ตอนที่ 84 : Ch.76 Awakened! VII - [No.1 Ragnarok]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ม.ค. 60


Crystalfall: Awakened!

คริสตัลฟอร์: อเวกเกน!

Ch.76 Awakened! VII - [No.1 Ragnarok]

ชื่อของฉันคือ เฟียน่า ดิฟเฟอร์

อายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดได้...เป็นเด็กผู้หญิงที่เรียนชั้นมัธยมปลายทั่วไปใน Area TH-7 มีเพื่อนสนิทชื่อว่าทอมมี่และพี

แต่อีกด้านหนึ่งที่ปกปิดไว้ก็คือตัวของฉันเป็นผู้ใช้พลังจิตหรือเรียกสั้นๆ ว่าพีทู (P.P.) ที่มีศักยภาพสูง...สูงในที่นี้หมายถึงถ้านับจากจำนวนผู้ใช้พีทูที่เจอไม่ถึงห้าคนสิบคนนะ

พีทูของฉันก็คือการควบคุมแสงและสร้างพลาสม่าขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง ถือว่าตัวฉันเป็นอาวุธที่กระสุนระเบิดไม่มีวันหมดเพียงแต่ความแรงของมันไม่ได้มากมายนักเลยได้ฉายาที่ว่า No.2 Genesis Light  ต่างจากแม่ของฉันที่มีพีทูเหมือนกันแต่เหนือกว่าหลายเท่า หลายเท่าแบบที่ไม่สามารถระบุได้ว่ามากกว่ากี่เท่าด้วย

แม่ของฉัน...เฟลิกซ์ ดิฟเฟอร์ เป็นแม่ที่ประสบความล้มเหลวในฐานะแม่...

แต่ฉันก็ไม่ได้โกรธหรือรังเกียจท่านเพราะเมื่อโตมาก็เข้าใจดีว่าทำไมถึงถูกทิ้งไปอยู่กับพ่อตั้งแต่เด็ก

เพราะพีทูที่เธอมีอยู่มันมากมายมหาศาลจนคนใกล้ตัวพลอยได้รับอันตรายจากผู้ที่ไม่หวังดี

ฉะนั้นเพื่อขจัดอันตราย ตัวฉันจึงถูกพ่อนำเข้าโปรแกรมฝึกพัฒนาศักยภาพร่างกายและทักษะตั้งแต่เด็กกับทางเวิลด์เจเนอรัลโดยไม่ให้แม่รู้ ซึ่งพ่อฉันเองก็เป็นคนของเวิลด์เจเนอรัลเช่นกัน

และก็ได้รับการเอ็นดูจากวิคตอเรียอย่างดีเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งที่คนใหญ่โตระดับนี้มาใกล้ชิดอาจจะต้องการดึงตัวลูกหลานของเฟลิกซ์เพื่อดึงตัวไว้ก็ได้แต่ถ้าแลกกับความปลอดภัยของแม่ฉันก็นับว่าคุ้มค่า

จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น ยานขนส่งของ MLA ที่แม่ทำงานให้และทอมมี่ที่เป็นเพื่อนสนิทไปทำรายงานสังคมเกิดระเบิดกลางอากาศ...

ตอนนั้นฉันจำได้ว่าตัวเองกำลังขึ้นเครื่องบินที่เมืองลอยฟ้าชินโคเซ็นเพื่อไปเซอร์ไพรส์แม่โดยนัดกับพ่อที่เล่นมุกแกล้งตายที่อยู่ทางนั้นให้เตรียมรอไว้ พอทราบข่าวจากคนของเวิลด์เจเนอรัลเลยรีบไปเข้าแนวร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตที่ทะเลจีนใต้แห่งนั้นด้วย ในใจลึกๆ คิดว่าแม่ไม่น่าจะตายง่ายๆ แต่สำหรับทอมมี่นั้นอดที่จะคิดไม่ได้ว่าเขาได้ตายไปแล้ว

ผลค้นหาสัปดาห์แรกพบว่า ยังเหลืออีกสองศพที่หาไม่เจอก็คือแม่ของฉันและทอมมี่...ความหวังยังไม่หมดไป

เวลาผ่านไปราวๆ สามเดือน ฉันเริ่มหมดหวังที่แม่กับทอมมี่จะมีชีวิตอยู่เหลือเพื่อหาศพให้เจอเท่านั้นโดยเฉพาะศพของแม่ที่ต้องหาเจอให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้พวกที่รู้ว่าแม่มีพีทูเอาร่างไปวิจัยต่อสร้างอาวุธอันตราย

จนกระทั่งมีเมลปริศนาที่คุณน้านานามิที่เป็นเพื่อนสนิทของแม่ได้รับ สำนวนการเขียนและการยืนยันตัวคือแม่ของฉันอย่างชัดเจนแต่เรื่องที่เขียนมานั้นเหมือนเพ้อฝันราวกับอยู่คนละโลกเลยส่งต่อให้ดิออลโนว์ ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของเวิลด์เจเนอรัลค้นหาเบาะแสให้จนพบต้นตอของเรื่องทั้งหมด นำมาทุกอย่างมาที่เกาะดิไวน์แห่งนี้

ใช่แล้ว เกาะแห่งนี้ที่มีของอันตรายที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าดาร์คไซเบอร์เอลฟ์...ดูเหมือนไฮเทคอัพเปอร์และไอริสอยากจะได้มันมากเลยกลายเป็นสงครามตะลุมบอน ณ ตอนนี้

 

เหนือสิ่งใด แม่ของฉันกำลังร้อนรนอย่างหนักเพราะเวลาการยื้อชีวิตอันนา...โคลนที่เกิดขาก DNA ของแม่น้อยลงเต็มที

แต่ในใจฉันอยากให้อันนานั่นตายๆ ไปซะ...

ตั้งแต่ได้รู้เรื่องต่างๆ ของอันนาที่มีต่อแม่ของฉันทำให้อดอิจฉาไม่ได้ว่าทำไมไม่เป็นฉันที่ควรได้รับความรักอย่างงั้น

ไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจแม่คนนี้ขึ้นมาอีกแล้ว ทั้งๆ ที่พยายามมองโลกในแง่ดีมาตลอด

ถ้าทำแบบนั้นยิ่งทำให้แม่เสียใจ แน่นอนว่าฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด...

แต่ทว่า ถ้าลองคิดถึงความเป็นจริงตอนนี้ละก็...

“มันกำลังมาทางนี้แล้ว!!

เสียงนานามิที่ดึงเธอออกมาจากภวังค์ให้รู้ตัวว่าหุ่นบังคับยักษ์อย่างเนโอไททันสไปเดอร์ของพวกไอริสกำลังตรงมาทางนี้ ทุกอย่างก้าวของมันทำแผ่นดินสั่นสะเทือน...มันเป็นครั้งแรกที่ได้เผชิญตัวอันตรายของไอริส

จำไม่ผิด แม้แต่แม่ที่เคยปะมือมาก่อนก็ยังทำอะไรมันไม่ค่อยได้...

“เฮ้ย! ใครที่ได้ยินวอนี่ถ้าไม่ได้อยู่ตรงพื้นที่ D3 ช่วยยิงล่อเนโอไททันสไปเดอร์ให้หน่อย!

นานามิพยายามหาทางออก และแล้วก็มีเสียงตอบรับแต่เป็นเรดที่ตอบ

“ทุกคนมารวมตรง D3 กันหมดแล้ว! ไม่มีคนอื่นอีก...ฉันก็ไม่มีอะไรที่จะล่อตีนมันด้วย!

“วิเวียน! ตอบซะทีสิ!! เงียบหายไปทำไม”

นานามิตวาดใส่วอข้างหูแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ทหารคนอื่นเริ่มขวัญเสียแต่ก็ต้องจำใจยิงสู้พวกไอริสกับไฮเทคอัพเปอร์ต่อไปเพราะไม่มีทางเลือกแล้ว ส่วนแม่ของเธอนั้น...ตกอยู่ในสภาพอ่อนแรงนั่งหอบเก็บแรง

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคง...ตายกันหมดแน่

เฟียน่าตัดสินใจได้เลยพูดกับนานามิ

“คุณน้าค่ะ! ฝากดูแม่กับคนอื่นด้วย!

“ห๊ะ!? เธอคิดจะทำอะไรเฟียน่า!

คนห้ามเอื้อมมือรั้งตัวไว้ไม่ทัน เฟียน่ากระโดดออกไปข้างหน้ากางบาเรียด้วยพีทูของตัวเองรับกระสุนแล้วนิ่งนิ่งจ้องเนโอไททันสไปเดอร์ที่เห็นมันเดินช้าๆ มาทางนี้จนห่างจากพวกเธออยู่แค่ร้อยเมตร เฟลิกซ์ที่เป็นแม่เพิ่งจะเห็น

“เฟียน่า!!

“แม่ค่ะ...”

เฟียน่าหันกลับมองแม่ตัวเองพร้อมน้ำตา ร่างของเธอเริ่มมีออร่าสีทองปรากฏเพราะได้ใช้คริสตัลชายน์อันเล็กเท่าลูกปิงปองที่มีไว้ติดตัวมาผสานกับพีทูให้ใช้ได้เกิดขีดจำกัดภายในครั้งเดียวและอาจจะถึงตาย

คำพูดสุดท้ายที่อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก

ถึงแม่ไม่รักหนูเท่าอันนา แต่หนูรักแม่ที่สุดนะคะ...

เมื่อทำใจได้ก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูและกำลังจะตั้งสมาธิสร้างลำแสงพิฆาตคล้ายๆ อัลติเมทเรลกันขึ้นมาเพราะคิดว่าถ้าทำได้ขนาดนั้นอาจจะทำลายมันก็ได้ แต่ความคิดนั้นต้องชะงักลงเมื่อเห็นขาซ้ายของมันยกสูงขึ้นกว่าปกติและตัวขานั่นก็ถือครอบคลุมด้วยออร่าสีแดงที่ส่งผ่านจากส่วนหัวของมัน ทำให้เธอนึกเรื่องที่เคยได้รับการศึกษาหุ่นศัตรูตัวนี้

นั่นมัน...หนึ่งในความสามารถของเจ้านั่น! กำลังจะปล่อยช็อคเวฟ!!

จากที่เฟียน่าจะใช้พลังเท่าที่มีสร้างลำแสงพิฆาตเปลี่ยนเป็นสร้างบาเรียรูปร่างสามเหลี่ยมขึ้นมาครอบคลุมทุกคนในพื้นที่กว่าหนึ่งพันตารางเมตรและที่สร้างบาเรียเป็นสามเหลี่ยมนั้นเพื่อลดแรงปะทะตรงๆ อีกด้วย

ตึ่ก!!! ครืนนนนนนนนนนนนนนนน!!!

ขาซ้ายหน้าที่ถูกเสริมพลังของเนโอไททันสไปเดอร์กระทุ้งลงพื้นจนเกิดแผ่นดินไหวย่อมๆ ป่าทึบถูกคลื่นพลังสีแดงไล่กวาดหายราบเป็นหน้ากองรวมทั้งพวกไฮเทคอัพเปอร์กับไอริสกันเองและก็มีขยายวงคลื่นจนถึงที่ๆ เฟียน่ากางบาเรียอยู่ แรงระเบิดและแรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้าอย่างจังจนเฟียน่ากระอักเลือดถึงแม้จะมีบาเรียคุ้มกันอยู่เพราะเธอรีบเค้นพีทูออกมาเสริมบาเรียอย่างเร็วเพราะมันกำลังจะพัง

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

เปล้ง!!!

บาเรียทรงสามเหลี่ยมแตกเป็นเสี่ยงๆ และแรงระเบิดหมดไปพอดีเหลือแต่แรงกระแทกช่วงสุดท้ายที่หลุดเข้ามาทำให้ทกคนต่างกระเด็นหน้าหงายลงไปแต่ยังดีที่ไม่มีใครถูกพัดตกจากเกาะไป เฟียน่านอนเลือดท่วมหน้ารีบเอามือปาดออกเพราะเห็นเนโอไททันสไปเดอร์เคลื่อนไหวแปลกๆ ที่บนตัวมันเหมือนมีฝาถูกเปิดออกก่อนที่จะมีอะไรพุ่งขึ้นเป็นควัน

มิสไซล์!!

เธอรีบยกมือขวาขึ้นจะคิดจะใช้พีทูสร้างพลาสม่าลูกกลมสวนกลับไป แต่ว่า...

พะ...พีทู...ไม่ยอม...ออก

ปัง! ตูม!!

เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย มิสไซล์ที่ลอยขึ้นฟ้าแล้วเปลี่ยนวิถีดิ่งมายังเฟียน่าก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดแล้วจู่ๆ มิสไซล์นั่นก็ระเบิดกลางอากาศ เจ้าของปาฐิหารย์ปรากฏตัวหน้าเธอด้วยปืนพกกระบอกสีดำ

เรด!?

เธอตกใจและเพิ่งนึกออกว่าเรดคนนี้ที่เคยเป็นสมาชิกเฮฟเว่นพันนิชเชอร์ของเวิลด์เจเนอรัลมาก่อนถูกกล่าวขานว่าเป็นมือสังหารที่มีฝีมือการยิงอย่างแม่นยำที่ใช้แค่ปืนพก แต่เป็นปืนพกกับกระสุนแบบพิเศษที่เจาะได้ทุกอย่างและยิงไกลหลายกิโลเมตร เฟียน่ายังอึ้งอยู่

ยิงโดนไปได้ยังไงละนั่น!?

มิสไซล์เคลื่อนที่ไม่นิ่งแบบนั้นแถมยังอยู่สูงตั้งร้อยกว่าเมตรแถมยังไม่ถูกช็อคเวฟเล่นงานอีก?

“เฟียน่า...ถ้ายังลุกไหวก็รีบลุกซะ ทางนี้รับมือได้แค่สามสิบครั้งเท่านั้นเพราะกระสุนเหลือแค่นั้น รีบๆ หาทางทำอะไรสักอย่าง...แต่ถ้ากระสุนทางนี้หมดก็ตัวใครตัวมัน! เร็วเข้า!

เรดยืนหันหลังบอกแล้วเล็งปืนพกรอยิงมิสไซล์ลูกถัดไป เฟียน่าที่ยังแปลกใจกับตัวเองว่ายังลุกไวรีบไปหาคนอื่นที่ยังลุกไม่ค่อยขึ้น

“แม่! คุณน้า!

“เฟียน่า!? เลือด!?” เฟลิกซ์ตกใจก่อนที่จะยันตัวลงลุกขึ้นนั่ง

“ไม่เป็นไรนิดหน่อยค่ะ” เฟียน่าพูดไปอย่างงั้นทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นถึงแค่ไหน “คุณน้า! ยานที่ว่าใกล้จะถึงหรือยัง?”

“น่าจะถึงแล้วนะ แล้วเจ้า—”

นานามิลุกขึ้นมาทำตาโตเพราะเห็นเรดใช้ปืนพกยิงมิสไซล์ทีละนัดที่ถูกยิงออกมาเรื่อยๆ ส่วนเดซี่ที่ลุกขึ้นได้ก่อนหน้านี้ยกปืนกระบอกใหญ่ยิงสนับสนุนเรด มิสไซล์จากตัวเนโอไททันสไปเดอร์ถูกปล่อยออกมาแล้วก็ถูกทำลายเล่าไปเรื่อยๆ จนมันหยุดยิงปิดฝาปล่องมิสไซล์ไปแล้วใช้ปืนใหญ่พลาสม่ากระบอกคู่ตรงส่วนหัวของมันเล็งมาทางนี้แทน เรดที่รู้ตัวว่างานเข้ารีบวิ่งหนีไปทางอื่นแต่ที่เหลือได้แต่ตกใจตัวแข็ง

ตูม!!!!!! ตูมๆๆๆๆๆ!!!

พลาสม่าจากปืนมันยังไม่ทันที่จะยิงก็มีพลาสม่าสีทองจากที่อื่นโจมตีใส่ตัวซะก่อน เมื่อมองตามทิศทางก็เห็นยานบินยักษ์เท่าสนามฟุตบอลที่บินสูงแค่สิบเมตรเลี้ยวทางจากตัวตะวันตกรอบนอกเกาะ เนโอไททันสไปเดอร์ยิงปืนใหญ่คู่สวนแต่ยิงช้าไปเลยไม่โดน วอข้างหูทุกคนมีเสียงเข้า

“นี่คือนายพลวิเวียน ผู้บัญชาการยาน WG130 ที่ยิงคุ้มกันเมื่อสักครู่ เราจะทำการเทียบท่าที่ปลายหน้าผาใกล้แคมป์พยาบาลโปรดเตรียมทำการอพยพทันที!

“ให้ได้มันได้แบบนี้วิเวียน!” นานามิไชโย

“เอ่อ...บนยานนั่นมีอุปกรณ์ปรับสภาพเครื่องจักรไหมคะ!? ช่วยเตรียมอุปกรณ์นั่นที่ทางขึ้นด้วยค่ะ! เป็นภาวะฉุกเฉิน!

จู่ๆ เดซี่วอถาม ซึ่งเฟลิกซ์รู้ดีว่าจะใช้กับอะไร วิเวียนแปลกใจแต่ก็รับทราบ

“จะจัดไว้ตามคำขอ”

ยาน WG130 ชะลอความเร็วแล้วหันท้ายยานเทียบท่าที่ริมหน้าผาโดยที่ส่วนบนท้ายยานมีป้อมปืนยิงกดดันไม่เปิดช่องว่าให้เนโอไททันสไปเดอร์ยิงมา เหล่าทหารเวิลด์เจเนอรัลทั้งหลายเริ่มพาหนีโดยมีนานามิเร่งให้ทุกคนรีบขึ้นยาน เดซี่บอกตัวอันนา เฟียน่าแบกแม่ตัวเองขึ้นไปก่อนที่จะหันกลับดูว่ายังเหลือใครอื่นหรือเปล่าก็เห็นอีกสี่ห้าคนกำลังขึ้นตามมาติดๆ โดยมีเรดด้วย เหลือแต่นานามิที่ยืนเช็คบนเกาะอยู่

“คุณน้า!! ไม่มีใครแล้วนะคะ!!

“อ่า อืม!

นานามิที่แน่ใจแล้วว่าไม่มีคนอื่นอีกก็รีบวิ่งมา แต่จู่ๆ พื้นดินริมหน้าผาที่เทียบท่าแตกออกไม่ยึดติดกับเกาะแล้วกำลังร่วงหล่นพบร่างนานามิ เฟียน่ายื่นมือจับไว้ไม่ทัน

“คุณน้า!!!

“ว๊ากกกกกกกกกกกก!!! อุ๊บ!!!

นานามิร้องลั่นก่อนที่จะตกใจเพราะมีคนที่ใส่ชุดเพาเวอร์สูทบินได้คว้าตัวเธอไว้แล้วพากลับขึ้นยาน เฟียน่าตะลึงกับคนที่มาช่วยน้าของเธอไว้

“มิซากะ เมงุมิ!?

“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะคะ คุณเฟียน่า...”

แม้เมงุมิจะอยู่ในชุดเพาเวอร์สูทสีน้ำเงินตัดขาวมีบินที่ดูทรงน้อยชิ้นแต่ท่าทางของเธอยังอ่อนน้อมไม่เปลี่ยนตั้งแต่ที่ได้เจอกันที่ยานแม่มอชชินนี่

ทหารคนหนึ่งที่เห็นเนโอไททันสไปเดอร์กำลังตั้งท่ายิงปืนใหญ่อีกครั้งรีบตะโกนบอก

“มันจะยิงมาแล้ว!!!

ปึ่ก! ตูม!!

เฟียน่าเองก็ตกใจ แต่ไม่ใช่ตกใจกับเรื่องนั้นเรื่องเดียว ยังตกใจที่เห็นเมงุมิหันหลังนั่งใช้ไรเฟิลสไนเปอร์ต่อต้านรถถังกระบอกใหญ่ที่พกมายิงสวนไปจนปากกระบอกปืนของเนโอไททันสไปเดอร์แตกพังไป ตัวยาน WG130 เริ่มบินออกห่างทันที

เรดที่เห็นฝีมือของเมงุมิผิวปาก

“วิ๊ดดดดดดดด...ฝีมือใช้ได้เลยนิ ระยะกลางและอยู่บนยานไม่นิ่งยังยิงเข้าปากกระบอกปืนของมันอีก”

“ขอบคุณที่ชมค่ะ แต่ต้องยกความดีความชอบให้ชุดเพาเวอร์สูทนี้ล้วนๆ”

“อันนา! ยังได้ยินแม่พูดไหม?”

เสียงร้องตกใจของเฟลิกซ์ ทำให้เฟียน่าและคนอื่นๆ หันตามไปดู อันนาถูกจับวางบนแท่นขาวอเนกประสงค์โดยมีเดซี่กำลังเตรียมอุปกรณ์สายต่างๆ ที่คนของวิเวียนเพิ่งจะเอามาให้ไล่ต่อทีละชุดที่ตัวส่วนจักรกลของอันนา เจ้าตัวที่นอนอยู่ขยับหัวเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้เฟลิกซ์

“แม่ค่ะ...อย่า...โทษตัว...เอง...เลยนะ...คะ ระ...รัก.........................”

คำพูดที่ขาดหายมาพร้อมกับอันนาที่แน่นิ่งไป เดซี่ดันตัวเฟลิกซ์ออกไปเพื่อใช้พื้นที่เริ่มการกู้ชีพ เจ้าตัวที่ยืนช็อกค้างไปเริ่มเอามือกุมหัวเดินถอยหลังเสียศูนย์ชนกับผนังยาน

เดซี่ดูวุ่นวายทำหลายอย่างมาก...แต่เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งนาทีเดซี่ก็ถอนหายใจ

“เวลาเสียชีวิตสิบเก้านาฬิกายี่สิบเจ็ดนาที วันที่ยี่สิบหกเดือนห้าปีสองศูนย์ห้าห้า”

บรรยากาศทั้งห้องที่มีคนอื่นอย่างทหารที่อยู่บนเกาะเมื่อครู่กับบนยานอยู่ด้วยเริ่มเงียบสงัดหลังเดซี่กล่าววันเวลาเสร็จสิ้น เฟียน่ารู้สึกแปลกๆ

ไม่...ไม่ดีเลย...ไม่ดีใจเลยที่ผู้หญิงคนนั้นตายไป...

เฟียน่าที่เคยแอบเกลียดอันนากลับไม่รู้สึกแบบนั้นก่อนที่จะขนลุกซู่เพราะพีทูของเธอสัมผัสได้ถึงพลังที่แรงกล้ากว่า

แม่...

บรรยากาศจากเงียบสงัดเริ่มอึดอันหายใจไม่ออก ร่างเฟลิกซ์ทั้งตัวเริ่มเปล่งแสงกระพริบติดๆ ดับๆ จนต้องขยี้ตา ยิ่งคนนอกที่ไม่รู้เรื่องความลับของเฟลิกซ์ต่างตาค้าง...แต่คนที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นมีแต่เฟียน่าที่สัมผัสพลังมหาศาลที่เกิดขึ้นกะทันหันได้

ทำไม...แม่ถึงมีพลังเพิ่ม...เพิ่มขึ้นเยอะไปแล้ว!!

เฟียน่าเริ่มตอบสนองต่อพลังที่ไหลล้นแต่มองไม่เห็น ร่างกายเริ่มยิกเกรงตาค้างก่อนที่จะเห็นแม่ตัวเองเดินทีละก้าวช้าๆ ราวกับซอมบี้ไปทางท้ายยานที่ยังไม่ปิดที่มองเห็นแผ่นดินเกาะดิไวน์ที่เริ่มแตกออกให้เห็นสิ่งที่อยู่ชั้นในของเกาะอย่างชัดเจนว่าเป็นคริสตัลสีแดงฉานที่ส่องสว่างในขณะเดียวกันก็กำลังถูกดาร์คไซเบอร์เอลฟ์มวลพลังสีดำไล่กลืนกินทั้งเกาะ

เฟลิกซ์หยุดยืนนิ่งจ้องมองเกาะนั่น เรดเป็นห่วงเลยทัก

“เฟลิกซ์ เธอคิดจะทำอะ—”

เรดยังไม่ทันถามจบก็ถือสายตาอาฆาตแค้นที่เปล่งแสงสีทองแทนนัยน์ตาแดงของเธอมองค้อนใส่จนเรดเข่าอ่อนนั่งกับพื้นไป เฟียน่าเองก็สัมผัสได้ถึงแววตานั้นเช่นกัน

ปีศาจ...แม่กลายเป็นปีศาจไปแล้ว!

คนเป็นแม่หันกลับไปมองเกาะตามเดิม มือขวาของปีศาจค่อยๆ ยกขึ้นแบมือชูไว้อย่างช้าๆ แล้วที่ขอบฟ้าตะวันที่เพิ่งลับไปก็มีลำแสงสีส้มพุ่งขึ้นมาซึ่งเฟียน่าไม่รู้ว่ามันพุ่งขึ้นมาจากไหนแต่ระหว่างนั้นตัวเฟลิกซ์เปล่งแสงเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าโดยรอบลำแสงปริศนานั้นสว่างขึ้นท่ามกลางความมืดที่กำลังกลืนกินแสงตะวันสุดท้ายจนลำแสงนั้นลอยขึ้นเกินขอบท้ายยานมองไม่เห็นขึ้นไปได้สักพัก

เวลาผ่านไปไม่กี่วินาทีมือขวาของเฟลิกซ์ก็สะบัดลงมาพร้อมกับลำแสงสีทองร้อนแรงมหาศาลที่มีขนาดใหญ่กว่าเกาะดิไวน์พุ่งลงมาผ่านเกาะนั่นลงสู่มหาสมุทรเบื้องล่าง...ทั้งดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ คริสตัลฟอร์และเกาะดิไวน์เริ่มสลายหายไปพร้อมกับแรงระเบิดมหาศาลที่ทำลายทั้งเกาะเป็นจุน ถึงแม้ยาน WG130 จะบินออกห่างหลายกิโลเมตรแล้วยังโครงเครง จนเมื่อแผ่นดินก้อนหินสุดท้ายของเกาะดิไวน์สลายหายไป ลำแสงพิฆาตจากบนฟ้านั่นถึงจะดับไปพร้อมกับร่างเฟลิกซ์ที่หงายหน้าฟาดกับพื้นยานจนสลบไป

คนที่ยังมีสติอย่างนานามิรีบเข้าหาเฟลิกซ์แล้วรีบปฐมพยาบาลให้ แต่ผู้เป็นลูกแท้ๆ อย่างเฟียน่ายังช็อกค้างกับพลังนั่นเพราะในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าที่มาของลำแสงพิฆาตมาจากไหน

มะ...แม่...ทำได้...ยังไง...ใช้พีทู...บังคับ...ดวงอาทิตย์ส่งลำแสงทำลายเกาะนั่น!!!

[ในขณะเดียวกัน ยานแม่มอชชินนี่ การประชุมสภาโลกด่วนที่ศูนย์บัญชาการ]

“พระเจ้าช่วย...”

เหล่าสภาโลกต่างตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นกับเกาะดิไวน์ที่ถูกลำแสงปริศนาทำลายล้างจนหมดสิ้นแม้แต่ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ จะมีแต่วิคตอเรียที่ยิ้มชอบใจอยู่

เฟลิกซ์...ในที่สุดพลังที่แท้จริงของเธอก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ยินดีด้วย...

“นั่นมันอะไรท่านเลขาธิการ?” ตัวแทนจาก Area CH ถาม “อาวุธลับอีกหนึ่งของท่านอย่างหรือ?”

“ใช่แล้วทุกๆ ท่าน...นั่นคืออาวุธลับสุดยอดที่มีชีวิตของเรา!

“อาวุธลับที่มีชีวิต?” ตัวแทนจาก Area IN ทวน “นี่คงไม่ได้หมายถึงผู้ใช้พลังจิตใช่ไหม?”

“ท่านเดาได้ถูกต้อง”

วิคตอเรียไม่คิดจะปกปิดอีกเพราะสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปและเป็นช่วงเหมาะสมที่สุดที่จะตัดตวงจากมัน ความกระสับกระส่ายของเหล่าสภาโลกเริ่มทวีคูณขึ้นมาเรื่อยๆ จนมีคำถามหนึ่งที่ยังคงเคลือบแคลงใจจากตัวแทน Area EU

“อันที่จริงท่านแค่เล่นมุกใช่ไหม? ปัจจุบันพีทูตามงานวิจัยทั้งหลายแทบจะไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย แล้วมันจะเป็น—”

“ท่านแน่ใจแล้วหรือว่ามันเป็นแบบนั้น” วิคตอเรียถามกลับ “ท่านแน่ใจแล้วหรือว่ามันเป็นแค่ความฝันลมๆ แร้งๆ พวกท่านแน่ใจแล้วหรือว่าได้รู้ความเป็นจริงที่ถูกซ่อนเร้นแล้ว”

“หึๆ ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงก็ช่วยเปิดเผยเจ้าของผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเราเหล่าสภาโลกได้รับรู้เลยสิคะ เราจะได้พิสูจน์กันอย่างเป็นรูปธรรม”

ข้อเสนอแนะจากตัวแทน Area TH ที่วิคตอเรียไม่มีทางบอกแน่ๆ อยู่แล้ว แต่กลับมีคนนอกเดินเข้าประตูข้างหลังสำหรับเลขาธิการมา

“ไอ้พวกแมลงงี่เง่านี่คงไม่รู้จักคำว่า [เพื่อความปลอดภัย] กันบ้างหรือไง”

“รันเนอร์...”

วิคตอเรียมองตาขวางใส่เจ้าตัวที่ใช้ไม้เท้ายันเดินมาถึงที่นี่ สายตาสภาโลกต่างตกใจกับท่าทีวาจานั้น รันเนอร์เดินเข้ามาใกล้ๆ ถึงโต๊ะประชุมโฮโลแกรมโดยวิคตอเรียไม่คิดจะห้ามแต่อย่างใดแล้วคุยกับสภาโลก

“เอาแค่เรื่องการลักลอบเก็บอาวุธนิวเคลียร์พวกท่านก็คงจะไม่ยอมบอก”

“นั่นมันไม่จริง!” มีสภาโลกคนหนึ่งเถียงกลับมา “อีกอย่าง เมื่อพิจารณาถึงอันตรายที่คนๆ นั้นทำกับเกาะดิไวน์ได้จึงยิ่งต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าคนๆ นั้นเป็นใครและควรอยู่ภายใต้การดูแลของสภาโลก”

“ใช่”

“เห็นด้วย”

“เอาเลย”

หลายเสียงสนับสนุนกันยกใหญ่ ทำเอารันเนอร์หัวเราะทุบโต๊ะ

“ฮ่าๆๆๆๆ พวกแกนี่ไม่ได้รู้ตัวกันเลยหรือไง! ว่ายัยนี้จะเอาไอ้นั่นลงบ้าน—อุ๊ก!! อือๆๆๆๆๆๆ”

ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกวิคตอเรียเอากระดาษยัดปากแล้วก้มหัวให้ทีประชุมเล็กน้อย

“ต้องขออภัยด้วยสำหรับกิริยามารยาทของทหารรบคนนี้ แต่เรื่องที่เธอพูดนั้นตัวเราจะเอ่ยต่อเอง”

เมื่อรันเนอร์ได้ยินแบบนั้นก็หยุดนิ่งรอฟังตาม วิคตอเรียถอนหายใจแล้วกำลังทำสิ่งที่คิดว่ามันมีผลกระทบทั่วทั้งโลกแน่ๆ

“นับแต่นี้ไป! เวิลด์เจเนอรัลจะมุ่งมั่นเน้นเทคโนโลยีและวิวัฒนาการเกี่ยวกับพีทูอย่างเต็มกำลัง ใครในสภาโลกแห่งนี้ขัดขวางหรือก่อกบฏ!

เลขาธิการตัดคำแล้วชี้นิ้วไปที่ๆ เคยมีสิ่งนั้นอยู่

“ชีวิตสุดท้ายของมันจะเป็นเหมือนกับเกาะนั่น!!! จบการประชุม!!!

การประกาศแข็งกร้าวอย่างไม่เป็นทางการของวิคตอเรียทำให้สภาโลกแสดงท่าทีหวั่นก่อนที่ภาพโฮโลแกรมจะถูกตัดไป รันเนอร์ที่เพิ่งคายกระดาษออกตบมือสองที

“โอ้โอ้ว เอาจริงแล้วสินะ...ไม่กี่ปีโลกนี้ได้วุ่นวายแน่”

“เธอก็ควรสังวรไว้ว่าจะตกงานได้ง่ายๆ ก็แล้วกัน...กลับไปที่ๆ ของตัวเองได้แล้ว!

วิคตอเรียหมายถึงอนาคตจะมีคนใช้พีทูปรากฏตัวขึ้นมากมายจนอาจจะแย่งงานของรันเนอร์ได้ ซึ่งเจ้าตัวทำท่าจะโกรธจัดก่อนที่จะสะบัดหน้าหันตูดเดินออกจากศูนย์บัญชาการไป วิคตอเรียเลยท้งตัวนั่งบนเก้าอี้ประจำ...แดเนียลที่เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองเดินขึ้นมาหา

“ท่านเลขาธิการครับ...เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่—”

“ขอเวลาฉันพักก่อนได้ไหม”

“เอ่อ...ขอรับท่าน”

เมื่อแดเนียลเดินกลับลงไป วิคตอเรียถอนหายใจแล้วกดภาพเล่นซ้ำ ภาพที่เกาะดิไวน์ถูกลำแสงขนาดยักษ์ทำลายล้างที่เป็นภาพของทีวีสาธารณะชนที่ติดต่อไฮเทคอัพเปอร์ไปด้วย

เฟลิกซ์...หลังจากนี้ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะ

[ณ ฐานลับของกองกำลังใต้ดินไอริส]

“โธ่โว้ย!!!

ชายคนหนึ่งโวยวายในห้องบัญชาการจนลูกน้องหลีกทางให้ระบายใส่ของแถวนั้น หลังจากทราบว่ากองกำลังที่ส่งข้ามโลกไปถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น ผู้ที่เป็นผู้บัญชาการยังคงนิ่งสงบแต่มีสีหน้าที่ประหลาดใจอย่างมากจนคนที่โวยวายเมื่อสักครู่เห็นท่าทางแล้วข้องใจเข้ามาถาม

“นี่ท่านไม่เสียดายไม่เสียใจเลยหรือ!?

“กำลังแปลกใจว่าเรื่องที่ลือกันมาตลอดจะเป็นเรื่องจริงไปได้”

“เรื่องลือ? อะไรจะมาลือตอนนี้อีก!? เราไม่ได้ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ไม่ได้อะไรเลยแถมเสียงกองทัพแนวหน้าอย่างดีไปอีก!!

“ก็สิ่งที่ทำให้เกิดบีมขนาดมหึมานั้นไง”

เรื่องนี้ทำให้ชายคนนั้นสนใจ

“นี่คุณรู้?”

“ไม่ถึงขนาดนั้น มันเป็นแค่ข่าวลือ...จนกระทั่งตอนนี้ดูเหมือนพวกนั้นจะยืนยันการมีตัวตนที่แท้จริงของคนๆ นั้นแล้ว”

“หา!? คนๆ นั้น? ไม่ใช่อาวุธที่ยิงเลเซอร์บ้าๆ นั่น?”

“อาวุธที่มีชีวิต...เป็นเรื่องที่เริ่มมีการค้นพบแต่เรายังทำเป็นมองไม่เห็น พวกผู้ใช้พลังจิต พีทู...และเจ้าของบีมนั่นก็คือคนที่ได้ฉายาว่า นัมเบอร์วัน แรคนาน็อค! (No.1 Ragnarok)”

[ยาน WG130 – อีกสิบนาทีถึงยานแม่มอชชินนี่]

“เข้าใจแล้วค่ะ...”

นานามิพยักหน้ารับคำตอบจากวอปลายทางจากยานแม่ก่อนที่จะบอกทุกๆ คนที่เอาปืนจ่อตัวเมงุมิในชุดเพาเวอร์สูทน้อยชิ้นที่แผ่นหลังมีไรเฟิลสไนเปอร์แนบอยู่ นานามิเอ่ยดังบอกคำตอบ

“ทางยานแม่บอกมาแล้วว่าเป็นเรื่องจริง”

และแล้วปืนทุกกระบอกก็ลดระดับลงแยกย้ายกันไปและเหมือนได้ยินเสียงบ่นว่าเสียดายอดแก้แค้นด้วย เมงุมิเอ่ย

“ทุกคนน่าจะคิดได้ตั้งแต่ที่ดิฉันช่วยยิงเนโอไททันสไปเดอร์ให้กับช่วยคุณนานามินะคะ”

“เราแค่ไม่ประมาทไว้ก่อน ต้องขออภัยคุณด้วยที่เสียมารยาท” นานามิก้มหัว

“ไม่หรอก ไม่ต้องให้อภัยก็ได้ค่ะเพราะถึงยังไงมันก็เป็นความผิดที่ตัวฉันอยู่ดีที่ปล่อยให้เกิดเรื่องนั้นไปได้”

เมงุมิหมายถึงเรื่องที่หุ่นยนต์รบของเธอบนเกาะโดนดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ควบคุมแล้วไปเล่นงานคนของเวิลด์เจเนอรัลแทน นานามิเข้าเรื่องต่อไป

“ถึงอย่างงั้นเราไม่สามารถปล่อยคุณไปเพราะได้รู้ถึงความลับอันนั้นแล้ว”

“ความลับ?”

“นั่นไง”

นานามิมองไปทางเฟลิกซ์ที่สลบอยู่บนที่นั่งข้างผนังยานโดยมีเฟียน่านั่งเฝ้าอยู่ซึ่งอาการพ้นขีดอันตรายไปแล้ว เมงุมิเลิกคิ้ว

“แล้วไงคะ? เรื่องนั้นดิฉันทราบดีอยู่แล้ว”

“หา!? เธอพูดเรื่องอะไร?” นานามิร้องเสียงหลง “เรื่องนี้แทบไม่มีใครรู้เลยนะ!? อย่ามาทำเป็นอ้างหน่อยเลย ซึ่งยังไงซะคุณต้องคุมตัวไปให้วิคตอเรียจะจัดการยังไงต่อไปเพราะถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนสำคัญของพันธมิตร แต่เราไม่มีการละเว้นเรื่องล่วงรู้ความลับนี้โดยเด็ดขาด”

“หึๆ คุณกับดิฉันมันค่อนระดับกันค่ะ คุณคิดว่าชื่อฉายาของคุณเฟลิกซ์ได้มายังไงคะ”

เมงุมิวางท่าเหนือกว่าจนนานามิแปลกใจ

“ชื่อฉายา? ไอ้แรคนาร็อคนั่นเหรอ!?

“ไม่เชื่อก็ลองถามนายใหญ่ของคุณดูสิคะ”

คำท้าที่นานามิรับไว้ทันทีแล้ววอหาตัวคนที่รู้ดีที่สุด

“นี่ฉันนานามิ...ต่อสายตรงถึงวิคตอเรียเดี๋ยวนี้...พักผ่อนอะไรอยู่ก็ต่อให้เดี๋ยวนี้! นี่เรื่องเร่งด่วน!...นี่...วิคตอเรียน่ะ...ที่ว่าคนจากไฮเทคอัพเปอร์ที่ชื่อว่าเมงุมิรู้เรื่องความลับของเฟลิกซ์มาก่อนอยู่นี่จริงไหม...หา!? เป็นงั้นไปได้ไง?...เรื่องมันยาว!? เล่าเดี๋ยวนี้ตรงนี้ก็ได้!...นี่เรื่องสำคัญของเพื่อนฉันเฮ้ย!—

นานามิก็คุยยาวกับคนปลายสายไป เมงุมิจ้องมองไปที่เฟลิกซ์และเฟียน่าที่ทั้งคู่ตาหลับลึกอย่างอ่อนล้าแล้วคิดถึงเรื่องราวต่อจากนี้ไปที่ทำให้เธอยิ้มอย่างพึ่งพอใจ

จากนี้คงต้องฝากเนื้อฝากตัวทำความรู้จักกันยาวๆ นะคะ ผู้ใช้พลังจิตระดับสูงทั้งสอง


53 ความคิดเห็น