เล่ห์พยัคฆ์ลวงมังกร

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 17 ขึ้นเขาอินเทียน-อารมณ์หวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    24 เม.ย. 60


รุ่งอรุณมาเยือนเขาอินเทียน  แสงแดดอ่อนทอประกายรับกับยอดเขาสูง  เทพชิงหรงยืนมองดูยอดเขาสูงที่เขารวบรวมกำลังสร้างขึ้นมา  เสียงร้องโหยหวนของเจ้าสิบหางเงียบหายไป  ตามที่ผู้เฒ่าเหลี่ยวฟุรายงานให้เขาได้รับรู้  ผู้ที่เจ้าสิบหางควรจะเคียดแค้นน่าจะเป็นป่ายจื่อเฉียน  เสียงกุกกักภายในทำให้รู้ว่าเจ้าร่างเล็กๆตื่นแล้ว

ป่ายจื่อเฉียนเปิดประตูออกมาก็พบเข้ากับร่างสูงของเทพชิงหรงยืนขวาง  นางไม่มองหน้าเขาเหมือนเมื่อวาน  ถึงจะตัวเล็กนางก็ยังคงระรานไม่เลิก  นางเดินผ่านเขาที่ยืนขวางและยังใช้ร่างเล็กๆกระแทกเขาจนต้องยอมหลบให้  เทพชิงหรงยืนกอดอกมองดูท่าทางของนางอยู่นานจึงเอ่ยถามออกไป

“เมื่อคืนเจ้านอนหลับสบายดีไหม” นางไม่ตอบทำเพียงแค่หันกลับมามองด้วยหางตา

“เจ้าจำเรื่องเมื่อคืนได้ไหม”  จื่อเฉียนน้อยยังคงยืนอยู่ที่เดิม  นางมีใบหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด  ดวงตามีสวยคมโตมองเข้าด้วยแววตาที่แปลกไป  เทพชิงหรงในตอนนี้กลับไม่กล้าที่จะก้าวขาออกไปหาร่างเล็ก

“ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่ามายุ่งกับข้าอีก หากไม่มีใจให้ และข้าก็ทำใจไว้แล้ว ข้าพูดคำไหนคำนั้น” นางเดินเข้าหาเขาแต่ก็ยังรักษาระยะห่าง  จื่อเฉียนน้อยย่อกายคารวะในแบบสตรีพึงกระทำ

“ข้าน้อยป่ายจื่อเฉียน ขออภัยนับแต่นี้จะไม่เกี้ยวพาท่านเทพมังกรดำให้ท่านต้องรำคาญใจอีก” นางย่อกายคารวและหมุนกายเดินออกไปจากศาลเจ้า  เทพมังกรดำเพียงหนึ่งเดียว ยืนอึ้งนิ่งค้างไร้วาจาที่จะตอบโต้  รู้สึกราวมีก้อนแข็งจุกที่ลำคอ  มองตามร่างเล็กๆที่ก้าวเดินมั่นคงมุ่งหน้าเข้าป่า

“จื่อเฉียน!ข้าบอกความรู้สึกต่อเจ้าไปแล้วเมื่อคืน...เจ้าจำไม่ได้หรือ”  เสียงตะโกนไล่หลังจากศาลเจ้า  สองขาของนางหยุดแล้วหมุนกายกลับมา  สายตาของนางที่มองเขาในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อคืน  ห่างเหินและว่างเปล่า

“ข้าจำไม่ได้! ป่ายจื่อเฉียนรู้สึกดีที่ได้ทำให้เจ้ามังกรดำมีสีหน้าเช่นนั้น  เรื่องเมื่อคำคืนนั้นทำไมตนเองจำจำไม่ได้  แววตาและท่าทีของเทพมังกรดำชัดเจนขนาดนั้น  อยากรู้นักเชียวว่าเวลาที่เขาอยู่กับท่านซูหลิงหลิงจะทำท่าทีแบบนี้หรือไม่กัน  นางแสร้งทำเป็นจำเรื่องราวไม่ได้เขาก็ทำหน้าราวฟ้าถล่ม  นางคิดอ่านหาวิธีจะเกี้ยวพาชายผู้นี้  กลับกลายว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเขาหยอกเย้าตลอด

“เชอะ!โดนซะบ้าง” นางไม่สนใจว่าฝ่ายท่านเทพชิงหรงจะถอดใจลอยหนีหาย งานมากมายที่นางต้องสะสางให้เสร็จสิ้น  ยังดีที่ท่านจอมอสูรไม่มาเร่งเร้าเรื่องการหายไปของเผ่าอสูร  ร่างเล็กๆเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางเดิมจรกระทั่งมาถึงบริ้วณที่เกิดหมอกบางเบา  จื่อเฉียนน้อยยิ้มกว้างแล้วเดินฝ่าหมอกจางๆเข้าไป

“เจี่ยจิ้ง เจี่ยจิ้ง!  ป่ายจื่อเฉียนยืนตะโกนเรียกชื่อเจ้าของบ้านให้ลั่น เรียกเท่าไหร่ก็เงียบงัน  แต่เมื่อเดินเข้าไปบริเวรบ้านไม่กี่ก้าวก็มีเสียงเรียกจากข้างหลังของนาง

“แม่หนูจื่อเฉียน” เจี่ยจิ้งวันนี้มัดผมยาวแบบหลวมๆพาดเอาไว้ที่บ่า  มือข้างหนึ่งถือตระกร้าหวาย อีกข้างมีไหสุราสีขาวใบไม่ใหญ่เท่าใด  ยืนยิ้มเย็นในแบบของดูแล้วเหนื่อย  จื่อเฉียนน้อยฉีกยิ้มเข้าหา  เจ้าท่อนไม้แห้งนี่มาเงียบๆอีกแล้ว

“ไปเอาสุรามาจากไหน” ตาคมเมียงมองไปรอบๆ  ไร้ผู้คนแบบนี้ไปเอามาจากไหนกัน  ไม่มีคำตอบนอกจากยิ้มน้อยๆก้มหน้ารินสุราลงจอกเล็กแล้วเลื่อนมาตรงหน้า  จื่อเฉียนน้อยก้มลงดมความหอมของสุราในจอก  กลิ่นคุ้นเคยเหมือนเคยได้กลิ่นมาจากไหน  นางเงยหน้ามองเจ้าท่อนไม้แห้งที่ยังคงยิ้มจนตาปิด

“ไปเอามาจากไหน” นางแค่นเสียงเอ่ยถาม  เจี่ยจิ้งเอียงศีรษะ “แดนอสูร” ป่ายจื่อเฉียนอ้าปากค้างมองใบหน้าขาวซีดที่ยังคงยิ้มน้อยๆ  สลับกับสุราหอมในจอกตรงหน้า...บ้าไปแล้วไปฉกสุราสุดหวงของท่านจอมอสูร!

“เจ้าไปเอามาได้ยังไงกัน” ร่างเล็กๆขยับเข้าไปใกล้  ยื่นหน้าเข้าไปถาม แต่ไม่วายมองซ้ายมองขวาระแวงไว้ไม่เสียหลาย  มือเรียวขาวสะอาดกับใบหน้าที่ยังคงยิ้มน้อยๆ  แต่วันนี้หัวเราะเบาๆ

“ก็เดินเข้าไปเฉยๆแล้วก็หยิบมา”  ราวกับว่าความผิดที่ฉกสุราของจอมอสูรยังหนักไม่พอ  นิ้วเรียวชี้ไปที่ตระกร้าหวายที่วางอยู่บนโต๊ะอีก...สุราอาหารครบ!  เป็นอันรู้กันว่าเจ้าท่อนไม้แห้ง  ไม่กินอะไรเป็นอาหาร 

“เจ้าไม่หิวหรือ” เจี่ยจิ้งส่ายหน้า มือเรียวค่อยๆเลื่อนจานอาหารมาให้ตรงหน้า

“เห็นเจ้าอิ่มข้าก็พอใจ” เจี่ยจิ้งยังคงนั่งนิ่งๆอยู่ที่เดิม  ไร้สุ่มเสียงและเงียบสงบ  ไหนๆแล้วก็ ขอจัดการเลยแล้วกัน นางมองอาหารบนโต๊ะอย่างแสนเสียดาย  ร่างเล็กๆกับเจริญอาหารอย่างไม่น่าเชื่อ  เจี่ยจิ้งออกจะประหลาดใจที่แม่หนูจื่อเฉียนกินทุกอย่างหมดเรียบ ไม่เว้นกระทั่งสุรา

“อิ่มจัง” ทุกอย่างบนโต๊ะเรียบ! เจี่ยจิ้งยิ้มร่างผอมสูงลุกขึ้น ยื่นมือส่งมาตรงหน้าของนาง

“ข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง” จื่อเฉียนน้อยตาวาวรีบกระโดดลงจากโต๊ะ  จับจูงมือที่แสนจะผอมแห้งไปอย่างง่ายดาย  มือของเจี่ยจิ้งเย็น แต่ไม่ถึงขั้นเย็นจัด  ป่ายจื่อเฉียนนางยอมมาง่ายๆเพราะต้องการรู้ว่าชยผู้นี้เป็นใครมาจากที่แห่งใด  มาอาศัยอยู่สถานที่แห่งนี้ได้ยังไง

“แม่หนูจื่อเจ้าไม่กลัวข้าหรือ”

“ทำไมต้องกลัว” นางตอบออกไปอย่างรวดเร็วฉะฉาน  ซึ่งเจี่ยจิ้งเขาก็หัวเราะเบาๆ “ท่านต่างหากที่ต้องกลัวข้า” เป็นนางเองที่เอ่ยกับเขา  ร่างผอมสูงพาเดินลัดเลาะไปไม่นานก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง  ตรงหน้าเป็นแท่นหินขนาดใหญ่  ดาบสีดำยาววางอยู่บนแท่นหิน  รอบๆอากาศเย็นมาหมอกเพียงบางเบา  เจี่ยจิ้งยืนนิ่งไม่เดินต่อ

“ตรงนั้นเจ้าเห็นอาบนั่นหรือไม่” ตาคมมองไปยังอาวุธที่วางอยู่บนแท่นหิน  หากสังเกตให้ดีจะเห็นวิญญาณล่องลอยวนเวียนอยู่ไม่ห่าง  บ้างก็กำลังต่อสู้กันอย่างเอาตาย  บ้างก็พยายามที่จะเอื้อมสัมผัสกับดาบเล่มนั้น

“ทำไมเจ้าไม่เข้าไปกัน” เจี่ยจิ้งส่ายหน้าช้าๆไม่พูดจาสิ่งใด  สายตาที่มองอาวุธบนแท่นหินช่างว่างเปล่าเหลือเกิน  ป่ายจื่อเฉียนถอนใจเฮือกตามนิสัยที่ความอดทนน้อย  นางเริ่มจะเอือมระอากับความเงียบที่เจี่ยจิ้งมี  พูดบ้างก็ได้ไม่มีใครว่าเจ้าเป็นใบหรอกน่า...

“เจ้าบอกว่าชอบข้าเพราะอะไร”

“อืม...แม่หนูจื่อ เจ้าไม่กลัวใคร และมั่นใจในตัวเอง และไม่มีความชั่วร้ายในวิญญาณของเจ้า” เจี่ยจิ้งเอ่ยเนิบนานเลื่อยเปื่อย  ราวกับสิ่งที่พูดออกมาเป็นแค่การรำพึงเพียงผู้คนเดียว ป่ายจื่อเฉียนตัวน้อยนางยืนกอดอกนิ่ง  สุดท้ายนางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“ลำพังในตอนนี้ร่างกายของข้ายังไม่ปกติดี  ข้าจะให้เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่จะได้ไหม” เจี่ยจิ้งซึ่งยืนกอดอกหันหน้ากลับมาส่งยิ้มแล้วจึงพยักหน้า  เด็กน้อยร่างเล็กก้าวเดินเข้าไปอย่างไม่เกรง  วิญญาณที่ล้มรอบอาวุธอยู่ต่างพากันถอยหนี

“ไปให้ไกลๆ อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก” นางตวาดใส่วิญญาณที่พากันหลบไปเกาะกลุ่มอยู่ห่างๆ “ท่านป่าย จื่อ เฉียน มา  นาง มา เอง”  มือเล็กคว้าดาบยาวสีดำยกขึ้นมา  นางอมยิ้มยินดีน้ำหนักของดาบเล่มนี้กำลังเหมาะทีเดียว  เมื่อชักออกมาตัวเหล็กสีเงินแวววาว  เพียงมองดูก็รู้ว่าคมแค่ไหน

“เจี่ยจิ้ง เจ้าตัดได้ทุกสิ่งหรือไม่” นางหันมาส่งยิ้มแฉ่งกับร่างผอมสูงที่ยืนกอดอกมองอยู่ห่างๆ  เขาใช้สันมือทำท่าสับกับอากาศ แล้วพยักหน้า  ตัดได้สิ้นทั้งวิญญาณ ภูติผีปีศาจ ไม่เว้นแม้เทพเซียน!  ป่ายจื่อเฉียนยกดาบสีดำพาดบ่าเดินกลับมาหาเจี่ยจิ้งแล้วยื่นส่งให้

“เจ้านี่เรื่องมากจริงๆ หากข้าไม่ถูกใจเจ้าขึ้นมาจะทำยังไง” นางเอ่ยปากถามระหว่างที่เขาเหน็บดาบไว้ที่ข้างเอว  เจี่ยจิ้งหันมาส่งยิ้มเย็นยกร่างของป่ายจื่อเฉียนขึ้นแบกไว้บนบ่าแล้วพาออกเดินกลับ

“ไม่ยาก...ก็ฆ่าทิ้งซะก็หมดเรื่อง”  โถ!เจ้าไม้แห้งเอ๋ย  หากดูจากวิญญาณเหล่านั้นแล้วคงไม่ผิดไปจากที่เจี่ยจิ้งเอ่ย  เขาคงฆ่าคนพวกนั้นมามากมายทีเดียว  แค่ไม่ถูกใจที่จะให้มาเป็นนายก็ไม่เห็นต้องฆ่าแกงกันเลย

ป่ายจื่อเฉียนกลายเป็นนายของเจี่ยจิ้ง  ซึ่งเขาคือร่างของวิญญาณดาบที่ออกมาเอ้อระเหยลอยชายปลูกบ้านนอนรอผู้ที่จะมาเป็นนายของตน  ตั้งแต่ได้เห็นว่าเด็กหญิงเดินตรงเข้าไปแท่นหิน  กับท่าทางเป็นใหญ่เหนือวิญญาณเหล่านั้น  เจี่ยจิ้งอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ว่าตาแหลม  แม่หนูนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ และร่างนี้คงมีเรื่องจำเป็นถึงได้กลายเป็นเด็กน้อยแบบนี้

เมื่อกลับมาถึงกระท่อม  ทั้งคู่ก็พบเข้ากับสายตาเย็นเยือกของเทพมังกรดำชิงหรงแบบเต็มๆตา

            เทพมังกรดำชิงหรงถลึงตามองทั้งคู่  ป่ายจื่อเฉียนนางนั่งอยู่บนไหล่ของชายผู้นี้ได้ยังไงกัน  ร่างสูงโปร่งผอมบางแต่ไม่ถึงขนาดที่จะเรียกว่าหนังหุ้มกระดูก  หน้าตานับว่าไม่เลว  เส้นผมยาวขาวราวหิมะมัดไว้หลวมๆ  สายตาเย็นชาจ้องมองตรงไปยังเทพชิงหรง  ชายประหลาดไม่สวมรองเท้า  ดาบสีดำยาวเหน็บไว้ที่เอวสอบ

            “เจ้าเป็นใครกัน”

            “ข้ามีนามว่าเจี่ยจิ้ง” ร่างผอมสูงเอ่ยเพียงเท่านี้และไม่ยอมเอ่ยต่อ  และยังคงแบกป่ายจื่อเฉียนไว้บนบ่า ส่วนเจ้าเสือน้อยเจ้าปัญหากลับนิ่งเฉย

            “วางจื่อเฉียนลง เดี๋ยวนี้!เจี่ยจิ้งเงยหน้ามองร่างเล็กบนบ่า  ป่ายจื่อเฉียนพยักหน้า เขาจึงยอมวางนางลง  ทุกการกระทำของเจี่ยจิ้งทำให้เทพมังกรดำใบหน้าคล้ำมืด  ความไม่พอใจเป็นริ้วระลอกคลื่น  แล้วกลายเป็นความโกรธ  เจี่ยจิ้งจับความรู้สึกนั้นได้เต็มๆ  ชายผู้นี้กำลังโกรธว่าแต่เขาโกรธเรื่องอะไร

            เจี่ยจิ้งก้มต้วลงมาหาป่ายจื่อเฉียนกระซิบถาม “ท่านรู้จักชายผู้นี้หรือไม่” นางพยักหน้าหงึกๆ

            “แล้วท่านรู้ไหมว่าเขากำลังโกรธเกรี้ยวเรื่องอะไร” นางส่ายหน้าแรงๆ  ใครจะไปรู้อารมณ์เจ้ามังกรเฒ่านี่กันเล่า  “หรือว่าอายุมากเกินไปเลยอารมณ์ขึ้นๆลงๆ  แต่ข้าชินแล้วหละ” ว่าแล้วนางก็หัวเราะเบาๆ  เจี่ยจิ้งก็พลอยพยักหน้าไปด้วย

  หนึ่งนายกับหนึ่งวิญญาณดาบโง่งมพอกัน

การกระซิบกระซาบของทั้งคู่ หัวเราะและยิ้มให้กันอย่างสนุกสนาน สร้างความเข้าใจแบบผิดๆให้กับเทพชิงหรง  อารมณ์นิ่งดุจผืนน้ำของเทพมังกรดำจวนเจียนจะขาด  ร่างสูงใหญ่ปราดเข้าไปดึงแขนเล็กๆของป่ายจื่อเฉียน

“ไปกับข้าเรามีเรื่องต้องคุยกัน!  ร่างเล็กปลิวตามแรงดึง  ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมลงให้ใคร  นางส่งเสียงร้องโวยวายทันที “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้น่ะ เจ้ามังกรบ้า!

สิ้นเสียงของป่ายจื่อเฉียน ร่างผอมบางพุ่งเข้าหาเทพมังกรอย่างรวดเร็ว  คมดาบตวัดเข้าหารางสูงใหญ่  รอยแผลบังเกิดขึ้นเป็นรอยแดงเหนือคางมนของเทพชิงหรง  ไม่เคยมีใครใช้อาวุธทำให้มหาเทพตระกูลมังกรต้องหลั่งเลือดมาก่อน โดยเฉพาะมังกรดำอย่างเขา  ดวงตาคมสีนิลฉายแววเหี้ยมเกรียม ช่างบังอาจนัก!

เจี่ยจิ้ง...ตั้งท่าไม่หวั่นเกรง หากผู้ใดคิดทำร้ายนายของตน

เทพมังกรดำชิงหรง...อารมณ์หึงหวงพุ่งตีคู่กับความโกรธที่ถูกลูบคม ท้าทายอำนาจ

ป่ายจื่เฉียน...นางมองทั้งคู่หากจะห้ำหั่นกัน ช่วยบอกทีได้ไหมว่าเรื่องอะไรกัน


ไรท์จะกลับมาต่อ น่ะจ๊ะ ไม่ไหวใจสั่น ระริก เย็นๆมาต่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

338 ความคิดเห็น

  1. #313 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:20
    ชิงหรงกินน้ำส้มทั้งทะสาปเลยน่ะนั่น
    #313
    0
  2. #130 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 18:01
    ไม่มีใครเข้าใจกันสักคน
    โธ่ สวรรค์
    55

    ปล. ดวงตาสีสวย/มองเขา/คารวะและ../ทำไม..จะจำ/จนกระทั่ง/บริเวณ/ในแบบของดู ?/กลับเจริญอาหาร/ชายผู้นี้/ดาบนั่น/เป็นใบ้/เรื่อยเปื่อย/ล้อมรอบ/ก้มตัวลง/ร่างสูงใหญ่
    #130
    0
  3. #128 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 02:42
    ชอบประโยค"หนึ่งนายหนึ่งดาบ...โง่งมพอกัน" 5555 น่าสงสารท่านชิงหลงจริงๆๆ
    #128
    0
  4. #126 bekatai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 18:27
    เง้อมารอทุกชั่วโมงเลยง้า ไรซ์ป่วยเหรอคะ หายไวๆๆน้า
    #126
    0
  5. #125 comet2522 (@comet2522) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 13:49
    จื่อเฉี่ยน จะบื้อจะดื้อก็ให้มีขอบเขตเน้อ พี่เค้าหึงขนาดนั้นได้มีบ้านแตกแน่ๆ 
    #125
    0