Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 2 : 2 | ว่าด้วยเรื่องฮอกวอตส์วันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 738 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


2

ว่าด้วยเรื่องฮอกวอตส์วันแรก






          หนึ่งกันยายนคือไม่กี่วันหลังจากที่ผมไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน จากที่เปื่อยมาเกือบสองเดือน ผมก็ยุ่งหัวหมุนตอนสามวันสุดท้าย


          ข้าวของที่คิดจะเตรียมไปก็ดันหาไม่เจอ พอจะใช้เนี่ยชอบหายนัก แต่พอไม่ใช้ก็ช่างขวางหูขวางตาซะเหลือเกิน กว่าจะเก็บของครบก็ปาเข้าไปดึกดื่น แถมลูน่ายังมาคอยป้วนเปี้ยนนั่งทับกองเสื้อผ้าอีก


          ผมตั้งชื่อแมวของผมว่าลูน่า ถ้าเป็นตัวผู้ผมจะจัดชื่อทีชัลล่าให้แน่ ๆ ผมตั้งชื่อให้มันตามแมวดำของเซเลอร์มูน การ์ตูนญี่ปุ่นที่ผมเคยดู แต่อย่าคิดว่าผมจะเป็นเจ้าของที่น่ารักอย่างอุซางิจังนะ เรื่องไล่ตะเพิดลูน่าน่ะ งานถนัด


          แต่สุดท้ายผมก็นอนเล่นกับมันบนเตียงอยู่ดี เกลียดความทาสแมวของตัวเอง


          และผมเพิ่งมารู้ว่าที่ฮอกวอตส์เนี่ย ไม่มีสัญญาณมือถือ หรือจะพูดให้ถูก มันเป็นดินแดนหลังเขาที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง! จบกันการดูซีรีส์ก่อนนอน จบกันเกมเฮย์เดย์ที่ผมเล่นค้างไว้ ดีนะที่ผมไม่ได้ติดโซเชี่ยล ไม่อย่างนั้นคงอกแตกตาย แต่ผมว่ามันก็ดี ผมเองก็ชักจะเล่นเกมเยอะเกินไปเหมือนกัน พักบ้างก็ไม่เสียหายอะไร แต่ว่าตั้งหลายเดือนแน่ะ


          ชานชาลาที่เก้ากับสิบในสถานีรถไฟคิงส์ครอสมีคนยืนออกันเต็ม รถเข็นใส่หีบใบโตกับกรงสัตว์เป็นตัวเรียกความสนใจของมักเกิ้ลได้อย่างดี ผมแอบเห็นพวกพ่อมดแม่มดชุดดำยืนตามจุดต่าง ๆ ล้อมชานชาลาไว้ คงจะจัดการพวกมักเกิ้ลให้นั่นแหละ


          ผมวิ่งผ่านกำแพงเข้าไปพร้อมกับตา พอเห็นรถไฟผมก็ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่อะไรนะ แต่รถไฟสายด่วนฮอกวอตส์เป็นรุ่นหัวจักรไอน้ำ ผลิตก่อนสงครามโลกครั้งที่สองอีกมั้ง แบบนี้จะถึงฮอกวอตส์กี่โมง โรงเรียนควรเอารถไฟความเร็วสูงมาใช้ได้แล้ว


          "ปกติใช้เวลากี่ชั่วโมงหรอตา" ผมหันไปถาม


          "ฮ่า ๆ ไม่เคยนับหรอก นั่งไปทั้งวันนั่นแหละ" ตาตอบ


          ทั้งวัน! เห้อ ให้ตายสิ


          "เบลค ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ อย่าดื้อ อย่าซน"


          "คร้าบ ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ ตาก็รู้ว่าผมเป็นเด็กดี"


          "ดีกับผีน่ะสิ" ตาโขกหัวผม "ส่งจดหมายมาด้วยล่ะ เด็กอย่างแกน่าจะอยู่กริฟฟินดอร์ไม่ก็สลิธีริน"


          "ไม่คิดว่าจะเป็นฮัฟเฟิลพัฟหรือเรเวรคลอบ้างหรอ"


          "ฮัฟเฟิลพัฟมีแต่เด็กดี แกอย่าไปทำให้เขาเสื่อมเสียเลย"


          นี่ตาหลอกด่าผมอยู่รึเปล่า


          "ส่วนเรเวนคลอ ก็ไม่แน่ บ้านฉลาด ๆ แต่แกอาจไปห่วยแตกที่สุดในบ้านก็ได้"


          นั่นไง หลอกด่าอีกแล้ว แต่ผมอยู่ไหนก็ได้ ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว ยังไงเรียนก็เรียนกับศาสตราจารย์คนเดียวกันทุกบ้าน สอบก็สอบพร้อมกัน ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย


          "ถ้างั้น ผมไปแล้วนะ" ผมบอกตา ใจหายนิดหน่อยที่ต้องห่างจากบ้าน ห่างจากตานาน ๆ


          "เออ โชคดี ได้เพื่อนแล้วล่ะก็บอกด้วย ชวนมาบ้านตอนคริสต์มาสด้วยก็ได้"


          "ได้ฮะ ถ้าผมมีเพื่อนอ่ะนะ" ผมบอกติดตลก ก่อนจะเข็นหีบไปที่ตู้เก็บสัมภาระ หีบและข้าวของถูกวางอย่างมีระเบียบ ผมถือแค่กรงของลูน่าติดตัวไปเท่านั้น


          ผมโบกมือลาตา ตาโบกมือกลับ แต่เราจ้องกันอย่างอยู่นั้น ประดักประเดิด จนตาเดินเข้ามากอดผม อวยพรให้โชคดีอีกครั้ง ผมรับคำและเกาแก้มแก้เก้อ ก็มันเขินนี่หว่า ใช่ว่าผมกับตากอดกันบ่อยซะที่ไหน


          "คราวนี้ไปจริง ๆ แล้วนะฮะ" ผมบอก กระชับกรงของลูน่าให้แน่นขึ้น


          "เออ" ตาบอกแค่นั้น


          ผมขึ้นรถไฟ พร้อมกับสูดหายใจเข้า เอาล่ะ ผมต้องทำตัวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ ยิ้มเข้าเบลค


          "อ้าว ฉันเจอใครบนรถไฟล่ะเนี่ย"


          เดี๋ยวนะ ทำไมเสียงคุ้น ๆ


          ผมหันกลับไปมอง ความรู้สึกมันบอกว่าผมต้องอ้าปากค้างอยู่แน่ ๆ


          "โจนาส?" ไม่จริงอ่ะ ไอ้นักเลงอ้วนนี่ก็ไปเรียนฮอกวอตส์เหมือนกันหรอ


          "อ่าห้ะ ไม่คิดว่าจะเจอนายที่นี่เบลค"


          "ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น" ผมบอก อยู่ดี ๆ นักเลงหัวไม้ของโรงเรียนมักเกิ้ลก็กลายเป็นพ่อมดเฉยเลย


          "นั่งกับฉันไหม" โจนาสเอ่นชวน แต่คงรู้นะว่าผมจะตอบไปว่ายังไง


          "ไม่อ่ะ" ผมหันหนีมันทันที


          "โธ่เบลค เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว นายยังไม่มีเพื่อน ฉันก็ยังไม่มี ผูกมิตรกันไว้จะเสียหายอะไร"


          เสีย เสียมากด้วย


          "ขอปฏิเสธ นายไปหาเพื่อนคนอื่นเถอะ"


          "ฉันพูดดี ๆ แล้วนะ" โจนาสหักข้อนิ้ว


          อ้าว อย่างนี้ก็สวยดิ ผมวางกรงของลูน่าลงพื้น หักข้อนิ้วไม่ต่างจากไอ้อ้วนตรงหน้า ถึงตัวผมจะเล็กกว่า แต่ผมเคยต่อยไอ้บ้านี่ฟันหักมาแล้ว แต่สงสัยฟันน้ำนมจะยังไม่หมดปาก


          "เด็กปีนี้เอาเรื่องว่ะ"


          เสียงผู้ชายข้างหลังพูดขึ้น ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ตอนนี้ผมสนใจแค่โจนาสเท่านั้น


          "ฉันแนะนำว่าให้ถึงโรงเรียนก่อนแล้วค่อยมีเรื่องนะ เผื่อหมวกคัดสรรส่งไปอยู่บ้านเดียวกันมีหวังเขม่นกันตาย"


          เสียงใครอีกก็ไม่รู้พูดขึ้น ผมถอนหายใจ ไม่ต่อยก็ไม่ต่อย ผมก้มลงหยิบกรงลูน่า จ้องโจนาสอีกสองสามวินาที แล้วก็หันหลังไปหาที่นั่ง


          ตั้งใจจะทำตัวเป็นมิตรสักหน่อย หมดมู้ดเลย ไม่มีอารมณ์จะยิ้มแล้วเนี่ย


          ผมพยายามหาตู้ที่ไม่มีคน ขืนมีคนนั่งอยู่แล้วผมหน้าบูดไปขอนั่งด้วยคงไม่ดีเท่าไหร่ แต่ตู้ไม่ว่างสักตู้ ผมเลยลองหาตู้ที่คนน้อย ๆ แทน จนผมเจอตู้ที่ว่านั่น ข้างในมีแค่ผู้หญิงผมบลอนด์คนหนึ่งนั่งอยู่


          "เฮ้ นั่งด้วยได้ไหม" ผมถาม ยืนค้างไว้ที่ประตูจนกว่าเธอจะตอบตกลง


          "อืม"


          ผมเลิกคิ้ว เธอตอบผมโดยที่ไม่ละสายตาจากหนังสือที่อ่านอยู่เลย ผมนั่งลงตรงข้ามเธอ วางกรงของลูน่าไว้ข้าง ๆ ผมสังเกตเห็นว่าเธอก็มีกรงเช่นกัน


          "เลี้ยงแมวหรอ" ผมถาม ปั้นเสียงให้ดูเป็นมิตรที่สุด


          "หมามั้ง"


          อ้าว ทำไมกวนตีนอ่ะ


          "กวนตีน" ผมพูดในสิ่งที่ผมคิดออกไป


          เธอพับหนังสือ และเงยหน้าขึ้น ไม่อยากพูดก็ต้องพูด ผู้หญิงคนนี้โคตรสวย!


          "มารยาทหน่อย เธอน่ะ เพิ่งจะปีหนึ่งสินะ ฉันแก่กว่าเธอ" เธอบอก น้ำเสียงติดจะถือตัว


          "แต่เธอกวนตีนผมก่อน" สวยแค่ไหนผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ


          "ก็ได้ ฉันเริ่มก่อน" เธอบอก ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้า "ดอมินีค วีสลีย์"


          "เบลค สเปนเซอร์" ผมจับมือเธอตอบ และพระเจ้า! มือนิ่มมาก


          "ช่วยอยู่เงียบ ๆ ด้วย ฉันอุตส่าห์หนีพวกพี่น้องของฉันมาได้"


          "ผมก็เพิ่งหนีคู่อริมาได้เหมือนกัน"


          "รถไฟยังไม่ทันออกก็สร้างศัตรูแล้ว?"


          "ผมทะเลาะกับมันมาหลายปีแล้วต่างหาก"


          "เลือดร้อน ป่านนี้กริฟฟินดอร์อ้าแขนต้อนรับนายแล้วมั้ง" เธอบอก


          "แล้วเธออยู่บ้านอะไรล่ะ" ผมถาม


          "เดี๋ยวถึงโรงเรียนก็รู้เองนั่นแหละ"


          มีคำถามอะไรที่พี่สาวคนนี้ตอบผมบ้าง


          "แล้วสรุปเลี้ยงแมวรึเปล่า" ผมชี้ไปที่กรงข้าง ๆ เธอ เธอหันมอง ก่อนจะเปิดกรงออก และกิ้งก่าสีเขียวอี๋ก็เดินออกมาช้า ๆ ปรับสีให้เริ่มกลืนไปกับเบาะ


          อืม ผมควรปล่อยลูน่าออกมาแก้แค้นดีไหม


          "เมี๊ยว"


          นั่นไง ลูน่าร้องออกมาแล้ว และอย่าคิดว่าผมไม่เห็นกรงเล็บของมันเชียว


          "ฉันแนะนำว่าให้นายอย่าเปิดกรง"


          "หรอฮะ ถ้าอย่างนั้นผมว่าแมวผมคงเมื่อยน่าดู ใช่ไหมลูน่า"


          "เมี๊ยว"


          "โทนี่ เข้ากรงเร็ว" เธอบอกกับกิ้งก่าของเธอ และแน่นอน เป็นเสียงสอง เสียงเล็ก ๆ หวาน ๆ คุยกับสัตว์เลี้ยงอย่างรื่นหู "เอาล่ะ นายจะปล่อยแมวของนายก็ปล่อยเลย"


          ผมเปิดกรง และลูน่ารีบวิ่งออกไปตะครุบกรงสัตว์เลี้ยงของพี่สาวทันที พร้อมกับเล็บแหลม ๆ ที่ขยันลับจนขาโต๊ะที่ห้องผมเป็นรอย


          "ลูน่า ไม่เอาสิ" ผมอุ้มมันออกมา เกาคางให้มันลืมเรื่องโทนี่ของพี่สาวไปซะ


          "เอ่อ ขอโทษนะคะ" เสียงเปิดประตู พร้อมกับเสียงเด็กผู้หญิงดังขึ้น "นั่งด้วยได้ไหม"


          "ได้สิ" พี่สาวบอกอย่างยิ้มแย้ม ไม่เหลือเค้าความกวนตีนและถือตัวก่อนหน้านี้


          "โคลอี้ค่ะ โคลอี้ เคลเมนไทน์" เด็กผมแดง ตาเขียวบอกอย่างเป็นมิตร


          "ฉันดอมินีค วีสลีย์ เรียกดอมก็ได้"


          โอโห ชื่อย่อของเธอดูมาดแมนกว่าชื่อผมซะอีก นึกถึงดอมินิก ทอเร็ตโต้ในหนังเรื่องฟาสแอนด์ฟีเรียสเลย


          "เบลค สเปนเซอร์"


          โคลอี้ค้อมหัวน้อย ๆ ดูจากท่าทางแล้ว เธอน่าจะปีหนึ่งเหมือนกันกับผม แต่ขอเรื่องนี้ก่อน


          "งั้นผมเรียกเธอว่าดอมด้วยได้ไหม" ผมถามพี่สาวผมบลอนด์


          "อยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะ" เธอบอกแบบไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่


          ผมยิ้ม พลางเกาคอของลูน่าไปด้วย ผมได้เพื่อนแล้ว และไม่คิดจะหาใหม่ด้วย คนหนึ่งรุ่นพี่ ส่วนอีกคนรุ่นเดียวกัน


          แค่นี้พอละ






          เป็นอย่างที่ตาของผมบอก ทั้งวันจริง ๆ สำหรับการนั่งรถไฟมาฮอกวอตส์ นั่งจนรากงอก นั่งจนตูดแฉะ คนที่ชิลที่สุดคือดอม ส่วนโคลอี้ แม้จะไม่ได้บ่นอะไร แต่หน้าก็คือไปแล้ว


          "เจอกันที่โรงเรียนนะ" ดอมบอก เธอเดินไปอีกฝั่งที่นักเรียนปีอื่นเดินไปกัน ส่วนปีหนึ่งต้องไปอีกทาง


          "ไปกันเถอะเบลค" โคลอี้สะกิด


          "รอก่อนก็ได้ คนเยอะจะตายเห็นไหม รอให้เดินไปกันให้หมดก่อน" ผมบอกเธอ และโคลอี้เป็นผู้ฟังที่ดี เธอเห็นดีเห็นงาม พร้อมกับยืนรอให้เด็กปีหนึ่งคนอื่นเดินไปกันก่อน แล้วผมกับเธอค่อยเดินรั้งท้าย


          ชายร่างยักษ์เดินถือตะเกียงนำไปตามทางเดินชัน ๆ และแคบ ข้างทางมืดสนิท แทบไม่มีใครพูดอะไรเลยเพราะต้องใช้สมาธิในการเดิน ผมถอนหายใจและสบถเบา ๆ อยู่หลายครั้งที่ถูกพามาลำบากลำบน


          รู้งี้เดินตามพี่สาวผมบลอนด์ไปก็ดี


          ทุกคนหยุดเดินเมื่อมาถึงทะเลสาบ เรือลำน้อย ๆ จอดรออยู่เป็นสิบลำ และเบื้องหน้าคือปราสาทฮอกวอตส์ที่สวยสมคำร่ำลือ


          และเหมือนเดิม ผมเลือกที่รอให้คนอื่นลงเรือกันให้ครบก่อน ผมไปอยากเบียดกัน หรือแย่งกันขึ้นจนตกน้ำตกท่าไปก่อนหรอก แต่ผมว่าผมคิดผิดว่ะ เพราะเรือลำที่ผมกับโคลอี้ต้องขึ้นคือลำเดียวกับไอ้โจนาส


          ผมว่ายน้ำข้ามไปดีไหมเนี่ย


          โคลอี้สะกิดผมให้ลงไปนั่งในเรือ ผมจ้องโจนาสนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจและลงไปนั่งให้จบ ๆ ไป ผมกับโจนาสไม่ได้พูดอะไร รวมถึงเด็กผู้ชายตัวผอมหน้าหงอยด้วย เรือลำนี้น่าจะเงียบที่สุดแล้ว โคลอี้เองหลังจากที่อยู่ด้วยกันมาบนรถไฟ ผมก็รู้ว่าเธอก็เป็นคนเงียบ ๆ


          เมื่อเรือจอด และชายร่างยักษ์ก็พาขึ้นไปตามทางเดินที่ตะใคร่ขึ้นอีก หลายคนลื่นล้ม ผมเองก็เกือบไปแล้วเหมือนกัน จากนั้นก็มาหยุดยืนที่หน้าประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ที่มีหญิงร่างท้วมท่าทางใจดียื่นรออยู่ก่อนแล้ว


          "เด็กปีหนึ่งครับศาสตราจารย์สเปราต์"


          "ขอบใจแฮกริด"


          อ่อ เธอเป็นอาจารย์นี่เอง และผู้ชายร่างยักษ์คนนั้นชื่อแฮกริด


          "ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์นะทุกคน" ศาสตราจารย์สเปราต์กล่าวด้วยรอยยิ้ม "ผ่านประตูนี้ไป พวกเธอจะถูกคัดสรรเข้าหนึ่งในสี่บ้าน ได้แก่ เรเวนคลอ ฮัฟเฟิลพัฟ กริฟฟินดอร์ และสลิธีริน ระหว่างอยู่ที่โรงเรียน บ้านจะเปรียบเสมือนครอบครัว เพราะงั้นรักกันไว้นะ เธอต้องกินนอนอยู่ด้วยกันไปถึงเจ็ดปี เมื่อจบปีการศึกษา บ้านที่มีคะแนนรวมมากที่สุดก็จะได้ถ้วยรางวัลดีเด่น และฮัฟเฟิลพัฟได้มาสามปีซ้อนแล้ว เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว"


          ศาสตราจารย์สเปราต์เปิดประตู เดินนำเด็กนักเรียนปีหนึ่งเข้าสู่ห้องโถงใหญ่


          ผมกับโคลอี้เดินรั้งท้ายเหมือนเดิม ผมว่าเราสองคนคือเด็กนักเรียนที่เก็บอาการได้ดีที่สุด อย่างน้อยผมกับเธอก็ไม่ได้อ้าปากหวอ หรือพูดคำว่า 'โอ้โห' ตลอดที่เดิน ถึงมันจะน่าโอ้โหจริง ๆ ก็เถอะ ผมน่ะประทับใจเทียนไขเป็นพัน ๆ เล่มที่ลอยอยู่มากเลย


          "เมื่อฉันขานชื่อใคร ให้ก้าวออกมานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้ ฉันจะสวมหมวกคัดสรรให้ และมันจะบอกว่าเธอได้อยู่บ้านไหน เอาล่ะ คนแรก อาเธอร์, โจนาส"


          ผมยืนมองตัวร่างสูงใหญ่เทอะทะของโจนาส ศาสตราจารย์สเปราต์สวมหมวกสีน้ำตาลที่มีรอยยับยู่ยี่จนปิดไปเกือบครึ่งหน้า และหลังจากนั้นไม่นานรอยยับนั่นก็ตะโกนออกมา


          "กริฟฟินดอร์!"


          รู้แล้วใช่ไหมว่าผมจะไม่เข้าบ้านไหน ตัดกริฟฟินดอร์ทิ้งไปเลย ผมไม่อยู่! ผมมองตามไอ้โจนาสที่เดินไปนั่งที่โต๊ะของกริฟฟินดอร์ จนผมเห็นดอมนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นด้วย


          หรือว่าผมจะไปกริฟฟินดอร์ดีล่ะ


          "บัลด์สโตรด, อีริดานัส"


          คราวนี้เป็นเด็กผู้ชายผมเข้มบุคลิกภูมิฐาน


          "สริธีริน!"


          "เคลเมนไทน์, โคลอี้"


          ผมหันไปมองผู้หญิงผมแดงข้าง ๆ ส่งยิ้มเล็ก ๆ และตบบ่าเบา ๆ เธอเดินออกไปข้างหน้า นั่งลงบนเก้าอี้ หมวกสวมหัวเธอแล้ว และผมลุ้นมาก อย่าไปกริฟฟินดอร์นะ ถือว่าผมขอ


          "เรเวนคลอ!"


          ผมมองตามโคลอี้ เธอเดินไปที่โต๊ะริมสุด ดูเหมือนชื่อจะถูกเรียกตามตัวอักษรของนามสกุล ชื่อผมรั้งท้ายแน่ ๆ ผมยืนหาวในขณะที่ศาสตราจารย์เรียกคนอื่น ๆ ออกไป เด็กผู้หญิงสองคน กริฟฟินดอร์คน ฮัฟเฟิลพัฟคน


          "โลบูต้า, มาริลิน"


          เด็กผู้หญิงผมทอง ท่าทางเหมือนราชนิกูลเดินขึ้นไปนั่ง เธอทำให้ผมนึกถึงดอม บุคลิกถือตัวแบบนั้นน่ะ


          "สลิธีริน!"


          "มัลฟอย, สกอร์เปียส"


          เด็กผู้ชายผมบลอนด์ซีดเดินออกไป บุคลิกเหมือนคนที่ชื่อมาริลินเป๊ะ


          "สลิธีริน!"


          นั่นไง ผมว่าบ้านนี้คัดคนที่ดูดีมีชาติตระกูลแน่ ๆ ผมอาจได้ไปบ้านนั้นก็ได้ แต่ผมอยากไปอยู่กับโคลอี้มากกว่า


          ผมเริ่มหาวอีกครั้ง มองเพื่อนร่วมชั้นปีคนอื่น ๆ ถูกคัดสรร เริ่มเบื่อแล้วแฮะ ถ้าเรียกชื่อต้นขึ้นก่อนป่านนี้ผมคงไปนั่งที่โต๊ะไหนสักโต๊ะแล้ว


          "พอตเตอร์, อัลบัส"


          เฮ้ ผมรู้จักนามสกุลนี้ ใครไม่รู้จักบ้างล่ะ ผมเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ และหมวกใช้เวลานานกว่าเด็กคนอื่น ๆ


          "สลิธีริน!"


          สำหรับพอตเตอร์ มีผลตอบรับสองกระแส ผมได้ยินเสียงฝั่งกริฟฟินดอร์บ่นอุบ ไม่พอใจ ขอให้คัดสรรอีกรอบ ส่วนสลิธีรินลุกขึ้นปรบมือเฮ แล้วตะโกนว่า 'เราได้พอตเตอร์' ซ้ำ ๆ เหมือนเยาะเย้ยอีกบ้าน


          จะมีใครตะโกนว่า 'เราได้สเปนเซอร์' ให้ผมไหมนะ ผมว่าไม่มี


          "เอ้า เงียบ ๆ หน่อยคุณพอตเตอร์ หมวกเลือกแล้ว นั่งลงกับที่" ศาสตราจารย์สเปราต์บอกพอตเตอร์อีกคนที่อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ และเริ่มเรียกชื่อที่เหลือ


          ตอนนี้เหลือแค่สี่คนเอง มีผม เด็กแฝด แล้วก็เด็กผู้หญิงผมแดงคล้ายกับโคลอี้


          "สคามันเดอร์, ลอร์แกน"


          หนึ่งในแฝดที่ยืนอยู่ข้างหน้าผมเดินออกไป ตัวเอสแล้ว ใกล้ชื่อผมแล้วทุกคน


          "ฮัฟเฟิลพัฟ!"


          "สคามันเดอร์, ไลแซนเดอร์"


          "เรเวนคลอ!"


          "สเปนเซอร์, เบลค"


          เอาล่ะ ตาผมแล้ว ผมขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ ศาสตราจารย์วางหมวกลง และปีกหมวกบดบังทุกอย่างจดหมด ไม่เห็นอะไรในห้องโถงเลย


          "ไหนดูสิว่าใคร" เสียงทุ้มแหบ ๆ ดังขึ้นในหัว นี่หมวกคุยกับผมหรอ "อืม กริฟฟินดอร์ก็ดี--"


          "ไม่เอากริฟฟินดอร์ฮะ" ผมแย้งหมวกทันที ผมไม่อยากอยู่กับไอ้โจนาส


          "ไม่เอากริฟฟินดอร์ แปลก เด็กส่วนใหญ่อยากเข้าบ้านนี้"


          "ผมส่วนน้อยล่ะมั้ง"


          “สลิธีริน... ไม่ ๆ ยังไม่เหมาะ ฮัฟเฟิลพัฟ... ยิ่งไม่ใช่ อืม ถ้างั้น... เรเวนคลอ!"


          เยี่ยม! ผมได้อยู่กับโคลอี้แล้ว พอศาสตราจารย์ดึงหมวกออกผมก็เดินไปที่โต๊ะเรเวนคลอทันที โคลอี้เขยิบให้ผมไปนั่งข้าง ๆ


          "ดีใจที่นายได้เรเวนคลอ"


          "แต่ฉันดีใจมากกว่าที่ไม่ได้อยู่กริฟฟินดอร์" ผมบอกเธอ และเด็กคนสุดท้ายก็ได้รับการคัดสรรไปบ้านกริฟฟินดอร์


          เธอชื่อโรส วีสลีย์ และผมประหลาดใจนิดหน่อยที่เธอนามสกุลเหมือนดอม แต่ก็คงเป็นญาติกันนั่นแหละ


          "ยินดีต้อนรับสู่ปีการศึกษาใหม่" อาจารย์ใหญ่มักกอนนากัลพูดขึ้น "สำหรับปีหนึ่ง ป่าต้องห้ามคือเขตหวงห้ามทุกกรณี และพวกปีโต ๆ ก็ขอให้รู้กันได้แล้ว"


          ผมเห็นเธอจ้องที่โต๊ะกริฟฟินดอร์เป็นพิเศษด้วย ท่าทางเด็กเด็กบ้านนี้จะเซี้ยวน่าดู


          "คุณฟิลช์ ภารโรงของเรา ฝากมาบอกเป็นรอบที่เจ็ดสิบสองว่าอย่าเสกคาถาบริเวณระเบียงทางเดิน เรื่องการคัดตัวควิดดิชของแต่ละบ้าน มาดามฮูชจะติดประกาศไว้ที่หน้าห้องเก็บไม้กวาด สุดท้าย ขอให้ทุกคนอร่อย"


          อาจารย์ใหญ่พูดเสร็จ อาหารมากมายก็โผล่ขึ้นมาบนโต๊ะ ถ้าตาผมทำอาหารได้น่ากินเหมือนที่อยู่บนโต๊ะก็คงดี


          ผมไม่เคยกินข้าวเย็นพร้อมกับคนเยอะ ๆ แบบนี้มาก่อน ปกติเวลาไปโรงเรียนก็กลับมากินข้าวกับตา และร้านอาหารก็คนไม่เยอะเท่านี้ด้วย


          โคลอี้นั่งกินพุดดิ้งเงียบ ๆ เธอเลือกทานของหวานก่อนของคาว ในขณะที่หนึ่งในแฝดบ้านสคามันเดอร์กำลังพูดคุยกับเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลไหม้


          เดี๋ยวค่อยทำความรู้จักกันตอนเรียนก็ได้ เพราะตอนนี้ผมขอกินก่อน หิวมาก












"พี่สาวครับ สวัสดีครับพี่ครับ"

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          ดูทรงแล้วอนาคตตาเบลคนี่กลายเป็นลูกน้องพี่ดอมแน่ แล้วโคลอี้ก็จะเป็นลูกน้องตาเบลคอีกที 555555555

          ดอมินีคเป็นลูกสาวของบิลกับเฟลอร์ค่ะ จริงๆแล้วพี่ดอมเป็นลูกคนที่สอง แต่เรื่องนี้เราขยับให้มาเป็นน้องเล็กแทน แล้วย้ายลูอีไปเป็นพี่ เรียงจากโตไปเล็กก็จะเป็น วิกตัวร์ ลูอี และดอมินีค

          เรื่องแฝดสคามันเดอร์ เราปรับไทม์ไลน์ให้สองแฝดเกิดทันรุ่นอัลบัสค่ะ ตามข้อมูลบอกว่าลูน่ากับรอล์ฟมีลูกหลังพวกแฮร์รี่ แต่ไม่ได้ค่ะ ไม่ทันกิน ดิชั้นขอปรับบบบบ

          ค้นไปค้นมาเนี่ย วีสลีย์อยู่กันยั้วเยี้ยเลยค่ะ แทบจะครองโรงเรียนและบ้านกริฟฟินดอร์กันเลย



/เสียหน้ามากเจอเด็กด่ากวนตีน/


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 738 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,697 ความคิดเห็น

  1. #2660 jrthy681 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 11:01
    อันนี้แนวชายหญิง-ือชายชายฮะ??
    #2,660
    1
  2. #2526 myQ_min (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 00:21

    เด็กมันแสบค่ะ โอ้ย555555

    #2,526
    0
  3. #2235 dissilyn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 00:28
    เบลคมันแสบบบบ ตอนอ่านละรู้ว่าทันรุ่นลูกแฮร์รี่คือแทบกรี๊ดแงงงงง
    #2,235
    0
  4. #1924 Pearlyz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:46

    โอโห้ สนุกอ่ะ ตลก เเต่อยากจะบอกว่าเค้าจำชื่อไม่ได้ 5555

    #1,924
    0
  5. #1701 P.NUT☆彡 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 16:17
    ชื่อดอม มาดแมนมาก แต่ก็สวยมากเช่นกัน
    #1,701
    0
  6. #1335 Piszerel (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 18:20
    แล้วรุ่นยุคสมัยจนมาถึงแมงป่องน้อยนะคะ~ >><<
    #1,335
    0
  7. #908 มออานอซอเอ X Grill. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:05
    ฮือตลกมาก55555 ชอบน้องเบลคเว่อ เจอหย้ากันครั้งแรกก็พูดตรงจ้าดดด สมกับเป็นรู้ดเรเวนคลอบอยจีงๆ นานๆ ทีบ้านนกจะได้เฉิดฉายกับเค้าบ้าง
    #908
    0
  8. #834 julietandromeo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 03:47
    น้องเล่นเฮย์เดย์ด้วย55555555555อง
    #834
    1
  9. #422 K-H-A-W-F-A-N-G (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:40

    ตั้งแต่อ่านมา พึ่งรู้ว่าเป็น next gen คือ-ช่วงที่ไรท์เขียนก่อนตอนแรกนี่ไม่ได้อ่าน 5555 ตอนแรกก็งง เอ๊ะ! ทำไมเป็น ศจ.สเปราต์ ล่ะ ปกติต้องเป็นมักกอลนากัลไม่ใช่หรอ สรุปก็คือ รุ่น 2

    #422
    1
  10. #375 Hazel_nut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:03
    ท่าทางบ้านจะเสียคะแนนเพราะเบลค ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่มันต้องหาเรื่องป่วนๆ แน่ 555
    #375
    0
  11. #281 bxnkbkck (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:45

    เมจดอมินิคดีมากกกกก สวย แต่นางดูมีความเท่ อารมณ์แบบลูกพี่ดี เป็นเจ๊ให้เจ้าเบลคได้5555555555
    ก็คือแทบกรี๊ดตอนอ่านถึงสกอร์เปียส แบบรู้กกกกกก คุณพ่อหนูเป็นไงบ้างคับ ฝากบอกหน่อยว่าคิดถึงมาก 5555555555
    ชั้นละรักรีแอคของเด็กสลิธีรินตอนได้น้องอัลบัสจริงๆ ชอบความเยาะเย้ย ทำดีมากที่รัก (ก็คืออวยบ้านตัวเอง คริ)
    เบลคกับเรามีสิ่งเหมือนกันสองอย่างคือ 'ไม่เอากริฟฟินดอร์' และเป็นทาสแมว ชั้นรักแกเบลค เราไปด้วยกันได้ไอหนู
    #281
    0
  12. #147 pinkmagenta (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:24

    "ไม่เอากริฟฟินดอร์ ไม่เอากริฟฟินดอร์" มีความเดจาวู 555

    #147
    1
  13. #22 Nekoijump (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:57

    กรี้ดดดดดดดดดดดดแแดแ!!!!!!สกอร์เปี๊ยสสสาสสสส!!!!!!!;__;ฮืออออออออ เอาละเว่ยยยย สกอร์กับอัสบัสได้อยู่ในทีมควิสดิชสลิธีรินแน่ๆอะแต่แบบฝาแฝดสคาเมนเดอร์ฮือออออออน้องงงงงงงงง เอาจริงๆคิดว่านางเอกอาจะเป็นมาริลินนะคะ555555555ดอมกับโคลอี้คงแบบเอ๊ะมันง่ายไปไหมนะ55555555ตาเบลคจะไฝ้วตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะคะลูก สามบ้านคือดีงามมมมฮืออออเลือกไม่ถูกเรยยย ฟฟฟฟฟฟฟฟ

    #22
    1
  14. #15 msyokky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 15:31
    วีสลีย์อีสเอฟวรี่แวร์มากๆ พี่สาวเท่มากกกกกก
    #15
    1
    • #15-1 jujuly(จากตอนที่ 2)
      22 ธันวาคม 2561 / 15:57
      วีสลีย์ครองฮอกวอตส์ มองไปทางไหนก็เจอออ
      #15-1
  15. #9 _ขนมปัง_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 01:23

    เกลียดกริฟฟินดอร์ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เฮอะ! พอตเตอร์ก็พอตเตอร์ โทษที เขาอยู่สลิธีรินย่ะ
    #9
    1
    • #9-1 jujuly(จากตอนที่ 2)
      21 ธันวาคม 2561 / 14:32
      ต้องมีน้ำใจนักกีฬานะคะ ณ จุดๆนี้
      #9-1
  16. #8 Lyra_Selwyn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:02

    ดอมินีคอยู่ปีอะไรหรือคะ?

    #8
    1
  17. #6 XzLeon.IR79 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 15:25
    ความเฮย์เดย์กับความกวนตีนนั้น😂
    #6
    1