จันทราเร้นสวาท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,633 Views

  • 2 Comments

  • 14 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    82

    Overall
    1,633

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 หนทางที่ต้องเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 ก.ย. 61

ตอนที่ 2 หนทางที่ต้องเลือก

สายลมยามรุ่งสางพัดกระทบผ่านม่านหน้าต่าง แสงตะวันสาดส่องเข้ามากระทบร่างบอบบางที่นอนหลับใหลบนเตียงราวกับต้องการปลุกให้หญิงสาวลืมตาตื่นจากนิทรา นิ้วเรียวงามราวลำเทียนค่อยๆ กระตุกช้าๆ คิ้วเรียวโก่งคู่งามขมวดมุ่นเข้าหากัน

ในขณะเดียวกันบุรุษสวมอาภรณ์สีขาวที่นั่งอยู่เงียบๆ ก็ลุกยืนขึ้น เขาค่อยๆ เดินมานั่งข้างๆ เตียงของหลันจิวฮวาพลางจับข้อมือหญิงสาวมาตรวจชีพจร ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบนิ่งไม่ฉายแววความรู้สึกใดๆ ออกมาจากสีหน้าเลยสักนิด มีเพียงปากเรียวบางสีแดงสดราวผลอิงเถาเท่านั้นที่ขยับปากพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

“ร่างกายเป็นปกติแล้ว แต่จิตใจกลับบอบช้ำ....”

ภายในบ้านร้างชานเมืองที่ซึ่งใครๆ ก็ไม่อยากเหยีบย่างเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สอง กลับมีเพียงบุรุษปริศนาผู้นี้เท่านั้นที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เสมือนกับเป็นบ้านของตัวเอง

ผู้คนภายในเมืองฮุ่ยเจียงต่างก็รู้กันดีว่าตรอกชานเมืองแห่งนี้มีชื่อเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ตรอกลืมวิญญาณ’ ตามคำเล่าลือของผู้คนที่เคยย่างกรายเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของภูตผีบีศาจ หากทว่ากลับมีกลุ่มคนบางส่วนที่ไม่เชื่อและมักเข้ามาลองดีที่ตรอกแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ผู้คนพวกนั้นกลับไม่สามารถมีลมหายใจออกไปได้ จะมีแค่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้นที่สามารถกลับออกไปได้ และมีแค่เพียงส่วนน้อยนิดที่รอดชีวิตกลับออกไปได้ แต่ทว่ากลับกลายเป็นคนบ้าเสียสติ ตรอกชานเมืองแห่งนี้เลยเป็นสถานที่ต้องห้ามของชาวเมืองฮุ่ยเจียงโดยปริยาย

ผ่านไปสองชั่วยาม ดวงตาคู่งามที่เคยปิดสนิทพลันลืมตาตื่นขึ้น บรรยากาศรอบกายทำให้คิ้วคู่งามขมวดเข้าหากัน

ข้าอยู่ที่ใด? ที่นี่คือที่ไหนกัน...

และก่อนที่หญิงสาวจะงงงวยไปมากกว่านี้ บุรุษผู้มีใบหน้าเรียบนิ่งฉายแววเยือกเย็นก็ย่างกรายเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ แม้ว่าท่าทางของชายหนุ่มจะดูไม่คุกคาม แต่กลับสร้างความหวาดกลัวให้หลันจิวฮวายิ่งนัก ร่างแน่งน้อยสั่นระริกราวกับคนจับไข้ แต่ทว่าดวงตาคู่งามกลับจับจ้องมองคนผู้นั้นนิ่งราวกับพยายามข่มกลั้นความหวาดหวั่นภายในใจ

“ท่าน ที่นี่ ข้าอยู่ที่ใด?” แม้แต่คำพูดของนางก็ยังไม่สามารถที่จะจับต้นชนปลายได้ถูก

ทว่าบุรุษปริศนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลันจิวฮวายังคงไม่ปริปากหรือเอื้อนเอ่ยแม้แต่คำพูดเดียว มีเพียงมือของเขาเท่านั้นที่เอื้อมมาจับข้อมือขาวเนียนของนางอย่างเงียบๆ

ด้วยความตกใจหลันจิวฮวารีบชักข้อมือของนางกลับในทันที แต่ทว่าเรี่ยวแรงของบุรุษผู้นี้กลับมีมากจนนางไม่สามารถขัดขืนได้

“ท่าน! ปล่อย...” ดวงตาสีนิลจ้องมองมาที่นางนิ่งเงียบ แต่กลับสะกดร่างแน่งน้อยที่ก่อนหน้านี้ดิ้นพล่านกลายเป็นสงบนิ่ง

เพียงชั่วอึดใจเขาก็ปล่อยข้อมือของนางเป็นอิสระ แต่ในขณะเดียวกันคนผู้นี้กลับทิ้งสัมผัสอันเยือกเย็นไว้ที่ข้อมือหญิงสาว

เย็นราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ....

ในเวลานั้นเอง ร่างบอบบางของหลันจิวฮวาพลันแข็งทื่อ ดวงตาทั้งสองข้างของหญิงงามเบิกกว้างอย่างตกใจกลัว

คนผู้นี้ไม่ใช่คนอย่างนั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้น....

“สิ่งที่เจ้าคิดนั้นไม่ผิด ข้าไม่ใช่คน” เสียงเยียบเย็นของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นราวกับรู้ใจนาง

ราวอสนีบาตฟาดลงมาที่ร่าง หลันจิวฮวาแทบสะดุดลมหายใจ ใจของนางพลันหล่นวูบลงที่พื้นทันที ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินใจหญิงสาว บรรยากาศรอบด้านเริ่มวังเวงและน่าหวาดกลัว

“เป็นหรือไม่ มีอันใดที่ต่างกัน” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงปริศนาที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาเป็นคนหรือผีกันแน่

ร่างบอบบางยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติง แต่สิ่งที่หญิงสาวสัมผัสได้นั้นคือความพิศวงและความแคลงใจ ใจหนึ่งนางก็อยากจะเชื่อว่าคนผู้นี้เป็นมนุษย์ ทว่าอีกด้านหนึ่งกลับแย้งว่าเขาเป็นภูตผีปีศาจ

หลันจิวฮวาพยายามกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณสถานที่ที่นางอาศัยอยู่ ก่อนจะขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อพบว่าสถานที่ที่นางอยู่เป็นบ้านร้าง ร่างบอบบางค่อยๆ ลุกจากเตียงนอนช้าๆ แล้วหญิงสาวก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าขาทั้งสองข้างของนางหายดีเป็นปลิดทิ้ง แม้ว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้จะเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน แต่นางกลับจำได้เป็นอย่างดีว่าขาของตนนั้นหัก แถมภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นยังคงหลอกหลอนนางมาจนถึงตอนนี้

หลันจิวฮวาเดินออกจากบ้านร้างอย่างใจลอย โดยที่หญิงสาวหารู้ไม่ว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งแอบจ้องมองนางอยู่ห่างๆ เป็นระยะ ความเงียบงันของตรอกลืมวิญญาณทำให้สรรพสิ่งรอบข้างมีเพียงความรกร้างและเปลี่ยวเหงา กลุ่มหมอกควันสีขาวลอยฟุ้งราวกับกั้นเขตดินแดนแห่งนี้ออกจากโลกภายนอก หลันจิวฮวาค่อยๆ ก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย แม้นางจะเพิ่งเจอเรื่องที่น่าหวาดกลัว แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะรกร้างและน่าหวาดหวั่น แต่ในตอนนี้หญิงสาวกลับเสมือนร่างที่ไร้วิญญาณ

ภาพเหตุการณ์คืนนั้นคอยตามหลอกหลอนนางทุกย่างก้าว แม้แต่ในความคิดยังคงมีรอยยิ้มของเศษสวะทั้งห้าคอยหลอกหลอน หยดน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลรินอาบแก้มขาวเนียนช้าๆ ไม่มีแม้แต่สักเศษเสี้ยววินาทีที่นางจะลืมเลือนมันได้เลย ไม่มีเลยจริงๆ

“หากอดีตที่เจ็บปวดของเจ้ามันทำให้เจ้าอยากลบเลือน ข้าก็ยังพอจะมีวิธีอยู่บ้าง...” เสียงปริศนาของบุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความรู้สึกที่ถาโถมและหนักหน่วงของหลันจิวฮวา

ใบหน้างามพิสุทธิ์ค่อยๆ หันหน้าไปตามเสียงของชายผู้นั้น ดวงตาคู่งามจ้องมองบุรุษที่ช่วยเหลือนางอย่างเลื่อนลอย แต่ในขณะเดียวกันกลับแฝงไว้ด้วยความหวังอันเลือนราง

บุรุษอาภรณ์สีขาวยังแฝงด้วยท่าทีที่ไร้ซึ่งการไม่แยแสโลกใบนี้อยู่เช่นเดิม เขาเพียงจ้องมองสตรีตรงหน้าอยู่อย่างนั้นเงียบๆ

เพียงไม่นานริมฝีปากเรียวบางก็อ้าเปิดออก แม้ว่าตอนนี้มันจะแห้งผากและปริแตกอยู่บ้างก็ตาม “ท่านสามารถลบเลือนมันได้จริงหรือ? ข้าสามารถลบล้างฝันร้ายที่ข้าแสนเกลียดชังได้จริงๆ ใช่ไหม...”

มีจริงๆ หรือ? ข้าสามารถลบเลือนมันได้จริงๆ ใช่ไหม?

-------------------------------------------------------------

*ผลอิงเถา หมายถึง ผลเชอรี่

ปล,เอาแค่นี้ก่อนนะคะ ^^ ผิดพลาดยังไงอย่าว่าเค้าน๊า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น