Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 13 : 13 | ว่าด้วยเรื่องอาจารย์คนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


13

ว่าด้วยเรื่องอาจารย์คนใหม่






          ผมเริ่มชีวิตปีสองด้วยวิชาสมุนไพรศาสตร์เป็นวิชาแรก ตอนนี้ผมกำลังต่อแถวเพื่อหยิบรองเท้าบู๊ตสำหรับใส่ในเรือนกระจก เมื่อคืนมีฝนตกหนักตอนกลางดึก เรือนกระจกที่สร้างครอบทับพื้นดินและเปิดหน้าต่างไว้จึงเฉอะแฉะอย่างไม่น่าให้อภัย


          ปกติวิชานี้ต้องเลอะดินเลอะโคลนอยู่แล้ว พอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่ ผมล่ะเซ็ง


          วิชาสมุนไพรเรียนรวมกันทุกบ้าน เรือนกระจกหมายเลขสามในตอนนี้เลยอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยนักเรียนปีสองเกือบห้าสิบชีวิต


          "ไงเบลค เด็กเตี้ยตัวเริ่มยืดแล้วนี่"


          ผมกลอกตา เดากันได้ใช่ไหมว่าใครพูด ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ คนที่ชอบหาเรื่องกวนตีนผมอ่ะ ไอ้อ้วนโจนาส


          "ใครจะเหมือนนาย อ้วนเป็นตุ่มยังไงก็อย่างงั้น"


          "โจนาส ถ้านายจะทะเลาะกับเพื่อนรักเรเวนคลอของนายจนคะแนนบ้านเราลดอีกฉันจะไม่ช่วยตรวจการบ้านให้อีกเลย" โรสเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย อันที่จริงผมว่าเธอออกจะข่มขู่มากกว่า เด็กเรียนเด็กเนิร์ดอย่างโรส วีสลีย์คงอารมณ์เสียกับคะแนนบ้านกริฟฟินดอร์ที่ลดฮวบฮาบเมื่อปีที่แล้ว ถึงเธอจะคอยตอบคำถามเพื่อเอาคะแนนคืนก็ไม่เท่ากับที่เสียไป


          ก็แหงล่ะ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ดูใจดีแต่ก็เล่นหักคะแนนทีละครึ่งร้อย แต่พอยกมือตอบคำถามแต่ละทีกลับได้แค่ขี้ตาแมว


          "ฉันก็แค่ทักไหมโรส จู้จี้จริง" โจนาสบ่นและส่ายหัว ก่อนจะเดินเข้าเรือนกระจกพร้อมกับลิ่วล้ออีกสองคนแถมไม่ลืมแลบลิ้นปลิ้นตาให้ผมด้วย ส่วนผมก็ชูนิ้วกลางกลับไป


          "เบลคมันไม่สุภาพ" โคลอี้รีบวิ่งมาเก็บมือผมลงทันที


          "หยาบคายสมคำล่ำลือ" โรสมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่ายหน้า เดี๋ยวก่อนนะ มองอย่างนี้หมายความว่าไงเนี่ย อยากมีเรื่องอีกคนหรอ?


          "ชูนิ้วกลางหยาบคายก็จริง แต่มองคนอื่นตั้งแต่หัวยันตีนนี่สุภาพมากมั้ง"


          "สเปนเซอร์!" โรสหน้าแดงด้วยแรงโกรธ แดงจนเกือบจะเท่าสีผมของเธอ


          "โรสใจเย็นสิ" เชอริลจับไหล่โรสที่จ้องตากับผมอย่างไม่มีใครยอมใคร "เดี๋ยวก็โดนหักคะแนนตั้งแต่เปิดเทอมหรอก"


          "ฮึ่ย!" โรสส่งเสียง เธอเดินปึ้งปั้งเข้าเรือนกระจกไปพร้อมกับเชอริลที่คอยพูดให้ใจเย็นลง


          "สร้างศัตรูได้ตลอดเวลาจริง ๆ" มาริลินพูดระหว่างเดินผ่านหน้าผมไป เธอไปยืนรวมกับพวกอีริดานัสที่ยืนรออยู่ในเรือนกระจกก่อนแล้ว


          "มีโชว์ให้ดูแต่เช้าเลยแฮะ เป็นไงมั่ง เดี๋ยวนี้ทะเลาะกับผู้หญิงแล้วหรอ" ไลแซนเดอร์เหวี่ยงมือมากอดรอบคอผม ก่อนจะพาเดินเข้าเรือนกระจกตามคนอื่น ๆ


          ผมเลือกที่จะยืนให้ห่างจากบ้านกริฟฟินดอร์มากที่สุด พวกเขามองผมเหมือนตัวปัญหายังไงยังงั้น ผมว่าผมอยู่เฉย ๆ แล้วนะ ไอ้พวกสิงโตต่างหากที่มาหาเรื่องก่อน คอยดูนะ ควิดดิชนัดที่กริฟฟินดอร์แข่งผมจะใส่หัวซอมบี้สิงโตของไลแซนเดอร์ไปเยาะเย้ยตอนที่บ้านนั้นแพ้ราบคาบ


          "ต๊าย เบลคกี้ของฉันโดนเหม็นซะแล้ว" เคลวินพูดขึ้น


          "เออ ทำหน้าอย่างกับดมขี้" ผมเสริมไปอีก ตั้งใจพูดดัง ๆ ด้วย แล้วพวกกริฟฟินดอร์ก็สะดุ้งหันหน้าหนีกับเป็นแถบ มีแค่โจนาสกับโรสที่เบ้หน้า และเชอริลที่หันมายิ้มแห้ง ๆ ให้


          "ลดสกิลปากหมาลงบ้างก็ได้เบลค ก่อนจะโดนคนเกลียดทั้งโรงเรียน" แอนิต้าบอก


          "ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เธอก็เห็น ฉันใส่รองเท้าบู๊ตอยู่ดี ๆ" ผมแย้ง คราวนี้ผมไม่ผิดนะ ผมอยู่นิ่ง ๆ แล้ว


          "เอาน่า เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าเถียงกันเลย" โคลอี้บอกปัด ๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศาสตราจารย์สเปราต์เข้ามาพอดี


          "สวัสดีเด็ก ๆ" เธอทักอย่างยิ้มแย้ม


          "สวัสดีครับ/ค่ะ อาจารย์"


          "เอาล่ะปีสอง ปีนี้เราจะเรียนอะไรที่ยากขึ้นมาอีกหน่อย พวกเธออาจมองต้นกับดักมารเป็นแค่เถาวัลย์ธรรมดาไปเลยถ้าได้เรียนไปจนถึงปีเจ็ด วันนี้เราจะเรียนเรื่องแมนเดรก มีใครบอกฉันได้บ้างว่าเมนเดรกมีคุณสมบัติยังไง"


          โรสยกมือขึ้น และเธอยกอย่างนี้ทุกคาบทุกวิชา รู้ไปหมดทุกเรื่อง บางทีเธอน่าจะทำตัวเหมือนจอชบ้าง เก่งแบบสงบเสงี่ยม ไม่ประเจิดประเจ้อ


          "แมนเดรกหรือแมนดราเกอเรอะ เป็นพืชสมุนไพรสีคล้ายโคลน รากของแมนเดรกมีรูปร่างคล้ายกับทารก แต่พวกมันจะมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัวกว่ามาก และมีใบงอกอยู่บนหัว แมนเดรกในวัยเด็กจะมีผิวสีเขียวซีดเป็นลายพร้อย เมื่อโตเต็มวัยพวกมันจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมที่สำคัญในยาแก้พิษ มีคุณประโยชน์ในการช่วยทำให้คนที่ถูกสาปหรือถูกแปลงร่างกลับคืนสภาพเดิมได้ แต่ทว่าพวกมันก็มีอันตรายมากเช่นเดียวกันเพราะเสียงร้องของแมนเดรกเต็มวัยอาจทำให้คนที่ได้ยินถึงตายได้"


          โรส วีสลีย์ตอบอย่างฉะฉาน เธอพูดยาวยืดราวกับท่องตำราอยู่ จะจำอะไรได้เป็นพรืดขนาดนั้นอ่ะแม่คุณ


          "ดีมากคุณวีสลีย์ ให้กริฟฟินดอร์สิบแต้ม" ศาสจราจารย์สเปราต์แจกคะแนน และเหล่ากริฟฟินดอร์ก็หน้าระรื่นทันที "วันนี้เราจะมาเปลี่ยนกระถางให้ต้นแมนเดรกกัน แต่อย่าเพิ่งกังวล แมนเดรกที่พวกเธอจะได้ลองเปลี่ยนกระถางนั้นยังเป็นต้นอ่อน เสียงร้องของมันแค่ทำให้สลบไปสองสามชั่วโมงเท่านั้น เพราะฉะนั้นเธอต้องใส่ที่ปิดหูไว้ดี ๆ เอ้าหยิบขึ้นมา มันอยู่ข้างหน้าพวกเธอแล้ว"


          ศาสตราจารย์สเปราต์ใส่ที่ปิดหู ตบแปะ ๆ ให้เข้าที่ เด็กทุกคนทำตาม หยิบที่ปิดหูใส่และขยับให้เข้าที่ที่สุด


          "ทีนี้พวกเธอต้องดึงตรงส่วนหัวของมันแบบนี้" อาจารย์ดึงหัวแมนเดรกที่หลับอยู่ในกระถางขึ้นมา มันร้องลั่นทันทีที่ตัวพ้นจากดิน ผมแทบอุดหูไม่ทันขนาดใส่ที่ปิดหูแล้วยังมีเสียงแหลม ๆ แสบแก้วหูเล็ดลอดเข้ามาได้เลย จากนั้นอาจารย์ก็รีบใส่มันลงอีกกระถาง และใช้พรวนตักดินใส่อย่างรวดเร็ว


          "พวกเธอต้องรีบย้ายมันลงอีกกระถาง ตักดินกลบให้ความอบอุ่นกับมันให้เร็วที่สุด" ต้นแมนเดรกที่ร้องงอแงเมื่อกี้เริ่มเงียบลงแล้ว มันค่อย ๆ หลับตาจนกระทั่งหลับไปเหมือนเดิม "เอาล่ะ ฉันจะให้พวกเธอจับคู่กันเปลี่ยนกระถาง คู่ละหนึ่งต้นพอ เริ่มเลย"


          ผมจับคู่กับโคลอี้ แอนิต้าจับคู่กับเคลวิน ส่วนไลแซนเดอร์จับคู่กับลอร์แกน บ้านฮัฟเฟิลพัฟเนี่ยปัญหาน้อยสุดแล้วผมว่า ทุกคนดูไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน แถมอัธยาศัยดีอีกต่างหาก เมื่อคืนตอนก่อนเข้าหอนอนโลล่าก็เอาครัวซองส์มาให้ ใจดีมาก ผมแค่บอกเธอเล่น ๆ เท่านั้นเองว่าอยากกินตอนเปิดเทอม


          "นายดึงนะ เดี๋ยวฉันรีบใส่ดินให้" โคลอี้บอก เธอหยิบพรวนขึ้นมาเตรียมพร้อม มีบางคนดึงต้นแมนเดรกขึ้นมาแล้ว เสียงไม่ได้แสบหูมากเท่าต้นที่ศาสตราจารย์สเปราต์ทำให้ดู ต้นที่วางไว้สำหรับนักเรียนดูเล็กกว่า


          "เอายัง" ผมถามโคลอี้ มือผมกำรอบเตรียมจะดึงหัวแมนเดรกแล้ว


          "อื้ม"


          ผมดึงแมนเดรกขึ้นทันที หน้าตาหน้าเกลียดของมันกรีดร้องอย่างน่าสมเพช ผมรีบจับยัดลงกระถางในขณะที่โคลอี้ก็รีบใส่ดิน ผมแอบเอาดินยัดปากมันด้วยจะได้หยุดร้องได้ไวขึ้น


          "นายอุดปากมันได้ไร้เยื่อใยมาก" โคลอี้เงยหน้าขึ้นมาบอก


          "ก็มันน่ารำคาญ" มันน่ารำคาญเหมือนเวลาเจอเด็กเล็ก ๆ ร้องในที่สาธารณะนั่นแหละ เผลอ ๆ น่ารำคาญกว่าอีก


          "หัดอ่อนโยนเหมือนเวลานายบอกลูน่าให้ลงจากเก้าอี้หน่อยสิ"


          "อย่าเทียบเจ้าพืชอัปลักษณ์นี่กับลูน่าเชียวนะ มันคนละชั้น"


          "ทาสแมว" โคลอี้พูดพลางโคลงหัว


          "พูดมากโคลอี้ เอาพริงเกิ้ลส์คืนมาเลย"


          "โอเค ไม่พูดแล้ว" โคลอี้เม้มปากแน่นและไม่พูดอะไรอีก


          ดู เห็นแก่กินที่หนึ่ง


          ผมหันมองคู่อื่น ๆ บ้าง แอนิต้ารับหน้าที่เดียวกันกับโคลอี้คือใส่ดิน เคลวินมองต้นแมนเดรกเหมือนเห็นขี้ ต่างจากแฝดสยองที่มองเหมือนเห็นของเล่นใหม่ พวกเขาจิ้ม ๆ ตามต้นไปทั่วไม่ยอมเอาลงกระถางสักที และมันก็ร้องอยู่อย่างนั้น ผมขยับที่ปิดหูให้แน่นขึ้นอีก เพาะตอนนี้มีแมนแดรกร้องโหยหวนไปทั่ว โดยเฉพาะของไลแซนเดอร์กับลอร์แกนที่ดูจะดังกว่าชาวบ้าน


          "คุณสคามันเดอร์! วางมันลง ยิ่งทำอย่างนั้นมันก็ยิ่งร้องดังน่ะสิ"


          ต้องให้ศาสตราจารย์สเปราต์ตะโกนมาจากฝั่งข้างหน้าสองแฝดถึงจะยอมใส่ต้นแมนเดรกลงกระถาง


          คาบสมุนไพรผ่านไปด้วยดี แม้จะมีบางคนมึน ๆ บ้างแต่ก็ไม่มีใครสลบเหมือดไปซะก่อน มีหลายคนที่ไปขอยาจากมาดามพรอมฟีย์ที่ห้องพยาบาลก่อนจะเข้าเรียนคาบถัดไป


          ห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดวันนี้แปลกไปจากปีที่แล้ว หน้าต่างทุกบ้านปิดมืดสนิท แถมยังได้กลิ่นฉุนของกระเทียมอีกด้วย


          "บอกทีว่าฉันไม่ได้อยู่ที่โรมาเนีย กระเทียมเยอะอย่างกับเอาไว้ป้องกันพวกแวมไพร์อย่างนั้นแหละ" แอนิต้าพูดขึ้น


          "ถูกต้อง!"


          อยู่ ๆ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็โผล่ออกมา เด็กแต่ละคนส่งเสียงตกใจกับเป็นแถบ ๆ


          "ปีสองที่น่ารักของฉัน วันนี้เราจะเรียนเรื่องผีดิบดูดเลือด" ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์โบกไม้กายสิทธิ์ให้หน้าต่างเปิดออกเหมือนเดิม เขาเสกให้กระเทียมที่ติดไว้ทั่วห้องลอยไปอยู่บนโต๊ะหน้าห้อง


          "ผีดิบหรือแวมไพร์ พวกเธอรู้ไหมว่ามีลักษณะยังไง"


          "แวมไพร์มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่มีฟันแหลมคม ดื่มเลือดของมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง มีชีวิตเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย จะปรากฏตัวได้แต่เฉพาะเวลากลางคืนเพราะแพ้แสงแดด แวมไพร์จะหลบซ่อนอยู่ในโลงของตนหรือในหลุมในเวลากลางวัน สามารถแปลงร่างได้หลายแบบ เช่น ค้างคาวหรือนกฮูก แวมไพร์จะไม่มีเงาเมื่อกระทบกับแสงหรือสะท้อนในกระจก และมีแรงมากเหมือนผู้ชายยี่สิบคนค่ะ"


          อีกนิดผมจะคิดว่าโรส วีสลีย์ต้มหนังสือกินแล้วนะ


          "เก่งมากคุณวีสลีย์ ให้กริฟฟินดอร์สิบแต้ม"


          พวกกริฟฟินดอร์ยิ้มกันหน้าบ้านอีกครั้งหลังจากได้แต้มเพิ่มอีก


          "ในยุคกลาง แวมไพร์ถูกจับให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้พ่อมดแม่มดและมนุษย์หมาป่า" ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์อธิบายเพิ่ม "พวกมักเกิ้ลเชื่อว่าสิ่งที่จะกำราบแวมไพร์ได้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เช่น ไม้กางเขน น้ำมนตร์ หรือแม้กระทั่งสมุนไพรกลิ่นแรงบางชนิดอย่างกระเทียม ผู้วิเศษอย่างเราก็เชื่อไม่ต่างกันนัก แต่ฉันแนะนำว่าถ้าเจอแวมไพร์ตอนกลางคืนก็ให้เสกแสงแดดขึ้นมาซะ"


          นอกจากนี้ยังได้เรียนเกี่ยวกับพวกสิ่งมีชีวิตชั้นสูงด้วย อย่างเช่นแม่มดเฒ่าที่เป็นสิ่งมีชีวิตรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ กินเด็กเป็นอาหารและมีหูดมากกว่าแม่มดปกติ และเซนทอร์ที่มีรูปร่างส่วนบนเป็นมนุษย์และส่วนล่างเป็นม้า มีความฉลาดปราดเปรื่อง พวกเขาทำนายอนาคตได้จากการดูดาว –อาจารย์บอกว่าในป่าต้องห้ามมีเซนทอร์อยู่ฝูงหนึ่ง อยู่มาเป็นร้อยเป็นพันปีมาแล้ว และพวกเซนทอร์ขอปฏิเสธที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงร่วมกับแม่มดเฒ่าและแวมไพร์


          แหม เซนทอร์นี่หยิ่งจริง ๆ


          ช่วงพักเที่ยงมีคนเต็มห้องโถง แต่บางคนก็พอใจที่จะกลับหอไปนอนก่อนที่จะเรียนต่อในช่วงบ่าย และพอล –พรีเฟ็คที่ตอนนี้อยู่ปีหกก็เป็นหนึ่งในนั้น


          วิลเลี่ยมกลายเป็นกัปตันทีมควิดดิชต่อจากลิเดียที่เพิ่งจบไป เขาเดินมาบอกให้ผมกับไลแซนเดอร์ไปคัดตัวด้วย มันก็ดีนะที่มีคนมองเห็นความสามารถที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเรา แต่ผมไม่ได้ชอบควิดดิชขนาดนั้น และไลแซนเดอร์ก็สนุกกับการเป็นกองเชียร์อยู่ เขาว่าสักปีสี่จะไปคัดตัว ซึ่งตอนนั้นวิลเลี่ยมก็คงจบไปแล้ว


          "ขอนั่งด้วยนะ"


          อยู่ ๆ พี่สาวผมบลอนด์จากบ้านกริฟฟินดอร์ก็โผล่มาและนั่งลงข้างโคลอี้ด้วยหน้าตาบูดบึ้ง ดอมกัดแซนวิชในมือด้วยความหงุดหงิด


          "เป็นอะไรฮะ หน้าเหมือนตูดเลย" ผมถาม ดอมหน้าบูดเหมือนตูดจริง ๆ นะ


          "ก็เอเซนกับลูอีน่ะสิ พวกเขาบอกว่าฉันผอมเกินไป แล้วก็พยายามยัดนู่นยัดนี่ให้ฉันกิน อยู่บ้านก็โดนลูอีกับวิกตัวร์บังคับกินข้าว นี่มาโรงเรียนยังเจอเอเซนอีกคนอีก"


          ดอมบ่นและยัดแซนวิชที่เหลือเข้าปาก เคี้ยวมันตุ้ย ๆ จนกระทั่งเธอหันไปเห็นเจ้าหนูเซดริกที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไลแซนเดอร์


          "เซดริก!"


          "ครับพี่ดอม"


          "บอกพี่ชายเธอด้วยว่าเลิกยุ่งกับอาหารการกินของฉันได้แล้ว"


          "พี่เอเซนคิดจะทำอะไรแล้วห้ามยากครับ เหมือนที่ตามจีบพี่เป็นปี ๆ ไง"


          เซดริกพูดจบดอมก็หน้าแดงขึ้นมา เธอเบ้หน้าแล้วหยิบมัฟฟินบลูเบอร์รี่ตรงหน้าขึ้นมากินต่อ


          "แต่ดอมก็ทำตามที่ลูอีกับเอเซนบอกนี่นา กินไม่หยุดเลย" ผมบอกเธอ ตอนนี้ดอมหยิบมัฟฟินชิ้นที่สองแล้ว


          "หิวต่างหาก ฉันเพิ่งกลับมาจากเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษ" ดอมบอก เหมือนจะแก้ตัวซะมากกว่า ผมเจอคนเขินและปากแข็งหนึ่งอัตรา


          "ดอมมมม! อย่างอนฉันสิ"


          เอเซนโผล่มาอีกคน เขานั่งแทรกลงตรงกลางระหว่างดอมและโคลอี้ เพื่อนผมแดงของผมหันไปมองแรงใส่เอเซนเพราะเขาชนจนเธอทำพุดดิ้งที่กำลังจะเข้าปากหกหมด


          "ดอมมมม! ฉันไม่บังคับเธอแล้ว ไปนั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกันเถอะ"


          ลูอีเองก็มากับเขาด้วย ปีนี้ลูอีเป็นประธานนักเรียน เขานั่งลงอีกข้างของดอมและสั่นแขนเธอยิก ๆ


          แล้วโต๊ะเรเวนคลอก็กลายเป็นสถานที่ง้อดอมินีค วีสลีย์ไปโดยปริยาย


          ผมขอยืมประโยคของมาริลินหน่อยนะ... เจี๊ยวจ๊าวจริง ๆ

 





          คุกใต้ดินเป็นที่ที่เย็นที่สุดในปราสาท มันชื้น ๆ และเหมือนจะมีหมอกจาง ๆ ลอยอยู่ตลอดเวลา และฤดูหนาวมันจะหนาวมาก ผมอิดออดอยู่บ่อย ๆ เวลาที่ต้องมาเรียนวิชาปรุงยา


          ปีนี้ผมเรียนปรุงยากับสลิธีรินจากปีที่แล้วที่เรียนกับฮัฟเฟิลพัฟ ผมรู้สึกเสียดายมาก เพราะจอชเก่ง เขาช่วยได้เยอะเวลาผมงง แล้วผมก็ไม่รู้ว่าสลิธีรินคนไหนจะเก่งแบบจอช ถ้าเก่งแล้วจะหยิ่งไหมอีก ผมอยากเรียนกับฮัฟเฟิลพัฟมากกว่า


          ในห้องปรุงยาก็ยังคงเหมือนเดิม ต่างออกไปก็แค่อาจารย์ที่นั่งรออยู่เท่านั้น ศาสตราจารย์ซาบินี่ภายนอกดูเคร่งขรึม แต่แววตาของเขาขี้เล่น ผมเดาไม่ออกว่าเขาจะใจดีเหมือนศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ หรือเคร่งจัดแบบศาสตราจารย์ซินิสตร้า


          "ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะ ฉันเบลส ซาบินี่ อาจารย์คนใหม่ของพวกเธอ สลิธีรินเราเจอกันแล้วในห้องเล่น แต่อย่าได้คิดว่าฉันจะใจดีขนาดนั้น เรียนคือเรียน เล่นคือเล่น กรุณาแยกให้ออกด้วย"


          ผมว่าเขาพยายามทำให้ตัวเองดูมาดดุเพื่อที่นักเรียนจะได้รู้สึกเกรงใจและเคารพ ยิ่งอายุน้อยและมาใหม่ด้วยแล้ว


          "ปีสองเราจะเรียนอะไรที่ลึกลงไปอีก มั่นใจว่าศาสตราจารย์ซลักฮอร์นคงปูพื้นฐานพวกเธอมาอย่างดี สลิธีรินกับเรเวนคลอฉันไม่ห่วงหรอก ห่วงก็แต่กริฟฟินดอร์งี่เง่า"


          ดูเหมือนอาจารย์จะมีความหลังกับบ้านกริฟฟินดอร์นะ ตาของผมก็เคยบอกมาเหมือนกันว่าสลิธีรินกับกริฟฟินดอร์ไม่ถูกกัน แต่เหมือนรุ่นผมจะเป็นเรเวนคลอกับกริฟฟินดอร์แฮะ สลิธีรินก็ไม่ค่อยมักจี่กับกริฟฟินดอร์เท่าไหร่ พวกเขาชอบมาเกาะแกะเรเวนคลอมากกว่า


          "ใครบอกได้บ้างว่าส่วนผสมของน้ำยาหดตัวมีอะไรบ้าง" อาจารย์ถาม จากนั้นห้องปรุงยาก็เงียบเหมือนป่าช้า "เอ้าไม่ต้องแย่งกัน"


          ไม่มีใครยกมือตอบสักคน ผมเชื่อว่าถ้าโรสอยู่เธอคงยกมือตอบตั้งแต่อาจารย์ยังไม่ทันพูดจบประโยคดีด้วยซ้ำ


          "ไม่มีงั้นฉันสุ่มนะ" อาจารย์หยิบใบรายชื่อขึ้นมา "โคลอี้ เคลเมนไทน์"


          "ทำไมต้องเกิดจะดวงดีด้วยเนี่ย" โคลอี้พูดเบา ๆ


          "บอกส่วนผสมหลักของน้ำยาพองตัวมาหน่อยสิ"


          "เอ่อ มีตำแยตากแห้ง ม้ามค้างคาว แล้วก็..." โคลอี้เกาหัว ยิ้มแห้ง ๆ ให้อาจารย์


          "โอเค ให้เรเวนคลอห้าแต้ม มีใครรู้อย่างสุดท้ายไหม"


          "ตาของปลาปักเป้าครับ" สกอร์เปียสพูดขึ้น


          "ดีมากคุณมัลฟอย ให้สลิธีรินสิบแต้ม"


          ลำเอียงโคตร โคลอี้ตอบตั้งสองอย่างได้ห้า แต่สกอร์เปียสตอบอย่างเดียวได้สิบ


          "รู้ตั้งแต่แรกก็ไม่ตอบ" โคลอี้บ่นอุบ


          "เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้มาห้าคะแนนนะ" ผมบอกเธอ


          "วันนี้ฉันจะให้พวกเธอจับคู่ปรุงน้ำยาหดตัว สูตรหาได้ในหนังสือหน้าสิบสอง"


          ผมคู่กับโคลอี้เหมือนเดิม ไลแซนเดอร์คู่กับแอนิต้า ส่วนเคลวินไปผูกมิตรกับเด็กสลิธีรินผมเข้มที่ชื่อแพทริเซีย สโตนส์


          ศาสตราจารย์ซาบินี่เดินดูตามโต๊ะนักเรียน ผมเห็นเขาหยุดอยู่ที่โต๊ะของสกอร์เปียสกับอัลบัสนานกว่าคนอื่น แถมสกอร์เปียสยังพูดหน้าบานเรื่องจะมีน้องอีก สงสัยอาจารย์คนนี้คงรู้จักครอบครัวมัลฟอยเป็นอย่างดี เพราะผมได้ยินอาจารย์เรียกพ่อกับแม่ของสกอร์เปียสด้วยชื่อ


          ผมบดตำแยตากแห้งกับตาของปลาปักเป้าในครกหินต่อ ส่วนโคลอี้กำลังตั้งหมอและเติมน้ำ พร้อมกับหยิบม้ามค้างคาวมาเตรียมไว้ อาจารย์เดินมาถึงโต๊ะของผม เขาจ้องหน้าผมแปปนึงก่อนจะพยักหน้าเล็ก ๆ แล้วเดินจากไป


          พยักหน้าแบบนั้นคืออะไร ผมทำได้ดีหรือผมหล่อ?


          "เบลค บดเสร็จหรือยัง"


          "เสร็จแล้ว ๆ" ผมส่งครกหินให้โคลอี้จัดการ "นี่โคลอี้ มีอะไรติดหน้าฉันไหม"


          โคลอี้จ้องหน้าผมสักพักแล้วส่ายหน้า "ไม่มีนี่"


          ผมพยักหน้าแล้วสนใจกับการปรุงน้ำยาหดตัวต่อ แล้วก็เกิดการจราจลเล็ก ๆ ขึ้นเมื่อไลแซนเดอร์ทำไฟลุกท่วมหม้อตะกั่ว เขากับแอนิต้าพยายามดับไฟแต่ดูเหมือนมันจะยิ่งลาม คนที่อยู่ในระยะสองเมตรวิ่งหนีออกหมด รวมถึงผมกับโคลอี้ด้วย


          "อากัวเมนตี!"


          ศาสตราจารย์ซาบินี่เสกน้ำออกมาดับ แถมยังจัดการซ่อมแซมหนังสือที่โดนไหม้ให้ด้วย


          "เด็กหนอเด็ก" เขาพูดเบา ๆ ก่อนจะกลับไปยืนหน้าห้อง "ใครที่ทำเสร็จแล้วก็ตักน้ำยาใส่ขวดและติดชื่อแปะไว้ แล้วเอามาส่งหน้าห้อง ส่วนการบ้านไปเขียนวิธีการตั้งหม้อที่ถูกต้องและปลอดภัยมาคนละสองจบ ดูเหมือนพวกเธอบางคนจะยังไม่แม่นเรื่องนี้"


          ทุกคนร้องโอดโอย ไม่มีใครอยากทำการบ้านนี้ เพราะพวกเราเคยทำกันแล้วเมื่อตอนปีหนึ่ง ไลแซนเดอร์ยิ้มแห้ง เขาหันไปขอโทษขอโพยเพื่อน ๆ รอบห้อง แน่นอนว่าได้รับสายตาเอ็นดูอย่างสุดขั้วจนอยากจะวิ่งหนีออกจากคุกใต้ดินจากเด็กปีสองเรเวนคลอและสลิธีรินเกือบยี่สิบชีวิต

 

          ผมขอโทษคร้าบบบบ T_T (ไลแซนเดอร์)











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

Talk w/ me :

          เบลสต้องทำใจให้ชินนะ เด็กๆแค่สิบสองเอง

          ตาเบลคไม่ได้เผยแพร่ความรู้ดมาสักพัก หัวร้อนตั้งแต่เปิดเทอมอีกแล้ว หนูถือเป็นฤกษ์ยามอะไรรึเปล่าลูก ปีที่แล้วก็ฟัดกับโจนาสตั้งแต่ขึ้นรถไฟ

          วงวารไลแซนเดอร์ โดนเพื่อนมองแรงใส่ทั้งชั้นเรียน 555555555555



'ผมไม่ได้ตั้งใจจจจ'


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2588 คุมะมง8844 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 00:28
    โรส = ผู้สืบทอด เกเจอร์
    5555
    #2,588
    0
  2. #2537 myQ_min (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 02:38

    หาเรื่องได้ทุกเปิดเทอมค่ะเด็กคนนี้

    #2,537
    0
  3. #2241 dissilyn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 10:52
    ไลเซนเดอร์คือเจ้าหนูพิเรนท์จริงๆนะ น้อนซนมากกกก ไหนจะแกล้งต้นเมนเดรก ไหนจะหม้อต้มยาอีก ฮื่อออออออ โรสก็คือส่วนผสมของเฮิร์มและรอนที่สมบูรณ์จริงๆ
    #2,241
    0
  4. #2193 Silver-Sky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:25

    โหว เบลค ชูนิ้วกลางใส่น้องโรส

    นายนี่ rude boy จริงๆ

    เปรี้ยวมากค่ะลูกชาย

    #2,193
    0
  5. #1472 Portgus_D_Cotaru (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 12:56
    พูดถึงเบลส เราก็นึกถึงมัลฟอยกับธีโอดอร์ ขึ้นมาเลย...ยังไงก็ยังอยากทราบอยู่ดีว่า อิมเมจธีโอของเรื่องเดรโกกับไลล่าคือใครอยู่ดีอ่า มีตามไปอ่านที่จอยด้วย หล่อลากเหลือเกิน
    #1,472
    3
    • #1472-2 Portgus_D_Cotaru(จากตอนที่ 13)
      19 กรกฎาคม 2562 / 01:51
      ขอบคุณค่ะ ชอบเขามาก ไรท์แต่งดีมากกก เขินเขามาก //และนี่คือความอินของดิฉัน// สู้ๆนะคะ
      #1472-2
    • #1472-3 jujuly(จากตอนที่ 13)
      19 กรกฎาคม 2562 / 01:59
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
      #1472-3
  6. #918 มออานอซอเอ X Grill. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:17

    ยิ่งโตยิ่งร้ายนะพ่อคุณ วงวารแมนเดรก น้องเบลคมั่ยอ่อนโยนเล้ย 55555555555 วงวารไลแซนเดอร์ด้วย แง น้องซนที่หนึ่งเลย

    #918
    0
  7. #571 lcelovemom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 12:49
    เราว่าเราเห็นเสเวอ่รัส สเนป นาที่2........
    เธอโครรำเอียงงงงง....555
    #571
    1
  8. #392 Hazel_nut (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 13:51
    โรสแอบน่ารำคาญนะ 555 ได้เชื้อพ่อแม่มาแรงจริงๆ ส่วนเบลคก็เพลาๆ ความ-บ้างเถ้อออ และเบลสก็คือเกลียดกริฟฟินดอร์ไม่เสื่อมคลาย 555
    #392
    1
  9. #360 Peerada1648 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 15:32
    โรสฉลาดและขยันแบบเฮอร์ไมโอนี่ แต่ดันยั่วโมโหง่ายและว่าเขาอิเหนาเป็นเองแบบรอนซะงั้นไปปปปป
    #360
    1
  10. #308 C L O W N (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 17:55
    ศัตรูใหม่อีกแล้ววโว้ยยย555555
    #308
    0
  11. #293 bxnkbkck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 01:49
    ตอนนี้ได้หลายอารมณ์มาก อย่างแรงคือโมโห โรส วีสลีย์!! ได้แม่มาเรื่องความฉลาดน่ะดีแล้ว แม้จะน่ารำคาญไปบ้างแต่อย่าเอานิสัยพ่อหนูมา! รู้สึกหงุดหงิดกับโรสมาก ณ จุดๆ นี้ แบบไอ่เบลคมันก็หยาบคาบจีงงงง แต่หนูไปยุ่งแล้วยังมองตั้งแต่ยันต..เท้าด้วย มันไม่ได้รู้กกกก ฮึ่ม! ถึงจะชอบแซะเจ้าเบลคบ่อยๆ แต่ก็รัก oc นี้มากนะ อย่ามาแซะ ห้าม!
    แล้วก็เปลี่ยนมู้ดแทบไม่ทันตอนเจอคู่เอเซนกับดอม ก็แบบ น่าร้ากกกกกกกมากๆคู่นี้ แงงงงง
    ไหนจะขำแฝดสยองตอนดึงแมนเดรก55555555555 แล้วก็วงวารไลแซนเดอร์ตอนคาบปรุงยา
    หลายความรู้มากค่ะตอนนี้ สีสันๆ5555555
    สุดท้ายนี้ก็คือ ไลแซนเดอร์หล่อมากรู้กกกกกกก แง
    #293
    0
  12. #118 kpmsi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:33
    ปีนี้ศัตรูเพิ่มอีกแล้วหรอเบลค ขยันหาเรื่องจริงๆ 5555555
    #118
    1
    • #118-1 jujuly(จากตอนที่ 13)
      21 มกราคม 2562 / 16:56
      เปรี้ยวไปทั่ว 555555
      #118-1
  13. #115 Nekoijump (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 10:20

    อิตาเบลคคคคค555555555แกเอาดินยัดปากต้นแมนเดรกทำไม55555555555อิโจนาสนี่วอนโดนแล้วรอบละนะ กระทืบมันเลยลูก!!!ชอบตอนไฝ้วกับโรสอะ ฮืออออออออ สกอร์เปียสตอบคำถามเก่งมากเลยค่ะลูกT_Tมู่ๆๆๆๆๆ หอมหัวๆๆๆๆๆๆ

    #115
    1
  14. #114 Mizuru_San (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 20:31
    ขอแหมใส่ความอวยตัวเองของน้อง ลูกกกกก ฮือ น่ารักอ่ะ
    #114
    1
    • #114-1 jujuly(จากตอนที่ 13)
      20 มกราคม 2562 / 00:13
      ขี้อวยตัวเองที่หนึ่งงงงงงง
      #114-1
  15. #112 ยิ้มหวานตาหยี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 10:47

    ชอบความรู้ดของน้อง ชอบความหลงตัวเองของน้อง หลงน้องงง??’•??’•

    #112
    1
  16. #111 SunDashine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 23:29
    โว้ยยยยความหลงตัวเองนี้5555
    #111
    1
  17. #110 Moragod Thinnamai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 22:03
    อะไรคือการที่พยักหน้าแบบนั้น บอกว่าผมหล่อ กรี๊ดดดดด ซาบินี่ ชอบตรงขอยืมประโยคของมาริลีน "เจี๊ยวจ๊าวจริงๆ"
    อยากให้จอชมีบทอ่ะ senseมันบอกว่าเขาคนนั้นมีไรบ้างอย่าง
    #110
    1
  18. #109 nuth* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 22:01
    น้องเบลคทำผิดอะไร โรสพูดหาเรื่องก่อนนะ!
    #109
    1
  19. #108 Sun&Moon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 21:56
    โรสคือแบบตอบละเอียดยิบยิ่งกว่าเฮอร์ไมโอนี่อีกนะ เลือดแม่แรงจริง555555555
    #108
    1
  20. #107 msyokky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 21:50
    เบลคคค สกิลปากอัพมาเวลเต็มแล้วหรอลูกกกก555555 แต่คือต้องยอมความซวย อยู่เฉยๆก็มีคนมาหาเรื่อง
    #107
    1
  21. #106 Lyra_Selwyn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 21:38
    ไลแซนเดอร์เอ๋ย ไลแซนเดอร์ ทนต่อไปเถอะนะ เพราะเราแน่ใจว่าเพื่อนจะมองแรงใส่เธอยันปี7เลยล่ะ555
    #106
    1