ไป๋เฟิงมี่ (สนพ.เฟยฮุ่ย)​

ตอนที่ 3 : ชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2295 ครั้ง
    23 เม.ย. 62


               

               หมู่บ้านชายป่า ทางตอนใต้ของแคว้นฉิน แคว้นที่หากนับในปัจจุบันคงอยู่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ที่ใดสักแห่ง แต่หากจะย้อนไล่ดูประวัติศาสตร์แล้วละก็ คงจะหาไม่เจอ ที่นี่คงเป็นดังมิติคู่ขนานกับโลกปัจจุบันกระมัง


                     บ้านหลังเล็ก ห่างไกลจากหมู่บ้านราวสองลี้ (ประมาณ1กิโลเมตร) มีเสียงร้องไห้คร่ำคราญดังออกมาจากในบ้าน


                “ไป๋ซือเจิน” นั่งร้องไห้ น้ำตาไหลอาบหน้า มือทั้งสองข้างประคองโอบกอดทารกน้อยอายุราวแปดเดือน ที่ดูเหมือนจะไร้สิ้นลมหายใจ


                “แม่ขอโทษที่ดูแลเจ้าได้ไม่ดี เจ้าจึงจากแม่ไปเร็วอย่างนี้ ฮือ~ฮือ” ซือเจิน กล่าวโทษตัวเองทั้งน้ำตา นางเสียใจยิ่ง เหตุใดสวรรค์จึงโหดร้ายกับครอบครัวนางนัก


                นางนั้นเป็นบุตรสาวชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีฐานะร่ำรวย บิดามารดาของเธอก็ลาลับโลกนี้ไปแล้ว เมื่อถึงคราวออกเรือน ได้ตบแต่งกับบุตรชายของพ่อค้าที่เดินทางมาทำการค้าที่เมืองนี้ นามว่า ว่านอี้ชิง 


                        ด้วยเหตุที่สามีเลือกแต่งงานกับนางทำให้เกิดความไม่พอใจในครอบครัวของเขา เพราะได้หมายตาหญิงอื่นไว้ให้กับบุตรชายแล้ว จึงยื่นคำขาดหากแต่งกับซือเจินต้องออกจากตระกูล ทรัพย์สมบัติก็จะไม่ได้ แต่ว่านอี้ชิงก็เลือกนาง และออกจากตระกูลมาอยู่กับนาง พร้อมทั้งเปลี่ยนใช้แซ่ไป๋ ตามแช่ของนาง


                หลังจากออกเรือนได้หนึ่งปี นางก็ตั้งครรภ์บุตรคนแรก ด้วยฐานะทางครอบครัวที่ยากจน ไป๋อี้ชิง สามีของนางจึงจำต้องเดินทางไปหางานทำในอำเภอชิงไห่ ซึ่งไกลจากหมู่บ้านราวๆ ครึ่งวันเดินทาง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวและบุตรที่กำลังจะเกิดมา เดือนหนึ่งถึงจะกลับมาบ้าน และครั้งล่าสุดที่สามีนางกลับมาก็เมื่อตอนที่ “ไป๋เฟิงมี่” บุตรสาวของนางกับเขาอายุครบแปดเดือน ราวสองสัปดาห์ก่อนเห็นจะได้


                เมื่อสองวันก่อนบุตรสาวของนางป่วยไข้ เนื่องจากอากาศหนาวเย็น ทำให้เด็กทารกป่วยได้ง่าย ซือเจินอุ้มลูกผ่าลมหนาวเข้าไปในหมู่บ้าน จุดหมายของนางคือร้านหมอยาประจำหมู่บ้าน หวังให้ท่านหมอช่วยรักษาลูกน้อยจากอาการป่วยไข้ 


                    แต่โชคร้ายของนางกับลูกหรืออย่างไร เมื่อไปถึงกลับเห็นบ้านหมอยาปิดเงียบไร้ผู้คน สอบถามคนแถวนั้นได้ความว่า ท่านหมอและครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ต่างหมู่บ้าน นางทรุดนั่งกับพื้น กอดลูกแนบอก แล้วร้องไห้ออกมา นางทั้งหวาดกลัวและกังวล พึมพำราวคนเสียสติ


                 “ฮือ ~ใครจะช่วยลูกข้า ท่านหมอไม่อยู่ แล้วใครจะช่วยลูกข้า ฮือ ~ ฮือ”  ภาพหญิงสาวกอดบุตรร่ำไห้เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะตนนั้นหาใช่หมอ ได้แต่แนะนำการดูแลเบื้องต้นที่พอทำได้ให้นางไปเท่านั้น


                ซือเจินเดินอุ้มลูกกลับมาบ้านทั้งน้ำตา นางพยายามดูแลลูกน้อยจากอาการป่วยไข้ตามที่นางพอจะทำได้ ทั้งเช็ดตัวเพื่อลดไข้ หาผ้าหนาๆ มาห่อหุ้มเพื่อให้ความอบอุ่น และไม่ลืมจะเขียนจดหมายไปบอกสามี โดยฝากไปกับชายหนุ่มในหมู่บ้านที่ไปทำงานที่เดียวกับสามีนาง นางเชื่อว่าหากสามีนางทราบเรื่องต้องรีบพาหมอหรือหาซื้อยามารักษาลูกน้อยได้เป็นแน่



                คืนนี้ลูกของนางมีอาการทรุดหนัก ลมหายใจแผ่วเบา และนอนนิ่งไม่ขยับตัว นางช้อนอุ้มตัวทารกน้อยแนบอก น้ำตาไหลพราก อ้อนวอนขอความเมตตาต่อสวรรค์ ได้โปรดอย่าพรากลูกของนางไปเลย แต่...มันคงไม่เป็นผลเพราะครู่ต่อมาลมหายใจของเด็กน้อยก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ และหมดลงในที่สุด 


                    ซือเจินกอดบุตรสาวแน่นร้องไห้ตัวโยน แทบจะสิ้นสติ กล่าวโทษโชคชะตา โทษตัวเองที่ไม่สามารถดูแลบุตรสาวให้ดีได้



                ผ่านไปเพียงครู่ ราวกับมีปาฏิหาริย์ ร่างน้อยๆ ในอ้อมกอดเกิดขยับดิ้นเล็กน้อย ซือเจินเบิกตาโพลงตกใจระคนตื่นเต้น รีบมองสำรวจเจ้าก้อนแป้งในอ้อมแขนทันที ฉับพลันนางก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ที่เห็นลูกน้อยกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง




                มิรินค่อยๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกปวดหัว ปวดตัวอยู่หน่อยๆ แวบแรกที่ผ่านเข้ามาในสายตาคือหน้าอกของผู้หญิงคนหนึ่ง ดวงตากลมโตใสแวววาว มองสบกับร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งแล้วนึกฉงนในใจ ทำไมผู้หญิงคนนี้แต่งตัวประหลาดจัง 


                    คล้ายตัวละครในหนังจีนโบราณที่เธอเคยดู อายุน่าจะสัก 17-18 เห็นจะได้ หน้าตาสวย ผิวออกคร้ามแดดไปนิดหน่อย แต่พื้นแท้น่าจะเป็นคนขาว รูปร่างดี แม้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะดูเก่าแต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีคนงามได้ ดวงตากลมสวยที่เอ่อคลอด้วยน้ำตา มองมาที่เธอด้วยความดีใจ มุมปากยกยิ้มทำให้ใบหน้าที่สวยอยู่แล้วยิ่งสวยกระจ่างขึ้นไปอีก 


                              เธอจะสวยเกินไปแล้วนะ อ่าห์~นางฟ้าชัดๆ


                “มี่เอ๋อ เจ้าฟื้นแล้ว แม่ดีใจจริงๆ ลูกรัก” เสียงพูดออกอาการดีใจมาจากร่างตรงหน้า กลับทำให้เธอขมวดคิ้วเพิ่มขึ้น ภาษาจีนงั้นหรอ?  มิรินพอจะรู้ภาษาจีนอยู่บ้างเพราะในการทำงานเธอต้องติดต่อประสานงานกับนักวิจัยต่างชาติบ่อยๆ มิรินจึงเรียนภาษาเพิ่มเติมทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน เธอจึงใช้ได้ดีทั้งสองภาษา


                มิรินจึงสอบถามผู้หญิงตรงหน้าว่าเธอเป็นใคร แล้วที่นี่เป็นที่ไหน กลับไปด้วยภาษาจีนเหมือนกัน “แอะ แอ  อ้อ แอ” แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเสียงที่เปล่งออกมากลับเป็นเสียงร้องอ้อแอ้ของทารก


                เธอพยายามเค้นความทรงจำว่ามันเกิดอะไรขึ้น จริงสิ! เธอจำได้ว่าอาการโรคหอบกำเริบตอนอยู่ในป่า แล้วเธอก็หมดสติ พอลืมตาขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่ 


                    ซ้ำยังอยู่ในร่างทารกด้วยเธอพยายามมองสำรวจร่างที่อาศัยอยู่ตอนนี้ เป็นทารกเพศหญิง ผิวขาวเนียน ร่างกายกลมป้อมนิดๆ ไม่ถึงกับหยั่นว่อหยุ่น นี่มันอะไรกัน หรือเธอกำลังฝันอยู่! ต้องใช่แน่ๆ เดี๋ยวพอเธอตื่น ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม อืมใช่ๆ มิรินคิดว่าตัวเองแค่ฝันไปเท่านั้น



                “มี่เอ๋อ อยากพูดอะไรกับแม่ฮึ เจ้าพึ่งฟื้นไข้ พักผ่อนก่อนนะลูก” ซือเจินเห็นลูกน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ คล้ายอยากเล่นอยากคุยด้วย ก็ให้นึกเอ็นดู ปากยกยิ้มให้บุตรสาว นางทั้งกอดทั้งหอมเจ้าก้อนแป้ง ในใจยังหวาดกลัวการจะต้องสูญเสียเด็กน้อยในอ้อมกอดนี้เหลือเกิน



                ซือเจิน กล่อมเจ้าก้อนแป้งให้นอนต่อ อย่างไรเสีย นี่ก็ยังอยู่ในเวลากลางคืน ลูกของนางควรได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายน้อยๆ นี้ จะได้ฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้ นางมองลูกน้อยที่หลับตาพริ้มด้วยสายตาเอ็นดูและรักใคร่ และหลับไปพร้อมกัน


**************************

แฮร่! ในที่สุดก็เข็นมาได้ถึงสามตอนแล้ว  สั้นไปหน่อย แต่บทต่อๆ ไป จะพยายามให้ยาวกว่านี้คร้า 

หวังว่า reader ที่ติดตาม ยังคงเข้ามาเยี่ยมชมกันนะคะ 

สัญญาว่าจะมาวันละตอนให้ได้ (ถ้าไรท์ไม่ขี้ลืม อิอิ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.295K ครั้ง

1,360 ความคิดเห็น

  1. #1281 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 00:35
    ชอบความน่ารักของเด็ก
    #1281
    0
  2. #944 ไอริศา (@namfon_1995) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 14:45
    หยันว่อหยุน แปลว่าอะไรคะไม่รู้จริงๆ
    #944
    1
    • #944-1 แล้วไง' (@meilleure) (จากตอนที่ 3)
      3 มิถุนายน 2562 / 16:39
      บริษัทซีอิ้วขาวตราเด็กสมบูรณ์ค่ะ มีรูปเด็กอยู่ตรงโลโก้ นักเขียนน่าจะสื่อถึงว่ายังไม่อวบอ้วน อุดมสมบูรณ์เท่าเด็กที่อยู่หน้าโลโก้ค่ะ
      #944-1
  3. #840 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 11:55
    มาจาก จางอี้ชิง อ่ะเปล่าไรท์5555
    พิ่เลย์อ่ะ พี่เลย์555
    #840
    1
  4. #710 Zurruz (@love_noval555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:02
    ชอบ ยังไม่เจอคำผิด การใช้คำ สำนวนที่แปลกเลย ดีมากๆ น่าสนใจทั้งสาเหตุการตายทึ่ไม่งี่เง่า ติดตามค่ะ
    #710
    0
  5. #676 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:54

    คุณพ่อสุดยอดใจเด็ดมากคะ รักจริงหวังแต่ง ไม่สนฐานะ

    #676
    0
  6. #428 at2017 (@at2017) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:29
    บทโลกเดิมอืด ข้ามๆๆๆ และสุดท้ายก็ข้ามจริงๆ...
    #428
    0
  7. #373 H-ray (@H-ray) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 12:43
    อายุแปดเดือนคลานได้แล้ว และเริ่มตั้งไข่ นั่งเอี้ยวตัวได้ซ้ายขวาโดยไม่ล้ม พูดและเข้าใจทำง่ายๆได้ เช่น หม่ำๆ แม่ เด็กเข้าใจ บางคนก้อพุดได้ บางคนก็ยังพูดไม่ได้
    #373
    1
    • #373-1 Someonepp (@someonepp) (จากตอนที่ 3)
      13 พฤษภาคม 2562 / 21:47
      หลานเราปีกว่ายังอ้อแอ้ๆ อยู่เลยค่ะ พูดยังได้ไม่เปนคำเลย อาจจะแล้วแต่คน แต่พอคลานได้บ้างเดินได้บ้าง แต่ตอน 8 เดือนไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้าง เพราะไม่ได้อยู่ด้วย
      #373-1
  8. #345 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:20
    น่าสงสารครอบครัว
    #345
    0
  9. #28 SomponratMalasut (@SomponratMalasut) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:17
    ค่ะรอค่ะ อย่าลืมนะคะ
    #28
    0
  10. #24 nuwalnaka (@nuwalnaka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 15:59

    อย่าลืมนะคะเดี๋ยวขาดใจตาย????????????

    #24
    0
  11. #3 iamagril (@iamagril) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:26
    รอนะคะ
    #3
    1
    • #3-1 sripi (@sripi) (จากตอนที่ 3)
      23 เมษายน 2562 / 16:41
      ขอบคุณค่ะ
      #3-1
  12. #2 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:45
    รอนะคะ
    #2
    0