ตอนที่ 4 : Doubt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61


Doubt






          นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกว่าเวลาช่างเดินเร็วอย่างนี้ วันวันหนึ่งตลอดสามปีที่ผ่านมานั้นแสนเชื่องช้า หากแต่วันวันหนึ่งในเดือนตุลาคมเพียงหนึ่งเดือนคราวนี้ กลับผ่านไปเร็วไวเหมือนแค่หลับไปเพียงชั่วข้ามคืน


          เดือนตุลาคมของธีซีอุสมีเรื่องเกิดขึ้น น้องชายผู้แสนดีของเขากลับบ้านในรอบสามปี หญิงสาวชาวฝรั่งเศสที่เขาเคยเจอเมื่อหกปีที่แล้วจับพลัดจับพลูมาอยู่รอบ ๆ ตัวเขาได้เสียอย่างนั้น พร้อมกับเรื่องป่วน ๆ อย่างไม่มีขาด และตัวของเขานั้นเริ่มชินกับการขอโทษขอโพยของเจ้าหล่อนเสียแล้ว


          เซลีนไม่เคยทำให้เขาผิดหวังยามกลับบ้านในตอนเย็น หรือก่อนออกไปทำงานในตอนเช้า เธอมักมีเรื่องให้เขาต้องขบคิดเสมอว่ากลับถึงบ้านวันนี้จะต้องเจอกับอะไร เธอกับนิวท์เคยทำน้ำท่วมบ้านในวันหนึ่ง เป็นวันเดียวกับที่แม่ของเขากลับมา แม้เซลีนจะเป็นที่เอ็นดูของคุณนายสคามันเดอร์ แต่การทำน้ำท่วมบ้านไม่ใช่สิ่งที่ควรปล่อยผ่าน เหมือนเมื่อตอนที่ทั้งสองไม่ยอมทานข้าว เธอก็ดุเสียยกใหญ่


          แต่ธีซีอุสไม่เคยค้านความเห็นของมารดาเท่านี้มาก่อน เมื่อนิวท์ยื่นข้อเสนอขอออกไปอยู่คนเดียวที่บ้านอีกหลัง และเธอตอบตกลง เขาเพิ่งได้น้องชายกลับมา ตอนนี้เขากำลังจะต้องห่างกันอีกแล้ว


          ส่วนเซลีน เธอกำลังจะกลับฝรั่งเศส ธีซีอุสรู้สึกใจโหวงขึ้นมาแปลก ๆ คล้ายกับตอนที่น้องชายของเขาออกเดินทางเมื่อสามปีก่อน แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว แม่สาวฝรั่งเศสทำให้ทุกเช้าของเขามีสีสันขึ้นอีกนิด เขาต้องคอยลุ้นว่านมของเขาเช้านี้เธอจะผสมอะไรมาให้ ตั้งแต่ที่เขาบอกว่าชอบนมที่เธอทำ กลายเป็นว่าเซลีนขออาสารับหน้าที่นี้แทนคุณนายสคามันเดอร์ที่ทำมาเกือบจะทั้งชีวิตของเขา


          แต่ธีซีอุสไม่ขัดอะไร อันที่จริง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเริ่มเห็นดีเห็นงามไปกับเซลีน หรือเลิกมองว่าเธอนั้นขวางหูขวางตาไปตั้งแต่เมื่อไร เขาเคยบอกว่าเขาไม่ชอบเธอ ตอนนี้คงบอกแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว


          คืนสุดท้ายของเซลีน เดอลากูร์ในบ้านสคามันเดอร์เป็นไปอย่างเรียบง่ายเฉกเช่นทุกวัน คงมีเพียงอาหารเท่านั้นที่ดูจะเยอะกว่าปกติ ธีซีอุสยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นเธอพูดหยอกล้อกับนิวท์ว่าเธอเบื่อหน้านิวท์แล้ว


          ชายหนุ่มมองภาพนั้น ก่อนจะเดินออกประตูหลังบ้าน เดินตัดเข้าสนามหญ้า และนั่งลง เงยหน้าขึ้นมองผืนราตรีที่มีแสงระยิบระยับ ธีซีอุสทิ้งกายลงบนผืนหญ้าที่ชื้น ใช้ท่อนแขนต่างหมอน ดวงตาสีฟ้าครามจับจ้องหมู่ดาวอย่างไม่เจาะจงดวงไหนเป็นพิเศษ กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นน้ำค้างลอยคลุ้ง ผ่อนคลาย เงียบสงบ ช่างดูไม่ค่อยเหมือนคืนก่อนวันฮัลโลวีน


          "ข้างนอกเย็นออก"


          เจ้าของเสียงนั้นนั่งลงข้าง ๆ ชายหนุ่ม แม้อากาศจะเย็น แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนพูดจะกลับเข้าไปในบ้าน


          "แล้วออกมาทำไมล่ะ"


          "คุณนั่นแหละ ออกมาทำไม"


          ธีซีอุสไม่ตอบ เขาเองก็หาคำตอบเช่นกันว่าออกมาทำไม มันเหมือนทุกครั้งที่เขาต้องใช้ความคิด หรือต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง แค่นอนลง ที่ไหนก็ได้ ปล่อยความคิดและสายตาให้ล่องลอย และฟังเสียงที่อยู่ในจิตใจ


          เซลีนมอง ก่อนจะล้มตัวลง มองไปยังเบื้องบนอย่างที่ชายหนุ่มกำลังทำ


          "เธอเคยนึกเกลียดฉันบ้างไหม"


          คำถามที่หญิงสาวไม่คาดคิดผุดออกมา เธอหันมองเจ้าของคำถาม ขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิง


          "ทำไมถามแบบนั้นล่ะคะ ฉันจะเกลียดคุณทำไม"


          "ไม่มีอะไร ก็แค่ถามเฉย ๆ" ธีซีอุสบอก "นึกถึงเรื่องจดหมายที่ฉันส่งให้เธอตอนคริสต์มาสน่ะ"


          "เรื่องแค่นั้นไม่ทำให้ฉันเกลียดคุณหรอกนะ" เซลีนพูดยิ้ม ๆ เธอมองหน้าธีซีอุส ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นอีก "คำที่คุณใช้ดูประชดประชันและเหน็บแนม แต่คุณทำเพราะคิดถึงนิวท์ ฉันเข้าใจได้ค่ะ"


          "ด้วยการบอกว่าเธอพรากครอบครัวฉันออกจากกัน"


          "คุณยังบอกอีกด้วยว่า 'ขอให้สนุกสำหรับการฉลองเทศกาลกับน้องชายของคนอื่น' มันคือฉบับแรก ฉันจำได้"


          "รู้ไหม ฉันเคยไม่ชอบเธอ" เขาบอก ก่อนจะเปลี่ยนจากมองดวงตากลมโตที่สีคล้ายกันกับของเขาไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง


          "แต่ฉันไม่เคยไม่ชอบคุณเลยนะคะ เสียใจดีไหม" เธอกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ


          "แต่เธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพราะฉะนั้นฉันเลยเริ่มมองเธอใหม่"


          "แล้วเป็นยังไง"


          "ก็ดี"


          เซลีนเงียบ ธีซีอุสเงียบ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใด แค่จ้องมองดวงดาวที่แข่งกันทอแสงยามค่ำคืน นานจนกระทั่งหญิงสาวหวนนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านได้ ก่อนจะตัดสินใจพูดเนื้อความที่จำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านออกมา


          "Doubt thou the stars are fire. Doubt that the sun doth move."


          "Doubt truth to be a liar, but never doubt I love."


          (จงกังขาไฉนหมู่ดาวเจิดจำรัส ไฉนสุริยันจึงเคลื่อนคล้อย ไฉนความจริงกลายเป็นเท็จ หากแต่อย่าได้กังขาในรัก)


          ธีซีอุสพูดประโยคถัดไป เมื่อเซลีนเว้นช่วง


          "ดีจัง คุณรู้จักด้วย" เธอบอก


          "แม่เคยให้อ่าน"


          "แล้ว... คุณเคยกังขาในรักไหม" เซลีนถาม พร้อมกับหันมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่นอนข้าง ๆ


          "ไม่รู้สิ... เธอล่ะ เคยรึเปล่า" ธีซีอุสถามกลับ หันหน้ามาสบสายตากับเธอ


          "เคยค่ะ" เธอตอบ "เคยคิดว่าความรักช่างไม่มีที่มาที่ไปเอาซะเลย บางครั้งอยากที่จะรักคนคนนึง แต่ก็ทำไม่ได้ บางครั้งคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะรัก กลับรักไปแล้วอย่างหมดใจ แปลกดีนะคะ"


          "เธอกำลังพูดถึงนิวท์รึเปล่า" อะไรบางอย่างทำให้ธีซีอุสพูดออกไปแบบนั้น และเซลีนจ้องเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะหลับตา ฉีกยิ้ม และหัวเราะ


          "คุณคิดว่าฉันกับนิวท์เป็นมากกว่าเพื่อนหรอ"


          "ก็ใช่รึเปล่าล่ะ"


          เธอส่ายหน้า ใช้ดวงตาที่สีคล้ายกันจ้องลึกลงไปในตาของเขา "เพื่อนกันค่ะ แค่เพื่อน"


          และธีซีอุสไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงรู้สึกโล่งใจ เป็นเพราะแน่ในแล้วว่าหญิงสาวข้างกายไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ที่มากกว่าเพื่อนกับน้องชายของเขาอย่างนั้นหรือ?


          "เข้าบ้านกันเถอะ ก่อนที่จะป่วยไปซะก่อน" เขาเสนอพร้อมปัดความคิดทิ้งไป เขายันตัวลุกขึ้นยืน และไม่ลืมที่จะยื่นมือช่วยให้เธอลุกง่ายขึ้นอีกแรง เธอจับมือเขา มือที่ต่างขนาดแต่กลับรู้สึกพอดิบพอดีได้อย่างน่าประหลาด


          "กลับไปฉันต้องเหงามากแน่ ๆ เลย"


          ใช่ ธีซีอุสก็คิดอย่างนั้น เขามีความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่า อยากจะรั้งเธอไว้ แต่ก็มีความคิดวูบขึ้นมาอีกว่า เขาจะทำไปทำไม


          "ฉันคงคิดถึงเธอ" ธีซีอุสบอก เขาหยุดเดินเมื่อมาถึงประตู มือยังคงเกาะกุมกับอีกมือ


          "เช่นกันค่ะ ฉันคงคิดถึงคุณ" เซลีนบอก เธออมยิ้ม และพูดต่อ "คิดถึงนิวตัน แล้วก็มาดามสคามันเดอร์ด้วย"


          "เธอมีคนให้คิดถึงตั้งสามคน แต่ฉันคิดถึงเธอแค่คนเดียว"


          "ความจริงฉันว่าฉันเบื่อนิวท์นิดหน่อยด้วย เห็นหน้ากันเกือบทุกวันมาตลอดสามปีแน่ะ" เซลีนใช้นิ้วชี้ที่มืออีกข้างขึ้นแตะคางพร้อมทำหน้าครุ่นคิด และธีซีอุสพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าตั้งใจเมินประโยคก่อนหน้านี้ของเขาหรือไม่


          ธีซีอุสยืนนิ่ง จ้องเข้าไปในดวงตาของคนตัวเล็กกว่า ไม่มีท่าทีว่าจะเดินต่อ หรือหมุนลูกบิดประตูเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน มือหนาจับกุมมือเล็กอย่างไม่อยากปล่อย หากปล่อยไปแล้ว เขาจะมีโอกาสอีกครั้งเมื่อไร เขาจะได้เจอเธออีกทีเมื่อไร


          และดูเหมือนเซลีนเองก็คิดเหมือนกัน เธอไม่รู้ว่าจะหาสีฟ้าครามที่สวยได้เท่ากับดวงตาของธีซีอุสได้อีกที่ไหน ในเมื่อชายหนุ่มไม่ก้าวเดิน หรือขยับเขยื้อน เธอก็ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน


          ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าแค่การยืนจ้องกันนิ่งนั้น สามารถทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงจริงหรือไม่ แต่ธีซีอุสขอยืนยัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโน้มหน้าเข้าหาเซลีนตั้งแต่ตอนไหน ความคิดที่ว่าเขาอาจไม่ได้เจอเธออีก หรืออาจไม่ได้มีโอกาสเจอบ่อย ๆ นั้นอาจเป็นตัวแปรส่วนหนึ่งของสมมติฐานนี้ ธีซีอุสโน้มใบหน้าลง ค้างอยู่ที่บริเวณจมูกและริมฝีปากของเซลีน ทั้งสองมีท่าทีลังเล หากเข้าใกล้กันกว่านี้ นั่นหมายความว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ใช่แค่คนรู้จักกัน เขาจะไม่ใช่แค่พี่ชายของเพื่อนสำหรับเธอ และเธอจะไม่ใช่แค่เพื่อนของน้องชายสำหรับเขา


          ความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในระยะเวลาหนึ่งเดือนยิ่งช่วยให้ระยะห่างนั้นน้อยลงไปอีก และยิ่งไม่เหลือระยะห่างเมื่อทั้งคู่ได้ทบทวนแล้ว


          หากย้อนเวลากลับไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม ธีซีอุสไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่า เขาจะมายืนจูบเซลีนที่ประตูหลังบ้านอย่างนี้


          จะกังขาสิ่งใดนั้นย่อมได้ แต่อย่าได้กังขาในความรัก


          เพราะความรักมักไม่มีเหตุผล และเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว













          Talk : นั่นสิ จะหาเหตุผลอะไรกับความรักล่ะ

          เขาจูบกันแล้วค่าพี่น้องงงงงงงง ผลงานของเช็กสเปียร์นี่ถ้าอ่านจริงจังอาจมีอ้วกแตก บทจีบสาวคือแบบ เลี่ยนมากกกกก คนอังกฤษสมัยก่อนจีบกันอย่างนี้หรอ

          วันนี้มีมุมความรู้มาฝากค่ะ เนื่องจากวิลเลี่ยม เช็กสเปียร์เป็นคนยุคเก่าหน่อย ศัพท์และแกรมม่าที่ใช้จึงแปลกตา อย่างคำว่า thou (อ่านว่า ดาว) แปลว่า you ในภาษาอังกฤษ คำนี้มีหน้าที่เป็นประธานในประโยค ส่วนอีกคำที่แปลว่า you เหมือนกันคือ thee (อ่านว่า ดี) คำนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมค่ะ อีกคำหนึ่งคือคำว่า doth (อ่านว่า ดอธฺ เน้น TH ท้ายเสียงเยอะๆเลย) แปลว่า do ค่ะ ใช้เมื่อกล่าวถึงบุรุษที่สาม

          ที่เรายกมานั้นมาจากเรื่อง Hamlet ค่ะ ส่วนที่แปลเป็นไทยคือหาตามเว็บที่เขาแปลเป็นประมาณคำคมหน่อยๆ แต่จริงๆมันเป็นบทพูดนะ ประมาณว่า เธอจะสงสัยอะไรก็สงสัยไปเถอะ แต่อย่าสงสัยความรักที่ฉันมีให้เธอ ประมาณนี้

          สำหรับเรื่องนี้เราวางแผนไว้ว่าเป็นฟิคที่ไม่ยาวมาก ประมาณเจ็ดถึงแปดตอนก็จบแล้วค่ะ


ขอบคุณนักอ่านทุกคนค่า

jujuly

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #75 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 14:41

    ดีต่อใจจริง ๆ >< กรี๊ด ๆ

    #75
    0
  2. #36 Soul_11059 (@Noonapimm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 21:14

    งืออออออ
    #36
    0
  3. #35 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:38

    กรี๊ดดดดดดดดดด น่าร้ากกกกกก

    #35
    1
    • #35-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 4)
      20 ธันวาคม 2561 / 00:34
      ขอบคุณค่าาา
      #35-1
  4. #34 Sun&Moon (@kibumloveink) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 12:10

    แหม่ๆ อะไรจะขนาดนี้คะคุณพี่ แค่เขาจะกลับแล้วแค่นั้นเอง ทนเหงาไม่ได้เชียว55555555555555
    #34
    1
  5. #33 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 07:23

    กรี๊ดดดด ชอบบบบ//หน้าแดงหนักมากกก

    #33
    1
  6. #32 16problems (@Onlylove44) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 06:12
    หวานจีงงงง บ้าเเน้ว -- -คนอ่านเนี่ยเเหล่ะจะบ้าเเร้ว โฮ เขินฮะ พี่เขาดีย์ น้อนเนิ้นอะไรลืมหม้ดเเหล่ว ตอนนี้คือเหงากลัวไม่ได้เจอเซลีน โถ่ อีพี่นี่ดูจะกลืนน้ำลายตัวเองพอสมควร ;-;
    #32
    1
  7. #31 Glassofwine (@Glassofwine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 06:10

    ฟวฟวาห่กสๆสหสสแวๆ
    คุณพี่ยยยยย นี่อยากจะแหมมมมมยาวๆ โอ๊ยคือแบบว่า น่ารักมาก น่ารักมากๆ น่ารักมากมากมากมากมากมาก
    #31
    1
  8. #30 _ขนมปัง_ (@pattamaporn-7544) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 23:15

    นิวตัน พี่นายจะมีเมียแล้ว ดีใจหน่อยเร้วววววววว~ นายจะได้ไม่ต้องโดนพี่ขอกอดแล้วนะ 55555 อยากกอดพี่ก็ให้รีบกอดเลย เดี๋ยวพี่ซีไปกอดเมียแล้วนายจะหนาว
    #30
    1
  9. #29 KAZEKUNG (@konata-3-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 22:56

    กรี๊ดดดดดค่ะคุณแม่ขาาาาา จินตานาการฉากสองคนนี้ในหัวออกอย่างรวดเร็ว

    //เคยอ่านแวบๆของเชคสเปียร์นี่คือแบบ โอ้ววววว อะไรเนี่ย บางทีฉันก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้จริงๆ5555

    #29
    1