ตอนที่ 77 : Ch.70 Awakened! I - [Life Dome]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 59


Crystalfall: Awakened!

คริสตัลฟอร์: อเวกเกน!

Ch.70 Awakened! I - [Life Dome]

[โลกจริง]

[26/05/2055 - 14:42 UTC+8]

[Area CH-3, Warning-Zone, เกาะดิไวน์ทางตอนใต้]

ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน...

เสียงเลื่อนเปิดของบางสิ่งมันปลุกเฟลิกซ์ให้ตื่นจากฝันอันยาวนาน ภาพในดวงตาที่มีแสงสว่างพล่าเบลอไปหมดจนดูไม่ออกว่ามันคืออะไร เสียงหายใจที่รัวรินของตัวเองทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน

เพลีย...เพลียหนักกว่าที่คิด...นะเนี่ย

และเธอก็นอนแน่นิ่งอยู่แบบนั้นอยู่สักพัก สายตาเริ่มปรับชินภาพที่เบลอเริ่มชัดเห็นเป็นรูปร่างว่าเบื้องหน้ามีอะไรอยู่...

นี่มัน!!

เฟลิกซ์ตะลึงกับสิ่งที่เห็นแคปซูลรักษาชีวิตจำนวนมากเรียงรายแนวตั้งเป็นแถวกว่าสามสิบชั้นแล้วไล่เรียงแนวนอนยาวโค้งเข้ามาเหมือนจะเป็นวงล้อมแต่เธอเห็นไม่ค่อยถนัด แต่ที่รู้ๆ ในบรรดาแคปซูลพวกนั้นมีร่างมนุษย์ที่ยังหลับใหลจำนวนมาก

นี่คือความจริง...สินะ

“แค่กๆๆ!!! โอ๊ะ!!

เสียงไอแล้วตามด้วยเสียงที่มีอะไรตกลงพื้นใกล้ๆ มันเป็นเสียงของผู้ชายที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก เฟลิกซ์พยายามทักถึงเสียงนั้น

“ใคร...น่ะ...”

ไม่มีคำตอบรับกลับมีแต่เสียงเดินย่างก้าวอย่างช้าๆ และทุลักทุเล ใบหน้าอันซีดเผือกของเด็กชายหนุ่มคนหนึ่งโผล่เข้ามา เขามีผมสีแดงที่ชุ่มชำไปด้วยน้ำ นัยน์ตาสีฟ้าใสที่น่ารักขัดกับความชายอย่างมากและเหมือนยังจะลืมตาไม่ค่อยขึ้นแต่เฟลิกซ์รู้ว่าเป็นใครเมื่อเขาเรียกชื่อที่น้อยคนนักจะรู้ถึงชื่อนั้น

“เฟริน”

“ทอม...มี่”

เขายิ้มน้อยให้ก่อนที่จะมองเรือนร่างไปทั่วทั้งตัวที่เปลือยอยู่แล้วทำหน้าตกใจเหมือนเห็นอะไรสักอย่างก่อนที่ทำกลับมาทำหน้าปกติแล้วเอื้อมมือมาเหนือหัวถอดบางอย่างที่สวมครอบอยู่ออก ถึงนั้นเฟลิกซ์เพิ่งรู้ตัวว่าในแคปซูลมีน้ำเกือบท่วมตัวอยู่ แล้วทอมมี่ก็ไล่ถอดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ครอบตามจุดต่างๆ ของร่างกายแต่แล้วต้องบอกให้เขาเบรก

“เดี๋ยวก่อน...ทอมมี่...นายช่วย...เบาๆ มือหน่อยได้ไหม...ตรงนั่นน่ะ”

เฟลิกซ์หมายถึงหน้าอกเพราะเขาดันขยับแรงมากไปหน่อย

“ขะขอโทษ!

“อือ...อืออออออ...อร๊าง...อือ...อ๊าง!! แฮ่ก แฮ่ก...”

และแล้วก็มันก็ผ่านไป เฟลิกซ์หอบเหนื่อยเพราะความเสียวไส้ไปทั้งตัว ทอมมี่เองก็เริ่มจุดต่อไปเรื่อยๆ จนเหลือจุดสุดท้ายที่เป็นส่วนที่สำคัญของผู้หญิง เขาทำท่าหนักใจอย่างมากแต่มือเขาก็พยายามจะเอื้อมเข้ามาจับแต่เฟลิกซ์ใช้มือขวาจับข้อมือเขาก่อน

“ฉัน...ขอ...ทำเอง”

ทอมมี่ทำหน้าไม่มั่นใจแต่ก็ยอมปล่อยให้เธอทำเอง พอเอื้อมมือจับตรงระหว่างขาที่มีสายทอที่สอดเข้าไปข้างในอวัยวะเพศก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน

“อึ่ก!!!

“เฟริน!! เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ปะเปล่า! แค่...ไม่มีอะไร...น่า...แล้ว...ใจคอนาย...จะยืนดูให้ฉันอับอาย...ใช่ไหม”

“ก็...ถ้าเกิดอะไรขึ้น...จะได้ช่วยทันยังไงครับ”

“นายนี่มัน...”

เฟลิกซ์ไม่รู้จะสรรหาคำสบถอะไรใส่ตาทึ่มดีแต่ก็จริงของเขาอยู่ เธอกัดฟันคิดหนัก

ฝากไว้ก่อนเถอะนะทอมมี่!!

“อั่ก!!

พอออกแรงดึงก็รู้สึกได้เลยว่าข้างล่างมันตอดแน่น

เอาวะ...แค่ครั้งเดียว...ครั้งเดียวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!!

“อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

ในที่สุดเธอก็ดึงมันออกรวดเร็วสำเร็จแต่ร่างกายเธอชักกระตุกแอ่นส่วนล่างขึ้นมาอย่างน่าอายก่อนที่จะทิ้งตัวนอนหอบเหนื่อยอีกครั้ง

นี่เรา...เพิ่งจะ—

“เฟริน!!

ทอมมี่ยังคงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงอย่างจริงจังก่อนที่จะถูกเฟลิกซ์สาดน้ำในแคปซูลใส่หน้า

“ไอ้บ้า!! ใครเขาสั่งสอนให้มาดูผู้หญิงเสร็จกันห๊ะ!!!

“หา!? ตะกี้ว่าอะไรนะ”

“ก็...เฮ้อ...ช่างเหอะ”

มันทึ่มจริงๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ละเนี่ย

เฟลิกซ์กัดฟันกอดแน่นก่อนที่จะยกมือขวาเกาะริมแคปซูลเพื่อที่จะดันตัวเองออกจากแคปซูลแต่ดูเหมือนกล้ามเนื้อจะยังไม่ค่อยฟื้นฟูเลยดันไม่ไหวเลยจะใช้มือซ้าย...

มือซ้าย...แขนซ้าย...

เธอมองมันด้วยความตะลึงเพราะมันไม่มี

ไม่มี...แขนซ้ายฉัน...ไม่มี

“เฟริน...”

ทอมมี่เห็นว่าเฟลิกซ์รู้ตัวเองแล้วว่าอะไรหายไป เธอมองแขนซ้ายที่ยังเหลืออยู่ตรงต้นแขน...ร่างกายเริ่มสั่นด้วยความรู้สึกที่ตกใจและเสียใจปนกัน

มิน่า...มิน่า...ในโลกเสมือนแขนซ้ายฉันถึงได้เป็น...

“เฟรินครับ...ไหวไหมครับ” ทอมมี่ถามอีกครั้ง

“ช่วย...ฉัน...ช่วยพาฉันลุกที”

นัยน์ตาคู่แดงของเฟลิกซ์ก้มลงอย่างเศร้าสร้อย ทอมมี่รวบตัวสอดแขนอุ้มขึ้นมาอย่างช้าๆ ให้เฟลิกซ์ที่ร่างเปลือยพอยืนได้แล้วให้พิงกับแคปซูลไว้ก่อน ทอมมี่เดินลับตาไปข้างหลังก่อนที่จะกลับมาด้วยเสื้อกาวน์สีขาวและเสื้อซับสีขาวเช่นกันแต่เฟลิกซ์ไม่มีอารมณ์แม้จะสวมเสื้อผ้าเลยปล่อยให้ทอมมี่จัดการให้เพราะยังไงทอมมี่ก็เคยเป็นสามีเธอมาก่อนแม้จะในโลกเสมือนก็ตาม ทอมมี่เอาเสื้อซับโอมเอวผูกปิดส่วนล่างของเธอไว้แล้วสวมเสื้อกาวน์ตามปกติให้ ซึ่งก็พอที่จะปกปิดหน้าอกอึ้มโตของเฟลิกซ์ได้ครึ่งหนึ่งเพราะตัวเสื้อมันไม่มีกระดุมและถ้าเดินคงจะหลุดให้เห็นเป็นบางมุมแน่ๆ แต่ ณ   ตอนนี้นับว่าเพียงพอแล้วจากเท่าที่หาได้

น่าสมเพชจริงๆ...

เรานี่มันน่าสมเพชจริงๆ

“เฟ...เฮ้ย! ตบหน้าตัวเองทำไมครับ!

ทอมมี่ร้องเสียงหลงเพราะจู่ๆ คนที่เขาจัดแจงเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ให้ทำร้ายตัวเองซะอย่างงั้น เฟลิกซ์หัวเราะเบาๆ

“แค่เรียกสติน่ะทอมมี่...ที่จริงการที่ชีวิตจริงๆ ของฉันทำหน้าที่เสี่ยงตายมาโดยตลอดมันก็ต้องทำใจเรื่องพิการไว้บ้างแล้ว...เพียงแต่ไม่ทันคิดว่ามันจะเกิดขึ้น”

เธอบอกแล้วก็ลองขยับตัวทุกส่วนไปมาให้เลือดมันไหลเวียนและก็แปลกใจที่ว่ากล้ามเนื้อมันไม่ตายด้านมากนัก

“เฟริน....”

ทอมมี่ทักเธออีกครั้งและเป็นครั้งแรกที่เฟลิกซ์เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าตัวทอมมี่นั้นมีแต่เสื้อที่ใช้ทำเป็นกางเกงมัดรอบเอวไว้และร่างกายเขาซีดไปหมดทั้งตัว ถึงดูแล้วจะน่าสงสารแต่ด้วยคำพูดเมื่อครู่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดมากกว่า

“ทอมมี่ นายพูดอย่างอื่นนอกจากชื่อฉันเป็นบ้างไหมเนี่ย!?

“ก็คนเป็นห่วงนี่ครับ”

ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเฟลิกซ์ดันเกิดความรู้สึกอายแปลกๆ ขึ้นมา เธอคิดว่าคงจะเป็นที่ไม่เคยถูกบอกอย่างงั้นด้วยน้ำเสียงจริงๆ ของเขาก็เป็นได้เลยหันหน้าหนีไปทางซ้ายก็เห็นซุมแผงคอมพิวเตอร์อยู่ใกล้มือ แล้วเธอก็มองสำเร็จสถานที่แห่งนี้อีกครั้งจึงได้รู้ว่าที่นี่เป็นโดมทรงกลมขนาดใหญ่ที่มีแคปซูลรักษาชีวิตเรียงรายรอบติดกำแพงโดยมีตัวควบคุมอยู่ใจกลางโดมและใกล้ๆ ตรงกลางนั้นมีแคปซูลรักษาชีวิตอีกห้าอันเรียงกันอยู่เหมือนจะเป็นอันสำรองซึ่งทั้งสองคนอยู่ตรงนั้นส่วนอีกสามอันนั้นว่างเปล่า

เยอะขนาดนี้จะรู้ได้ไงว่า...เรย์ลี่อยู่ตรงไหน?

ไม่สิ...ทำไม...ทุกคนในนี่ถึงยังไม่ฟื้นละ?

เฟลิกซ์ชักไม่แน่ใจขึ้นมาเลยเดินไปตรงแผงควบคุมแล้วเห็นคีย์บอร์ดที่คุ้นเคยเลยพิมพ์คำสั่งให้มันแสดงผลเบื้องต้นของที่นี่บนจอโฮโลแกรม

ไลฟ์โดม...ชื่อของที่นี่?

โลกเสมือนใช้ชื่อว่า คริสตัลฟอร์

จำนวนมนุษย์ที่ได้รับการเชื่อมต่อสู่โลกเสมือนมีจำนวน 10,241 คน

จำนวนมนุษย์ที่เชื่อมต่อออนไลน์อยู่มีจำนวน 10,237 คน...หา!?

เฟลิกซ์แปลกใจที่ตัวเลขแสดงผลแบบนั้น

เฮ้ยๆๆๆ มันต้องไม่มีสักคนสิก็เหมือนกดปุ่มให้ทุกคนล็อกเอ้าท์แล้ว...

เดี๋ยวนะ...จำนวนที่ออฟไลน์คือ 4 คน...

สี่คนนี่มันอย่าบอกนะว่าเป็นฉัน ทอมมี่ เรย์ลี่และมาเรีย!?

ความจริงที่ทำให้เธอเข่าอ่อนลงทันที

มันแค่เฉพาะคนที่อยู่ที่นั่นด้วยกันนี่นา...

ไม่สิ...เราออกมาข้างนอกแล้วนี่ ก็แค่ป้อนคำสั่งให้ทุกคนล็อกเอ้าท์ออกให้หมดก็ยังได้!!

เฟลิกซ์ป้อนหาคำสั่ง Log Out แล้วก็เจอแต่ทว่ามีหมายเหตุขึ้นอยู่

ไม่...ไม่สามารถทำการล็อคเอ้าท์ผู้อื่นได้เนื่องจากระบบที่นี่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธินั่นได้...หา!?

เฟลิกซ์เห็นข้อความนั้นแล้วเงยหน้ามองดูรอบๆ ว่ามันยังมีตัวควบคุมอื่นอีกหรือไม่แต่ก็ไม่เห็น

ที่อื่นงั้นหรอ...งั้นเอาแค่เอาตัวเรย์ลี่กับมาเรียที่ออฟไลน์แล้วออกก่อนละกัน

เธอหาคำสั่งคนหาตัวเรย์ลี่ก่อนอันดับแรก แล้วจอมันก็บอกว่าเธออยู่บล็อก F หมายเลข 02001 แล้วเห็นคำสั่งอื่นๆ ที่ใช้สำหรับแคปซูลอันนั้นเพิ่มเติม

ย้ายมาตรงนี้ได้?

เห็นว่ามันเครื่องมืออำนวยความสะดวกอยู่เลยกดใช้มัน โดรนแขนกลสามตัวที่ลอยอยู่ก็พุ่งไปหาแคปซูลอันนั้นแล้วเหมือนมันใช้เวลาในการปลดล็อกอยู่สักพักถึงยกมาวางอยู่ตรงหน้าพวกเขา เฟลิกซ์รีบวิ่งไปดูเป็นคนแรก แคปซูลที่วางนอนอยู่มีร่างของคนที่เธอคุ้นเคยเหมือนกับในโลกเสมือน ผมยาวสีเหลืองกำลังหลับใหลด้วยร่างกายที่เล็กและผอมบางค่อนข้างมาก

เรย์ลี่...

เฟลิกซ์ยืนดูร่างที่หลับใหลอยู่สักพักก็ก้มดูมอนิเตอร์ข้างๆ ตัวแคปซูลที่แสดงสถานะของร่างเรย์ลี่

อยู่ในนี้มากว่าปีเลยเหรอเนี่ย...ถ้ายังไม่ฟื้นก็ไม่แปลก

แถมเจ้าแคปซูลนี้ก็มีระบบปรับแรงดันให้ด้วย...ให้อยู่ในนี้ก่อนน่าจะดีกว่า

เฟลิกซ์วางมือบนแคปซูลตรงใกล้หัวเรย์ลี่...เธออยากจะลูบหัวเรย์ลี่ให้รู้สึกมั่นใจว่าจะฟื้นกลับมาอย่างแน่นอน

ต่อไปก็มา—

ตูม!!!

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นข้างหลังตรงประตู เฟลิกซ์หันไปมองแล้วเห็นซากประตูกระเด็นมาไกลและกลุ่มควันที่ถาโถมเข้ามา

ศัตรูงั้นเหรอ!?

เฟลิกซ์คิดเช่นนั้นแล้วยกแขนซ้ายขึ้นแต่ก็นึกได้ว่าเธอไม่มีแขนจักรกลอีกแล้วเลยยื่นมือขวาออกไปข้างหน้าแล้วเพ่งสมาธิเรียกหาถึงสิ่งที่เธอคุ้นเคยที่สุดในโลกความเป็นจริง

พีทูของฉัน!!!

ที่ฝ่ามือเธอมีแสงสีทองที่เกิดขึ้นจากการดูดแสงโดยรอบเกาะกันเป็นลูกบอลพลังงานขนาดเท่าลูกเทนนิสและกำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันน่าจะเป็นอย่างงั้นถ้าไม่ใช่ว่ามันใหญ่ขึ้นแล้วเล็กน้อยสลับกัน

เป็นอะไรไปพีทูของฉัน!?

ยังไม่ทันที่จะคิดหาสาเหตุจู่ๆ โลกรอบตัวเริ่มเอนเอียงและมืดหม่นเริ่มเซกำลังจะล้มลงพื้น

บ้าจริง...ลืมไป...ซะสนิท...ร่างกายฉัน...เพิ่งจะ...ฟื้นตัว...เอง

“เฟลิกซ์!!!

[หลายนาทีต่อมา]

[26/05/2055 - 15:24 UTC+8]

“ชอบฝืนตัวเองอยู่เรื่อย เฮ้อ...”

หลังจากที่สลบไปสักพักเฟลิกซ์ก็ฟื้นขึ้นมาอย่างงงๆ พร้อมโดนคำบ่นใส่หน้าของคนที่ลากเธอขึ้นเก้าอี้นั่งตรงแผงควบคุมเป็นเพื่อนผมม่วงยาวนัยน์ตาเขียวมรกตที่มองเธอด้วยความเป็นห่วง

“นานามิ”

พวกที่พังประตูเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นนานามิและเหล่าบรรดาลูกน้องของเธออีกสิบกว่าคนที่เข้าเคลียร์พื้นที่ในไลฟ์โดมนั่นเอง นานามิหรี่ตาพิจารณ์ทั่วร่างกาย

“แต่ก็...ผอมลงเยอะเลยนะ”

คำที่เฟลิกซ์หวังว่าจะได้ยินกลับไม่ใช่เลยหน้าบูด

“ให้ตายสิเธอนี่ก็...กอดฉันหน่อยสิ”

“โอ้ๆๆ ดีจังที่ไม่เป็นไรมากนา” นานามิโน้มตัวลงมากอด

“โอ่ฉันเหมือนเด็กมากไปแล้ว”

“เก็บเสียงไว้เถอะ...เธอยังไม่แข็งแรงนะ”

นานามิตบบ่าขวาเธอ เฟลิกซ์ขมวดคิ้ว

“อือ...ไม่พูดถึงแขนเลย”

“ก็คิดอยู่ว่าพูดไปคงทำให้ปวดใจซะเปล่าๆ” นานามิว่า “แต่ก็ยังดีกว่าไม่ฟื้นขึ้นเองไม่ได้ไง ทำดีมากที่ตื่นขึ้นมาเองได้”

“หือ? พูดงั้นหมายความว่าไง”

“ก็...เอาที่เช็คเบื้องต้นตอนนี้ได้ ฟื้นขึ้นมาได้สองคนคือเธอกับเด็กผู้ชายคนนั้น” นานามิเอี่ยวคอให้เฟลิกซ์เห็นว่ามีลูกน้องของเธอกำลังตรวจเช็ดร่างกายทอมมี่อยู่ห่างๆ “ส่วนที่เหลือมีปัญหา”

“แล้วเรย์ลี่ละ?” เฟลิกซ์ชี้ไปที่แคปซูลที่ถูกถอดออกมาไว้ตรงกลางโดมที่มีผู้หญิงผมฟ้าคนหนึ่งกำลังเช็คอยู่

“เรย์ลี่? อ๋อเด็กคนนั้นงั้นหรอ เห็นว่ามีปัญหาน้อยที่สุดแล้ว ส่วนมาเรียที่เด็กผู้ชายคนนั้นบอกนี่เห็นว่าระบบมันมีปัญหาทางเทคนิคเหมือนระบบมันไม่ยอมปลดล็อกอะไรสักอย่างนี่แหละ”

“มันเป็นท่อแก้วลำเลียงบางอย่างที่ประหลาดที่เคยพูดถึงค่ะ คุณนานามิ”

ผู้หญิงผมฟ้ามัดรวบเดินมาบอกโดยตรง เฟลิกซ์รู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อน

“คุณ—”

“เดซี่ค่ะ เราเคยคุยกันแล้วตอนที่แฮกเข้าระบบสื่อสารของโลกเสมือนได้”

“อ๋อ! คุณนี่เอง” เฟลิกซ์นึกออก

“เข้าเรื่องต่อนะคะ” เดซี่ว่า “สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับจะนำตัวคนพวกนี้ออกจากแคปซูลก็คือกับดักที่มีไว้กันมนุษย์ถูกนำออกจากแคปซูลไปค่ะ ยกเว้นแต่แคปซูลที่อยู่ตรงนี้เพราะมันไม่ได้ติดตั้งกับดักอะไรเลย ส่วนของเด็กที่ชื่อว่าเรย์ลี่คนนั้นมีกับดักก็จริงแต่ดูเหมือนจะได้รับการถูกถอดออกอย่างถูกวิธีและอีกแคปซูลที่มีคนที่ชื่อว่ามาเรียที่อยู่ข้างบนนั้นด้วยแต่ของเธอคนนั้นเหมือนจะเกิดปัญหาปลดล็อกกับดักไม่หมด”

“ปลดล็อคกับดักไม่หมด กับดักแบบไหน?”

“อย่างที่พูดไปตอนแรกค่ะ มันเป็นท่อแก้วขนาดใหญ่ที่นำสัญญาณได้ไปถึงไหนก็ไม่รู้ ถ้าถอดออกตอนนี้...ไม่รับประกันเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นมากับร่างมนุษย์ที่อยู่ข้างใน”

“เธอนี่เก่งจัง”

“ก็ฉันเป็นเรพลอยด์นี่ค่ะ”

เดซี่ย้ำถึงตัวตนของตัวเองแต่เฟลิกซ์ลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำเพราะเธอเหมือนมนุษย์มาก เดซี่สรุปสถานการณ์อีกครั้ง

“คุณนานามิ ทางนี้จำเป็นต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างมากเลยระบุเวลาแน่นอนไม่ได้ค่ะ”

“โอเค...จะได้สั่งให้คนบางส่วนไปองกันพื้นที่ภายนอกไว้” นานามิว่า “และถ้าปลดกับดักแล้วอย่าเพิ่งปลุกพวกเขาทั้งหมดนะ ตอนนี้เรามีคนไม่มากพอที่จะรับมือสถานการณ์คนความจำเสื่อมทั้งหมื่นคนหรอก”

“รับทราบ”

เดซี่ทำท่ารับคำสั่งแล้วเดินกลับไปที่แผงควบคุม เฟลิกซ์สงสัยเรื่องเมื่อครู่

“นานามิ...หมายความว่าไงเรื่องความจำเสื่อม”

“ก็เอ่อ...ทุกคนในที่นี้ยกเว้นเธอกับเจ้าเด็กผู้ชายคนนั้นเพราะอยู่ในแคปซูลที่ไม่มีระบบนั้น มีการบันทึกในระบบนั้นว่าพวกเขาถูกลบความทรงจำทั้งหมดและความทรงจำในโลกเสมือนจะไม่ถูกส่งกลับมาตัวจริงๆ ของพวกเขาด้วย...เลยถึงบอกไงว่าตอนนี้รับมือกับคนความจำเสื่อมว่าตัวเองเป็นใครเป็นหมื่นคนไม่ได้...ไหงทำหน้าแบบนั้นละ”

นานามิกังวลที่เฟลิกซ์หน้าถอดสี เธอหันไปมองที่แคปซูลที่มีเรย์ลี่อยู่

อย่าบอกนะว่า...เรย์ลี่...จำอะไรไม่ได้แล้ว

“เฮๆๆ เธอเป็นอะไรไปเนี่ย”

แบบนั้นมัน...แบบนั้นมัน...

-“แล้วเจอกันนะคะ...ท่านพี่”-

คำพูดสุดท้ายของเรย์ลี่ในโลกเสมือนที่เธอรู้ว่าไม่มีเด็กคนนั้นอีกแล้วทำให้ปวดใจอย่างยิ่ง ลุกขึ้นอย่างโซเซไปหาแคปซูลอันนั้น มองใบหน้าที่หลับใหลของเด็กที่อยู่ข้างในอย่างหวาดหวั่นและเสียใจ นานามิที่ตามหลังมามองดูบรรยากาศสักพักก็เข้าใจ

“เธอ...คงจะผูกพันกับเด็กคนนี้มากสินะ ขอโทษด้วยที่ดันรีบบอกเรื่องนั้นไวไป...หน่อย”

นานามิเอ่ยแต่เฟลิกซ์เอาแต่มองเรย์ลี่อยู่เลยไม่รู้ว่าเธอใส่ใจเรื่องนั้นหรือไม่ นานามิตัดสินใจเดินไปหาเด็กผู้ชายอีกคนที่เป็นผู้รอดชีวิตด้วยกันที่กำลังถูกลูกน้องของเธอตรวจเช็คสภาพร่างกายอยู่

“นายชื่อทอมมี่ใช่ไหม”

“อ่า...ใช่ครับ”

“อ๋อ นายสินะที่เป็นคู่หวานใจเพื่อนฉันในโลกนั้น”

“ก็ประมาณนั้นครับ”

“แล้วก็หักอกเพื่อนฉันด้วยใช่ไหม”

“ยอมรับผิดแล้วครับ!!!

“ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น...แค่คิดว่านายพอจะกล่อมให้เพื่อนฉันกลับมาได้ไหม”

“เกิดอะไรขึ้น?”

แล้วนานามิก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟัง ทอมมี่ตกใจตาตื่น

“หา!? เรื่องแบบนั้นมัน...”

“สงสัยจะโหดร้ายจริงๆ แฮะ” นานามิหัวเกา “แต่ก็ช่วยๆ หน่อยเหอะเพราะมันจำเป็นเดี๋ยวต้องติดต่อกับนายใหญ่แล้ว”

ทอมมี่โดนผลักหลังให้ไปหาเฟลิกซ์ที่ยืนหน้าเศร้าอยู่กับเรย์ลี่ที่ยังหลับใหลไม่ได้สติ ทอมมี่ไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่เพราะเขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำได้เลยเดินหน้าเกร็งๆ ไปอีกฝั่งของแคปซูลยืนดูเรย์ลี่เช่นเดียวกัน พอได้มองแล้วนึกถึงเรื่องที่เกิดเรื่องในคริสตัลฟอร์

“กลายเป็นว่าตอนนี้สลับกันเลยนะครับ”

“สลับ?” ใบหน้าเฟลิกซ์ที่มีแต่น้ำตาเงยขึ้นมา

“ก็ที่เฟรินกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไงครับ”

เรื่องเก่าที่กระชากใจเฟลิกซ์ให้น้ำตาไหลพรากยิ่งกว่าเดิม มือขวาโอบกอดกระจกใสที่คลุมตัวเรย์ลี่ไว้ ทอมมี่ถอนหายใจแล้วเม้มปากคิดว่าจะทำยังไงดีถึงจะช่วยบรรเทาความโศกเศร้านั้นได้เลยลองเดินอ้อมเข้ามาหาใกล้ๆ

“เฟริน...ถึงแม้ว่าตัวผมจะเตี้ยลง...อกไม่กว้าง...แต่ก็ยังมีที่ว่างให้กอดนะครับ”

ทอมมี่ทำเอาที่ทำได้ เฟลิกซ์หันหน้ามาด้วยสีหน้าไม่คาดคิดก่อนที่จะคว้าตัวทอมมี่เข้าโอบคอกอดร้องไห้อย่างหนัก คนถูกกอดก็ทำได้แค่เอามือลูบหลังอย่างช้าๆ โดยหวังที่จะบรรเทาความเศร้าได้บ้าง ส่วนนานามิยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างเป็นห่วง

โดยที่ไม่รู้ตัวกันเลยว่ามันมีกล้องวงจรปิดที่ถูกซ่อนไว้จับตามองอยู่ คนที่อยู่หลังกล้องเสาะยิ้ม

“หึๆ เดี๋ยวได้ใจสลายอีกแน่...คุณนัมเบอร์วัน”

[ยานแม่มอชชินนี่]

[26/05/2055 - 15:49 UTC+8]

[Area CH-3, Warning-Zone, ทางตอนเหนือของเกาะดิไวน์ยี่สิบกิโล]

“มีการติดต่อเข้ามาจากนานามิแล้วค่ะ!

โอเปอเรเตอร์ข้างล่างหันเงยหน้าขึ้นมาแจ้ง วิคตอเรียพยักหน้าอนุมัติ ทันใดนั้นภาพของผู้หญิงสองคนก็ถูกฉายขึ้นจอ คนซ้ายคือนานามิและคนขวามือคือเฟลิกซ์ที่สีหน้าไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ นานามิรายงานผล

“ได้ตัววีไอพีมาแล้วค่ะท่าน!

“เฟลิกซ์...” วิคตอเรียพึงพอใจอย่างมาก “ยินดีต้อนรับสู่โลกความจริง”

“เป็นความกรุณาของท่านอย่างยิ่งที่มีภารกิจช่วยเหลือฉัน” เฟลิกซ์พูดเสียงค่อย

“แน่นอนเพราะเธอคือคนสำคัญของโลกใบนี้”

คำพูดของเฟลิกซ์สร้างความงุนงงแต่เหล่าโอเปอเรเตอร์และทหารชั้นล่างคนอื่นๆ เพราะไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเฟลิกซ์ว่าเธอมีพลังจิตที่อันตรายอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าถามตรงๆ อยู่ดี

วิคตอเรียถามถึงภารกิจหลักอีกอย่าง

“แล้วหมื่นชีวิตที่นั่นเป็นยังไงบ้าง”

“ไม่ง่ายอย่างที่คาดการณ์ไว้ มีการวางกับดักเพื่อถ่วงเวลาทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควร”

“ระบุได้ไหม?”

“ไม่ได้ค่ะ กลไกมันซับซ้อนพอสมควร”

นานามิยืนยัน วิคตอเรียคิ้วตกเพราะมันเกี่ยวเนื่องถึงกองกำลังที่บุกทางเหนืออยู่อีกทั้งวิธีการทำลายดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ที่จำเป็นต้องทำลายทั้งเกาะ

ยิ่งเสียเวลาเข้าไปใหญ่...ถ้าดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ตื่นขึ้นมาอีกไม่รู้ว่าจะชาร์จอัลติเมทเรลกันได้ทันเวลาหรือเปล่า...หรือว่าจำเป็นต้องสละคนพวกนั้นจริงๆ เพราะกว่าจะขนทุกคนออกจากเกาะนั่นไปยังจุดรับตัวที่กลางเกาะก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

เฮ้อ ถ้ามันจะกลายเป็นแบบนี้น่าจะทำลายดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ตั้งแต่แรกแทนที่จะส่งไปให้ทรานสมิธอินดัสทรีย์วิจัยมัน

เธอกำลังชั่งใจว่าจะทิ้งคนนับหมื่นนั่นดีไหมแต่แล้วนานามิก็บอกตัวเลือกเพิ่มที่เธอเจอเพิ่ม

“แต่ถ้าช่วยพวกเขาได้แล้วจะใช้ขบวนรถไฟที่บนเกาะนี้มีไปยังจุดรับตัว น่าจะย่นระยะเวลาได้มากทีเดียว”

“รถไฟ?”

“ค่ะ บนเกาะนี้ได้มีการติดตั้งระบบรถไฟไว้ค่ะและตอนนี้ตัวรถอยู่ที่นี่และสามารถไปจอดที่จุดรับตัวได้ค่ะ”

“ดีมาก!! ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว...คุ้มกันพาเฟลิกซ์ออกมาก่อนเพราะเราจำเป็นต้องใช้เธอเตรียมความพร้อมปิดปฏิบัติการณ์ครั้งนี้”

“รับทราบค่ะท่าน แต่ว่า...” นานามิขอร้องเพิ่มเติม “ช่วยส่งกองหนุนไปที่จุดรับตัวหน่อยจะได้ไหมค่ะ เพราะหน่วยที่แยกไปเริ่มรับมือกองกำลังที่ดิไวน์ส่งเข้ามาจะยึดคืนเริ่มเสียเปรียบแล้ว”

“เรื่องนั้นเรากำลังส่งไปแล้ว ไม่ต้องห่วง เลิกกัน”

“ค่ะท่าน”

หน้าจอการสื่อสารถูกปิดลง อันที่จริงวิคตอเรียอยากจะคุยกับเฟลิกซ์มากกว่านี้แต่ด้วยหน้าที่และสถานะที่เปิดเผยมากกว่านี้ไม่ได้เลยจำเป็นต้องคุยเรื่องงานเท่านั้น แล้วหน้าจอยักษ์ก็กลับมาแสดงผลพื้นที่รบทางเหนือของเกาะตามเดิมโดยที่แนวป้องกันตรงนั้นได้พังทลายไปแล้วแต่จู่ๆ กลับมีแนวที่สองที่ซ่อนใต้ดินโผล่ขึ้นมาอีกเพียบทำให้การรบไม่คืบหน้าเหมือนเดิมและรันเนอร์ก็ถอยออกมาแล้วเพราะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ได้แต่ต้องพึ่งกองทัพหุ่นยนต์ของไฮเทคอัพเปอร์ในการช่วยดันแนวรบเข้าไป

รู้สึกขายหน้าก็จริงแต่มันไม่มีทางเลือก...

วิคตอเรียเจ็บใจกับเรื่องนั้นเพราะถ้ากองทัพหุ่นยนต์ของเธอใช้การได้การรบคงจะมีความคืบหน้ากว่านี้และอยากให้มันจบเร็วๆ ด้วยเพราะในใจหวั่นว่าดร.ดิไวน์จะมีไม้ตายซ่อนไว้อยู่

ไม้ตาย...ไม้ตายอื่นนอกจากเฟลิกซ์ละก็...

เธอเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้เลยสั่ง

“โอเปอเรเตอร์! ติดต่อนายพลวิเวียนด่วน!

[ไลฟ์โดม]

[26/05/2055 - 16:04 UTC+8]

[Area CH-3, Warning-Zone, ทางตอนใต้ของเกาะดิไวน์]

“นี่เหรอ...พลังจิต”

ทอมมี่นั่งหน้าอึ้งดูเฟลิกซ์กำลังใช้มือควบคุมแสงสีทองอ่อนๆ ที่เกาะรวมตัวกันเป็นก้อนกลมเท่าลูกปิงปองใหญ่เล็กสี่คนให้มันลอยวนเวียนคล้ายหิ่งห้อยเหนือมือขวาของเธอราวกับมันมีชีวิต

“ที่จริงจะทำให้มันมีให้เต็มโดมนี้เลยก็ได้แต่กลัวร่างกายตัวเองตอนนี้จะไม่ไหว”

“มันสูบชีวิตคุณหรอครับ?”

ทอมมี่ถามด้วยความสงสัยอย่างมาก ซึ่งเฟลิกซ์ก็อดที่จะมองหน้าเขานานๆ ไม่ได้เพราะมันเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มมอปลายของคนที่เธอเคยรักชอบคอกันแล้วหัวใจมันเต้นปิดจังหวะจนแสงที่เธอสร้างมันเริ่มเป้เลยทำให้มันสลายไป

“เปล่าหรอก แค่มันต้องใช้สมาธิ...ตอนนี้ฉันกับเธอก็รู้สึกปวดๆ ไปทั้งตัวเหมือนกันนี่”

“นั่นสิครับ คงต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นสัปดาห์แน่ๆ โอ้ย!

เจ้าตัวพูดแล้วลองแกว่งแขนซ้ายแล้วเจ็บเอง เฟลิกซ์ออกอาการเป็นห่วง

“ยังเจ็บอยู่อีกหรอ!? เป็นอะไรมากไหม”

“อ่า...ผมซนไปหน่อยละครับ แต่เห็นเฟรินตัวเป็นๆ เป็นห่วงแบบนี้แล้วมัน...รู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้”

“หือ? ก็เป็นห่วงน่ะสิ” เฟลิกซ์ย้ำอย่างชัดเจนจนทอมมี่คิดไปไกลแต่ก็ต้องพังทลายลงไปพริบตา “ทุกๆ คนในนี้ก็เหมือนกัน มันคงเป็นเรื่องยากมากแน่ๆ ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วจำตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใคร”

“งั้นเหรอครับ”

ทอมมี่ไหล่ตกไปนิดหน่อยแล้วพอมองเฟลิกซ์ก็อดที่จะห่วงแทนไม่ได้

“แล้วตัวเฟรินเองละครับ”

“ตัวฉัน!?

เฟลิกซ์ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่ทอมมี่มองลงที่แขนซ้ายที่หายไปของเธอก็เข้าใจ

“ไม่เป็นไรหรอก บอกไปแล้วก่อนหน้านี้นิว่าฉันทำใจเรื่องแบบนี้ไว้นานแล้ว เดี๋ยวถ้าจบเรื่องนี้เมื่อไหร่คงต้องไปหาหมอคนเก่งคนนั้นให้ช่วยเหลือแขนซะหน่อย”

“หมอ!? สร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่เหรอครับ?”

“ไม่ใช่อะไรแบบนั้นสักหน่อย ถ้ามีได้ก็ดีสิ...แขนเทียมน่ะแขนเทียมนั่นแหละที่พูดถึง ให้ตายสินายนี่มันไม่มีเซ้นท์เรื่องปลอบโยนผู้หญิงนิดเดียว ไปจีบสาวคนไหนก็หนีหมดถามอะไรไม่แคร์ความรู้สึกเลย”

“ไม่มีคนไหนหรอกครับ มีแต่คุณ...”

ความจริงใจของทอมมี่ที่มาไม่ทันตั้งตัวทำให้เฟลิกซ์ตะลึงหน้าแดงไปชั่วขณะแต่แล้วก็หมองลง

“ขอบใจสำหรับความรู้สึกที่มีให้นะทอมมี่...แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะคิดเรื่องแบบนี้หรอก ถ้าเสร็จเรื่องคราวนี้เมื่อไหร่ฉันจะเก็บทบทวนเรื่องระหว่างเราอีกทีนะเพราะเรื่องของเรา...มันไม่ได้เกิดขึ้นในโลกจริงๆ”

ทอมมี่ดูเหมือนจะช็อกไปดูเหมือนจะช็อกเพราะคำพูดช่วงท้าย ส่วนเฟลิกซ์ถอนหายใจแล้วลุกเดินหนีมาหาเพื่อนของเธอ

“เฟลิกซ์? ไหวแล้วเหรอ?”

“ก็...คงงั้น”

“หือ? มีเรื่องอะไรอีกเนี่ย” นานามิชะเง้อดูทอมมี่ “มีเรื่องผิดใจกันหรือไง? ไม่อยากจะแนะนำอะไรผิดๆ หรอกนะ แต่มีแฟนเป็นเด็กหนุ่มขนาดนั้นเอาใจยากอยู่น๊า”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก อย่าสนใจเลย” เฟลิกซ์ตัดบท “แล้วเรื่องปลดล็อกกับดักไปถึงไหนแล้ว”

“เห็นว่าสิบเปอร์เซ็นต์เองมั้ง ช้าชะมัด”

“ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้”

“มันไม่มีเวลาแล้วนะสิ”

นานามิหยิบไฟฉายเปิดสวิสต์ส่องบนพื้นซึ่งตัวไฟฉายมันยิงแสงโฮโลแกรมเป็นแผนที่เกาะดิไวน์ขึ้นมาซึ่งมีข้อมูลสถานการณ์สดๆ ของการรบแสดงอยู่

“ตรงช่วงกลางเกาะทางขวาเห็นไหม? ที่เป็นจุดรับตัวของพวกเราโดยกดดันจากกองกำลังในเกาะจากตอนเหนือมากขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังไม่รวมพวกที่แอบซุ้มอยู่ทุกที่ทุกแห่งอีกนะ”

“เออ! ว่าจะถามตั้งแต่ตอนที่คุยกับวิคตอเรียละ ทำไมไปตั้งจุดรับตัวซะไกลขนาดนั้น?”

“ระบบป้องกันฐานริมเกาะโดยรอบมันแน่นหนาเกินที่จะเข้ามาตรงๆ ได้น่ะสิ เลยทำได้แต่เจาะตรงส่วนที่มันอ่อนแอที่สุดอย่างทางตะวันออกแล้วยึดพื้นที่แถวนั้นไว้เลยไม่มีทีมที่จะไล่ทำลายแนวป้องกันจากข้างใน นี่ถ้ากองทัพหุ่นยนต์ของพวกเราใช้ได้คงใช้มันถล่มไปนานแล้ว”

“งั้นก็ทำลายตัวที่ขวางไม่ให้หุ่นเวิลด์เจเนอรัลใช้งานได้สิ”

“นั่นแหละปัญหาใหญ่ที่วิคตอเรียกับยัยเด็กตาเย็นนั่นทำอยู่” อีกคนที่นานามิหมายถึงก็คือมิซากะเมงุมิจากไฮเทคอัพเปอร์ “บุกถล่มทางเหนือของเกาะเพื่อทำลายดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ที่ดิไวน์ใช้มันในการขัดขวางที่ควบคุมหุ่นอยู่เพราะขืนฝืนส่งเข้าไปมันอาจจะไม่ใช่แค่ทำให้ใช้งานไม่ได้แต่น่าจะโดนยึดไปแล้วย้อนกลับมาเล่นงานพวกเราแทน”

“เดี๋ยว!? ฉันจำได้ว่ามันโดนลำแสงทำลายไปแล้วนิ?”

“หือ? รู้ด้วย?” นานามิแปลกใจแต่ก็ไม่ถามต่อ “ฉันก็คิดเหมือนกัน...แต่วิคตอเรียบอกว่ามันกำลังเริ่มทำงานใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว วิธีที่จะจัดการได้สมบูรณ์จริงๆ อาจจะต้องใช้ของระดับนิวเคลียร์ทำลายทั้งเกาะเลยต้องอพยพตัวประกันออกไปก่อน”

ของระดับนิวเคลียร์...

“...จำเป็นต้องใช้เธอเตรียมความพร้อมปิดปฏิบัติการณ์ครั้งนี้”

เฟลิกซ์ได้ยินที่นานามิบอกแล้วนึกถึงคำพูดที่วิคตอเรียบอกกับเธอไว้แล้วก็เข้าใจความหมายของมัน

อ๋อ...อย่างงี้นี่เอง

“เอ่อ...คุณนานามิ! เกรงว่าเรากำลังจะมีปัญหา”

เดซี่อยู่ประจำแผงควบคุมกลางโดมตะโกนบอก นานามิและเฟลิกซ์เดินเข้าหาก็เห็นค่าระดับต่างๆ ของแผงควบคุมกำลังบอกว่าเกินความผิดปกติ

“เดซี่!? หมายความว่าไง?” นานามิถาม

“อยู่ๆ ก็เป็นของมันเองคะ!” เดซี่รัวแป้นพิมพ์ “กำลังหาสาเหตุอยู่...”

“ถ้ายังเป็นแบบนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น”

เฟลิกซ์ถามด้วยเสียงหวั่นๆ เดซี่ทำท่าลำบากใจที่จะบอกแต่ก็ยอมบอก

“คง...บู๊มกันหมด”

“บู๊ม!?

“หา!?” เดซี่แปลกใจกับสิ่งที่เธอตรวจสอบได้ “ที่นี่กำลังโดนคุม!?...! คุณนานามิช่วยสั่งให้ลูกน้องทุกคนที่อยู่ใกล้แคปซูลมาอยู่ตรงกลางให้หมดเลยค่ะ! อย่าให้พวกเขาเข้าใกล้แคปซูลพวกนั้น!!

“เกิดอะไรขึ้น!?” เฟลิกซ์ถามอีกรอบ

“เฮ้ย!! ทุกคนที่อยู่ในโดมมารวมตัวกันตรงกลางเร็วเข้า!!” นานามิสั่งผ่านระบบสื่อสารแล้วหันถามเดซี่ “แล้วแคปซูลของเด็กที่ชื่อเรย์ลี่ใกล้ๆ เรานี่ละ?”

“อันนั้นไม่เป็นไร! แต่ที่เหลือกำลังอยู่ในอันตราย!!

สิ่งที่เดซี่บอกทำให้เฟลิกซ์โล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะใจหายเพราะนั่นหมายความว่าทุกๆ คนที่ยังหลับใหลในแคปซูลอยู่ในอันตรายจากบางอย่างรวมกระทั่งมาเรียด้วย ลูกน้องของนานามิกว่าสิบคนที่กระจายทั่วโดมทำหน้าที่ตรวจสอบได้รีบวิ่งถือปืนกระบอกใหญ่สีขาวมารวมตัวกันตรงกลางโดมและมีการใช้โล่พลังงานหรือบาเรียตั้งขึ้นล้อมรอบเป็นแนววงกลมและตั้งปืนพร้อมยิง นานามิย้ำถามเดซี่อีกครั้ง

“นี่เดซี่! ช่วยบอกได้ไหมว่ามันเกิดอะไรกันแน่!?

“คิดว่าจากน่ามี—”

วอรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร์!!!

เสียงเหวอเตือนดังลั่นทั่วโดมที่ทำให้ทุกคนต่างตกใจว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ก่อนที่จะมีเสียงไมค์หลอนดังขึ้นจากลำโพงที่ซ่อนอยู่แล้วก็หายไป...แล้วตามด้วยเสียงคนที่เฟลิกซ์แค้นที่สุด ณ ตอนนี้

“สวัสดีครับทุกท่าน!! กระผมเอง...ดร.ดิไวน์! พบกันอีกครั้งแล้ว”

ดิไวน์!!

เฟลิกซ์สะกดชื่อนั้นอย่างขึ้นใจสุดๆ

มันอยู่ไหน!? มันอยู่ที่ไหน!!!

“ทุกท่านทุกมุมโลกไม่ต้องสงสัยว่าสัญญาณภาพที่ถูกแทรกแซงไปยังทุกที่นี้คืออะไร นี่คือภาพถ่ายทอดสดเหล่าตัวประกันนับหมื่นที่ผมมีอยู่ยังไง ดูสิพวกเขากำลังหลับใหลจบดิ่งอยู่กับโลกเสมือนที่ผมสร้างขึ้น โลกที่มีชื่อเดียวกับด้านมืดของคริสตัลชายน์อย่างคริสตัลฟอร์”

คริสตัลชายน์!? คริสตัลฟอร์!?

ชื่อทั้งสองที่เฟลิกซ์รู้จักอย่างดีแต่เพิ่งจะสังเกตว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันด้านการใช้คำตรงข้าม คริสตัลชายน์เป็นแร่คริสตัลที่ถูกค้นพบโดยเวิลด์เจเนอรัลนำมันใช้งานด้านทางการทหารแต่ไม่ถูกนำไปใช้ด้านอื่นเพราะยังถูกค้นพบน้อย เดซี่บอกสิ่งที่พอจะรู้

“ดูเหมือนดร.ดิไวน์จะแทรกแซงเครือข่ายสื่อสารทั่วโลกอีกครั้งในรอบห้าวันค่ะ”

“งั้นตามที่มันบอก มันกำลังเอาภาพในที่นี่ถ่ายสดไปใช่ไหม” นานามิถามอย่างกังวล

“ใช่ค่ะ”

“เฮ้อ งานนี้จบไม่สวยแน่ๆ”

นานามิที่เดาตอนจบได้ส่ายหัวแล้วยกปืนกระบอกใหญ่ที่เธอเรียกว่าอินฟินิตี้แอลเอ็มจีเตรียมพร้อมไว้เช่นเดียวกับลูกน้องคนอื่น ส่วนทอมมี่หนีมาอยู่ข้างๆ เฟลิกซ์ที่เริ่มเห็นว่าทุกคนในแคปซูลเริ่มมีการขยับเขยื้อน แล้วเสียงของดิไวน์ก็ดังเข้ามาอีก

“เห็นไหมครับทุกท่าน ตัวประกันที่น่ารักทั้งหมื่นคนกำลังตอบรับกับสิ่งที่พวกเขาสร้างร่วมกันและกันก็คือด้านมืดของจิตใจมนุษย์...มันกำลังไหลเวียนตัวพวกเขาเพื่อปลุกสัญชาตญาณดิบขึ้นมา สัญชาตญาณดิบที่จะถูกส่งต่อให้กับดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ของผมที่เพิ่งถูกเจ้าพวกเวิลด์เจเนอรัลทำร้าย!!!

ดิไวน์ตะคอกลั่นให้ทุกคนรับรู้ถึงความรู้สึกที่โกรธเคืองอย่างมาก ตัวประกันในแคปซูลเริ่มดิ้นทุรนทุลายมากขึ้น เฟลิกซ์มองไปที่แคปซูลที่มีมาเรียอยู่...พบว่าเธอนั้นก็ดิ้นราวกับเจ็บปวดเช่นกัน

ไม่นะ...

“ทุกท่าน!!!” ดิไวน์กล่าว “จงดูภาพเหล่านี้ไว้! ภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดของเวิลด์เจเนอรัลที่บังอาจมาทำร้ายดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ของผม! ทำให้ต้องบีบบังคับต้องใช้หนทางนี้อย่างไม่เต็มใจและเพราะเหล่าลูกกระจ๊อกตรงกลางโดมนี้ด้วย...พวกเขาเองก็จะเป็นตราบาปสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องพวกนี้ด้วยเช่นกัน...”

“ดิไวน์!!!” เฟลิกซ์ตะโกนลั่น “แกอย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะ!!!

“เพราะฉะนั้นแล้ว...เชิญชมภาพที่จะติดตราประวัติศาสตร์ไปอีกยาวนานว่าเวิลด์เจเนอรัลช่วยใครไว้ไม่ได้เลย!!!

สิ้นสุดคำพูดนั้น แคปซูลนับหมื่นเริ่มสั่นรัวๆ พร้อมเสียงกรีดร้องของมนุษย์ที่อยู่ในนั้นทั้งหมด

ฉึ่ง! ฉึ่ง...ฉึ่งๆๆ ฉึ่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงเนื้อถูกสับแหละและบดเป็นชิ้นๆ ดังขึ้นรอบทิศทางพวกเขา แคปซูลที่มีกระจกใสทั้งหลายถูกย้อมไปด้วยสีเลือดจากภายใน อวัยวะทั้งหมดถูกให้เละรวมกับน้ำที่อยู่ในนั้นจนเป็นเนื้อเดียวกันก่อนที่จะถูกสูบออกผ่านหลอดแก้วใสที่ซ่อนอยู่ไล่ดูดออกไปอย่างน่าสยดสยอง เฟลิกซ์จำทุกภาพที่เกิดขึ้นได้อย่างดีโดยเฉพาะร่างของมาเรีย...

ไม่...ไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหม...ทุกคน...

มาเรีย ยูกะ บาร์เบส รอน ลีนี่ เควนเซอร์ แรบบิ้น เซเบอร์ สัสดี เชสเซอร์...

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!


53 ความคิดเห็น