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทกับ​คุณได้ แต่เรื่องขี้ปะติ๋ว​แค่นี้ผมจัดการเองก็น่าจะพอ”


          “ที่ควรพอน่ะคือแก เจ้าเด็กไร้มารยาท ไม่มีสัมมาคารวะ ​ฉันสงสัยก็แค่พูดเฉย ๆ แล้วเรื่องมันไหลไปของมันเอง แกจะมาโทษฉันไม่ได้!”


          “ทำไมจะไม่ได้! คุณไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำว่ามันมีความเป็นไปได้รึเปล่า มีปากก็สักแต่ว่าจะพูด พอไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ใส่สีตีไข่ให้มันเกินจริง ผมถามหน่อยนะ ถ้ามีคนมาพูดว่าโรซี่ใจแตก หนีตามผู้ชายจนท้องมีลูกมีเต้าคุณจะรู้สึกยังไง!”


          “มันจะมากไปแล้วนะสเปนเซอร์! ฉันแก่กว่าแกอีกนะ!”


          “สำหรับคุณมันไม่มากไปหรอกครับ แล้วคุณน่ะคิดว่าแก่กว่าผมแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง แก่กะโหลกกะลา​ แก่กว่าเพราะเกิดก่อนเท่านั้นแหละ”


          “ไอ้เด็กบ้านแตก คงไม่มีใครอบรมสั่งสอนกิริยามารยาท​ให้สินะ ถึงได้ป่าเถื่อน​ก้าวร้าวอย่างนี้”​ คุณนายเดอร์สลีย์ลุกขึ้น และชี้หน้าผม “ไม่แปลกใจหรอกที่ตระกูลสเปนเซอร์เขาเฉดหัวแกทิ้ง ตาของแกก็อีกคน ทำตัวเหมือนพวกกุ๊ยข้าง--”


          ปั้ง!


          “ถ้าคุณพูดถึงตาผมอีกทีผมจะไม่สนใจว่าคุณเป็นผู้หญิง!”


          ผมโยนไมค์ทิ้งและเดินดุ่ม ๆ ไปหาคุณนายเดอร์สลีย์ทันที พวกเฟร็ดเดอริกเข้ามาคว้าตัวผมไว้ก่อนที่ผมจะถึงตัวยัยป้าปากเน่านั่น แล้วจู่ ๆ ไฟในหอประชุมก็กระพริบ ติด ๆ ดับ ๆ คงมีแค่ผมกับโจนาสที่รู้ว่าทำไม


          “ใจเย็นเบลค นั่นแม่เพื่อน”​ ลีโอบอก


          “ไม่สนเว้ย ปล่อย!” ผมพยายามดิ้นออกจากเฟร็ดเดอริก จาเร็ด และแซมที่ช่วยกันดึงผมไว้ แต่มันสามคนก็ยื้อผมซะแน่น “แล้วมารยาทน่ะผมมี แต่ผมจะให้กับคนที่ผมเห็นว่าสมควรจะให้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่คิดแต่จะว่าร้ายคนอื่นไปวัน ๆ แบบคุณ!”​


          “หยาบคาย สถุน ป่าเถื่อนที่สุด!” คุณนายเดอร์สลีย์ตะโกน


          “แม่หยุดว่าเบลคสักทีได้ไหมคะ! ไม่อายคนอื่นเขาหรือไง!”​ โรซี่เดินมา เธอยืนตรงข้ามกับแม่ของตัวเอง “ตั้งแต่จำความได้แม่ก็เอาแต่ว่าเบลคตลอด ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้เราเลย”


          “โรซี่ ทำไมลูกพูดแบบนี้...”


          “หนูพูดความจริง แม่เอาแต่บอกว่าเบลคเป็นเด็กมีปัญหา เป็นเด็กที่ไม่น่าคบ เขามีเรื่องชกต่อยก็จริง แต่มันก็ปกติของพวกเด็กผู้ชาย​หัวร้อน แม่เอาแต่ว่าร้ายเขาจนทุกคนมองว่าเขาไม่ดี ทั้งที่เบลคก็แค่เด็กธรรมดา​คนหนึ่งเหมือนกับหนู เหมือนกับโจนาส เหมือนกับพวกเราทุกคน!”


          เอาล่ะ นี่นอกแผนของผม ผมไม่ได้หวังให้มีคนมาออกโรงแทนแบบนี้ ยัยโรซี่เลิกเป็นลูกแหง่ติดแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย


          “โห แบคอัพอย่างฉันดูจืดชืดไปเลย”​ โจนาสกระซิบ “ของที่ฝากซื้อยังจะเอาอยู่ไหม”


          “เอา”


          พวกเฟร็ดเดอริกปล่อยผมเมื่อเห็นว่าผมเริ่มเย็นลงแล้ว โรซี่ยังยืนคุยกับพ่อและแม่อยู่ เห็นได้ชัด​ว่าทั้งสามีและลูกสาวไม่ค่อยชอบกับนิสัยขี้ติฉินนินทา​ของคุณนายเดอร์สลีย์ แต่เพราะเป็นภรรยาและแม่ก็เลยไม่ได้ห้ามปราม​อะไรมาก


          “อ่ะนี่ ซื้อให้ฟรี ไม่คิดเงิน”​ โจนาสยื่นถุงมาให้ผม


          “ขอบใจ”


          ผมรับของจากโจนาสและเดินไปหาคุณนายเดอร์สลีย์อีกครั้ง โรซี่หันมามองอย่างระแวดระวังด้วยกลัวว่าผมจะทำอะไรแม่ของเธอเข้า


          “เห็นว่าเป็นปีใหม่ ผมเลยมีของมาให้สักหน่อย”​ ผมยื่นถุงนั่นให้คุณนายเดอร์สลีย์ แต่เธอไม่รับสักที “รับไปสิครับ ผมตั้งใจเอามาให้เลยนะ”


          ยัยป้าปากเน่าลังเลจนสามีของเธอต้องเป็นฝ่ายรับไปแทน คุณเดอร์สลีย์หยิบของออกจากถุงก่อนจะมองหน้าผมอย่างสงสัย


          “คาลาไมน์?”


          “ครับ เห็นคุณนายชอบคันปาก เป็นมาหลายปีแล้วไม่หายสักที ลองใช้ดูนะครับ เผื่อจะช่วยได้บ้าง อ้อ ถ้าคันอย่างอื่นก็ใช้ได้นะฮะ แฮปปี้นิวเยียร์”​ ผมยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกจากหอประชุมโดยมีเสียงกรี๊ดของคุณนายเดอร์สลีย์ตามหลังมา และเสียงซุบซิบพูดคุยที่ผมไม่สนใจจะอยู่ฟัง


          ความจริงผมยังไม่รู้สึกสะใจ แต่ผมไม่ควรให้ค่ากับคนที่ไม่คิดจะเห็นค่าในตัวผม เหมือนที่ชิโอริเคยบอก ใครไม่ชอบเราก็เป็นปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาที่เราต้องตามแก้ ผมมั่นใจว่าตัวเองดีพอที่จะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรให้คนอย่างคุณนายเดอร์สลีย์มาชอบ และผมคงไม่เจอยัยป้าปากเน่านั่นอีกแล้ว หรือต่อให้เจอ เธอก็จะเป็นเพียงแค่อากาศธาตุเท่านั้น


          ปัง! ปัง! ปัง!


          ผมเงยหน้ามองพลุที่จุดฉลองเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ แสงระยิบระยับไปทั่วฟ้า มองไปทางไหนก็มีแต่แสงสีและพลุ หวังว่าตากับยายคงกำลังมีความสุขกับการเคาท์ดาวน์อยู่ที่ไหนสักแห่ง ส่วนผมขอยืนดูพลุที่สนามบาสตรงนี้แหละ


          “นายนี่ชอบขยันมีเรื่องตลอดเลยนะ”


          “เชื่อเถอะฉันไม่ได้ชอบมีเรื่องหรอก เรื่องมันชอบมาหาฉันเอง” ผมบอก “เรื่องแม่เธอเมื่อกี้นี้ฉันไม่ขอโทษนะ เพราะฉันไม่ผิด”


          “อืม ไม่เป็นไรหรอก” โรซี่บอก “จริง ๆ ฉันก็ผิดด้วยเหมือนกัน ฉันไปบอกแม่ว่าเห็นนายกับผู้หญิงคนนั้น แม่เลยยิ่งแต่งเรื่องเข้าไปอีก ขอโทษนะ”


          “อืม”


          “ว่าแต่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรอ แฟนนาย?”


          “ฉันว่าฉันบอกไปแล้วนะว่าฉันโสด”


          “ก็วันนั้นนายสองคนดูกระหนุงกระหนิงกัน ใครจะไปรู้ล่ะ” โรซี่บอกก่อนจะมองหน้าผม และผมรู้สึกว่ามันนานเกินไปหน่อย


          “ฉันรู้ว่าฉันหล่อ แต่ไม่ต้องมองนานขนาดนี้ก็ได้” ผมยิ้มให้โรซี่ แล้วเธอก็หน้าแดงชนิดที่ว่ามองตอนกลางคืนก็ยังเห็นได้ชัด เวรล่ะ ผมทำผู้หญิงเขินหรอ


          “นายนี่มันแบดบอยชัด ๆ” โรซี่หันหน้าหนี “อยู่ที่นู่นคงมีคนเข้าสารภาพรักเยอะสินะ ถึงได้หลงตัวเองขนาดนี้”


          “ว่ากันตามตรง ตอนนี้ก็มีเธอแค่คนเดียวที่เคยบอกชอบฉัน ที่นู่นไม่ค่อยมีใครชอบฉันหรอก”


          “จริงอ่ะ” โรซี่หันขวับ “ไม่น่าเชื่อ ฉันว่านายโตมาแล้วน่ารักกว่าตอนเด็ก ๆ อีก ถ้านายไม่หล่อจนเกินไปก็น่าจะเพราะนิสัยเสียแน่ ๆ”


          “จะชมหรือจะด่าก็เลือกสักอย่างสิโรซี่”


          “โทษที” โรซี่หัวเราะและยิ้มออกมา


          ถ้าผมบอกว่าบรรยากาศตอนนี้เหมือนหนังโรแมนติกสักเรื่องมันจะผิดไหม ทั้งพลุวันปีใหม่ สนามบาสมืด ๆ ที่เงียบและไม่มีคน พร้อมกับผู้หญิงที่สวยแต่ไม่ใช่สเปคผมอีกคนหนึ่ง มันจะไม่โรแมนติกก็ตรงที่ผมเพิ่งจะมีเรื่องกับแม่ของเธอมา


          แล้วสุดท้ายบรรยากาศก็พาไป ผมมีจูบแรกกับผู้หญิงคนหนึ่งในคืนวันปีใหม่ ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เคยสารภาพรักกับผมเมื่อตอนสิบขวบ และผมโคตรจะเกลียดแม่ของเธอ











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me:

          ตอนนี้มีหลายอารมณ์มากกกก เริ่มจากการรำลึกความหลังสมัยเด็กๆ ต่อด้วยอาการหงอยๆของโจนาสและการจับมือสงบศึกชั่วคราว จากนั้นก็ไฟว้กับป้าปากเน่า ปิดท้ายด้วยเบลคไปจูบกับลูกสาวป้าซะงั้น

          ตาเบลคมีจูบแรกแล้วค่ะ! ขอทำใจแปป ลูกชายจะเป็นหนุ่มแล้ว ฮือออออออ ยัยโรซี่! เธอทำบุญด้วยอะไร! นั่นตาเบลครู้ดบอยแห่งฮอกวอตส์เลยนะ! แต่โรซี่ไม่ใช่นางเอกนะคะ ผ่านมาให้เป็นประสบการณ์ของตาเบลคเท่านั้นนนน

          แอบกระซิบบอกว่าเดอร์สลีย์ก็คือครอบครัวของลุงเวอร์นอนกับป้าเพ็ตทูเนีย และพ่อของโรซี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ดัดลีย์เนี่ยแหละ แต่ดัดลีย์เลี้ยงลูกได้ดีกว่าลุงเวอร์นอนแน่นอน หนักใจแค่เมียเท่านั้น ช่างฉอด!

          ตอนแรกเราก็กะจะให้เบลคหยาบกว่านี้อีกหน่อย แต่ด้วยความที่เป็นแม่เพื่อน และเป็นผู้หญิง เราว่ามันอาจจะรุนแรงหรือไม่ก็เกินเบอร์ไปนิด เลยจบที่ฟาดฝีปากกับให้คาลาไมน์แก้คันไปก็แล้วกัน เถื่อนแบบคิวท์ๆ 555555555555555 แค่นี้คนทั้งรุ่นเขาก็จำแกได้ไปจนตายแล้ววว


          เขียนมาจนจบช่วงทอล์กก็ยังทำใจที่เบลคมีจูบแรกไม่ได้ แงงงงงงงงงง ไม่อยากให้โตแล้ว เราหวง!


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 319 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2564 Bad_Quinn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    อยู่ๆลูกชายก็มีจูบเเรกค่ะ กี๊สก๊าส
    #2,564
    0
  2. #2558 Cereal_Killer (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:46
    แงแงงงงง ใจบาง กรีดร้องยาวๆ
    #2,558
    0
  3. #2424 piinkhyun (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:10
    ขุ่นพระ
    #2,424
    0
  4. #2256 dissilyn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 21:21
    ใจวูบมากแม่จ๋าาาาาา จะกรี๊ด แต่ชอบความห้าวเท้าของเบลคมันนะ ถ้ามีในชีวิตจริงอาจจะเอือมหน่อยแต่ชั้นเชื่อว่าโลกจะมีคนจริงใจเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนโตๆเลยล่ะ
    #2,256
    0
  5. #1932 Pearlyz (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 15:50
    เฮ้ยๆๆๆ คือชอคจริงๆ บ้าบอ เดี๋ยว เสียจูบเเรกไปเเล้วอ่าน้องเบลคๆๆๆ
    #1,932
    0
  6. #1879 GG-Paderak (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 23:17
    อ่านเจอคำๆนี้แล้วก็แบบ ช็อคคคค!!!!!!!
    #1,879
    0
  7. #1546 theMYSTERYman (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:19
    ช็อกค่ะ.......
    #1,546
    0
  8. #1395 MINERVA09 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 01:04
    อ่าวเห๊ยยยตัวประกอบได้จูบแรกกกกกกก!
    #1,395
    0
  9. #1343 Piszerel (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 02:19
    omg ขอนะเบลค ม่ะด๊ายยยยยย
    #1,343
    0
  10. #1169 lamb_san (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:22
    กรี้สสสสสสส นังนี่มันร้ายค่ะหัวหน้า!!! หมายถึงเบลค? ไม่ค่ะ หมายถึงโรซี่!!!! นี่มันเป็นแผนใช่มั้ยย (เขย่าคอ) แต่เบลคนี่แบดบอยสุดๆเลย กรี้ดอีกรอบ เริ่มแอบเชียร์โรซี่นะคะ ถ้าคุณนายรู้ว่าได้ลูกเขยแบบนี้คงบันเทิงน่าดู5555555 แต่อย่าดีกว่า ให้ตาเบลคแบดบอยแบบนี้ต่อไปให้ชุ่มชื่นใจดีกว่า คิกค้ากกกกกก
    #1,169
    0
  11. #940 มออานอซอเอ X Grill. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:54
    กรี๊ดตั้งแต่ต้นยันจบเลยค่า จับมือกับโจนาสก็คือT-T จูบตอนท้ายอีก ฉากในหนังรอมคอมชัดๆ ฮือออออT-T
    #940
    1
  12. #854 ismind (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 03:34
    น้องเบลค!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! มาให้คุณตีตุดเดะเน้!!!!!!!!!!!
    #854
    1
  13. #768 luvtaetaev (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 20:26
    วดฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เบลคแบดบอยมาก เขินและขำสุดๆ555555555555
    #768
    1
    • #768-1 jujuly(จากตอนที่ 35)
      18 เมษายน 2562 / 15:14
      แบดแบบน่าจับตี 555555555
      #768-1
  14. #715 JDgenryu (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 19:08

    เบลค! จูบสาว //ฟ้องยาย

    แต่ด่าแม่เขาเสร็จมาจูบลูกสาวเค้าเนี่ยนะ แม่รู้เข้าอกแตกตายแน่ 555


    จะว่าไปแฮรี่จากกับเดอร์สลีในเล่ม7 แล้วไม่รู้เรื่องอีกเลย แบบนี้ก็ดีเนาะ คิดว่าหลบหนีได้หายห่วง (^∇^)

    #715
    1
  15. #694 SunDashine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:07
    โอ้ยยยเบลค แบดบอยยยย rbbมาก
    #694
    1
    • #694-1 jujuly(จากตอนที่ 35)
      9 เมษายน 2562 / 13:07
      ตอนนี้เอาไปทั้งรู้ดบอย และแบดบอยยยย
      #694-1
  16. #673 msyokky (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:00
    โอ้ย บิ๊กดี ไปหาเมียมาจากไหนว้อยยย
    #673
    1
    • #673-1 jujuly(จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2562 / 18:16
      บิ๊กดีคงแบบ นี่ได้เมียหรือได้แม่อีกคน
      #673-1
  17. #671 licey (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 15:55
    นังเบลคคคค จะจูบลูกสาวชาวบ้านเค้าไม่ได้!! ปะป๊าดัดลีย์คงเดาๆได้ว่าสองคนนี่เรียนไหน ไปฟ้องคุณปะป๊าแฮร์รี่เลยค่ะ ให้หลานตัวเองไปตีตาเบลคสักทีหนึ่ง 55555
    #671
    1
    • #671-1 jujuly(จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2562 / 18:15
      ส่งอัลบัสไปตี 555555555
      #671-1
  18. #670 ` วังเวอเวย์ [?] (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 13:03
    ซุ่มอ่านเงียยมาสักพัก อยากจะกรี๊ดดดดดด อดำม่ได้ต้องแสดงตัวมาเม้น โรซี่หล่อนนนนน มาเอาจูบแรกของนุ้งแบล็คของป้าไปได้ไงลูกแทบกรี๊ด
    #670
    1
    • #670-1 jujuly(จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2562 / 18:15
      เรานี่กรี๊ดอัดกำแพงไปแล้ว 555555555
      #670-1
  19. #669 sem-pai (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:10
    นังงงงเบลคคคค
    หนูแรดเพราะบรรยากาศไม่ไดดดดดดดด้
    #669
    2
  20. #668 Moragod Thinnamai (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 09:01

    จูบแรก ตอนอายุ13 ย่าง14 อ๊ายยย แหม เบลค

    เรายังคงลงเรือมาริลินนะ!

    #668
    1
  21. #667 SLYTHERIN'S GIRL (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 08:37

    ดัดลีย์จะรู้มั้ยเนี่ยว่าเบลคเนี่ยเป็นเพื่อนกับหลานตัวเอง!!
    #667
    1
  22. #666 blackteacup07 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 07:58

    เบลค! นายโตแล้ว!!!
    #666
    1
  23. #665 nimnim9397 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 02:18
    กรี๊ดดดด!!!!โรซี่หล่อนเป็นใครกล้าดียังไงมาจูบตาเบลอของฉันนนน ฮืออออ จูบแรกของเบลคทำไมไม่ใช่ฉัน! //โดนตบ55555
    #665
    2
    • #665-1 nimnim9397(จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2562 / 02:19
      ตาเบลคสิ!
      #665-1
  24. #664 นักอ่านยามวิกาล (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:24
    สงสารดีดลี ได้เมียเหมือนได้แม่เพิ่มอีกคน ดีที่เลร้ยงลูกสาวได้ดี ยินดีด้วย
    #664
    1
  25. #663 Satan.ss (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:29
    ถือว่าฝึกจูบไปแล้วกัน ฉันจะไม่หวง เวลาเจอแมรี่จะได้ตัวถูก #ทีมแมรี่
    #663
    1