คอยดูนะ! ผมจะตามรอยฮีโร่ในดวงใจให้ได้เลย! [GUARDIAN #111 Branch Office]

ตอนที่ 3 : #LOG2 – Counter Attack – ไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 60


Guardian #111 Branch Office

คอยดูนะ! ผมจะตามรอยฮีโร่ในดวงใจให้ได้เลย!

- Counter Attack -

#LOG2 – ไม่คาดฝัน

“เทล...”

นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่เอชจะทำหน้าไม่พอใจเพราะหลังจากที่เทลได้ยินเรื่องที่เอชพูดเกี่ยวกับของเล่นสีดำแดงที่นำพาอันตรายใหญ่หลวงมาให้และอีกทั้งเจ้าของสิ่งนั้นยังอยู่บนรถเมล์ทัศนศึกษาคันนี้ด้วยเลยอดไม่ได้ที่จะขำตามภาษาเด็กวัยแปด เขาพยายามกลั้นหัวเราะเก็บเสียงเลยดูตลกแต่สำหรับเอชที่จริงจังกับเรื่องนี้มากมันไม่ตลกเลยสักนิดเดียว

“หัวเราะทำไม?”

“เธอคิดมากไปแล้ว อุ๊บ! หึๆๆๆ ฮ่าๆ เรื่องแบบนั้นจะเป็นไปได้ยังไง!? พวกไอริสจะบุกมากลางเมืองที่มีการรักษาความปลอดภัยโหดที่สุดในโลกนี่นะ!? ฮ่าๆ”

“ก็พีซี (PC) ของดูต่างหน้าแม่ผมมันบอกนี่!

“มันเชื่อได้หรอของเด็กเล่นแบบนั้น”

“ไม่ใช่ของเด็กเล่นนะ!!

เอชปรี๊ดแตกลั่นรถจนเทลผวาเกือบตกเก้าอี้ คนอื่นต่างหันมาสนใจต้นเสียงโดยเฉพาะครูประจำชั้นสาวที่ไว้ผมดำประกายขาวเดินเข้ามาหา

“ใครเอะอะส่งเสียงเอ่ย?”

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกครับคุณครู” เทลแก้ตัวแทนให้เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่

“ไม่มี? แน่ใจ?”

“ครับ”

เทลยืนยัน ครูมองดูเอชที่หลบหน้ามองออกนอกหน้าต่างอยู่โดยที่ไม่เห็นว่าเธอแอบซ่อนของที่เก็บมาไว้ชิดตัวรถ ครูนึกเรื่องที่อยากจะพูดอยู่ชั่วครู่ก็บอก

“คุณพีเดอร์สันค่ะ ถ้าทะเลาะกับเพื่อนครูแนะนำว่าให้ลองพักสักครู่หนึ่งให้ใจเย็นแล้วปรับเข้าใจกัน แต่ถ้ามีอะไรไม่สบายใจจริงๆ ก็คุยกับครูได้นะคะ”

“ฮะ”

เจ้าของนามสกุลพีเดอร์สันขานรับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ไม่ค่อยดี ครูประจำชั้นเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็เดินละไปนั่งพักหน้ารถ เมื่อเธอมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครมองมาทางนี้ก็เอาของสีดำแดงขึ้นมาไว้บนตักอย่างโล่งใจ เทลรีบกระซิบถามข้องใจ

“ทำไมต้องเสียงดังด้วย?”

“นายไม่รู้อะไรเลยกับของดูต่างหน้าแม่ผม! อย่าพูดแบบนั้นอีกนะฮะ! ไม่งั้นผมจะไม่คุยกับนายอีกต่อไป!

เอชพูดชักสีหน้าเชิดจนเทลแปลกใจมากๆ กับท่าทีแลดูเป็นผู้หญิงผิดคาดเพราะปกติแล้วเขามองเอชเป็นเด็กผู้ชายชอบเล่นด้วยกันมากกว่า เขากับเธอรู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆ กันเจอกันตั้งแต่ถนนหน้าบ้านเลย ยิ่งเวลาอยู่สวนสาธารณะด้วยกันก็จะเล่นปีนต่ายไปทั่วแต่ช่วงเปิดเทอมใหม่มานี้รู้สึกว่าเอชจะมีท่ามีแปลกๆ กับมากเหลือเกิน ซึ่งมันไม่แปลกที่เทลจะไม่เข้าใจเพราะช่วงอายุนี้ผู้หญิงจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าผู้ชายเยอะเลยทำให้มี [สามัญสำนึก] บางอย่างขึ้นมาในใจ

แต่เรื่องคราวนี้เทลพอรู้ตัวเองว่าที่ตัวเองพูดไปมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยสำนึกผิด

“เอ่อ...ก็ได้ ขอโทษละกัน...มันช่วยไม่ได้นี่ใครจะไปรู้”

“งืมๆ อย่างงั้นแหละฮะ”

ดูเหมือนเอชจะพึ่งพอใจอย่างมากเพราะพยักหน้ายิ้มหลับตาสองครั้งอย่างลืมตัวจนคนง้ออดที่จะรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้แต่ก็ทำได้แค่ปล่อยมันให้ผ่านไปแล้วถามเข้าเรื่อง

“แล้ว...จะทำยังไงต่อ”

“ส่งข้อมูลนี่ให้หน่วยข่าวกรองให้พวกเขารู้” เอชพูดแล้วกดคำสั่งบนเครื่องพีซีจิ๋วของเธอให้ส่งข้อมูลไปยังศูนย์รับแจ้งของเวิลด์เจเนอรัลทันที “เรียบร้อย”

“แค่นั้น?”

“อืม...”

“นึกว่าจะต้องหาตัวเจ้าของซะอีก เธอบอกอยู่ไม่ใช่หรือไงว่าเจ้าของเครื่องนั้นอยู่ในรถ?”

“เทล นายนี่โง่จริงๆ พวกเราเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๋ยกจะไปทำอะไรได้ ถ้ามีเด็กทำได้ขึ้นมาจริงๆ คง—”

เอชหยุดพูดกลางคั่นแล้วทำหน้ากรุ่นคิดซึ่งเทลพอจะเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

“เอช—”

“ไม่เลวนี่ฮะ!

จู่ๆ เอชก็ตบท่าเขาอย่างดีอกดีใจก่อนที่จะละก่อนพีซีจิ๋วของเธอ ไม่ถึงครึ่งนาทีเอชก็อารมณ์เสีย

“โธ่! ไม่มีลายมือได้ไง?”

“ลายมือ? เครื่องนั่นตรวจอะไรแบบนั้นได้ด้วย!?”

“สารพัดประโยชน์สุดๆ เลยละ ผมถึงได้รักมันมากไงฮะ” เอชพูดอย่างภาคภูมิแล้วทำหน้าเครียดกับเรื่องเดิมต่อ “ไม่มีลายมือจริงๆ เหรอนี่”

“ก็...คงจะเป็นแบบนั้นแหละครับ ดูที่มือตัวเองให้ดีๆ สิ”

เทลว่า เธอก็ทำตามนั้น...

“ถุงมือ...จริงสินะฮะ ทุกคนบนรถใส่ถุงมือกันทั้งหมดไม่มีลายมือเลยก็...ไม่สิมันน่าจะมีบ้างต่างหากก่อนที่จะใส่ถุงมืออะไรงี้ ยกเว้นคนร้ายรอบคอบสุดๆ”

“หาไม่ได้ก็ปล่อยๆ มันไปเถอะ ปล่อยให้หน่วยกรองๆ อะไรของเธอที่ส่งไปนั่นจัดการเอง”

“นายพอคิดออกไหมว่าเป็นใครบนรถ”

“หา!? เธอได้ฟังกันหรือเปล่า?”

“เพื่อนทุกคนบนรถคงจะตัดทิ้งได้เลย ไม่มีใครฉลาดเกินไปกว่าผมแล้ว งืมมมมม~

และแล้วเอชที่หลงตัวเองก็เข้าโหมดปรึกษากับตัวเองไปปริยาย เทลรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งจนกว่าเธอจะคุยกับตัวเองเสร็จเลยนั่งฟังอยู่เงียบๆ

“คราบเหงื่อไม่มี...อิงค่าความชื้นรอบเจ้านี้ก็ต้องไปไล่สแกนกระเป๋าทุกคนเดี๋ยวคนร้ายไหวตัวทัน...เอ~ แถมยังไม่รู้ว่ามันตกอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยนี่สิฮะ...ข้อมูลไม่พอแฮะ!

“แล้วทำไมต้องทำสายตาคาดหวังมาทางนี้?”

เทลหวั่นถามเอชที่กำลังจะทำท่าขอร้องให้ช่วย

“เทลฮะ เราเป็นเพื่อนกันใช่ไหมฮะ”

“ไม่”

“เทล—!

“ซู่ว!!

จู่ๆ เอชก็โพล่งเสียงดังขึ้นมาจนเทลเอามือปิดปากไว้แทบไม่ทัน พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจแล้วก็ทำตาดุใส่คนต้นเรื่องที่พยายามแกะมือออกจากปาก

“อย่าเสียงดัง”

“เอืออืออายออดไออะ! (เอามือนายออกไปนะ!)”

“เงียบ!

“อึก!!

เทลพ่นลมกระซิบข้างหูเอชจนเธอแน่นิ่งไปเพราะรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว เมื่อเห็นว่าเธอทำตัวนิ่งแล้วเทลจึงเลิกอุดปาก เอชมองค้อนแรงใส่แล้วจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับหน้าแดงหลบหน้าแทนยิ่งทำให้เทลงงหนักเข้าไปว่าเอชเป็นอะไรไปกันแน่

และในจังหวะนั่นเองครูประจำชั้นผมดำประกายขาวเดินมาหาอีกครั้ง

“ครูว่าได้ยินเสียงดังจากแถวนี้อีกแล้วนะ”

“ไม่มีอะไรหรอกฮะครู ท้องผมมัน—” เอชกำลังจะแก้ตัวแต่ต้องสะดุ้งเพราะมีคนหยิบของที่ซ่อนอยู่ออกมา “เทล! เอาคืนมา—”

“นี่ครับคุณครู มีคนทำตกไว้พวกเราสองคนเก็บได้ครับ”

เทลส่งของสีดำแดงให้ถึงมือ ครูมองของนั้นด้วยสีหน้าที่แปลกใจ

“เอ่อ...นี่มัน...อะไรจ๊ะ?”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ มันตกอยู่ใต้เบาะผม”

เทลไม่ได้พูดทั้งหมดโดยไม่ได้สนใจสายตาอาฆาตถึงขีดสุดของเอชที่จ้องมองอยู่ ครูประจำชั้นถือมันดูอย่างตั้งใจ

“คงจะเป็นของใครบางคนตกไว้น่ะ เดี๋ยวครูจะทางหาคืนให้เจ้าของก็แล้วกัน”

แล้วครูประจำชั้นก็เก็บมันลงกระเป๋าสะพายสีดำที่ติดกับตัวแล้วเดินกลับไปที่หน้ารถ เทลโล่งใจที่ไม่ต้องรับภาระหาเจ้าของมันก่อนที่จะโดนตะคอกเข้าเต็มหูขวาจนชา

“เกลียดนายที่สุด!!!


[หลายนาทีต่อมา]

เจ้านั่นไม่เคยเข้าใจเลย!!

เอชคิดกัดฟันบ่นในใจไม่ยั้งถึงแม้เทลต้องหนีไปนั่งแยกข้างล่างท้ายรถแล้วก็ตาม เธอโกรธเรื่องที่เทลเอาของที่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไว้ทำลายระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเปิดทางให้กลุ่มต่อต้านไอริสบุกทะลวงกลางเมืองหลวงแห่งนี้ซึ่งตอนนี้อยู่กับครูประจำชั้นข้างหน้ารถ

จะเอากลับมายังไงดี...เดินไปขอตรงๆ เลยดีไหม?

[ครูฮะ ถ้าไม่มีของใครให้ผมเถอะฮะ] คงไม่ได้แน่ๆ

[ครูฮะ อันนั้นไม่ใช่ของครูเพราะอย่างนั้นครูไม่สิทธิจะเก็บมันไว้] ผมเองก็ไม่มีสิทธิเหมือนกันนี่หว่า

[ครูฮะ ที่จริงนั่นเป็นของผมเอง เทลมันแกล้งผม] คงโดนถามกลับมาแน่ว่าทำไมไม่รีบบอก

เอ๋...ถ้าโชคไม่ดีของนั่นเป็นของครู!?

เจ้าเทลไม่น่าทำแบบนั้นเลย!!!

เอชโวยในใจแล้วจะหันมองเทลแต่กลับโดนกระดาษที่ขย้ำเป็นก้อนปาโดนหน้าผากจังๆ ซะก่อน คนปาไม่ใช่ใครอื่น...เทลนั่นเองซึ่งเขาทำมือใบ้ให้เธอคลี่กระดาษที่ปาไปให้แต่เอชกลับชูก้อนกระดาษแล้วกำแน่นให้ยับกว่าเดิมส่งท้ายด้วยการแลบลิ้นใส่เทลก่อนที่จะหันกลับลงนั่งที่เดิมไม่สนว่าเขาจะรู้สึกยังไง

จะเกลียดให้มากๆ เลยค่อยดูสิ!

เธอปณิธานอย่างแน่วแน่นแต่ความสงสัยมีมากกว่าเลยแกะกระดาษที่ขย้ำเกือบเละอ่านข้อความข้างใน

ถึง คาร่า เอช พีเดอร์สัน (เกือบจำชื่อเต็มๆ ไม่ได้)

ข้าพเจ้า...เอ่อ...ผมคิดว่าตอนนี้ขอโทษไปก็ไม่ยอมยกโทษให้ใช่ไหม แต่ทัวร์ทัศนศึกษาครั้งนี้ที่ผมไม่ได้อยากมาแต่เพราะเธอบังคับให้มา...ผมน่ะควรโกรธเธอหลายเท่านะ ถึงเป็นแบบนั้นช่วยฟังผมหน่อย ที่เอาไปให้ครูทำไปแบบนั้นเพราะคิดยังไงก็ไม่น่าจะใช่ของคนบนรถคันนี้แน่ๆ ที่จริงผมเห็นเจ้าของนั่นตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้วแต่ผมทำเป็นไม่สนใจมันเท่านั้นเอง

บอกไปคงจะคิดออกนะเอช เธอฉลาดอยู่แล้ว...เนอะ? (ผมคิดถูกใช่ไหม? ให้ขยิบตาสองที)

พออ่านเสร็จก็ขย้ำทิ้งทันทีแล้วเหลือบมองไปหลังรถก็เห็นเทลที่ทำตากระพริบให้อยู่ซึ่งเอชเห็นแล้วอยากจะอ๊วกเลยกลับมานั่งริมหน้าต่างคนเดียวตามเดิม

ขยิบตาไม่ได้เข้ากับตัวมันเลย...

เฮ้อ...แต่ถ้าเรื่องที่ว่านั่นเป็นเรื่องจริง คงจะเป็นอย่างงั้น...

ถึงจะไม่มีเจ้าของมันอยู่บนรถนี้ของนั่นก็เป็นของอันตรายอยู่ดี...แต่เดี๋ยวครูก็เอาส่งถึงมือเจ้าหน้าที่ที่ปลายทางคงไม่มีอะไรแล้วละ

ผมเองก็แจ้งข้อมูลสแกนให้ทางการแล้วด้วย...

คงหมดหน้าที่แล้ว

เอชถอนหายใจทิ้ง เธอตั้งใจจะเล่นบทเป็นฮีโร่จับคนร้ายเองแต่กลับฝันสลายยังไม่ทันได้เริ่มเดินตามหา มองดูวิวเมืองหลวงไปเรื่อยๆ ประมาณสิบนาทีตัวรถทัวร์เทียบท่าข้างทาง เพื่อนทุกคนต่างคิดว่าน่าจะถึงที่หมายทัศนศึกษาแล้วก็เตรียมลุกแต่ครูประจำชั้นเดินขึ้นบันไดจากหน้ารถมาห้ามไว้ก่อน

“เด็กๆ! นั่งลงก่อนจ๊ะ ตอนนี้เรายังไม่ถึงพิพิธภัณฑ์เลยนะ”

“แล้วจอดทำไมครับ?” เด็กวัยเดียวกันที่อยู่ข้างหน้าถาม

“คือ...ทางเราได้รับเกียรติจากทางการให้รับคนของเขาติดรถของพวกเราระหว่างทางไปด้วย แลกกับการเพิ่มเงินค่าขนมของพวกเธอยังไงละจ๊ะ”

“เย้!!!

เพื่อนในชั้นเรียนต่างไชโยลั่นรถ เอชแอบดีใจนิดหน่อยแต่สนใจว่ารับใครขึ้นรถมากกว่าพยายามจะชะเง้อมองก็เห็นปลายหัวฮู้ดสีเทาที่อยู่ข้างล่างบันไดทางขึ้นหน้ารถเท่านั้น

ใครกัน...

“เอาล่ะ! เงียบๆ หน่อยจ๊ะ มาพบกับพี่ใจดีที่ทำให้พวกเธอกินขนมได้เยอะขึ้นเลย”

แล้วครูก็พาตัวคนๆ นั้นขึ้นมาให้ทุกคนได้เห็น เป็นผู้หญิงที่สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบใส่แว่นตาสีดำกลมสวมฮู้สีเทาปิดทั้งตัวและเธอคนนั้นก็โบกมือ

“โฮะๆ หวัดดีจ้า พี่ชื่อสโลว์ ยินดีที่ได้รู้จัก...และต้องขอรบกวนทุกคนหน่อยนะ”

“ไม่เป็นใครค่ะ/ครับ”

เพื่อนทุกคนต่างโบกไม้มือต้อนรับจะมีแต่เอชที่ขมวดคิ้วเพราะคุ้นๆ กับเสียงของผู้หญิงฮู้ดเทา

เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแฮะ...คุ้นมาก เหมือนได้ยินเป็นประจำเลยโดยเฉพาะ [โฮะๆ]

เอชคิดย้อนไปย้อนมา ผู้หญิงสวมฮู้ดกวาดมองสายตาไปมา

“ให้พี่นั่งไหนดีน๊า...”

“นั่งกลับผมเลยครับ!

“เป็นผู้หญิงด้วยกันต้องมานั่งกับหนูสิ!

ตอนนี้ต่างคนต่างพากันแย่งตัวสาวสวมฮู้ดนำโชคถึงขนาดเขยิบที่นั่งให้มีที่นั่งที่สามกันทุกคน แต่สุดท้ายแล้วสาวสวมฮู้ดก็ตบมือหนึ่งครั้งเหมือนเลือกที่นั่งได้แล้ว

“ขอโทษด้วยนะทุกคน พี่เจอที่นั่งว่างแล้ว...พี่ไม่อยากจะรบกวนทุกคนไปมากกว่านี้”

“โอ้ว พี่คนสวยมาทางนี้เถอะครับ/โธ่ นั่งกับเราเถอะค่ะ”

เด็กหลายคนต่างทำหน้าเซ็ง ครูประจำชั้นตบมือสามครั้งแล้วบอก

“ครูเข้าใจความหวังดีของพวกเธอดีนะ แต่ในขนาดเดียวกันต้องเคารพการตัดสินใจของคนอื่นด้วยนะคะ”

“ครับ/ค่ะ”

เพื่อนๆ ในชั้นเรียนต่างตรอมใจตามๆ กัน เอชที่ไม่ได้สนใจเรื่องแย่งที่นั่งตั้งแต่แรกนั่งดูวิวข้างทางต่อไป จนกระทั่งรู้สึกตัวว่าเบาะข้างๆ มันขยับถึงได้รู้ว่าสาวฮู้ดเทาคนนั้นมานั่งข้างเธอนี่เอง

“อ่า...สวัสดีฮ่ะ—”

เอชนิ่งค้างไปเพราะตกใจกับการถูกจ้องอย่างจริงจังผ่านแว่นตาดำของสาวฮู้ดเทาคนนี้ เวลาผ่านไปราวๆ ครึ่งนาทีสาวฮู้ดเทาก็แว่นตาออกให้เห็นนัยน์ตาสีม่วง ผมสั้นชมพูที่โผล่ออกมาจากปลายฮู้ด อีกทั้งใบหน้าที่ดูมีความมั่นใจตลอดเวลาไม่เคยจางหายที่เอชคุ้นเคยกับมันเพราะดูผ่านทีวีกับคอมเป็นประจำ เธอคนนั้นส่งยิ้มให้

“เธอคงเป็นคนที่ส่งข้อมูลเครื่องนั่นมาใช่ไหม คาร่า เอช พีเดอร์สัน”

“คะๆๆๆๆ คุณคือพี่รันเนอ—”

“ซู่ว!!

และแล้ววันนี้เอชก็โดนมือปิดปากรอบที่สองแต่ครั้งนี้เธอยินดีสุดๆ ที่ได้มือของฮีโร่ที่เธอชอบมาสัมผัสเต็มๆ ปากเธอขนาดนี้ เมื่อสาวฮู้ดเทาหรือรันเนอร์แน่ใจแล้วว่าเอชจะไม่ส่งเสียงดังเลยละมือออกเลยเห็นรอยยิ้มเบ่งบานสุดๆ แทนก่อนที่เอชที่กุมมือทั้งสองของตนเองทำตาเปล่งประกายกระซิบคุย

“พี่รันเนอร์ฮะ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้!

“ที่เธอส่ง—”

“ตัวจริงพี่น่ารักมากๆ กว่าในสปอตอีกนะฮะ!

“ของนั่น—”

“กลิ่นตัวพี่มีเสน่ห์เฉพาะมันวิเศษมากเลยฮะ! ชีวิตนี้ผมคงตายตาหลับได้แล้ว—”

แก๊ก...

เสียงเหล็กเคลื่อนกลไกดังขึ้นทำให้เอชชะงักค้างนิ่งไปสนิทเพราะเจ้าสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงคือปืนพกกระบอกขาวที่รันเนอร์เอาขึ้นมาจ่อหัวเอชจนพูดไม่ออกโดยที่คนอื่นๆ มองไม่เห็นเพราะฮู้ดเทาบังไว้อยู่ เจ้าของปืนที่มีรอยย่นแห่งความหงุดหงิดพยายามขมเสียงเตือน

“ถ้าเธอไม่หยุดปากมากละก็ นิ้วฉันที่อยู่ไกปืนอาจจะขยับไปเอง”

“ฮ่ะ...ฮะ”

หน้าเอชเหงื่อแตกซีดไหลหยดลงบนเบาะหลายเม็ดจนกระทั่งรันเนอร์เก็บปืนไปเลยได้หายใจทั่วท้องแต่เอชไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไรเลยเมื่อถูกกระทำเมื่อครู่เพราะเธอพอได้ยินนิสัยขวานผ่าซากของรันเนอร์มาบ้างและอีกอย่างตัวเอชเองก็ผิดเองที่ไม่ยอมฟังด้วยแต่เพิ่งเคยได้เห็นปืนในชีวิตครั้งแรกเลยกลัวจนลืมสติไปหน่อย

เกือบไปแล้ว...

“เอาไอ้นั่นมาให้ฉันไวๆ สิ” รันเนอร์เร่ง

“อ๋อ! คือเรื่องนั้นละฮะ...”

“เรื่องนั้น!?”

รันเนอร์ทวนแล้วขมวดคิ้วแล้วเห็นท่าทางของเอชที่ขยับตัวยุกยิกสายตาล่อกแล่กไปมาทำให้ดูออกง่ายๆ เลยถามตาโตใส่

“เธอทำของนั่นหลุดไปแล้วใช่ไหม!?

“ฮะฮ่ะ! อยู่กับคุณครู”

“คุณครู?”

พอเห็นว่ารันเนอร์ไม่รู้ว่าเป็นคนไหน เอชเลยชี้ไปทางหน้ารถซึ่งมีคุณครูกับคนขับอยู่ชั้นล่างของรถทัวร์ รันเนอร์ถอนหายใจเล็กน้อย

“นึกว่าทำหายหล่นจากรถไปแล้วซะอีก”

“ต้องขอโทษด้วยนะฮะ!

“เฮ้อ...ฉันก็ลืมไปว่าคนแจ้งข้อมูลนั้นมาแป็นเด็กซะด้วย จะเกิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่แปลก”

รันเนอร์แบมือทำเป็นช่วยไม่ได้ก่อนที่จะนึกอะไรออกขึ้นมา

“เดี๋ยวสิ...จำได้ว่าข้อมูลที่ได้มาเป็นระบบสแกน...เด็กอย่างเธอส่งข้อมูลแบบนั้นมาได้ไง?”

“เอ่อ...เครื่องพีซีพกพาของผมเองฮะ เป็นของแม่ผมเอง”

เอชเกาหัวแล้วหยิบขึ้นมาโชว์ให้ดูและรันเนอร์ก็คว้าไปกดดูเล่นแล้วทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย

“หือ!? นี่มันดัดแปลงเองสินะ...ดูมีอะไรๆ ให้เล่นเยอะด้วย”

“อย่ากดเล่นนะฮะ!

“ฉันไม่ใช่เด็กนะยะ ไม่ทำของเธอเจ๊งหรอก”

“ไม่ใช่อย่างงั้นฮะ!

เอชยืนยันหนักแน่น รันเนอร์มองหน้าเอชสักพักก็ดูพีซีพกพาต่ออีกสักพักก็พับเก็บลงส่งคืน

“ขอโทษทีนะที่เกือบละเมิดเรื่องส่วนตัวในเครื่องนี้”

“เอ่อ...ฮะ”

เอชตอบรับไปอย่างงั้นเพราะที่กังวลไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่เก็บไว้ในเครื่องแต่ฟังก์ชั่นบางอย่างที่เธอไม่เคยใช้งานและไม่กล้ากดกลัวรันเนอร์ไปเผลอไปกดเข้าแล้วทำมันพัง

ทำไมพี่รันเนอร์ดื้อแบบนี้...

เอชรู้สึกว่าภาพที่วาดฝันไว้มันค่อยๆ แตกไปทีละนิด รันเนอร์กอดอกเอาเท้าคู่ยันที่เบาะหลังที่นั่งให้สบายตัวแล้วเห็นว่าเอชทำหน้าลำบากใจเลยบอก

“ขอโทษนะที่ทำลายภาพลักษณ์ จะให้เฟคทำแบบนั้นเรื่องๆ มันไม่ใช่ตัวฉัน...แต่ก็หวังว่าเธอคงคิดเผื่อๆ ไว้บ้าง ฉันเป็นฉันแบบนี้ โฮะๆ”

“ฮ่ะ”

“เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า...ที่ฉันมาที่นี่ด้วยตัวเองเพราะอยู่ใกล้ๆ แถวนี้กับสนใจข้อสันนิฐานที่เขียนคู่ส่งมาด้วย...เพราะงั้นอย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะเพราะฉันชอบเด็กอวดฉลาด”

“หมายความว่ายังไงฮ่ะ”

“ฉันอยากให้เธอเล่าทุกเรื่องที่เธอรู้มาอีกครั้ง...เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องนี้ต่อเอง”

รันเนอร์บอกแล้วส่งสายที่คาดหวังบางสิ่งซึ่งสายตานั้นเป็นมันสายตาเดียวกันกับที่เอชเห็นตามโฆษณาชวนเชื่อที่เธอปลื้ม ซึ่งตอนนี้สายตานั้นกำลังมองมาที่เอชเอง....ความปลื้มปิติสุดขีดมันเอ่อล้นในใจสุดๆ แต่ต้องพยายามเก็บมันไว้แล้วเริ่มบอกข้อมูลตามที่ถูกขอ

“ได้ฮะ!


[ไม่กี่นาทีต่อมา]

“เข้าใจแล้ว”

รันเนอร์พยักหน้าสองครั้งหลังเอชบอกทุกอย่างจนหมดแล้วมองไปข้างหน้ารถ เอชอยากจะรู้เรื่องต่อจากนี้เลยถาม

“พี่รันเนอร์ฮ่ะ แล้วจะทำยังไงต่อละฮะ?”

“หือ? บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าฉันจะจัดการเอง”

“ก็รู้อยู่ฮ่ะ แต่การที่มีของแบบนั้นใกล้ๆ มันอาจจะเกิดเรื่องเมื่อไหร่ก็ได้เลยอยากรู้ว่าผมควรทำตัวยังไงดี”

คำถามที่ละเอียดขึ้นทำให้รันเนอร์หันกลับมาทำหน้าคิดอยู่ชั่วครู่

“นั่นสิ...แล้วเธอคิดว่าไง”

“ผมเหรอ”

“ใช่...ลองบอกมาสิ”

“ก็...ผมอยากจะบอกให้ทุกๆ คนหนีไปจากเจ้าเครื่องนั้นเลย แต่ทำแบบนั้นอาจจะทำให้เลวร้ายหนักกว่าเดิมเพราะคนร้ายอาจจะไวตัวทันสั่งเครื่องนั่นห้ทำงานเลย...จะไม่บอกทุกคนเลยมันก็ดูใจร้ายไปหน่อยแต่ผมคิดว่าการที่รอคอยจับตามองอย่างเงียบๆ แล้วเข้าไปหยุดยั้งก่อนที่เครื่องนั้นจะทำงานน่าจะดีกว่าเพราะมันเป็นตัวเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุด”

“เฮ...เด็กอย่างเธอคิดใช้ได้เลยนี่”

รันเนอร์เลิกคิ้วแปลกใจพร้อมกับสายตาที่ดูเป็นมิตรมากขึ้นทำให้ค่าหัวใจของเอชเพิ่มขึ้นไปอีกแต่รันเนอร์ไม่ได้สนใจเอาแต่มองไปข้างหน้ารอย่างเดียว เอชเมมปากลังเลตัดสินใจอยู่สักพักก็สะกิด

“พี่รันเนอร์ฮ่ะ...คือผมเป็นแฟนคลับพี่เลยอยาก...ขอลายเซ็นสักหน่อย”

“ลายเซ็น!?” รันเนอร์แปลกใจอีกรอบ “เธอเป็นคนแรกเลยนะที่มาขอลายเซ็นฉัน”

“หา!? ผมเป็นคนแรก? ไม่จริงมั้งฮะ?”

“ไม่สิ...รู้สึกหลายครั้งด้วยละมั้งที่เหมือนมีคนถือแผ่นกระดาษมาใกล้ๆ แล้วพอมองพวกเขาก็เผ่นหนีกันหมด”

รันเนอร์พึมพำกับตัวเอง เอชพอจะเข้าใจถึงเหตุผลนั้น

ก็พี่รันเนอร์เล่นทำตาขวางใส่แบบนั้นคนก็หนีหมดสิฮะ

เอ๊ะ!? จะว่าไปเราไม่มีกระดาษกับปากกาอยู่กับตัวเองเลย!

เอชเริ่มล้นลานหาแต่ก็ไม่เจอ รันเนอร์เองก็ลำบากใจเลยบอก

“คือ...ลายเซ็นฉันมีค่าขนาดต้องถูกขอเลย?”

“แน่นอนสิฮะ!

“แต่ฉัน...เซ็นไม่เป็นนะ”

“ไม่เป็นไร—เอ๊ะ!? ไม่เป็น!?

เอชตะลึงกับคำตอบที่ได้ยินแต่เมื่อเห็นท่าทางเขินนิดๆ ของรันเนอร์แล้วหลอดมิเตอร์ในใจขึ้นจนถึงขีดสุด

น่ารัก...น่ารัก! ไม่มีใครได้เห็นเหมือนผมแน่ๆ!

“เอ่อ...ฉันก็ดีใจอยู่นะที่มีแฟนคลับ” รันเนอร์ว่า “แต่เป็นอย่างอื่นได้ไหมที่ไม่ใช่ลายเซ็น?”

“อะไรก็ได้ฮะ!

ตอนนี้อะไรก็ได้สำหรับเอช ท่าทางยโสของรันเนอร์ก่อนหน้านี้ก็หายไปหมดเพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เธอใช้เวลาคิดสักพักก็บอกเอช

“ลูบหัวเธอได้ไหม?”

“ลูบหัว!?

“มันแปลกใช่ไหม? คือตอนเด็กฉันมักจะทำแบบนั้นเบาๆ กับเพื่อนแถวบ้านน่ะ...”

“ดะๆๆๆ ได้ฮะ!

เอชน้อมรับยื่นหัวเข้ามาใกล้ยินดีอย่างยิ่ง มือรันเนอร์ค่อยๆ ยกขึ้นมาลูบหัวเอชอย่างช้าๆ แล้วมันทำให้รันเนอร์เพ้อถึงเรื่องสมัยเด็กของเธอ

“เธอทำให้ฉันนึกถึงเพื่อนเก่าเลยนะ...เจ้าพวกนั้นชอบมาให้ทำแบบนี้บ่อยๆ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง...”

“งืมๆ แฮ่กๆ”

“นี่เธอ...ไม่ต้องแลบลิ้นเหมือนหมาก็ได้”

รันเนอร์บอกให้เอชรู้สึกตัวแต่ก็ยังวายยกมือคู่ขึ้นมาเหมือนหมายิ่งกว่าเดิมอีก รันเนอร์เลยดันหัวเอชกลับที่นั่งเดิมไป เจ้าตัวเลยทำท่าเสียดายอย่างมากและเพราะเรื่องทำตัวเหมือนสัตว์เลยทำให้เอชเพิ่งนึกอะไรออก

“พี่รันเนอร์ฮ่ะ? แล้วหุ่นยนต์หมีคู่ใจของพี่ไม่ได้มาด้วยกันเหรอฮะ?”

“นี่เธอโง่หรือเปล่า ตัวใหญ่ขนาดนั้นจะเอาขึ้นรถมาได้ไง”

“ก็จริงแฮะ”

และจังหวะนั้นรถทัวร์ได้มาถึงหอพิพิธภัณฑ์พอดี เมื่อรถกำลังเทียบท่ารันเนอร์ทำหน้าจริงจังขึ้นมาเตือนเอช

“เธอ...จากนี้ต้องดูแลตัวเอง คอยตื่นตัวระวังตัวไว้ก็แล้วกัน ฉันคงจะไม่ได้มีเวลามาช่วยเธอกับเพื่อนๆ เหมือนตามโฆษณาทางการนั่นหรอก”

พูดจบรันเนอร์ก็ลุกเดินไปลงจากรถที่จอดพอดีโดยที่เอชไม่ทันได้ลาแม้แต่น้อย มือขวาเธอเอื้อมแผ่นหลังฮีโร่ในดวงใจไว้ไม่ทัน

อะไรกัน...ไปกันง่ายๆ แบบนี้เลย

และแล้วทุกคนทยอยลงจากรถไป แต่เอชยังคงนั่งอึ้งอยู่จนเทลที่เกือบได้ลงเป็นคนสุดท้ายเพราะอยู่หลังรถเดินผ่านมาเห็นเลยสะกิดตัว

“เอช! เอช!

“ฮะฮ่ะ!?

“ถึงที่แล้วนะครับ”

“รู้แล้วน๊า!

ดูเหมือนเอชยังโกรธเทลเรื่องขโมยของอันตรายให้ครูอยู่เลยปัดมือเขาออกลุกขึ้นยืนเดินเบียดแซงลงรถไป เทลทำใจแล้วว่าวันนี้คงจะโดนเขม่นทั้งวันแน่เลยเดินตามลงไปอย่างเซ็งๆ เมื่อเอชเดินลงจากรถก็เห็นตึกกระจกใสทรงไข่แนวนอนขนาดใหญ่ตระการตา มีป้ายเขียนไว้อยู่ว่า [พิพิธภัณฑ์เวิลด์เจเนอรัล]

ใหญ่กว่าสนามบอลที่โรงเรียนผมหลายเท่าเลย!

เอชมัวแต่ตะลึงมากไปหน่อยเลยถูกครูดันตัวให้ตามเพื่อนๆ ที่เดินเป็นแถวจูงมือยาวเข้าตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ไป ภายในมีทั้งโมเดลขนาดเล็กกลางใหญ่และภาพโฮโลแกรมวางเป็นหย่อมๆ ให้เดินดูได้ไม่มีเบื่อ ส่วนใหญ่จะเป็นการบอกเล่าถึงเหตุการณ์ช่วยเหลือพัฒนาโลกใบนี้ใหม่หลังจากสงครามโลกครั้งที่สาม การที่สถานที่นี้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเส้นทางทัศนศึกษาประจำ Area RU-1 เพราะมันเป็นนโยบายของทางเวิลด์เจเนอรัลที่ต้องการให้นักเรียนตัวน้อยรับรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาเคยช่วยโลกไว้นั้นเอง

แน่นอนว่าเรื่องราวด้านมืดไม่ได้ถูกกล่าวขานไว้ ณ ที่นี้...

“เอช! นั่นมันพี่สาวที่เธอชอบไม่ใช่หรอ?”

เพื่อนร่วมชั้นสะกิดบอกแล้วชี้ไปข้างหน้า มีภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่กว่าทีวีที่บ้านหลายเท่าตัว ซึ่งกำลังฉายภาพสาวร่างบางหัวชมพูออกทำภารกิจด้วยปืนพกสีขาวสองกระบอกคู่ใจไล่ยิงใส่กองทัพหุ่นยนต์ที่กำลังออกอาละวาดจะทำลายเมือง เอชเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วอมยิ้ม

ผมได้เจอตัวจริงแล้วล่ะ...ถึงจะแปบเดียวก็ตาม ถูกพี่เขาลูบหัวด้วย!

“เอช! อย่าแตกแถวสิ! กลับมานี่เร็วๆ”

“ฮะ!” เอชเดินกลับเข้าแถวแต่ต้องแปลกใจเมื่อคนเรียกไม่ใช่ครูประจำชั้น “พี่สาวที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยครูนี่!? ทำไมมาอยู่ที่นี่ฮะ?”

“ก็มาช่วยดูแลพวกเธอไง”

“แต่ไม่เห็นพี่ขึ้นรถทัวร์ด้วยกัน?”

“คือพี่อยู่แถวๆ นี้มาหลายวันก่อนพวกเธอแล้วไง”

“แล้วครูเขาไปไหนแล้วละคะ?”

“เห็นว่าไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมานะ...เอาละตอนนี้เรามาเดินชมพิพิธภัณฑ์ก่อนดีกว่า”

“ไวชะมัด”

รันเนอร์สบถแล้วกัดฟันตัวเองที่ตามแอบสะกดรอยคนที่น่าจะเป็นเจ้าของเครื่องทะลวงบาเรียไม่ทัน เธอออกมาจากห้องน้ำหญิงแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่สะกดรอยตามมาจะแอบอยู่ห้องน้ำชายที่แอบมองแผ่นหลังตัวอันตรายเดินห่างออกไปแล้วพึมพำกับตัวเอง

“หึ...กะแล้วต้องเป็นยัยนั่นแน่ ฉันไม่ยอมให้ความพยายามหลายปีของฉันสูญเปล่าหรอก!

 

0 ความคิดเห็น