ตอนที่ 56 : Ch.53 Mental Tower IX - [ความจริงที่น่าเหลือเชื่อ] - Solve the Case Chapter (Warning: Spoil All 52 CH.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 59

คำเตือน!!

ตอนนี้จะเป็นการสปอยทั้ง 52 ตอนก่อนหน้านี้ทั้งหมด หากใครข้ามมาอ่าน ไม่แนะนำให้อ่านเป็นอย่างยิ่ง!!

(ยิ่งห้ามยิ่งยุหรือเปล่าหว่า ฮ่าๆ)


Crystalfall: Uprising

คริสตัลฟอร์: อัพไรซิ่ง

Ch.53 Mental Tower IX - [ความจริงที่น่าเหลือเชื่อ]

Solve the Case Chapter

[สิบนาทีที่แล้ว]

“เงียบไปสักพักใหญ่แล้ว”

ยูกะพูดถึงเสียงระเบิดที่เคยดังสนั่นติดต่อกันหลายๆ ครั้งเป็นระยะดังมาจากส่วนของเหนือหอคอยเหล็กกล้าที่มีเมฆดำปกคลุมอยู่ ผู้นำเอลฟ์ออกความเห็น

“ข้าว่า...คงมาได้เพียงเท่านี้”

“เรื่องแช่งท่านถนัดจังเลยนะคะ” ยูกะเอ่ยอย่างยิ้มแย้มแต่ในใจรู้สึกเขม่นเป็นอย่างมาก

“เพียงข้าคาดการณ์ทำไมถูกเจ้าดูหมิ่นได้ขนาดนี้เชียวหรือนี่”

“ดิฉันมิได้ตั้งใจจะดูแคลนท่านต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง” ยูกะก้มหัวลงเล็กน้อย อันที่จริงเธออยากจะย่อเข่าลงด้วยแต่ติดที่ไม้เท้าค้ำใต้วงแขน “ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาก็น่าจะหนีลงมาและมีคนเจ็บมากมายรอให้รักษาอยู่”

“เรื่องนั้นข้าสั่งการให้นักบวชรออยู่ที่หน้าทางเข้าหอคอยแล้ว”

สัสดีที่ยื่นนิ่งอยู่นานสองนานเอ่ยขึ้น ยูกะมองเขาด้วยสายตาที่บอกว่า งั้นเหรอ

ทำเป็นเย็นชาใส่...

“ยูกะ เจ้าใช้เวทย์ตาทิพย์ดูข้างบนนั้นได้ไหม?” ผู้นำเอลฟ์ถาม

“ไม่ค่ะ ดิฉันยังไม่มีความสามารถพอที่จะใช้เวทมนต์นั้น อีกทั้งระยะไกลมากๆ ด้วย” ยูกะบอก “แต่ท่านราชินีน่าจะใช้ได้นี่คะ?”

“ภรรยาของข้าเสียศูนย์จนไม่กล้าใช้เวทย์ต่อหน้าคนอื่นแล้ว อุปกรณ์เวทมนต์แบบนั้นถูกพวกโจรปล้นสะดมไประหว่างทางอีก”

สิ่งที่ผู้นำเอลฟ์พูดนั้นมันเป็นผลกกระทบจากการที่เฟลิกซ์หักหน้าราชินีกลางที่ประชุมหลายวันก่อนทำให้ตอนนี้ราชินีหมกตัวอยู่ในเต็นท์ตัวเองไม่ออกไปไหนและอุปกรณ์เวทมนต์ที่เสมือนใช้เวทมนต์ตาทิพย์ก็ถูกโจรเอาไป ที่ไม่เทเลพอร์ตส่งของมาแทนนั้นเพราะอุปกรณ์นั้นมันค่อนข้างอ่อนไหวต่อเวทย์เทเลพอร์ตนั้นเอง ยูกะพึมพำในใจ

ทำได้แต่รออย่างเดียวงั้นเหรอ

“เอ่อ...ไม่ทราบว่าเห็นรุ่นน้องเฟลิกซ์หรือเปล่าครับ”

มีผู้ชายนัยน์ตาทองผมก็ทองคนหนึ่งเดินเข้ามาถามพวกเขา สัสดีหันมาถาม

“แล้วเจ้าเป็นใคร”

“ผมบาร์เบส...เป็นคนรู้จักของรุ่นน้องเฟลิกซ์เองครับ...หือ? ท่านสัสดี?” บาร์เบสเพิ่งรู้ตัวว่าหนึ่งในกลุ่มคนนี้เป็นคนรู้จัก

“รุ่นน้อง? โอ้ว คนที่มีพลังมหาศาลขนาดนั้นเป็นรุ่นน้องอย่างเจ้า?” ผู้นำเอลฟ์ข้องใจ

“คงจะหมายถึงระดับชั้นเรียนในสถาบันนิวส์ไลพ์ละคะ” ยูกะตอบแทน

“แล้วมีธุระอะไรกับนาง” สัสดีพาเข้าเรื่องต่อ

“คือได้ยินข่าวไม่กี่วันก่อนว่ารุ่นน้องเป็นคนมาจากต่างโลกใช่ไหมครับ? มีเรื่องอยากจะถามเพื่อประโยชน์ในรูปคดีที่รุ่นน้องขุดขึ้นมาด้วย เพราะเป็นแบบนั้นผมที่เคยเป็นคนทำคดีนี้มาก่อนเลยตัดสินใจลองเริ่มต้นสืบใหม่อย่างลับๆ หลังจากได้ข้อมูลจากรุ่นน้องมาเกี่ยวกับคำปริศนาที่อาจารย์โซลทิ้งไว้ที่—”

“ข้าว่าเรื่องนั้นไม่มีประโยชน์อันใดที่จะพูดถึงแล้ว” ผู้นำเอลฟ์ส่ายหัว “อีกไม่กี่ชั่วโมงคริสตัลฟอร์แห่งนี้ก็จะ—”

“มันเกี่ยวกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เลยต่างหากครับ!

บาร์เบสขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนที่จะหอบ ราวกับว่าเขากำลังแบกเรื่องที่ยิ่งใหญ่ไว้ ยูกะขมวดคิ้วถาม

“หมายความว่ายังไง”

“เพราะสิ่งที่รุ่นน้องเฟลิกซ์ค้นพบทำให้ได้ทฤษฏีใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่ชมรมนักโบราณคดีที่หายตัวไปหลายคนเพราะดันรู้ความลับของคริสตัลฟอร์แห่งนี้ว่ามันเป็น—”

ครืนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอี๊ยดดดดดดดดดด โครม!!!

เกิดมีเสียงดังขัดจังหวะ มันเป็นเสียงที่ดังมาจากในหอคอยเหล็กกล้าที่ทุกคนในค่ายทุกคนต่างได้ยิน ก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างถล่มอยู่ข้างในหอคอยนั้น ทุกคนต่างวิ่งไปดู...พอไปถึงก็เห็นทหารแนวหน้าข้างหน้าทางเข้าลิฟต์หลายคนล้มกับพื้นเพราะแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ ยูกะตะโกนถาม

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?

“ขะ...ขะ...ข้างใน...นั้น มีอะไร...ตก...ลงมาก็ไม่รู้”

ทหารคนหนึ่งพยายามพูดจนจบแล้วชี้ไปทางขึ้นลิฟต์ที่ถูกปิดอยู่ ยูกะที่ใช้ไม้พยุงไปถึงเป็นคนแรกแล้วใช้ไม้พยุงนั้นกดปุ่มให้ประตูมันเลื่อนเปิดออกก็พบกับแนวหน้าที่ถูกส่งขึ้นไปนอนสลบเกลื่อนบนลิฟต์อันใหญ่ที่พังเพดานทั้ง 33 ชั้นลงมาถึงพื้นรวดเดียว ยูกะหันหลังกลับไปสั่ง

“ทุกคน!!! มาช่วยกันพาพวกเขาออกนอกหอคอยเร็วเข้า!! ใครเห็นท่าทางไม่ดีก็ให้ฮีลก่อนได้เลย!!

พอสั่งเสร็จก็หันกลับมาดูข้างในเหมือนเดิม เธอเริ่มสังเกตเห็นหลอดขนาดเท่านิ้วมืออะไรบางอย่างปักที่ตัวแนวหน้าข้างในเกือบทุกคน

มันคืออะไร?

“มันเกิดอะไรขึ้น”

ผู้นำเอลฟ์ที่อยู่ด้วยกันถามแต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบ ยูกะและสัสดีมองหาคนที่ยังพอมีสติอยู่แต่ก็ไม่พบ

ครืด! ครืด! ครืด! ครืด! ครืด! ครืด! ครืด!

เสียงเหล็กปะทะเหล็กที่ดังเป็นจังหวะ ทุกคนต่างเงยขึ้นไปมองก็พบกับหุ่นยนต์ปลาหมึกเหล็กที่อยู่สูงขึ้นไปเกือบห้าร้อยเมตร มันกำลังใช้หนวดเหล็กของมันค่อยๆ ไต่ลงมาตามผนัง ทุกคนต่างรู้ดีว่ามันคือหายนะ...ยูกะเป็นคนแรกที่ได้สติตะโกนบอก

รีบพาทุกคนหนีเร็วเข้า!!!

[ชั้นบนสุดของหอคอยเหล็กกล้า]

“เมื่อกี้เธอคิดจะพูดอะไร อันนาลูกสาวของข้า!!

ลูกตาเท่าหัวที่เห็นได้ทั่วไปตามหนังแฟนตาซีหรือในเกมกำลังถามคนตรงหน้าด้วยเสียงผู้ชายที่แสนคุ้นหู

ไอ้ลูกตาน่าขยะแขยงนั่นเรียกพระเจ้าว่าลูกสาว?

ใบหน้าเฟลิกซ์เต็มไปด้วยความสงสัยเพราะสิ่งที่ได้ยินกับขัดกับความเข้าใจที่เธอมีต่อพระเจ้าตรงหน้ามาตลอด พระเจ้าในร่างอันนาก้มหน้าหนีเหมือนหลบความผิดไม่ยอมบอกอะไร ลูกตาใหญ่เลยตัดบท

“หรือว่าเธอลืมไปแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าทำอะไรไว้กับเธอบ้าง”

บทที่เหมือนยุแยงพร้อมออร่าสีดำจากลูกตาไหลสู่ตัวคนที่อ้างว่าเป็นอันนามานานสองนาน...สักพักหล่อนก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาที่เลื่อนลอยมองเฟลิกซ์

“ค่ะ...จำได้ดีเลยค่ะคุณพ่อ”

“ดีมาก...” ลูกตาเข้าใกล้หูหล่อน “ก่อนที่จะลบนางออกไป ทำไมไม่ให้นางได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่เธอได้รับ”

ความเจ็บปวด...ที่เธอได้รับ?

เฟลิกซ์ยิ่งขมวดคิ้วหนักพยายามคิดถึงความหมายที่แท้จริงของทั้งสองที่คุยกันอยู่ก่อนที่จะนึกออก

อย่าบอกนะว่าเธอคืออันนาจริงๆ!?

แม้จะยังไม่รู้ว่าความคิดของตัวเองถูกหรือไม่ แต่น้ำตาแห่งความคิดถึงและโหยหามันไหลออกมา

“อันนา...นี่เธอ...จริงๆ งั้นหรอ”

“หือ? อ๋อ...เข้าใจแล้ว” ลูกตามองสลับไปมา “นี่ยังไม่บอกตัวจริงของเธอีกหรือ”

“บอกไปแล้ว...” อันนาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างกับเป็นคนละคน “แต่ดูเหมือนเพราะเรื่องที่หลอกเป็นนางฟ้าตกสวรรค์คุณแม่เลยไม่เชื่อตอนที่บอกว่าหนูคือใคร”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ นี่แหละอันนา จดจำความเจ็บปวดนี้ไว้ ขนาดแม่ของเธอยังไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเป็นใคร”

“นี่แกไอ้ลูกตาน่ารังเกียจ! ช่วยหยุดป้ายสีหน่อยได้ไหม!” เฟลิกซ์ตะคอก

“ไม่ๆ ผมไม่ได้มีชื่อแบบนั้น”

ลูกตาน่ารังเกียจที่ปฏิเสธชื่อที่เฟลิกซ์ตั้งให้หันสบตากับเธอก่อนที่จะแนะนำตัว

“ขอแนะนำตัวเองให้รู้จัก ผมคือพระเจ้าตัวจริงที่มอบหมายให้อันนาผู้นี้ดูแลโลกคริสตัลฟอร์ค่อยสร้างความหวาดกลัวและสับสน รีดไถความทุกข์อันเป็นพลังอันไร้ขีดจำกัดแด่ทุกคนเพื่อที่จะได้ยึดครองอีกโลกหนึ่งได้ยังไงละ!

“หา!?

เฟลิกซ์ร้องขึ้นมา ไม่ใช่เพราะตกใจแต่เพราะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ลูกตาจะสื่อเลยถามอีกรอบ

“ตะกี้ว่าอะไรนะ?”

ดูเหมือนเจ้าลูกตาที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้าจะโกรธตัวสั่นเพราะลูกตาสีดำสั่นไหวเลยออกคำสั่งกับอันนา

“ลูกสาวของข้า!! เจ้าจงรีบทรมานอย่างที่เจ้าเคยถูกกระทำซะทีสิ!

“อันนาอย่าไปฟัง—”

เฟลิกซ์กำลังจะเกลี้ยกล่อมแต่จู่ๆ ร่างกายของเธอก็ลอยขึ้นเล็กน้อยและถูกหมุนให้นอนหงายกลางอากาศสูงหลายเมตรก่อนที่จะถูกให้ทิ้งดิ่งลงมา

เห๊ะ!?

“อ๊าก!!!

ความเจ็บปวดแล่นเข้าทุกอณูขุมขนยันกระดูก ที่มาของความเจ็บปวดนี้นั้นก็คือหนามแหลมยักษ์ที่ตั้งรออยู่บนพื้นตามเท้า ขา ท้อง หน้าอก มือ ต้นแขนและคอ...เหมือนกับที่อันนาในโลกก่อนที่เคยโดน

แบบนี้มัน...เหมือนกับที่ๆ เจอกับ...เจ้าดิไวน์

เธออยากจะร้องตะโกนระบายความเจ็บปวดแต่มันมีมากเกินไปจนพูดไม่ออก ไม่นานนักเธอก็ถูกยกให้ลอยขึ้นแล้วทิ้งดิ่งลงอีก

“อ๊ากกกกกกกก!!!

จะ...จะ...เจ็บ...เจ็บ!!!

มันเป็นความรู้สึกที่อยากจะพูดตอนนี้ ในสายตาอันพร่ามัวก็ยังเห็นหลอด HP ที่กำลังลดจนหมดหลอด แต่จู่ๆ มันกลับถูกเติมให้เต็มหลอดอีกครั้ง

เฮ้ย!?

“คุณแม่ค่ะ...คิดว่าแค่นั้นมันสาแก่ใจแล้วหรอคะ หนูไม่ยอมให้คุณแม่ตายง่ายๆ หรอกคะ!!

มันเป็นน้ำเสียงและอารมณ์ที่ขุ่นมัวของอันนาที่เฟลิกซ์ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งดิ่งใส่หนามอีกครั้ง

นี่ลูก...แค้นแม่ขนาดนี้เชียวเลยหรอ

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

มันเป็นการทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนิ่นนานกว่าชั่วโมง บัดนี้สติของเฟลิกซ์แทบจะไม่อยู่กับตัว...ไม่มีแรงที่จะเงยหน้ามองคนที่เป็นลูกบุญธรรมตัวเองด้วยซ้ำ

อันนา...อันนา...อันนา...

เธอคิดถึงชื่อนี้วนเวียนไปมา ความรู้สึกผิดมันอัดแน่นอยู่เต็มอกและดูเหมือนจะยอมรับความเจ็บปวดจากการถูกหนามแทงเป็นพันๆ ครั้งโดยดีและเอ่ยด้วยเสียงอันน้อยนิด

“แม่...ขอ...โทษ...”

ตอนนี้เฟลิกซ์ถูกจับให้ยืนค้างกางแขนออกคล้ายกางเขนรอการประหาร ลูกตาในนามพระเจ้าเสกดาบสีฟ้าเล่มหนึ่งใส่มืออันนา มันเป็นดาบที่เฟลิกซ์รู้จักดีและเพิ่งจะเคยจับไม่นานนี้นัก ดาบของผู้กล้าฮาเว่น แต่มันถูกย้อมด้วยออร่าสีดำทั้งตัวดาบ

“ลูกสาวข้า...อย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้ รีบลบนางออกไปสักทีจะได้กุญแจที่จะสร้างโลกใหม่ยังไงละ”

คำพูดของลูกตานั้นทำให้เฟลิกซ์สะกิดใจ

มันพูดอะไร...แปลกๆ...แบบนี้...หลายรอบ...แล้ว...มันเป็น...พระเจ้าเอง...ไม่ใช่หรือไง...

แต่สุดท้ายเธอก็ล้มความคิดที่จะเข้าใจเรื่องนั้นเพราะใกล้จะตายแล้ว เฟลิกซ์รวบรวมเฮึอกสุดท้ายเงยหน้าดูคนที่ตัวเองรักที่สุด อันนาที่มีออร่าสีดำกำลังยกดาบขึ้นสูงเตรียมฟาดฟัน

เอาเลย...ฉัน...พร้อม...แล้ว...

เฟลิกซ์หลับตาลงทำใจยอมรับชะตากรรม ภาพความหลังต่างๆ กับอันนาที่มีมากมายแล่นเข้าหัวอีกครั้ง มันทำให้เธอยิ้ม

ลาก่อนนะ...

................

...........

......

...

.

หือ?

เพราะมันนานเกินไปเฟลิกซ์ถึงได้แปลกใจแล้วลืมตามองดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น....อันนาที่ยังคงยกดาบอยู่ตัวสั่นเจ้าเข้าน้ำหูน้ำตาไหลเป็นสายสมกับเป็นเด็ก สายตาที่หวั่นไหวปากที่สั่นระทมเหมือนจะบอกว่าเธอไม่อยากจะทำแบบนี้เลย

อันนา...

“เฮ้ย!! แกเป็นอะไร!? รีบๆ ฟันแร็คนาร็อคสักทีสิ! จะได้ควบคุมร่างมันได้!!

ลูกตาตะคอกสั่งอันนารัวๆ เฟลิกซ์ที่เริ่มฟื้นสติแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

แร็คนาร็อค...ฉายาพีทูพลังจิตของฉันนิ?

“หนูไม่อยากให้คุณแม่หายไปจริงๆ นี่!!

อันนาเอ่ยอย่างแน่วแน่และปล่อยดาบผู้กล้าทิ้งลงพื้น เสียงดาบที่กระแทกสองครั้งมันดังกึกก้องไปทั่วสังเวียนแห่งนี้ ก่อนที่จะมีคนถอนหายใจ

“เฮ้อ...ดูเหมือนอารมณ์ด้านมืดของแกยังไม่พอ”

ลูกตาเอ่ยแล้วปล่อยออร่าที่ดำใส่ตัวอันนาเพิ่มเข้าไปอีก คนที่ถูกออร่ากัดฟันทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและพึมพำไปมา

“อย่านะ อย่านะ อย่านะ อย่านะ”

“อันนา!!

เฟลิกซ์ตะโกนเรียกหวังว่าจะช่วยอันนาได้บ้าง แต่ลูกตาพระเจ้ากลับหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆ น้ำเน่าจริงๆ ความรักแม่ลูกเนี่ยนะ!? ฮ่าๆๆๆๆ นี่แก...แม่ที่ไหนที่ปล่อยให้แกตายอย่างเดียวดาย”

“อย่าไปเชื่อมันนะอันนา!!” เฟลิกซ์เถียง “ฟังแม่...แม่ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นเลย!!

“คุณแม่...”

อันนาได้ยินแบบนั้นแล้วก็ค่อยๆ เอื้อมมือขวามา เฟลิกซ์เองก็อยากจะเอื้อมมือรับแต่เพราะถูกตรึงด้วยพลังที่มองไม่เห็นอยู่ แต่ลูกตาพระเจ้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่นอน มันส่งออร่าสีดำที่หนาและเร็วกว่าเดิมใส่ตัวอันนาจนเจ้าตัวต้องชักมือกลับกอดตัวเองด้วยความเจ็บปวด

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

“อันนา!!! แกไอ้ลูกตาพอสักทีเหอะ!! ถ้าอยากจะฆ่าฉันแกก็ฆ่าตัวแกเองสิ!!

เฟลิกซ์ขอร้องด้วยชีวิตแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอม

“ไม่!!! แกต้องตายด้วยมือเธอเท่านั้น อารมณ์ด้านมืดจะได้เพิ่มพูนมากขึ้นยังไงละ!!

“ไอ้พระเจ้าโรคจิต!!

“ขอบใจที่ชม หึๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

ลูกตาส่งเสียงหัวเราะได้น่าขยะแขยงจนเธออยากจะอ๊วกก่อนที่จะไม่สนใจแล้วมองหน้าอันนาที่กำลังทนความเจ็บปวด

อันนา...

“อย่ามาแตะต้องท่านพี่ของเรย์ลี่นะ!!!

จู่ๆ ก็มีเสียงเรย์ลี่ดังขึ้นมาก่อนที่จะเห็น Run N Gun ในโหมดดาบตวัดฟันผ่านอันนาและลูกตาในครั้งเดียว....ออร่าดำที่ปกคลุมอันนาหายไปและล้มลงกับพื้นซึ่งเฟลิกซ์เองก็ถูกปลดผนึกล้มลงไปเช่นกัน ส่วนลูกตาถูกฟันขาดเป็นสองท่อนแต่ยังคงค้างกลางอากาศอยู่...Run N Gun ที่ลอยได้ค่อยๆ ปรากฏตัวผู้ใช้ที่มีทรงผมทวินเทลสีเหลืองอันเป็นผลมาจากเวทย์ล่องหน

เรย์ลี่!?

“หือ? ใครกันที่บังอาจมาขัดจังหวะ”

ลูกตาที่ถูกแบ่งเป็นสองท่อนค่อยๆ หมุนกลับหลัง ดูเหมือนมันจะไม่เป็นอะไรเลย

แย่แล้ว!!

เฟลิกซ์รีบมองหาตัวช่วยเพราะแขนซ้ายจักรกลมันไม่ยอมขยับแล้วก็เห็นดาบผู้กล้าที่ตกอยู่ใกล้มือที่อันนาทำตกไว้ เธอรีบหยิบขึ้นมาด้วยมือขวาฟันด้วยแรงอันน้อยนิดที่ลูกตาพระเจ้าทันที อีกฝ่ายไม่มีเสียงร้องตอบรับแต่ทำให้ชะงัก...มันค่อยๆ หันกลับมามองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันชั่วร้าย

“ทำอะไรของแก...ถึงจะใช้ดาบถูกสาปให้ลบตัวตนได้ก็ตาม แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอก...เพราะข้าคือ—”

ลูกตาสองส่วนนั้นเริ่มสังเกตเห็นตัวเอง...ข้างล่างของตัวมันเริ่มสลาย

“เป็นไปไม่ได้! นี่มันบ้าอะไร!? แต่ยังไงก็ตามข้าไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ก็ได้...แต่มันก็ไม่น่าจะเป็นแบบนี้!?

“มันเป็นไปแล้ว”

มีเสียงที่คุ้นหูเฟลิกซ์เหลือเกินดังใกล้จากทางขวา ครึ่งท่อนบนของเพื่อนสนิทที่อยู่ในชุดของ MLA แต่ดันอยู่ในกรอบหน้าต่างสีฟ้าเหลืองและสัญลักษณ์ดาวมีปีกของเวิลด์เจเนอรัลขนาดเท่า A4 อยู่ นัยน์ตาสีเขียวมรกตและรอยยิ้มที่กุมชัยชนะถูกฉายให้ทั้งสองคนได้เห็น

“นานามิ!!! นี่เธอ...”

เฟลิกซ์เรียกชื่อและเกิดอาการงงรับประทานอย่างหนัก นานามิส่งยิ้มทักทายให้เธอเสร็จก็หันไปมองลูกตาพระเจ้าที่กำลังจะสลาย

“ตกใจมากไหม...ดร. ดิไวน์”

“เวิลด์เจเนอรัล!? ชิ!!” ลูกตาพระเจ้าที่ถูกเรียกว่าดร. ดิไวน์ก็เหวอหนัก “ทำไมพวกแกถึงได้—”

“เอาเป็นว่าตอนนี้พวกฉันเจาะระบบของแกได้แล้ว”

นานามิวางท่าเป็นคนที่ได้รับชัยชนะ ลูกตาพระเจ้าที่กำลังสลายหมดทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้

“หน่อยยยยยยยยยยยย!!! ดูถูกมากเกินไปแล้ว!! เดี๋ยวจะเอาทุกๆ อย่างที่เป็นของข้ากลับคืนมา!!

และแล้วมันก็สลายหายไป...

อะไรเนี่ย

เฟลิกซ์ใช้ดาบผู้กล้าประคองตัวลุกขึ้นแต่ในหัวยังมีอาการเอ๋อรับประทานอยู่ เพื่อนสนิทส่งเสียงเรียกทักทาย

“เฮๆๆๆๆ! สบายดีไหมเฟลิกซ์ เกือบช่วยเธอไม่ทันแล้วละ เนี่ยเธอต้องขอบคุณฉันร้อยๆ รอบเลยนะ ถ้ากลับมาแล้วก็ต้องเลี้ยงฉันหนึ่งปี...ไม่สิห้าปีเลย!

“เดี๋ยวๆ” เฟลิกซ์ขอขัดจังหวะ “เธอ...มาได้ไง?”

“หือ? ก็แค่ส่งสัญญาณมาหาไง?”

“ไม่ใช่แบบนั้น นี่มันโลกคนละมิตินะ? เท่าที่ฉันจำได้โลกทางนู้นยังไม่มีเทคโนโลยีข้ามมิติไม่ใช่หรือ?”

เฟลิกซ์ถามเสร็จ นานามิอ้าปากร้อง...

“ห๊ะ!? ละเมออะไรของเธอ?”

“เธอนั่นแหละละเมออะไร!? ฉันตายไปแล้วและถูกพระเจ้าส่งข้ามมิติมานะ!? มาอยู่โลกคริสตัลฟอร์แห่งนี้ไง”

เฟลิกซ์บอกอย่างมั่นใจให้เพื่อนสนิทหายโง่ แต่กลับได้สีหน้าที่งุนงงหนักกว่าเดิมและอีกไม่กี่วินาทีถัดมาก็เอามือกุมหน้า

“อ๋อ...จริงสิ ในข้อมูลที่เจาะมาได้มันก็มีด้วยนี่หว่า”

นานามิพูดกับตัวเองก่อนที่จะหายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกความจริงที่น่าเหลือเชื่อ

“ฟังให้ดีนะเพื่อนยาก...ไม่ว่าเธอจะได้ยินจากไหนที่ไหนอะไรมาสลัดทิ้งมันให้หมด!! เธอยังมีชีวิตอยู่ในแคปซูลรักษาชีวิตของเจ้าบ้าดร. ดิไวน์ไว้วิจัยพลังจิตของเธอ! และเชื่อมต่อสมองเธอกับโลกเสมือนจริงมันใช้ระบบเวอร์ชวลเรียลลิตี้ (Virtual Reality) จากบริษัททรานสมิธที่มันเคยทำงานมานั่นแหละ”

ปริศนาที่เฟลิกซ์เคยสงสัยมานานถูกไขออกรัวเดียวจากคำพูดของนานามิ ถึงกับเข่าอ่อนนั่งกับพื้น

งั้นเรื่องแปลกๆ อย่างมีสัญลักษณ์และคำจากเวิลด์เจเนอรัล...ความไม่สมเหตุสมผลกับหลักความจริงเกี่ยวกับหกเหลี่ยม...ตระกะวิบัติเกี่ยวกับอายุและร่างกาย...หลอด HP

และข้อความที่พวกนักโบราณคดีทิ้งไว้ก่อนหายตัวไปว่า...

Everything is fake.

“เหอะๆ...หึๆ...ฮ่าๆๆๆๆ”

บัดนี้เฟลิกซ์ทั้งขำและสมเพศตัวเองที่มองความจริงไม่ออกจนน้ำตาไหลอีกครั้ง เธอเช็คมันแล้วถามเพื่อนสนิท

“แล้วเธอรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ในโลกเสมือนจริงละเนี่ย”

นานามิได้ยินแล้วล้วงมือหยิบมือถือขึ้นมาและเปิดเมล์หนึ่งให้เห็น ข้อความในเมล์เป็นข้อความเดียวกันกับที่เธอเคยพิมพ์เล่นๆ กับคอมพิวเตอร์เก่าๆ ที่เคยเจอในบ้านพักของอาจารย์โซล

ส่งไปถึงจริงๆ หรอเนี่ย...ระบบโลกเสมือนนี่บัคหรือป่าว?

“ก็เธอเป็นคนส่งมันมานี่น๊า” นานามิอธิบาย “รู้ไหมตอนแรกฉันกับลูกเธอดีใจยกใหญ่เลยนะที่มีข้อความนี้มา...ตอนนั้นกำลังนั่งดูข้อมูลส่งคลื่นโซน่าจากโดรนค้นหาศพเธอยู่เลย แต่เพราะเรื่องที่เธอส่งมามันแปลกมากเกี่ยวกับต่างโลกอะไรนั่น...พอเอาไปตรวจสอบที่มาแล้วก็พบว่ามันถูกส่งมาจากสถานที่ที่ไม่น่าจะส่งมาได้...ในพื้นที่รังสีอันตรายหรือ Danger Area กลางทะเลจีนใต้ที่นึ่งนั่นแหละ...พอขอลองส่งเรือโดรนเข้าไปตามนั้นก็เจอตอเข้าจนได้”

“เจอตอ?”

“เกาะที่ไม่ปรากฏในแผนที่ไง...เกาะที่มีชื่อว่า [ดิไวน์] เต็มไปหมดและทั้งเกาะนั้นก็เต็มไปด้วยระบบป้องกันฐานโคตรๆ แข็งแกร่งโดยที่ Area CH-5 นั่นเทียบไม่ติด เลยตัดสินใจร่วมมือกับเวิลด์เจเนอรัลเจ้านายเก่าส่งโดรนที่ตัวจับยากเข้าแทรกซึมที่เกาะนั้นและก็เจออภิมหาศาลแคปซูลที่มีมนุษย์ถูกทำให้หลับอยู่หมื่นกว่าคน แต่ยังไม่ทันเก็บข้อมูลหมดก็โดนตรวจพบ โดรนเลยโดนไล่ล่าเอาเป็นเอาตายสุดท้ายก็แอบเข้าแทรกซึมระบบโลกเสมือนนี้ได้แหละและไม่ต้องห่วงนะว่าที่โลกจริงๆ เธอจะเป็นอะไรเพราะโดรนพิเศษนั้นปล่อยไวรัสควบคุมทางเข้าออกของแคปซูลเป็นหมื่นไว้แล้วและดิไวน์ไม่กล้าทำอะไรมากด้วยเพราะมันเหมือนมีบางอย่างที่เชื่อมต่อไว้กับทุกๆ คน...มันคืออะไรฉันกับวิคตอเรียก็ยังไม่รู้ เลยไม่กล้าที่จะดึงให้ทุกคนโลกเสมือนกลับมาสู่ความจริง”

“ดีแล้วที่ไม่ทำแบบนั้น ถ้าไม่อย่างงั้นทุกคนได้ตายแน่...และสำหรับเรื่องท่อนั้น...หนูรู้...ค่ะ”

คนที่รู้คลานเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เฟลิกซ์

“อันนา!” คนเป็นแม่ประคองตัวอันนามาไว้บนตัก

“อันนา!?” นานามิอ้าปากค้าง “เฮ้ย? ทำไม...นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย”

“สวัสดีค่ะคุณน้า” อันนาทัก “หนูยังมีชีวิตอยู่ค่ะ...แค่ร่างจริงเหลือแค่สมองนะคะ”

“สมอง!?” ทั้งคู่ตกใจของจริง

“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะคะ เรื่องท่อที่เชื่อมท่อทุกๆ คนทีเชื่อมต่อกับโลกคริสตัลฟอร์ไว้ มันเป็นเทคโนโลยีที่คุณพ่อ...เอ่อ...หรือดร. ดิไวน์ที่คุณน้าเรียกค้นพบมาค่ะ เห็นว่ามันน่าจะเป็นเทคโนโลยีเอเลี่ยนโบราณที่สามารถดูดซับความรู้สึกเกลียดชังความทุกข์ไม่สมหวังความรู้สึกด้านลบต่างๆ แปรเปลี่ยนเป็นพลังที่น่ากลัวได้ค่ะ...อย่างที่หนูโดนมันครอบงำจนทำร้ายคุณแม่ หนูขอโทษนะ...คะ ขอโทษ"

“ไม่ๆๆๆ เธอไม่ต้องขอโทษอะไรทั้งนั้น ฉันผิดเอง” เฟลิกซ์ว่า “ผิดที่ทิ้งเธอไว้ที่กับดักที่นั่น”

“ไม่หรอกค่ะ...เรื่องนั้นหนูรู้ดีว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ” อันนาพยายามยิ้ม “หนูมีเรื่องจะสารภาพค่ะ...ดร. ดิไวน์ที่เป็นคุณพ่อสร้างหนูขึ้นมาจากเลือดของคุณแม่ สร้างหนูขึ้นมาแล้วเร่งการเติบโตป้อนข้อมูลต่างๆ เข้าสมองจนเป็นผู้เป็นคนและถูกทำเป็นถูกปล่อยทิ้งไว้ที่ Area CH-5 นั่นเพื่อแทรกซึมเข้าเวิลด์เจเนอรัลขโมยข้อมูลต่างๆ ภายในองค์กร...เพราะฉะนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาหนูโกหกมาตลอด หนูเป็นคนไม่ดี...แต่ถึงอย่างงั้นเวลาที่อยู่กับคุณแม่หนูมีความสุขมากเลยนะคะ”

“อันนา...”

สองคู่สายตาสีแดงประสานคู่กันอย่างลึกซึ้งจนนานามิที่ VDO Call อยู่หมั่นไส้

“อะแฮ่ม! อย่ามาซึ้งกันผิดเวลาสิยะทั้งสองคน! ให้ตายสิให้รู้จักเวลาบ้าง...”

“ฮ่าๆๆ”

เฟลิกซ์ยกมือเกาหัวอย่างลืมตัวก่อนที่จะนึกอะไรออก

“นานามิ...นี่มันก็เกือบๆ ยี่สิบปีแล้วทำไมเธอไม่แก่ขึ้นเลย?”

“หา!? เธอเมาอะไรเนี่ย” นานามิขมวดคิ้ว

“อ๋อคุณแม่ เรื่องนั้น...”

อันนาอธิบายเรื่องของเวลาในโลกเสมือนนี้กับโลกความจริงให้ฟังว่า ดร.ดิไวน์ได้ใช้ฟังก์ชั่นต้องห้ามของเวอร์ชวลเรียลลิตี้ในการเร่งเวลาซึ่งถ้านับเวลาที่แท้จริงเฉพาะช่วงที่เฟลิกซ์เข้ามาสู่โลกเสมือนนี้จนถึงช่วงที่เฟลิกซ์ตื่นขึ้นมาหลังจากการหลับที่ยาวนานซึ่งตอนนั้นการเร่งเวลาถูกปรับให้เป็นปกติพอดี เวลาที่โลกความจริงผ่านไปเกือบสามเดือนและถ้านับมาเรื่อยจนถึงตอนนี้ก็เป็น 97 วัน

หลังจากที่จบเรื่องนี้ไป นานามิถามอันนาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

“นี่อันนา...เธอน่าจะรู้ใช่ไหมว่าดร. ดิไวน์กำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่”

“ค่ะ...ดร. ดิไวน์วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเอเลี่ยนที่แปรสภาพอารมณ์ด้านลบจากทุกคนที่กลายเป็นผักปลาเข้ามาสู้คริสตัลฟอร์ นำไปสร้างเป็นจักรกลที่มีชีวิตชื่อว่าดาร์คไซเบอร์เอลฟ์ (Dark Cyber-elf) หรือเรียกสั้นๆ ว่าดาร์คเอลฟ์ (Dark-elf) นั่นแหละคะ”

“ดาร์คเอลฟ์? แล้ว...มันทำอะไรได้บ้าง” เฟลิกซ์ถาม

“ควบคุมเครื่องจักรได้ทุกประเภททุกอย่างทั่วโลกไม่สนระยะทางมากน้อยแค่ไหน”

ความน่ากลัวของสิ่งที่กำลังถูกสร้างขึ้น ผู้ใหญ่ทั้งสองคนต่างสั่นสะท้าน...เฟลิกซ์หันไปสบตากับนานามิและสื่อสารผ่านดวงตาอันเป็นว่ารู้ใจกัน

“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวทางนี้ฉันจะหาจัดการเอง” นานามิว่า “อันนาพอรู้พิกัดหรือความคืบหน้าในการสร้างของมันไหม?”

“อ๋อ รู้ค่ะ มันอยู่—”

อันนาพูดยังไม่ทันจบก็มีอาการแปลกๆ เหมือนหายใจไม่ออก เธอพยายามจะบอกเรื่องนั้นอยู่หลายรอบแต่ก็ทำไม่ได้ เฟลิกซ์เห็นบางอย่างลอยขึ้นจากข้างล่างตัวเธอ...เท้าของเธอกำลังเริ่มสลายไล่ขึ้นหาด้านบน

“อันนา!

เมื่ออันนาเห็นสภาพตัวเองแบบนั้นก็เข้าใจ

“รู้สึกจะเป็นกับดักไว้เผื่อหนูทรยศน่ะ”

“ไม่ๆๆๆๆๆๆ อันนา!” เฟลิกซ์จับหน้าเธอให้หันมา “อย่าตายนะ!

“หนูไม่ได้ตายหรอกค่ะ” อันนาขยับมือขวาขึ้นมาจับข้อเฟลิกซ์ไว้ “แค่โดนลบตัวเองในโลกเสมือนนี่เฉยๆ ตัวจริงก็ยังในแคปซูลนั่น”

“แล้วอยู่ที่ไหนของเกาะละ!? จะได้ให้นานามิส่งกองกำลังไปช่วย!

“บอกไม่ได้หรอกค่ะ ถูกบล็อกคำพูดไว้...”

“แล้วพอมีข้อมูลที่มีประโยชน์ที่พูดได้ไหม” นานามิถาม

“สำหรับโลกความจริงหนูไม่สามารถบอกได้แล้วค่ะ ทุกคำพูดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งและจุดอ่อนถูกบล็อกไว้หมดแล้ว” อันนาบอกหนทางที่ช่วยได้ “แต่ถ้าโลกเสมือน...คริสตัลฟอร์แห่งนี้ยังพอมีทางนะคะ จำได้ไหมที่หนูบอกว่าไม่สามารถทำให้ทุกคนกลับไปโลกความจริงได้ทันทีเพราะมีคำสั่งสั่งฆ่าซ้อนอยู่เป็นกรณีฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นแล้วมันก็จะมีคำสั่งไว้ปลดล็อกคำสั่งฆ่านั้นแต่มันถูกทำเป็นคีย์ลัดในรูปแบบปุ่มกดซ่อนไว้ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปคริสตัลฟอร์ค่ะ...ที่เป็นแผ่นดินลอยอยู่ห่างออกไปไกลนะคะ”

“หือ? แล้วแม่จะไปยังไง...อันนา!!

เฟลิกซ์ถามแล้วร้องตกใจเพราะร่างของเธอสลายถึงคอแล้ว อันนาเอียงคอหลั่งน้ำตา

“ก็เรือบินไงคะ...สุดท้ายนี้หนูขอพูดไว้ก่อนได้ไหมคะ เพื่อเกิดอะไรขึ้นแล้วไม่ได้เจอกันอีก”

“ต้องได้เจอกันอีกสิ!” เฟลิกซ์พูดอย่างมั่นใจ

“รัก...ที่...สุด”

และแล้วอันนาก็หายไป...มือทั้งสองของเฟลิกซ์กำแน่น นานามิเรียกเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“เฟลิกซ์...”

“นี่...นานามิ สถานการณ์ทางนั้นเป็นไงบ้าง บอกมาให้หมด”

เฟลิกซ์ที่จริงจังผิดหูผิดตาขึ้นมาถามถึง นานามิเปิดจอควบคุมอีกตัวที่อยู่ทางขวามือ

“โดยรอบเกาะดิไวน์ระยะยี่สิบกิโลเมตรมียานบรรทุกวิงเจ็ทของเวิลด์เจเนอรัลกว่าสามสิบลำประจำตำแหน่งรอดูสถานการณ์อยู่ ส่วนที่ตึกควบคุมแคปซูลกว่าหมื่นคนที่โดรนของเรายึดไว้ได้สามารถป้องกันการแทรกแซงจากภายนอกได้แล้วและพวกหุ่นยนต์ประจำการในเกาะก็ไม่สามารถบุกเข้ามาได้เพราะมีระบบความปลอดภัยที่เปิดอยู่ แต่เรื่องท่อเทคโนโลยีเอเลี่ยนนั่นไม่สามารถปิดได้จริงๆ อย่างที่อันนาว่า...ดูจากจำนวนปริมาตรที่ไหลออกไปไม่มีทีท่าจะหยุดเลย”

“แล้วเรื่องที่เธอติดต่อกับฉันได้นี่มีใครรู้อีกไหมและสามารถติดต่อคนอื่นในโลกนี้ได้ไหม”

“มีแต่สองคน ฉันกับวิคตอเรีย...ส่วนเรื่องหลังไม่สามารถทำได้เพราะที่ตัวแคปซูลคนอื่นมันมีระบบป้องกันการสื่อสารจากภายนอกได้อยู่ยกเว้นของเธอกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง”

“หือ? ทำไมถึงติดต่อได้แค่นั้นล่ะ”

“ไม่รู้สิ ของเธอกับของอีกคนเหมือนว่าเป็นแคปซูลที่เพิ่งติดตั้งใหม่เลยไม่ได้ใส่ตัวกันสื่อสารไว้ด้วย แต่คงไม่ได้เป็นมากมั้งเพราะคนอื่นก็เห็นจอสื่อสารนี้ด้วยนิ จะคุยกับใครขอแค่ให้เธอไปหาเป็นตัวนำทางไง”

“อือ...แล้วฉันจะติดต่อไปหาเธอได้ไหม ให้พูดคำสั่งหรือปัดหน้าจออะไรหรือเปล่า”

ที่เฟลิกซ์พูดแบบนั้นเพราะตัวเองก็เคยเล่นเกมประเภท VR หรือโลกเสมือนมาก่อนเหมือนกัน นานามิถอนหายใจ

“ดูเหมือนจะไม่ได้นะ ฉันลองหาทางแล้วมีแต่ทางเดียวคือฉันต้องเป็นคนติดต่อหาเธอเอง”

“แล้วพอระบุตำแหน่งสิ่งที่อันนาพูดถึงได้ไหม”

“ไม่ได้เลย สิ่งที่แฮกได้ก็มีแค่ติดต่อสื่อสารกับเธอเท่านั้น”

“ไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้สินะ”

“อือ ฉันดีใจนะที่เพื่อนรักยังไม่ตาย”

นานามิพูดแล้วหลิ่วตาให้

“ฉันเองก็เหมือนกัน”

“งั้นฉันไปรายงานเรื่องทั้งหมดก่อน ส่วนเธอก็ออกตามหาปุ่มนั่นและอย่าเพิ่งกดนะ รอติดต่อจากฉันก่อน”

“โอเค...เลิกกัน”

เฟลิกซ์พูดตัดจบ หน้าต่างโฮโลแกรมสีเหลืองฟ้าก็ยุบหายไป...มันทำให้นึกถึงเวลาเก่าๆ

คิดถึงเรื่องออกงานทำภารกิจด้วยกันจังแฮะ

“ท่านพี่...”

เสียงเรียกของเรย์ลี่ทำให้เฟลิกซ์ได้สติ...ดูเหมือนว่าเธอจะยืนฟังอยู่ใกล้ๆ นานแล้ว สายตาของเธอมีแต่ความหวาดหวั่นและความกลัว

“เมื่อกี้...มันหมายความว่ายังไงกันคะ...ที่บอกว่า...โลกนี้...เป็นของปลอม...ที่ไม่มีอยู่จริง”

ได้ยินแบบนั้นแล้วเฟลิกซ์ก็หนักใจเพราะคิดว่าคนที่ถูกลบความทรงจำทั้งหมดแล้วอาศัยอยู่โลกนี้คงเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากและทำใจได้ยากอีกด้วย แต่เฟลิกซ์ก็ชื่นชมเธอเล็กน้อยที่ยังพอฟังออกว่าคริสตัลฟอร์แห่งนี้มันเป็นแค่โลกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยข้อมูลเท่านั้น....ถึงอย่างงั้นเฟลิกซ์ก็ลำบากใจที่จะอธิบายและตัวช่วยก็โผล่มาพอดี

“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับว่าเรื่องจะพลิกล็อคเป็นแบบนี้”

ทอมมี่ก็เป็นอีกคนที่ยืนฟังนานแล้วเช่นกัน เรย์ลี่หันมองทอมมี่ที่เหมือนหวังจะช่วยบอกความจริงแก่เธอ...เฟลิกซ์เดินเข้าไปตบไหล่เขา

“นายช่วยฉันพูดกับเรย์ลี่ให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดหน่อยนะ”

[ณ โลกแห่งความจริง]

[11:35] [21/05/2055]

[เข้าสู่วันที่ 97 ที่เฟลิกซ์หายตัวไปและเป็นวันแรกที่ติดต่อเฟลิกซ์ได้]

[Area CH-3, Warning-Zone, กลางทะเลจีนใต้ห่างจากเกาะดิไวน์ 20 กิโลเมตร]

[ยานแม่มอชชินนี่ของเวิลด์เจเนอรัล]

“ยอดเยี่ยม ให้มันได้แบบนี้สิ”

วิคตอเรียในชุดเลขาธิการและผู้บัญชาการสูงสุดของเวิลด์เจเนอรัลประชดกับสิ่งที่นานามิเดินมารายงานตัวต่อตัว ณ ชั้นลอยแป้นควบคุมหลักของยานมอชชินนี่ในห้องบัญชาการที่ล้อมรอบไปด้วยกระจก ทหารและโอเปอเรเตอร์ของเวิลด์เจเนอรัลจำนวนมาก เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะพบกับฝูงวิงเจ็ทที่บินคุ้มกันกับลาดตระเวนอยู่โดยรอบ และยังมียานบรรทุกเครื่องบินอีกสามลำใหญ่อยู่ไม่ห่างมากนัก

“แล้ว...จะให้ทำยังไงดีคะ” นานามิออกความเห็น “การที่จะส่งกองทัพไปที่เกาะไม่ใช่เรื่องง่ายด้วย ระบบป้องกันฐานทัพที่นั่นที่มีพลังจิตที่ถูกก็อบปี้มาจากตัวเฟลิกซ์ทำให้ยานแม่นี้ตกได้ง่ายๆ ด้วย”

“ยังตัดสินใจไม่ได้ รอดูสถานการณ์ไปก่อน” วิคตอเรียตอบแล้วถามหาความเห็นจากอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ นานามิ “แล้วถ้าเป็นเธอ...จะทำยังไง นัมเบอร์ทู เจเนซิสไลท์ (No.2 Genesis-Light) เฟียน่า ดิฟเฟอร์...ต้องขออภัยเล็กน้อยที่การพบกันครั้งแรกของเราสองคนในสถานการณ์แบบนี้”

“ฉันไม่สนเรื่องพิธีรีตองอะไรมากมายหรอกค่ะ”

เฟียน่า ดิฟเฟอร์ อายุ 16 ปี เธอมีผมแดงยาวและนัยน์ตาสีแดงตอบด้วยสายตาที่เย็นชา...เธอเป็นลูกสาวของเฟลิกซ์ที่อยู่กับนานามิตั้งแต่เกิดเรื่องแม่ของเธอหายตัวไปช่วยออกตามหามาโดยตลอดและการสนทนาระหว่างนานามิกับเฟลิกซ์ที่อยู่ในโลกเสมือน เฟียน่าเองก็อยู่ในห้องนั้นเช่นกันเพียงแต่เลือกที่จะนั่งฟังเงียบๆ พ้นระยะกล้อง ซึ่งนานามิเดาว่าเฟียน่าเป็นพวกซึนเดเระที่ไม่อยากเจอกับแม่ตัวเองตรงๆ เพราะกลัวจะคุมตัวเองไม่อยู่ แต่ตอนนี้เธอกำลังหรี่ตาสงสัย

เดินตามหลังมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“สำหรับฉัน...ถ้าไม่มีแม่อยู่ที่นั่นแล้วละก็ ถล่มมันให้ยับเลย”

“หือๆๆ ไปเอานิสัยความรุนแรงนี้มาจากไหนเนี่ย”

นานามิข้องใจแต่ดูเหมือนวิคตอเรียจะเห็นชอบ

“นั่นก็เป็นตัวเลือกแรกสุดที่กำลังคิดว่าจะทำ”

“หา!? วิคตอเรียนี่เธอ...” นานามิเหวอ “จะทำอะไรกันแน่ ออกตามหาเฟลิกซ์พลิกเกือบทั้งโลกแล้วจะฆ่าทิ้งเนี่ยนะ?”

“ใช่ ถ้ามันหยุดยั้งอันตรายที่เกิดขึ้นจากตัวเฟลิกซ์ได้ละก็ฉันก็จะทำ” วิคตอเรียยืนยันหนักแน่น “ตอนนี้ก็เห็นอยู่แล้วว่าพลังจิตของเธอสามารถถูกนำไปใช้เป็นอาวุธป้องกันฐานได้อย่างดีแม้แต่ผู้นำอย่างฉันยังไม่กล้า ลองคิดดูสิว่าถ้ามันเป็นอาวุธหวังผลทำลายล้างจะขนาดไหน”

“แต่นั่นมันเพื่อน—”

“และอีกหมื่นชีวิตที่เกาะนั้น ถ้าแลกกับความปลอดภัยคนทั้งโลกฉันก็จะทำ...แน่นอนว่าตอนนี้เตรียมนิวเคลียร์พร้อมยิงแล้ว”

“วิคตอเรีย!” นานามิเลือดขึ้นแต่ก็ยังข่มร่างกายไม่ให้ไปทำร้ายได้อยู่

“ยิ่งตอนนี้พวกสื่อและสังคมภายนอกรับรู้แค่ว่ามาซ้อมรับด้วย...ใช่ ถ้าเรื่องไม่แดงมาตรการนี้ก็จะดำเนินการต่อ”

“งั้นแค่ฉันออกไปแฉละ” นานามิถาม

“ทันทีที่เธอออกจากยานนี้ นิวเคลียร์ก็จะถูกยิงทันที...แล้วเพื่อนของเธอก็จะหายไปตลอดกาลพร้อมๆ กับความลับพลังจิตมหาศาลนั้นแม้จะเคยช่วยพวกเรามากน้อยแค่ไหนก็ตาม”

วิคตอเรียพูดออกมาได้ไม่สะทบสะท้านและยิ่งไปกว่านั้นคนเป็นลูกอย่างเฟียน่ายังเฉยๆ กับเรื่องคอบาดตายของแม่ตัวเอง ทำให้นานามิหัวร้อน

“ไม่น่าบอกเรื่องเมล์นั่นกับเธอจริงๆ เลย”

“หึ...เพื่อปกป้องคนส่วนใหญ่ เสียสละคนส่วนน้อยเป็นเรื่องปกติ”

นานามิกัดฟันเจ็บใจและกำลังคิดหาทางต่อไปอยู่นั้น จู่ๆ ทั้งห้องบัญชาการถูกแสงสีแดงส่องสว่างพร้อมเสียงเตือนดังไปทั่ว วิคตอเรียเดินเข้าประจำตำแหน่ง

“เกิดอะไรขึ้น!

“มีเจาะสัญญาณภาพแทรกเข้ามาค่ะ!” โอเปอเรเตอร์สาวคนหนึ่งรายการจากข้างล่าง “ไม่สิ...มันกำลังเจาะสัญญาณภาพไปยังอุปกรณ์ฉายภาพทั่วโลกเลยค่ะ!

“หาทางหยุดยั้งมันไว้!” วิคตอเรียออกคำสั่ง

“รับทราบค่ะ!...เอ๊ะ!? ล้มเหลว...ล้มเหลว! ไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยสิ้นเชิงค่ะ!

“ศูนย์การควบคุมหลักที่ Area RU ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เหมือนกันครับ!

“ดาวเทียมในเครือข่ายทั้งหมดถูกแฮกไม่สามารถควบคุมได้เลยค่ะ!

“ไม่ว่าจะเป็นทีวีและเครื่องสื่อสารทุกชนิดต่างถูกแทรกแซงด้วยสัญญาณเดียวกันทั้งนั้เลยครับ!

“ตอนนี้สัญญาณภาพที่แฮกเข้ามานั้นยังคงเป็นจอดำอยู่ค่ะ!

“เอาภาพขึ้นจอ!

วิคตอเรียไม่มีทางเลือกเลยต้องเล่นตามน้ำและเพื่อดูสารของคนที่เป็นต้นเหตุความปั่นป่วนทั่วโลกตอนนี้ จอโฮโลแกรมยักษ์ที่อยู่เยื้องข้างหน้าจอเอียงลงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นได้ทุกคนปรากฏภาพสีดำที่มีเส้นปะเหมือนทีวีเสียก่อนที่จะมีภาพจากมุมมองเหนือทะเลที่มียานบรรทุกเครื่องบินของเวิลด์เจเนอรัลเหาะอยู่อากาศไกลออกไป ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีลำแสงสีทองพุ่งจากทางขวาของจอไปยังยานบรรทุกเครื่องบินลำนั้นเข้าด้านข้างและทะลุออกไป ตัวยานนั้นเกิดการระเบิด ณ จุดที่ถูกยิงและกำลังร่วงลงสู่ทะเล สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนห้องบัญชาการและทุกคนบนโลกที่เห็นภาพถ่ายทอดสด ณ ขณะนี้ ก่อนที่ภาพจะถูกตัดมายังภาพของชายคนหนึ่งที่ไว้ผมหนวดเคราสีน้ำตาลสวมแว่นตาเหลี่ยมอันเล็กในชุดเสื้อกาวน์ที่ถูกทาเป็นสีดำ นานามิรู้จักเขาเป็นอย่างดี

ดร. ดิไวน์!

“ภาพเมื่อสักครู่ที่ทุกท่านได้เห็นก็คือยานลอยฟ้าบรรทุกเครื่องบินหนึ่งในสามสิบสามลำของเวิลด์เจเนอรัลที่กำลังลอยละล่องอยู่ที่ทะเลจีนใต้แล้วถูกอาวุธของผมจัดการไป...”

คำพูดของชายในจอพูดนั้นทำให้วิคตอเรียเตือนหันไปสั่งการกับลูกน้อง

“ตรวจสอบสิ!

“ท่านเลขาธิการคะ! มีการยืนยันแล้วค่ะว่ายานบรรทุกเครื่องบินหมายเลขสิบสองถูกยิงร่วงแล้วจริงๆ  คะ!

คำยืนยันของโอเปอเรเตอร์คนหนึ่งทำให้วิคตอเรียระบายอารมณ์ด้วยการทุบกำปั้นที่โต๊ะตรงหน้าแล้วฟังที่ดร. ดิไวน์พล่ามต่อไป

“หึๆ ต้องขอโทษที่แนะนำช้าเกินไป ผมคือดร. ดิไวน์ ผู้ที่ต้องการแก้แค้นพวกผู้นำระดับสูงทุกคนบนโลกใบนี้!!! เชื่อว่าตอนนี้ใครบางคนกำลังจ้องผมเหมือนเห็นผีเพราะคิดว่าผมตายไปแล้ว ดีใจด้วยนะครับที่ได้พบกันอีกครั้ง...มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทุกท่านที่ไม่เคยรู้จักผมและรู้เรื่องเน่าๆ ที่ผมได้รับคงจะสงสัยแน่แท้ว่าทำไมตอนนี้ถึงมีภาพของชายคนนี้ปรากฏไปทุกที ขอเล่านิทานสั้นๆ ว่ามีชายคนหนึ่งได้ค้นพบนวัตกรรมที่สามารถช่วยโลกให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็วเลยเสนอขอทุนจากผู้นำที่น่าจะมีวิสัยทัศน์ แต่แล้วเขากลับถูกคนพวกนั้นขโมยผลงานและทำลายทุกๆ อย่างพร้อมลบตัวตนของผมเหมือนไม่ได้เกิดอยู่บนโลกใบนี้!!

เรื่องที่ดร. ดิไวน์กล่าวมานั้นนานามิรู้ดีกว่าใครเพราะเคยฟังอีกเวอร์ชั่นเป็นชายพบบ่อน้ำพุรักษาได้ทุกโรคมาแล้วเขายังกล่าวต่อไป

“ซึ่งขอกล่าวถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเสียใจด้วยนะครับที่ผมยังชีวิตอยู่...ที่ออกมาพูดแบบนี้ไม่ได้ต้องการของๆ ผมคืนหรอกเพราะตอนนี้ได้พบสิ่งที่ล้ำค่ากว่านั้นแล้ว!

และภาพก็ตัดไปยังแท่นรับพลังงานขนาดร้อยเมตรที่มีบางสิ่งลอยอยู่สูงเล็กน้อย มันเป็นก้อนพลังงานสีดำที่น่าขยะแขยงที่กำลังรวมตัวกัน ณ จุดศูนย์กลางที่ยาวกว่าแปดสิบเมตร...สิ่งที่ทำให้ใหญ่ได้ขนาดนี้คือท่อขนาดใหญ่จำนวนพันท่อที่ต่อเข้าทุกช่องทางที่จะมุดได้ เสียงของดร. ดิไวน์ดังขึ้น

“มันคือดาร์คเอลฟ์!! ตอนนี้มันเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว 80% แต่พบใช้มันแค่ 10% เท่านั้นในการควบคุมอุปกรณ์สื่อสารทุกที่ทั่วโลก...ใช่แล้ว!! สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือดาร์คเอลฟ์ที่มีชีวิตนี่แหละจะควบคุมทั้งเครื่องจักรและสมองคนทั่วโลกเพื่อชำระล้างอันเน่าเหม็นนี้ใหม่ซะ!!! โลกเอ๋ยจงสิ้นหวังเข้าไป! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมันจริงหรือไม่...แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือความโกลาหล

“เจ้าหมอนั่น...”

วิคตอเรียกัดฟังไหล่สั่น นานามิและคนอื่นๆ ต่างไม่เคยเห็นผู้นำสูงสุดเป็นขนาดนี้เพราะดูเหมือนเธอจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับดาร์คเอลฟ์ถึงได้มีสีหน้าที่หวาดกลัว แล้วดร. ดิไวน์ก็เข้าเรื่องใหม่

“และทุกๆ ท่านได้ยินเช่นนั้นแล้วคงอยากให้กองทัพที่เกรียงไกรที่สุดของโลกอย่างเวิลด์เจเนอรัลจัดการผมใช่ไหม โปรดย้อนเทปไปช่วงต้นสักหน่อยว่าผมเพิ่งจะสอยยานลำใหญ่ของพวกเขาที่มีเกราะพลังงานที่พรีเซ็นหนักหนาว่าไม่อะไรเจาะเข้าร่วงไปลำหนึ่ง...ซึ่งผมยังมีลำแสงแบบนั้นอีกเยอะแยะ ฮ่าๆๆๆ แต่คงสงสัยใช่ไหมว่าทำไมผมถึงมีของอันตรายแบบนั้นได้ มันเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่พวกเขาอ้างเหตุผลซ้อมรบมาที่ทะเลจีนใต้บนเกาะที่ผมถูกพวกเขาล้อมอยู่นี่ว่า...ผู้ใช้พลังจิต เอสเปอร์ หรือพีทูหมายเลขหนึ่งอย่างแร็คนาร็อคที่พวกท่านไม่เคยเห็นหน้าตาของนางถูกผมจับไว้สร้างพลังทำลายล้างแล้ว!!! น่าตื่นตาตื่นใจมากที่เดียวที่เวิลด์เจเนอรัลเก็บของอันตรายไว้ขนาดนี้...แต่บางคนคงคิดว่าแค่ประชาชนคนเดียวเอานิวเคลียร์ถล่มไปซะ โลกจะไปปลอดภัย...ต้องขอย้อนความนิดหนึ่งว่าช่วงปีสองปีมานี้ เหล่าลูกคุณหนูของพวกเศรษฐี นายทหาร ศาล กษัตริย์ราชวงศ์ และพวกตำแหน่งสูงๆ ทั้งหลายไม่หายตัวไปก็ถูกลักพาตัวไป...เป็นจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นคนพวกเขาอยู่ที่นี่กับผม!!!

แล้วภาพก็ตัดไปยังเหล่าแคปซูลช่วยชีวิตนับหมื่นอันที่มีร่างมนุษย์อยู่ในนั้นมากมายก่อนที่จะถูกตัดมายังภาพดร. ดิไวน์เช่นเดิม

“จะเห็นลูกของใครบางย้อนภาพกันเอาเองนะครับ หึๆๆ ตอนนี้ลูกของพวกคุณกำลังเจอกับความทุกข์ที่น่าสิ้นหวังสุดๆ โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่านั้นเป็นแค่โลกเสมือนจริงที่พวกเขาถูกลบความทรงจำไปมีชีวิตใหม่...แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ถ้าพวกเขาถูกปลุกให้ตื่นความทรงจำทุกอย่างก็กลับมาเอง แต่ไม่ขอรองรับเรื่องผลกระทบเพราะผมเปิดใช้งานการเร่งเวลาซะด้วยสิ...เอาละพวกมีหน้ามีตาทั้งหลายถ้ายังอยากให้ลูกพวกท่านมีชีวิตอยู่ละก็จงไปวิงวอนต่อเวิลด์เจเนอรัลซะ!! เพราะพวกเขาจ้องจะยิงนิวเคลียร์ใส่ผมอยู่ยังไง!! แต่ในขณะเดียวกันถ้าไม่สามารถถล่มเกาะของผมที่มีดาร์คเอลฟ์อยู่ได้ภายในสองสัปดาห์...โลกทั้งใบก็เป็นของผม!! ทุกคนก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกันมีความสุขจะตาย! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

ในที่สุดภาพก็ทุกตัดหายไป

“ท่านเลขาธิการค่ะ! เราสามารถกู้สัญญาณกลับคืนมาได้แล้วคะ!

คำยืนยันของโอเปอเรเตอร์ที่ไม่ได้ช่วยให้วิคตอเรียรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เธอค่อยๆ หันหลังมาเจอหน้ากับนานามิกับเฟียน่าด้วยใบหน้าที่มีแต่เหงื่อ

เฮ้ยๆ เป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอ

แต่แล้วอีกไม่กี่วินาทีถัดมา วิคตอเรียเช็คเหงื่อนั้นออกแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นที่มุ่งมั่นแทน

“หึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ คราวนี้ดร. ดิไวน์กับดาร์คเอลฟ์งั้นหรือ เป็นอุปสรรคใหญ่อีกชิ้นที่ต้องเอาออกแล้วสินะ”

“นี่ท่าน...”

“เวิลด์เจเนอรัลและตัวฉันผ่านเรื่องราวมากมายไม่ยอมแพ้แค่คำถ่อยโง่ๆ ของเจ้านั่นหรอก!

เลขาธิการลั่นวาจาแล้วเดินแทรกทั้งสองคนไปก่อนที่จะหยุดหันหน้ามองด้วยหางตา

“งานนี้ฉันไม่สามารถใช้วิธีการเสียสละคนหมู่น้อยได้แล้ว...เพราะขืนทำเวิลด์เจเนอรัลคงโดนกดดันต่อต้านจนล่มสลายแน่ๆ ยังไม่รวมถึงพวกที่จะเข้ามาเข้าข่ายเป็นขบวนหลังจากนี้อีก...เพราะฉะนั้นฉันต้องพึ่งเธอทั้งสองคน จะมากับฉันไหมเพื่อช่วยคนที่รักของพวกเธอไหม?”

คำถามนั้นมีเพียงคำตอบด้วยอยู่แล้ว เฟียน่ายักไหล่และนานามิฉีกยิ้มราวกับว่าจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แล้วเธอก็ให้คำตอบ

“ช่วย...ต้องช่วยอย่างแน่นอนอยู่แล้ว!!!


คุยกับไรท์เตอร์

มีใครเดาถูกหรือเปล่าว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ ฮ่าๆๆ

โปรดติดตามตอนต่อไปที่มีชื่อว่า

Ch.54 บทส่งท้าย Vol.2 – [True Destiny]

53 ความคิดเห็น

  1. #45 TwinHaro (@twinharosystem) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 09:19
    เงิบ... กลับไปดูแผนที่แปปแล้วนั่งรอ...
    #45
    1
    • #45-1 ::Spy:: (@spy-spy-spy) (จากตอนที่ 56)
      29 สิงหาคม 2559 / 11:48
      เงิยฮ่าๆๆ ตอนใหม่มาแล้วหน๊าาเป็นตอนสั้นๆ ส่งท้าย Vol.2 :D
      #45-1