FROM TIME TO TIME [Draco x OC] [End]

ตอนที่ 14 : บทที่ 12 | ความหลังรุ่นพ่อแม่และแก๊งค์มักเกิ้ลปลอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

          


บทที่ 12 | ความหลังรุ่นพ่อแม่และแก๊งค์มักเกิ้ลปลอม



          'ดี เพราะถ้าฉันเป็นเธอ ฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน'

          ประโยคของแอสโทเรียทำฉันนอนไม่หลับ หลังจากที่เธอกลับไปแล้ว พี่เดรโกก็มาตามฉันไปทานข้าว และลุงลูเซียสกับป้านาร์ซิสซาร์ก็อธิบายทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่แอสโทเรียเป็นฝ่ายขอหมั้นก่อนและเหตุผลที่ทำไมทั้งสองสามีภรรยาตรงหน้าถึงตกลง

          และมันก็ทำให้พี่เดรโกหัวเสียหน่อยๆ และบอกว่าพ่อทำอะไรไม่เคยปรึกษาเขาเลย แต่ก็ยอมสงบโดยดีเพราะแผนของทั้งสองได้ผล พี่เดรโกยอมรับว่าเอ็นดูฉันมากกว่าน้องสาวมาสักพักใหญ่ๆ แต่แค่ไม่คิดว่ามันเป็นความรักเพราะเรารู้จักกันตั้งแต่เด็ก มันน่าน้อยใจนิดๆแฮะ ฉันรู้ตัวว่ารักเขาตั้งแต่สิบขวบเลยนะ

          มื้ออาหารที่คิดว่ามันจะต้องเกร็งๆ กลับสบายกว่าที่คิด ลุงลูเซียสและป้านาร์ซิสซ่าร์เล่าความหลังสมัยฉันกับพี่เดรโกเด็กๆ และฉันก็เพิ่งรู้ว่าพี่เดรโกเคยร้องโวยวายไม่ให้ฉันกลับบ้านตอนเขาห้าขวบด้วย อยากย้อนเวลากลับไปดูจัง

          พอมื้ออาหารจบลงฉันก็นั่งคุยกับป้านาร์ซิสซ่าร์อีกพักใหญ่ๆ และเธอก็อาสาจะนำสูตรทำขนมต่างๆของตระกูลแบล็คให้ฉันทันทีที่ฉันบอกว่าอยากเปิดร้านเบเกอรี่ด้วย กว่าฉันจะกลับบ้านก็ปาไปเกือบสามทุ่ม และแน่นอนว่าแม่ฉันยังไม่นอนแถมยังเซ้าซี้ให้ฉันเล่าให้ทันฟังอีก

          "ต้องยอมรับว่าแม่ค่อนข้างช็อค ไม่คิดมาก่อนว่าลูกตัวเองจะเป็นมือที่สาม" แม่ออกความคิดเห็นหลังจากที่ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดที่คฤหาสน์มัลฟอยให้ท่านฟัง

          "แค่เกือบต่างหากค่ะ อีกอย่างนะเขายังไม่ได้หมั้นกันเลยด้วย เพราะฉะนั้นหนูบริสุทธิ์ค่ะแม่"

          "แต่จากที่ฟังมาเนี่ย ก็น่าสงสารหนูแอสโทเรียเขานะลูก การยอมเป็นฝ่ายตัดใจเองเนี่ยไม่ง่ายหรอก"

          "นั่นสิคะแม่ หนูก็รู้สึกผิดนิดๆเหมือนกัน ก็ได้แต่หวังให้แอสโทเรียเจอคนดีๆที่รักเธอ"

          "แม่ฟังเรื่องของพวกลูกแล้วนึกถึงสมัยแม่สาวๆเลย"

          "ทำไมหรอคะ?"

          "ลูกรู้ไหมทำไมบ้านเราถึงสนิทกับพวกมัลฟอย"

          "ก็แม่กับป้านาร์ซิสซาร์เป็นเพื่อนกันไงคะ"

          "นั่นส่วนนึงจ้ะ จริงๆแล้วแม่กับนาร์ซิสซาร์เคยทะเลาะกันมาก่อน"

          "แม่ต้องล้อเล่นแน่ๆ" แม่กับป้านาร์ซิสซ่าร์ดูรักกันดีจะตาย

          "จริง เราทะเลาะกันเรื่องลูเซียส"

          "จริงอ้ะ! รักสามเส้าหรอคะ"

          "สี่เส้าต่างหาก ตอนนาร์ซิสซ่าร์กับลูเซียสเริ่มคบกันใหม่ๆก็ยังไม่มีใครรู้ แล้วอยู่ๆยายของลูกก็ไปคุยเสร็จสรรพเรื่องให้ลูเซียสหมั้นกับแม่เพราะไม่ค่อยชอบพ่อของลูกเท่าไหร่ เรื่องราวบานปลายเลยล่ะ แม่กับนาร์ซิสซาร์แทบเข้าหน้ากันไม่ติด สองคนนั้นเกือบจะหนีตามกันไปแล้ว"

          "โห พลอตนิยายมาก แล้วไงต่อคะ"

          "แน่นอนว่าพวกมัลฟอยไม่ยอม และแน่นอนตระกูลชาฟีกของพ่อด้วย สุดท้ายยายก็ยอมให้แม่ถอนหมั้นและอนุญาตให้แม่กับพ่อคบกัน ในข่าวซุบซิบถึงกับขึ้นหัวข้อว่าความขัดแย้งของสี่ตระกูลเลยนะ ทั้งมัลฟอย แบล็ก ชาฟีก แล้วก็อับบอตต์ทางฝั่งแม่"

          ฉันอ้าปากค้างกับเรื่องราวของแม่ เรื่องของฉันดูจิ๊บๆไปเลยแฮะ ฉันคุยสัปเปเหระกับแม่อีกนิดหน่อยก็แยกย้ายกันไปนอน



สามอาทิตย์ต่อมา
          วันนี้ฉันนัดกับลูน่าเอาไว้ที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในตรอกไดแอกอน และแน่นอนจินนี่ด้วย

          "ฉันบอกเธอแล้วคริสตินว่ายังไงเดรโกก็ของเธอ" จินนี่พูดขึ้นหลังจากที่ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

          "แต่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันนะว่าแอสโทเรียจะขอถอนหมั้นเอง" ลูน่าออกความเห็น

          "ฉันก็งงๆเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีล่ะนะ"

          "ดีแน่นอนอยู่แล้ว ว่าแต่มัลฟอยเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ แฮร์รี่กับรอนกระทรวงจะเรียกตัวเดือนกันยา" จินนี่ถาม

          "เห็นบอกว่าเซนต์มังโกจะเรียกเดือนตุลาน่ะ ช่วงนี้ก็เลยว่างๆ ตอนนี้ไปเที่ยวอเมริกากับพวกเบลสแล้ว"

          "ดีจังเลยนะ ฉันก็อยากไปบ้างจัง" ลูน่าบอกด้วยเสียงฝันๆ

          "แต่ปีนี้เราต้องสอบจบน่ะสิ แถมบางวิชาก็เปลี่ยนหลักสูตรใหม่อีก เผลอๆเราอาจต้องซื้อหนังสือตั้งแต่ปีหนึ่งมาอ่านใหม่" จินนี่บอกด้วยเสียงเซ็งๆ

          "โอ้ ถ้าต้องทำขนาดนั้นฉันเปิดร้านเบเกอรี่ตอนนี้เลยดีกว่า"

          เราจัดการอาหารตรงหน้าไปด้วยพูดคุยไปด้วย หรือเรียกง่ายๆว่าเม้าท์ชาวบ้าน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครเป็นคนเปิดประเด็น จินนี่ วีสลีย์แน่นอน ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเธอไปรู้เรื่องลับๆของชาวบ้านชาวช่องเขาได้ยังไง แต่จินนี่ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่สนิทกับทุกคนไปทั่ว ไม่เหมือนฉันกับลูน่า เราอยู่กันแค่สองคนตั้งแต่ปีหนึ่ง มีฟีโอน่ามาแจมบ้างแต่เธอก็มีกลุ่มเพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง

          เรื่องเม้าท์แรกของจินนี่คือ เฮอร์ไมโอนี่กำลังปลูกต้นรักกับวิกเตอร์ ครัม ซีกเกอร์มือหนึ่งทีมชาติบัลแกเรีย ร่ำๆว่ารอบนี้รอนแสดงความยินดีด้วยนะ ไม่เหมือนกับตอนปีสี่ที่เขาค้านหัวชนฝา

          เม้าท์ที่สองคือโรมิลด้า เวย์น คนที่เคยจะทำเสน่ห์ใส่แฮร์รี่ได้เกรดโทรลล์ในวิชาปรุงยา ศาสตราจารย์สลักซ์ฮอร์นนี่ก็โหดใช่ย่อย บางทีศาสตราจารย์สเนปอาจจะใจดีกว่าด้วยซ้ำ

          และเม้าท์ที่สาม เรื่องใกล้ตัวเลยล่ะ เป็นเรื่องของลูน่า เธอบอกว่าช่วงนี้กำลังคุยๆกับรอล์ฟ สคามันเดอร์เด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟอยู่ และยังเป็นเหลนสายตรงของนิวท์ สคามันเดอร์คนดังอีกด้วย



          หนึ่งอาทิตย์ต่อมาก็ถึงวันกำหนดกลับของพี่เดรโกและเพื่อนๆ ฉันค่อนข้างประหลาดใจที่รู้ว่าพวกเขานั้นเดินทางด้วยเครื่องบินของมักเกิ้ลแทนที่จะใช้กุญแจนำทาง

          ทริปไปอเมริกาของพี่เดรโกเกิดขึ้นโดยเบลส เขาบอกว่ามีญาติอยู่ที่ไมอามี่และได้ชวนเขาไปพักร้อนที่นั่นพร้อมกับสามารถพาเพื่อนๆมาได้ โดยมีพี่เดรโก, เบลส ซาบินี่, ธีโอดอร์ น็อตต์,วินเซนต์ แครบ, แพนซี่และดาฟนี่ กรีนกราส พี่สาวของแอสโทเรีย

          ซึ่งนั่นทำให้ฉันต้องมายืนอยู่ในสนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอนกับแอสโทเรียในตอนนี้

          "เธอสบายดีนะ" ฉันเริ่มบทสนทนาเมื่อรู้สึกว่ามันชักจะเงียบเกินไป

          "ก็ดี ยังอยู่ดี" แอสโทเรียลากเสียงยาวอย่างไม่ค่อยสนใจฉันสักเท่าไหร่ เพราะสายตาเธอกวาดมองสิ่งรอบตัวที่ไม่ค่อยได้เห็นในโลกเวทย์มนตร์นัก "เธอแน่ใจนะว่าเขาจะออกมากันประตูนี้"

          "แน่ใจสิ" ถึงจะตอบไปแบบนั้นแต่ฉันก็แอบหยิบใบข้อมูลที่ระบุวันกลับ หมายเลขเที่ยวบินรวมถึงหมายเลขทางออกที่พี่เดรโกส่งมาให้เมื่อวันก่อนออกมาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

          และไม่นานฉันก็กลุ่มคนที่เหมือนจะกลมกลืนแต่ก็สะดุดตาอยู่เล็กน้อยเดินออกมาจากทางออกที่ฉันและแอสโทเรียยืนรออยู่ พวกเขาสวมเสื้อผ้าแบบมักเกิ้ลมีอันจะกินแต่ปฏิกิริยาต่อสิ่งรอบตัวนั้นเรียกได้ว่าแทบจะเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง

          "เธอคิดว่าเราควรแกล้งไม่รู้จักพวกเขาไหม" แอสโทเรียหันมากระซิบกับฉัน

          "ฉันว่าไม่ทันแล้วแหละ" ฉันกระซิบตอบเธอไปหลังจากที่เห็นเบลสชี้นิ้วมาที่เราแล้วตะโกนเรียกเพื่อนๆของเขา และมีคนไม่น้อยที่กำลังสนใจกลุ่มของเราเพราะเสียงตะโกนชื่อฉันของเบลส

          "คริสตินนนนน!!!" เบลสโบกไม้โบกมือและเดินมาหาฉันพร้อมกับหมู่คณะของเขา และไม่อยากเชื่อว่าพี่เดรโกก็ทำตัวแบบเบลสโดยการโบกมือเรียกฉันที่ห่างกันสิบเมตรแบบนั้น ได้โปรดเถอะ เอาคุณชายคนที่ฉันชอบกลับมาที ฉันได้แต่ยิ้มแหยๆและโบกมือน้อยๆส่งไปให้ ส่วนแอสโทเรียเธอหยิบหมวกขึ้นมาใส่และสวมแว่นดำเรียบร้อย

          "น่าอายชะมัด ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ฉันคบเพื่อนโหวกเหวกอย่างนี้" แอสโทเรียบ่น

          ไม่นานแก๊งค์มักเกิ้ลปลอมก็เดินมาถึงฉัน แม้หน้าตาจะดูล้าๆกันบ้างแต่พวกเขาดูมีความสุขดีกับทริปนี้ พวกเขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะผิวที่เริ่มคล้ำแดด


          "คิดถึงจังเลยยย" พี่เดรโกจับฉันเข้าไปกอดแน่นๆแล้วก็โยกไปโยกมาเหมือนเด็กๆ ให้ตายสิ ฉันเริ่มอายแล้วนะ

          ทักทายกันไม่นานทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ หลายคนหิ้วของต่างๆที่ซื้อมาไปหาที่ลับตาคนเพื่อหายตัว แอสโทเรียและพี่สาวของเธอมีรถมารับ ส่วนฉันกับพี่เดรโกกลับโดยผงฟลูโดยจะเดินไปร้านหม้อใหญ่รั่วที่อยู่ห่างไปประมาณสิบบล็อคจากสนามบิน

          ระหว่างทางพี่เดรโกเล่าว่าเขาไปทำอะไรมาบ้าง เริ่มจากการบ่นว่าการขึ้นเครื่องบินทำให้เขาปวดหูและวิวที่เห็นก็ยังสวยสู้การขี่ไม้กวาดไม่ได้สักนิด

          เขาได้เรียนรู้การเล่นกีฬาที่ไม่ใช่ควิดดิช การไปอยู่ไมอามี่เมืองที่ติดทะเลทำให้เขาได้มีโอกาสเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด และยังเล่าว่าเขาแอบใช้เวทย์มนตร์ขณะเล่นเพราะหมั้นไส้พวกโนแมจในไมอามี่ที่ได้คะแนนนำไปตั้งเยอะ

          "มันก็สนุกดีนะ ถ้าไม่นับเวลาทรายมันกระเด็นเข้าตาน่ะ"

          "ฉันได้ยินว่าที่นั่นแดดแรง"

          "โคตรๆเลยล่ะ เธอดูแขนฉันสิ คล้ำไปเลยเห็นม้ะ" เขายื่นแขนมาให้ฉันดู

          "ฉันชอบนะ ดูดีออก มันดูสุขภาพดีนะฉันว่า"

          "อย่างงั้นหรอ หลงรักฉันมากขึ้นแล้วล่ะซิ" เขาพูดล้อๆ แต่นั่นก็ทำให้ฉันฟาดแขนเขาไปที่ด้วยความเขิน "แหม เขินแรงซะด้วย แต่ถึงฉันไม่ทำอะไรเธอก็รักฉันอยู่แล้วนี่เนอะ"

          "พี่หยุดแกล้งฉันเถอะ ได้โปรด"

          "เหมือนฉันนั่นแหละ เธออยู่เฉยๆฉันก็หลงหัวปักหัวปำแล้ว"

          ฉันก้มหน้าและแอบยิ้ม หน้าฉันต้องแดงมากแน่ๆ แล้วอยู่ๆพี่เดรโกก็หยุดเดินแล้วจับให้ฉันเงยหน้าขึ้น

          "แก้มปริหมดแล้วคริสติน" จากนั้นก็จูบฉันเบาๆและจูงมือฉันออกเดินต่อ

          ทำไมฉันต้องแพ้เขาตลอดเลยนะ




"หลงรักฉันมากขึ้นแล้วล่ะซิ"

___________________________________________

มาแล้วจ้าาาาาาา
อากาศแปรปรวนมากเว่อ วันนึงมีสามฤดูเลย
ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ

ส่วนตอนนี้ไม่มีอะไรมาก 5555555555
ใกล้จบแล้วเลยใส่บทเบลสให้ คิดถึงความล้นของเฮียแก


ขอถามด้วยยยย คือตอนนี้มีพลอตของแอสโทเรียแว๊บเข้ามาในหัว เลยอยากถามว่าอยากอ่านเรื่องของน้องแอสตี้เขาไหม ดูจากเรื่องนี้แล้วน้องเขามีแอนตี้แฟนเยอะอยู่ 5555555555 เนื้อเรื่องจะต่อจากเรื่องนี้เลยแต่เป็นตอนเรียนจบ


ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะ


Merry Christmas and Happy New Year kaa
เจอกันตอนหน้า
jujuly


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #145 ขนม"โมจิ"🍵🍡 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 16:12

    จะหล่อลากไส้ไปไหน555

    #145
    0
  2. #124 keaw sl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:02

    หลงมากค่ะพี่
    #124
    0
  3. #110 SunDashine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 05:28

    กุมใจจจ
    #110
    0
  4. #66 NDN-Crazy01 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:32
    หลงจนยิ้มแก้มปริไม่แพ้คริสตินแล้วววววว/////// อ่านเรื่องนี้เขินหนักมากมายค่ะ รอนะคะ
    #66
    0