ตอนที่ 81 : Ch.73 Awakened! IV - [คริสตัลชายน์/คริสตัลฟอร์ - ขุมพลังที่ต่างกันสุดขั้ว!] - ตอนแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 60


Crystalfall: Awakened!

คริสตัลฟอร์: อเวกเกน!

Ch.73 Awakened! IV

[คริสตัลชายน์/คริสตัลฟอร์ - ขุมพลังที่ต่างกันสุดขั้ว!]

ตอนแรก

[26/05/2055 - 17:39 UTC+8]

[Area CH-3, Warning-Zone, ยานแม่มอชชินนี่, ศูนย์บัญชาการ]

คริสตัลฟอร์...

เมื่อหลายวันก่อนเป็นวันเดียวกับที่ติดต่อกับเฟลิกซ์ในโลกเสมือนได้นั้น ข้อมูลที่เฟลิกซ์ได้ให้มันมีชื่อของโลกเสมือนด้วยว่า [คริสตัลฟอร์] วิคตอเรียที่ได้ยินคำๆ นี้ทำให้เธอกังวลใจขึ้นมาแต่ก็หวังไว้ว่ามันจะไม่เป็นจริงเพราะชื่อมันเหมือนของอย่างหนึ่งที่อยู่ในลิสต์อันตรายต้องกำจัด

แต่จนถึงตอนนี้ที่นำกองทัพบุกทะลายแนวป้องกันชั้นแรกและแจมเมอร์ใกล้กับดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ได้เลยสามารถใช้ดาวเทียมและเครื่องสแกนระยะไกลในพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างของดาร์คไซเบอร์ทำให้เจอคำตอบที่ชวนตะลึง ในอาคารหลังคาเปิดที่มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์อยู่นั้นภายใต้มีแร่พลังงานสีแดงที่หายากสุดๆ อย่างคริสตัลฟอร์จำนวนมหาศาล

หากให้บอกว่า [คริสตัลฟอร์] คืออะไรต้องทำความเข้าใจ [คริสตัลชายน์] ซะก่อน

คริสตัลชายน์ (Crystalshine) คือผลึกแร่ที่มีความคล้ายกับคริสตัลที่มักจะใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งแต่มีความแตกต่างตรงที่ภายในผลึกแร่นั้นมีการไหลเวียนของพลังงานประหลาดสีฟ้าอยู่ เพียงก้อนเท่ากำมือก็สามารถใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งเมืองได้เป็นปีๆ และเมื่อมันมีพลังมหาศาลขนาดนั้นเลยเป็นที่ต้องการมากมาย แต่ส่วนมากแล้วเป็นเวิลด์เจเนอรัลที่ผงาดชนะสงครามโลกครั้งที่สามแล้วได้เป็นใหญ่โดยใช้เจ้าคริสตัลชายน์นี้เป็นตัวแปรหลักในการทำสงครามโดยที่ฝ่ายอื่นไม่มีมัน...ถ้าพูดให้ถูกไม่มีใครรับรู้ตัวตนของ [คริสตัลชายน์] ในตอนนั้นเลยจนกระทั่งทางเวิลด์เจเนอรัลเปิดเผยภายหลังสงครามว่าใช้เป็นพลังงานแก่ยาน, อาวุธ, หุ่นยนต์, ฐานทัพ ฯลฯ และอีกความลับหนึ่งที่มีคนรู้น้อยมากก็คือคริสตัลชายน์มันตอบรับแก่มนุษย์ที่มีพลังจิตหรือพีทู...วิคตอเรียไม่แน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่พระเจ้าหรือในอีกนามหนึ่งว่า [เอเลี่ยน] สร้างไว้คู่กับมนุษย์ที่มีพลังจิตหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือคริสตัลชายน์มันเพิ่มพูนพลังให้แก่คนใช้พีทูอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่งหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม

ส่วนคริสตัลฟอร์นั้นเป็นอีกชื่อเรียกของ [คริสตัลชายน์] ที่มีความหนาแน่นของพลังงานมมากกว่าตัวปกติของคริสตัลชายน์หลายร้อยเท่าโดยวัดจากขนาดคริสตัลทั้งสองที่มีขนาดเท่ากันและหายากกว่าเป็นหนึ่งส่วนล้านของคริสตัลชายน์เลยก็ว่าได้ ซึ่งลักษณะเบื้องต้นเหมือนจะดีกว่าตัวปกติหลายเท่าแต่ที่ทำให้วิคตอเรียขึ้นบัญชีดำก็คือการดูดกลืนด้วยตัวของมันเองของคริสตัลฟอร์ มันจะค่อยดูดกลืนพลังงานจากคริสตัลชายน์ไปจนหมดเกลี้ยงและยังรวมถึงสิ่งที่มีชีวิตด้วย คนที่อยู่ใกล้มันจะมีปฏิกิริยาเหม่อลอยแล้วเดินเข้าหาคริสตัลฟอร์เหมือนกับคนถูกสะกดจิต พอใช้มือหรือร่างกายส่วนไหนก็ได้แตะโดนคริสตัลฟอร์ คนๆ นั้นจะมีอาการเจ็บปวดทุรนทุลายก่อนที่เลือดทั้งตัวจะพุ่งออกไปหาคริสตัลฟอร์แล้วซึมเข้าไปในผลึกราวกับมันเป็นหลุมดำแต่ถ้าให้พูดแบบฉบับสยองขวัญหน่อยก็เหมือนกับปีศาจที่คอยดื่มเลือดสดๆ จากมนุษย์ยังไงอย่างงั้น ส่วนเรื่องดึงพลังออกมาใช้นั้นไม่สามารถทำได้เลยแม้จะทำให้ส่วนคุ้มกันภายนอกผลึกแตก มันก็จะสลายหายไปดื้อๆ เพราะเหตุนี้มันเป็นของอันตรายอย่างมากที่วิคตอเรียอยากให้มันหายไปหมดโลกซึ่งมักจะพบซ่อนอยู่ในผลึกคริสตัลชายน์จำนวนมากอีกที

และนั่นทำให้วิคตอเรียไม่เข้าใจว่าดร. ดิไวน์หาทางทำยังไงดึงพลังออกมาใช้ให้กับดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ได้ยังไง ถึงจะอยากรู้วิธีการดึงคริสตัลฟอร์มาใช้แต่อันตรายมากเกินไปและการมีกองทัพของไฮเทคอัพเปอร์กับสาธารณชนที่ติดตามมาด้วยทำให้เสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยความลับของมันเลยเลือกที่จะทำลายให้สิ้นซากแทน

สุดท้ายแล้วเรื่องที่โลกเสมือนที่ถูกตั้งชื่อให้เหมือนกับแท่งคริสตัลสีแดงนั้น...วิคตอเรียพอที่จะเดาได้ว่าที่ตั้งชื่อแบบนั้นเพราะสุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จะจบลงท้ายด้วยการกลายเป็นเครื่องบูชายันแก่คริสตัลฟอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์อีกที...

คริสตัลชายน์ – คริสตัลฟอร์

สองขุมพลังนี้ที่ทำให้วิคตอเรียเป็นกังวลมาตลอด คริสตัลชายน์ยังพอที่จะควบคุมและดูแลได้ แต่คริสตัลฟอร์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แผนก้าวต่อไปของเวิลด์เจเนอรัลดำเนินช้าไปมากแถมตอนนี้ก็ถูกคนทั้งโลกจี้ให้ใช้นิวเคลียร์จัดการดาร์ดไซเบอร์เอลฟ์ทันทีเลยด้วยเพราะว่าตัวประกันที่จะช่วยนั้นได้ตายเกือบทั้งหมดแล้ว

หลังจากจบเรื่องนี้คงต้องเช็คทั้งโลกใหม่อีกรอบ...ดีไหม

วิคตอเรียเหม่อคิดลอยอย่างเป็นกังวลจนกระทั่งโอเปอเรเตอร์คนหนึ่งแจ้งสถานการณ์

“เกาะ!! เกาะมันหยุดลอยขึ้นแล้วค่ะ!!!

“หยุดลอย!?

“ตัวเกาะมันไม่เพิ่มระดับสูงขึ้นแล้วค่ะ! หยุดอยู่ที่ความสูงห้าพันฟิต!

โอเปอเรเตอร์ย้ำให้เข้าใจ วิคตอเรียกัดฟันหรี่ตาดูภาพเกาะดิไวน์ที่หยุดนิ่งกลางอากาศก่อนที่จะบอกปลายสายที่เชื่อมต่ออยู่

“เรด เฟลิกซ์...พวกเธอเหลือเวลาไม่มากแล้ว”

[ในขณะเดียวกัน - หน้าทางเข้าด้านหลังของตึกที่มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์]

[Area CH-3, Warning-Zone, เกาะดิไวน์]

“แล้วมันเหลือเท่าไหร่?”

เสียงเรดบ่นผ่านเครื่องสื่อสารแต่บังเอิญว่าเข้าระยะแจมเมอร์หรือตัวรบกวนสัญญาณพอดี ตอนนี้พวกเธอได้มาอยู่หน้าทางเข้าของตึกขนาดกว้างใหญ่ที่มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ที่เป็นมวลกลมสีดำลอยอยู่เหนือหัวขนาดยักษ์ การที่พวกเธอมาอยู่ ณ ตรงนี้ได้อย่างรวดเร็วเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเพราะไม่มีหุ่นยนต์ขัดขวางหรือป้อมปืนโจมตีเลยจะมีแต่ยานรบของเวิลด์เจเนอรัลที่บินทิ้งระเบิดผ่านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก พอยานบินนั่นโจมตีใส่ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ก็มีบาเรียขนาดใหญ่ปกป้องอยู่และถูกไล่ยิงกวดจากป้อมปืนที่อยู่คนละฝั่ง

ซึ่งไม่เหมือนกับทางที่พวกเธอยู่ มีแค่ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ตรงหน้ามันถูกปิดไว้อยู่และทางซ้ายมีประตูบานเล็กที่เหมือนจะเปิดเข้าไปเองได้ ไม่มีอะไรคุ้มกันทั้งนั้น

“แล้ว...ทางไหนละ?” เฟลิกซ์ถาม

“รอสักครู่ค่ะ” เดซี่เดินก้าวข้างหน้าแล้วยืนหยุดนิ่งมองไปรอบๆ ตึก ดวงตาของเธอมีอะไรบางอย่างกำลังทำงาน “ทางซ้ายเป็นทางขึ้นไปยังชั้นสองและสามที่คล้ายสำนักงานบางอย่าง แต่ที่น่ากังวลมากๆ คือหลังประตูบานใหญ่ข้างหน้านี้มี—”.

เดซี่ยังพูดไม่ทันจบ ประตูบานใหญ่เท่าประตูโกดังถูกเลื่อนยกเปิดขึ้นให้เห็นดวงตาจักรกลสีแดงคู่มากมายภายในตึกแห่งนั้น พวกหุ่นยนต์รบที่เป็นกองทัพยืนรอต้อนรับแขกที่รอคอยโดยไม่โจมตีราวกับว่า [ต่อให้] ยังไงอย่างงั้น

“หึๆๆ ดูถูกกันชัดๆ” เรดเตรียมบังคับหุ่นเข้าสู้

“เยอะไปแล้วมั้ง!!” เฟียน่าตกใจแต่ก็เรียกพีทูรวมแสงของตนเองเป็นพลาสม่าลูกระเบิดสามลูกเตรียมรอไว้

“มิน่าตลอดทางถึงได้ไม่เจอสักตัว! แบบนี้ฉันไม่เอาด้วย!!” นานามิที่เนื้อหนังอ่อนที่สุดในทีมวิ่งไปอยู่หลังหุ่นที่เรดบังคับ

“ตอนนี้ให้ฉันกวาดพวกมันก็ได้เลยนะ”

เฟลิกซ์ยกมือทางเดียวที่มีอยู่ไปเบื้องหน้าเตรียมที่จะใช้พีทูที่ได้เพิ่งพลังจากคริสตัลชายน์มา แต่เดซี่เอ่ยขัด

“ดิฉันแนะนำว่าแยกกลุ่มกันเถอะคะ ให้ตัวดิฉัน นานามิและเฟียน่าไปทางเข้าประตูซ้าย ส่วนพวกคุณสองคน...ลุยกันได้ตามสบายเลยนะคะ”

“หือ!? ให้ฉันแยกกับแม่เนี่ยนะ!?” เฟียน่าโวย

“ดีแล้วเฟียน่า” เฟลิกซ์เห็นด้วย “ไปกับสองคนนั้นหน่อยเพราะทางนี้มีแค่สองคนก็เกินพอแล้ว”

“เอ่อ...ก็ได้ค่ะ” เฟียน่าเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจสักเท่าไหร่

“แล้วให้ไปเจอกันตรงไหน!?” นานามิถาม

“เส้นทางทั้งสองสามารถไปบรรจบที่ตรงกลางที่คล้ายสนามฟุตบอลค่ะ” เดซี่ที่สแกนแผนผังในตึกมาบอก

“ขอทวนภารกิจ...” เรดสั่ง “เรากับเฟลิกซ์จะไปช่วยคนที่ชื่อว่า [อันนา] ส่วนพวกเธอไปที่สำนักงานหรือที่ไหนก็ได้ที่มีข้อมูลพวกดาร์คไซเบอร์เอลฟ์กับดร.ดิไวน์แล้วเอามาให้หมด!

ทุกคนพยักหน้ารับรู้กันดีจะมีแต่นานามิที่รู้สึกอยากจะต่อต้านคำสั่งแม่บุญธรรมตัวเอง แล้วกลุ่มสามคนที่มีเฟียน่า นานามิและเดซี่ก็วิ่งราบทางซ้ายเข้าประตูบานเล็กของตึกไป

เรดถามเฟลิกซ์เรื่องหนึ่งก่อนที่จะลุย

“นี่เธอ...พอรู้ไหมว่าทำไมเจ้าดร.ดิไวน์ถึงได้ให้พวกหุ่นยนต์ที่ป้องกันตามทางแนวตะวันออกเฉียงใต้มารวมตัวรอในตึกนี้? มันแปลกประหลาดมาก...อย่างกับเด็กที่อยากจะเล่นกับเธอ”

เฟลิกซ์เลิกคิ้วหน้ามุ้ยก่อนที่จะตอบ

“มันก็ตั้งแต่ในโลกเสมือนแล้ว เหมือนเด็กเอาแต่ใจอยากจะแกล้งฉันท่าเดียวแล้วยืนดูหัวเราะอยู่ห่างๆ”

“เหอะ อย่างงั้นเหรอ...เป็นคนที่มีความคิดเด็กที่มีของอันตรายเหนือหัวซะด้วย...เอาเลย!!!

เรดเลิกใส่ใจแล้วขับหุ่นพุ่งเข้าหาศัตรูทันที เฟลิกซ์เริ่มใช้พีทูยิงพลาสม่าสนับสนุนและใช้สร้างบาเรียป้องกันตนเองจากกระสุนอีกฝ่ายด้วยก่อนที่จะสวนด้วยการเสกลำแสงพลาสม่าที่ปล่อยจากฝ่ามือของเธอ ในหัวเธอนึกถึงคนที่อยู่ในโลกเสมือน

ทุกคน...ฉันจะแก้แค้นให้เอง

และยังมีอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

อันนา! ฉันจะช่วยเธอให้ได้!

[สิบห้านาทีต่อมา]

“โอ้ว!! สุดทางยาวมีป้อมปืนกลสองกระบอกดักอยู่ค่ะ!

เดซี่ที่ชะเง้อหน้าออกไปดูจากมุมหักศอกเกือบหลบกระสุนป้อมปืนกลไม่ทัน กระสุนตะกั่วนับร้อยพุ่งไปฝังกำแพงแทน นานามิที่ช่วงดึงตัวกลับมาตะเบงถาม

แล้วเธอจะโผล่หัวออกไปให้มันยิงทำไม!? เธอใช้สแกนได้นี่!?

“มันใช้อะไรสักอย่างรบกวนค่ะ” เดซี่บอก “ทำให้สแกนไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไรคะ รู้ว่ามีอยู่เท่านั้น”

“แล้วป้อมปืนมันอยู่ห่างจากตรงนี้กี่เมตร? ถูกติดพื้นหรือห้อยจากเพดาน”

เฟียน่าที่ยืนอยู่ข้างหลังสุดถาม เดซี่หลับตาลงคำนวณโดยใช้ภาพสแกนและที่เห็นด้วยตาตัวเองเมื่อคู่มาเทียบ

“ป้อมแรกติดพื้นที่เก้าเมตรสูงครึ่งเมตร ป้อมสองบนเพดานสิบเมตรและยื่นลงมาศูนย์จุดเจ็ดห้าเมตร”

“ไม่ยาก”

เฟียน่าบอกชิวๆ แล้วตั้งสติสร้างพลาสม่าเหมือนกับที่แม่ของเธอทำขึ้นมาเป็นลูกกลมๆ สองลูกที่ลอยอยู่เหนือแล้วกระตุกนิ้วชี้ให้พลาสม่าทั้งสองลูกไปข้างหน้าก่อนที่จะกระตุกนิ้วไปทางซ้ายให้พลาสม่าทั้งสองพุ่งไปหาป้อมปืนทั้งสอง

ตูม! ตูม!

ซากป้อมปืนบางส่วนกระเด็นมาตกอยู่ข้างๆ พวกเขาด้วยแรงระเบิด นานามิหัวเราะแห้งๆ แล้วมองดูข้างล่างที่มีซากหุ่นยนต์จู่โจมเจ็ดตัวที่ถูกเฟียน่าใช้พีทูซัดครั้งเดียวเข้าจุดตายหมอบและอีกสามด้วยที่เธอกับเดซี่ยิงซ่อมให้

ความแม่นยำพีทูของเฟียน่ากินขาดกว่าเฟลิกซ์เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย

ครืนนนนนนนนนนนนนนน...

ตัวอาคารสั่นโคลงเคลงมีคราบฝุ่นที่เกาะอยู่โดยรอบฟุ้งลงมาซึ่งทำให้พากันคิดว่าที่นี่ไม่เคยทำความสะอาดหรือไม่เคยมีมนุษย์อยู่กันแน่ก่อนที่จะได้ยินเสียงระเบิดเบาๆ หลายครั้งเหมือนอยู่ที่ๆ ห่างไกล

“เสียงนั่น...ฝีมือแม่!?” เฟียน่าสงสัย

“ไม่หรอก” นานามิส่ายหัว “น่าจะเป็นพวกกองบินพวกเราที่เริ่มไล่ต้อนแนวป้องกันดิไวน์ หึ...เวลาเหลือน้อยอย่างที่วิคตอเรียว่าจริงๆ”

“คงต้องรีบรุกหน้าไปยังพื้นที่ภารกิจแล้วค่ะ”

เดซี่เห็นด้วยแล้วจะเดินนำแต่นานามิรั้งไว้

“นี่เดซี่...เธอทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ขึ้นทุกทีนะ”

“เอ๊ะ!? เป็นแบบนั้นเหรอคะ?” เดซี่ทำหน้าแปลกใจ “คงจะเพ่งใช้ผลประมวลวิเคราะห์มากไปเลยเผลอลดตรงส่วนความเป็นมนุษย์ค่ะ”

“เผลอ!?”

เรพลอยด์หุ่นยนต์เนี่ยมีเผลอด้วย?

นานามิประหลาดใจก่อนที่จะสลัดความคิดนั้นแล้วรีบเดินตามทั้งสองคนที่วิ่งนำอย่างระวังไป ก่อนที่จะไปหยุดที่บานประตูเลื่อนไม่ใหญ่นัก นานามิถาม

“ข้างในมีพวกมันอยู่ใช่ไหม”

“รอต้อนรับพรมแดงเลยค่ะ”

เดซี่เปลี่ยนน้ำเสียงแล้วหลิ่วตาให้ตามคำบอก นานามิรู้สึกแหม่งๆ

“นี่เธอจู่ๆ มาทำตัวแบบนี้มัน—”

“กี่ตัว” เฟียน่าถาม

“อย่างต่ำสามสิบประทับปืนพร้อมยิงด้วยค่ะ” เดซี่อธิบายแล้วยื่นมือขวาออกไปข้างหน้าแล้วมีบาเรียโล่สีฟ้าขึ้นมาเป็นรูปตัวยูที่คลุมรอบข้างตัวอีกสองคนที่เหลือด้วย “คุณเฟียน่าใช้พีทูยิงโค้งขึ้นมานะคะเพราะโดนบาเรียของดิฉันอาจจะทำให้เจ๊งได้ ส่วนคุณนานามิ—”

“เปลี่ยนรูปแบบยิง รู้น่า...แต่เดซี่มันไม่สบายหูนะเฮ้ย จะสุภาพจะเล่นๆ เอาซะอย่าง”

“คุณกังวลเรื่องนี้มากกว่าเรื่องในตอนนี้เหรอคะ?”

“ก็มัน—เฮ้อ พอๆๆ ไม่ต้องพูดอีก!

นานามิผลักประเด็นเรื่องนั้นทิ้งไปอย่างเร็วเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะพูดตอนนี้เลย

อยากจะบ้าตาย...ป่านนี้ยัยเพื่อนบ้านั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ

“ฉันพร้อมแล้ว”

เฟียน่าสร้างลูกพลาสม่าไว้สามลูกเหนือหัวแล้วบอก เดซี่บอกถึงเป้าหมายที่พาพวกเธอมายังที่นี่อีกครั้ง

“จำไว้นะคะ ว่าเราต้องขึ้นไปอีกสองชั้นเพื่อไปยังห้องที่คาดว่าน่าจะเป็นสำนักใหญ่และน่าจะมีข้อมูลสำคัญในการควบคุมหรือทำลายดาร์คไซเบอร์เอลฟ์นี้—”

“ไม่ต้องย้ำเป็นรอบที่สิบก็ได้”

ทั้งเฟียน่ากับนานามิบอกอย่างเหนื่อยๆ เดซี่หัวเราะแก้เขิน

“ถ้าอย่างงั้นดิฉันจะลุยเปิดทางเข้าไปแล้วนะคะ นับห้า สี่ สาม สอง...ไป!!!

[ในขณะเดียวกัน ณ ห้วงอวกาศ]

[เจ้าหน้าที่อวกาศนายหนึ่ง]

[ดาวเทียม WG-Sat72, เคลื่อนที่บนวงโคจรเหนือมหาสมุทรอินเดีย]

WG Control: Sat72 ได้ยินไหม? นี่คือศูนย์สั่งการดับเบิลยูจี...มอชชินนี่ต้องการสัญญาณภาพจากกล้องตัวไหนก็ได้ที่เห็นพื้นที่ปฏิบัติสีแดงแถวทะเลจีนใต้...น่าจะอยู่ทางซีกโลกมืดของคุณ

WG Control: ขยับทางขวาอีกเล็กน้อย...นั่นแหละ...มอชชินนี่คุณได้รับสัญญาณภาพนี้ไหม

Moshchnyy Command: รับทราบ...สัญญาณภาพชัดเจน

Moshchnyy Command: Sat72 มองวัตถุลำแสงเหนือทะเลจีนใต้ไว้ เรากำลังทำงาน

WG Control: มอชชินนี่ วันนี้ไม่มีตารางส่งดาวเทียมหรือเสบียงขึ้นวงโคจรนี่ครับ?

Sat72: นี่คือ Sat72 วัตถุที่คุณให้จับตามองมันเริ่มแตกตัวเป็นหลายเส้นลงสู่พื้นที่สีแดง...หือ!? มีอันหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!?

Moshchnyy Command: ดับเบิลยูจี Sat72 มอชชินนี่ เตรียมความพร้อมไว้ เรากำลังงานเข้าละ

WG Control: มอชชินนี่ นี่คือศูนย์สังการดับเบิลยูจี ขืนวัตถุนั่นยังเข้าใกล้ Sat72 มากกว่านี้ อาจจะ--

WG Control: Sat72 ถูกทำลายแล้ว...ขอย้ำ! Sat72 ถูกทำลายแล้ว!

[ทางประตูหลักของสถานที่ๆ มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์]

“มันมีกี่พันตัวกันแน่!? ฉันเป็นมือสังหารไม่ใช่พลทหารแรมโบ้!!

เรดที่สุขุมมาตลอดเริ่มโวยวาย ส่วนเฟลิกซ์ใช้พีทูสร้างพลาสม่าเป็นโล่ให้ตัวเองกับหุ่นที่เรดบังคับอยู่และโจมตีด้วยลำแสงอย่างระมัดระวังเป็นระยะแต่พื้นที่ว่างที่เกิดจากหุ่นยนต์พวกนั้นล้มลงไปหรือสลายหายไปก็ถูกเต็มเติมจากภายในอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าทั้งสองคนยังอยู่ตรงประตูทางเข้าไม่ขยับเข้าไปเลยแม้แต่น้อยมาหลายนาทีแล้ว

“เฟลิกซ์! ใช้พีทูลูกใหญ่กวาดพวกนี้ให้หมดไปเลย!

“ไม่ได้! ขืนทำแบบนั้นอาจจะถูกอันนาไม่ก็ตึกพังถล่มโดนพวกเราด้วย!

“ชิ!! เพราะเป็นอีแบบนี้เราถึงได้เกลียดนัก ภารกิจช่วยเหลือคนเนี่ย!

เรดบ่นไปบังคับมือซ้ายหมุนกวางพวกหุ่นยนต์ถือเซเบอร์ที่ใช้คริสตัลชายน์เป็นแก่นพลังที่จะเข้ามาทำลายบาเรียให้กระเด็นล้มไปเป็นแนวขวางทางตัวอื่นก่อนที่จะสาดกระสุนมินิกันที่มีอยู่สี่กระบอกบนแขนทั้งสองข้างใส่ไม่ยั้งมีผลแต่กลุ่มแนวหน้าของหุ่นยนต์ล้มครืนลงมาแล้วถูกเติมจากแนวหลังของมันทันทีทันใดยิ่งทำให้เรดหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

“ถ้ารู้ว่าจะกลายเป็นแบบนี้พกระเบิดมาเยอะๆ!

“เวลาที่เธอสติแตกปากยังมากเหมือนเดิมเลยนะ”

 เฟลิกซ์พูดถึงเรื่องวันวานหลายสิบปีก่อนสมัยที่ยังอยู่กับเรดในทีมเฮฟเว่นพันนิชเชอร์ก่อนที่เจ้าตัวจะไปยืนหน้าหุ่นเรดแล้วปลดบาเรียออกและเหวี่ยงมือขวาเป็นครึ่งวงกลมโดยที่มีพลาสม่ารูปเสี้ยวจันทร์สีทองที่เกิดขึ้นจากพีทูของเธอถูกปล่อยขยายใส่หุ่นยนต์เต็มพื้นที่ ราวกับมันเป็นใบมีดที่ตัดเหล็กได้พวกหุ่นยนต์ของดิไวน์โดนผ่าครึ่งตัวล้มลงกันหมด ส่วนพลาสม่าเสี้ยวจันทร์ที่กำลังจะกระทบตัวอาคารนั้นเธอรีบบังคับให้สลายตัวไปก่อนเพื่อไม่ให้อาคารทรุดลง

“ชิ ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบแล้ว” เรดบ่น

“ท่าจะยังไม่จบง่ายๆ”

เฟลิกซ์บอกตามภาพที่เห็นเบื้องหน้าที่มีเหล่าหุ่นยนต์วิ่งกรู่ออกมาอย่างกับซอมบี้ที่วิ่งแข่งกีฬาโอลิมปิค ทั้งคู่รีบใส่ทุกอย่างเท่าที่มีเพื่อไม่ให้พวกมันเข้าถึงตัวอีกครั้ง

ขืนยังเป็นแบบนี้อีกต่อไปละก็...

“เฟลิกซ์!! เอาแบบตะกี้อีกรอบ!

จะทำยังไงดีนะ...

เดี๋ยวสิ...จำได้ว่าสมัยก่อนเคยมีเรื่องทำนงนี้

“เรด! จำภารกิจที่เราเคยทำกันที่เหมืองคริสตัลชายน์แถวๆ Area-EU ได้ไหม”

“เหมืองคริสตัลชายน์ Area-EU!? จำได้! ตอนนั้นเราโดนกดดันอย่างหนักจนเธอต้องใช้พีทูทำให้ตัวเองล่องหนแล้วลอบเข้าไปทำลายแนวหลังนั่น—เฮ้ย! อย่าบอกนะว่า—”

“คราวนี้ช่วยเป็นตัวล่ออีกทีนะ!

เฟลิกซ์พยายามทำเสียงให้น่ารักแต่เจ้าตัวที่อยู่ในหุ่นกำลังตกใจอย่างแรงและยังไม่ทันที่จะห้ามเฟลิกซ์ก็ปลดบาเรียที่สร้างจากพีทูออกแล้วชูมือขวาขึ้นโดยที่รอบมือของเธอมีพลาสม่าไหลเวียนจนเป็นดวงก่อนที่จะทุบกับพื้นจนเกิดระเบิดควันโขมง เรดที่บังคับตัวหุ่นให้ถอยออกจากหน้าประตูทางเข้าหลบแรงระเบิดของเฟลิกซ์ได้เฉียดฉิว

“เฟลิกซ์! ฉันไม่ถนัดเรื่องแบบนี้นะโว้ย! คราวนั้นก็เคยบอกไปแล้ว!!

เรดตะโกนบนผ่านลำโพงที่ติดตัวหุ่นและจ้องมองควันที่ค่อยๆ สลายหายไปเหมือนกับเฟลิกซ์ตอนนี้หายไปแล้วเช่นกัน เหลือแต่เหล่าหุ่นยนต์ของดิไวน์ที่จ้องมองเธอคนเดียว

ชิ...ยัยนั่นใช้พีทูหักเหแสงกับตัวเองแล้วทำไมถึงไม่เผื่อมาใช้กับฉันบ้างละห๊ะ!!!

เธอขยับเครื่องสื่อสารข้างหูแล้วกดส่งต่อไปหาตัวเฟลิกซ์โดยตรงก่อนที่จะโดนพวกหุ่นยนต์ดิไวน์กว่าพันตัวไล่ล่า

“จำไว้เลยนะเฟลิกซ์!!!!

[สิบนาทีต่อมา มุมมองของเฟียน่า]

[อาคารที่มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์, ชั้นสามที่เป็นสำนักงานของอาคาร]

“กับดัก...”

นานามิเอ่ยอย่างมั่นใจสุดๆ กับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า มันเป็นรูปปั้นหน้าของดิไวน์ขนาดใหญ่ที่ดวงตาทั้งสองมีบางอย่างเปล่งแสงสีแดงอยู่เหนือประตูสองบานโดยมีซากหุ่นยนต์ของดิไวน์กว่าสามสิบตัวที่พวกเธอเพิ่งจะสอยมันลงนอนเกลื่อนห้องโถงเล็กนี้ เดซี่ใช้ดวงตาของเธอสแกนหาความผิดปกติ

“ไม่พบเจอสิ่งอันตรายค่ะ”

“แน่ใจเหรอ?” นานามิย้อน “ก่อนหน้านี้เธอยังบอกเลยว่าตรวจอะไรไม่ค่อยจะได้เพราะพวกมันมีปล่อยคลื่นรบกวน”

“แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรรบกวนเลยค่ะ ภายในห้องนั้นเป็นแค่ห้องทำงานของใครบางคนเท่านั้น”

“ก็คงจะเป็นเจ้าด็อกเตอร์ที่ทำให้แม่ฉันแขนขาดนั่นแหละ!!!

จู่ๆ เฟียน่าตะคอกที่มากไปด้วยความแค้นและใช้พีทูสร้างพลาสม่าสองลูกยิงใส่ดวงตารูปปั้นทั้งสองจนรูปปั้นหน้าของดิไวน์ระเบิดเป็นจุนแล้วเธอก็กุมเข่าหอบเหนื่อย

“เฟียน่า!? เธอ—” นานามิเป็นห่วง

“ยังไหว...แค่เผลอใส่อารมณ์มากไปหน่อย”

“รีบไปต่อเถอะคะ”

เดซี่ยกปืนขึ้นเล็งเดินนำไปที่หน้าประตู นานามิกับเฟียน่ารีบไปประกบซ้ายขวาผนังข้างประตู เดซี่พยักหน้าให้สัญญาณแล้วถีบประตูทั้งสองเปิดเข้าไปและประทับปืนเตรียมยิงทุกอย่างที่เคลื่อนไหวแต่ในห้องไม่มีใครอยู่เลย มันเป็นห้องทำงานที่ถูกตกแต่งลายไม้มีเตาพิงปลอมที่เป็นภาพฉาย โซฟากับพรมหนังสัตว์และมีชั้นหนังสือริมผนังซ้ายขวากว่าสิบตัว มีโต๊ะทำงานยาวตรงหน้ากับเก้าอี้สำนักงานเบาะสีน้ำตาลที่หันหลังให้อยู่และหน้าต่างยาวกว่าสิบเมตรที่มีแผงประตูเหล็กปิดไว้อยู่มองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างนอก นานามิเห็นว่าไม่มีอะไรเลยให้สัญญาณ

“เคลียร์!

ทั้งสองลดปืนลง เฟียน่าที่เห็นแท็บเล็ตบนโซฟาใกล้เตาผิงเดินไปหยิบขึ้นมาเปิดดูก็มีอัลบั้มภาพโครงการลับของดิไวน์ตั้งแต่เริ่ม มีทั้งภาพตอนขนย้ายอุปกรณ์บางอย่างมายังบนเกาะนี้มีทั้งคริสตัลชายน์สีฟ้าและคริสตัลอีกอย่างที่เป็นสีแดงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพสร้างกองทัพหุ่นยนต์และระบบป้องกัน ภาพแคปซูลจำนวนมากที่ต่างจากของที่ไลฟ์โดมที่มีร่างของใครบางคนที่เหมือนๆ กันทุกแคปซูล

นี่มันอะไรกัน!?

เฟียน่าเปิดไล่ดูรูปต่อไปเรื่อยๆ จนเห็นภาพที่มีแม่ของเธอที่ไร้สติและอาบไปด้วยเลือดจากต้นแขนซ้ายที่หายไป เธอกัดฟันโกรธแล้วระงับมันไว้แล้วเลื่อนดูรูปต่อไปก็เห็นแบบแปลนสร้างดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ ระหว่างนั้นมีเสียงวิทยุดังขึ้นจากอุปกรณสื่อสารข้างหู

“นี่คือวิคตอเรีย! พวกเธอมีใครได้ยินบ้างไหม? ช่วยตอบด้วย”

“ได้ยินค่ะ! ฉันเองเฟียน่า! พังแจมเมอร์แถวดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ได้แล้วสินะ”

“ใช่...สถานการณ์ล่าสุดเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้แยกกันเป็นสองกลุ่มค่ะ” เฟียน่ารายงาน “ฉัน นานามิและเดซี่ลอบเข้ามาส่วนของที่เก็บข้อมูลภายในตึกเป้าหมาย ส่วนคุณเรดกับแม่ฉันบุกทางเข้าหลักอยู่ค่ะ...และก็ตอนนี้ฉันได้เห็นข้อมูลสำคัญแล้วแต่ตัวอุปกรณ์ที่ดูมันแค่เป็นตัวดึงข้อมูลจากที่อื่นเท่านั้น”

“ใช้อุปกรณ์แฮกกิ้งที่ให้ไปเสียบกับอุปกรณ์นั่นซะ แล้วทางนี้จะจัดการโอนถ่ายข้อมูลมาเอง”

“รับทราบค่ะ”

“นานามิได้ยินใช่ไหม เธอเจออะไรบ้าง?”

วิคตอเรียถามหาอีกคน นานามิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนัก

“ค่ะ...เจอตัวดร.ดิไวน์แล้ว”

“ห๊ะ!?

เฟียน่าถึงกับหันควับหานานามิที่มีเดซี่ยืนอยู่ข้างๆ ตรงเก้าอี้สำนักงานหลังโต๊ะทำงานยืนดูสิ่งที่อยู่บนเก้าอี้ อารมณ์ของเฟียน่าที่อัดอั้นอยากจะแก้แค้นให้แม่ก็ลุกโชนอีกครั้งรีบสับเท้าก้าวเดินไปดูแล้วเตรียมพีทูสร้างพลาสม่าบนฝ่ามือไว้เตรียมทำร้ายกันเต็มที่ แต่แล้วเมื่อเดินอ้อมมาเห็นคนบนเก้าอี้แล้วพลาสม่าที่สร้างไว้หายแวบไปทันที

“ดะ...เดี๋ยว!? นี่มัน...อะไรกัน”

คนที่เธอเห็นนั้นเป็นโครงกระดูกของมนุษย์คนหนึ่งที่มีเสื้อกาวน์ขาวสวมอยู่ ดูเหมือนจะตายมาหลายปีแล้ว เฟียน่าตัวอ่อนพิงหน้าต่างข้างหลัง นานามิส่ายหัว

“เฮ้อ...น่าสงสารอยู่หรอก”

“ใช่...ดร.ดิไวน์แน่หรอ!? มันอาจจะจัดฉากให้เข้าใจผิดกันได้”

เฟียน่าค้าน เดซี่ตอบแทน

“ตัวฉันมีข้อมูลร่างกายของดิไวน์ตั้งแต่สมัยที่เขายังทำงานให้กับทรานสมิธ...เมื่อเอามาเทียบรอยฟันและรูปร่างโครงกระดูกแล้ว...95% ชี้ว่านี้คือดร.ดิไวน์แน่ค่ะ”

“แล้วก็บนโต๊ะนี่ด้วย”

นานามิชี้นิ้วให้เฟียน่ามองเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีปากกาวางอยู่ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือว่า

[ผมขอโทษ, ลงชื่อ ดร.ดิไวน์]

“เป็นไปตามที่ดิออลโนว์คำนวณไว้จริงๆ” วิคตอเรียที่อยู่ปลายสายเอ่ย

“อ๋อ หมายความว่ารู้กันอยู่ก่อนแล้ว?” นานามิเริ่มไม่พอใจ

“ไม่...ก็แค่มีความเป็นไปได้จากผลคำนวณเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง แต่ฟันธงเกิน 60% ไม่ได้เลยให้พวกเธอเข้าไปเช็คให้”

วิคตอเรียบอกจุดประสงค์ที่แท้จริง ทำให้ทั้งสามคนต่างรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมามันสูญเปล่ายังไงก็ไม่รู้และดูเหมือนเฟียน่าจะสะกิดใจอะไรได้

“หือ!? เดี๋ยวสิ...แล้วดร.ดิไวน์ที่เห็นกัน...นั่นใครละ!?

[มุมมองของเฟลิกซ์]

[ห้องโถงใหญ่กลางอาคาร]

ประตูเหล็กบานใหญ่ที่เฟลิกซ์สลับสวิตซ์เปิดถูกปิดลงโดยอัตโนมัติหลังจากที่เธอใช้พีทูหักเหแสงแปลงสภาพตัวเองให้ล่องหนแล้วเดินเข้ามาเนียนๆ โดยรอบข้างนั้นเป็นภาพฉายเสมือนจริงที่ฉายภาพที่ราบสูงที่มีสายลมพัดไอหนาวอยู่รอบๆ มันเหมือนกับสถานแห่งหนึ่งในโลกคริสตัลฟอร์

ที่แบบนี้มัน...ที่ลับที่เรย์ลี่กับทอมมี่เคยพาไป

รู้สึกจะเป็นแถวหน้าผาตะวันออกของสถาบันนิวส์ไลฟ์...ที่มองเห็นดินแดนแห้งแล้งของปีศาจ

ไม่ใช่แค่ลมหนาวเท่านั้น ยังมีศพของมนุษย์มากมายที่มีหน้าตาเหมือนกับดิไวน์เป็นพันๆ นอนไร้ชีวิตกระจายไปทั่วยกเว้นทางเดินยาวตรงหน้าที่พาไปยังบัลลังก์ที่นั่งที่มีใครคนหนึ่งนั่งยิ้มอย่างพึ่งพอใจอยู่

ศพพวกนั้น...ของปลอม?

พอคิดแบบนั้นก็เลิกสนใจสิ่งรอบข้างมาโฟกัสคนที่จะเป็นดร. ดิไวน์ที่กำลังลุกขึ้นยืนแล้วกางแขนลั่นวาจาราวกับคนโรคจิต

“ขอต้อนรับสู่แดนสวรรค์ คุณมือวางอันดับหนึ่งแรคนาร็อค เฟลิกซ์ ดิฟเฟอร์!!


53 ความคิดเห็น