จันทราเร้นสวาท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,636 Views

  • 2 Comments

  • 14 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    85

    Overall
    1,636

ตอนที่ 14 : ​ตอนที่ 8 เคว้งคว้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61

ตอนที่ 8 เคว้งคว้าง

กลับมาปัจจุบัน

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดที่ร่างบอบบางของหลันจิวฮวาเดินออกมาจากตรอกลืมวิญญาณอย่างคนไร้จุดหมาย สติของนางคล้ายกับบินไปไกลตั้งแต่คำพูดของบุรุษแซ่มู่ผู้นั้นแล้ว ในตอนนี้ความเจ็บปวดคล้ายกับกำลังด้านชาไปหมด อารมณ์โกรธเกลียดชิงชังก็คล้ายกับสายลมที่พัดปลิวไร้ซึ่งความแน่นอน

ตอนนี้นางไร้ซึ่งจุดหมาย ชีวิตเหมือนเรือน้อยที่ลอยคลองอยู่กลางพายุฝน ไม่รู้เลยว่าจุดหมายของชีวิตของนางจะหยุดลงที่ใด หนทางข้างหน้ามันมืดมนไปหมด

หลังจากที่หลันจิวฮวาเดินไปตามตรอกมืดที่มีซอยคดเคี้ยวจนถึงปลายทาง แถมทางเชื่อมที่อยู่ตรงหน้าของหญิงสาวก็มีเพียงผืนป่ารกชัฏเท่านั้นที่จะเชื่อมไปสู่ทางเข้าตัวเมืองฮุ่ยเจียงราวสิบลี้

ยามอิ้ว เมื่อดวงอาทิตย์อัสดง ความมืดมิดของยามราตรีกาลก็เข้ามาแทน เสียงสัตว์ป่ายามมืดมิดเริ่มออกหากินตอนพลบค่ำ เสียงฝูงนกป่าร้องกู่ก้องข่มขวัญหญิงงามให้รู้สึกขวัญผวา ตลอดระยะทางที่หลันจิวฮวาก้าวเดินไม่มีแม้แต่สักเศษเสี้ยววินาทีที่นางจะไม่รู้สึกหวาดกลัว ร่างบอบบางรีบก้าวเท้าเดินเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันเสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นตามฝีเท้าของนางด้วยเช่นกัน

สวบสาบ…สวบสาบ

เสียงๆ นั้นค่อยๆ กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ คล้ายกับสัตว์ป่าดุร้ายที่เริ่มออกล่าเหยื่อตอนกลางคืน

เมื่อหญิงงามได้ยินดังนั้นจากฝีเท้าที่คิดว่าจะเดินให้ไวขึ้นแปรเปลี่ยนเป็นก้าววิ่งอย่างสุดชีวิต สายลมเย็นๆ พัดกระทบใบหน้างามขณะวิ่งสุดชีวิต หากทว่าเสียงๆ นั้นกลับยังคงไล่หลังหลันจิวฮวาอย่างไม่ลดละ ราวหนึ่งชั่วยามที่ร่างบอบบางของหญิงสาววิ่งหนีเสียงปริศนานั้น หากทว่ามันยังคงดังต่อเนื่องตามหลังนางอยู่เช่นนั้น

ไม่! ข้าจะมาโดนสัตว์ร้ายในป่านี้กินไม่ได้นะ! อย่างน้อยข้าต้องรอด แม้ว่านางจะเคยผ่านเรื่องเลวทรามที่ทำให้อยากตายๆ ไปเสีย แต่ในเมื่อตอนนี้นางยังมีลมหายใจอยู่ แม้จะต้องเจอเรื่องที่เจ็บปวดเจียนตายเพียงใด

ข้าจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว…

เมื่อมีใจมุ่งมั่น ความห่อเหี่ยวในใจก่อนหน้าก็พลันมลายหายไปจนสิ้น เมื่อเจอแม่น้ำกลางป่าหลันจิวฮวาก็ไม่ยอมลดละฝีเท้าวิ่งไปที่แม่น้ำเบื้องหน้านั้นให้จงได้

ควับ!

แต่ทว่าในขณะที่ร่างของหญิงงามกำลังจะก้าวลงไปในแม่น้ำที่แสนเชี่ยวกราดเพื่อเอาตัวรอด แขนของนางก็ถูกมือปริศนาดึงเอาไว้

“ปล่อยข้า…” เสียงของหลันจิวฮวาพลันหายไปพร้อมกับความตกตะลึงเมื่อสายตาของนางสบกับดวงตาสีนิลคู่นั้น

มูจิวซินขบกรามแน่นด้วยความโกรธ โกรธที่ตัวเขาไม่สามารถปล่อยสตรีตรงหน้านี้ไปได้

“โอ๊ย!” หลันจิวฮวาร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ เพราะแรงของบุรุษแซ่มู่ที่ออกแรงกับนางเริ่มแรงขึ้นๆ ทุกที

“เจ้ารู้จักเจ็บเป็นด้วยรึ?” คำพูดคล้ายประชดหลุดออกมาจากปากของคนที่มีใบหน้าเครียดเกร็ง ดวงตาเรียวคมจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวอย่างเอาเรื่อง

ร่างบอบบางพยายามสะบัดแขนจากการเกาะกุม ทว่ายิ่งนางสะบัดมือเขาออกมากเท่าใดคนตรงหน้านางยิ่งออกแรงเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

“ท่านต้องการอันใดกันแน่ เรื่องราวระหว่างข้าและท่านมันก็จบลงไปแล้วไม่ใช่รึ? ท่านยังจะต้องการอันใดจากข้าอีก” เมื่อถูกไล่ต้อนจนจนมุม หลันจิวฮวาก็ระเบิดอารมณ์ที่นางสะกดกลั้นออกมาก่อนหน้านี้จนหมด ทั้งสายตาและวาจาก็เอ่ยตัดพ้อบุรุษตรงหน้านางไม่หยุดหย่อน

“หากข้าบอกว่าต้องการตัวเจ้า เจ้าจะอยู่เพื่อข้าหรือไม่”

“ห๊ะ! ท่านว่าอะไรนะ!” นี่นางไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่ไหม คนแซ่มู่บอกว่าต้องการนางเช่นนั้นรึ?

“ใช่…เจ้าไม่ได้ฟังผิด ข้าพูดเช่นนั้นจริงๆ” หลังจากมู่จิวซินพูดจบร่างของชายหนุ่มกลับล้มฟุบลงไปนอนที่พื้นอย่างหมดแรง ใบหน้าที่เคยฉายแววเยือกเย็นอยู่เป็นนิจกลับแสดงออกถึงความเจ็บปวดราวกับร่างกายถูกทิ่มแทง

มันเริ่มแล้วสินะ พิษสารเลวนั่น จากที่เขาคิดว่ามันจะหายไปหลังจากที่พยายามใช้หญ้าห้าสีสกัดไว้ ทว่าเมื่อเจอหน้านางยาทุกอย่างกลับไม่เป็นผล

“ให้ตายสิ! ทำไมข้าถึงไม่ปล่อยเจ้าไปนะ…” มู่จิวซินข่มกรามแน่นด้วยความเจ็บปวด

หลังจากได้สติหลันจิวฮวาก็รีบเข้าไปดูอาการของบุรุษแซ่มู่ “ท่านมู่ ท่านเป็นอะไรหรือไม่…”

ขณะที่ฤทธิ์ของผงลืมวิญญาณกำลังจะกัดกินสัมปชัญญะของชายหนุ่มให้พล่าเลือน ความเจ็บปวดดุจเข็มนับหมื่นนับพันกำลังทิ่มแทงไปทั่วทั้งเรือนกายทำให้มู่จิวซินรู้สึกทรมานแทบขาดใจ

“เจ้าไปซะ! ไปให้ไกลๆ จากข้า” มู่จิวซินพยายามฝืนสติขับไล่หญิงสาวให้หนีไป เพราะหากนางยังขืนอยู่ตรงนี้ เรื่องเลวทรามที่เขาเคยกระทำไว้กับนางคงต้องเกิดขึ้นอีกแน่ๆ

“ทำไม ท่านบอกข้ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น” มือเล็กพยายามเขย่าร่างของบุรุษแซ่มู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้างามฉายแววร้อนรนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ข้าบอกให้เจ้าหนีไป หนีไปซะ!” มู่จิวซินพยายามฝืนแรงตะคอกหญิงสาวตรงหน้าด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว เพื่อประคองสติเขาจึงกัดริมฝีปากตนเองจนได้เลือด

..................................................................................................

ยาม อิ้ว (อิ่ว) เท่ากับ เวลา 17.00 น. จนถึง 18.59 น.

​......................................................................................................

ปล. เจอกันตอนหน้านะคะ รับรองอิอิิอิอิอิ แน่นอนค่ะ บะบายยย :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น