Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 14 : 14 | ว่าด้วยเรื่องของหายได้คืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 261 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


14

ว่าด้วยเรื่องของหายได้คืน






          "มีใครเห็นลูน่าบ้าง?!"


          ผมตะโกนถามทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นรวมเรเวนคลอ หลังจากที่เรียกหาลูน่าอยู่นาน ดูตามตู้ตามซอกก็แล้ว ใต้เตียงก็แล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แวว ตอนกลางวันยังมาขอขนมกับโคลอี้อยู่เลย


          "เมื่อตอนบ่ายฉันเห็นมันอยู่ที่ห้องโถงนะ"


          "ไม่ใช่ มันอยู่แถวห้องสมุดต่างหาก"


          "มั่วแล้ว ฉันไปเรียนวิชาการดูแลสัตว์วิเศษมา มันอยู่แถว ๆ กระท่อมของแฮกริดต่างหาก"


          "ลูน่ามีตัวเดียวนะ มันจะไปอยู่หลาย ๆ ที่ได้ไง" ผมถอนหายใจกับคำตอบของแต่ละคนที่สวนทางกัน หงุดหงิดงุ่นง่าน หาแมวไม่เจอ


          "มันอาจจะใช้คาถาแยกเงาพันร่างแบบเรื่องนารูโตะก็ได้นะ" พอลบอก เขาเอามือขึ้นประสานกันตรงหน้าเป็นท่าประกอบด้วย


          ไม่มีใครช่วยอะไรผมได้เลย เห้อออ


          ผมออกจากห้องนั่งเล่น ที่แรกที่ผมไปคือห้องโถง ตอนนี้มีคนร่อยหรอเพราะกลับขึ้นหอกันไปหมด เหลือแต่คนที่เอ้อระเหย ฟัดของหวานกันยังไม่เสร็จ โคลอี้อาจเป็นหนึ่งในนี้ถ้าผมไม่ลากเธอออกไปก่อน


          ผมมองไปทั่วห้องโถงใหญ่ ไม่มีวี่แววของลูน่าแมวดำแสนน่ารักของผมเลย มีก็แต่แมวส้มอ้วนท้วมสมบูรณ์ กับแมวสฟิงซ์หนังเหี่ยว ผมไปที่ห้องสมุดเป็นที่ต่อไป ที่นี่มีเด็กนักเรียนเยอะขึ้นมาหน่อย มีนกแก้วพูดมากที่มาดามพินซ์เพิ่งเอามาเลี้ยงทักทายเด็กทุกคนที่เดินผ่าน ผมว่ามันหนวกหูกว่าเด็กคุยกันในห้องสมุดซะอีก


          "สวัสดีตอนเย็น สวัสดีตอนเย็น แกว๊ก แกว๊ก!" มันร้องทักพร้อมกับสยายปีกพึ่บพั่บ


          "เออ หวัดดี" ผมทักมันกลับแบบไม่ค่อยสนใจนัก


          ผมไล่เดินตั้งแต่ทางเข้าห้องสมุดจนไปถึงริมสุด เข้าทุกซอกออกทุกตรอก ดูทุกชั้นหนังสือก็ไม่เจอลูน่า และที่หน้าห้องสมุดก็มีแต่คุณนายนอร์ริสเดินอืดอาด


          ผมมองท้องฟ้าสลัวตอนสองทุ่มกว่าที่ยังมืดไม่สนิท ก่อนจะตัดสินใจเดินไปทางกระท่อมที่ชายป่าต้องห้าม และกว่าผมจะเดินไปถึงฟ้าก็มืดพอดี กฎของโรงเรียนคือห้ามออกนอกปราสาทตอนฟ้ามืด แต่ถ้าในปราสาทก็อยู่นอกหอนอนของตัวเองได้ถึงเที่ยงคืน


          ผมว่าข้ออ้างตามหาแมวก็ดูมีน้ำหนักดีนะ แล้วแฮกริดก็เป็นหนึ่งในอาจารย์ เขาไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง


          ผมเดินลงเนินที่ค่อนข้างชัน เดินผ่านคอกไก่ และแปลงผักจนถึงกระท่อมของแฮกริด ผมมองไปรอบ ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อไม่เจอลูน่าผมถึงเคาะประตู


          ก๊อก ๆ


          "มาแล้ว ๆ"


          แฮกริดเปิดประตูออกมาพร้อมกับซากกระต่ายป่าในมือ เขาทำหน้าประหลาดใจที่เจอผม ผมสิต้องประหลาดใจ เขาจะถือซากกระต่ายป่าออกมาต้อนรับแขกทำไมกัน


          "อ้าว เจ้าหนูเบลคหรอกเหรอ ฉันนึกว่าฟิลช์จะพาเด็กที่โดนกักบริเวณมาซะอีก มีอะไรล่ะ"


          "คือผมจะมาถามว่าเห็นลูน่าไหมฮะ แมวสีดำพันธุ์บอมเบย์เพศเมีย ตาสีเหลือง หน้ากลม ๆ หูตั้ง ปลอกคอสีแดง" ผมอธิบายลักษณะของลูน่าให้แฮกริดฟัง เขาทำหน้าครุ่นคิด


          "ตัวแมวฉันไม่เห็นนะ แต่ถ้าปลอกคอ... รอแปปนึง" แฮกริดกลับเข้าไปในกระท่อมก่อนจะกลับมาพร้อมกับปลอกคอสีแดงในมือ "ฉันเจอมันตกอยู่แถวสนามควิดดิช ใช่ของแมวเธอไหม"


          ใครก็ได้ช่วยผมที ผมจะล้มแล้ว ผมยื่นมือรับปลอกคออย่างคนใจลอย มันเป็นปลอกคอของลูน่าไม่ผิดแน่ แป้นสีเงินที่สลักชื่อว่าลูน่ายิ่งตอกย้ำว่านี่เป็นปลอกคอของแมวผม


          "ไม่ต้องกังวลไปร้อก มีเด็กหาสัตว์เลี้ยงไม่เจอกันเยอะแยะ มันก็เที่ยวเล่นอยู่แถว ๆ นี้แหละ"


          แฮกริดปลอบใจ อาจจะจริงของเขาก็ได้ บางทีลูน่าอาจจะแค่ไปเที่ยวเล่น เดี๋ยวผมจะขอให้สุภาพสตรีสีเทาช่วยหาอีกแรง พึ่งคนไม่ได้ก็พึ่งผีแล้วกัน


          "แฮกริด!"


          เสียงทุ้มใหญ่แหบ ๆ ดังมาจากข้างหลัง ฟิลช์กำลังเดินถือตะเกียงตรงมา และเงาสองเงาด้านหลังที่ตามฟิลช์มามันคุ้น ๆ ชอบกล


          "ฉันพาเด็กมาแล้ว"


          ฟิลช์บอกแฮกริดก่อนจะส่องตะเกียงไปตรงหน้าเด็กสองคนที่เขาว่าโดยไม่บอกไม่กล่าวก่อน ทั้งคู่หยีตากันแทบไม่ทัน


          "เอาตะเกียงลงด้วยค่ะ มันแสบตา"


          ตอนนี้ผมเห็นชัดแล้วว่าสองคนนั้นคือใคร พวกเขาคือพี่น้องโลบูต้า --มาร์โคกับมาริลิน


          "พูดมากนังหนู บ่นอยู่ได้ตลอดทาง" ฟิลช์มองแรงใส่มาริลิน "ถ้ามักกอนนากัลยอมให้การลงโทษที่ฉันเสนอผ่านล่ะก็ ป่านนี้พวกแกโดนจับห้อยหัวลงจากเพดานไปแล้ว หรือไม่ก็โดนฟาดด้วยแส้ ฉันนั่งทำความสะอาดเตรียมไว้ทุกวัน"


          มาริลินทำหน้าปุเลี่ยน ก่อนจะเดินไปหลบหลังมาร์โค


          "พอน่าฟิลช์ มุกนี้เก่าเป็นบ้า เด็กรุ่นนี้ไม่เชื่อกันแล้ว"


          "หึ" ฟิลช์หึมาแค่คำเดียวแล้วก็เดินกลับไปทางเดิม


          "นายก็โดนกักบริเวณหรอ" มาร์โคถามผม


          "เปล่า ผมแค่มาหาแมว"


          "ลูน่าน่ะหรอ" มาริลินโผล่หน้าจากหลังพี่ชายมาถามผม


          "ใช่ เธอเห็นไหม"


          "ไม่"


          "เอ้า แล้วถามทำไม" ผมขมวดคิ้วใส่มาริลิน ก่อนจะถามในสิ่งที่ผมสงสัยต่อ "แล้วทำอะไรกันมาล่ะถึงโดนกักบริเวณ"


          "ก็มาร์คน่ะสิ" มาริลินพูดพร้อมกับมองหน้ามาร์โคอย่างเคือง ๆ "เขาจะไปเอาซากหนูที่วานให้เอลฟ์ในห้องครัวหามาให้ แล้วเขาก็ลากฉันไปด้วยทั้งที่มันเลยกำหนดเวลาแล้ว"


          "นี่แมรี่ อย่าโทษพี่สิ พีฟส์ต่างหาก ถ้ามันไม่ตามเราแล้วตะโกนโหวกแหวกใครจะจับเราได้" มาร์โคจิ้มหน้าผากมาริลิน


          "แรกเริ่มมันก็เป็นเพราะพี่นั่นแหละ น้องกำลังจะขึ้นไปนอนอยู่แล้วเชียว"


          "เอ้า คุยกันเสร็จรึยัง ตามมาได้แล้ว" แฮกริดถือพวงซากกระต่ายป่าและซากหนู และตะเกียงอันโตยืนอยู่ที่ทางเข้าป่าต้องห้ามพร้อมกับสุนัขล่าหมูสีดำตัวใหญ่ที่น่าจะแก่พอ ๆ กับคุณนายนอร์ริส เขาเรียกมันว่าเจ้าเขี้ยว "ส่วนเบลค เธอกลับปราสาทไปได้แล้ว"


          "ผมไปด้วยได้ไหมฮะ" ผมหันไปถาม แฮกริดทำหน้าชั่งใจสักพักก่อนจะพยักหน้า


          "ก็ได้ จะได้กลับไปพร้อมกันทีเดียวทั้งสามคนเลย"


          "เราต้องเข้าป่าด้วยหรอคะ ไหนว่าเป็นเขตหวงห้ามไง" มาริลินถาม


          "เว้นแต่จะถูกกักบริเวณ ตามมาได้แล้ว หยิบตะเกียงมาด้วย" แฮกริดชี้ไปที่ตะเกียงที่วางไว้หน้ากระท่อม มาร์โคเดินไปหยิบ เขาเดินตามแฮกริดไปโดยไม่รอผมกับมาริลินเลย


          "น่ารำคาญจริง ๆ" มาริลินบ่นก่อนจะเริ่มออกเดินตามพี่ชายไป ส่วนผมก็เก็บปลอกคอของลูน่าลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินตามไปสมทบอีกคน


          การเข้าป่าต้องห้ามไวกว่าที่ผมคิดไว้ รู้งี้ลากโคลอี้ให้มาด้วยกันก็ดี


          แฮกริดเดินนำหน้าไปกับเจ้าเขี้ยว เขาบอกให้มาร์โคที่โตที่สุดในพวกผมเป็นคนเดินปิดท้าย พวกเราเดินย่ำดินชื้น ๆ ที่มีมอสขึ้น มีรากต้นไม้ใหญ่ผุดขึ้นมาจนพื้นขรุขระไม่ราบเรียบ ไม่นานแฮกริดก็ส่งสัญญาณให้หยุดเดิน เราเดินกันเข้ามาลึกพอสมควร


          "เอาล่ะ กักบริเวณกับฉันไม่ยาก แค่ให้อาหารสัตว์"


          แฮกริดพูดเสร็จก็ดีดนิ้วอยู่สองสามที จากนั้นก็มีฝูงตัวอะไรสักอย่างที่เหมือนครึ่งนกครึ่งไก่เดินออกมา มีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่เต็มไปหมด


          "ฮิปโปกริฟฟ์" มาร์โคบอก


          "ช่าย ฮิปโปกริฟฟ์ พวกเธอให้อาหารพวกตัวเล็กแล้วกันนะ ส่วนพวกตัวใหญ่ฉันจัดการเอง"


          แฮกริดยื่นพวงกระต่ายป่ากับหนูที่ตายแล้วมาให้ผม ผมรับมาแบบงง ๆ เกิดมาไม่เคยจับสัตว์ที่ตายแล้วจนตัวแข็งทื่อเยอะแบบนี้มาก่อน


          "แอบจิ๊กไปให้ยูตะสักหน่อยดีกว่า" มาร์โคพูด เขาวางตะเกียงลงบนพื้น "เฮ้ เด็กเซี้ยวเรเวนคลอ เอากระต่ายมานี่"


          จะดีมากถ้ามาร์โคไม่เรียกผมเด็กเซี้ยว ผมออกจะเป็นเด็กดี เซี้ยวเซิ้วอะไรกัน


          "พี่อย่าให้ยูตะกินกระต่ายได้ไหม ถ้าวันนึงมันคิดจะกินแมรี่ของน้องขึ้นมาจะทำยังไง"


          "ก็ให้มันกินไปสิ"


          "มาร์ค!"


          "โอ้ยแมรี่ อย่าบ่นมากได้ไหม ก็บอกแล้วไงว่ายูตะมันกินแต่สัตว์ที่ตายแล้ว ยูตะเป็นงูไม่สู้ใคร แค่จิ้งจกวิ่งมันยังเลื้อยหนีเลย"


          โห เสียชื่องูหลามมาก เลื้อยหนีจิ้งจกเนี่ยนะ


          ผมยื่นพวกกระต่ายทั้งหมดให้มาร์โค เขาจับกระต่ายยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมสามตัว ฝากมาริลินไว้อีกสองตัว จากนั้นก็มองหน้าผม แล้วก็ยัดกระต่ายมาใส่กระเป๋าเสื้อผมอีกสองตัว


          นี่ตกลงเราต้องให้อาหารใคร ลูกฮิปโปกริฟฟ์ที่หิวโหย หรืองูหลามไม่สู้ใครอย่างยูตะ


          ลูกฮิปโปกริฟฟ์ตัวโตประมาณไหล่ตัวหนึ่งเดินมาจิกแขนผมเบา ๆ มันจ้องพวกกระต่ายป่ากับซากหนูในมือของมาร์โคตาไม่กระพริบ เห็นแล้วนึกถึงลูน่าเลยแฮะ มาริลินหยิบซากหนูแล้วโยนให้มัน ตัวอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ ทยอยต่อคิวเดินตามกันมาขอบ้าง เป็นระเบียบดีแท้ ไม่ต้องพึ่งเครื่องแบบนักเรียนก็มีวินัยได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


          ผมกับมาริลินผลัดกันให้อาหารฮิปโปกริฟฟ์ในขณะที่มาร์โคมัวแต่สนใจจัดระเบียบซากกระต่ายป่าในกระเป๋าเสื้อเพราะเขาจิ๊กมาเพิ่มอีก


          มาร์โคเป็นผู้ชายหน้าดุแต่กลับทำตัวมุ้งมิ้งขัดกับหน้าตามาก ส่วนมาริลินก็เป็นผู้หญิงหน้าหวานที่ขี้บ่นเหมือนป้าแก่ ๆ --สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน


          แล้วจากเดินหาลูน่ากลายมาเป็นให้อาหารฮิปโปกริฟฟ์ได้ยังไงเนี่ย

 





          ผ่านมาห้าวันแล้วลูน่าก็ยังไม่กลับมา ขนาดมีสุภาพสตรีสีเทาช่วยหาแล้วก็ยังไม่เจอ ตอนนี้ผมไม่กะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น เวลาเรียนก็นั่งเหม่อจนโดนศาสตราจารย์แชงดุเข้า ผมไม่สนใจแม้กระทั่งโจนาสที่ล้อเลียนผมด้วยซ้ำ ผมไม่อยากทำอะไรจริง ๆ


          เมื่อไหร่ลูน่าจะกลับมา!


          "ดูสิเบลคกี้ของเราซึมกะทื่อเลย" เคลวินพูดขึ้น


          "เดี๋ยวมันก็มาแหละเบลค ฟินน์ก็หายไปบ่อย ๆ เหมือนกัน"


          "ฟินน์มันส่งจดหมายไงโคลอี้ เธอส่งจดหมายไปที่บ้านมันก็กินอยู่สบาย อิ่มแล้วก็กลับมาฮอกวอตส์" ผมบอกโคลอี้ แล้วก็นั่งเท้าคางเหม่อต่อ บ่ายวันเสาร์แบบนี้มันน่านอน แต่ผมจะนอนได้ยังไง ลูน่าเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้


          "เอ้อจริงสิ! วันนี้มีคัดตัวนักกีฬา ไปดูกันไหม" ไลแซนเดอร์เสนอ และทุกคนดูจะเห็นดีเห็นงามเพราะยังไงก็ว่างกันอยู่แล้ว ผมก็ว่าง ว่างไปยันสมองเลย


          "พาเบลคไปหาอะไรทำบ้างก็ดี ไม่งั้นก็นั่งหงอยอย่างนี้ทั้งวัน" แอนิต้าบอก


          "เธอไม่เข้าใจฉันแอนิต้า ลูน่าน่ะอยู่กับฉันตลอดเวลาเลย ฉันนอนกับมัน กินกับมัน บางวันก็อาบน้ำกับมัน พอมันไม่อยู่--"


          "พอ” แอนิต้ายกมือขึ้นเป็นปางห้ามญาติ “ขอล่ะอย่าดราม่า ฉันบอกแล้วไงว่ามันจะมาหานายภายในห้าวัน"


          "แต่นี่มันครบห้าวันแล้วนะ"


          "ยังสักหน่อย พ้นคืนนี้ไปถึงจะครบ ซาบริน่าไม่เคยอ่านไพ่พลาด"


          ผมขอให้ซาบริน่าช่วยทำนายให้ว่าลูน่าอยู่ที่ไหน แต่เหมือนมันจะเจาะจงไปสักหน่อย เพราะซาบริน่าบอกได้แค่ว่าลูน่าปลอกภัยและจะกลับมาภายในห้าวัน


          "ไว้พ้นคืนนี้นายค่อยเครียดนะเพื่อน" ไลแซนเดอร์เดินมากอดคอและลากผมออกจากห้องโถง


          ที่สนามควิดดิชคนค่อนข้างเยอะ เพราะทุกบ้านคัดตัวนักกีฬาในวันเดียวกันแต่แบ่งส่วนกันอย่างชัดเจน มีมาดามฮูชคอยช่วยเหลือกัปตันทีมคัดอีกแรง แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านนั้นก็มีแต่หน้าเก่า ๆ


          วิลเลี่ยมยืนดูเด็กผู้ชายปีสามที่มาคัดตัวเป็นคีปเปอร์แทนลิเดียที่เพิ่งจบไป มีสตีฟกับซาบริน่าคอยโยนลูกควัฟเฟิลลงห่วง วิลเลี่ยมจดอะไรสักอย่างลงในสมุดและให้คนอื่นที่มาคัดตัวไปลองบ้าง


          ฝั่งกริฟฟินดอร์ที่อยู่ใกล้กันมีลูอียืนพูดอะไรอยู่สักอย่างกับลูกทีม ผมเห็นอัลบัสด้วยแต่เขายืนอยู่กับเจมส์พี่ชายของเขา และยังมีดอมกับโรส


          สกอร์เปียสเองก็มา เขากำลังลอยอยู่เหนือสนามพร้อมกับมาร์โคที่ฝั่งสลิธีริน สกอร์เปียสมาคัดตัวเป็นซีกเกอร์แน่เลย


          ส่วนฮัฟเฟิลพัฟดูเหมือนจะคัดตัวกันเสร็จแล้ว นักกีฬาชุดเก่ายังไม่มีใครจบออกไป พวกเขาเลยไม่ต้องคัดอะไรมากนอกจากหาตัวสำรองเพิ่ม


          "ไลแซนเดอร์!"


          ลอร์แกนวิ่งจากอัฒจันทน์ฝั่งฮัฟเฟิลพัฟมาหาแฝดตัวเอง ในมือถือกล่องอะไรสักอย่างอยู่ด้วย


          "ว่าไง"


          "แม่ส่งนี่มาให้ เป็นเครื่องราง ไว้กันพวกนาร์เกิ้ลส์"


          หื้ม นาเกิ้ลส์? ตัวอะไรอ่ะ ผมหันไปหาโคลอี้เผื่อเธอจะช่วยอธิบายอะไรได้บ้างแต่เธอก็ยักไหล่และงงไม่แพ้กัน แอนิต้ากับเคลวินก็ไม่รู้ว่านาร์เกิ้ลคือตัวอะไร


          "สัตว์ตัวเล็ก ๆ ชอบขโมยของน่ะ" ลอร์แกนบอกหลังจากเห็นหน้าเอ๋อรับประทานของพวกผม


          "แม่บอกว่าไว้กันของหายได้ด้วย" ไลแซนเดอร์บอกอีกคนหลังจากอ่านจดหมายเล็ก ๆ ที่แนบติดมากับกล่อง


          "เดี๋ยวนะ กันของหายได้ด้วยหรอ" ผมถาม


          "ใช่ ของหายได้คืน--"


          "งั้นขอยืมก่อนได้ไหม" ผมแบมือขอเครื่องรางจากไลแซนเดอร์ทันที เขายังอธิบายไม่จบด้วยซ้ำ แต่ผมรีบ


          "เบลคของหายหรอ" ลอร์แกนถาม


          "แมวน่ะ หายไปจะครบห้าวันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงา" ไลแซนเดอร์บอกลอร์แกนก่อนจะผูกเครื่องรางที่ข้อมือให้ผม มันเป็นกำไลเชือกที่รูดได้และห้อยจุกขวดบัตเตอร์เบียร์เอาไว้


          "เบลค!"


          เสียงของดอมตะโกนมาจากในสนาม เธอวิ่งเหยาะ ๆ มาพร้อมกับอัลบัสและเอเซน และเมื่อผมมองดี ๆ เอเซนกำลังอุ้มแมวดำอยู่หนึ่งตัวด้วย


          "โห เครื่องรางของแม่สุดยอดมาก / โห เครื่องรางของแม่สุดยอดมาก" ลอร์แกนกับไลแซนเดอร์พูดขึ้นพร้อมกัน


          "เห็นผลทันตาขนาดนี้เลยหรอเนี่ย" เคลวินพูด


          "นั่นน่ะสิ ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีเลย" โคลอี้พูด


          "จะไม่มีใครให้ความดีความชอบกับพี่สาวฉันหน่อยหรือไง" แอนิต้าพูด


          ส่วนผมพูดไม่ออก ผมรีบวิ่งลงจากอัฒจันทน์ไปที่สนามทันที ผมไม่รู้หรอกว่าซาบริน่าดูไพ่แม่นหรือเครื่องรางที่แม่ของฝาแฝดสาคามันเดอร์ให้มามันเจ๋งจริงกันแน่ แต่ลูน่ามาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว!


          "เอเซนไปเจอมันที่ห้องเก็บอุปกรณ์ เขาไม่รู้ว่าแมวใคร เลยอุ้มมาถามฉัน" ดอมบอกผม


          "แล้วก็ฉันจำได้ว่ามาริลินบ่นให้ฉันฟังว่าแมวนายหาย ฉันเลยคิดว่าแมวตัวนี้อาจจะเป็นลูน่า ที่นี่มีแมวดำไม่กี่ตัวหรอก" อัลบัสบอก


          "แล้วมันใช่แมวนายไหม" เอเซนยื่นแมวดำมาตรงหน้าผม จากนั้นมันก็ดิ้นและกระโดดลงมาไซร้ขาอย่างออดอ้อน


          ใช่เลย! นี่มันลูน่า ออเซาะอ้อร้อแบบนี้


          "หายไปไหนมา ฉันตามหาแทบแย่" ผมอุ้มมันขึ้นมาถาม จ้องตาสีเหลืองอย่างต้องการคำตอบ


          "เมี้ยว"


          "อย่าหายไปอีกนะ รู้ไหม ถ้าหายอีกจะให้กินอาหารเม็ด"


          "เมี้ยว"


          ผมสำรวจลูน่าว่ามันไม่บาดเจ็บหรือมีแผลตรงไหน แต่สภาพมันมีแต่ฝุ่นและหยากไย่เกาะ


          "ฉันไม่รู้ว่านี่จะสะเทือนใจนายรึเปล่านะ แต่ในห้องเก็บอุปกรณ์มีแมวอีกตัว แถมเป็นตัวผู้" เอเซนบอก


          ผมจ้องลูน่า แล้วมันก็หันหน้าหนีอย่างมึน ๆ อ๋อ ที่หายไปนี่หนีตามผู้ชายหรอ


          "ลูน่า มีฉันคนเดียวไม่พอหรือไงฮะ?!"


          "เมี้ยววว~"


          "มันบอกว่าไม่พอ" ดอมพูดติดตลก


          "เอเซน แมวอีกตัวอยู่ไหน ผมจะไปเตะตูดมัน!"


          "เห็นว่าเป็นแมวของศาสตราจารย์มักกอนนากัลนะ"


          เอิ่ม ถ้าผมเตะตูดแมวของอาจารย์ใหญ่ผมจะโดนไล่ออกไหม?


          "เมี้ยว"


          "แกไม่มีสิทธิพูดลูน่า"


          “คุณสเปนเซอร์” พูดถึงไม่ทันไร ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็เดินมาหาผมพร้อมกับอุ้มแมวพันธุ์เบงกอลไว้ในมือ


          “ครับศาสตราจารย์”


          “แมวของฉันหายไปห้าวันคุณสเปนเซอร์ และฉันเพิ่งจะรู้จากมาดามฮูชเมื่อครู่ว่ามันไปอยู่ที่ไหนและกับใคร” ศาสตราจารย์มักกอนากัลบอกและมองผมลอดผ่านแว่นตาทรงรี “หากเธอไม่ว่าอะไรคุณสเปนเซอร์ บิสกิตของฉันเป็นที่เลื่องลือ สนใจจิบน้ำชายามบ่ายกันหน่อยไหม”











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          ตอนนี้มีแต่เรื่องแมวๆ

          เมื่อทาสแมวต่างรุ่นมาเจอกัน... มักกอนนากัลถึงกับชวนจิบน้ำชากินบิสกิต



เจอแมวก็จะดีใจเบอร์นี้แหละ แต่เป็นอาจารย์ใหญ่ต้องเก็บอาการ
55555555555


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 261 ครั้ง

1,857 ความคิดเห็น

  1. #1333 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 17:32
    เมื่อทาสแมวมาเจอกันโง๊ยยยย
    #1333
    0
  2. #919 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:25

    ตลกงูหลามไม่สู้ใคร55555555นิยามเท่จัดๆ เลยค่า น้องเบลคเริ่มผจญภัยแล้ว เพิ่งเปิดปีสองมาไม่นานก็เข้าป่าต้องห้ามซะแล้วน้อง วงวารนางโดนแมวหนีไปตามผู้ ลูน่าเอ้ย 5555555

    #919
    0
  3. #393 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:07
    ลูน่าทำไมทำแบบนี้! แล้วเบลค แกเป็นคน แกไม่ใช่แมว แกกระหนุงกระหนิงกับลูน่าไม่ได้! 55555555555555
    #393
    0
  4. #294 bxnkbkck (@bxnkbkck) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 01:59
    ลูน่าหนีตามผู้ชาย555555555555 เกลียดความ 'มีชั้นคนเดียวไม่พอหรอ' ของเบลค แกไม่ใช่แมวไงเบลค! 555555555555
    #294
    0
  5. #222 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:46
    ลูน่าใจแตกกกกกก
    #222
    1
  6. #134 SunDashine (@SunDashine) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 23:16
    ลูน่าแตกสาวจย้ส
    #134
    1
    • #134-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 14)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:04
      น้องมีแฟนนน
      #134-1
  7. #132 Maylis Swank (@mayrisara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 01:05
    ขำความเชิญไปจิบชา 5555
    #132
    1
    • #132-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 14)
      25 มกราคม 2562 / 17:31
      หัวอกเดียวกัน 5555
      #132-1
  8. วันที่ 24 มกราคม 2562 / 22:27
    หายไปกับชายห้าวัน เหอะได้เลี้ยงหลานละ
    #130
    1
  9. #129 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 22:03
    โอ้ยขำ555
    #129
    1
  10. #124 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:38
    เบลคช้ำใจหนักมาก ลูกสาวหนีไปกับผู้ชาย ;_;

    ที่ไปจิบน้ำชากับมักกอนนากัลนี่คือ ตกลงค่าสินสอดรึเปล่าคะ55555555
    #124
    1
  11. #122 Sun&Moon (@kibumloveink) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 19:32
    ไปอยู่กับผู้ชาย 5 วัน เธอ มัน ร้าย ลู น่า! 5555555555 พีคกว่าคือไปอยู่กับแมวอาจารย์ใหญ่ โอ๊ยยยยย เบลคเอ๊ยยยย!
    #122
    1
  12. #121 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 18:09
    หนีไปอยู่กับตัวผู้สะงั้นโถ่55555
    #121
    1
    • #121-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 14)
      24 มกราคม 2562 / 19:07
      ตาเบลคอุตส่าห์เป็นห่วง กลัวจะเป็นอะไร สุดท้ายมีความสุขดีอยู่กับตัวอื่น 55555555
      #121-1
  13. #120 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 17:53
    ทาสแมวต่างรุ่น555
    #120
    1
    • #120-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 14)
      24 มกราคม 2562 / 19:06
      ความทาสแมวไม่เข้าใครออกใคร 5555555
      #120-1