Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 17 : 17 | ว่าด้วยเรื่องด่าผี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 450 ครั้ง
    28 พ.ค. 62

คำเตือน : บทนี้มีคำหยาบ หากรับไม่ได้ขออภัย ทั้งนี้เพื่ออรรถรสในการอ่านและเข้าถึงตัวละคร (จริงๆก็ไม่ได้หยาบอะไรมากมายหรอกค่ะ แค่เยอะกว่าบทอื่นและผู้พูดพูดด้วยอารมณ์บรรลุแก่โทสะโดยไม่มีความรู้สึกผิดในจิตใจ และไม่มีใครห้าม)

______________________________________________


17

ว่าด้วยเรื่องด่าผี






          ต้นแมนเดรกต้นเล็ก ๆ ที่ผมกับโคลอี้เปลี่ยนกระถางให้ในคาบแรกได้เติบโตจนเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว มันมีอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่าเดิม เริ่มซุบซิบ และมีความลับ


          "คุยไรกันอ่ะ ขอรู้ด้วยดิ"


          "@%#$/#_&€#"


          "อ๋อหรอ แล้วไงต่อ"


          "&@*#&#_@฿÷"


          "จริงอ้ะ!!!"


          "=£#_%@€#^';@€~`"


          ผมยืนมองโจชัว เมนดี้ หรือจอชหัวกะทิแห่งบ้านฮัฟเฟิลพัฟคุยกับต้นแมนเดรก ตอนแรกผมก็นึกว่าจอชแค่แหย่มันเล่น แต่ไป ๆ มา ๆ กลับคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเฉย ทุกคนขมวดคิ้วให้กับการกระทำของจอช ไม่เว้นแม่แต้ศาสตราจารย์สเปราต์


          "พอแล้วคุณเมนดี้ อย่าชวนมันคุยนักเลย เจ้าต้นนั้นยิ่งขี้โม้อยู่ด้วย" อาจารย์บอก "พักจากต้นมะเดื่อคาบที่แล้วไปก่อน วันนี้เราจะมาพรวนดิน และใส่ปุ๋ยให้ต้นแมนเดรกที่เธอเปลี่ยนกระถางให้กันตอนต้นเทอม"


          "นี่ นายเข้าใจที่มันพูดหรอจอช" ลอร์แกนถามเบา ๆ แต่นั่นก็ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินและหูผึ่ง รวมถึงผมด้วย


          "แมนเดรกวัยนี้ต้องการเรียกร้องความสนใจ ที่เห็นทำตัวมีความลับน่ะมันอยากให้เราถามต่างหาก" จอชบอก


          "แล้วสรุปนายฟังมันรู้เรื่องไหม" โลล่าถามซ้ำอีก เพราะจอชตอบไม่ตรงคำถาม


          "ไม่อ่ะ"


          "เอ้า!" เด็กนักเรียนสิบกว่าชีวิตตรงนั้นร้องขึ้นพร้อมกัน


          "มันก็เหมือนคุยกับสัตว์เลี้ยงนั่นแหละ หรือพวกนายเข้าใจภาษาแมว ภาษานกฮูกกันล่ะ"


          โอเคไม่เถียง ทุกวันนี้ผมนั่งคุยกับลูน่าเป็นวรรคเป็นเวรทั้งที่ผมก็ไม่ได้เข้าใจว่าไอ้เมี้ยว ๆ ที่มันร้องคืออะไร แต่ก็เดาได้อยู่นะ


          "เห็นไหม หลักการเดียวกันนั่นแหละ มันต้องการความใส่ใจ"


          จอชดูหล่อขึ้นมาทันตาเมื่อเขาพูดเสร็จ เรียนเก่ง จิตใจดี มีเมตตา เอาใจใส่คนรอบข้าง เพอร์เฟ็คจริง ๆ เสียอย่างเดียว หล่อน้อยกว่าผม


          "น่าจะจับให้ไปอยู่กับโคลอี้ นักบุญกับแม่ชีชัด ๆ เลย" เคลวินพูดกับผมเบา ๆ ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างที่สุด


          "เซนต์จอชกับซิสเตอร์โคลอี้ เข้ากันดี" จากนั้นผมก็หัวเราะคิกคักกับเคลวินสองคน


          "ฉันได้ยินนะ" โคลอี้ยืนเท้าเอวทำหน้าขึงขัง แต่แก้มป่องพองลมนั่นมันน่ากลัวตรงไหนเนี่ย


          "ตั้งใจค่าซิส อย่าโกรธสิ มันไม่ดี มองแง่บวกเร็ว" เคลวินพูดแหย่ ก่อนจะพยายามหลบเม็ดปุ๋ยที่โคลอี้ปาใส่อย่างไม่จริงจังนัก


          "เฮ้! มันโดนฉัน" นี่สิของจริง ยืนหนึ่งเรื่องการบ่น มาริลินหันมาทำหน้าเหวี่ยงใส่ และยกมือขึ้นกอดอก


          "โทษทีมาริลิน" โคลอี้บอกพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ


          "ปุ๋ยใช่ของโยนเล่นที่ไหนกัน"


          "อย่าบ่นนักสิแมรี่ ยังไม่วัยทองสักหน่อย" พอเห็นยัยผมทองนี่บ่นผมก็อดไม่ได้ที่จะแกล้ง ผู้หญิงอะไรบ่นเป็นยายแก่ทั้งที่อายุสิบสอง


          "ใครใช้ให้นายเรียกฉันว่าแมรี่ สนิทกันหรอ?"


          "โอ้ยเจ็บ พี่ใจสลายนะ น้องพูดแบบนี้กับพี่เบลคได้ยังไง" ผมทำเป็นกุมหัวใจอย่างเจ็บปวดไปด้วย เหมือนกับว่าตัวเองเป็นมาร์โคพี่ชายของเธอ


          "ใครน้องนายไม่ทราบ!" ว่าแล้วมาริลินก็ปาปุ๋ยที่โคลอี้ปาไปโดนเมื่อกี้กลับมา


          "ปุ๋ยไม่ใช่ของโยนเล่นนะแมรี่" ผมบอกเธอพร้อมกับปาปุ๋ยกลับไป


          "หยุดเรียกฉันว่าแมรี่ด้วย!"


          "มาริลิน อย่าปาข้าวของสิ" อีริดานัสมาห้ามมาริลินที่กำลังเริ่มพิโรธ


          "อย่าห้ามอีริดานัส ไอ้หมอนี่มันกวนตีนฉัน"


          "เมอร์ลิน! เธอพูดคำหยาบด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้เธอหยุดก่อน อาจารย์เดินมานู่นแล้ว"


          ศาสตราจารย์สเปราต์เดินยิ้มแย้มเข้ามา อาจารย์ร่างท้วมท่าทางใจดีมองผม มาริลิน โคลอี้ และเคลวินทีละคน ก่อนจะพูดอะไรที่พวกผมเสียวสันหลังหน่อย ๆ


          "สนุกกันไหม?"


          "นิดหน่อยครับ" และปากเจ้ากรรมของผมก็ดันพูดออกไป ก่อนจะเจอศอกแหลม ๆ ของเคลวินกระทุ้งเข้า


          "อืมงั้นหรอ" อาจารย์พยักหน้า "ถ้างั้นมาช่วยฉันดูแลต้นไม้สักอาทิตย์เป็นไง กักบริเวณคุณสเปนเซอร์ คุณเคลเมนไทน์ คุณโจนส์ และคุณโลบูต้าหนึ่งอาทิตย์ ไม่ฟังฉันสอนยังพอรับได้ แต่มาเล่นปุ๋ยอันมีค่าแบบนี้ ฉันรับไม่ได้"


          ใจดีแค่ไหนแต่ถ้าล้ำเส้นขึ้นมาก็โหดได้เหมือนกัน และพวกผมก็ดันล้ำถูกเส้น ศาสตราจารย์สเปราต์รักธรรมชาติ ต้นไม้ ดิน หญ้า รวมถึงสิ่งที่ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีอย่างปุ๋ยด้วย ถือว่าช็อคเอาการที่อาจารย์ดูจะโกรธจริงจัง และสองชั่วโมงที่เหลือในคาบสมุนไพรก็ไม่มีใครคุยกันอีกเลย


          "เพราะนายนั่นแหละเบลค สเปนเซอร์ ยังไม่ถึงครึ่งเทอมฉันโดนกักบริเวณสองครั้งแล้วนะ" มาริลินบ่นผมทันทีเมื่อเลิกเรียน


          "เธอก็ปาปุ๋ยเองไม่ใช่หรือไง แล้วอย่ามาพูดเหมือนฉันเป็นต้นเหตุสิ" ผมเถียงกลับ ก็ปาอยู่ด้วยกันแท้ ๆ


          "โคลอี้เลยคนเริ่ม" เคลวินบุ้ยปากไปที่โคลอี้ บุคคลที่ริเริ่มการปาปุ๋ย


          "ถ้านายไม่หลบมันก็จะไม่โดนมาริลิน แล้วมาริลินก็จะไม่ปากลับมา" โคลอี้บอก


          "คือถ้าพวกเธอยืนฟังอาจารย์กันเงียบ ๆ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น" แอนิต้าพูด เธอกับไลแซนเดอร์รอดจากสงครามปุ๋ยและการโดนกักบริเวณ


          "เออ เคลวิน นายอ่ะชวนฉันคุย" ผมโบ้ยความผิดให้เคลวิน ถ้าเขาไม่กระซิบกระซาบกับผมก่อนเรื่องนี้ก็ไม่เกิด


          "ฉันไม่ผิดนะ คิดดี ๆ สิว่าเรื่องนี้มันเริ่มมาจากใคร" เคลวินจิกตาบอก "มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าจอชไม่พูดกับต้นแมนเดรกต่างหาก"


          เออใช่ จอชนั่นแหละผิด ผมอยู่เฉย ๆ ของผมอยู่ดี ๆ ผมไม่ผิด ผมเป็นคนดี

 





          ตอนแรกผมก็เฉย ๆ กับการกักบริเวณกับศาสตราจารย์สเปราต์มาก จนกระทั่งได้เห็นวันเวลาในการกักบริเวณที่ทำให้ผมต้องพลาดควิดดิชนัดที่เรเวนคลอแข่งกับฮัฟเฟิลพัฟ


          บ้านตัวเองลงแข่งอ่ะ ผมอยากไปดู ถึงผมจะไม่ค่อยอินควิดดิชเท่าไลแซนเดอร์ แต่ผมก็อยากไปเชียร์เรเวรคลอแข่งนะ


          "เห้อ ฉันอดไปแปรอักษรเลยเนี่ย" เคลวินบ่นพร้อมกับถอนวัชพืชไปด้วย


          "นั่นสิ ทำไมต้องมาถอนวัชพืชในสนามฝึกบินของพวกปีหนึ่งด้วยก็ไม่รู้" ผมบ่นบ้างอย่างเซ็ง ๆ


          นี่เป็นวันสุดท้ายแล้วที่พวกผมถูกกักบริเวณ วันแรกศาสตราจารย์สเปราต์ให้ช่วยตัดต้นดิตทานี วันต่อมาให้เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พวกปีห้าเรียนแล้วทิ้งไว้ให้เข้าที่ จากนั้นก็ช่วยจิปาถะอื่น ๆ อย่างเช่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ยังดีที่อาจารย์ให้เข้าแค่เรือนกระจกที่ปลอดภัยเท่านั้น ไม่อย่างนั้นกักบริเวณเสร็จคงต้องหามกันไปห้องพยาบาลต่อ


          "ทำกันเงียบ ๆ ไม่ได้หรือไง ฉันสิที่ต้องบ่น เพราะโดนลูกหลงของพวกนาย"


          "คร้าบ ๆ ผิดไปแล้วคร้าบ" ผมบอกมาริลิน ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด เพราะเดี๋ยวจะได้โดนกักบริเวณต่ออีกอาทิตย์แทน


          "อยากได้น้ำฟักทองหวาน ๆ จัง วันนี้แดดแรงชะมัด" โคลอี้ทำงานไปบ่นไป เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนต่างก็บ่นกันหมด


          อากาศตอนนี้ผมเรียกได้อย่างเต็มปากว่าหนาว แต่แดดที่ส่องลงมาหากอยู่กลางแจ้งนาน ๆ เข้าก็ร้อนเอาได้เหมือนกัน แถมปีนี้ก็ดันร้อนกว่าปีที่แล้วอีก ถ้าเป็นปีที่แล้วป่านนี้หิมะตกเต็มสนามหญ้าไปนานแล้ว และผมคงไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งถอนวัชพืชอย่างนี้


          "ฉันเหนื่อยแล้วอ่ะ" เคลวินบอก เขาปาดเหงื่อออกจากใบหน้า เดินไปโยนพวกกาฝากทั้งหลายใส่กระสอบสำหรับเอาไปทิ้งก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงในร่ม


          "เห้ย อย่าอู้ดิ มาช่วยกัน เหลืออีกครึ่งสนามเนี่ย" ผมบอก รีบทำจะได้รีบเสร็จ


          "พักหน่อยก็ดีนะเบลค ฉันจะหน้ามืดอยู่แล้ว" โคลอี้บอกก่อนจะเดินไปนอนแผ่ข้างเคลวิน


          มาริลินก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงาม เธอหยุดถอนวัชพืชและเดินไปนั่งรวมกับเคลวินและโคลอี้ในร่ม แล้วผมจะทำอยู่คนเดียวทำซากอะไรอ่ะ ผมเดินไปโยนวัชพืชที่ถอนได้เต็มมือลงกระสอบ แล้วก็ไปนั่งร่วมวงด้วย เคลวินนอนกับพื้นหญ้าตามโคลอี้ไปแล้ว ส่วนมาริลินก็นั่งเหยียดขา


          ตอนนี้โรงเรียนเงียบมาก เพราะส่วนใหญ่อยู่ที่สนามควิดดิชกันหมด ผมได้ยินเสียงดอมพากย์มาแว่ว ๆ ด้วย แต่ก็ฟังไม่ได้ศัพท์เท่าไหร่


          "แขนพี่เธอเป็นไงมั่ง" ผมถามมาริลินเพราะเพิ่งนึกได้ว่ามาร์โคบาดเจ็บจากการแข่งควิดดิชครั้งที่แล้ว


          "ไหล่หลุด เอ็นฉีก ตอนนี้เข้าเฝือกอยู่ มาดามพรอมฟรีย์ให้เขาพักสามเดือน บำบัดอีกสองเดือน นัดต่อ ๆ ไปคงให้สกอร์เปียสลงแข่งแทน แล้วแมวนายอ่ะ จะคลอดยัง ช่วงนี้ไม่เห็นเลย"


          "น่าจะคลอดก่อนวันหยุดคริสต์มาส แฮกริดบอกมาแบบนี้ ลูน่าก็เอาแต่นอน ไม่ออกจากหอเลย"


          "คุณนายมัลฟอยก็ใกล้คลอดเหมือนกัน สกอร์เปียสเร่งวันเร่งคืนอยากกลับบ้านตลอดเวลา"


          ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ เราอยู่กันเงียบ ๆ จนกระทั่งโคลอี้โพล่งขึ้นมา


          "เอ้อ! ฉันลืมบอก" โคลอี้ยันตัวลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ "โลล่าเอาทาร์ตไข่มาให้เมื่อวาน ฉันลืมแบ่งให้พวกนาย"


          "ลืมหรือกินหมดไปแล้วล่ะคะซิส" เคลวินถาม


          "ยังไม่ได้กินสักหน่อย พอดีเมื่อวานง่วงมาก ไม่อย่างนั้นพวกนายก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าโลล่าให้ขนมมา"


          "อู้งาน อู้งาน จะฟ้องโพโมน่า จะฟ้องโพโมน่า!" เสียงร้องของพีฟส์ทำเอาพวกผมกลอกตากันเป็นแถบ มันชอบนักล่ะที่จะได้แกล้งเด็กนักเรียน


          "เราก็แค่พัก" โคลอี้บอก


          "อู้ พวกเด็กอู้งาน ไม่นานต้องโดนตี!"


          "น่ารำคาญ" มาริลินพูด


          แต่ยิ่งต่อความยาวสาวความยืดพีฟส์ก็จะยิ่งชอบใจ มันมองไปที่สนามก่อนจะเหยียดยิ้มที่มองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่ามีแผนไม่ดีซ่อนอยู่แน่ มันลอยไปแถว ๆ กระสอบใส่วัชพืชที่พวกผมนั่งหลังขดหลังแข็งถอนกันตั้งแต่เช้า จากนั้นก็ทำให้กระสอบทั้งหมดล้มหกกระจายเต็มพื้น แถมยังทำให้เศษต่าง ๆ ปลิวว่อนไปทั่วสนามอีก


          เคลวินกับโคลอี้ที่นอนกันอยู่ชิล ๆ ในตอนแรกรีบลุกขึ้นพร้อมกับโวยวาย มาริลินก็ลุกขึ้นเหมือนกันแต่เธอยืนกุมขมับเฉย ๆ ตอนนี้เศษวัชพืชและอะไรต่อมิอะไรเต็มสนามไปหมดด้วยฝีมือของพีฟส์ มันหัวเราะร่าอย่างสะใจ แล้วก็คิดจะลอยหนี


          ไอ้ผีบ้านี่... ชักจะหงุดหงิดแล้วนะ


          "เดี๋ยว!" ผมตะโกนเรียกเมื่อพีฟส์ลอยผ่านหน้าผมไป


          "มีอะไรเจ้าเด็กปีสองตัวกะเปี๊ยก" พีฟส์หันมาถามอย่างเล่นหูเล่นตา "จะขอบคุณหรอ"


          ขอบคุณพ่อมึงเส้!


          ผมลุกขึ้นยืน เดินไปหามัน ก่อนจะชี้ไปที่สนามที่มันทำผลงานชิ้นโบว์แดงไว้


          "ก่อนจะไปช่วยทำให้กลับเป็นเหมือนเดิมด้วย"


          "ไม่ล่ะ งานใครก็ทำสิ แบร่!" มันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ผม โว้ย! ไอ้ผีห่าซาตาน โมโหแล้วนะ!


          "หึ ผีนรกรกโลก ถ้าไม่มีแกอยู่สักตัวล่ะก็ฮอกวอตส์คงน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นสิบเท่า"


          "พูดว่าอะไรนะไอ้หนู"


          "ได้ยินไม่ชัด? โอเคได้ แคะหูเตรียมไว้เลยนะ ฉันจะพูดแค่รอบเดียว แล้วพูดยาวด้วย"


          ผมยืนเท้าเอวบอกมัน ออกจะดูเพี้ยน ๆ ไปสักหน่อยถ้าใครมองมาแล้วเจอผมยืนเถียงอยู่กับผีโพลเตอร์ไกส์ แต่ผมจะไม่ทน! เหนื่อยก็เหนื่อยยังมาเจออะไรแบบนี้ ผมสูดหายใจเข้า จ้องพีฟส์เขม็งและยกมือขึ้นชี้หน้ามัน


          "แกน่ะมันเป็นผีไร้ประโยชน์ ไม่รู้จะเกิดมาทำไม เกิดมาก็เดือดร้อนคนอื่นเขา สร้างแต่ความวุ่นวาย น่ารำคาญ! ถามจริงนะ เป็นไรมากป่ะ? ขาดความอบอุ่น? อ้อ ลืมไป เป็นผีไม่ต้องการหรอกมั้งความอบอุ่นน่ะ แล้วชอบมากสินะที่ทำให้คนอื่นเขาเดือนร้อนกันไปทั่วเนี่ย โรคจิตอ่อ หรือรู้สึกดีเวลามีคนด่าคนว่า หรือชอบที่มีแต่คนคอยสาปส่ง แล้วว่างมากนักหรือไงถึงมาป่วนฉัน ไอ้วัชพืชพวกนั้นฉันกับเพื่อนถอนกันเป็นชั่วโมง ๆ แล้วแกก็มาทำเละเทะไปหมด มีสิทธิ์อะไรห้ะ! คิดว่าตัวเองจะทำะไรก็ได้หรือไง ไปที่ไหนก็ฉิบหายที่นั่น ละอายใจบ้างไหม รู้สึกผิดบ้างไหม ผีในฮอกวอตส์มีเยอะแยะแต่ไม่มีใครเขาทำตัวน่าถีบน่ายันตีนเหมือนแกหรอก เวลาเด็กหลงสุภาพสตรีสีเทาก็ช่วยบอกทาง ของหายก็ช่วยหา บาทหลวงอ้วนคอยปลอบเด็กที่มีปัญหาหนัก ๆ จนร้องไห้ด้วยมุกตลก นิคหัวเกือบขาดก็รายงานข่าวสารความเป็นไปในโรงเรียนตลอด ส่วนบารอนเลือดถึงจะไม่ได้ทำอะไรแต่เขาก็ไม่ระรานคนอื่น อยู่เงียบ ๆ ในมุมของตัวเอง แล้วแกมีอะไรบ้างฉันขอถามหน่อย ชีวิตนี้คิดจะมีอะไรดี ๆ กับเขาบ้างป่ะ หรือพอใจแล้วที่เป็นผีมีความคิดน้อยน่าสมเพชเวทนาแบบนี้ เอ พวกผีโพลเตอร์ไกส์นี่เกิดมามีสมองไหมนะ แต่ดูแล้วน่าจะไม่มี เพราะถ้ามีคงไม่ทำตัวไร้สมองยิ่งกว่าสัตว์เซลล์เดียวหรือไฮดราที่ขยับขึ้นมามีหลายเซลล์-- อ้อเดี๋ยว ๆ อย่างแกน่าจะไม่รู้จักหรอก จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ ให้นะ สัตว์เซลล์เดียวน่ะมันไม่มีสมอง ส่วนไฮดรามันเป็นสัตว์ชั้นต่ำ ตัวกลวง พัฒนาการทางสมองและระบบประสาทแทบไม่มี กินข้าวทางไหนก็ขี้ออกทางนั้น บางครั้งก็โง่กินขี้ตัวเอง"


          ผมเว้นช่วงหลังจากแร็ปมายาวเหยียด พีฟส์อ้าปากค้าง ส่วนโคลอี้ เคลวินและมาริลินยืนฟังอยู่เงียบ ๆ


          "โหดร้าย! โหดร้ายมาก เกิดมาไม่มีใครเคยพูดกับฉันแบบนี้ ฮืออออ!" พีฟส์หน้าบิดเบี้ยว เบะปากร้องไห้น้ำตานองหน้า มันกำลังจะลอยหนีไปอีกรอบแต่มีหรอที่ผมจะยอม


          "หยุด ฉันยังพูดไม่จบ!" พีฟส์หยุดและหันมาหาผม หน้าตาที่น่าเกลียดอยู่แล้วยิ่งน่าเกลียดเข้าไปอีก "แกน่ะเป็นผีไร้สำนึก ฉันด่าขนาดนี้ยังสำเหนียกไม่ได้ว่าควรทำอะไร ทุเรศมาก สร้างปัญหาให้คนอื่นแล้วก็คิดจะหนีไปหน้าตาเฉย ไอ้ผีเห็นแก่ตัว แล้วถ้ายังโง่ดักดานอยู่จนคิดเองไม่ได้ล่ะก็เดี๋ยวเด็กปีสองตัวกะเปี๊ยกอย่างฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้ ไม่ได้ใจดีอะไรหรอกนะแค่สมเพชที่แกไม่มีสมองให้คิด นู่น! ทำอะไรไว้ก็ช่วยไปเคลียร์ด้วย แล้วทำให้เหมือนเดิมทุกอย่างนะ อะไรเคยอยู่ตรงไหนก็ไว้ที่เดิม ทำให้สนามนี้มันอยู่ในสภาพก่อนที่ตัวฉิบหายอย่างแกจะมาถึง"


          ผมพ่นลมหายใจ รู้สึกโล่งขึ้นเมื่อได้ด่าไอ้ผีห่านี่เสร็จ พีฟส์ส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น มันลอยไปเก็บสิ่งที่มันทำไว้ทั้งน้ำตา มันเก็บวัชพืชลงกระสอบตามเดิม เศษดินเศษหญ้าและอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องก็กลับคืนสู่ที่ของมัน ดูเหมือนพีฟส์จะทำเกินที่ผมสั่งไปหน่อยด้วย มันกวาดวัชพืชหมดเรียบทั้งสนาม เหลือไว้แค่หญ้าเนียนกริ๊บสีเขียวขจี ซึ่งดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องทำต่อ ปวดหลังไปหมดแล้วเนี่ย


          ตามระเบียงทางเดินมีเหล่าผีลอยกันหน้าสลอน คงจะได้ยินเสียงพีฟส์ร้องและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รูปภาพรูปใหญ่ที่หันหน้าเข้าหาสนามก็ดูจะมีประชากรในภาพอัดแน่นจนเกินไปหน่อย บางคนตกเฟรมก็พยายามเข้ามาในเฟรมเพื่อดูเหตุการณ์ให้ได้ พอพีฟส์ทำให้สนามกลับมาเป็นเหมือนเดิมเสร็จมันก็รีบลอยหนีไปพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นและร้องไห้ฮือ ๆ ไม่มีผีตัวไหนตามไปปลอบมันด้วยซ้ำ


          "เบลค นายสุดมาก ฉันไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" เคลวินพูดอย่างทึ่ง ๆ มองตามพีฟส์ไปแบบงง ๆ


          "คำพูดคนเป็นอาวุธที่น่ากลัวจริง ๆ" โคลอี้พูดเบา ๆ


          "ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ได้มีแค่บารอนเลือดที่ปราบพีฟส์ได้แล้วมั้ง" มาริลินไหวไหล่


          "ตอนนี้พีฟส์ทำงานแทนเราไปแล้วด้วย สนามเกลี้ยงมาก" โคลอี้บอก ผมมองไปรอบ ๆ มันก็เกลี้ยงอย่างที่ว่าจริง ๆ เปลืองน้ำลายนิดหน่อยแต่โคตรคุ้ม แต่ไม่คิดว่าพีฟส์จะอ่อนไหวกับเขาเป็นด้วย


          "ถ้าฉันโดนเบลคด่าอย่างที่พีฟส์โดนฉันคงไปผูกคอตายใต้ต้นถั่วงอกแล้ว ด่าแบบรู้สึกผิดที่เกิดมาเลย พีฟส์เป็นโรคซึมเศร้าได้เลยนะนั่น แรงมาก" เคลวินบอก


          "อย่าเว่อน่า แรงตรงไหน ก็พูดความจริงทั้งนั้น หรือนายคิดว่ามันมีประโยชน์ล่ะเคลวิน" ผมถามกลับ ถ้าถามผมว่าที่ผมพูดไปมันแรงไหม บอกเลยว่าไม่แรง เทียบกับสิ่งที่พีฟส์ทำมาตลอดชีวิตของมันแค่นี้ยังน้อยไป และผมจะไม่อะไรกับมันเลยถ้ามันไม่มาป่วนจนเละเทะแบบนี้


          "ไม่จ้ะไม่"


          "เอากระสอบไปทิ้งกันเถอะ ไหน ๆ พีฟส์ก็จัดการให้จนเสร็จแล้ว รีบไปก่อนที่นักเรียนคนอื่นจะกลับมาดีกว่าไม่งั้นเดี๋ยวจะวุ่นวายจนเบลคด่ากราดอีก" มาริลินเสนอพร้อมกับเดินไปลากกระสอบ


          "ฉันไม่ได้ด่าคนเรื่อยเปื่อยสักหน่อย" ผมบอกเธอก่อนจะลากกระสอบไปทิ้งบ้าง


          "เจอแบบนั้นฉันไปต่อไม่ถูกเลยนะ มาตอนแรกตัวโตเท่าภูเขา แต่ดันโดนทุบจนเหลือตัวเท่ามด" เคลวินเปรียบเทียบซะผมเห็นภาพ อย่าได้พยายามให้ผมรู้สึกผิดเชียว เพราะผมไม่รู้สึกถึงมันเลยสักนิด


          "พีฟส์มันก็โอเวอร์แอคติ้งตลอดแหละ เดี๋ยวมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ของแบบนี้อยู่ที่กมลสันดาน แก้ไม่หาย ฉันด่าไปก็สะเทือนได้ไม่นานหรอกคอยดูสิ"






          แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้พีฟส์หายหน้าหายตาไปเป็นอาทิตย์ พวกอาจารย์และเด็กที่เพิ่งกลับมาจากสนามควิดดิชได้รับข่าวสารเรื่องนี้อย่างรวดเร็วจากบรรดาผี ๆ และรูปภาพต่าง ๆ ที่อยู่ทั่วปราสาท ทำเอาเรื่องที่เรเวนคลอเพิ่งชนะฮัฟเฟิลพัฟมาจืดจางไปเลย ไลแซนเดอร์กับแอนิต้ารีบมาถามผมก่อนใครเพื่อน และพวกรุ่นพี่รุ่นน้องอีกหลายคนก็มาถามว่าผมพูดอะไรกับพีฟส์บ้างเผื่อจะได้เอาไปใช้


          แล้วก็ไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนที่รุมผมนะ เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นนกอินทรีย์หน้าหอยังทักผมเลย แถมพวกคนในรูปภาพก็ชี้ไม้ชี้มือมาทางผมตลอดเวลาที่เดินผ่านอีก ตอนผมไปกินข้าวที่ห้องโถงพวกผี ๆ ที่พลาดโชว์เล็ก ๆ ของผมกับพีฟส์ก็มาทักทายทำความรู้จัก แต่ผีที่เด่นที่สุดจนผมจำได้แม่นคือเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ ผีประจำห้องน้ำหญิงชั้นสอง แถมยังเป็นเด็กนักเรียนเรเวนคลออีกด้วย เธอบอกว่าภูมิใจมากที่มีรุ่นน้องแบบผม และยินดีแบ่งห้องน้ำให้ถ้าเกิดผมตายขึ้นมา


          ขอบคุณฮะรุ่นพี่ รู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ แต่ผมคงไม่รับไว้


          อาจารย์หลาย ๆ คนก็ดูจะชอบใจเรื่องนี้ อย่างเช่นศาสตราจารย์ซาบินี่กับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่ชอบบวกคะแนนงานให้ผมเพิ่มอีกนิดหน่อย (ให้ผมรู้สึกผิดคงยากแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ผมกำลังได้ผลประโยชน์) คนที่ดูมีความสุขกับเรื่องนี้ที่สุดคือภารโรงประจำโรงเรียนอย่างคุณฟิลช์ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาอารมณ์ดีมาก และไม่ว่าเด็ก ๆ สักคำที่ทำพื้นปราสาทเปื้อนโคลนเป็นหย่อม ๆ พอเขาเห็นตรงไหนเปื้อนก็แค่เดินไปปัดกวาดเช็ดถูพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยโดยมีคุณนายนอร์ริสเดินตาม


          ตอนนี้ใครไม่รู้จักเบลค สเปนเซอร์คือเชยมากแล้วนะ แต่เดิมชื่อผมก็ดังมากจากวีรกรรมต่อยเด็กต่างบ้านกลางห้องโถงอยู่แล้ว ตอนนี้ผมกำลังดังเปรี้ยงปร้างชั่วข้ามคืนอีกครั้งจากการไปยืนด่าผีกลางสนาม


          ปีหนึ่งต่อยโจนาสจนหน้าหงายตั้งแต่เปิดเทอม


          ปีสองด่าผีบ้านผีเรือนประจำโรงเรียนจนน้ำตาร่วง


          มีแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้นเลย











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          เบลคไม่ด่าธรรมดา เบลคด่าอย่างมีความรู้ ด้วยเกียรติของคนได้ร่ำเรียนวิชาชีววิทยามา ฮืออออ หนูลูกกกก หนูฝีปากเราะร้ายจนพีฟส์มันอีโมชั่นนอลร้องไห้น้ำตาแตกไปแล้วววว จะสงสารก็สงสาร จะขำก็ขำ ตำแหน่งฮอกวอตส์รู้ดบอยเป็นของน้องแต่เพียงผู้เดียว


เจ้าเบลคด่าพีฟส์ก็จะประมาณนี้ แร็ปด่าด้วยอินเนอร์พี่หมื่น


"ออเจ้ามันน่ารำคาญ!"


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 450 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,696 ความคิดเห็น

  1. #2655 ยูลลี่บะบะบิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 00:14
    คิดถึงไรท์ เลยย้อนกลับมาอ่านตอนนี้ค่ะ ชอบบทนี้มากที่สุดแล้ว
    #2,655
    0
  2. #2540 myQ_min (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 03:16

    พีฟส์หนีออกนอกฮอกวอตส์แล้วมั้งน่ะฮือ

    #2,540
    0
  3. #2245 dissilyn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 11:47
    สงสารพีฟส์เลย55555555555
    #2,245
    0
  4. #2183 jkooktaev (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 13:23
    รู้ดบอยของแท้เลยเบลค ขรรมมมมมมมมมม ไม่ไหวแล้ว
    #2,183
    1
  5. #1672 kluaymaipoon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:43
    สุดยอดดดดดดเลยเบลค ด่าจนพีฟส์ตัวป่วนนำ้ตาตกได้
    #1,672
    0
  6. #1334 MINERVA09 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 18:11
    โอ๊ยยสงสารพีฟส์เลยโดนงี้ก็ขอไปเศร้าหน่อยเถอะโอ๋ๆนะพีฟส์
    #1,334
    0
  7. #941 pinnythesong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:06
    ชอบตอนนี้ เเชร์สิคะ---
    #941
    1
  8. #923 มออานอซอเอ X Grill. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:52

    ด่าจนผีร้องไห้ที่แท้จีง วงวารพีฟส์เลยค่า 5555555 วีรกรรมดีๆ ทั้งน้านเบลค! จงภูมิใจ!!

    #923
    0
  9. #844 ismind (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 00:15
    โอ่ยยยยยยย เบลคเป็นเราคืออยากลงนรกไม่ต้องเกิดใหม่อีกเลยอะ5555555555555
    #844
    1
  10. #425 K-H-A-W-F-A-N-G (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:40

    เบลค ออสติน สเปนเซอร์ เดอะแร๊ปเปอร์อ๊อฟฮอกวอตส์ 5555 ด่าจนผีหงอย5555 น้ำตาเล็ดน้ำตาร่วงบินกลับบ้านไปฟ้องแม่ 5555 โอ้ย ขรรม 55555

    #425
    1
  11. #406 Hazel_nut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 19:28
    จอชคงสะดุ้ง ตูคุยกะแมนเดรกของตูคนเดียว พวกมุงแหละเป็นบ้าอะไรกัน 55555 แล้วเบลคก็คือแร็ปเปอร์แห่งฮอกวอตส์อะ 5555555555 ตลกไม่ไหวแล้ววว
    #406
    0
  12. #297 bxnkbkck (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 02:37
    หยุดขำไม่ได้ ช่วยด้วย55555555555555 เบลค ชั้นรักแก ชั้นหมั่นไส้ชอบแซะแกแต่ชั้นรักแกมากเว้ย เจอตอนนี้ยิ่งเข้าไปอีก คือชอบมากกกกกกก ตร้กกกก 555555555555555 วีรกรรมแต่ละเรื่อง สุดยอดจริงๆ คุณแม่จะต้องภูมิใจมีลูกชายปากคอเราะร้ายแถมด่าด้วยความรู้ที่เรียนมา บราโว่มากแก ชั้นมอบโล่ แก badass สุดในฮอกวอตส์แล้วรึปะ? พ่อรู้ดบอย จะตั้งตารอวีรกรรมในปีต่อๆ ไปนะจ๊ะ
    #297
    0
  13. #225 lamb_san (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:16
    เป็นผู้ชายที่ปากจัดจนกลัวเลยเบลค เป็นพีฟส์นี่ยอมไปเกิดใหม่เลย5555555
    #225
    1
  14. #194 msyokky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:33
    ชายผู้มีสกิลปากยืนหนึ่งในใต้หล้า! เบลค สเปนเซอร์ คนนี้ นี่เองงงงงงง!!!
    #194
    1
  15. #187 tingtingg4213 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:20
    เผลออ่านที่เบลคด่าเป็นแบบแรปอ่ะ 555555
    #187
    1
    • #187-1 jujuly(จากตอนที่ 17)
      12 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:30
      เดบิวท์ด้วยการด่าผี 555555
      #187-1
  16. #186 หมูNay (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:27
    คนดีของช้าาน
    #186
    1
    • #186-1 jujuly(จากตอนที่ 17)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:20
      น้องเป็นคนดียยยยย์
      #186-1
  17. #185 Ze-Zen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:05
    น้องพักหายใจหน่อยมั้ยเบลค5555555ทำไมสะใจว่ะะะะ555555555ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ//สู้ๆนะฮะไรท์รักก
    #185
    1
    • #185-1 jujuly(จากตอนที่ 17)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:13
      น้องแร็ปเก่งงง 555555 //ขอบคุณค่าาา
      #185-1
  18. #184 nyymmpph (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:32

    นังเบลสคือเดอะแรปเปอร์อ่ะบอกแค่นี้ ไปสุดมากแล้วจริงๆ ใครก็โค่นตำแหน่งรู้ดบอยไม่ได้อีกต่อไป พีฟส์ก็ต้องยอมแพ้ โบกธงขาว555555555 อ่านไปขำไป5555555
    ปล.แปรอักษร คำผิดค้าบบ<3
    #184
    1
    • #184-1 jujuly(จากตอนที่ 17)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:10
      น้องจะเผยแพร่ความรู้ด 5555555 //ขอบคุณเรื่องคำผิดค่ะ เดี๋ยวไปแก้น้าาา
      #184-1
  19. #182 Sandwich12462 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21

    นางหายใจทางไหนหล่ะนั่นhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-10.png

    #182
    1
    • #182-1 jujuly(จากตอนที่ 17)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:10
      สงสัยจะผิวหนัง 555555
      #182-1
  20. #181 NppNpp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:11
    ทำเอาสงสารพีฟส์เลย55555 อย่างน้อยนางก็เป็นสีสันของฮอกวอตส์น้า
    #181
    1
  21. #180 Kurai-kun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:55
    โอ้ยยพีฟส์ผี(ไม่)น้อยที่น่าสงสารไม่รู้จะขำหรืออะไรดีอ่ะ555
    #180
    1
  22. #179 Pannpat2547 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:33

    โอ๊ยยย เจ็บแทนฟีฟส์เลย55555

    #179
    1
  23. #178 CARROT~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:23

    ความรู้ดของน้องกำลังจะค่อยๆ(?) เผยออกมามากขึ้นแล้วสินะ โอ้ยขำ5555 ทั้งขำทั้งสงสารพีฟส์55555555
    #178
    1
  24. #177 S.M./N.P. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:33

    ขรรมจนน้องตกใจอะเอาจริง555 หุบยิ้มไม่ได้เลย555
    #177
    1
  25. #176 Alice12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:20
    ด่าแบบลืมหายใจไปเลย555
    #176
    1
    • #176-1 jujuly(จากตอนที่ 17)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
      แร็ปแบบไม่เว้นช่องไฟ 555555
      #176-1