P.P. Rising: Inferno Force <คืนชีพหน่วยเดนตายล่าสุดขอบโลก>

ตอนที่ 2 : Ch.2 บทที่นำไปสู่ความพินาศ Part 2 [ออกปฏิบัติการ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ก.พ. 61


P.P. Rising: Inferno Force

อินเฟอร์โนฟอร์ซ คืนชีพหน่วยเดนตายล่าสุดขอบโลก!

Ch.2 บทที่นำไปสู่ความพินาศ Part 2 [ออกปฏิบัติการ]

[หลายปีต่อมา - วันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 2056]

[ป้อมการลอยฟ้า ชินโคเซ็น ชั้น X - เสาลิฟต์ขนส่งที่ 1]

พลขับผมสีน้ำตาลเข้ม

เป็นภาพที่ชายคนหนึ่งที่มองจากข้างหลังเห็น สาวแว่นร่างน้อยในชุดสูทบอดี้ดำล้วนแนบเนื้อชิดทุกสัดส่วนกับเฮดโฟนหรืออุปกรณ์สื่อสารเหน็บหูที่เธอมักจะสวมมันทุกเวลาอย่างเคยชินแม้ไม่ใช่เวลางานก็ตาม

ท่าทางทะมัดทะแมงขยับแขนไปมากับอุปกรณ์ยานบินปฏิบัติการลอบเร้นเพื่อเตรียมตัวใช้งาน หากดูผิวเผินอาจดูเป็นคนหยิ่งแต่สำหรับแฟนอย่างเขาย่อมรู้ดีว่านั่นเป็นแค่บุคลิกภายนอกที่ทำให้ดูเป็นเช่นนั้น ตัวจริงของเธอแตกต่างอย่างมากจนอยากนำความลับนี่ไปคุยโม้เล่นกับเพื่อนให้อึ้ง

ถ้าไม่ติดเรื่องกฎในหน่วยที่ว่าห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

เขากับเธอเลยแอบคบกันอย่างลับๆ

ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นอย่างง่าย เพียงแค่สบตากันตอนที่พวกเขาเพิ่งเข้าหน่วยปฏิบัติการลับนี้ใหม่ๆ เหมือนความรู้สึกมันจูนตรงกันว่าอยากจะค้นหาตัวตนกันและกัน

และที่น่าแปลกก็คือการเริ่มความสัมพันธ์ง่ายๆ แบบนั้นกลับไม่มีทีทางเรือล่มด้วยซ้ำ

พวกเขาทั้งคู่ต่างคนต่างเข้าใจกัน เหมือนแม่เหล็กคนละขั้วมาแนบชิด ไม่มีอะไรแยกออกได้

ช่วงแรกเธอกับเขาก็ยังโอเคกับการสนุกกับงานเลยยังไม่มีกะจิตกะใจการที่จะมีลูกตัวน้อย

แต่หลังจากจบภารกิจของวันนี้ทั้งคู่ตัดสินใจเร่งด่วนแล้วว่าจะลาออกจากหน่วยปฏิบัติการลับนี้

เพราะลูกตัวน้อยในครรภ์สองเดือนกำลังถือกำเนิดขึ้นมา

มันเป็นการตัดสินใจที่ยากอยู่สำหรับพวกเขาที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้นตอนนี้

แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว พวกเขาก็ยินดีกับมัน...คงเป็นเพราะในใจพวกเขาลึกๆ แล้วอยากจะมีลูกกันมากก่อนที่อายุจะแตะเลข 30

หัวหน้าหน่วยเองก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรก็น่าจะเข้าใจเรื่องแบบนี้

หลายวันที่กลัดกลุ้มเขาคิดเช่นนั้นมาตลอด

แต่เธอก็บอกว่า “ทุกอย่างมันจะโอเค” กลายเป็นเขาโดนปลอบแทนซะอย่างนั้น

วันนี้เลยอยากจะกู้หน้ากลับมาบ้างในภารกิจลับที่ทำกันเป็นประจำ แน่นอนว่าเขาให้เธอเป็นพลขับแทนที่จะลงลุยเป็นคู่หูด้วยสุขภาพตัวน้อยในครรภ์เลยขนลูกน้องร่วมงานอีกสิบคนในภารกิจนี้แทน

“ทุกคนเช็คยืนยันระบบสื่อสารพร้อมใช้งาน”

เสียงโอเปอเรเตอร์ผู้หญิงหรือเจ้าหน้าที่สื่อสารดังขึ้นในหูฟังทุกคน ซึ่งเจ้าตัวอยู่ฐานบัญชาการที่สำนักงานใหญ่ที่อยู่สูงหลายกิโลเมตรของเมืองลอยฟ้าแห่งนี้หรือจะให้นับเป็นชั้นก็คือสิบกว่าชั้น เขาแอบคิดอยู่บ่อยๆ ว่า งานโอเปอเรเตอร์แทบจะสบายที่สุดแล้ว ไม่ต้องเสี่ยงเจ็บเสี่ยงตายแม้แต่น้อย

เจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกคนต่างทดสอบเช็คเสียงกับสัญญาณ พลขับสาวแว่นเอ่ยถามนอกเรื่องลากเสียงยาว

“เวนดิก้า~~~ ฉันคิดถึงเธอมากเลย~~~

“อย่าเพิ่งเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับงานเลยค่ะ คุณเมมมี่” เวนดิก้าเตือน “ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ยกให้อยู่ในระดับ 9 เลยนะคะ”

“อย่าบวกเลขนั่นเยอะสิ ฉันรู้นะแค่ระดับ 5...ไม่ใช่สิ...แค่ 3 แน่ๆ”

“อันที่จริง 10”

เสียงบุคคลที่สามที่เป็นผู้หญิงดังเข้มขึ้นเล่นเอาเมมมี่สะดุ้งโหยง

“หัวหน้า!?

“ไม่ต้องทำเป็นตกใจ นี่เธอติดนิสัยเสียแบบนี้จากเจ้าสเลนมาตั้งแต่เมื่อไร!?

หัวหน้าดุถามเข้ม เจ้าของชื่อสเลนสะดุ้งโหยงไปอีกคนเพราะไม่คิดว่าจะถูกพาดพิง...ก็คือคนที่เป็นแฟนลับๆ ของเมมมี่นั่นเอง

<แว้งกัดอีกแล้วหัวหน้า>

สเสนคิดแล้วเกาผมน้ำตาลอ่อนอย่างหงุดหงิด

“หัวหน้าครับ เขาไม่ได้เรียกว่านิสัยเสีย...เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของคนหน้าตาหล่อ”

“อย่าเอาคำพูดน้ำเน่ามาใส่ในสายนี่โว้ย!” หัวหน้าโวยวายใหญ่ “ฉันขี้เกียจจะไปอธิบายให้ตาโล้นเบื้องบนที่ชอบเช็คบันทึกสื่อสารพล่อยๆ นี่”

“งั้นขออภัยด้วยละครับ นายใหญ่...และนายใหญ่ๆ กว่า”

“เออ” หัวหน้าตัดเพ้อคำกวนนั้น “ทางนั้นเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง หัวหน้าทีม”

“ทุกอย่างพร้อมออกปฏิบัติการตามคำสั่งครับ” สเลนว่า “แต่ผมไม่แน่ใจกับกำลังพลที่ตอนนี้เลย...มันจะพอหรือ?

“บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่า นี่มันภารกิจลับสุดยอด...ใช้คนน้อยเท่าที่จำเป็น”

“แต่—”

“เลิกเถียงได้แล้ว ต่อไปนี้เวนดิก้าจะรับหน้าที่ควบคุมภารกิจให้พวกนาย”

หัวหน้าตัดสายให้โอเปอเรเตอร์ทันที สเลนเหลือกตามองบนแล้วคิดว่า <ที่ทำกันมาตลอดก็ภารกิจลับทั้งนั้น> และแล้วโอเปอเรเตอร์ยืนยันคำสั่งอีกครั้ง

“ตามคำสั่งค่ะ...ตอนนี้เวนดิก้าคุมหน้าที่นี่แล้ว โปรดช่วยให้ความร่วมมือไม่กวนบาทาจนจบภารกิจด้วยนะคะ คู่หูพิฆาต...คุณเมมมี่ คุณสเลน”

“รับทราบ”

ทั้งคู่เอ่ยรับพร้อมกัน สเลนหันหน้าไปพูดกับลูกน้องในยานที่เหลือ

“เฮ้ยพวก! งานนี้เวนดิก้าคุมเอง! ไม่ต้องทนฟังเสียงหัวหน้าป้าโหดตลอดงานแล้ว!”

“ฮ่าๆๆ”

บรรดาลูกน้องต่างหัวเราะครืนเครง หากรู้ไม่ว่าไมค์ของสเลนยังเปิดอยู่ ทำให้ปลายทางที่มีหัวหน้ายืนคุมอยู่ห่างๆ ที่ศูนย์บัญชาการกัดฟันกรอดขึ้นชื่อสเลนในบัญชีดำแล้วเรียบร้อย เมมมี่มองดูมอนิเตอร์ตัวเลขเวลาเริ่มปฏิบัติการที่แล้วบอกเขา

“สเลน...เหลืออีกสามนาที”

“อืม”

เจ้าตัวที่ถูกเตือนพยักหน้ารับแล้วเริ่มกระบวนการที่ทำกันเป็นประจำกับคนในทีม กดปุ่มฉายภาพโฮโลแกรมจากด้ามแว่นทางซ้าย สิ่งที่ภาพจำลองโทนสีฟ้าลอยกลางอากาศแสดงอยู่เป็นโครงสร้างแผนผังเมืองลอยฟ้าตั้งแต่ชั้น S ลงมาชั้น Z ซึ่งเน้นการแสดงเส้นทางรถไฟทุกประเภท โดยมีสายหนึ่งที่เน้นเป็นพิเศษที่วิ่งรอบนอกสุดของตัวเมืองลอยฟ้าปีนเกลียวขึ้น สเลนกดปรับแต่งให้ขบวนเส้นอื่นหายไปให้หมด

“ขอทวนภารกิจอีกครั้ง นี่คือเป้าหมายของเรา...ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าของบริษัททรานซิส หนึ่งในสิบโบกี้นี้มีสิ่งที่เรียกว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกชิงจากเบื้องบนที่ต้องชิงกลับ เราไม่ทราบขนาดของที่ว่าหรือตำแหน่งในโบกี้ขบวนไหนด้วยซ้ำ งานแรกของเราหลังหย่อนลงท้ายขบวน...ค้นหาและชิงเป้าหมายมาให้ได้ ถ้าเกิดความผิดพลาดหรือหมดเวลาก่อน เราจะใช้แผนสอง...มีใครสงสัยไหม”

สเลนย้ำ ทุกคนในทีมไม่มีใครเคลือบแครงอะไรเพราะต่างรู้เรื่องข้อมูลภารกิจนี้ตั้งแต่ประชุมแผนครั้งแรกแล้ว ถ้าให้อธิบายอย่างง่าย...หน่วยลับของเขาได้รับภารกิจด่วนสำคัญมาปฏิบัติการชิงของสำคัญที่ถูกฉกไปในพื้นที่ๆ ไม่ได้อยู่ในสนธิสัญญาคือเมืองลอยฟ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอกชนรายหนึ่ง ทางเบื้องบนให้ข้อมูลมาเพียงว่าการติดตามของที่ถูกฉกไปได้เข้าสู่บริษัทรับจ้างใต้ดินขนส่งที่มีการคุมกันที่หนาแนน จังหวะที่บุกเข้าชิงได้ก็มีแต่ช่วงระหว่างขนส่งจากชั้น Z ถึงชั้น S เพราะหลังจากชั้น S ขึ้นไปจะเป็นนอกอาณาเขตอุตสาหกรรมที่เข้าเขตเมืองที่มีการดูแลจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์กฏอย่างเข้มงวด ซึ่งมันเป็นของที่ไม่ถูกโฉลกกับหน่วยลับของพวกเขา ถึงแม้จะอยู่ภายใต้สังกัดเดียวกันแต่ถูกปฏิบัติจากเบื้องหน้าและสังคมว่า <ไม่มีอยู่จริง>

พวกเขาคือหน่วยเดนตาย อินโฟโนฟอร์ช (Inferno Force) ขององค์กรพิทักษ์กฎที่ทำหน้าที่เหมือนกับตำรวจที่ดูแลอย่างเข้มขนในชั้น S ขึ้นไปนั่นเอง

<ถ้าเจ้าพวกเบื้องหน้ายอมผ่อนทำเป็นไม่เห็นสักหน่อย งานจะง่ายขึ้นเยอะ>

สเลนคิด มองโฮโลแกรมอย่างปลงๆ แล้วปิดมันไป โอเปอเรเตอร์ปลายสายนับถอยหลัง

“ยืนยันเป้าหมาย ขบวนรถไฟเคลื่อนที่ผ่านชั้น Z มาด้วยความเร็ว 75 ไมล์ต่อชั่วโมงค่ะ...โปรดเตรียมยานให้พร้อมสำหรับการออกตัวด้วย”

“กำลังเข้าสู่สถานะลอยตัวพร้อมจู่โจมภายใน 4...3..2...”

ไม่กี่วินาทีหลังเมมมี่บอก ตัวยานรบจู่โจมขนาดเท่าจุคนสามสิบลอยตัวจากพื้นลิฟต์พร้อมปฏิบัติการ ในตัวยานไม่ค่อยโคลงเคลงมากนักเพราะมีระบบถ่วงสมดุลภายในอย่างดีแต่ก็ยังสัมผัสได้ให้รู้ว่าตัวยานที่พวกเขาอยู่ไม่ได้ติดพื้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่คุ้นชินสำหรับคนอย่างพวกเขา สเลนเลยสนใจเรื่องที่เวนดิก้าพูดก่อนหน้านี้มากกว่า

“หึ 75 ไมค์ วิ่งช้าเอาเรื่อง เชิญชวนให้ปล้นเอาคืนชัดๆ”

“หรือมีอะไรมากกว่านั้นก็ได้นะ” เมมมี่ว่าแล้วสลับสวิสต์ “โอเปอเรเตอร์ อินโฟโนฟอร์ชพร้อมปฏิบัติการแล้วเปลี่ยน”

“ยืนยันเตรียมความพร้อมเฟสสอง หลังจากนี้เราจะติดต่อเท่าที่จำเป็นเท่านั้นค่ะ ขอให้อนาคตอันรุ่งเรืองอยู่กับท่าน”

“อย่าเอาคำห่วยๆ  จากเบื้องบนมาได้—”

“นายหุบปากสักทีเหอะ เอาจริงได้แล้ว”

เมมมี่เตือนสเลนให้อยู่กับร่องกับรอย เธอถอนหายใจแล้วคิด

<เดี๋ยวได้ตายเพราะปากสักวัน>

เธอยิ่งคิดก็ยิ่งถอนหายใจหนักแต่ก็ตระหนักอย่างหนึ่งที่มีในตัวสเลน

<แต่คนอื่นกลับตายเพราะมือเขาเยอะยิ่งกว่า>

เมมมี่คิดเช่นนั้นแล้วยักไหล่ เธอไม่ใช่คนดีอะไรนักหนาที่จะเห็นความสำคัญของชีวิต เพียงแต่ชีวิตไหนที่ขวางทางพวกเขาก็ต้องถูกกำจัดทิ้ง วิถีชีวิตรอบข้างพลักดันให้เธอกับเขาเป็นเช่นนั้น โอเปอเรเตอร์ส่งสัญญาณ

“ปฏิบัติการอินโฟโนที่เจ็ดสิบสอง...ออกปฏิบัติการณ์ได้ค่ะ!

0 ความคิดเห็น