Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 28 : 27 | ว่าด้วยเรื่องข่าวใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


27

ว่าด้วยเรื่องข่าวใหญ่






          หลังจากที่ผมวิ่งเหมือนโดนเดอะแฟลชเข้าสิง ตาก็ส่งจดหมายกลับในอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา และมันทำให้ผมสำนึกได้ว่า


          ผมไม่ต้องเชื่อทุกอย่างที่หมอดูทักก็ได้! (ยกเว้นแอนิต้ากับซาบริน่าอ่ะนะ)



          "ถึงไอ้หลานชายตัวแสบ


          ฉันสบายดี ยังเตะปี๊บดัง อีกอย่างฉันไม่ได้เลี้ยงแกให้โตมางมงายแบบนี้ โดนทักแค่นี้ก็หัวปั่นแล้ว อับอายขายขี้หน้าจริง ๆ อย่าบอกใครเชียวว่าเป็นหลานฉัน คนอย่างฉันมันหนังเหนียวตายยาก แล้วก็ไม่ต้องเชื่อที่ซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์พูดให้มันมาก อนาคตของเรา เรากำหนดเองได้ จำไว้! แต่ยังไงก็ขอบใจที่เขียนมาถาม น่ารักจริง ๆ หลานฉัน

          ฉันส่งพุดดิ้งร้านเดิมมาให้ด้วย แบ่งเพื่อน ๆ ด้วยล่ะ ส่วนขนนกที่ลืมไว้ก็เอามาให้แล้ว จริง ๆ เลย ตกลงแกห่วงฉันหรือห่วงแมวมากกว่ากันเนี่ย แต่เอาเถอะ ดูแลตัวเองดี ๆ อย่าให้เจ็บไข้ได้ป่วย เดี๋ยวได้หลับข้ามวันข้ามคืนแบบตอนปีหนึ่งอีก ดูแลนังลูน่าด้วย ไม่งั้นแกอาจจะมีหลานอีกคอก ทีนี้เราตาหลานจะได้ล้มละลายกัน


          ปล. ให้โรมกินถั่วก่อนกลับด้วยนะ

 

รัก
ไคล์ (ยังเตะปี๊บดัง)"

 


          ผมว่าผมเขียนไปหาตาด้วยความเป็นห่วงที่ท่วมท้นนะ แต่ทำไมเหมือนเขียนไปให้ตาด่ากลับมาวะ ถึงผมจะฝากตาหยิบขนนกอันโปรดของลูน่าให้ด้วยก็เถอะ


          "โคลอี้ หยิบถั่วให้หน่อย" ผมวานโคลอี้ให้หยิบถั่วพิสตาชีโอให้ เพราะเธออยู่ใกล้กว่า


          "คุณตาว่ายังไงบ้าง" โคลอี้ถาม


          "สบายดี เตะปี๊บดัง แถมยังโดนด่ากลับมาว่างมงายด้วย" ผมบอก มือก็แกะถั่วแล้วยื่นให้โรมไปด้วย


          "คุณตาคงไม่เชื่อเรื่องแบบนี้เนอะ"


          "แอนตี้เลยแหละ"


          ตาผมไม่เชื่อหมอดู ไม่เชื่อเรื่องคำทำนายทายทักอะไรทั้งนั้น ตาเคยบอกผมว่า อนาคตคือสิ่งที่เราต้องสร้างเอง มันเป็นผลพวงจากการกระทำในปัจจุบันของเรา ต่อให้หมอดูหรือนักทำนายคนไหนทักแม่นจริง ๆ มันก็เกิดจากตัวเราเองด้วยทั้งนั้น เช่น ถ้าโดนทักว่าจะป่วย ก่อนหน้านั้นเราก็ต้องตากฝนมาก่อน เป็นต้น


          แต่ว่าตาจะต้องกลับคำเมื่อได้เจอแอนิต้า ผมขอพนันเลย อาทิตย์ที่แล้วแอนิต้านั่งถอดไพ่ให้ผม และผลออกมาว่าตาผมแข็งแรงดี และผมมีแววจะโดนตาสั่งสอนผ่านจดหมายกลับมาด้วย


          แม่นหรือไม่แม่นพวกคุณก็ได้เห็นกันแล้ว


          "ไคล์ วินเซนต์น่ะเป็นคนหัวแข็ง เจอครั้งเดียวก็รู้แล้ว วันนั้นก็ขำเรื่องเจ๊เลือดสาดจนท้องแข็ง" แอนิต้าหันมาบอก


          "แอนนี่! อย่าพูดถึงเจ๊นั่น ขอร้อง ภาพยังติดตาอยู่เลย" เคลวินรีบพูดขึ้น ก่อนจะหยิบแตงกวาที่ฝานแล้วขึ้นมาแปะตา "โอม จงหายไป เจ๊เลือดสาดจงหายไป"


          "เออใช่ พวกนายเพ้อถึงเจ๊บ่อยมาก ฉันเลยลองสเก็ตช์ภาพดู" ไลแซนเดอร์บอกอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะควานหาสมุดในกระเป๋า


          "โรม แกรีบบินกลับบ้านเลยนะ เดี๋ยวภาพติดตาแล้วเกิดเป็นลมเป็นแล้งกลางทาง" ผมรีบบอกให้นกฮูกของตากลับบ้านก่อนที่ไลแซนเดอร์จะทันได้กางภาพสเก็ตช์ขึ้นมากลางโต๊ะเรเวนคลอ


          "นี่! เป็นไง ใกล้เคียงไหม"


          "ไม่รู้! ไม่สน! จงหายไป จงหายไป" เคลวินยังคงใช้แตงกวาแปะตาต่อไป


          "นายนี่มีพรสวรรค์จริง ๆ เลยนะ เกือบเหมือนแล้ว ติดแค่ขาต้องลอยพื้นมากกว่านี้อีกหน่อยแล้วก็รอยยิ้มต้องสยองกว่านี้อีกนิด ใช่ไหมเบลค" โคลอี้หันมาถามความเห็นผม


          "ใช่ นายต้องวาดให้เจ๊ยิ้มสยองกว่านี้ เอาแบบว่าเห็นแล้วตัวเย็น ขนลุก แล้วก็เสียวสันหลัง"


          "โอ๊ะ มาสคอตตัวใหม่หรอไลแซนเดอร์" พอลเดินเข้ามาทัก ก่อนจะขอหยิบสมุดขึ้นไปดูใกล้ ๆ "นายวาดสุภาพสตรีสีเทาเวอร์ชั่นเลือดอาบหรอ เข้าท่าดีนะ"


          เฮ้ อย่าชี้โพรงให้กระรอกสิพอล


          "จริงสิ! ใช่เลย! นอกจากนกอินทรีย์ก็สุภาพสตรีสีเทาเนี่ยแหละที่เป็นสัญลักษณ์บ้านเรา ขอบคุณนะพอล ผมได้ไอเดียแล้ว" จากนั้นไลแซนเดอร์ก็เก็บข้าวของแล้ววิ่งออกจากห้องโถงใหญ่ไปไหนก็ไม่รู้


          อย่าบอกนะว่าไลแซนเดอร์จะทำมาสคอตเจ๊เลือดสาดอ่ะ ว้อทเดอะฟัค!


          "พอล! พี่ไปชี้โพรงกระรอกทำไมเนี่ย" ผมรีบโวยพอลทันที


          "ฉันน่าจะรู้ว่าไลแซนเดอร์ชอบอะไรแบบนี้ ปีนี้เรามีเจ๊เลือดสาดมาแทนซอมบี้สิงโตแน่" แอนิต้าส่ายหัวอย่างปลงตก


          "เฮ้ทุกคน! ข่าวใหญ่ ๆ" แล้วอยู่ ๆ วิลเลี่ยมก็วิ่งเข้าห้องโถงมา พร้อมกับกระดาษในมือหนึ่งใบ


          "ถ้าไม่ใหญ่จริงนะวิลเลี่ยม ผมจะคิดดอกเบี้ยที่พี่ติดผมอยู่" ผมบอกวิลเลี่ยม แน่นอนว่าธุรกิจปล่อยกู้ของผมยังคงอยู่ เพราะลูกหนี้มักหามาคืนไม่ทันภายในสามวันกัน เพราะฉะนั้นเวลาพวกเขาคืนผมก็จะได้เป็นสองเท่า


          "ใหญ่มากจนดอกเบี้ยของนายบานไม่เท่าเลยล่ะ ดูนี่! ฉันได้ซีกเกอร์ฝีมือเฉียบมาแทนฮานนาห์โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคัดเลย" วิลเลี่ยมผู้เป็นกัปตันวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนที่ทุกคนจะมารุมมุงกัน


 

          "ใบอนุญาตเล่นควิดดิช

          เรื่อง การพิจารณาการรับเด็กปีหนึ่งเข้าทีมบ้าน


          ฉัน มิเนอร์วา มักกอนนากัล ผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันของฮอกวอตส์ อนุญาตให้ ลิลี่ ลูน่า พอตเตอร์ เข้ารับตำแหน่งซีกเกอร์สังกัดทีมบ้านเรเวนคลอ โดยได้ผ่านการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบแล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

ลงชื่อรับรอง

มิเนอร์วา มักกอนนากัล
อาจารย์ใหญ่"

 


          โห ใหญ่จริงว่ะ พอตเตอร์น้อยเจ๋งเป็นบ้า!


          "เด็กปีหนึ่งเนี่ยนะ ถึงจะเป็นพอตเตอร์ก็เถอะ นายมั่นใจได้ไงว่าฝีมือเฉียบจริง" พี่สกินเฮดปีสี่ที่ผมไปกวนตีนใส่ตอนวันเปิดเทอมพูด ก่อนจะมองพอตเตอร์น้อยที่นั่งดันแว่นตัวเองขึ้นเงียบ ๆ อยู่กับน้องญี่ปุ่น


          "นายไม่รู้อะไร ฉันเห็นกับตา! เห็นพร้อมกับศาสตราจารย์ฟลิตวิกเลย วันนั้นพวกปีหนึ่งกำลังเรียนการบิน แล้วฉันกับศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็กำลังคุยกันเรื่องที่ไลแซนเดอร์กับเบลคไม่ยอมมาคัดตัวเข้าทีม จากนั้นก็มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวจากพวกปีหนึ่งดังมา แล้วรู้ไหมฉันเห็นอะไร" วิลเลี่ยมเว้นช่วง "ลิลี่ พอตเตอร์กำลังขี่ไม้กวาดไปเก็บแว่นของตัวเองที่โดนเด็กเปรตบ้านกริฟฟินดอร์สักคนโยนขึ้นไปบนฟ้า ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใส่แว่น! แถมเก็บได้อย่างไร้รอยขีดข่วน บินอย่างเร็วแต่โคตรนิ่ม!"


          คราวนี้เด็กเรเวนคลอทุกคนมองไปที่ลิลี่ พอตเตอร์กันหมด เธอดันแว่นของตัวเองให้เข้าที่อีกรอบ ก่อนจะค่อย ๆ ตักมักกะโรนีเข้าปากโดยมีน้องญี่ปุ่นทำหน้าเบื่อโลกนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


          "คุณพระ! บอร์นทูบีจริง ๆ ลูก" เคลวินเอามือทาบอก เขาเอาแตงกวาออกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


          "ไม่ได้ใส่แว่น? ไม่ได้ใส่แว่นแล้วมองเห็นหรอ" พี่สกินเฮดถามอีก


          "คือหนูแค่สายตาสั้นอ่ะค่ะ ไม่ได้ตาบอด" และลิลี่ตอบกลับด้วยดวงตาใสซื่อผ่านเลนส์แว่นออกมา


          ............


          เออ! มันต้องอย่างนี้! ผมภูมิใจกับรุ่นน้องว่ะ


          "เห็นไหม แค่คำตอบก็เฉียบแล้ว ปีนี้เราได้แชมป์โว้ย!" วิลเลี่ยมตะโกน ก่อนจะหันไปทางโต๊ะกริฟฟินดอร์แล้วตะโกนต่อ "เจมส์! น้องนายแม่งเจ๋งว่ะ วู้ว!"


          เจมส์ทำหน้ารำคาญใส่วิลเลี่ยม ปีนี้เจมส์ พอตเตอร์ขึ้นมาเป็นกัปตันแทนลูอี ส่วนบรรดาญาติ ๆ ของน้องที่มีรีแอคชั่นมากที่สุดคือดอม เธอปรบมือให้ลิลี่เสียงดัง ดูดีใจยิ่งกว่าพี่ชายแท้ ๆ อย่างเจมส์ หรืออัลบัสซะอีก


          "อย่างนี้นัดสุดท้ายของเทอมก็พลาดไม่ได้เลยสิ" แอนิต้าพูดขึ้น


          "ทำไมล่ะ" โคลอี้ถาม


          "ศึกสายเลือดไงโคลอี้ กริฟฟินดอร์แข่งกับเรเวนคลอ" ผมบอก และโคลอี้เหมือนจะตามไม่ค่อยทัน "คืองี้ เจมส์เป็นซีกเกอร์ของกริฟฟินดอร์ใช่มะ ตอนนี้ลิลี่ก็ได้เป็นซีกเกอร์ของเรเวนคลอด้วย และสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน เข้าใจยัง?"


          "อ๋อออออ" โคลอี้ทำปากเป็นรูปตัวโอพร้อมกับพยักหน้า


          แล้วทุกคนก็พูดถึงซีกเกอร์คนใหม่ของเรเวนคลอไปเกือบตลอดหนึ่งอาทิตย์ และผมเห็นลิลี่พยายามอธิบายเรื่องสายตาสั้นกับตาบอดเป็นสิบ ๆ รอบในห้องนั่งเล่นรวม


          จากนั้นประโยค 'หนูสายตาสั้น ไม่ได้ตาบอดค่ะ' ก็กลายเป็นฉายาอันยาวเฟื้อยของพอตเตอร์น้อยไป ถ้ามีคนมาถามว่าลิลี่ไหน ผมก็จะตอบว่า


          "ก็ 'ลิลี่ หนูสายตาสั้นไม่ได้ตาบอด' ไง"

 



          ผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่ผมเรียนปีสาม สองปีก่อนหน้านี้ถือว่ากระจอกไปเลย เพราะผมเรียนเยอะขึ้นกว่าเดิมสามวิชา นอกจากไปนั่งดมกลิ่นเทียนหอมในวิชาพยากรณ์ และทักทายพี่ไจแอ้นท์กับให้อาหารหนอนฟลอบเบอร์ในวิชาการดูแลสัตว์วิเศษแล้ว ผมก็ลงวิชาอักษรรูนโบราณไปด้วย


          วิชานี้ผมเรียนกับไลแซนเดอร์และเคลวิน และเนื่องด้วยกลุ่มของเราเป็นเลขคี่ ผมจึงเสียสละให้เคลวินกับไลแซนเดอร์นั่งคู่กัน ส่วนผมน่ะหรอ


          "นี่โลล่า ฉันอยากกินครัวซองส์อีก"


          "นายจะขอขนมฉันจนจบปีเจ็ดเลยหรือไง"


          "ก็ขนมบ้านเธออร่อยนี่ ฉันกับโคลอี้โหวตให้เป็นอันดับสองรองจากพริงเกิ้ลส์รสซาวครีมกับหัวหอมเลยนะ"


          "ไว้เป็นอันดับหนึ่งเมื่อไหร่ค่อยมาขอใหม่นะ"


          ผมยิ้มกริ่ม ไม่นานหรอก ไม่เกินสามวันโลล่าจะถือถุงครัวซองส์มาให้ผมกับเพื่อน ๆ เผลอ ๆ ได้ทาร์ตไข่เพิ่มมาด้วย


          ผมชอบขนมที่บ้านของโลล่าทำมาก บ้านเธอเปิดร้านขนมและกำลังขยายสาขามาที่ตรอกไดแอกอนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะถึง โลล่าได้ขนมจากทางบ้านทุกอาทิตย์ บางทีก็สองครั้งต่ออาทิตย์ และแน่นอนว่ามันเยอะมาก ไม่อย่างนั้นเธอไม่มาแบ่งให้พวกผมกินกันฟรี ๆ แน่


          อักษรรูนเหมือนจะยาก แต่ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ศาสตราจารย์แบ๊บบลิงบอกว่า มันเป็นอักษรเยอรมันโบราณที่ดัดแปลงมาจากอักษรโรมันอีกที แค่ต้องใช้ความจำมากหน่อยเท่านั้น และผมไม่มีปัญหามากเท่าไหร่เพราะจอชก็เรียนวิชานี้ด้วย มีจอชก็ต้องมีลอร์แกน มีสองคนนี้ก็ต้องมีโลล่า เพราะสามคนนี้คือสามสหายฮัฟเฟิลพัฟ


          ส่วนวิชาอื่น ๆ ก็เหมือนเดิม วิชาสมุนไพรได้เปลี่ยนเรือนกระจก ผมไม่ต้องทนฟังพวกต้นแมนเดรกโวยวายแล้ว ศาสตราจารย์สเปราต์พาไปดูต้นอะโคไนต์ที่ปลูกแยกไว้ต่างหาก อาจารย์บอกว่าต้นนี้อันตราย แค่ดมดอกไม้สีม่วงของมันก็อาจหลับแล้วไม่ตื่นอีกเลย


          วิชาแปลงร่างกับอาจารย์แชงคนสวย อาจารย์สอนเรื่องแอนิเมไจและเชิญอาจารย์ใหญ่ที่เป็นแอนิเมจัสมาเป็นเคสสตัดดี้ ผมนี่อยากอุ้มอาจารย์ใหญ่ในร่างน้องแมวมาก ขนน่าจะนิ่ม


          วิชาคาถา ศาสตราจารย์ฟลิตวิกสอนคาถาเรียกดิน น้ำ ลม ไฟ มันมีประโยชน์มากเวลาที่สระผมมาเปียก ๆ เพราะผมก็แค่เสกลมออกมาเป่าให้มันแห้งเร็วขึ้น


          วิชาดาราศาสตร์ก็เริ่มเรียนเรื่องการเรียงตัวของหมูดาวแล้ว แล้วผมก็พบว่าผมมีเพื่อนที่มีชื่อเป็นดวงดาวถึงสองคน คืออีริดานัสกับสกอร์เปียส


          วิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ไม่ต้องไปพูดถึงหรอก ผมจำไม่เห็นได้เลยว่าเรียนอะไรไปบ้าง แต่ไม่ต้องห่วง ผมมีเคลวิน และผมเชื่อใน One Night Miracle


          วิชาการป้องการตัวจากศาสตร์มืดสนุกกว่าสองปีที่ผ่านมา ปีนี้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์แทบไม่ได้ให้เราจับหนังสือเรียนเลย คาบแรกก็ได้เรียนถาถาปลดอาวุธกันแล้ว และผมลองวิชาด้วยการไล่เสกคาถาปลดอาวุธเพื่อนไปเกือบครึ่งห้อง


          เอ้า เรียนมาก็ต้องลองไหมอ่ะ ฝึกกับหุ่นมันจะไปสนุกอะไรล่ะ จริงไหม


          วิชาปรุงยาเรียนเรื่องน้ำยาหดตัว ศาสตราจารย์ซาบินี่ต้องการน้ำยาที่ใช้ได้จริง ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่าง วิชานี้ผมเรียนร่วมกับกริฟฟินดอร์ และผมมีโอกาสได้เห็นโรสถูกอาจารย์เมินเวลาจะยกมือตอบคำถามด้วย แต่อาจารย์ก็ต้องจำใจให้คะแนนน้ำยาของโรสเต็ม เพราะมันไร้ที่ติ


          "อาจารย์ดูจะไม่ชอบเด็กกริฟฟินดอร์นะฮะ" ผมบอกระหว่างที่เอาน้ำยาของผมกับโคลอี้ที่ปรุงกันเสร็จเรียบร้อยมาส่งหน้าห้อง


          "ไม่ได้ไม่ชอบ แค่ไม่ถูกชะตา" อาจารย์บอก ก่อนจะดูน้ำยาของคนอื่น ๆ และให้คะแนน


          "แล้วทำไมถึงจีบแม่ผมล่ะ" ผมสงสัยจริง ๆ นะ ไม่ถูกชะตาแต่ทำไมไปจีบอ่ะ


          "แก่แดดแก่ลม เป็นเด็กเป็นเล็กมาถามอะไรแบบนี้"


          แน่ะ โมโหกลบเกลื่อนอีก


          "ผมสิบสามแล้ว ไม่เด็กแล้วนะ"


          "ก็เด็กอยู่ดีนั่นแหละ" อาจารย์บอกแล้วก็กรอกคะแนนต่อ


          ผมยักไหล่ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปเก็บของ แต่อาจารย์ก็พูดขึ้นมาซะก่อน


          "ไอรีนทำฉันใจเต้น แค่นั้นแหละ" ศาสตราจารย์ซาบินี่มองหน้าผม "โตขึ้นเดี๋ยวก็เข้าใจเอง เวลาเจอคนที่ทำให้ใจเต้นแรงน่ะเธอแทบจะไม่สนเลยว่าคนคนนั้นเป็นใคร"


          "อาจารย์เห็นแม่ครั้งแรกแล้วใจเต้นแรงเลยหรอฮะ"


          "เปล่า ตอนแรกฉันเฉย ๆ มาก แต่อยู่ไปอยู่มาก็ใจเต้นแรงซะงั้น ก็เลยจีบ แล้วก็โดนตานายด่ากลับมา"


          ผมอยากขำนะ แต่ติดว่าเป็นอาจารย์ ผมจะให้เกียรติโดยการกลั้นขำก็แล้วกัน


          "แล้วที่ถามเนี่ยมันเกี่ยวกับการเรียนไหม ไปช่วยเพื่อนเก็บของไป"


          "ครับอาจารย์" ผมยิ้มเล็ก ๆ ให้อาจารย์ ก่อนจะไปช่วยโคลอี้เก็บหม้อและวัตถุดิบ


          ใจเต้นหรอ... ถ้าใจไม่เต้นก็ตายดิ











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          ก็ถูกของเบลค ใจไม่เต้นก็ตายสิ

          และไลแซนเดอร์ผู้คลั่งไคล้ความเลือดสาด ส่วนน้องลิลี่ก็คือเหมือนพ่อเลยจ้า เข้าทีมบ้านตั้งแต่ปีหนึ่งด้วยสกิลเก็บแว่น มีศาสตราจารย์ฟลิตวิกกับพี่วิลเลี่ยมดันให้สุดฤทธิ์ แต่อาจารย์ใหญ่ก็เคยทำน้าาา


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

1,857 ความคิดเห็น

  1. #1544 theMYSTERYman (@TheMystery) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 20:46
    ว้าววววว ลิลลี่ลูก //โบกป้ายไฟ
    ยังจำกระแสแฮร์รี่ฟีเวอร์ได้อยู่เลยค่ะ ก็แหม นักกีฬาควิดดิชที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอกวอตส์เลยนี่ค่ะ! ไหนจะเคยทำสถิติจบเกมได้เร็วที่สุดด้วย ได้พ่อสุดๆ เลยค่ะลูก
    ปล.คิดว่าถ้ายังมีประเด็นเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์คนดังอยู่ในเรื่องบ้าง น่าจะเรียลขึ้นนะคะ เพราะยังไงแฮร์รี่ก็เป็นวีรบุรุษแห่งโลกเวทมนต์ เป็นตำนานมีชีวิต ที่สมควรสร้างอนุสาวรีย์ประดับไว้กลางตรอกไดแอกกอน(?)
    #1544
    0
  2. #1342 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:25
    คุณตาน่ารักกกกกก ชอบจดหมายคับบ
    #1342
    0
  3. #933 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:59
    น้องลิลลี่เฟียสสุด5555555 เบลคยังคงเส้นคงวากวนไม่หยุดเด้อ
    #933
    0
  4. #831 Yourlittlepompompurin (@preempueng) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:33

    เบลคลูกยัยตัวแสบ ขี้บูลลี่ที่สุดเลยอะเรา5555555555
    #831
    1
  5. #738 Kittttttttie (@studentgroup153) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 05:17
    กลับมาอ่านใหม่แก้เหงา รู้สึกประโยคสุดท้ายมีความมืดมนเบาๆ แบบแบดกายแล้ว5555 ไม่ใช่สดใสรู้ดบอยไปวันๆ หรือคิดไปเองนะะ
    #738
    1
  6. #496 bxnkbkck (@bxnkbkck) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 01:27
    ลิลลี่55555555555 เฟียสมากกกก สมแล้วเป็นลูกพ่อแฮร์รี่แม่จินนี่ แล้วเบลสนี่คืออออออ ไม่ไหวๆๆๆ ใจเต้นกับคำตอบ เขินอะ อุแงงงง
    #496
    2
  7. #443 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:50
    'ลิลี่ หนูแค่สายตาสั้นไม่ได้ตาบอด'

    พี่อยากจะบอกหนูว่าคนใส่แว่นทั่วโลกอยากจะพูดแบบนี้ลูก พี่ด้วย ;_;
    #443
    1
    • #443-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 28)
      27 มีนาคม 2562 / 19:35
      น้องตอบแทนเด็กแว่นไปหมดแล้ว 555555555555
      #443-1
  8. #442 J-Jads (@Ailce_Jean) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 18:19
    เบลคว้อย5555
    #442
    1
    • #442-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 28)
      27 มีนาคม 2562 / 19:34
      เบลคก็คือเบลค 5555555555555
      #442-1
  9. #440 K-H-A-W-F-A-N-G (@K-H-A-W-F-A-N-G) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 11:22
    เฉียบ! ลิลลี่ เฉียบ "หนูแค่สายตาสั้น ไม่ได้ตาบอดค่ะ"
    #440
    1
  10. #439 some-siwarak (@some-siwarak) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 07:45
    อะ ประโยคจบมันได้ว่ะ55555
    #439
    1
  11. #438 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 00:55
    บางทีศาสตราจารย์เบลสอาจจะลืมคำว่า'แรง'ต่อจากคำว่าใจเต้นก็ได้นะคะ ตาเบลคยังคงเกรียนไปทั่วเหมือนเดิมจ้าา ลีลี่เชื้อพ่ออย่างแรงจริงๆ แต่เราเชื่อว่าน้องจะได้ความปากจัดจากจินนี่มาด้วย555555
    #438
    1
  12. #436 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:56
    ทำไมเหมือนเห็นร่างสองของอิเบลค แบบเวอร์ชั่นผู้หญิงไรงี้ ลิลี่ก็คือสกิลคล้ายคลึงเบลคมาก แต่นิ่งกว่าเท่านั้นเอง 555555 แล้วแกนะแก เขาหมายถึงใจเต้นแรงว้อยยย
    #436
    1
  13. #435 2002M19 (@meowwahh) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:40
    ลิลี่ลูกตัวเเค่นี้ทำไมเเซ่บจัง เบรคกวนตีนมาก555555 เดี๋ยวสักวันเจอกับตัวจะขำไม่ออกขำรอเลย
    #435
    3
  14. #434 SunDashine (@SunDashine) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:59
    เบรคเอ้ย5555
    #434
    1
  15. #433 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:08
    วิชาการป้องการตัว >> ..ป้องกัน..
    ถาถาปลดอาวุธ >> คาถา..
    ปรบมือบราโว่มากค่ะ สายตาสั้นไม่ได้ตาบอด! 55555
    #433
    1
  16. วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:06
    ลิลี่โหดมากลูก
    #432
    1
  17. #431 Zeron.0912 (@Naiinuttych) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 21:37
    ถ้าใจไม่เต้นก็ตายสิ... ถ้าใจไม่เต้นก็ตายสิ... ถ้าใจไม่เต้นก็ตายสิ...//เสียงก้องอยู่ในรูหู =ㅅ=
    #431
    1
  18. #430 Frodina (@rungring4334) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:13
    เบลค! จะไม่กวนตีนซักตอนจะได้มั้ย5555555555
    #430
    1
  19. #429 Sun&Moon (@kibumloveink) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:08
    สายตาสั้นไม่ได้ตาบอดค่ะ เริ่ด! ปรบมือบราโว่ให้น้องลิลี่!! เด็กแว่นเหมือนกันเจอคำถามแบบนี้เหมือนกันเป๊ะ ยิ่งชอบมาชูนิ้วถามว่ากี่นิ้วนี่ยิ่งแล้วใหญ่55555555 ลิลี่ลูกพ่อมากเลยค่ะ ฮืออออออออออ
    #429
    1
  20. #428 ดอกไม้กวน (@soonchannamfa) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:07
    เบลคกวนตีนจริงๆ สมกับเป็นเบลคดี
    #428
    1
  21. #427 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:05

    พอตเตอร์เข้าทีมตอนปีหนึ่งอีกคนสินะ
    จากเรื่องสายตา ก็มาเรื่องควิดดิชที่เหมือนพ่อ หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องโชคด้วยนะ เพราะว่าแฮร์รี่โชคดี รอดตายมาหลายครั้งมาก

    ปล.มาอัพ Dragon and Lyre ทีเถอะนะไรท์
    #427
    1
  22. #426 licena (@licena) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 19:58

    เบลคที่บอกไม่ใตเต้นก็ตายเนี่ยไม่ได้กวนตีนใช่ไหมมม
    #426
    1