ไป๋เฟิงมี่ (สนพ.เฟยฮุ่ย)​

ตอนที่ 2 : ความฝันและการเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2424 ครั้ง
    13 พ.ค. 62


                มิรินเก็บเสื้อผ้า จัดกระเป๋าสำหรับเดินทางสองวัน และไม่ลืมหยิบตลับยาฉบับพกพาของเธอติดไปด้วย มีทั้งยาแก้แพ้ แก้ไข้ และลดน้ำมูก


                แต่เธอไม่ได้หยิบยาพ่นใส่กระเป๋าไปด้วย ไม่ใช่ว่าลืม แต่เธอจำเป็นต้องใช้ในคืนนี้ เพราะอาการของเธอชอบกำเริบเวลากลางคืน นอนๆ อยู่บางทีรู้สึกหายใจไม่ออกต้องลุกขึ้นมาพ่นยา ถึงจะนอนต่อได้ 


               และเธอคิดว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยหยิบใส่กระเป่าสะพายอีกที จากนั้น เธอก็อาบน้ำ กินยาแก้หวัด และเข้านอน โดยเธอลืมเรื่องที่ต้องไปหาหมอซะสนิทเลย


                มี่เอ๋อ ~ มี่เอ๋อมิรินได้ยินเสียงเรียกมาจากที่ไกลๆ เธอมองไปยังทิศทางของเสียง เห็นแต่หมอกควันปกคลุม มิรินไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงเรียกหาใคร แต่ในความรู้สึกของเธอ มันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน มีความคะนึงหา แฝงไปด้วยความคิดถึงที่เต็มเปี่ยม มิรินเดินไปตามเสียงเรียกเรื่อยๆ แล้วก็พบว่าเบื้องหน้าเป็นเงาตะคลุ่ม แยกไม่ได้ว่าหญิงหรือชาย


            นั่นใครคะมิรินตะโกนถามออกไป


            มี่เอ๋อ ข้ารอเจ้าอยู่ ฮูหยินของข้าเสียงร่างนั้นกล่าวออกมา ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเป็นบุรุษ

                คุณเป็นใครคะ มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ มิรินเดินเข้าไปใกล้อีก เพื่อจะได้เห็นหน้าชายผู้นั้น แต่ยิ่งขยับเข้าไปเงาร่างนั้นเหมือนยิ่งขยับออกห่าง


                มี่เอ๋อ~รีบมาหาข้า ข้ารอเจ้าอยู่ทั้งที่ร่างนั้นกำลังจะหายลับไปแต่เสียงเรียกกลับดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของมิรินอย่างชัดเจน เธอพยายามวิ่งเข้าไปหาและตะโกนถามแต่ร่างนั้นก็หายไปในกลุ่มหมอก


                “คุณ...คุณคะ  เดี๋ยวค่ะ คุณ!” มิริน สะดุ้งตื่นกลางดึก หอบหายใจแรง เหงื่อไหลตามหน้าและลำคอ


                “ฝันไปหรอเนี่ย ... บ้าจริงฝันอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย” มิรินบ่นพึมพำกับตัวเอง มือเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียง มากดดูเวลา พบว่าพึ่งจะตีสามเอง จึงเอนตัวลงนอนและพยายามคิดว่าเคยรู้จักคนชื่อ “มี่เอ๋อ”  รึเปล่า แต่คิดยังไง ก็พบว่าเธอไม่เคยรู้จักหรือมีเพื่อนชื่อนี้สักคน 


                มิรินพยามปรับอารมณ์และการหายใจของตัวเองเมื่อพบว่าอาการโรคหอบของเธอกำลังกำเริบขึ้นมา มือก็ควานหายาพ่น และก็เจอเข้ากับกระบอกยาพ่นที่วางอยู่ข้างหมอน 


                    ไม่รอช้ารีบเขย่ากระบอกยา เปิดฝา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อมกระบอกยาเข้าไปในปาก และกดพ่นยาเข้าหลอดลม กลั้นหายใจ 10 วินาที แล้วค่อยๆ หายใจออก การหายใจของมิรินเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่ร่างกายของเธอ รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน จึงผล็อยหลับไป


                มิรินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนเช้า ลืมตางัวเงีย บนที่นอน แล้วสายตาก็สบเข้ากับนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างทีวี


                “ แปดโมง! ตายแล้ว!  สายแล้วๆ” มิรินดีดตัวเองจากที่นอนทันทีที่เห็นนาฬิกาบอกเวลา เธอนัดกับตติยาไว้สิบโมง โดยจะไปขึ้นรถที่สถาบันวิจัยฯ ซึ่งเป็นรถที่ทางสถาบันมีไว้สำหรับให้พนักงานใว้ใช้ในการออกปฏิบัติงานนอกพื้นที่ 


                    มิรินอาบน้ำแต่งตัวราว 50 นาที พร้อมกับเร่งรีบเก็บของเข้ากระเป๋าเดินทาง จากนั้นคว้าทั้งกระเป๋าเดินทางและเป้สะพาย ออกจากห้อง เดินไปขึ้นรถที่ลานจอดรถ มาถึงรถก็โยนทุกอย่างใส่รถแล้วขับออกไปสถาบันวิจัย โดยที่เธอนั้นลืมหยิบยาพ่นออกมาด้วย


                กว่าเธอจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว


                มิรินขับรถฝ่ารถติดตอนเช้ามาถึงสถาบันวิจัยเกือบสิบโมงพอดี ทันเวลาฉิวเฉียด  ถามว่าถ้ามิรินมาสาย แล้วรถจะไม่รอหรอ มันก็ไม่ใช่ยังไงติติยาก็ต้องรออยู่แล้ว แต่มิรินคิดว่าการเป็นคนตรงต่อเวลาเป็นพื้นฐานของการทำงานร่วมกันของคนหมู่มาก เพราะถ้าทุกคนมีความตรงต่อเวลาการทำงานก็จะราบรื่นและได้งานตามที่วางแผนไว้ ไม่เสียเวลามัวมานั่งรอคนนั้นคนนี้ให้เกิดความหงุดหงิดใจ


                มิรินกับตติยา ออกเดินทางจากกรุงเทพฯตอนสิบโมง แวะพักทานข้าวกลางวันระหว่างทางและไปถึงหมู่บ้านชายป่า จ.กาญจนบุรีเกือบบ่ายสาม พอมาถึงก็เข้าพบผู้ใหญ่บ้านคุยรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับแมลงประหลาดและขั้นตอนการเก็บตัวอย่างของทั้งสองสาว จากนั้นจึงได้ออกเดินทางเข้าป่าเพื่อสำรวจและเก็บตัวอย่าง


                ระหว่างเดินทาง มิรินรู้สึกไม่ค่อยสบาย อาจเป็นเพราะในป่าอากาศชื้น ทำให้อาการของเธอกำเริบขึ้นมา มิรินพยายามควานหายาพ่นในเป้สะพาย แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เธอพยายามคิดว่าเมื่อเช้าได้หยิบใส่ในเป้รึเปล่า แล้วก็พบว่าเธอลืมหยิบมา มิรินหน้าซีดหายใจแรง จนตติยาสังเกตเห็น


                “หมิว เป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า?” ตติยาถามมิริน ด้วยความเป็นห่วง


                “พะ พี่ตอง หมิว ละ ลืม เอายาพ่นมา ค่ะ” มิรินตอบตติยาด้วยความลำบากเธอหอบหายใจแรงขึ้น พยายามอ้าปากสูดลมหายใจ


                “ไหวรึเปล่า อดทนไว้นะ พี่จะให้พวกเขาพาเราออกจากป่าเดี๋ยวนี้” ตติยารีบเข้าประคองมิริน และตะโกนบอกคณะเดินทางให้รีบพาพวกเธอออกจากป่า เพราะเพื่อนของเธอดูท่าไม่ไหวแล้ว


                “หมิวอดทนไว้นะ พอออกจากป่า พี่จะพาไปหาหมอ” ตติยาพยายามพูดปลอบมิรินด้วยความตกใจปนลนลาน เธอกลัวเหลือเกินว่าเพื่อนรุ่นน้องจะเป็นอะไรไป 


                    เธอยังจำได้ มิรินเคยมีอาการกำเริบแบบนี้ตอนไปทำงานที่เขาใหญ่ ตอนนั้นเป็นฤดูหนาวแล้วเพื่อนรุ่นน้องของเธอก็ลืมยาพ่นติดไปด้วยเหมือนครั้งนี้ ตอนนั้นมิรินเหมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจ เธอนั้นทั้งตกใจและตื่นกลัว รนรานโทรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในอุทยานเขาใหญ่ โชคดีที่เจ้าหน้าที่มียาพ่นฉุกเฉิน มิรินจึงรอดมาได้

                

                         แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน พวกเธออยู่ในป่า ถึงจะกลับเข้าไปในหมู่บ้านได้ แต่หมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีร้านขายยาพอที่จะหายาพ่นฉุกเฉินได้ ต้องขับรถเข้าไปในตัวอำเภอถึงจะมีทั้งร้านขายยาและโรงพยาบาล

                

                    มิรินรู้สึกว่าร่างกายของเธอไม่ไหว ไม่มีแรงแม้จะก้าวเดิน ยิ่งหายใจเข้าก็เหมือนสูดอากาศไม่เต็มปอด เธออ่อนแรง ทรุดลงไปนั่งกับพื้นดิน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของตติยา 

                    สายตาของเธอเริ่มพร่ามัว ลมหายใจติดขัด หูได้ยินเสียงตติยาเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว จากนั้นสติของเธอก็ค่อยค่อยๆ ดับลงพร้อมกับลมหายใจของเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.424K ครั้ง

1,360 ความคิดเห็น

  1. #1355 meaw310554 (@meaw310554) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 20:52
    ความเป็นจริงยานี้ มี2ตัวยาน่ะ ใช้เป็นยาประจำ (หลอดส้ม) กับยาฉุกเฉิน (สีน้ำเงิน)ยาใช้ประจำจะมีผลช้าและใช้เวลนานในการทำงานใช้ในเวลาทั่วไป แต่ยาฉุกเฉินใช้ในเวลาที่จำเป็นมากๆเพราะออกผลเร็วกว่า เพื่อสงสัยทำไหมถึงใช้หลายอันแทนใช้ยาฉุกเฉินอันเดี่ยว แต่กับใช้ยาประจำ เพราะหมอต้องการลดจำยาถ้ามีอาการไม่มากเพื่อร่างกายคนไข้ลองลด ยาลงเลยๆจนไม่ต้องใช้ยาแต่ เกิดอาการให้ใช้ยาฉุกเฉินแล้วเริ่มลดยาใหม่หมด#เล่าจากที่เป็นอยู่ใช้เอง
    #1355
    1
    • #1355-1 meaw310554 (@meaw310554) (จากตอนที่ 2)
      7 สิงหาคม 2562 / 20:53
      แก้ตรงลดการใช้จำยาเป็นจำนวนยาน่ะค่ะ
      #1355-1
  2. #1274 สาวน้อยบานแฉ่ง (@Ziprest) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:37
    ไม่สมจริง บอกในฐานะคนที่มียาที่ต้องกินประจำอะนะ
    #1274
    0
  3. วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:56
    สิบเท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
    #998
    0
  4. #983 เล็ก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 09:09

    ยาสำคัญต้องใช้ประจำขนาดนี้. ปกติหมอให้มาทีละหลายขวดนะคะ. ถ้าต้องเดินทางไกลคนป่วยเค้าเอาอีกขวดใส่กระเป๋าเดินทางล่วงหน้าแล้วค่ะ ไม่ต้องรอเอาอันที่ใช้อยู่เก็บใส่กระเป๋าตอนเช้าหรอก แล้วถ้าเหลืออยู่ขวดเดียวจริงๆ แล้วคืนนี้พ่นไปแล้ว พ่นเสร็จเค้าก็จะรีบเอาเก็บใส่กระเป๋าที่จะเอาไปด้วยตั้งแต่ใช้เสร็จแล้วค่ะ

    เข้าใจว่าต้องมีเหตุให้เสียชีวิตจะได้ข้ามภพได้. แต่พฤติกรรมนางเอกไม่เหมือนคนป่วยที่ต้องใช้ยาเป็นประจำ ทำให้ดูไม่สมจริงค่ะโดยเฉพาะการลืมยาสำคัญเวลาเดินทางไกลบ่อยๆนี่ ไม่ไหวค่ะ คนอะไรจะสะเพร่าได้ขนาดนี้

    #983
    7
    • #983-6 เด็กหญิงฮินาตะ (@sababyz) (จากตอนที่ 2)
      7 สิงหาคม 2562 / 18:13
      นิยาย..
      #983-6
    • #983-7 meaw310554 (@meaw310554) (จากตอนที่ 2)
      7 สิงหาคม 2562 / 20:51
      ความเป็นจริงยานี้ มี2ตัวยาน่ะ ใช้เป็นยาประจำ (หลอดส้ม) กับยาฉุกเฉิน (สีน้ำเงิน)ยาใช้ประจำจะมีผลช้าและใช้เวลนานในการทำงานใช้ในเวลาทั่วไป แต่ยาฉุกเฉินใช้ในเวลาที่จำเป็นมากๆเพราะออกผลเร็วกว่า เพื่อสงสัยทำไหมถึงใช้หลายอันแทนใช้ยาฉุกเฉินอันเดี่ยว แต่กับใช้ยาประจำ เพราะหมอต้องการลดจำยาถ้ามีอาการไม่มากเพื่อร่างกายคนไข้ลองลด ยาลงเลยๆจนไม่ต้องใช้ยาแต่ เกิดอาการให้ใช้ยาฉุกเฉินแล้วเริ่มลดยาใหม่หมด#เล่าจากที่เป็นอยู่ใช้เอง
      #983-7
  5. #947 Fhayaya (@Fhayaya) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 16:54
    บรรยายเก่งมากเลยค่ะ
    #947
    0
  6. #821 Buk_keemao (@Buk_keemao) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:25
    มันเป็นการบรรยายที่แบบ เห็นภาพขึ้นมาเลยที่เดียว ดีมากเลยครับ
    #821
    0
  7. #591 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 07:28

    รุ่นพี่คงจะตกใจมากน่าดู

    #591
    0
  8. #547 Silvercandy (@Silvercandy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:11
    ....ที่ๆมีติดไว้เสมอ บนรถ - ในกระเป๋า - บ้าน

    อยู่ที่ไหนไว้ที่นั่น เพราะเผื่อกันลืม เคยมีครั้งที่แบบ เก็บไปด้วยความอยากให้มันอยู่ที่เดียว แต่เป็นไง ลืม ไปเข้าค่ายด้วย ดีนะ เขามีพักจอดแวะ แล้วร้านข้าวมันข้างๆคลีนิค เลยรอดตาย

    รอจุติ
    #547
    1
    • #547-1 (@aforyou) (จากตอนที่ 2)
      24 พฤษภาคม 2562 / 18:29
      ผมนะมียาฉุกเฉินเก็บไว้ 5 ที่ เลย..เวลาเป็นมันทรมานฉุกเฉิน ^T^..ใต้เบาะรถ กระเป๋า ใต้หมอนนอนหนุนที่บ้าน ที่ทำงาน และตู้ยาฉุกเฉิน..เป็นโรคพวกนี้ ต้องใส่ใจตัวเอง ยอมเสียเงินซะนิด ดีกว่ามาทรมาน หายใจไม่ออก เคยหยุดหายใจไป 3 ครั้ง..ตื่นมาต้องมียาตลอดทุกที่หลังจากนั้น
      #547-1
  9. #534 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    สถานการณ์คุ้นๆนะคะ หะว่าจะเอาของใส่กระเป๋าตอนเช้าแต่ตื่นสายเลยล่กจนลืมหยิบมาด้วย แสนคุ้นเคยค่ะ 5555555
    #534
    0
  10. #407 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:32

    ลนลาน แก้ด้วยค่ะ

    #407
    0
  11. #344 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:17
    ขอบคุณค่ะ
    #344
    0
  12. #237 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 07:50

    ขอบคุณครับ

    #237
    0
  13. #27 SomponratMalasut (@SomponratMalasut) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:13
    ลนลาน เขียนแบบนี้ค่ะ
    #27
    0
  14. #1 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:14
    รอนะคะ
    #1
    1
    • #1-1 sripi (@sripi) (จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2562 / 17:57
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #1-1