Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 19 : 19 | ว่าด้วยเรื่องตระกูลส้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 376 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


19

ว่าด้วยเรื่องตระกูลส้ม






          เปิดประตูครั้งที่หนึ่ง


          "โรเจอร์ พี่ต้องคอยป้อนนมมันด้วยนะ"


          เปิดประตูครั้งที่สอง


          "โรเจอร์ อย่าปล่อยให้มันหนาวเด็ดขาดนะ เช็คอุณหภูมิห้องด้วย"


          เปิดประตูครั้งที่สาม


          "โรเจอร์ ถ้ามันร้องพี่ต้องรีบไปดูเลยนะ"


          เปิดประตูครั้งที่สี่


          "โรเจอร์--"


          "ถ้าห่วงขนาดนี้ไม่แบกไปบ้านเพื่อนด้วยเลยล่ะ"


          "ผมเขียนเอาไว้หมดแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง อ่านด้วยนะพี่" ผมกำชับโรเจอร์อีกครั้ง


          "เออ! ครั้งเดียวก็รู้เรื่องแล้ว ไปไป๊!"


          เปิดประตูครั้งที่ห้า


          "โรเจอร์--"


          "ถ้ายังไม่หยุดนะเบลค ฉันจะโยนลูกแมวทั้งคอกลงจากตึกสิบเก้าชั้นเดียวนี้แหละ"


          "เฮ้ย! อย่านะ ถ้าพี่ทำร้ายแฟมิลี่ของผมแม้แต่ปลายเล็บผมจะสาปพี่เป็นกบ" ผมพุ่งหลาวเข้ามาในห้องอีกรอบหลังจากเดินเข้าเดินออกมาสักพัก


          "น่ากลัวจังเลย ได้ข่าวใช้เวทมนตร์ข้างนอกโรงเรียนไม่ได้ไม่ใช่หรอ"


          "ตาผมใช้ได้"


          "เออ อันนี้สิน่ากลัว" โรเจอร์พยักหน้า ก่อนจะเดินมาหาผมและดันหลังให้ผมออกไปจากห้อง


          "ฝากด้วยนะพี่ วันเดียว เดี๋ยวผมก็กลับมาแล้ว"


          "บอกว่ารู้แล้วไง ฉันเรียนหมอนะ เรื่องดูแลแมวแค่นี้จิ๊บ ๆ"


          "ไม่ใช่ว่ามัวแต่หลับนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้เรียนสัตวแพทย์สักหน่อย ผมก็ต้องย้ำสิ"


          "เอ หรือฉันจะขึ้นไปดาดฟ้าแล้วจับโยนลงมาทั้งคนทั้งแมวดีนะ"


          "โอเค ๆ ไม่พูดแล้ว ผมไปแล้วนะ" ผมบอกโรเจอร์ที่ดูเหมือนจะรำคาญขึ้นทุกขณะ


          ก็คนมันเป็นห่วงนี่


          "สักทีเถอะ"


          "ถ้างั้นเจอกันตอนเย็นฮะ"


          "บาย"


          ปัง! กริ๊ก!


          โรเจอร์ใช้เท้ายันผมออกจากห้อง ขอขีดเส้นใต้คำว่าเท้า พร้อมกับปิดประตูใส่หน้าและลงกลอนเหมือนกลัวว่าผมจะเข้าไปอีก ได้ข่าวว่านี่ห้องผมนะ พี่เขาถีบผมออกมาแบบนี้ได้ไง


          วันนี้ผมจะไปกินข้าวกลางวันที่บ้านของโคลอี้ แต่ผมก็ต้องเลี้ยงแฟมิลี่ของผม ตาก็ไม่อยู่ ประจวบเหมาะกับโรเจอร์ได้หยุดสามวัน และตัดสินใจไม่กลับบ้านในช่วงคริสต์มาส ผมเลยเสนอหน้าไปขอร้องแกมบังคับให้โรเจอร์ช่วยเลี้ยงแมวให้หน่อย โดนบ่นมาแต่ไม่เป็นไร ผมหน้าด้านพอ


          ลอนดอนตอนนี้หนาวแต่ก็ยังถือว่าทนได้ มีเกล็ดหิมะตกลงมาบ้างบางวันให้เข้ากับบรรยากาศ บางวันก็เป็นเม็ดฝนไปเลย เป็นประเทศที่ฝนตกทั้งปีจริง ๆ


          ผมนั่งรถบัสมาที่ร้านหม้อใหญ่รั่วตอนสิบเอ็ดโมงตามที่นัดกับโคลอี้เอาไว้ ผมพบเจอปัญหาใหญ่หลวงอย่างหนึ่งคือกางเกงของผมเต่อหมดเลย (กางเกงนักเรียนก็ขาลอยมาพักหนึ่งแล้ว) ตัวที่เคยยาวจนต้องพับก็กลายเป็นว่าใส่ไปแล้วเห็นตาตุ่มเฉย ไอ้เต่อน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ยัดไม่ลงนี่ผมอยากจะร้องไห้ พยายามปลอบใจตัวเองอยู่ว่าผมอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ไม่ได้อ้วนออกข้าง


          สุดท้ายผมก็ต้องใส่กางเกงยีนส์สีดำยาวเหนือตาตุ่มที่เข่าขาด ซึ่งมันไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ในการพบปะผู้ใหญ่ แต่ให้ทำไงล่ะ ผมใส่ได้ตัวเดียวแล้ว ตัวอื่นก็อยู่ที่หอเรเวนคลอไม่ได้เอากลับมาด้วย อาศัยใส่เสื้อโค้ทสีเบจให้มันดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาแทน


          ถ้าโคลอี้ไม่กำชับมาว่าให้แต่งตัวดี ๆ ผมจะใส่กางเกงวอร์มกับเสื้อฮู้ดไปแล้วนะ


          ในร้านหม้อใหญ่รั่วมีลูกค้าหนาตาเหมือนเดิม ใช้เวลาไม่นานผมก็เห็นโคลอี้ในเสื้อตัวยาวสีแดงยืนกินไอศกรีมอยู่ที่มุมหนึ่ง


          หนาวขนาดนี้ยังจะกินอีก


          เธอไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว มีเอลฟ์ตัวหนึ่งยืนอยู่กับเธอด้วย


          "โคลอี้"


          "ช้าจัง ฉันกินไอติมไปสามถ้วยแล้วนะ"


          "ไม่ได้ค่ะคุณหนู เป็นคุณหนูกินไปแล้วห้าถ้วย" เสียงเอลฟ์ผู้หญิงแย้งขึ้น และถ้าบอกว่าโคลอี้กินสิบถ้วยผมก็ไม่แปลกใจหรอก


          "มัวแต่ดูลูกแมวอยู่น่ะ กำลังซนเลย ปีนไปทั่ว" หยุดมาสามสี่วันเหมือนผมไม่ได้หยุดเลย พอเจ้าพวกลูกแมวลืมตาและเดินคล่องมันก็เดินสำรวจห้องไปเรื่อย


          โคลอี้ตักไอศกรีมเข้าปากคำสุดท้ายก่อนจะเดินไปทิ้งขยะ เธอเดินกลับมาพยักหน้าให้เอลฟ์ประจำบ้าน จับมือมันเอาไว้ข้างหนึ่ง และอีกข้างก็จับมือผม


          "หายตัวหรอ ฉันนึกว่าเราจะไปทางเครือข่ายผงฟลู"


          "ก็ไปทางนั้นนายก็จะได้เข้าในบ้านเลยน่ะสิ ฉันอยากพานายเดินเข้าบ้านจากรั้วมากกว่า"


          "ฉันขี้เกียจเดิน"


          "ไม่ได้ ทีนายยังพาฉันขึ้นรถก่อนจะพาไปบ้านเลย"


          "มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ"


          "เหมือน ไปเลยจีจี้ หายตัวไปหน้าบ้านนะ"


          "ค่ะคุณหนู"


          แล้วเอลฟ์สาวนามจีจี้ของโคลอี้ก็พาผมหายตัวออกจากลอนดอน

 





          ลมทะเลคือสิ่งที่ปะทะหน้าผมเป็นอย่างแรก ลมพัดแรงจนผมต้องหยีตา และคอยจับหมวกไหมพรมไว้ไม่ให้ปลิว รู้งี้ไม่เป่าไดร์มาก็ดี โดนลมที่นี่ก็แห้งเหมือนกันแหละ


          บ้านของโคลอี้อยู่ที่ไบรตันทางริมชายฝั่งทะเลตอนใต้ของประเทศอังกฤษ ที่นี่แดดออก และอากาศอุ่นกว่าลอนดอนนิดหน่อย นิดเดียวเท่านั้นแหละ เพราะลมที่พัดมาเย็นมากจนผมจนผมต้องหดคอเข้าไปในเสื้อให้มากที่สุด


          จีจี้พาเรามาที่หน้ารั้วเหล็กดัด มีตัวอักษรสีทองเขียนว่าเคลเมนไมน์อยู่ตรงกลาง กลิ่นซิตรัสเตะจมูกผมทันทีที่เดินเข้ารั้วมา บ้านของโคลอี้เป็นบ้านสไตล์โคโลเนียล ทรงสี่เหลี่ยมและสมมาตร หน้าต่างแต่ละบานแบ่งระยะอย่างเท่า ๆ กัน ตัวบ้านทำจากอิฐสีส้มแดง รอบบ้านปลูกต้นส้มเอาไว้ มีทั้งดอกส้มและผลส้มแข่งกันห้อยอยู่บนกิ่ง


          ผมรู้เลยว่าของหวานบ้านนี้ต้องมีส้มเป็นส่วนผสมหลักแน่ ๆ


          "บ้านเธอมีแต่ส้ม" ผมบอกโคลอี้ ตอนนี้เราเดินใกล้ถึงตัวบ้านแล้ว ไกลเหมือนกันแต่มองต้นส้มแล้วก็เพลินดี ใครบอกว่าดอกส้มสีทอง มันสีขาวต่างหาก


          "ตระกูลฉันเพาะพันธุ์ส้มไร้เมล็ดน่ะ พอสำเร็จก็ตั้งชื่อเคลเมนไทน์ตาม" โคลอี้เดินบอกชิล ๆ


          "ทำไมฉันไม่เห็นรู้ เธอบอกแค่ว่าตระกูลเธอเป็นเลือดบริสุทธิ์หัวโบราณ"


          "ก็ใช่"


          "แต่เพาะพันธุ์ส้ม?"


          "อืม แปลกตรงไหน"


          "ไม่แปลกหรอก"


          ผมไหวไหล่ ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่าอากาศในบ้านของโคลอี้แตกต่างจากนอกรั้วโดยสิ้นเชิง ข้างนอกลมแรง มีกลิ่นเค็มทะเล และนกนางนวลบินให้ว่อน แต่ในบ้านของโคลอี้กลับชวนให้รู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิ ลมสงบ และมีแต่กลิ่นส้ม


          เวทมนตร์นี่เนอะ จะทำอะไรก็ได้


          "โฮ่ง!"


          แต่โคลอี้จะมีหมาตัวเท่าหมีไม่ได้!


          สุนัขพันธุ์เกรทไพเรนีสตัวผู้สีขาวตัวใหญ่หน้าตาเหมือนหมีขั้วโลกวิ่งออกมาอย่างเริงร่า มันหมอบขาหน้าและสายห่างดิ๊ก ๆ อยู่ตรงหน้าโคลอี้


          "โพลาร์ นี่เบลคนะ เพื่อนฉันเอง เบลคนี่โพลาร์" โคลอี้แนะนำหมาตัวเบิ้มของเธอ


          "โฮ่ง!"


          "หวัดดี"


          เจ้าโพลาร์นี่ตัวใหญ่มาก ถ้ามันยืนสองขาคงสูงเลยหัวผมไปเลย คนเราจะต้องเลี้ยงหมาตัวใหญ่ขนาดนี้ไปเพื่ออะไร


          ผมยืนนิ่ง ๆ ให้โพลาร์ดม มันทำจมูกฟุดฟิดไปรอบตัวผม หวังว่าจะไม่ได้กลิ่นแมวแล้วขย้ำผมไปซะก่อนนะ


          "โฮ่ง!"


          "เหวอ!"


          เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ อยู่ ๆ ไอ้หมายักษ์ก็ยืนสองขาแล้วก็กระโดดใส่ผมเฉยเลย โชคดีที่จีจี้ใช้เวทมนตร์ช่วยดันให้ผมไม่ล้มลงไปก่อน


          "หมาเธอจะกินฉันแล้วโคลอี้!"


          "เว่อน่าเบลค มันก็แค่เล่นด้วย โพลาร์ เบาแรงหน่อยสิ"


          โคลอี้ดีดนิ้วเรียกหมีขั้วโลกที่หวังจะเขมือบผมออกไป อย่าเรียกว่าเล่นเลย เรียกตะครุบดีกว่า ผมปัดขนหมาที่ติดตามเสื้อออก ก่อนจะเดินไปขยุ้มหัวมันแล้วรีบวิ่งตามโคลอี้เข้าตัวบ้าน


          บ้านของโคลอี้ตกแต่งด้วยโทนสีเบจ สีน้ำตาลและสีขาว ดูไปดูมาผมก็กลมกลืนกับบ้านนี้เหมือนกันนะ เลือกสีเสื้อมาถูกจริง ๆ


          "มาแล้วเรอะ" ผู้หญิงวัยใกล้เคียงกับตาของผมเดินออกมาจากมุมหนึ่ง คงเป็นคุณย่าของโคลอี้


          "คุณย่าคะ นี่เบลค เพื่อนหนู"


          "อืม ๆ รู้แล้ว รู้ตั้งแต่เห็นหมวกแล้ว"


          ผมยกมือขึ้นจับหมวกตัวเอง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามันเป็นหมวกที่โคลอี้ให้ผมเมื่อปีที่แล้ว และคนที่ถักมันขึ้นมาไม่ใช่ใครอื่น ย่าของเธอเนี่ยแหละ


          "ขอบคุณสำหรับหมวกนะฮะ"


          "ไม่เป็นไร ๆ มันว่างน่ะ ก็เลยหาอะไรทำไปเรื่อยเปื่อย" คุณย่าบอกยิ้มแย้ม ก่อนจะจ้องกางเกงผม "ใส่จนเยินขนาดนี้เชียว ตัวเก่งสินะ ให้ย่าเย็บให้ไหม"


          "ไม่เป็นไรฮะย่า มันเป็นสไตล์" ผมรีบห้ามย่าของโคลอี้ทันที กางเกงตัวนี้มันแพงเพราะมีรอยขาดเนี่ยแหละ


          "สไตล์แบบพวกมักเกิ้ลสินะ ประหลาดนัก"


          ผมยิ้มตอบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแห้ง ๆ เมื่อเห็นว่าใครเดินมาอีกคน พ่อของโคลอี้เดินหน้านิ่งเข้ามาพร้อมกับกอดอก


          "สวัสดีฮะ"


          "สวัสดี"


          เกิดอาการเดดแอร์ขึ้นภายในบ้าน ไม่มีใครพูดอะไรสักคน ผมจ้องพ่อโคลอี้ พ่อโคลอี้ก็จ้องผม


          "พ่อคะ แม่ตั้งโต๊ะเสร็จหรือยัง" แล้วโคลอี้ก็ถามขึ้นทำลายความเงียบ


          "เสร็จแล้ว ถึงเดินมาตามไง" ว่าแล้วก็หันหลังเดินกลับไปทางที่ตัวเองเดินมา


          เจอพ่อโคลอี้ทีไรเสียวสันหลังทุกที ออร่าพ่อหวงลูกสาวรุนแรงมาก ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ซาบินี่แล้วสิ นี่ขนาดผมเป็นเพื่อนนะยังเสียวขนาดนี้ ถ้ามีคนคิดจะจีบโคลอี้คงต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งมาก ๆ


          ผมเดินตามโคลอี้และคุณย่ามาที่ห้องอาหาร ที่นั่นมีแม่ของโคลอี้รออยู่แล้ว เธอมีผมสีแดงเหมือนกับโคลอี้เปี๊ยบเลย


          "สวัสดีจ้ะ หิวรึยัง?" แม่ของโคลอี้ถามอย่างใจดี หน้าตายิ้มแย้มผิดกับอีกคนลิบลับ


          "ตอนแรกไม่หิว แต่เห็นอาหารแล้วหิวเลยฮะ" ผมขุดสกิลประจบประแจงออกมานิดหน่อย


          "ปากหวานจริง นั่งเลย ๆ"


          สเต็กเนื้อแกะจานโตวางอยู่ประจำที่นั่งแต่ละตัว พ่อของโคลอี้นั่งที่หัวโต๊ะ ทางขวามือเป็นคุณย่าและแม่ของโคลอี้ ส่วนผมกับเพื่อนผมแดงก็นั่งฝั่งซ้ายข้าง ๆ กัน


          "โคลอี้เล่าเรื่องเพื่อน ๆ ให้ฟังประจำเลย ได้ยินบ่อยที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของเธอ" แม่ของโคลอี้พูดขึ้นระหว่างมื้ออาหาร ผมก็ได้ยิ้มเพราะกำลังเคี้ยวเนื้อแกะเต็มปาก ถ้ากินกับตาผมคงพูดทั้งที่ยังเคี้ยวไม่เสร็จไปแล้ว


          "เราเจอกันครั้งแรกบนรถไฟ แล้วจากนั้นก็อยู่ด้วยกันตลอดเลยฮะ" ผมบอกยิ้ม ๆ เรียกคะแนนเอ็นดู รักษาภาพพจน์เด็กดีเอาไว้เบลค


          "ไม่สนิทกับเพื่อนผู้หญิงบ้างหรอโคลอี้" คราวนี้เป็นพ่อของโคลอี้ที่ถาม


          "แอนิต้าไงคะ แต่ว่าสนิทไม่เท่าเบลคแค่นั้นเอง" โคลอี้บอกอย่างสบาย ๆ พร้อมกับดื่มน้ำส้ม


          "นี่สมัยไหนแล้วคุณ ลูกเราจะมีเพื่อนเป็นเพศอะไรก็ปล่อยไปเถอะ เนอะ" ประโยคแรกคุณนายเคลเมนไทน์บอกสามี ก่อนจะหันมาหาแนวร่วมเพิ่มซึ่งก็คือผม


          เอาไงดี เข้าร่วมด้วยดีไหม


          "ใช่ฮะ ใคร ๆ ก็เป็นเพื่อนกันได้ทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับเพศหรอกฮะ" ผมพยักหน้าหงึก ๆ ตามแม่ของโคลอี้ อย่างน้อยผมก็มีเธอหนุนหลังเผื่อพ่อหวงลูกสาวเขาชักไม้กายสิทธิ์ออกมาผมจะได้มีโล่


          "ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่"


          ปากบอกไม่ว่า แต่สายตาน่ากลัวมาก


          "ปากแข็งจริง จ้องเด็กซะตาเขม็งขนาดนั้น" คุณย่าตีมือลูกชายตัวเองเบา ๆ


          "พ่อคะ เราคุยกันแล้วไง เบลคเป็นเพื่อนหนู เป็นคนดีด้วยนะคะ" โคลอี้ยู่หน้าบอก ดูเหมือนโคลอี้จะคุยกับพ่อบ่อยเรื่องผมแน่เลย


          "ใช่ฮะ ๆ ผมเป็นคนดี" ผมพยักหน้าหงึก ๆ ยืนยันอีกคน เรื่องอวยตัวเองขอให้บอกเถอะ


          แล้วคุณพ่อก็ทำหน้าเหมือนจะปลง แล้วก็เปลี่ยนเรื่องมาถามเกี่ยวกับบ้านผมแทน ผมก็เล่าเรื่องตระกูลสเปนเซอร์เท่าที่ผมรู้ แล้วก็เรื่องตากับสำนักพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ต จากนั้นก็คุยเรื่องตระกูลเคลเมนไทน์ต่อ ต้นตระกูลเคลเมนไทน์จริง ๆ อาศัยอยู่ที่ประเทศแอลจีเรีย ก่อนจะย้ายมาที่อังกฤษส่วนหนึ่ง แล้วก็อยู่กันยาวที่ไบรตัน


          โรเบิร์ต เคลเมนไทน์ พ่อของโคลอี้เป็นอัยการ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมทำท่าไม่ชอบผมนัก น่าจะเจอตาผมในชั้นศาลบ่อยแน่ ๆ


          เจนน่า เคลเมนไทน์ แม่ของโคลอี้เป็นหมอ ดูแลเรื่องโรคเรื้อรังต่าง ๆ ของพวกผู้วิเศษ เป็นคนใจดี โดยรวมแล้วก็เป็นผู้หญิงที่น่ารัก เก่งงานบ้านงานเรือน มีเสน่ห์ปลายจวักโดยเฉพาะของหวาน อร่อยมาก ผมทายไม่ผิดเลยว่าบ้านนี้ต้องใช้ส้มเป็นส่วนประกอบหลักแน่ ๆ แล้วก็จริง ทั้งพายส้ม เค้กส้ม ทาร์ตส้ม และอีกสารพัดส้ม ผมได้ส้มตะกร้าเบ้อเริ่มกลับบ้านด้วย


          ส่วนคุณย่าลิเลี่ยนก็เหมือนจะเปิดรับมักเกิ้ล แต่ก็ยังมีกำแพงสูง ผมเล่าเรื่องกางเกงขาขาดอยู่ตั้งนานย่าเขาก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นสไตล์ ถ้าย่าไปเห็นที่ขาดแหว่งมากกว่านี้จะไม่เป็นลมไปเลยหรอ


          จริง ๆ ครอบครัวของโคลอี้ก็อบอุ่นดีนะ มีพ่อที่ดุหน่อยแต่ดูแล้วรักครอบครัวมาก มีแม่ที่ใจดีทำอาหารอร่อย มีย่าที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีตลอดเวลา มีเอลฟ์คอยรับใช้ มีหมาตัวเบ้อเริ่มให้กอดรัดฟัดเหวี่ยง แถมยังมีส้มกินทั้งปีอีก


          แต่ผมก็รู้สึกพอใจกับครอบครัวของตัวเองเหมือนกัน ถึงไม่ได้อยู่ครบพร้อมหน้าอย่างครอบครัวอื่น แต่ตาก็เลี้ยงดูผมมาจนผมไม่ได้รู้สึกขาดอะไรตรงไหน มีเรื่องต่อยตีบ้างแต่ผมก็ไม่ได้เป็นเด็กเกเรออกนอกลู่นอกทาง


          ถ้าผมได้อยู่บ้านสเปนเซอร์ผมคงไม่เป็นผมอย่างทุกวันนี้ ซึ่งผมจะเสียใจมาก เพราะผมรู้สึกชอบตัวเองเวอร์ชั่นนี้สุด ๆ


          ช่วงบ่ายโคลอี้พาผมเดินชมบ้าน นอกจากต้นส้มแล้วก็ยังมีทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ข้างหลัง มีเต่าทะเล และเป็ดเลี้ยงไว้ ตอนแรกผมนึกว่าบ้านโคลอี้จะเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ อึมครึม มีรูปบรรพบุรุษอยู่เต็มบ้านซะอีก


          ผมกลับบ้านในช่วงเย็นโดยมีจีจี้พาหายตัวมาส่งใกล้ ๆ กับคอนโด แต่แทนที่โคลอี้จะกลับเลยเธอกลับขอขึ้นไปเล่นกับลูกแมวบนห้องผมก่อน เดือนร้อนให้จีจี้ต้องพรางตัวเองเพื่อกันพวกมักเกิ้ลไม่ให้ตกใจอีก


          ตาของผมกลับมาแล้ว และกำลังช่วยโรเจอร์จับลูกแมวที่ซนจนไปติดอยู่ที่ซอกตู้แล้วออกมาไม่ได้ ลูน่ากับลูกแมวอีกสามตัวก็ช่วยกันลุ้นอยู่บนโซฟา


          "ทำไมไม่ใช้เวทมนตร์กันล่ะคะ ยกตู้แบบนั้นหนักออก" โคลอี้ถามอย่างสงสัย


          เออนั่นดิ ผมมองตากับโรเจอร์ที่ยกตู้อยู่กันคนละข้าง ทั้งคู่มองหน้ากัน


          "ทำไมตาไม่ใช้เวทมนตร์อ่ะ" โรเจอร์ถาม


          "ก็แกไม่ใช้ล่ะ" ตาถามกลับ


          "ผมเป็นสควิบ"


          สุดท้ายจีจี้ก็ดีดนิ้วทีเดียวลูกแมวก็ออกมาจากซอกตู้ได้อย่างปลอดภัย สงสัยต้องตั้งชื่อให้แล้ว เรียกแต่ลูกแมว ๆ เดี๋ยวกลับโรงเรียนให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลช่วยคิดดีกว่า ขืนคิดเองอาจารย์อาจจะต้องกุมขมับก็ได้ เช่นไอ้ด่างอย่างนี้ อาจารย์กลอกตาใส่ผมแน่ ๆ











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          เป็นตอนสบายๆเดินชมสวนส้ม ส้มเคลเมนไทน์ (Clementine) มีจริงๆนะคะ แต่นิยมอ่านว่าคลีเมนไทน์หรือเคลเมนทีนมากกว่า เป็นส้มตระกูลเดียวกับส้มแมนดาริน ว่ากันว่าเป็นราชินีส้ม มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าส้มคริสต์มาส เพราะออกผลช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม


          บ้านสไตล์โคโลเนียลของโคลอี้ก็จะประมาณนี้ค่ะ



          ส่วนเจ้าโพลาร์หมายักษ์พันธุ์เกรทไพรีนีส (Great Pyrenees) ก็จะตัวโตประมาณนี้ สูงเท่าคนไปเลย



jujuly


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 376 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2676 PCNIO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 17:58
    น้องหมาฟัฟฟี่มากกกก
    #2,676
    0
  2. #2542 myQ_min (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 03:31

    โคลอี้เป็นสาวนี่เตรียมเลยค่ะคุณพ่อส่งจดหมายมาทุกวันแน่


    #2,542
    0
  3. #2247 dissilyn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 12:08
    เหมือนตาจะลืมว่าตัวเองเป็นพ่อมดนะคะ
    #2,247
    0
  4. #925 มออานอซอเอ X Grill. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:03

    แงบ้านโคลอี้ต้องอบอุ่นมากแน่ๆ เลย แต่ตลกคุณตาอีกแล้ว ชาวคอนโดกลางลอนดอนทำไมขายขำกันตลอดเลยค่ะ ฮือ

    #925
    0
  5. #410 Hazel_nut (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 07:34
    คุณตาชอบการเป็นมักเกิ้ลมากกว่ารึเปล่าเนี่ย ใช้ชีวิตเป็นมักเกิ้ลจนลืมใช้เวทมนตร์ไปเลย 555
    #410
    0
  6. #361 Peerada1648 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:59
    น่ารักมากกกกขอโคลอี้เป็นนางเอกได้มั้ยยยยย
    #361
    0
  7. #299 bxnkbkck (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 03:00
    ก็คือ ถ้าเรเป็นเบลคก็ขอตายก่อนค่ะเจอหมาตัวเท่าหมี เป็นคนไม่ชอบหมาและกลัวหมามากๆ แบบมากๆ
    ครอยครัวโคลอี้น่ารักดีค่ะ พ่อหวงลูกสาวแต่ก็น่ารักดี อารมณ์แบบคุณตาของเบลคตอนหวงแม่ของเบลค5555555555
    #299
    0
  8. #227 lamb_san (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:30
    ผมเป็นสควิบ... อยากเข้าไปส่ายหัวให้บ้านนี้จริงๆเลยค่ะ55555
    #227
    1
  9. #216 msyokky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:16
    กรี้ดดดด น้องหมาภาพประกอบน่ารักมากกกก อยากกอดดดดดด
    #216
    1
  10. #202 Lyra_Selwyn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:50
    รอค่าาาา
    #202
    1
    • #202-1 jujuly(จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:00
      ขอบคุณค่าาา
      #202-1
  11. #201 Sun&Moon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:30

    โอ้ยยย คุณตาาาาา เด๋ออีกแล้ววววว5555555555555555555555

    #201
    1
    • #201-1 jujuly(จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:59
      คุณตาเป็นคนตลก 55555555
      #201-1
  12. #200 licey (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:52
    คุณพ่อโคลอี้คือแสกนเพื่อนจนพบว่าควรปลงกับนิสัยเพื่อนลูกสาว----- คุณตานี่ก็โผล่มาฮาตลอด 55555
    #200
    1
    • #200-1 jujuly(จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:59
      พ่อจะวางใจดีไหมมม //คุณตาเป็นคนตลกกก 555555
      #200-1
  13. #199 2002M19 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:35
    โอ้ย ตาหลานคู่นี้55555555 เบลคแกนี่มันหลงตัวเองจริงๆเลย
    #199
    1
    • #199-1 jujuly(จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:58
      มีดีให้หลงฮะ แฮร่!
      #199-1
  14. #198 NppNpp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:01
    เฮ้ยยยย Great Pyrenees หมาในฝันเราเลยค่ะ อยากเลี้ยงมากแต่เป็นภูมิแพ้ TT
    #198
    1
    • #198-1 jujuly(จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:57
      น้องน่ารักมากเลยค่ะ ตัวใหญ่เต็มไม้เต็มมือ อยากเลี้ยงเหมือนกันนนน
      #198-1
  15. #197 WHO IS ME? (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:54
    โอ้ย คุณตาคะ 5555555 ตาหลานก็คือตาหลานจริงๆ เหมือนกันเลยเนี่ย
    #197
    1
    • #197-1 jujuly(จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:56
      เลี้ยงมากับมือ 5555
      #197-1