ตอนที่ 80 : Ch.72 Awakened! III - [สายสัมพันธ์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ม.ค. 60


Crystalfall: Awakened!

คริสตัลฟอร์: อเวกเกน!

Ch.72 Awakened! III - [สายสัมพันธ์]

[26/05/2055 - 17:20 UTC+8]

[Area CH-3, Warning-Zone, จุดรับตัว, ตะวันออกของเกาะดิไวน์]

“โอเมน...หวังว่าหัวสมองน้อยๆ ของแกคงจะรู้ดีใช่ไหมว่าเรื่องที่ท้ายรถไฟต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...ไม่อย่างงั้นชีวิตแกกับครอบ—”

“คะครับ!! เข้าใจแล้วครับ!

โอเมนผู้ที่ทำหน้าที่แท็งก์เกอร์หรือคนกางบาเรียรับแรงกระแทกตอนที่สู้กับหุ่นยักษ์ก่อนหน้านี้ออกอาการตัวเกรงอย่างมากเพราะดันเห็นความลับที่ไม่ควรจะเห็นเลยโดนนานามิสั่งให้รูดซิบปาก เฟลิกซ์ที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างแคปซูลที่มีเรย์ลี่ดูทั้งสองคนนั้นอยู่ห่างๆ อย่างคิดไม่ตก

เหอะๆ ดีนะที่เจ้านั่นเป็นลูกน้องเก่า

ขบวนรถไฟที่เธอนั่งอยู่นั้นกำลังจะหยุดนิ่งเพราะได้ชะลอความเร็วมาได้สักระยะหนึ่งแล้วเพื่อให้จอดตรงจุดรับตัวที่มีอีกทีมเฝ้าอยู่ เฟลิกซ์ยื่นมือขวาไปข้างหน้าแล้วทำให้นึกถึงเรื่องที่ไลฟ์โดมที่ทำให้เธอสติแตกอีกครั้ง ที่ความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะช่วยทุกๆ คนได้พังทลายหายไปพริบตา...

มือข้างขวาที่ยื่นออกไปอย่างสั่นเกรงต้องรีบกอดตัวเองอย่างไวเพราะร่างกายเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความรู้สึกผิด

ไม่ได้อยาก...ให้เป็นแบบนี้...เลย

เฟลิกซ์เจ็บใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่กลับตาลปัตร ความอ่อนแอตอนนี้ที่เธอเป็นทำให้อยากได้ใครสักคนมาช่วยบรรเทาและไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงได้เห็นทอมมี่อยู่ในสายตาคนแรก แต่ว่า...

เจ้านั่นยังกลัวไม่หายอีกหรอเนี่ย...

ให้ตายสิ ทั้งๆ ที่ฉันน่าจะถูกปลอบก่อนใครแท้ๆ

เฟลิกซ์ยันตัวเองลุกขึ้นเดินไปทางทอมมี่ที่นั่งเข่าอ่อนอยู่ข้างแคปซูลเรย์ลี่ เธอนั่งลงข้างๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดีและสับสนตัวเองด้วย

ทำไมฉันต้องรู้สึกอยากปลอบมันตอนนี้ด้วยเนี่ย...

“ทอมมี่ ทำไมนายถึงกลัวขนาดนี้ละ? ในคริสตัลฟอร์นายเข็มแข็งกว่านี้นิ?”

“ไม่รู้...เหมือนกัน...ครับ...” ทอมมี่เอ่ยช้าๆ “ในโลกเสมือนนั่นผมไม่ค่อยจะรู้สึกอะไร แต่ไม่รู้ทำไมโลกจริงๆ นี่ถึงกลัวเหมือนเยี่ยวจะราด แต่ตอนที่อยู่ในโดมนั่น...ตอนที่ทุกๆ คนตายต่อหน้ากลับไม่ค่อยรู้สึกอะไร...มันแปลกคนมากใช่ไหมครับ? ผมมันเห็นแก่ตัวใช่ไหม”

หลายคำถามทีเอ่ยออกมา เฟลิกซ์ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาถามเธอหรือถามตัวเองเพราะทอมมี่ไม่ได้มองที่หน้าเธอเอาแต่ก้มอย่างเดียว จู่ๆ ก็มีหนึ่งเหตุผลแก้ตัวที่เธอนึกขึ้นมาเองได้

บางทีเป็นผลกระทบที่เขากับเราถูกจำศีลในโลกเสมือน...

แล้วเธอก็หยุดคิดเพราะยิ่งคว้านหาสาเหตุมากขึ้นเท่าไรยิ่งทำให้ภาพทุกคนในโลกเสมือนกลับเข้ามาติดตามาขึ้นเท่านั้น

ไม่ไหว...ไม่ไหวจริงๆ

ตัวรถไฟได้จอดแน่นิ่งสนิทพอดีเลยเงยหน้าขึ้นเพื่อจะดูคนของนานามิที่รออยู่แถวนี้แต่กลับเห็นทิวทัศน์ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น มันเป็นแอ่งน้ำกึ่งชายหาดที่มีต้นมะพร้าวเรียงรายมากมายราวกับมาพักผ่อน

หา?

“แถวนี้อากาศดีนะ ไว้คราวหน้าจะมาอีกไหม”

นานามิยิงมุกถาม เฟลิกซ์ทำหน้ามุ้ยใส่ราวกับว่ามันเป็นคำถามที่ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกของคนที่เจ็บปวดสักเท่าไหร่แต่ก็ยอมตอบไปโดยดี

“จะบ้าหรือไง”

“เอาน่าเอาน่า ดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว” นานามิตบไหล่สามที “แต่อีกเดี๋ยวคงจะดีขึ้นกว่านี้”

“พูดอะไรของเธอ?”

“แม่!!!

และนั่นทำให้กระจ่างชัดว่าทำไมนานามิถึงพูดแบบนั้น มันเป็นเสียงของเด็กผู้หญิงผมยาวแดงถึงเอวนัยน์ตาสีแดงเช่นกันกำลังวิ่งเข้ามาหาในชุดเกราะเบาก่อนที่จะค่อยๆ หยุดก้าวเพราะเห็นสิ่งที่หายไปบนตัวแม่ของตัวเอง

“แขน...แม่!?”

“เฟียน่า...”

เฟลิกซ์เรียกชื่อลูกสาวตัวเองที่ไม่ค่อยสนิทกันสักเท่าไหร่นักแต่ตอนนี้เธอกำลังหลั่งน้ำตาแล้วทิ้งตัวเข้ามากอดตัวเธออย่างแน่น ความอบอุ่นนี้ทำให้เฟลิกซ์รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก

ดีใจ...จัง

ผ่านมาเกือบนาทีเฟียน่ายังคงกอดแน่นไม่ยอมปล่อย คนถูกกอดเองก็ลูบหัวไปพลางๆ จนเจ้าตัวถอยตัวออกไป

“แม่...หนูจะไม่ปล่อยให้แม่ขาดสายตาอีกต่อไปแล้ว”

“จะดีเหรอ...แม่...ไม่ควรได้รับอะไรแบบนั้น...เลยนะ”

เฟลิกซ์ลำบากใจพูดเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันและไม่ค่อยได้ทำตัวสมกับเป็นแม่และยังเผลอทำร้ายลูกสาวอย่างเธอไปแล้วหนีเตลิดไปที่อื่นอย่างไร้ความรับผิดชอบ เฟียน่าส่ายหัว

“อย่าไปสนเรื่องนั้นเลยค่ะ แม่ปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่แขนนั่น—”

“เดี๋ยวหาแขนเทียมจักรกลมาใส่แทนก็สิ้นเรื่องแล้ว”

“แม่...” จู่ๆ เฟียน่าหน้าบูดใส่ “ทำไมแม่ชอบเอาความเป็นห่วงของคนอื่นโยนทิ้งอยู่เรื่อย”

“อ้าว เป็นงั้นหรอ”

เฟลิกซ์ยักไหล่เหมือนจะไม่รับผิดชอบกับคำพูดตัวเอง ทำให้เฟียน่าอดขำไม่ได้

“แม่ก็...ทำตัวเด็กเหมือนเดิมเลย หือ!? ทอมมี่!!

เฟียน่าเพิ่งเห็นอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เจ้าของชื่อตาโตเหมือนไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเฟียน่าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่นี่เลยทำท่าดีใจอย่างมาก

“เฟียน่า!

“หน่อยแน่แก!!!

ไม่รู้ว่าทำไมฉากที่น่าจะเป็นการสวมกอดของเพื่อนสนิททั้งสองถึงกลายเป็นว่าเฟียน่าเข้าไปต่อยหน้าทอมมี่จนหน้าติดพื้นแทน

“ทำไมแกถึงปล่อยให้แม่ฉันเป็นแบบนี้!!!

“เดี๋ยวๆๆๆ!!! ผมเจ็บนะ! ทอมมี่โวย

“แขนแม่ฉันไง! แกอยู่ใกล้แม่ฉันตลอดเวลาไม่ใช่หรือไง แล้วปล่อยให้แม่ฉันต้องเป็นแบบนี้!

“เฟียน่าใจเย็นก่อน!

นานามิพยายามรั้งกอดตัวคนโกรธไว้ คนเป็นแม่เดินมายืนขวางไว้...เฟียน่าตะลึงไปชั่วขณะเพราะได้เห็นสายตาที่โกรธอย่างเห็นได้ชัด

“แม่...เอาจริงดิ?”

“เฟียน่า...เรื่องนี้ทอมมี่ไม่เกี่ยว”

“แล้วถ้าไม่ใช่เพราะทอมมี่ปกป้องแม่ไม่ดีแล้วจะเป็นเพราะอะไรละ!!

“อยากรู้...แม่ก็อยากจะรู้เหมือนกัน”

น้ำเสียงเฟลิกซ์ที่สั่นคลอเหมือนจะร้องไห้ทำให้เฟียน่านิ่งไป นานามิปล่อยตัวเธอแล้วบอกสิ่งที่พอจะรู้

“ข้อมูลแคปซูลที่ใช้เก็บร่างแม่เธอมันบอกว่าแขนข้างนั้นมันไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว”

“หือ?”

เฟลิกซ์เพิ่งรู้เรื่องนี้แล้วย้อนนึกถึงเรื่องเก่า

ตั้งแต่ตอนที่เครื่องบินระเบิดแน่ๆ

“เคลียร์แล้วใช่ไหม? ดี” นานามิเท้าเอว “แต่เพิ่งเห็นครั้งแรกเลยนะเฟียน่าที่เธออารมณ์ร้อนขนาดเนี่ย”

“ชอบหัวร้อนลงที่ผมเป็นประจำละครับ”

ทอมมี่เซ็งลุกขึ้นมาเอามือขวากุมแก้มตรงที่โดนต่อย เฟลิกซ์เพิ่งนึกออกอีกเรื่อง

ถ้าจำไม่ผิดเขาเคยบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทเฟียน่า...

เฟียน่าชักสีหน้าเจ็บใจก่อนที่จะเดินเข้าประชิดตัวทอมมี่อีกครั้งแล้วเอามือตบไหล่เขา

“ทอมมี่”

“อะ...อะไร!?” เจ้าตัวระแวงหนัก

“ฉันจะไม่ขอโทษเรื่องตะกี้หรอกนะเพราะแกน่าจะรู้นิสัยฉันดีอยู่แล้ว...ดีใจนะที่ได้เห็นตัวเป็นๆ อีกครั้ง”

“เอ่อ...นี่ผมควรจะซึ้งใจดีไหม อ๊าก!!!

ทอมมี่ทวนก่อนที่จะนั่งจุกท้องเพราะโดนอัดจากเพื่อนสนิทอีกครั้ง เฟียน่าเกาหัว

“ลากมันกลับยานแม่ได้เลยนะคะ ขืนอยู่ไปเป็นภาระซะเปล่าๆ”

“ก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นแหละ” นานามิยักไหล่แล้วประคองตัวเฟลิกซ์ “ป่ะเฟลิกซ์...เดี๋ยวไปขึ้นยานกลับกันเลยดีกว่าพร้อมเด็กในแคปซูลนั่นด้วย ยิ่งถึงมือหมอที่ยานแม่เร็วเท่า—”

นานามิตั้งใจพาผ่านเฟลิกซ์ไปถึงยานแต่ตัวคนแขนข้างเดียวยืนแข็งนิ่ง

“เฟลิกซ์?

“ยังมี...ยังมีเรื่องที่ต้องสะสางอยู่”

คำพูดของคนที่รั้งนั้นทำให้นานามิตาเหลือก

“เรื่องทางนี้ให้พวกเราจัดการเอง เธอก็รู้ตัวอย่างดีนี่? ว่าร่างกายเธอมันไม่ไหวแล้ว...แค่ใช้พีทูกับเจ้าหุ่นยนต์ยักษ์นั่นก็หมดแรง”

“แต่...อันนา...ยังอยู่ที่นั่น”

นานามิตาเหลือกอีกรอบเพราะเพิ่งนึกถึงได้ว่าการที่พูดย้ำเตือนเรื่องอันนาที่โดมและรถไฟนั้นทำให้เฟลิกซ์ตั้งมั่นว่าจะไปช่วยอันนาที่ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ด้วยตัวเอง เธอเกาหัวแค่กๆ

“เรื่องนั้นปล่อยให้วิคตอเรียจัดการ ขืนเธอเข้าไปก็โดนลูกหลงซะเปล่าๆ แถวนั้นหย่อนระเบิดให้ตูมตามจะตายไป”

“งั้น...ก็ต้องรีบไปช่วย”

“เฟลิกซ์! เรามาช่วยเธอนะเฮ้ย! ปล่อยให้เธอทำแบบนั้นมันก็สูญเปล่าสิ! ถึงจะไม่เชื่อมั่นคนอื่นแต่ช่วยเชื่อมั่นในตัวฉันหน่อย!

นานามิกระชากคอเสื้อเฟลิกซ์ที่ยังมัวเหมอลอยขึ้น คนอื่นตกใจพอสมควร แต่แล้วนานามิต้องปล่อยตัวเฟลิกซ์ลงเพราะเห็นยานยินที่คุ้นตากำลังบินลงมาจอด มันเป็นวิงเจ็ทสีดำสนิทที่ถูกดัดแปลงมาอย่างดี นานามิเดินหัวเสียไปที่ยานนั่นที่เพิ่งลงจอด...ประตูหลังถูกเปิดออกแล้วมีหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์สีขาวแต่ใหญ่กว่าสองสามเท่าเคลื่อนที่ออกมาหยุดตรงหน้านานามิ ส่วนหัวของมันถูกเปิดออกให้เห็นคนบังคับที่อยู่ข้างในเป็นสาวผมขาวเงินที่ทุกคนในเวิลด์เจเนอรัลต่างรู้จักกันดีเพราะเคยเป็นถึงสมาชิกเฮฟเว่นพันนิชเชอร์

นานามิเรียกชื่อของเธอด้วยอารมณ์ที่เคืองๆ

“เรด...นั่นมันยานฉันใครอนุญาตให้ขับมา!?

“หึ กล้าขึ้นเสียงงั้นหรือ...แม่บุญธรรมคนนี้คงจะหมดค่าสำหรับเธอแล้ว”

“อึ่ก!

จู่ๆ นานามิก็พูดไม่ออก...เหมือนเธอจะเกลียดชังเรดหรือแม่บุญธรรมของตนเองแต่ก็ไม่ได้ถึงกับสูญเสียความสัมพันธ์ เรดลุกขึ้นบนหุ่นของตัวเองมองลูกบุญธรรมด้วยสายตาที่กุมไว้ทุกสิ่ง

“ไว้หลังจบเรื่องคราวนี้มาคุยกันสักหน่อย”

“หา!? มาคุยกัน? อย่าทำเป็นเหมือนฉันเป็นเด็กไม่ดีได้ไหม? เธอทิ้งฉันไปเองนะ! อย่าทำเป็นแสร้งเป็นห่วงหน่อยเหอะ!” นานามิโกรธแต่ก็ส่ายหัวทำใจอย่างรวดเร็ว “แต่พูดไปก็เท่านั้น...ช่างมันเหอะ แล้วทำไมถึงเอายานแบล็คเบิร์ด (Blackbird) ของฉันมาได้ละเนี่ย?”

“เฟลิกซ์...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

จู่ๆ เรดก็เลิกสนใจลูกบุญธรรมตัวเองซะอย่างงั้น รอยย่นบนหน้านานามิเพิ่มขึ้นทว่าก็ได้แต่ทำใจโกรธเก็บไว้เพราะรู้ดีว่าแม่บุญธรรมมีนิสัยยังไง เฟลิกซ์ที่ได้เจอเพื่อนเก่าในทีมที่เคยอยู่ด้วยกันสมัยที่ยังอยู่กับเวิลด์เจเนอรัลยิ้มเสาะ

“อย่างเธอไม่น่าจะใช้เจ้าหุ่นนี้นะ”

“ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้คือสงคราม ไม่ใช่ลอบสังหาร...ลุยตัวเปล่าในดงสนามรบคงได้กลายเป็นซาก คนที่จะลุยแบบนั้นได้คงมีแต่เธอ นัมเบอร์วันของโลก...แรคนาร็อค”

เรดคุยอย่างเป็นกันเองกับเฟลิกซ์ ซึ่งเธอถอนหายใจกับฉายานั้น

“เอาหุ่นนี่มาคงไปที่ดาร์คไซเบอร์เอลฟ์สินะ งั้นฉันติด—”

“เฟลิกซ์...ก่อนอื่นมีคนอย่างคุยกับเธอ”

เรดโยนเครื่องสื่อสารติดข้างหูมาให้ เฟลิกซ์ขมวดคิ้วแล้วสวมมันที่หูซ้าย สัญญาณที่ใช้สื่อสารร่วมกันมีเธอ นานามิ เรด เฟียน่าและอีกคนที่กำลังจะพูดที่ล้วนเป็นคนวงใน

“เฟลิกซ์”

“ท่านวิคตอเรีย...”

“ฉันรู้ดีว่าเธอคิดจะทำอะไร” วิคตอเรียเสียงเครียด “แต่ได้โปรด...ปล่อยให้เราจัดการเอง”

“ขอปฏิเสธ..” เฟลิกซ์จริงจัง “ฉันรู้ว่าความคุ้มค่าและความเสี่ยงที่ให้มอชชินนี่คำนวณให้มันบอกว่าไม่ควรปล่อยให้ฉันไปแต่ฉันจะไป...เข้าไปช่วยอันนาคนที่ท่านและพวกคุณไม่เห็นค่า”

“ดื้อตามคาด” เสียงมอชชินนี่แทรกเข้ามา

“เฟลิกซ์...เธอยังไม่เข้าใจหรอกว่าพลังของดาร์คไซเบอร์เอลฟ์มันน่ากลัวขนาดไหน”

“เพราะเข้าใจถึงต้องเป็นฉันเท่านั้นที่ต้องหยุดมัน...”

“หือ!? เธอรู้!? รู้จากไหน!? ถ้ารู้จริงๆ เธอก็ต้องไม่เข้าไปหาเรื่องตายสิ! รู้ไหมว่าเราสูญเสียไปมากแค่ไหนเพื่อที่จะได้ตัวเธอ!? เฟลิกซ์!? เฟลิกซ์! ฟังอยู่หรือเปล่า!

วิคตอเรียตะคอกใส่ไมค์ เฟลิกซ์ถอดหูฟังโยนให้นานามิรับแบบงงๆ และเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองเดินหันหน้าไปทางเหนือที่มีดาร์คไซเบอร์เอลฟ์อยู่ก็รีบห้าม

“เดี๋ยวๆ! คิดจะไปจริงๆ หรอเนี่ย!?

“เออสิ”

“แม่คะ!” เฟียน่ากระโดดเข้ามาขวางไว้ “หนูพอฟังเรื่องอันนามาบ้างแล้ว...ให้หนูช่วยด้วยนะคะ!

“เฟริน...”

ทอมมี่เข้ามาเสริมอีกคน เฟลิกซ์หลับตาถอนหายใจแล้วถลึงตามองทอมมี่

“ทอมมี่...นี่ไม่ใช่โลกจอมปลอมนั่นนะ ตัวนายทำอะไรไม่ได้เลย...นอกจากช่วยอยู่กับเรย์ลี่ให้ถึงที่สุด...ฉันฝากนายไว้ได้ไหม”

น้ำเสียงเฟลิกซ์ที่ทั้งเป็นห่วงและกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทอมมี่กัดฟันกำมือเจ็บปวดที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นเด็กผู้ชายวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เขาเหมือนจะยื่นหน้าเข้ามาแต่ก็ถอยกลับไป...แล้วจำใจพยักหน้าเดินไปขึ้นยานที่มีแคปซูลที่มีเรย์ลี่อยู่ข้างใน เฟียน่าเกาหัว

“ไอ้เพื่อนยากนั่นไม่รู้จักพูดคำว่าเป็นห่วงอะไรบ้างเลย...”

“เฟียน่า ลูกก็ด้วย”

“ตลกหรือเปล่าแม่!? แม่ก็รู้นี่ว่าหนูจะไม่ยอมปล่อยให้แม่เสี่ยงอันตรายคนเดียวเด็ดขาด!

“เฟียน่า! ถอยไป!

เสียงอันดุกร้าวของคนเป็นแม่ที่ทำให้เฟียน่าถึงกับหวาดหวั่นเสียหลักถอยล้มก้นคะมำลงไปด้านข้าง แต่สิ่งที่ทำให้เฟียน่าตัวอ่อนลงไปแบบนั้นจริงๆ เป็นเพราะพีทูที่เธอสัมผัสได้จากตัวของแม่ที่กำลังเปล่งแสงสีทองกระพริบช้าๆ ครอบคลุมทั้งตัว เรดที่รู้เรื่องเรื่องพลังของเฟลิกซ์ผิวปาก

“อู้วววว ถึงเอาจริงหรือนี่”

“เอ่อ...เฟลิกซ์ ฉันว่า...” นานามิพยายามยืนห้ามอยู่ห่างๆ

“เธอกับพวกรีบๆ บินกลับยานให้ไว...เพราะไม่รองรับว่าเวลาใช้พลังขั้นขีดสุดจะมีใครโดนลูกหลงบ้าง!

สิ้นสุดคำเตือนนั้น ที่ด้านหลังของเฟลิกซ์ก็เรืองแสงเข้มขึ้นแล้วจู่ๆ ร่างเฟลิกซ์ก็พุ่งทะยานลอยตัวตามรางรถไฟไปทางเหนือด้วยความเร็วเกือบๆ ร่วมร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ทุกคนทำให้แต่ยืนตาค้างยกเว้นนานามิกับเรดที่รู้ถึงขอบเขตพลังของเฟลิกซ์ดีที่สุด แม้แต่เฟียน่าที่เป็นลูกสาวแท้ๆ ยังไม่รู้เลย

“มะ...แม่ทำแบบนั้นได้...ได้ไง...”

“เหมือนฉันไม่ต้องออกโรงแล้วสินะ”

เรดยักไหล่เกือบจะปิดส่วนหัวของหุ่นลง แต่แล้วเฟียน่าพูดถึงเรื่องที่เธอรู้ก่อน

“ระ...รีบตามไปเถอะคะ”

“ตามไม่ทันหรอก” นานามิว่า

“ทัน...ทันแน่ๆ เพราะคงไม่ได้ไปไกลมาก”

ความยืนยันของเฟียน่าทำให้สงสัย เรดหยุดการปิดส่วนหัวของหุ่นไว้

“เธอพูดเรื่องอะไร”

“คือฉันกับแม่มีพีทูคล้ายๆ กันเลยรับรู้ถึงขอบเขตพลังซึ่งกันได้...” เฟียน่าลุกขึ้นมาอธิบายอย่างหวั่นๆ “และเมื่อกี้ถึงจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้ว...นั่นเป็นพลังเฮือกสุดท้ายของแม่ค่ะ”

[ไม่กี่นาทีต่อมา]

หึๆ...ไม่เคยเจียมตัวเองซะทีนะเรา

เฟลิกซ์บ่นในใจให้กับความบัดซบของตัวเองที่หน้าจมดินอยู่เพราะใช้พลังผลักตัวเองมาได้สักระยะก็หมดแรงกองกับพื้นขยับตัวไม่ได้

ถ้ายังขยับไม่ได้แบบนี้...จะไปช่วยอันนาได้ยังไง

โคตรงี่เง่า...โคตรงี่เง่าที่สุด

เธอโทษตัวเองเพราะคิดว่าถ้ายอมรับความช่วยเหลือคนอื่นดีๆ ก็คงไม่เป็นแบบนี้ เฟลิกซ์ไม่รู้ว่าจะมีใครตามมาหรือไม่และถ้าเป็นไม่...นี่คงจะกลายเป็นจุดจบที่อนาถที่สุดเลยก็ว่าได้

ขยับหน่อย...สิวะ ไอ้ร่างกายบ้า!

เฟลิกซ์พยายามเกรงตัวให้ขยับและในที่สุดมันก็ยอมขยับหงายหน้าขึ้น แต่แล้วต้องหน้าซีดเพราะว่าที่ขยับได้ไม่ใช่เพราะตัวเธอ แต่เป็นหุ่นยนต์รบของดิไวน์ที่มีขนาดเท่ามนุษย์มีอยู่เกลื่อนทั่วเกาะ มือขวาที่เป็นกระบอกปืนพลาสม่าเล็งจ่อหน้าเธอไว้ราวกับว่ามันกำลังจ้องหน้าแล้วมีเสียงพูดสังเคราะห์ดังออกมา

“พบเป้าหมายอันตราย ทำการกำจัดทิ้ง”

ปืนพลาสม่าของมันเริ่มกระบวนชาร์จพลัง เฟลิกซ์ตกใจตาโตแล้วเพ่งสมาธิอย่างขีดสุดจนมีลำแสงสีทองขนาดเล็กพุ่งออกมาจากตาซ้ายของตัวเธอเองทำลายปืนพลาสม่าของมันได้...แต่ก็เท่านั้นเพราะเจ้าหุ่นนั่นจะใช้อีกมือทุบสังหารเธอแทน

อย่านะ!!

หุ่นยนต์ตัวนั้นกำลังง้างหมัดลงมาแต่ถูกลำแสงสีฟ้าพุ่งทะลุส่วนหัวหายไปแล้วเซล้มไร้สภาพไป หุ่นที่เรดขับก็เคลื่อนเข้ามาโดยที่มีเฟียน่าและนานามิที่เลิกประทับปืนของเธอที่ใช้ยิงเมื่อครู่แล้วกระโดดลงมาดึงตัวเฟลิกซ์มาประคองตัว

“เป็นไง...อวดเก่งแล้วลงไปจูบพื้นดินอร่อยไหม”

“ไม่มีปลอบซะคำเลยนะนานามิ ชิ”

“เธอรู้นิสัยฉันดีนี่ อีกอย่างเธอผิดเองนะที่ดื้อ”

นานามิยักไหล่ เฟียน่าเข้ามาดูอาการแล้วยืนคุ้มกันโดยรอบไปด้วย เรดเปิดเกราะคนขับขยับหุ่นเข้ามาหาแล้วหยิบแท่งผลึกหินฟ้าใสขนาดเท่ากำมือขึ้นมา

“นานามิ! เอาให้คนดื้อด้านนั่น!

คนถูกเรียกหรี่ตาเคืองๆ ใส่คนที่เป็นแม่บุญธรรมเพราะโดนสั่งด้วยน้ำเสียงไม่เหมือนคนใกล้ตัวหรือรู้จักแต่ก็คว้าผลึกนั่นไว้อย่างงงๆ ว่ามันคืออะไร แต่เฟลิกซ์เข้าใจดีถึงได้ตาโตอย่างมีหวังแล้วพูดกับเรด

“เรด นี่มัน—”

“คริสตัลชายน์”

ชื่อของผลึกฟ้าที่เรดเอ่ยนั้นทำให้นานามิที่เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่เข้าใจว่ามันมีไว้ทำอะไรนอกจากใส่บรรจุกับอุปกรณ์และอาวุธเป็นพลังงาน เรดจะอธิบายให้นานามิที่งงอยู่คนเดียวให้ฟังแต่เฟลิกซ์รีบหยิบคริสตัลชายน์มากำแน่นในมือขวาแล้วจู่ๆ แท่งคริสตัลชายน์นั่นก็แตกสลายกลายเป็นไอเข้าตัวเฟลิกซ์อย่างกับเวทมนต์แล้วดูเหมือนเฟลิกซ์จะแข็งแกร่งขึ้นมากะหันทัน พอเห็นเพื่อนตัวเองทำหน้าเหวอแบบนั้นเลยพูดเรื่องนี้ที่ไม่เคยบอกให้ฟัง

“เอ่อ...เธอก็รู้ใช่ไหมว่าคริสตัลชายน์มันทำอะไรได้บ้าง”

“อือ แต่เมื่อกี้เธอเอามัน...เข้าตัว?”

“วิคตอเรียบอกว่านอกจากจะใช้กับพวกเครื่องจักรแล้วมันยังไว้ใช้กับมนุษย์ได้ แต่ต้องเป็นคนที่มีพีทูเท่านั้น” เฟลิกซ์เอาแขนนานามิออกไปแล้วยืนด้วยท่าทางสบายดีสุดๆ ต่างกับเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “มันเป็นเรื่องที่แปลกดีเหมือนกัน แต่ฉันก็ใช้มันเพิ่มพลังในยามจำเป็นตลอดละนะ”

“ดะเดี๋ยวๆ นี่มันไม่ใช่ในหนังแฟนตาซีเวทมนต์นะที่จะ—”

“ยังมีเรื่องที่พิศวงอีกมากที่เธอยังไม่รู้...นานามิ”

เรดบอก นานามิยิ่งไม่ชอบใจแม่บุญธรรมของตัวเองเข้าไปใหญ่...เรดเอ่ยถามเฟลิกซ์

“รู้ไทม์ลิมิตของมันใช่ไหม?”

“อือ...แต่ที่ให้คริสตัลชายน์มานี่ หมายความว่า—”

“วิคตอเรียคิดไว้แล้วว่าเธอคงยืนยันจะไปที่นั่นให้ได้เลยให้ฉันมาช่วยยืนยันข้อมูลที่แสนจะอันตรายในดาร์คไซเบอร์เอลฟ์นั่นว่ามันถูกต้องหรือไม่ด้วยเลยฝากคริสตัลชายน์มา...และแน่นอนว่าไม่ให้เธอไปลุยเดี่ยว”

“เพราะงั้นแม่อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ อีกนะคะ”

เฟียน่าผู้เป็นลูกแท้ๆ อ้อนวอนถึงแม้จะแอบน้อยใจเรื่องที่เห็นอันนาสำคัญกว่าเธอก็ตามแต่เมื่อเป็นคนที่ทำให้แม่ของเธอถึงกับหุนหันพลันแล่นขนาดนี้เลยอยากจะเจอหน้ากันสักครั้งและอีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงมากจริงๆ

เฟลิกซ์มองทั้งสามแล้วชั่งใจ

นานามิ...ถึงจะไม่ได้เหนือมนุษย์อะไรแต่เอาตัวรอดเป็นเรื่องถนัด

เรด...คนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโดนกระหน่ำยิงเป็นพันนัดหลบได้หมดคงเป็นเหมือนวิคตอเรียแน่ๆ ที่เป็นเอเลี่ยนไม่ก็พีทู...เป็นความลับที่เจ้าตัวไม่ยอมบอก

เฟียน่า...ไม่รู้ว่าเธอแอบได้รับการฝึกกับวิคตอเรียอะไรบ้างแต่การที่อยู่บนสนามรบนี้ได้แบบไม่มีร้อยขีดข่วนคงจะเก่งพอตัว...

แต่ว่า...

“เฟียน่า...ลูกแน่ใจนะ การไปกับแม่ที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ในครั้งนี้...อาจจะไม่รอด”

คนเป็นลูกได้ยินแบบนั้นแล้วทำหน้าแปลกใจไปชั่วครู่เพราะในช่วงชีวิตตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ของตัวเองซะเท่าไหร่เลยยิ้มแล้วยืนยันกับความตั้งใจของตัวเอง

“แม่ค่ะ...ถ้าดาร์คไซเบอร์เอลฟ์มันไม่ถูกทำลายก็อาจจะตายกันทั้งโลก ลูกเลยอยากตายในขณะที่ตัวเองได้พยายามทำให้ถึงที่สุด”

ไม่รู้ทำไมเฟลิกซ์ถึงเห็นภาพของอากิตะซ้อนทับขึ้นมา เมื่อนึกดีๆ ก็ทำให้ยิ้มออก

เหมือนอากิตะ...เหมือนพ่อของเธอจริงๆ

“ก็ได้...แต่อย่าตายก่อนละกัน”

“ทุกคน!!!

เสียงเรียกผู้หญิงดังขึ้นข้างหลังเป็นเดซี่ที่สะบัดสะบอมเพิ่งจะวิ่งตามมาถึง นานามิขมวดคิ้ว

“เดซี่!? เอ๊ะ!? ทำไมถึงไปอยู่ตรงนั้นได้? ก็เกาะหลังหุ่นนี่มาด้วยกันนี่?”

นานามิทวนถามอย่างงงๆ เรดที่เป็นคนบังคับหุ่นเลิกคิ้ว

“จริงสิ ก็ว่าอยู่ทำไมรู้สึกเหมือนทำอะไรตกกลางทาง”

อ่อนแอ...

ทอมมี่ที่ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นเด็กหนุ่มมอปลายอายุสิบหกคิดอย่างเจ็บใจ ในตาเขาเห็นประตูหลังยานวิงเจ็ทกำลังแหงนขึ้นปิดวิวทัศน์เกาะดิไวน์ที่กำลังลอยฟ้าห่างไกลออกไป แน่นอนว่าเขาอยู่กับคนของหน่วยเฉพาะกิจสามศูนย์หกที่กำลังถอนตัวกลับยานแม่ตามคำสั่งเพื่อนำเศษซากเมนคอมพิวเตอร์ [คริสตัลฟอร์] ที่ยังเหลือมากพอที่จะกู้ข้อมูลได้กับร่างเรย์ลี่ที่ไม่ได้สติอยู่ในแคปซูลรักษาชีวิตที่อยู่ข้างๆ เขา

ผมมันอ่อนแอ...อ่อนแอจริงๆ อยากช่วยเฟรินให้มากกว่านี้

“นี่เธอ...อย่าฝืนร่างกายมากนักสิ”

จู่ๆ มีทหารชายของหน่วยเฉพาะกิจคนหนึ่งดันตัวทอมมี่ให้นั่งลงบนที่นั่งด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง

“เอ่อ...”

“ร่างกายยังปรับสภาพไม่ดีอย่าฝืนตัวเอง ไม่งั้นจะมีภาระเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง”

“อ่าครับ ผมรู้ตัวดี”

ทอมมี่ตอบรับไม่สบตา

รู้ตัวอยู่แล้ว...

แต่เฟรินจะรู้ตัวเองหรือเปล่าว่าคนที่กำลังไปช่วยอาจจะไม่มีชีวิตแล้วก็ได้

ปล. รูปตัวละครถูกอัพเกรดใหม่


53 ความคิดเห็น