ตอนที่ 55 : Ch.52 Mental Tower VIII - [คนที่คุ้นเคย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ส.ค. 59


Crystalfall: Uprising

คริสตัลฟอร์: อัพไรซิ่ง

Ch.52 Mental Tower VIII - [คนที่คุ้นเคย]

“อ๊าก!!

เฟลิกซ์ร้องเจ็บขึ้นมาเพราะมีอะไรบางอย่างมาปักที่กลางอก

เข็มฉีดยา?

ร่างกายเริ่มอ่อนล้าเข่าอ่อนลงไปนอนหงายกับพื้น

เกิด...อะไร...ขึ้น...

เธอกำลังเรียบเรียงความทรงจำใหม่เพื่อหาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...

หุ่นยนต์ปลาหมึกนั่น...ตรงตาแดงดวงใหญ่...มีกลไกเหมือนปืนกลกราดยิงใส่ทุกคนนี่นา...

กระสุนนั่นก็คือ...ยานี่...

สติเริ่มประคองไว้ไม่ค่อยอยู่ ในตาเธอที่เริ่มมองทุกอย่างเบลอขึ้นเรื่อยๆ เห็นทุกคนกำลังหนีเจ้าละวัลหลบเข็มขีดยาและส่วนใหญ่ก็ล้มพับกับพื้น

ยาพิษ...แน่ๆ...

อะไร...กัน...ขึ้นมาชั้นบนสุดเพื่อแบบนี้...เนี่ยนะ...

สมกับเป็น...พระเจ้าเฮงซวย...จริงๆ

“คุณแม่ค่ะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ?”

เสียงเรียกปลุกจากภวังค์ พอลืมตาขึ้นก็พบกับเด็กผมขาวที่กำลังจ้องมองอย่างเป็นห่วง

อันนา? ทำไมถึง...

“เค้กที่คุณแม่อยากกินได้แล้วนะคะ”

อันนาบอกอย่างดีใจแล้วชี้ไปยังเค้กบนโต๊ะปูผ้าขาวตรงหน้าคนที่ยังไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

เค้กส้ม...ของชอบของเรา

“คุณแม่ไม่สบายแน่ๆ...เดี๋ยวป้อนให้นะคะ”

ลูกสาวบุญธรรมเอ่ยแล้วใช้ส้อมตัดเค้กส้มชิ้นเล็กแล้วยื่นป้อนให้ เฟลิกซ์เองก็กินเข้าไปอย่างงงๆ

อะไรกันเนี่ย...นี่เรา...อยู่ที่หอคอยเหล็กกล้าไม่ใช่หรอ

“อร่อยไหมคะ?”

“อืม” เฟลิกซ์พยักหน้า “นี่ฉัน...อยู่ที่ไหน”

“เอ๊ะ!? คุณแม่ทำงานหนักไปแน่ๆ เลย ทั้งๆ ที่เป็นคนชวนหนูมากินเค้กร้านโปรดของคุณแม่แท้ๆ”

อันนาอมแก้มป่องแล้วตักกินเค้กของตัวเอง เฟลิกซ์หันมองรอบๆ ตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง

ที่นี่มัน...ร้านโปรดของฉันนิ?

ถึงจะรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนแต่ก็สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด

เดี๋ยวสิ...มีบางอย่างไม่ถูกต้อง...

ขณะที่มองหาสิ่งผิดปกติรอบตัวตามความรู้สึกที่สัมผัสได้ก็เหลือบไปเห็นแก้มของอันนาที่มีครีมจากเค้กเปื้อนอยู่

“เอ่อ...อันนา ที่แก้มลูกน่ะ”

“แก้ม!? ทำไมหรอคะ?”

อันนาเอียงคอสงสัยโดยที่ยังไม่รู้เรื่อง เฟลิกซ์ถอนหายใจแต่ก็ยิ้มออก หยิบผ้ากันเปื้อนเอื้อมไปเช็ดคราบครีมที่แก้มของอันนา

“กินระวังหน่อยสิ เดี๋ยวครีมก็เลอะไปทั้ง—”

หน้า...

คำสุดท้ายที่ไม่ได้พูดออกไปเพราะเห็นสิ่งที่อยู่บนผ้ากันเปื้อน...มันไม่ใช่ครีมสีขาวแต่เป็นบางอย่างที่เป็นสีแดงเข้มซึมเข้าไปในผ้า

แยมสตรอเบอรี่?

แล้วเธอก็เงยหน้าจะบอกอันนาว่าให้กินอย่างระวัง แต่แล้วกลับเห็นภาพที่ชวนช็อก...ที่ตา หู จมูกและปากมีเลือดกำลังไหลออกมาเป็นสายโดยที่ใบหน้าของอันนายังคงยิ้มแย้มชวนให้รู้สึกขนลุก

“อันนา!?

เฟลิกซ์เอ่ยด้วยเสียงค่อย ครั้นที่จะเอื้อมมือออกไปจะแตะใบหน้าเธอก็ถูกอันนาปัดมือทิ้งแล้วเอามือตัวเองขูดหน้าตัวเองเป็นรอยแผลแนวตั้ง เฟลิกซ์กุบปากตกใจอย่างมากอันนาทำแบบนั้นอยู่ห้าครั้งก็หยุดลงแล้วผละมือออกให้เห็นใบหน้าของเธอที่ยังคงยิ้มแย้มแต่ในตาเธอแฝงไปด้วยความเศร้า

“คุณแม่ค่ะ...ทำไม...ปล่อยหนู...ให้ตาย...แบบนั้น...ละคะ”

คำถามที่ไม่ว่าจะฟังในมุมไหนก็รู้สึกชวนคลื่นไส้ เฟลิกซ์ทำได้เพียงตัวสั่นเจ้าเข้าเพราะรู้ว่าสิ่งที่อันนาหมายถึงเรื่องที่ไปสะกดรอยตามเรือขนส่งของดิไวน์จนไปติดกับดักเข้าและทำให้อันนาต้องตายไป

“มะแม่ไม่ได้ตั้งใจ...”

“ทั้งๆ ที่ช่วย...ได้แท้ๆ...แต่คุณแม่ก็...ทิ้งหนู”

คำพูดนั้นเป็นการตอกย้ำความรู้สึกผิดภายในใจเฟลิกซ์ อันนาเริ่มคลานปีนขึ้นโต๊ะค่อยๆ ขยับแขนและขาที่หักงอไม่ได้สัดส่วนเข้ามาใกล้ๆ สภาพแบบนั้นเฟลิกซ์ไม่กล้าที่จะมองเลยหลับตาลงแต่ระหว่างนั้นก็มีความพูดของคนอื่นดังเข้ามาในหูซึ่งมาจากความฝันหนึ่งที่เคยฝันนานแสนนานแล้ว

“ทำให้เด็กคนนั้นต้องตายไม่ใช่หรือไง...เพราะเธอไม่กล้ามากพอ...ทั้งๆ ที่ช่วยไว้ได้!

“นานามิ!?”

เสียงในอดีตทำให้เฟลิกซ์เผลอลืมตาขึ้น...แต่สิ่งที่เห็นอยู่ประจันหน้าเพียงแค่คืบ ใบหน้าของอันนาที่โชคไปด้วยเลือด ลูกตาทั้งสองที่ห้อยออกมาจากเบ้าตาแต่ยังขยับมองดวงตามองมาหาอย่างน่าสยองขวัญ

“คุณแม่ต้องชดใช้!!!

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!! พรวดดดดดดดดดดดดดดดด!!

เฟลิกซ์ร้องลั่นลืมตาแล้วพลิกตัวคว่ำอ๊วกอย่างเอาเป็นเอาตาย

“พรวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! แคก!! แค่กๆๆๆๆ”

ถึงจะเป็นอย่างงั้นก็ไม่มีอะไรออกมาจากปากของเธอ มีแค่ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวเท่านั้น

อันนา! แม่ขอโทษ!!!

เธอเอาแต่ร่ำไห้กับสิ่งที่คิดวนไปวนมา พอได้สติก็เงยหน้ามองดูสิ่งรอบตัวพบว่าตนเองยังอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอคอยเหล็กกล้าที่อยู่ในชั้นอวกาศที่ไม่น่าจะหายใจได้แต่เธอไม่สนเรื่องนั้น

ทุกคนหายไปไหนหมด? เจ้าหุ่นปลาหมึกนั่นด้วย

เฟลิกซ์ค่อยๆ ประคองตัวเองลุกขึ้นเดินตรงกลางของหอคอยแล้วเพิ่งสังเกตว่าพื้นที่ตัวเองยืนอยู่มันไม่ใช่ลิฟต์ใหญ่ที่พาขึ้นมา แต่มันเป็นประตูยักษ์รูปกลีบดอกไม้ต่างหาก

“ไม่ต้องห่วงหรอก ส่งพวกนั้นลงไปข้างล่างหมดแล้ว”

เสียงปริศนาที่ดังขึ้นบนหัว เจ้าของเสียงในชุดผ้าคลุมสีดำที่ลอยตัวอยู่พาตัวเองลงมาอยู่ตรงหน้า เฟลิกซ์ก็คิดไว้แล้วว่าถ้าขึ้นมาบนนี้น่าจะได้เจอกับคนๆ นี้

“เอลด้า”

“ไม่คิดเลยน๊า...ว่าจะพาพวกมาเยอะขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เธอน่าจะเป็นคนที่ไม่อยากให้คนอื่นเกี่ยวข้องด้วยแท้ๆ”

“ไม่ได้โง่มากพอที่จะไม่รู้ว่าเวลาไหนควรลุยเดี่ยวควรลุยเป็นทีม” เฟลิกซ์ทำน้ำเสียงประชดประชัน “รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันอยากเอาหมัดชกหน้าเธอใจจะขาด”

“พูดแบบนี้แสดงว่ายังรู้สถานะตัวเองดีสินะ”

“ไม่เชิง...แค่อยากจะถามพระเจ้าอย่างเธออะไรนิดหน่อยก่อนที่จะเริ่มทำแบบนั้น ถึงจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ”

เฟลิกซ์พูดเรื่องที่ทำให้เอลด้าหรือพระเจ้าตามที่เธอเรียกขมวดคิ้วสงสัย คนถามเว้นวรรคคำพูดไว้ค่อนข้างนานเหมือนไม่แน่ใจว่าจะถามดีหรือไม่ แต่เมื่อเห็นดาวตกข้างบนหลังตัวเอลด้าแล้วก็ทำให้กล้าที่จะลอง

“เธอน่ะ...ต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

คำถามที่เฟลิกซ์อยากจะรู้มานานแสนนาน เธอคิดว่าอีกไม่กี่วินาทีก็จะรู้แล้ว...เอลด้าหลับตานึกอะไรสักอย่างแล้วกึ่งยิ้มกึ่งขำ

“สิ่งที่ต้องการ...เห๊อะ ทรมานให้ถึงที่สุดยังไงละ”

ทันใดนั้นร่างกายเธอก็เปร่งแสงสีฟ้า ร่างของเธอลอยสูงขึ้นสองเมตรแล้วสละผ้าคลุมสีดำทิ้งไป โดยรอบตัวของเธอนั้นมีคลื่นที่ทำให้การมองเห็นผิดเพี้ยนแผ่วงกว้างออกมาเป็นระยะๆ มันเหมือนกับว่าเธอกำลังปล่อยให้พลังมหาศาลไหลออกมา คนที่ยืนอยู่ข้างล่างตั้งท่าระวัง

ยัยนี่คิดจะทำอะไรกันแน่ จะแปลงร่างเป็นบอสไฟท์ตัวสุด—หือ!?

ความคิดสะดุดเพราะว่าที่ตัวของผู้เปล่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่นั้นเริ่มมีบางอย่างกำลังเข้ามาแทนที่ ผมขาวสว่างยาวเกือบถึงต้นคอในชุดรัดรูปสีดำที่เหมือนกับครั้งแรกที่เคยเจอกันที่โลกก่อน ที่ต่างกันก็คือทั้งใบหน้าที่เหมือนเฟลิกซ์และนัยน์ตาสีแดงที่มองเธออย่างแค้นเคือง เป็นคนที่เฟลิกซ์รู้จักเป็นอย่างดีและเคยมีร่างแบบนี้ในช่วงแรกๆ ที่มายังโลกคริสตัลฟอร์แห่งนี้รวมทั้งน้ำเสียงและวิธีการพูดเหมือนกับคนๆ นั้นจริงๆ

“อันนา!!

“ใช่แล้วค่ะคุณแม่...ที่ผ่านมาก็แค่รูปลักษณ์ของเพื่อนสนิทของคุณแม่ปิดบังตัวจริงของหนูเอง”

“บะบะบะบ้าน๊า!! เป็นไปไม่ได้!” เฟลิกซ์ตะคอกสวน “แกไอ้พระเจ้า! แบบนี้ไม่ตลกเลยนะโว้ย!!

“ถ้าอย่างงั้นฝันตะกี้ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกสะทบสะท้านบ้างหรือไงคะ”

เอลด้า พระเจ้าหรืออันนาในตอนนี้พูดถึงความฝันที่เฟลิกซ์เจอมาก่อนหน้านี้ เธอถึงกับตัวสั่นสะท้านแต่ไม่ใช่เพราะความกลัว...

เจ้านี่...เจ้านี่....เจ้านี่บังอาจเอาอันนามาทำแบบนี้!!!

เฟลิกซ์ควัก Run N Gun ที่ยังอยู่ข้างกายในโหมดปืนลั่นไกไปโดยไม่ต้องเล็ง อันนาลอยตัวหลบไปทางซ้ายเล็กน้อยอย่างหวุดหวิดก่อนที่หล่อนจะถอนหายใจแล้วส่ายหัวและลอยสูงขึ้นอีกสามเมตรพร้อมมีคลื่นพลังงานแสงสีทองในรูปแบบทรงกลมเท่าลูกฟุตบอลมากกว่าสิบลูกลอยหมุนรอบตัวเธอ มันเป็นสิ่งที่เฟลิกซ์สามารถทำได้ในโลกก่อน การใช้พลังจิตหรือพีทูอันแข็งแกร่งของเธอนั่นเอง...

อันนากางแขนทั้งสองข้าง ทันใดนั้นที่บนกำแพงสังเวียนโดยรอบมีภาพโฮโลแกรมขาวดำติดๆ ดับๆ ฉายภาพแคปซูลที่เหมือนกับในฐานลับของ ดร.ดิไวน์ที่ Area CH-5 เรียงต่อกันมากมายจนประจบโดยรอบ โดยที่ด้านหลังของอันนามีแคปซูลอันหนึ่งที่ใหญ่กว่าปกติและมีโค้ดเนมว่า ANNA สลักไว้ข้างบนตัวแท็งก์ เจ้าตัวเอ่ยวาจาดังทั่วลานสังเวียนแห่งนี้

“ได้เวลาแก้แค้นของหนูแล้ว! คุณแม่!!

ลูกบอลแสงลูกแรกถูกอันนาดึงแล้วขว้างใส่ทันที เฟลิกซ์ที่ตั้งสติช้าไปเลยกระโดดหลบไม่พ้นระยะแรงกระแทกของระเบิด ร่างของเธอเลยปลิวลอยก่อนที่จะกลิ้งหมุนกับพื้น หลอด HP ลดไป 1/10

พระเจ้า...แกเล่นแรงไปแล้วนะโว้ย!!

เธอปักใจเชื่อแบบนั้นเลยรีบลุกขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นแล้วกระหน่ำยิงปืนรัวๆ ทางนั้นเองก็เคลื่อนไหวหลบแทบจะเรียกว่าวาปเลยก็ว่าได้เพราะไวจนเกือบมองไม่ทันแต่เฟลิกซ์เองก็ขยับศูนย์เล็งได้ไวเช่นกัน

โดนสักทีสิโว้ย!!

การที่ยิงไม่โดนและเสียงหัวเราะในคอแปลกๆ ของอันนาที่ดังกึกก้องเข้าหัวใจยิ่งทำให้เฟลิกซ์รนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถึงนาทีนับได้ว่าตอนนี้เธอแทบจะยิงมั่วไปแล้ว

โดนสิ! โดนสิ! โดนสิ! โดนสิ! โดนสิ! โดนสิ!

ไม่รู้ว่าอีกนัดไปแล้วที่ยิงไปแต่เฟลิกซ์ต้องหยุดขยับนิ้วลั่นไกเพราะบัดนี้เป้าหมายได้หายไปแล้ว

เฮ้ย!? หายไปตอนไหนวะ!?

ในขณะที่มองหาอยู่ จู่ๆ อันนาวาปมาประชิดหน้าเกือบจะชนกันและถูกตะคอกใส่ด้วยความเกลียดชัง

“คุณแม่!!!

และนั่นทำให้เฟลิกซ์ช็อกค้างไปชั่วขณะเลยถูกขาซ้ายของอันนาเหวี่ยงฟาดด้วยแรงมหาศาลยิ่งกว่าแรงระเบิดเข้าที่หัวจนกระเด็นจนแผ่นหลังกระแทกกับกำแพงด้านหนึ่ง อาวุธ Run N Gun ที่ทำหลุดมือปลิวไปอีกทาง สายตาของเฟลิกซ์เริ่มเบลอแต่ยังคงเห็นหลอด HP ตัวเองได้ชัดว่าเหลืออยู่แค่ครึ่งหนึ่งเป็นสีเหลืองแล้ว

นั่นมันลูกเตะอะไรกัน...

“คุณแม่คะ! เตรียมรับพีทูที่มาจากสายเลือดของแม่ให้ดีนะคะ!!

อันนาที่อยู่ห่างออกไปราวๆ สามสิบเมตรเอ่ยให้รู้ล่วงหน้าก่อนที่จะเรียกให้ลูกบอลแสงสามลูกอยู่บนมือก่อนที่จะเหยียดตึงแขนมาทางนี้ทำให้ลูกบอลแสงทั้งสามต่างพุ่งมาหา เฟลิกซ์ที่ยังขยับตัวไม่ได้ทำได้แค่ยกแขนซ้ายจักรกลขึ้นมากันแต่ก็รู้ดีว่าโล่ที่ออกมาจากแขนนี้คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ที่โดนลูกแรกยังโดนเต็มๆ

ตูมๆๆๆ!!!

เสียงระเบิดพร้อมควันตลบจนมองไม่เห็นคนที่ถูกโดน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคงคิดว่าเสร็จไปแล้วแต่อันนาหรี่ตาลงเพราะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งก่อนที่จะเอ่ยถึงมัน

“โห้! หายหัวไปนานคิดว่าตายไปแล้ว...แม่บ้านผู้เสียสละ คุณมาเรีย”

บุคคลที่ถูกเรียกชื่อนั้นอยู่ตรงหน้าคนล้มอยู่ เฟลิกซ์ตะลึงกับแผ่นหลังของมาเรียที่เป็นมานาสีทองไหลออกมาจากแท่งคริสตัลที่หน้าอกของตัวเอง

“มาเรีย!?

“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะคะ คุณเฟลิกซ์...ขอโทษด้วยนะคะที่ในดันเจี้ยนช่วยไว้ไม่ทัน”

มาเรียหันหน้ามาส่งยิ้มที่ปนความรู้สึกผิด มันทำให้เฟลิกซ์น้ำตาตื้นตันและกำลังจะเอื้อมมือจับแต่มาเรียก็ส่ายนิ้วเป็นสัญญาณให้เธออยู่เฉยๆ

“มาเรียจะถ่วงเวลาไว้ให้เองนะคะ”

“เดี๋ยวอย่าเพิ่ง!

เฟลิกซ์จะห้ามไว้แต่มาเรียที่เป็นคริสเมนพาตัวเองพุ่งทะยานไปสู้กับอันนาด้วยความเร็วเหนือเสียง

ไม่ได้นะ! เจ้านั่นเป็นถึงพระเจ้า!

เธอคิดแบบนั้นแล้วพยายามจะลุกขึ้นแต่ถูกอะไรบางอย่างกดตัวเธอไว้ มันเป็นสัมผัสที่อุ่นชอบกลและมีอะไรบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้ใบหูซ้ายของเธอ

“นี่ผมเองนะครับ”

“ทอมมี่!?

เฟลิกซ์สะดุ้งโหยงมองหาตัวแต่ก็หาไม่เจอ เสียงกระซิบจากเขาก็ดังขึ้นอีก

“ตอนนี้ผมใช้เวทย์ล่องหนอยู่นะครับ”

“นายไม่ได้โดนพาไปข้างล่าง?” เฟลิกซ์ถามอย่างงุนงง

“ก็อย่างที่บอก ผมใช้เวทย์ล่องหนตอนที่เจ้าหุ่นปลาหมึกตัวที่เหมือนกับบนเครื่องบิน MLA ในกล่องนั่นโผล่ออกมาละครับ”

“หือ!? ในกล่อง?” เฟลิกซ์ไม่รู้ว่าทอมมี่หมายถึงอะไร

“ก็ลังกล่องที่เฟรินในตอนนั้นที่เป็นหัวหน้าคุ้มกันสินค้าไงครับ เจ้าหุ่นปลาหมึกนั่นมันโผล่มาจากในกล่องนั้นแล้วทำลายเครื่องบิน”

เรื่องที่ค้างคาใจมาตลอดในโลกก่อนถูกเปิดออกโดยทอมมี่

อ๋อ...มิน่า...อย่างงี้นี่เอง...มันอยู่ในกล่องนั้นไม่ใช่จู่ๆ โผล่มา

“แต่เรื่องนั้นเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ!” ทอมมี่ว่า “ว่าแต่ตอนนี้จะเอายังไงดีครับ? ลองหาทางหนีกันก่อนดีไหม”

“หนี? หนีไม่พ้นหรอก อีกฝ่ายเป็นพระเจ้าเลยนะ” เฟลิกซ์เขยิบตัวลุกขึ้นนั่งอย่างสิ้นหวัง “ฉันคง...เฮ้อ...มาได้แค่นี้ละ”

“อย่าเพิ่งยอมแพ้สิครับ! ถ้างั้นเราลองสู้กับพระเจ้าที่คุณมาสักตั้งหนึ่ง—”

“อย่ามาละเมอได้ไหม!!

เฟลิกซ์เถียงกลับอย่างฉุนเฉียวจนทอมมี่เงียบไปแต่สักพักเขาก็พูดขึ้นอีก

“คือเรื่องนั้นผมรู้ดีอยู่แล้วครับ...แต่คุณก็พูดเองไม่ใช่หรอว่าเราจะสู้ให้ถึงที่สุดจะได้ไม่เสียใจภายหลังไง...ถึงจุดจบจะมีอยู่ตรงหน้าก็ตามที”

งั้นหรอ...ใช่...เราเคยพูดอะไรแบบนั้นปลุกระดมพวกแนวหน้านี่นา

เฟลิกซ์นึกย้อนความ ทอมมี่เองยกเลิกเวทย์ล่องหนปรากฏตัวให้เห็นชัดว่าตอนนี้เขากำลังนั่งคุกเข่าอยู่สูงกว่าเธอเล็กน้อยและอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมสัมผัส

“ทอมมี่...”

“ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมจะทำตัวให้คุณเสียใจและน่ารังเกียจ แต่ขอพูดให้กระด้างปากสักหน่อยว่า...ผมจะยินดีมากหากได้ตายพร้อมคุณ”

บรรยากาศที่ชวนให้ฝันหวานที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมันทำให้เฟลิกซ์ยิ้มทั้งน้ำตาและยอมให้อภัยทุกเรื่องที่ทอมมี่เคยทำให้เธอเสียใจเธอคว้าคอเขาลงมาจูบพิตแล้วค่อยๆ ผละออกอย่างช้าๆ คนถูกจูบทำหน้าตกใจ

“เอ่อ...คือ...ทำไมผมเป็นฝ่ายถูกจูบละครับเนี่ย”

“นายชักช้าเอง แบร่!

เฟลิกซ์แลบลิ้นแล้วส่งมือขวาให้ทอมมี่ดึงตัวเธอลุกขึ้น ทั้งคู่มองไปยังมาเรียที่กำลังใช้พลังมานาร่ายเวทย์แสงใส่อันนาอยู่ ซึ่งหล่อนหลบได้ทันแล้วใช้แค่มือเปล่าปัดตัวมาเรียให้กระเด็นไปไกลอีกทางแล้วในจังหวะเดียวกันก็หันมาสบตาทั้งสองคนก่อนที่จะวีน

“ไอ้ผู้ชายคนนั้น!” อันนาหมายถึงทอมมี่ที่อยู่ในร่างจอมมารสาว “ทำไมแกยังอยู่นี่อีก!

“เอาไงดีครับ” ทอมมี่กระซิบถาม

“ฉัน...จะใช้หมัดเข้าระยะประชิด นายสนับสนุนจากระยะกลาง” เฟลิกซ์มองหา Run N Gun ที่ทำหลุดมือไปแต่ก็หาไม่เจอ “ถ้าฉันถอยออกมานายก็เข้าไปแทนที่ ฉันจะส่งหมัดช่วยเป็นระยะๆ แต่ถ้าขับคันก็เข้าประชิดคู่และถ้าเผลอต่อยหน้านายก็ทำเป็นลืมๆ ไปละกัน”

“ไหงพูดละงั้นละครับ” ทอมมี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยยอมรับช่วงท้ายสักเท่าไร “แต่ระยะประชิดผมไม่ค่อยถนัดด้วย...แถมคนๆ นั้นเหมือนกับคุณมากด้วย ผมไม่กล้าทำอะไรตรงๆ หรอกครับ”

“ทำไมละ”

“ก็...เคยมีอะไรกันกับรูปร่างนั้น”

จู่ๆ ทอมมี่ก็พูดเรื่องใต้สะดือขึ้นมาหน้าตาเฉยจนเฟลิกซ์ทนไม่ไหวเอามือซ้ายจักรกลเขกเข้าที่หัว

“โอ้ย!!

“นายนี่มันบ้าที่สุด!!

เฟลิกซ์โกรธอยู่ก็จริงแต่ก็แอบดีใจเล็กๆ ส่วนคนที่ถูกเมินก็เดือดพล่านมากขึ้น

“หน่อย!! คุณแม่เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!!

อันนาพุ่งทะยานเข้ามาหาทันทีและเป็นจังหวะเดียวกันที่เฟลิกซ์ใช้มือขวาผลักทอมมี่ออกไปทำให้เบี่ยงเบนความสนใจของอันนาได้ชั่วครู่และเป็นอีกจังหวะเดียวกันที่เฟลิกซ์ส่งหมัดซ้ายจักรกลพุ่งสวนไปทำให้ถูกท้องอันนาเต็มๆ จนต้องหยุดเคลื่อนไหวทันทีแต่ก็ยังยืนอยู่ได้

“ชิ! ไม่น่าทำให้รับรู้ความรู้สึกไว้เลย...แต่ก็สนุกดี!

อันนาคว้าลูกบอลแสงอันหนึ่งเปลี่ยนมันเป็นดาบแล้วฟาดฟันใส่เฟลิกซ์ที่ใช้แขนซ้ายจักรกลขึ้นมาเป็นการ์ด ซึ่งเจ้าของแขนเหล็กแปลกใจอย่างมากว่าแขนซ้ายรับการโจมตีพีทูของอันนาได้แต่ไม่มีเวลาให้มากเพราะเธอต้องตั้งรับและหาจังหวะส่วนไปในขณะเดียวกัน ทอมมี่ที่บินลอยอยู่ใกล้ๆ ระดมเวทย์ลำแสงยิงใส่แต่ลูกบอลแสงรอบตัวอันนาทำหน้าที่คุ้มกันอัตโนมัติไม่ปล่อยให้เข้าถึงและการตวัดดาบของคนตรงหน้านั้นทำให้ชวนนึกถึงความหลัง

ทำไมฝีมือฟันดาบไม่ได้เรื่องเหมือนอันนาเป๊ะๆ!?

ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะหาความจริง เฟลิกซ์พยายามหาจังหวะสวนกลับแต่ไม่มีเลยเพราะคนตรงหน้ามีทั้งความเร็วและพลังกำลังรวมทั้งความรู้สึกด้านลบจำนวนมากซึ่งเฟลิกซ์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงสัมผัสได้แบบนั้น เมื่อสังเกตไปเรื่อยๆ ก็เห็นออร่าสีดำที่ปกคลุมตัวอันนาอยู่

นั่นมัน—

“หนูไม่แคร์หรอกนะว่าคุณแม่จะรู้สึกยังไง! เพราะยังไงซะก็หนีความจริงไม่ได้อยู่ดีว่าคุณแม่ปล่อยให้หนูตาย!! ย๊าก!!!

อันนาเสยดาบขึ้นเต็มแรงทำให้เฟลิกซ์ที่ใช้แขนซ้ายกันไว้แต่เอาไม่อยู่กระเด็นถอยหลังล้มกับพื้นไป ทอมมี่บินเข้ามารับช่วงต่อทันที...คนที่ล้มไปค่อยๆ ลุกขึ้นเพราะยังไม่หายสงสัย

ทำไมยัยนั่นถึงพูดแบบนั้น...พูดอย่างกับว่าตัวเองเป็นอันนาจริงๆ

ไม่สิ! นี่ต้องเป็นการปั่นหัวฉันแน่ๆ!

พอคิดแบบนั้นความโกรธก็แผ่ซ่านโดดเข้าไปร่วมวง อันนาต้องรับมือพร้อมกันทั้งสองคนที่ช่วยสู้เข้าขากันอย่างมากทั้งๆ ที่ไม่ค่อยที่จะร่วมสู้แบบนี้ด้วยกันมากนัก พอทอมมี่ใช้ Run N GUN โหมดเซเบอร์หรือดาบตวัดทางซ้าย มือจักรกลของเฟลิกซ์ก็ดักทางขวาไปด้วยทำให้การเคลื่อนไหวของอันนาทำได้ลำบากและตอบโต้น้อยลง ประกอบทั้งมาเรียที่ฟื้นพลังกลับเข้ามาสู้ร่วมกันทำให้อันนาแทบทำอะไรไม่ได้ เลยทนไม่ไหว

“น่ารำคาญ!!!

 

สิ้นสุดสะบั่นคำนั้น ความเคลื่อนไหวของทั้งสามคนถูกหยุดด้วยกรงกระแสไฟที่มัดรอบตัวผุดขึ้นจากไหนก็ไม่รู้ เฟลิกซ์กัดฟันเจ็บใจ

มันเอาจริงแล้วสินะ...

สาวผมขาวที่ขึ้นชื่อเป็นพระเจ้ากวาดสายตามองทั้งสามคนอย่างขุ่นเคืองก่อนที่จะจ้องมองมาเรียเพียงคนเดียว มือขวาคว่ำของอันนายื่นออกมาทำเหมือนจะควบคุมมาเรีย เพียงไม่กี่วินาทีร่างของมาเรียก็สลายกลายเป็นมานาแล้วไหลกลับเข้าไปคริสตัลของเฟลิกซ์โดยที่เธอไม่ทันที่จะได้ทำอะไร

“ตัวน่ารำคาญหายไปหนึ่ง”

อันนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแล้วมองมาเหยื่อรายต่อไปก็คือ

“การนอกใจนายทำให้แม่ของฉันเสียใจหนักมากรู้ไหม...ทอมมี่ เปเรซ”

เจ้าของชื่อนั้นเหงื่อแตกซีดแต่อีกคนกำลังคิดอย่างหนัก

เล่นบทบาทเป็นอันนาสมจริงไปหน่อยแล้วมั้ง

และแล้วอันนาก็ทำท่าจะยื่นมือหาทอมมี่ เฟลิกซ์ตกใจรีบบอกให้หยุด

“อย่าทำอะไรเขา!! ไม่อย่างงั้นฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย!!

“คุณแม่!?

อันนามีท่าทีแปลกใจอย่างมากและเฟลิกซ์เองก็ตกใจกับตัวเองเหมือนกัน

เราพูดอะไรออกไปเนี่ย?

สิ่งที่พูดออกไปมันไม่น่าจะช่วยอะไรแต่กลับได้ผล อันนาลดมือลง

“งั้นแค่ให้มันไปนอนตรงนู้คงไม่ว่ากันสินะคะ”

“นอนตรง—”

โครม!!!

เฟลิกซ์ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ร่างของทอมมี่ถูกเหวี่ยงตามมือที่มองไม่เห็นกระเด็นไปชนกับกำแพงที่อยู่ไกลออกไป

“โห้ยๆ นี่เธอ—”

“ไม่ตายหรอกค่ะ...ยังแคร์เขาอีกหรอ? ทั้งๆ ที่ทำให้เจ็บปวดหัวใจขนาดนั้น”

อันนาหน้าบึงถาม...เฟลิกซ์ที่สัมผัสอะไรบางอย่างจากคำถามนั้นได้ยิ้มตอบ

“ก็เป็นเรื่องของคนสองคนนี่”

“ชิ...”

ดูเหมือนคำตอบนั้นจะไม่ถูกใจคนถาม เฟลิกซ์นิ่งไปสักพักก็เงยหน้าขึ้นมา

“นี่เธอ...เลิกทำเป็นอันนาเหอะ หลอกฉันไม่ได้หรอก”

“หือ? ก็หนูเนี่ยแหละคือ—” อันนาหยุดพูดกลางคั่นก่อนที่จะยักไหล่ “จริงสิ หนูหลอกคุณแม่หลายรอบนี่ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าตัวผู้ นานามิ...คงไม่เชื่อง่ายๆ สินะคะ”

“งั้นหรอ แต่อันนาที่ฉันรู้จักไม่มีนิสัยแบบนี้หรอก”

“คุณแม่ต่างหากที่ไม่เคยรู้จักตัวจริงของหนู! เพราะที่จริงแล้วหนูถูก—”

อันนากำลังจะบอกบางอย่างแต่ก็ชะงักลงอีกครั้ง ใบหน้าของเธอเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ออร่าสีดำเพิ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ

เธอเป็นอะไร?

เฟลิกซ์คิดแล้วกำลังจะเอ่ยถามแต่ที่บนหัวของคนตรงหน้ากลับมีบางสิ่งปรากฏขึ้นมา มันเป็นลูกตาสีดำขนาดเท่าหัวคนจ้องมองลงที่อันนาแล้วเคลื่อนไหวลงมาอยู่ข้างๆ บ่าของหล่อนแล้วมีเสียงผู้ชายที่คุ้นหูพูดดังขึ้นมาจากลูกตานั่น

“เมื่อกี้เธอคิดจะพูดอะไร อันนาลูกสาวของข้า!!


โปรดติดตามตอนต่อไปที่มีชื่อว่า

Ch.53 Mental Tower IX – [ความจริงที่น่าเหลือเชื่อ]

ความจริงที่ซ่อนเร้นตลอดห้าสิบกว่าตอนกำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้านี้แล้ว!!!

53 ความคิดเห็น

  1. #44 TwinHaro (@twinharosystem) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 16:41
    เอ้า! ซับซ้อนเข้าไป ตกลงยังไม่ตายใช่ไหม หนังเหนียวดีจริงๆ คำว่า เซ็งซวย ถูกแล้วรึเปล่า
    #44
    1
    • #44-1 ::Spy:: (@spy-spy-spy) (จากตอนที่ 55)
      27 สิงหาคม 2559 / 17:03
      ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยวตอนหน้าจะเฉลยเรื่องทั้งหมดแล้วจะอึ้งกว่านี้อีก แต่ถ้าอ่านไม่พลาดตัวอักษรและจำปริศนาที่ยังไม่ได้ถูกคลี่คลายพร้อมคำใบ้ตลอด 52 ตอนที่ผ่านมาก็จะพอเดาๆ ได้แล้วว่า อีกสองตอนที่จะจบ Vol.2 จะลงเอ๋ยยังไง :D

      ส่วนเรื่อง เซ็งซวย...เป็นคำผิดจริงๆ ละ ฮ่าๆๆ จะพิมพ์ว่า เฮงซวย น่ะ ขอบคุณที่บอกนะจ๊ะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 สิงหาคม 2559 / 17:04
      #44-1