เล่ห์พยัคฆ์ลวงมังกร

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 รักแรกกัด...มาต่อกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

เสียงครืนสนั่นลั่นราวกับสวรรค์จะถล่ม แรงสะเทือนแผ่มาถึงตำหนักอี้เซิงผิงอันของเทพมังกรทองหวงหรง ร่างสูงในชุดสีทองสง่าเจิดจ้าถึงกับถอนใจ ฟ้าแลบแปลบเป็นทาง ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร เหมือนกับจะบันดาลโทสะได้ไม่พอ สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงลานหินหน้าตำหนักเสียงระเบิดดังสนั่น เรียกได้ว่าสะเทือนไปทั้งสวรรค์ กลุ่มฝุ่นคลุ้งจากแรงกระแทกร่างของมังกรสีนิลตัวมหึมาตระหง่านหน้าลานหิน เศษก้อนกรวดกระเด็นไปทั่ว ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทมีเพียงเส้นผมยาวเลยสะโพกที่เป็นสีเงินยวง ใบหน้านั้นเรียบนิ่งเย็นชา แต่แววตานั้นเล่าพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้พินาศสิ้น

“เจ้ามีเหตุผลอะไรถึงทำอย่างนี้หวงหรง!” ว่าแล้วเชียวต้องมาถามเรื่องนี้ เทพหวงหรงถึงแม้จะเป็นมังกรทองเป็นใหญ่เหนือเทพอสูรทิศทั้งสี่ เป็นที่เกรงใจของเทพเซียนทั้งหลาย แต่เมื่อเทียบฤทธาและความโหดกันแล้วห่างไกลจากท่านชิงหรงมากนัก ถึงจะเรียกท่านพี่แต่อายุอานามของเทพมังกรชิงหรงก็ปาเข้าไปหลายหมื่นขวบปี เทพชิงหรงก้าวยาวๆเข้าหาเทพหวงหรงมือกระชากคอเสื้อสีทองอร่ามกระชากจนร่างสูงเซถลา การที่เทพมังกรดำบันดาลโทสะได้ขนาดนั้นทำให้เทพหวงหรงฉีกยิ้มกว้าง เขาไม่โกรธเคืองญาติผู้ใหญ่ที่กำลังฟาดงวงฟาดงาไปทั่วแบบนี้

“นางตายเพราะข้า! นางไม่ใช่หลิงหลิงด้วยซ้ำ ทำไม!” เขาตะโกนใส่หน้าเทพหวงหรง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีโกรธเกรี้ยวออกมาแบบไม่ยั้ง ความโกรธทวีคูณ ชิงหรงกลายร่างเป็นมังกรนิลร่างใหญ่โต กรงเล็บพุ่งเข้าใส่ร่างของเทพหวงหรง เทพมังกรทองม้วนตัวหลบ กลายร่างเป็นมังกรสีทองอร่ามพุ่งเข้าหาชิงหรงเช่นกัน เสียงสะเทือนไปทั้งแผ่นฟ้า เทพเซียนมากมายต่างพากันตื่นตระหนก มีเพียงเง็กเซียนฮ่องเต้ที่นั่งคลึงขมับบนบังลังก์ทอง

เทพมังกรทั้งสองประทะกันรุนแรง แน่นอนว่าเทพหวงหรงนั้นเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ร่างของมังกรทองถูกกรงเล็บของมังกรดำขย่ำเต็มแรง เหวี่ยงร่างสีทองกระเด็นไปปะทะกับภูเขาเสียดฟ้าจนพังทะลายเสียงครืนดังสนั่นไปทั่ว ร่างมังกรของเทพหวงหรงกลับคืนเป็นร่างบุรุษรูปงามเช่นเดิม หากทว่าเกิดบาดแผลมากมายตามร่างกาย เขานั่งหอบแฮกๆกับพื้นดิน ฤทธิ์เยอะมหาโหดจริงๆ ร่างใหญ่โตของมังกรดำที่ทะยายอยู่เบื้องบนค่อยๆลอยตัวต่ำลงมายังเบื้องล่างช้าๆ หากแรงโทสะนั้นยังไม่มีลดลง

“บอกข้ามาว่าเจ้าทำ ทำไม! เสียงคำรามต่ำจากลำคอดังสะเทือน สมแล้วที่มีอายุยืนยาวมาได้นานขนาดนั้น ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาต่อกร...แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพชงหรงในร่างมังกรสีนิลคำรามเสียงดัง พุ่งทะยายเข้าหาร่างของเทพหวงหรง

“โฮกก! เสียงดังของพยัคฆ์ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาโดยที่เทพมังกรชิงหรงไม่ทันได้ตั้งตัว เขี้ยวขาวขย่ำไปตรงบริเวณลำคอของมังกรดำจนร่งล่วงลงพื้น พยัคฆ์ขาวร่างยักษ์ถึงจะเล็กกว่าเทพมังกรดำแต่ก็หาได้เกรงในขนาดตัวที่ต่างกัน เขี้ยวขาวฝังลงบนลำคอของเทพมังกรดำ สองร่างดิ้นพล่านกับพื้น มังกรสีนิลร่างยักษ์ม้วนลำตัวรัดกายของพยัคฆ์ขาว ยิ่งรัดแน่นเท่าไหร่เจ้าเสือขาวตัวนี้ก็ยิ่งย้ำรอยเขี้ยวแรงขึ้นอย่างไม่กลัวตาย

“พอได้แล้วทั้งสอง พอๆ จื่อเฉียน พอ เขาเป็นพี่ของข้า!” ชื่อที่เทพหวงหรงตะโกนเรียกเจ้าพยัคฆ์ขาวทำให้เทพชิงหรงกลับคืนร่างเดิม หากแต่เจ้าเสือขาวนั้นเล่ายังคงยืนจังก้าคร่อมร่างของเขาอยู่ แยกเขี้ยวขาวส่งเสียงขู่เสียงต่ำๆ จากนั้นจึงกลับสู่ร่างเดิม เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวมัดยุ่งเหยิง ดวงตาคมสีอ่อนสวยกระพริบปริบๆจ้องหน้าเทพชิงหรงเขม็ง สองแขนเรียวแข็งแรงกดอยู่บนไหล่กว้างของเขา นางคร่อมเขาอยู่ท่านั้น กระทั้งเสียงกระแอมเบาๆของเทพหวงหรงดังออกมา

แฮ่ม! จื่อเฉียนเจ้าเพิ่งตื่นหรือ” หญิงสาวตวัดสายตาดุไปยังเทพหวงหรง นางคว้าก้อนหินขนาดเขื่องขว้างด้วยกำลังของเทพอสูรเต็มแรงใส่ร่างของเทพหวงหรงแต่เทพหนุ่มหน้าทะเล้นเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยได้ทัน ใช่นางเพิ่งจะตื่นแต่ใครกันเล่าที่ทำให้นางต้องลืมตาตื่นขึ้นมา

“จะต่อยตีกันก็ให้มันไปไกลๆหน่อย บ้านข้าแทบจะพัง ข้ากำลังหลับต้องมาถ่างตาเห็นพวกท่านฟัดกันเนี่ย หัดเกรงใจกันบ้าง” เทพมังกรทองหวงหรงเอียงคอส่งยิ้ม เขาไม่เคยโกรธเจ้าพยัคฆ์ขาวตนนี้ได้เสียที ร่างสูงสง่าส่งยิ้มแป้นไม่พูดจาสิ่งใด ได้แต่ประสานมือขอโทษเจ้าของสถานที่

“ไว้ข้าจะส่งบริวารมาปรับทัศนยภาพให้ใหม่” ส่งยิ้มประจบ

“ดี แล้วก็ให้ไวด้วย” เทพมังกรชิงหรงนอนพังพาบอยู่กับพื้นโดยมีร่างของสตรีที่เขาคิดว่าสิ้นชีพบนภพมนุษย์นั่งทับร่างของเขาอยู่ เพ่งพิศใบหน้านวล ดวงตาคมสวยคู่นั้น มิผิดเป็นแน่ต้องเป็นนางอย่างแน่นนอน

“เออ จื่อเฉียน คือ”

“อะไร! นางหันมาตวาดแว๊ดร่างเพรียวแข็งแรงยังคงนั่งกอดอกทับร่างของเขาไว้ไปไม่ยอมไปไหน

“มีปัญหาอะไร ท่านผู้เฒ่า” หญิงสาวหรี่ตาคมเอ่ย สีหน้าท่าทางยังคงความโอหังอย่างคงเส้นคงวา

“เออ เจ้าช่วยลุกออกไปทีจะได้หรือไม่” เทพชิงหรงเกรงว่านางจะกระดากอายกับท่าทางล่อแหลมแบบนั้น เขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สุภาพที่สุด หากแต่ว่า เขาคงลืมไปว่านางคือป่ายจื่อเฉียน แม่ทัพร้อยอสูร ผู้ไม่เคยแยกแยะหญิงชายออกจากกันได้ นางยิ้มแยกเขี้ยว มือเรียวฟาดเพียะไปยังอกแกร่งของเทพมังกรดำที่เพิ่งจะอาละวาดจนสวรรค์สะเทือนเมื่อครู่ หนำซ้ำยังบีบจมูกโด่งจนเข้าต้องดิ้นปัดป้อง

“ไม่ต้องมาพูดเลย เป็นท่านใช่หรือไม่ที่ทำเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าจนสะเทือนไปหมดเมื่อครู่ หา!” เขาพยักหน้าจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก นางยังคงนั่งทับเขาอยู่ นิ้วเรียวชี้หน้าเขาทำราวกับจำไม่ได้

“เจ้าจะลุกไปได้หรือยัง”

“ขอโทษข้าก่อน” คราวนี้นางกอดอกเชิดหน้าอมยิ้ม “ขอโทษข้า แล้วข้าจะลุก” เทพชิงหรงใช้ข้อศอกทั้งสองข้างยันกายขึ้นจ้องหน้าป่ายจื่อเฉียน นางจำเขาไม่ได้จริงๆ

“ข้า ขอโทษ” เอ่ยคำเพียงเท่านั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นทันที ก้าวเดินออกไปเสียงกรุ๊งกริ๊งดังเบาๆ ทำให้เทพชิงหรงมั่นใจว่าเป็นนาง เพราะสร้อยข้อเท้าของเขายังอยู่ หญิงสาวเดินเท้าเปล่าย่ำลงไปบนเศษใบไม้มีแดงโดยไม่สนใจเทพมังกรทั้งสองที่มองตามหลังของนางด้วยความรู้สึกต่างกัน

“จื่อเฉียน จะไปนอนต่อหรือ” เทพหวงหรงตะโกนถามฉีกยิ้มกว้าง นางหันหน้ากลับมาแลบลิ้นใส่แล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับไปนอนต่อที่เดิม ใต้ร่มไม้ใหญ่บนเนินสีเขียวขจี

“หวงหรง เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เทพมังกรดำชิงหรงส่งสายตาพิฆาตไปยังญาติผู้น้องที่หมดสภาพไม่แพ้กัน


บนเนินเขาย่อมๆสายลมเย็นพัดเอื่อยเฉื่อยความสงบค่อยกลัมาเยือนอีกครั้ง ป่ายจื่อเฉียนนางนอนขอดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ แต่จากการอาละวาดของเทพมังกรเมื่อครู่ทำให้นางหลับไม่ลง นางกระเด้งตัวขึ้นนั่งทำหน้าบูดบึ้ง ทว่าดวงตาสีนิลของเขาผู้นั้นจับจ้องนางไม่วางตา เขาเป็นใครกัน ขายาวเหยียดออกปิดตัวไล่ความเมื่อขบ เสียงกระพรวนข้อเท้าดังนางมองดูสร้อยข้อเท้าเส้นเล็กน่ารัก นิ้วเรียวเขี่ยเล่นเส้นเล็กนิดเดียวแต่กลับไม่เคยขาด ตนเองกลับจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนใส่ให้ แต่นางรักสร้อยเส้นนี้มากขนาดไม่ยอมถอดออก

“เอ..เขาเป็นใคร” ใบหน้าหวานตาคมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว วิ่งกลับเข้าในตำหนักชิวเทียน จัดการแต่งกายเสียใหม่มุ่งหน้าไปยังตำหนักอี้เซิงผิงอันทันที อยากรู้ก็ต้องถามถ้าจะถามก็ต้องถามจากท่านหวงหรง หัวใจเต้นแรงโดยไม่มีสาเหตุ

 

“เจ้าบอกมาเดี๋ยวนี้หวงหรง” เป็นเทพมังกรดำที่นั่งบนแท่นสูงของหวงหรงเสียเอง ส่วนเจ้าของบ้านอย่งเขากลับยืนตัวลีบราวนักโทษที่ถูกไต่สวน เทพหวงหรงส่งยิ้มเก้อให้หากแต่ว่าเทพชิงหรงไม่ยิ้มด้วย “ว่า มา “

“ท่านควรปล่อยหลิงหลิงไปได้แล้ว ท่านพี่ยิ่งท่านห่วงหาอาวรณ์หลิงหลิงเท่าใด เทพธิดาเสวี่ยนปี่นางยิ่งใช้ประโยชน์ตรงนี้ทำร้ายท่านมากขึ้นเท่านั้น” จริงอยู่ที่ใจเขามีหลิงหลิงแต่เหตุใดใบหน้าหวานตาคมดุของป่ายจื่อเฉียนจึงวนเวียนเข้ามาจนเขาแทบลืมใบหน้าของภรรยาไปได้ สองคนนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว อีกคนหาความเรียบร้อยไม่มี อีกคนอ่อนแอ บอบบางน่าถนอม ร่างสูงขมวดคิ้วหงุดหงิดใจ เทพหวงหรงยิ้มร่าเมื่อเห็นอาการของญาติผู้พี่

“หลิงหลิงนางควรได้ไปสู่ภพที่ดีท่านว่าไหม” เขานิ่งหวงหรงยิ่งเห็นว่าเทพชิงหรงนิ่งขึงเขายิ่งเอ่ยตอกย้ำ “ท่านกำลังอ่อนแอเพราะเทพธิดาเสวี่ยนปี่ อย่าให้นางใช้หลิงหลิงมาทำลายท่านโดยอ้างว่าแก้แค้นเลย”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับป่ายจื่อเฉียน” เทพหวงหรงส่ายหน้า

“ข้าไม่รู้เรื่องที่นางต้องมาตายเพื่อช่วยให้ท่านได้กลับขึ้นมาข้างบนอีกครั้ง” เรื่องนี้เทพหวงหรงก็ไม่คาดคิดมาก่อนเช่นกัน เขาเพียงต้องการให้เทพชิงหรงได้อยู่ห่างจากเรื่องเดิมๆคนเดิมๆ แต่ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะมาเกิด

“นางจำข้าไม่ได้”

“ก็แน่นอนเพราะจื่อเฉียน นางดื่มชาลืมอดีต” ตอบไปส่งๆ เทพหวงหรงดูจะไม่ได้ให้ความใส่ใจมากนักกับเรื่องที่นางกลับมายังตำหนักชิวเทียนได้อีกครั้ง หากแต่เทพชิงหรงยังคงติดค้างบางอย่างในหัว บางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจ เขาหันมองเทพหวงหรงแต่ไม่พูดหรือถามสิ่งใด

“หากท่านเกรงว่าจะเป็นการทำให้ป่ายจื่อเฉียนมีอันตราย ท่านก็อย่าเข้าใกล้นางก็หมดเรื่อง” เขาก้าวเข้าหาเทพมังกรทอง           "ข้ามีเพียงชูหลิงหลิงคนเดียว" ร่างสูงหมุนกายเดินออกจากตำหนักกลายร่างเป็นมังกรสีนิลลอยละล่องกลับไปยังตำหนักชูเทียน เบื้องล่างป่ายจื่อเฉียนแหงนหน้ามองร่างมังกรดำบนท้องฟ้าฉีกยิ้มกว้างโบกมือหยอยๆ นางเดินอารมณ์ดีเข้าไปหาเทพหวงหรง

“ท่านหวงหรง!”ตะโกนเสียงตั้งแต่ประตูทางเข้ามาจนถึงห้องโถงกว้าง สภาพพังยังเยิน เทพหวงหรงยืนหมุนไปมากลางโถงมองไปรอบๆ แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงตะโกนของนาง

“ว่ายังไงหละเจ้าเสือเอาแต่ใจ นอนพอแล้วหรือ”

“ใครจะไปหลับลง เชอะ! เออ ท่านหวงหรงข้ามีเรื่องจะถาม” เทพหวงหรงเดินขึ้นไปนั่งยังบัลลังค์ทองมือเท้าคาง ยิ้มทะเล้นให้กับป่ายจื่อเฉียน  นางกล้าหาญที่ดื่มชาลืมอดีต และยังสามารถกลับมาเป็นเทพอสูรได้เหมือนเดิม บางเรื่องก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถให้คำตอบกับเทพชิงหรงถึงเรื่องนี้ได้

“ชายผู้นั้นเป็นใคร”

“ใคร” ที่ถามไม่ใช่ว่าจะหาเรื่องแต่เทพหวงหรงไม่รู้จริงๆว่านางเอ่ยถามถึงใครกัน เขาเดินลงมาจากบัลลังค์ทองย้ายตัวเองมานั่งข้างป่ายจื่อเฉียน มือเรียวขาวนวลยกป้านน้ำชารินชาหอมสวรรค์ ป่ายจื่อเฉียนหยิบขึ้นจิบ

“คนที่ข้านั่งทับเขายังไงเล่า”

ฟรู่ดด! หวงหรงสำลักน้ำชา เจ้าตัวแสบนี่ถามหาผู้ชาย ประหลาดจริงหากท่านเสวี่ยนอู่กับจูเช่ว์รู้เข้ามีหวังหัวเราะกันครืน เหมือนมีปลาตัวใหญ่กระโดดอยู่ในหัว ความเบื่อหน่ายในหลายเรื่องทำให้ท่านเทพหวงหรงเอ่ยปากถามเอาตรงๆ

“เจ้าชอบเขาหรือ” นางพยักหน้าดวงตาคมสีสวยไม่มีแววว่าจะล้อเล่น สีหน้าจริงจัง นางจ้องหน้าเขาหวังในคำตอบเพราะเห็นเงียบไปนาน ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ว่ายังไงท่านหวงหรง ที่ข้าถาม”

“อะแฮ่ม!ถ้าเจ้าอยากรู้ อีกสิบวันตำหนักทองของเง็กเซียนฮ่องเต้จะจัดงานเจ้าก็ลองไปถามเขาเองซิ”

“เขาเป็นพี่ของท่านนะท่านหวงหรง” นางขยับเข้าไปใกล้ทำตาพราวระยับ 

“ถ้าอย่างนั้นข้าก็เกี้ยวเขาได้ซิ” โอว...สวรรค์ เทพหวงหรงร้องครางหันหน้ามาช้าๆจ้องหน้าเจ้าตัวแสบที่พูดออกมาว่าจะเกี้ยวเทพมังกรดำชิงหรง สมองของเจ้ากระทบกระเทือนมากไปหรือยังไงกัน เขาทุบโต๊ะดัง เรื่องสนุกกำลังจะเกิด

“ทำไมเขามีภรรยาแล้วหรือ”

“มีแต่ตายไปนานแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังรักนางอยู่” ป่ายจื่อเฉียนพยักหน้าดูเหมือนจะไม่นำพากับสิ่งที่เทพหวงหรงพูดออกไป ป่ายจื่อเฉียนนั่งกอดอก ในเมื่อตายไปแล้วก็อยู่ส่วนตายไป เขาจะจดจำนางไว้ก็เรื่องของเขา แต่ตนเองพอใจที่ได้ลงมือ และนั่นเป็นนิสัยของป่ายจื่อเฉียน นางอาจจะทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นทุกข์ระทม นั่นล้วนเป็นเรื่องของอนาคต หากคิดทำจงลงมือ ต่อให้ผิดหวังก็จะไม่เสียใจ

“หากเขาไม่สนใจเจ้าหละ” นางยกไหล่ไม่แยแส จิบชาสบายอารมณ์ “ยังไงข้าก็จะเกี้ยวเขา”

“เอาจริงหรือ” นางพยักหน้า “จริงแท้แน่นอน”

“ใครก็ตามที่อยู่ใกล้เขามักมีอันเป็นไปทุกคน เจ้าไม่กลัวรึ” เขากระซิบถาม ป่ายจื่อเฉียน ตบหน้าอกตัวเองแรงๆโดยไม่สะทกสะท้าน

“หากข้าต้องมีอันเป็นไปก็ไม่เสียดาย นั่นเพราะว่าข้าไร้ความสามารถที่จะปกป้องชีวิตตัวเอง ไม่เกี่ยวกับเขา” ท่าทางของป่ายจื่อเฉียนจริงจังจนเทพหวงหรงชักหวั่น แต่ไหนๆแล้วลองดูก็ไม่เสียหาย หากป่ายจื่อเฉียนทำให้เทพมังกรดำปล่อยวางอดีตภรรยาลงได้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี

“แต่เจ้าเป็นหญิง จะไปเกี้ยวพาบุรุษมันผิดธรรมเนียม”

“แล้วไง ข้าไม่สนใจ ท่านคอยดูแล้วกัน ” ป่ายจื่อเฉียนหัวเราะเสียงดัง ใบหน้ามุ่งมั่นกับการเกี้ยวพาราสีเทพมังกรดำผู้อาวุโส

“เจ้าชอบเขาจริงๆหรือ จื่อเฉียน” น้ำเสียงจริงจังไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อยของนางทำให้เทพหวงหรงต้องยอมยกธง

“ใช่ ข้าชอบเขาผู้นั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คงตั้งแต่ที่ข้ากัดเขาหละมั้ง” นางนั่งคิดเพียงครู่เดียวก็เอ่ยปากขอลากลับ เทพหวงหรงผายมือส่ง เขามองตามร่างของป่ายจื่อเฉียนที่เดินออกไป ใช่เหตุการณ์เมื่อตอนนั้นนางกลายร่างเป็นพยัคฆ์ขาว พุ่งเข้าขย่ำท่านชิงหรงเต็มแรงและไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เทพหวงหรงมองตามแผ่นหลังของสตรีแข็งแกร่งอย่างป่ายจื่อเฉียนจนลับตา บางทีนางอาจจะช่วยญาติผู้ใหญ่ของเขาได้  นางมีทั้งอิทธิฤทธิ์และวรยุทธสูง ทั้งกำลังทหารในมือก็เรียกได้ว่าถล่มสวรรค์ให้ยับเยินได้ง่ายๆ คงไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาทำร้ายนางเป็นแน่  ร่างสูงสง่านั่งเกาคางคิดไปไกล  แต่แล้วเทพมังกรทองต้องร้องออกมา

'เจ้าเสือน้อยโง่งมเรื่องแบบนี้ที่สุด แล้วจะไปเกี้ยวพาท่านชิงหรงได้ยังไงกัน!'

ป่ายจื่อเฉียนนั่งบนหลังพยัคฆ์ขาว เดินลัดเลาะเหยาะย่างไปตามซุ้มโค้งของต้นไม้ มือลูบขนสีขาวเนียนนุ่มของพยัคฆ์ขาวแล้วหัวเราะคนเดียว

ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ
       


       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

338 ความคิดเห็น

  1. #336 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 07:49

    ความแสบนี้อยู่ในกระแสเลือดจริงๆ
    #336
    0
  2. #307 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 14:46
    ทำให้ได้อย่างที่พูดเถอะชิงหลงชิ อยากให้มีหนุ่มมาหลงรักจื่อเฉียนจัง อยากรู้ว่าชิงหลงจะรู้สึกยังไง
    #307
    0
  3. #261 เปา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 22:51
    เพิ่งจะอ่าน ลำดับเรื่องดูงงๆ นี่งงจริวตั้วแต่ตอนก่อนหน้าแล้ว ทำไมอยุดีถึวไปโลกมนุษย์ หรือเราอ่านข้ามไรไป
    #261
    1
    • #261-1 อยู่ต่อเลยได้ไหม (@spyware) (จากตอนที่ 5)
      8 มิถุนายน 2560 / 07:54
      ย่อๆ เจ้าับท่านชิงหรง ถูกท่านหวงหรง โยนตุบลงมาในภพมนุษย์ (ข้อหาทะเลาะกันต่อหน้าต่อตา) นางก็ตามประสามึนๆงงๆ เพราะถูกทำให้สิ้นฤทธิ์เป็นมนุษย์ แต่ยังวีนเหวี่ยงได้เหมือนเดิม แต่ท่านชิงหรงยังคงมีอิทธฤทธิ์เหมือนเดิม แต่เจ้าเสือขาวก็มโนไปว่าคงสิ้นฤทธิ์เหมือนตัวเอง ท่านชิงหรงก็เออออไปซะอย่างนั้น ผมขาวไปทั้งศีรษะอย่างนั้นเหมือนคนแก่ ท่านชิงหรงมาภพมนุษย์บ่อยๆเลยชิวๆ ...
      #261-1
  4. #110 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 00:52
    นางเอกมั่นหน้ามากๆๆๆๆๆๆ555555
    #110
    0
  5. #34 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 07:23
    มันมีเหตุอย่างนี้เอง
    #34
    0
  6. #32 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 01:39
    สาวมั่นแห่งสรวงสวรรค์โดยแท้
    (มีคำตก ๆ หล่น ๆ เยอะอยู่น้า)

    ปล. เพลี่ยงพล้ำ/ขย้ำ/คร่อมร่าง/กระทั่ง/บริวาร/ทัศนียภาพ/ตวาดแว้ด/ฟาดเพียะ/กรุ๊งกริ๊ง ?/จับจ้อง/เมื่อยขบ/เจ้าเสือ/บัลลังก์/วรยุทธ์
    #32
    1
  7. #30 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 15:38
    #30
    0
  8. #29 0801748187 (@0801748187) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 10:19
    ฟินค่ะ อยากอ่านต่อเร็วๆ
    #29
    0
  9. #28 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 08:53
    พีคมาก มาต่อเร็วๆน้าา รออออ
    #28
    0
  10. #27 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 19:39
    ค้างงงงงง คืออะไรรรรเกิดอะหยังขึ้นนนน
    #27
    0
  11. #23 hellie (@maiden-sweet) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 16:07
    ค้างงงงงงง หาเชือกมัดคนเขียนไว้กับคอมดีกว่า หุๆ
    #23
    3
    • 21 มีนาคม 2560 / 22:35
      กรีดร้องคร้า
      #23-2
    • #23-3 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 5)
      22 มีนาคม 2560 / 15:37
      ร่วมด้วยช่วยกัน เตรียมเชือกเส้นใหญ่เบ้งไว้แล้ว เจอเมื่อไหร่ มัด มัด มัด ลูกเดียว
      😁😜😍
      #23-3