Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 6 : 6 | ว่าด้วยเรื่องวันหยุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 314 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


6

ว่าด้วยเรื่องวันหยุด






          ปกติเวลาผมอยู่ที่ลอนดอน หิมะจะตกตอนช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม แต่ที่นี่ แค่กลางเดือนพฤศจิกายนก็ตกแล้วฮะ


          และด้วยความที่ไม่มีไฟฟ้า นั่นหมายความว่าในประสาทไม่มีฮีทเตอร์ จีซัส! เมอร์ลิน! ผมถามจริง...


          ตั้งแต่อากาศหนาวลงเรื่อย ๆ ฟิลช์ก็ไล่จุดคบเพลิงตามที่ต่าง ๆ จุดมันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ออลเดย์ออลไนท์ จากปกติที่จุดแค่ตอนกลางคืน


          ที่ห้องนั่งเล่นเรเวนคลอเด็กนักเรียนก็ดูรักกันมากขึ้นมาทันที ทุกคนพร้อมใจกันมานั่งรวมกระจุกอยู่ที่หน้าเตาผิง กอดเข่า กอดเพื่อน กอดแฟนของตัวเองกันไป บางคนก็ขนผ้าห่มลงมาเพื่อนั่งอ่านหนังสือหน้าเตาผิงก็มี


          อากาศแบบนี้ไม่มีใครอยากทำอะไรกันเลย การบ้านวิชาปรุงยากับป้องกันตัวจากศาสตร์มืดนของผมอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋าผ้าที่ผมวางไว้บนเตียง


          ใบรายชื่อแจ้งความจำนงอยู่ที่โรงเรียนในช่วงคริสต์มาสถูกส่งมาที่หอพักแต่ละหอในต้นเดือนธันวาคม ปีหนึ่งเกือบทุกคนกลับบ้านหมด ผมค้นพบว่ายิ่งปีโตมากเท่าไหร่ คนอยู่โรงเรียนก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ที่โรงเรียนช่วงคริสต์มาสมันมีอะไรกัน


          แฮกริดตัดต้นสนมาตั้งในห้องโถงใหญ่แล้ว ศาสตราจารย์ฟลิตวิกรับหน้าที่ตกแต่งกับศาสตราจารย์แชง แต่ถึงจะอย่างนั้น เด็ก ๆ บางคนก็ร่วมตกแต่งด้วย บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นมาทันทีแม้ว่าอากาศจะหนาวติดลบ


          ไม่มีนักเรียนคนไหนคิดออกนอกตัวปราสาทหากไม่จำเป็น น้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็งที่บันไดหินทำให้ลื่นหัวแตกได้ง่าย ๆ ห้องพยาบาลก็คึกครื้นเป็นพิเศษเพราะนักเรียนเป็นหวัด บางวันผมก็แกล้งไอค่อกแค่กเพื่อที่จะได้ดื่มยาแก้หวัดสูตรพริกไทยให้โล่งคอโล่งจมูกจนมาดามพรอมฟีย์จำผมได้แล้ว และไล่ผมทันทีเมื่อผมพยายามจะขออีกเป็นครั้งที่ห้า


          การเรียนก็รู้สึกง่วงหงาวหาวนอนมากกว่าปกติ ยิ่งคาบเรียนของศาสตราจารย์บินส์ ผมหลับทันทีที่อาจารย์เขาเอ่ยปากพูดเลยฮะ ไม่ต้องกินยานอนหลับให้ตับไตไส้พุงพังเลย


          ลูน่าเองก็ไม่เที่ยวเล่นเหมือนตอนที่มาฮอกวอตส์ใหม่ ๆ ทุกวันนี้มันทำแค่กิน แล้วก็นอนซุกอยู่ในผ้าห่มของผม บางครั้งก็ไปซุก ๆ กับกองผ้าห่มที่มีคนลืมไว้หน้าเตาผิง บางครั้งก็ชวนแมวและสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ในหอมานอนผิงไฟเรียงกันด้วย


          โคลอี้เคยตื่นสายและเอื่อยเฉื่อยยังไง พอเข้าฤดูหนาวเธอยิ่งทวีความรุนแรงนั้น แอนิต้ามาบอกว่าโคลอี้ไม่ยอมลุกจากเตียง ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น และแน่นอน ผมเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ผมลงทุนบุกหอหญิงเพื่อลากโคลอี้ลงมาจากเตียง ถ้าจับล้างหน้าแปรงฟันด้วยได้ผมก็จะทำ


          และด้วยเหตุการณ์นั้น ผมก็โดนพรีเฟ็คชายหญิงตั้งแต่ปีห้ายันปีเจ็ดดุยกใหญ่เรื่องเข้าไปในหอหญิงโดยพละการ ไม่ยุติธรรม! ผู้หญิงเข้าหอชายได้ ทำไมผู้ชายจะเข้าหญิงบ้างไม่ได้ล่ะ โคลอี้ยังเคยมานอนเล่นกับลูน่าถึงบนเตียงของผมเลยนะ ไอว้อนจัสทิส!


          และเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง วันหยุดฤดูหนาว ผมกำลังนั่งแพ็คของที่จำเป็นใส่กระเป๋าเป้ใบเก่งที่ยัดลงหีบมาเพื่อใส่ของกลับบ้านในช่วงคริสต์มาสโดยเฉพาะ ผมล้างกรงของลูน่าจนสะอาดหมดจด รวมถึงชามนมและชามอาหาร กระบะทรายก็ไม่มีบรรดาลูกกระสุนลูกเล็กลูกน้อยหลงเหลือสักนัด ผมว่าจะหาหญ้ามาปลูกให้ลูน่ากินด้วย ขี้แข็งชะมัด แมวนี่มันเป็นริดสีดวงได้ไหมฮะ


          ผมเดินออกจากหอพร้อมโคลอี้ กระเป๋าเป้สะพายหลังคนละใบ และกรงสัตว์เลี้ยงคนละหนึ่งกรง


          "สรุปเธอจะมาหาฉันที่ลอนดอนไหม" ผมถามเธอ ตาคงดีใจที่มีเพื่อนไปหาผมถึงบ้าน


          "ไปสิ บ้านนายมีเครือข่ายผงฟลูใช่ไหม"


          "ไม่มีอ่ะ"


          "อ้าว"


          "บ้านฉันเป็นคอนโด จะมีเตาผิงได้ยังไง เธอมาที่ร้านหม้อใหญ่รั่วก็แล้วกัน เดี๋ยวไปรับ"


          "ได้ แต่ปีหน้าฉันจองตัวนายนะ นายต้องมาบ้านฉันด้วย"


          "ไม่มีปัญหา"


          ผมกับโคลอี้เดินตามคนอื่น ๆ ไปขึ้นรถไฟที่สถานีในหมู่บ้านฮอกส์มี้ด ผมรู้มาว่าตั้งแต่ปีสามขึ้นไปพวกนักเรียนได้รับอนุญาตให้ออกจากปราสาทมาที่หมู่บ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ด้วย ก็ว่าอยู่ว่ารุ่นพี่แต่ละคนไปสรรหาของหวาน กับของเล่นมาจากไหนกัน


          ตู้รถไฟคราวนี้นั่งอัดกันถึงหกคนเลยฮะ มีผม โคลอี้ แอนิต้า สองแฝด และโจชัวเพื่อนของลอร์แกน ดีที่พวกเรายังตัวเล็ก ๆ กันอยู่เลยนั่งกันแบบสบาย ๆ คาดว่าถ้าโตกว่านี้อีกสักสองถึงสามปีคงมีอึดอัดกันบ้างแหละ


          โจชัวเนี่ย เรียกได้ว่าอัจฉริยะของชั้นปี ตีคู่มากับโรส วีสลีย์เลย ลอร์แกนมาเล่าว่าเวลาฮัฟเฟิลพัฟเรียนกับกริฟฟินดอร์ สองคนนี้จะแย่งกันตอบคำถามเพื่อเอาคะแนนเข้าบ้าน


          พอย้อนกลับมาดูตัวเอง ผมทำบ้านเรเวนคลอเสียคะแนนตั้งแต่วันแรกของการเรียนเลยด้วยซ้ำ


          ตลอดทางแต่ละคนนั้นเล่าถึงเรื่องพี่น้องของตัวเอง ไลแซนเดอร์กับลอร์แกนก็เล่าเรื่องวัยเด็กของกันและกัน แอนิต้าเองก็บอกว่าซาบริน่าขี้บ่น จู้จี้ ส่วนโจชัว ที่เขาบอกให้ผมเรียกแค่จอชก็พอ บอกว่าเจมส์พี่ชายของเขานั้นเป็นคนที่กระตือรือร้นมาก พลังเหลือเฟือ เจมส์อยู่ปีสามเหมือนซาบริน่า แถมยังอยู่ทีมควิดดิชเหมือนกันอีก เล่นตำแหน่งเดียวกันด้วย


          ดูเหมือนจะมีแค่ผมกับโคลอี้ที่เป็นลูกคนเดียว ผมก็ได้แต่เล่าเรื่องของตา สำนักพิมพ์ นักข่าวบางคนที่ผมเคยเจอ แม่ของอัลบัสผมก็เคยเจอมาแล้ว


          ส่วนโคลอี้เล่าว่าที่บ้านเธอนั้นค่อนข้างหัวโบราณ ซึ่งเธอผ่าเหล่าผ่ากอมากที่สุด ครอบครัวเคลเมนไทน์เป็นเลือดบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดได้อยู่กลุ่มตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้รังเกียจมักเกิ้ล และเปิดกว้างพอสมควร แต่พอผมถามอะไรที่เกี่ยวกับมักเกิ้ลไป โคลอี้ตอบไม่ได้เลยสักอย่าง


          นี่คือเปิดกว้างแล้วถูกไหม


          รถไฟมาถึงสถานีคิงส์ครอสตอนประมาณหกโมงเย็น ที่สถานีคนไม่ได้หนาตาอย่างวันเปิดเทอม สองแฝดสคามันเดอร์วิ่งไปหาครอบครัวของพวกเขา แอนิต้ากับพี่สาว และจอชกับพี่ชายก็เช่นกัน


          "เธอจะมาวันไหนและกี่โมง" ผมถามโคลอี้ จะได้ไปรับได้ตรงเวลา


          "คริสต์มาสอีฟก็แล้วกัน สิบเอ็ดโมงร้านหม้อใหญ่รั่ว" เธอบอก "นั่นพ่อแม่ฉัน แล้วเจอกันนะ"


          ผมโบกมือให้โคลอี้ มองเธอวิ่งไปหาพ่อกับแม่ของเธอ ก่อนจะเริ่มมองหาตาของผมบ้าง


          "ไงเบลค"


          เสียงของดอมทักผม เธอเดินมาพร้อมกับกลุ่มคนประมาณหกถึงเจ็ดคนที่พ่วงนามสกุลวีสลีย์และพอตเตอร์ต่อท้าย


          นี่มันตั้งทีมควิดดิชได้หนึ่งทีมเลยนะ


          "ไงดอม" ผมทักเธอกลับ


          "ไม่มีคนมารับหรือไง" เธอถาม และมองไปรอบ ๆ ก่อนหันไปบอกพี่ ๆ น้อง ๆ ของเธอให้เดินไปก่อน


          "แฮปปี้คริสต์มาสไอ้หนูหมัดหนัก" ลูอีอวยพร ไม่ลืมที่จะโยกหัวผมเล่นด้วย


          "เมอร์รี่คริสต์มาสนะเบลค" คราวนี้เป็นอัลบัส และโรส


          กลับมาที่คำถามของดอมก่อนหน้านี้ นั่นสิ ผมก็กลัวอย่างนั้นเหมือนกัน ช่วงสิ้นปีตางานยุ่งตลอด


          "อาจจะมั้ง นั่นลูกพี่ลูกน้องดอมหมดเลยหรอ" ผมถาม


          "ใช่ เป็นไง เยอะมะ"


          "โคตร ๆ เลยฮะ"


          "นี่ยังไม่ครบเลยนะ ยังเหลือคนที่จบไปแล้วกับคนที่ยังไม่เข้าอีก"


          ผมว่าถึงโหลนึงแน่ ๆ เลย


          "ฉันต้องไปแล้ว แฮปปี้คริสต์มาสนะ"


          "แฮปปี้คริสต์มาสฮะ"


          ผมโบกให้เธอ เธอโบกมือกลับ ก่อนจะเดินไปสมทบกับเหล่าพี่น้องของเธอ ผมหันมองรอบตัวอีกครั้ง ตาอาจไม่ว่างจริง ๆ ก็ได้


          "กลับกันเองก็ได้เนอะลูน่า"


          "เมี๊ยว"


          "ใครว่าจะให้แกกลับเองเล่าฮะ"


          "ตา!"


          อยู่ ๆ ตาก็โผล่มาข้างหลังผมหลังจากที่คิดว่าอาจจะต้องนั่งรถกลับเอง ผมไม่ต้องเสียตังค์ค่ารถแล้วทุกคน


          หมับ!


          "โอ้ยตา อะไรเนี่ย ผมหายใจไม่ออก"


          "แกไม่อยู่แล้วบ้านเงียบเป็นบ้าเลยว่ะ" ตากอดผมแน่นขึ้นอีก ดันหัวจนหน้าผมซุกอยู่ที่พุงกลม ๆ "ไอ้ตัวแสบ"


          ในที่สุดตาก็ปล่อยผมออกสักที จากนั้นตาก็จับมือผม พาผมหายตัวไป






          ลอนดอนอากาศหนาว แต่ไม่เท่าที่สกอตแลนด์ จนป่านนี้หิมะที่นี่ยังไม่ตกเลยฮะ ที่นู่นตกจนหนาไปหลายนิ้วแล้ว


          "ฉันทำแม็คแอนด์ชีสเตรียมไว้ให้ อ้อ โรเจอร์ถามถึงแกด้วย" ตาบอกผม พร้อมกับวางชามแม็คแอนด์ชีสลงบนโต๊ะกินข้าว


          โรเจอร์คือพี่ชายข้างห้องฮะ ชื่อเต็ม ๆ คือโรเจอร์ เดนเวอร์ เขาเป็นเด็กมหา'ลัย ไม่ค่อยอยู่ห้องบ่อยนัก ที่พิเศษสุด ๆ คือพี่เขารู้ว่าผมกับตาไม่ใช่มักเกิ้ล เพราะว่าพี่เขาเป็นสควิบ โรเจอร์ผันตัวเองมาอยู่ที่โลกมักเกิ้ลเต็มตัว จนตอนนี้เรียนหมออยู่ปีสามแล้ว


          "พี่เขาเป็นไงบ้างฮะ"


          "ก็เหมือนเดิม เรียนหนัก ปาร์ตี้หนัก เพิ่งกลับมาตอนตีสี่ ไม่รู้ป่านนี้ตื่นรึยัง"


          และคติประจำใจของโรเจอร์คือ work hard, play harder ถึงพี่เขาจะสายปาร์ตี้ขนาดไหน แต่เรื่องเรียนเนี่ยต้องยกนิ้วเลยฮะ ไม่ได้มาเล่น ๆ จริง ๆ


          ผมใช้เวลาวันหยุดไปการนอน เล่นเกม ดูซีรีส์ที่ค้างไว้ให้ทันตอนที่กำลังออนแอร์ และปลูกหญ้าให้ลูน่า ผมเข้ากูเกิ้ลเพื่อค้นหาว่าไอ้หญ้าที่แมวกินมันคืออะไร สรุปมันเรียกว่าแคทนิปฮะ หรือภาษาชาวบ้านคือกัญชาแมว เวลาแมวเคี้ยวหญ้านี่เล่นมันจะเคลิบเคลิ้มมีความสุขไปประมาณสิบนาที


          ผมกดซื้อเลยฮะ ของแบบนี้มันต้องมี เขาบอกว่าแล้วแต่นิสัยแมวด้วย บางตัวก็พุ่งเข้าหา บางตัวก็เฉย ๆ แต่ถ้าลูน่าเฉย ๆ ใส่หญ้าที่ผมตั้งใจปลูกให้ล่ะก็ ผมจะเด็ดหญ้ายัดปากมัน


          ผมแวะซื้อของขวัญให้โคลอี้ด้วย ผมไม่รู้หรอกว่าเด็กผู้หญิงเขาชอบอะไรกัน ผมรู้แค่ว่าโคลอี้ชอบขนมและของหวาน โดยเฉพาะพุดดิ้ง ผมจัดการไปร้านขนมแถวบ้าน ซื้อพุดดิ้งมาให้เธอประมาณหกกล่องหกรสชาติ กินให้หายอยากไปเลย


          วันที่ยี่สิบสี่มาถึง ผมนั่งรถบัสไปหาโคลอี้ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว แน่นอนว่าไม่ใช่รถเมล์อัศวินราตรีแน่นอน เคยนั่งครั้งเดียวตอนแปดขวบ และผมจะไม่นั่งอีกตลอดชีวิต ผมมาถึงร้านตอนสิบโมงห้าสิบ รอไม่นานผมสีแดงที่ผมคุ้นเคยก็ออกมาจากเปลวไฟที่เขียวที่เตาผิง โคลอี้มาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กที่สะพายไว้ข้างตัว


          "โคลอี้" ผมเรียก


          "นายตรงเวลาดีนี่นา แล้วเราจะไปบ้านนายยังไงล่ะ"


          "ขึ้นรถบัสไง"


          "นายหมายถึงรถเมล์อัศวินราตรีหรอ"


          "ไม่โคลอี้ ชาตินี้ฉันจะไม่นั่งไอ้รถนั่นอีกแล้ว"


          ผมพาโคลอี้ขึ้นรถบัสของมักเกิ้ล ยื่นบัตรที่รวมทั้งค่ารถบัสและรถไฟใต้ดินให้เธอหนึ่งใบ จากนั้นก็พาเธอขึ้นคันที่ผ่านบ้านผม เธอเงอะงะนิดหน่อยตอนติ๊ดบัตร เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไง โคลอี้บอกว่านี่เป็นครั้งแรกของที่มาสัมผัสโลกมักเกิ้ลแบบจริงจังขนาดนี้ เธอตื่นตาตื่นใจไปกับอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยรวมแล้ว โคลอี้ดูเหมือนสาวน้อยบ้านนาที่เพิ่งเข้ากรุงเป็นครั้งแรกมาก


          "นี่บ้านฉัน ใหญ่ป่ะ" ผมผ่ายมือไปทางคอนโดที่ผมอยู่


          "บ้านนายสูงจัง นายอยู่กับตาสองคนไม่ใช่หรอ" โคลอี้ถามอย่างสงสัย


          "ใช่"


          "แล้วทำไมมีคนออกมาด้วยอ่ะ"


          ผมยิ้มไม่ตอบอะไร ผมดันหลังเธอให้เดินเข้าไปในตัวอาคาร และเดินไปรอขึ้นลิฟต์


          "เอ้าเข้ามาสิ" ผมเรียกเธอ โคลอี้ยืนขมวดคิ้ว ไม่ยอมเข้ามาในลิฟต์สักที


          "ทำไมต้องเข้าไปในนั้นด้วยล่ะ" เธอถาม


          "เข้ามาเถอะน่า ฉันไม่ขึ้นบันไดไปชั้นสิบเก้าแน่" สุดท้ายผมก็ต้องลากโคลอี้ให้เข้ามาในลิฟต์ และต้องมาตอบคำถามอีกว่ากล่องสี่เหลี่ยมนั่นพาขึ้นมาถึงชั้นสิบเก้าได้ยังไง


          "มันเป็นระบบไฟฟ้าโคลอี้ มีรอกคล้องกับตัวลิฟต์ไว้ จากนั้นมันก็ทำอะไรสักอย่างให้เรามาโผล่ชั้นนี้"


          "ไม่เห็นเข้าใจเลย"


          "เออ ฉันก็ไม่เข้าใจ"


          "เอ้า"


          "เดี๋ยววันหลังฉันไปถามวิศวกรให้"


          "วิศวกรคืออะไร"


          "โคลอี้ เคลเมนไทน์ ให้ตายสิ"


          ผมเริ่มจะเหนื่อยกับคำถามของโคลอี้แล้วนะ ตอนนี้เธอก็มีคำถามใหม่อย่างเช่น นี่ห้องอะไร นั่นห้องอะไร ผมก็ได้แต่ตอบว่ามันไม่ใช่ห้องของผม


          "อ้าวเบลค"


          "อ้าวโรเจอร์" บทจะเจอก็เจอเลย พี่เขาเพิ่งออกมาจากห้องพอดี "กลับบ้านหรอฮะ" ผมถาม ดูจากการแต่งตัวและกระเป๋าที่สะพายอยู่บนไหล่


          "ถูกต้อง ฉันต้องไปฟังคุณย่าที่รักบ่นอีกแล้ว เรื่องไม่ยอมอยู่บ้านกับท่าน" โรเจอร์บอก ก่อนจะเหลือบมองไปที่โคลอี้ "ไปฮอกวอตส์ไม่กี่เดือนเดี๋ยวนี้หนีบสาวเข้าห้องแล้วหรอ"


          "เพื่อนต่างหาก" ผมบอก


          "ชื่ออะไรล่ะเรา" โรเจอร์ถามโคลอี้


          "โคลอี้ค่ะ"


          "แฮปปี้คริสต์มาสนะโคลอี้ นายด้วยเบลค รีบโตได้แล้ว จะได้ไปแฮงค์เอ้าท์กัน ฉันไปละ" โรเจอร์พูดทั้งหมดรวดเดียวแล้วก็เดินจากไป


          ผมเคาะประตูห้อง เพราะขี้เกียจไขกุญแจ ประตูเปิดออกพร้อมกับตาของผมที่ยิ้มร่าเริง


          "โคลอี้ใช่ไหม เข้ามาเลย ๆ"


          ผมพาโคลอี้ไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวี เธอจ้องไปรอบ ๆ เหมือนเห็นสิ่งที่ประหลาดที่สุดในชีวิต ก่อนจะถอนหายใจออกมา


          "เอาเป็นว่าฉันจะไม่ถามก็แล้วกัน" เธอบอก "เอ้านี่ เมอร์รี่คริสต์มาส"


          โคลอี้หยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้ ผมขอบคุณก่อนจะเดินไปที่ตู้เย็นและยื่นกล่องพุดดิ้งให้เธอ


          "เบลค ฉันชอบมากเลย"


          ถ้าไม่ชอบผมคงแปลกใจ ผมแกะของขวัญที่เธอเอามาให้ มันเป็นหมวกไหมพรมที่ปักอักษรตัวบีเอาไว้


          "คุณย่าฉันทำให้ เห็นนายบ่นว่าหนาวฉันเลยบอกให้คุณย่าทำเผื่อนายด้วย"


          "ขอบใจโคลอี้" ผมลองใส่ และมันอุ่นมาก คุณย่าของเธอคงลงคาถาอะไรไว้แน่ ๆ


          ตาของผมก็มีของขวัญให้โคลอี้เหมือนกัน เป็นน้ำหมึกยี่ห้อดี พร้อมเซตปากกาขนนก ที่ฮอกวอตส์เขาอนุญาตให้ใช้ปากกาของมักเกิ้ลได้ แต่ว่าใครใคร่ใช้อะไรก็ใช้ไป อาจารย์ไม่ได้ห้าม และแน่นอนว่าผมเลือกใช้ปากกาของมักเกิ้ล ไม่ต้องพกน้ำหมึกหรือกลัวว่าขนนกจะทู่ หมึกหมดก็เปลี่ยนแท่ง จบ


          ตาให้ของขวัญกับผมพร้อมโคลอี้ และมันไม่ใช่อะไรเกินความคาดหมายของผมเลย เกมฟีฟ่าตัวใหม่ และเกมดีทรอยต์บีคัมฮิวแมน ผมเล่นทันทีและไม่ลืมชวนโคลอี้ให้มาเล่นด้วยกัน


          และผมต้องมาตอบคำถามอีกว่าทำไมคอนเนอร์ถึงไม่ใช่คนทั้ง ๆ ที่มันเหมือนคนมาก

 





          วันหยุดน่ะชอบผ่านไปเร็ว ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่อีกครั้งแล้ว พร้อมด้วยกระเป๋าเป้ มือซ้ายถือกรงลูน่า และมือขวาถือกระถางหญ้าที่เริ่มขึ้นต้นอ่อนแล้ว


          "เจอกันปิดเทอมฮะตา" ผมบอก และผมทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้ม มือผมไม่ว่างน่ะ


          "เออ เจอกัน" ตาโบกมือ


          ผมเดินไปขึ้นรถไฟ เดินผ่านไปหลายตู้จนเจอโคลอี้นั่งอยู่กับไลแซนเดอร์ และผมไม่ใช่คนเดียวที่บ้าหอบฟางกลับฮอกวอตส์ ไลแซนเดอร์ก็ด้วย


          "บอกฉันทีว่าทำไมนายถึงมีหัวสกั๊งค์" ผมถามไลแซนเดอร์ทันที


          "ตาถั่วจริง มันคือแบดเจอร์ต่างหาก เอาไว้ใส่ล้อพวกฮัฟเฟิลพัฟ ลอร์แกนก็มี เป็นหัวนกหัวขวาน นายเถอะ รักโลกจนคิดปลูกต้นไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ไลแซนเดอร์ชี้มาที่กระถางหญ้า


          "ฉันปลูกหญ้าให้ลูน่ากินต่างหาก"


          "แมวต้องกินหญ้าด้วยหรอ"


          "ทีคนยังต้องกินผักเลย"


          ไลแซนเดอร์พยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะโฆษณาฟังก์ชั่นมากมายของหัวสกั๊งค์นั่น โคลอี้เริ่มหาวแต่ก็พยายามทำหน้าทำตาเหมือนกับว่ากำลังฟังอยู่ตลอด จนแอนิต้าเข้ามา เธอถามถึงหัวสกั๊งค์ และผมกับโคลอี้ก็ต้องฟังไลแซนเดอร์ร่ายยาวอีกหน


          ผมรู้สึกว่านั่งฟังไลแซนเดอร์พูดเนี่ย มันนานกว่าวันหยุดที่ผ่านมาอีก











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          ไปค้นรูปแบดเจอร์กับสกั๊งค์มา เราว่ามันเหมือนกันมากเลยอ่ะ ตัวดำลายขาวเหมือนกันเลย

          เป็นตอนที่ไม่มีอะไรนอกจากพาโคลอี้นั่งรถเล่น 55555555


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 314 ครั้ง

1,855 ความคิดเห็น

  1. #912 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:43
    ฮือตลกมาก555555 รักบรรยากาศชิวๆ ของเรื่องนี้จังเลยค่า ขำโคลอี้สุด เป็นฟิคที่ผสมโลกมักเกิ้ลกับโลกเวทมนตร์ได้ดีมากเลยแง ชอบความที่มันอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัวเนี่ย อยู่เขียนไปนานๆ นะคะ รักด
    #912
    0
  2. #379 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:22
    ว้าย เราชอบ DBH มาก รักคอนเนอร์มากกกก หลังจากนี้จะมีอะไรป่วนๆ อีกไหมน้าา
    #379
    0
  3. #285 bxnkbkck (@bxnkbkck) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:55
    บ้านโคลอี้เปิดรับก็จริงแต่อาจจะไม่ได้ไปคลุกคลีกับมักเกิ้ลก็เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลยไงเล่าเบลคคคค
    ดีทรอยต์เราเล่นจบแล้ว+ตาเอก รักคอนเนอร์มากๆ อยากได้หุ่นมาไว้สักตัวเลยค่ะ55555555
    ส่วนโรเจอร์นี่เท่ดีนะคะ เป็นสควิบเลยมาเรียนหมอ แบบสุดยอชอะ แต่เป็นเราคงเศร้าที่ได้รับรู้ว่ามีอีกโลกที่โคตรวิเศษแต่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ไม่อยากอยู่โลกมักเกิ้ลแล้วอะแง เหนื่อย ยอมไปเจอวิชายากๆ แบบปรุงยาดีกว่าต้องเจอเคมี ไม่เอาแล้ววววววว
    #285
    0
  4. #38 Nekoijump (@Nekoijump) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:29

    ตาเบลคอยู่คอนโดนี่เองงง ง่อววว ฮือออออ ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ♡♡♡merry x'masนะคะ55555เดือนธันวาละเหมาะกับการนอนอ่านนิยายมากกกกก ชอบภาษานะคะ น่ารักดี♡

    #38
    1
  5. #37 Sun&Moon (@kibumloveink) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:07
    ลูน่าเตรียมเมาเลยนะลูกนะ555555555555
    #37
    1
  6. #36 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:14
    ไลแซนเดอร์พูดมากเข้ากับคนง่ายไม่เหมือนกับแม่ แต่เพี้ยนเหมือนกันเลย555
    #36
    1
  7. #35 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 18:39
    เดี๋ยววว อีตาเบลค คนต้องกินผัก แต่แมวไม่ต้องกินแคทนิปก็ได้มั้ยย5555555 เราชอบดีทรอยต์ฯ ม้ากกกก นุ้งคอนเนอร์ เจ้าหงุงงง -///-
    #35
    1
  8. #34 XzLeon.IR79 (@All-gpt1123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 18:37
    อยากเห็นหัวสกั๊งค์ เอ้ย! หัวแบดเจอร์ของน้องอ่ะ5555
    #34
    1