จันทราเร้นสวาท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,264 Views

  • 0 Comments

  • 12 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    149

    Overall
    1,264

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 6 หวนคำนึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 พ.ย. 61

​เมื่อท้องฟ้าสว่างทุกสรรพสิ่งก็เริ่มเริ่มต้นชีวิตใหม่ แสงตะวันยามรุ่งสาดทอเป็นประกายเรืองรอง ในตรอกรกร้างแห่งนี้ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน ดวงตาคู่งามของหลันจิวฮวาค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ก่อนที่หญิงงามจะหลับตาลงอีกครั้งเพื่อปรับให้สายตาคุ้นชินกับแสงสว่างที่สาดเข้ามาผ่านม่านหน้าต่าง หลันจิวฮวาค่อยๆ ขยับร่างกายของนางตั้งท่าจะลุกนั่ง ฉับพลันความเจ็บปวกขุมหนึ่งพลันแล่นขึ้นจนใบหน้างามต้องนิ่วหน้า

“เหตุใดข้า…” ภาพแต่ละฉากค่อยๆ แล่นเข้ามาในห้วงคำนึง ภาพเหตุการณ์ของนางที่เกิดขึ้นกับบุรุษผู้นั้นเริ่มหลั่งใหลเขามาในสมองราวกับสายน้ำเชี่ยว ความเจ็บปวดของนางตั้งแต่เบื้องล่างจนมาถึงเบื้องบนล้วนเกิดจากคนผู้นั้น ริ้วรอยทั่วเรือนกายของนางก็คงเกิดจากฝีมือคนผู้นั้นเช่นเดียวกัน

หลันจิวฮวารู้สึกตะลึงงันร่างแข็งทื่อไปชั่วขณะ นี่ข้ากระทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้นไปได้อย่างไร ในขณะที่หญิงสาวกำลังตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างของบุรุษต้นเรื่องก็เดินเข้ามาในห้องนอนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง กิริยาท่าทางของมู่จิวซินประหนึ่งว่าเรื่องเมื่อคืนคือภาพลวงตา บุรุษผู้นี้ยังคงสงวนท่าทีอยู่เช่นเดิม ดวงตาคมจ้องมองหลันจิวฮวาอย่างเงียบๆ

การปรากฏตัวของมู่จิวซินทำให้ร่างบอบบางถึงกับแข็งทื่อไปชั่วขณะ ร่างอรชรถึงกับสั่นระริกอย่างหวาดกลัว

“เจ้ากลัวข้าหรือ?”

คำพูดเพียงสั้นๆ ของบุรุษตรงหน้ากลับสร้างตื่นตระหนกให้กับหลันจิวฮวา “ขะ…ข้า”

“เจ้าเป็นกังวลเรื่องเมื่อคืนใช่หรือไม่”

หญิงสาวรีบผงกหัวรัวๆ “ใช่…มะเมื่อคืน…ข้า…” คำพูดของนางคล้ายกระจุกอยู่ในลำคอ แต่นางก็ไม่กล้าจะพูดคำใดออกไป

“เรื่องเมื่อคืน…ข้าหลอกเจ้าน่ะ” คำพูดที่แสนเรียบง่ายของมู่จิวซินแต่ทว่ากลับเปรียบเสมือนคลื่นพายุซัดสาดของหลันจิวฮวา หญิงงามถึงกับอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

“…” เจ้าหมายความว่า…เรื่องทุกอย่างเจ้ากุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกกินเต้าหู้ข้าเช่นนั้นรึ?

บรรยากาศเงียบงันกลับเข้ามาอีกครั้ง ในตอนนี้ร่างของโฉมสะคราญถึงกับสั่นสะท้านด้วยความโกรธเคือง

‘ผงลืมวิญญาณ’ ยาพิษที่สามารถลบเลือนความจำที่แสนโสมม แท้ที่จริงแล้วมันคือคำลวงทั้งหมด ข้านี่ช่างเป็นสตรีที่แสนโง่งมเสียนี่กระไร ฮ่าๆ ข้านี่ช่าง…หนีเสือปะจระเข้เสียจริงๆ

นิ้วเรียวทั้งห้าจิกเข้าไปในอุ้งมือด้วยความเจ็บแค้น แต่ทว่าใบหน้างามกลับคลี่ยิ้มจางๆ ชวนหลงใหล “สิ่งที่ท่านทำลงไปคือค่าตอบแทนที่ท่านช่วยชีวิตข้าใช่หรือไม่”

แม้ว่าหลันจิวฮวาจะคลี่ยิ้มกลับแฝงไปด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ในใจของนางกลับเจ็บปวดดุจมีคนเอามีดที่แสนคมมาแร่มันออกมาเป็นหมื่นๆ ชิ้น รสชาติของการโดนหลอกใช้ช่างเจ็บปวดและทรมานเช่นนี้นี่เอง

นัยน์ตาสีนิลสบกับดวงตาคู่งามของหลันจิวฮวานิ่งราวหนึ่งเค่อ ก่อนที่ชายหนุ่มจะปริปากพูดคำที่แสนไร้เยื่อใยออกมา “หากเจ้าคิดเช่นนั้นก็นับว่าไม่ผิด”

สิ้นคำพูดของบุรุษแซ่มู่ร่างอรชรที่แสนบอบบางก็พลันแข็งค้างในทันที มีคนเคยบอกกับนางว่าคำพูดของคนเราสามารถฆ่าคนได้ ตอนนี้นางรู้สึกเชื่ออย่างเต็มหัวใจแล้ว หากเปลี่ยนเป็นมีดคมตอนนี้ร่างของนางคงเป็นรูพรุนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่นางลืมความจริงของโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ไปได้อย่างไร หากตัวเจ้าไม่มีผลประโยชน์มีหรือผู้อื่นจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ในโลกที่แสนโสมมใบนี้มีผู้ใดบ้างที่จะหว่านพืชแล้วไม่หวังผล บุรุษแซ่มู่ผู้นี้ก็เช่นเดียวกัน!

“ความจริงก็คือความจริง ในเมื่อท่านได้ในสิ่งที่ท่านต้องการแล้ว ถ้าอย่างนั้นเวลานี้ระหว่างเราคงไม่มีอันใดติดค้างกันแล้วใช่หรือไม่?” ขณะที่พูดหลันจิวฮวาพยายามข่มก้อนสะอื้นไม่ให้สั่นเครือ แต่ทว่าขอบตาของนางกลับแดงก่ำด้วยความเจ็บปวด

สายลมอ่อนๆ พัดโฉบผ่านใบหน้างามคล้ายปลอบประโลม บรรยากาศในยามรุ่งสางกลับแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บราวกับอยู่ในช่วงฤดูเหมันต์

มู่จิวซินรู้สึกเครียดเกร็งอย่างบอกไม่ถูก จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ต้องการจะทำร้ายนางเลยสักนิด หากไม่ใช่เจ้าพิษสารเลวนั่นที่วิ่งแล่นอยู่ในร่างกายของเขามานานนับสิบปี มีหรือเขาจะใช้วิธีต่ำช้าเช่นนั้นล่อลวงนางให้ติดกับ ตั้งแต่คืนนั้นที่เขาช่วยนางจากเดรัจฉานพวกนั้น เขาก็ปรารถนาช่วยนางด้วยความจริงใจ แต่เพราะยาต้านพิษที่เขาใช้ระงับพิษผงลืมวิญญาณนั้นมันกลับไม่อาจข่มพิษราคะนี้ได้อีกต่อไป เรื่องทุกอย่างจึงไม่สามารถยั้บยั้งมันได้อีก

ความรู้สึกหลากหลายพลันประเดประดังขึ้นในหัวของมู่จิวซิน ทว่าเหตุผลมากมายที่เขาอยากจะบอกนางกลับกระจุกอยู่ที่ลำคอ ไม่ว่าจะบอกความจริงกับนางหรือไม่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

มู่จิวซินเห็นใบหน้าโฉมสะคราญที่อยู่เบื้องหน้าเขาซีดเผือด ชายหนุ่มก็หวนนึกถึงค่ำคืนที่แสนทรมานเมื่อครั้งที่เขาอยู่หอหมื่นบุปผา การกระทำที่แสนโหดร้ายจากสตรีที่จิตใจอำมหิตผู้นั้นยังคงคอยหลอกหลอนเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หากคนเราสามารถลบเลือนอดีตได้คงดีไม่น้อย… 

....................................................

ปล. อดีตก็ยังคงเป็นอดีต หากเราไม่สามารถก้าวย่างข้ามผ่านมันไปได้ ความเจ็บปวดก็ยังคงกัดกินความรู้สึกของเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น