ตอนที่ 54 : Ch.51 Mental Tower VII - [มุ่งทะยานสู่ความหวังกับศัตรูที่คุ้นเคย – มัจจุราช]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ส.ค. 59


Crystalfall: Uprising

คริสตัลฟอร์: อัพไรซิ่ง

Ch.51 Mental Tower VII

[มุ่งทะยานสู่ความหวังกับศัตรูที่คุ้นเคย มัจจุราช]

[ช่วงเที่ยงของถัดมา – 12 ชั่วโมงก่อนคริสตัลฟอร์จะล่มสลาย]

“ไม่ว่าเป็นหรือตาย! ต้องช่วยทุกคนไว้ให้ได้!

“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!

หลังจากที่กิลเซอร์ที่อยู่กลางวงทหารแนวหน้ามากกว่าสามร้อยคนกล่าวปลุกระดม เสียงเฮตอบรับลั่นลิฟต์ตัวใหญ่ ณ ชั้น 50 กึกก้องไปทั่วหอคอยเหล็กกล้า เฟลิกซ์ที่อยู่ใกล้ๆ ปุ่มกดเลื่อนลิฟต์ยักษ์ขึ้นนี้ถอนหายใจ

มันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรเลยนี่สิ...ปัญหา

“ท่านพี่...ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะคะ”

เรย์ลี่กุมมือขวาเฟลิกซ์อย่างแน่น เธอหันมองคนกุมแล้วเห็นคนอื่นยืนไล่เรียงกัน...มีทอมมี่ เควนเซอร์ เซเบอร์และแรบบิ้นที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือบางสิ่งที่อาจจะรออยู่ที่ชั้นบนสุด

ถ้าบุกครั้งนี้ไม่สำเร็จ...ทุกอย่างก็จบ

การที่มีกองทัพแนวหน้ามากกว่าสามร้อยคนในวันนี้เพราะเป็นเรื่องที่เธอกับเรย์ลี่ค้นพบเมื่อวานนี้หลังจากเคลียร์ชั้นที่ 49 เสร็จว่าชั้นที่ 50 มันเป็นลิฟต์ขนาดใหญ่ที่น่าจะพาขึ้นไปชั้นบนสุดเลยขอเปิดประชุมด่วนกับแนวหน้าทุกฝ่ายเพื่อเดิมพันครั้งสุดท้ายในวันสุดท้ายพอดีนี้และก็ได้หลายคนช่วยกันคัดนักรบฝีมือดีในด้านต่างๆ มาอย่างครบถ้วน แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้เฟลิกซ์สบายใจขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

ทั้งหมดนี้จะรุ่งหรือร่วงก็ขึ้นอยู่กับพระเจ้า...

ใจไม่ค่อยดีเลย...รู้สึกมันเสียแรงเปล่ายังไงก็ไม่รู้

“ท่านเฟลิกซ์”

เสียงเรียกจากทหารคนหนึ่งที่ทำให้เฟลิกซ์รู้สึกตัวว่า ณ บัดนี้ทุกคนกำลังจับจ้องมาที่ตัวเธอคนเดียว...คนที่พวกเขาบอกว่าเป็นความหวัง...

แต่ถ้าถอดใจไม่ลองท้าทายโชคชะตาสู่ความหวังสักหน่อยทั้งๆ ที่มันน่าจะเป็นไปได้...คงเสียดายที่หลังแน่ๆ

หลังความคิดนั้นเธอชูมือซ้ายจักรกลขึ้นฟ้าแล้วตะคอกสุดเสียง

“ไปเตะก้นพวกมันกัน!!!

“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!

“นักเวทย์ทุกคน! กางบาเรีย!!!

เรย์ลี่ตะโกนสั่งตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อวาน นักเวทย์กว่าสามสิบคนชูคทามาจุดศูนย์กลางลิฟต์เหนือหัวแล้วร่ายเวทย์บาเรียพร้อมๆ กัน เส้นสายมานาจากทุกคทาไหลรวมกัน ณ จุดๆ เดียวก่อตัวเป็นบาเรียสีฟ้าหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ครอบคลุมตัวลิฟต์ทั้งตัว ส่วนทหารแนวหน้าคนอื่นก็ตั้งท่าเตรียมสู้จดจ้องบนข้างบนหัว เฟลิกซ์เห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้วใช้มือซ้ายจักรกลทุบเข้าที่ปุ่มขึ้นของลิฟต์

ครืนนนนนน!!!

แท่งเหล็กงั่งง้อสีเหลืองทั้งแปดอันที่ยึดตัวฐานลิฟต์ไว้ถูกง้างขึ้นปลดล็อคให้ลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนลอยสูงขึ้นด้วยล้อยักษ์คู่ทั้งสีมุมที่เกาะติดกับผนังที่มีช่องรางเคลื่อนล้อ ทุกคนตกใจเล็กน้อยกับการเคลื่อนไหวของลิฟต์แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียสมาธิจากการตั้งการ์ดป้องกัน ตัวลิฟตค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเฟลิกซ์คิดว่าน่าจะประมาณ 20 ไมล์ต่อชั่วโมง ก้อนเมฆสีดำที่มองเห็นได้ผ่านผนังหอคอยที่เป็นกระจกรอบด้านเริ่มลงสู่ด้านล่างและมีก้อนเมฆดำหนาจนมองบนข้างนอกไม่เห็นอีกชุดกำลังเคลื่อนที่ลงมาทำให้มองทัศนวิสัยข้างนอกไม่เห็น ไฟที่ติดอยู่ผนังกระจกหอคอยข้างในเริ่มมีแสงน้อยลงเหลือแต่เพียงแสงจากบาเรียสีฟ้าเท่านั้น ฟ้าแลปและเสียงฟ้าร้องทำให้ทุกคนสะดุ้งเล็กน้อย มันดังขึ้นเป็นระยะๆ สิ่งเดียวที่รับรูปอยู่ตอนนี้ก็คือลิฟต์กำลังขึ้นอยู่

บ้าจริง...แบบนี้เท่ากับว่ามองอะไรไม่เห็นเลยนะสิ

เฟลิกซ์กัดฟันเจ็บใจและวางมือขวาที่ข้างเอวเตรียมไว้ มันที่มีอาวุธ Run N Gun แนบอยู่ ของสำรองของทอมมี่ที่ให้เธอติดตัวไว้จะได้โจมตีระยะไกลได้สะดวก

ว๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!

เสียงร้องของสัตว์ชนิดหนึ่งที่ดังแต่ไกลและไม่ได้มาแค่เสียง ช่วงที่ฟ้าแลปตอนนี้ยังเผยให้เห็นเงาดำๆ ที่มีบินตรงข้างหน้าพวกเขากำลังบินมาทางนี้ เฟลิกซ์เพ่งสายตามองให้แน่ใจ

ว๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!

เสียงร้องคำรามเที่ยวนี้เธอมั่นใจได้เลยว่าต้องเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่มีปีกยักษ์แน่ๆ เพราะไม่ใช่แค่เสียง ฟ้าแลปที่เกิดขึ้นพร้อมกันชั่วครู่ให้เห็นรูปลักษณ์ของมันที่บินเข้ามาใกล้อีกระดับ...เงาคล้ายมังกรและกำลังบินลงมาใต้ลิฟต์ยักษ์แห่งนี้ ทุกวินาทีได้ยินเสียงกระพือปีกอยู่ตลอด มันดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ตัวอะไร!?

และคำตอบนั้นได้รับการเฉลยให้กระจ่างชัด...รูปลักษณ์สีน้ำเงินดำกว้างขนาดร้อยเมตรลอยขึ้นมาจากด้านข้างปรากฏให้เห็นครึ่งตัว ส่วนหัวเห็นแก่ตาสีแดงคู่ที่ใหญ่กว่าตัวคน ปีกคู่ที่กระพือโอบล้อมเกือบทั้งตัวลิฟต์ ที่ตัวของมันดูคล้ายเป็นหมู่ดาวระยิบระยับมากมายและที่กลางอกมีไอควันจางๆ ที่ตัวเป็นหัวกะโหลกยักษ์สัญลักษณ์ของมัจจุราช แน่นอนว่าสร้างความหวาดกลัวแก่ทุกคนเป็นอย่างยิ่งเพราะจู่ๆ เพราะมีสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวคล้ายคนแต่มีปีกปรากฏขึ้นกะทันหัน ตัวหอคอยที่ควรจะคั่นสิ่งภายนอกกลับหายไปแต่ตัวลิฟต์ก็ยังคงเคลื่อนที่ขึ้นไปข้างบนเรื่อยๆ


แต่สิ่งที่ทำให้เฟลิกซ์ใจหายวาปก็คือเพลงบรรเลงที่ดังขึ้น กลองรัวเป็นชุดเสี้ยววินาทีก่อนที่จะตามด้วยคีย์บอร์ด เสียงเป่า เบส...มันเป็นทำนองที่ทำให้นึกถึงตัวตนปีศาจตนนี้ออก

 <<<เพลงที่เฟลิกซ์ได้ยิน

เฮ้ยๆๆๆๆๆ!!! นี่มันบอสตัวสุดท้ายในเกมหอยเหล็กภาคห้าที่เคยเล่นกับอันนาที่ฆ่าเวลากันเล่นๆ ที่โลกก่อนไม่ใช่หรือไง!!!

เฟลิกซ์ช็อกค้างไปสนิทเพราะไม่คิดว่าพระเจ้าจะเอาปีศาจในเกมออกมาตัวเป็นๆ อารมณ์และใจที่ฮึดสู้ต่างหล่นหายไปหมด

“ยักษ์มีปีกกับหัวกะโหลก...นั่นมันปีศาจในตำนานไม่ใช่เหรอนั่น!!!

มีทหารคนหนึ่งตะโกนบอกและเป็นจังหวะเดียวที่มีก้อนมานากลมๆ สีน้ำเงินขาวขนาดพอๆ กับลุกตาสีแดงของมันผุดขึ้นที่รอบกะโหลกยักษ์ตัวปีศาจกว่าสิบลูก เฟลิกซ์ที่รู้การเคลื่อนไหวของมันดีรีบตะโกนบอก

“ระวัง! เดี๋ยวลูกกลมๆ ระเบิดนั้นจะพุ่งลงมาหาแล้ว!!!

คำเตือนนั่นทำให้หลายคนเตรียมหาที่หลบ แต่นักเวทย์คงยืนนิ่งตั้งมั่นใส่มานาแก่บาเรียซึ่งเฟลิกซ์ไม่รู้ว่าจะรับมือสิ่งทีออกมาจากมัจจุราชได้ไหมเพราะว่าตอนนี้มันมีลูกระเบิดฟ้าขาวนั่นผุดขึ้นมาอีกเกือบๆ ห้าสิบอัน แล้วตัวมันบินขึ้นหายไปในความมืด ลูกระเบิดสีฟ้าขาวราวๆ ห้าสิบลูกเริ่มตกหล่นมาเหมือนต้านแรงโน้มถ่วงไม่ไหวปะทะเข้ากับม่านบาเรียที่ปกป้องทุกคนของนักเวทย์ทั้งสามสิบคน

บึมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

เสียงระเบิดกระหน่ำไม่ขาดสาย เมื่อหยุดไปก็พบว่าบาเรียนั้นเกิดรอยร้าวไปทั่ว

ยิ่งกว่าป้อมปืนคริสตัลชายน์อีกหรอ!? มันไม่ใช่จักรกลก็ไม่น่าจะแรง...

เดี๋ยวสิ เพราะมันไม่ใช่จักรกลต่างหากถึงได้แรง!!!

เฟลิกซ์คิดสรุปแบบนั้นก่อนที่จะเห็นฟ้าแลปที่มีเงาของมัจจุราชที่อยู่ห่างออกไปพอสมควรกำลังง้างเคียวขนาดใหญ่ของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้เธอเพิ่งนึกออกมาว่ามันยังมีการโจมตีอีกอย่างของสิ่งนั้นกำลังมา

 

แย่แล้ว!!!

“ทุกคน!! หลบเร็ว!!!

เรื่องที่เธอตะโกนนั้นมันช้าเกินไป เคียวสีฟ้าขนาดใหญ่ที่เห็นแค่ส่วนใบมีดของมันฟันลงมาจากข้างบนทะลุบาเรียจนแตกลงที่พื้นลิฟต์กลางกลุ่มทหารแนวหน้ากลุ่มหนึ่ง ตัวเคียวค่อยๆ จมหายพร้อมปล่อยละลองเวทย์อันตรายโดยรอบพื้นที่นั้น ทหารหลายคนที่โดนละลองนั้นเข้าต่างล้มลงไปนอนกรี๊ดร้องเจ็บปวดเหมือนมันกัดกินร่างกายเขา

เหมือนกันจริงๆ ด้วย เจ้ามัจจุราชนี่กับในเกมนั่น!

“ท่านพี่!? รู้การเคลื่อนไหวของเจ้านั่นใช่ไหมคะ?” เรย์ลี่ถาม

“ใช่! มันเคลื่อนไหวแค่สองรูปแบบ...อย่างที่เห็นเมื่อกี้นี่แหละ ปล่อยเจ้าลูกกลมๆ นั่นกับฟันเคียวพิษลงมา”

“แล้วจุดอ่อนมันละคะ!?

คำตอบที่เรย์ลี่อยากได้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพอดี มัจจุราชบินกลับมาปรากฏตัวเข้าใกล้ทุกคนอีกครั้ง เฟลิกซ์ควัก Run N Gun ในโหมดปืนขึ้นมาเล็งใส่จุดอ่อนนั้นทันที

ทุกคน!! โจมตีเข้าที่หัวกะโหลกกลางอกนั่นเลย!

แล้วเธอก็เหนี่ยวไกลยิงออกไปเปิดฉากเป็นคนแรกและคนอื่นๆ ก็เริ่มระดมโจมตีตามไปด้วยอาวุธทุกอย่างที่มีไม่ว่าจะเป็นปาดาบปาหอก ปืน ธนู เวทมนต์ทุกธาตุ...พอเริ่มมีก้อนระเบิดฟ้าขาวผุดขึ้นมาแถวๆ หัวกะโหลกอีกครั้งเฟลิกซ์รีบออกโรงเตือน

“รีบกางบาเรียเร็วเข้า!

เหล่านักเวทย์บางคนที่ได้ยินก็เริ่มร่ายเวทมนต์บาเรียแต่เป็นแบบของใครของมันเพราะสถานการณ์ค่อนข้างโกลาหลเพราะมีคนเจ็บเยอะและมีกระจุกหนึ่งที่มีคนเจ็บนอนอยู่สามคนโดยที่ไม่มีนักเวทย์คุ้มกัน เฟลิกซ์รีบวิ่งออกไปหาเพราะเธออยากจะลองทำบางอย่างด้วยซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มัจจุราชบินออกห่างไปแล้วทิ้งลูกระเบิดฟ้าขาวลอยฟ้าเตรียมถล่มใส่

ให้ทันทีเถอะ!

บึมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

ลูกระเบิดฟ้าขาวที่ควรจะฉีกร่างของคนเจ็บให้ขาดกระจุ้ยถูกปกป้องด้วยบาเรียพิเศษจากแขนซ้ายจักรกลของเฟลิกซ์โดยที่เธอไม่รู้สึกสะทบสะท้านต่อแรงระเบิดอะไรเลย

กะแล้วเชียว โล่ของฉันเอาอยู่จริงๆ ด้วยเพราะมันเป็นเวทมนต์ไม่ใช่กายภาพสินะ

ถึงอย่างงั้นก็ช่วยทุกคนพร้อมๆ กันไม่ได้อยู่ดี

เฟลิกซ์หันมองคนอื่นที่ถูกลูกระเบิดเจ็บมากมายเพราะบาเรียของนักเวทย์คนอื่นมันไม่ได้กันให้ทุกคนและสายตาที่เห็น...หลายคนกำลังตื่นตระหนกและกลัวเป็นอย่างมาก

ถึงเป็นแบบนี้ต่อไป...ได้ตายโหงกันหมดแน่

“ตั้งสติกันหน่อย!!!” เฟลิกซ์ตะโกนอีกครั้ง “การโจมตีของมันมีแค่สองแบบเท่านั้น!! ถ้าเจออย่างเมื่อกี้ให้หลบอยู่กับนักเวทย์และอีกอย่าง ถ้าเห็นเคียวบนหัวกำลังลงมาหาพวกนาย—”

เธอยังพูดไม่ทันจบก็มีฟ้าแลปปรากฏให้เห็นเงาของมัจจุราชที่กำลังยกเคียวขึ้น

“ก็รีบหนีจากตรงนั้น!!!

คำเตือนสุดท้ายก่อนที่จะเงยหน้ามอง ปลายเคียวสีฟ้ากำลังลงมาทางเธอ

อันนี้ไม่น่าจะกันอยู่!!

เฟลิกซ์รีบจับชายเสื้อคนเจ็บทั้งสองลากหนีออกมา ณ จุดที่คาดว่าเคียวมัจจุราชจะลงก่อนที่จะสะดุดล้มแต่ยังดีที่ว่าพ้นระยะของเคียวมันแล้ว ทอมมี่รีบเข้ามาช่วย

“เฟริน!!

“ไม่ๆๆ ฉันไม่เป็นไร!! รีบฮีลและหาที่ปลอดภัยให้สองคนนี้ที!

“เรย์ลี่จัดการเองค่ะ!

คนอาสาพาทั้งสองคนไปที่วงนอกของลิฟต์ ทอมมี่ดึงตัวเฟลิกซ์ให้ลุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มัจจุราชบินเข้ามาปรากฏใกล้ๆ เพื่อปล่อยลูกระเบิดอีกครั้ง ทอมมี่ที่ความโกรธเข้าครอบงำกางปีกของตัวเองลอยขึ้นแล้วบินเข้าร่ายเวทย์ลำแรงนานาชนิดถล่มใส่หัวกระโหลกกลางอกของมัจจุราช

ให้ตายสิ มันไม่โชว์หลอด HP ซะด้วย...ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่!

“ข้างบนนั่น...”

คราวน์หรือสัสดีที่อยู่หน้าเต็นท์ประชุมกำลังเงยหน้ามองหอคอยเหล็กกล้าที่เบื้องบนของก้อนเมฆสีดำนั่นมีเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งดังกึกก้องลงมาสู่เบื้องล่างอยู่เรื่อยๆ ผู้นำเอลฟ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เช่นกัน

“ที่พวกเราได้ยิน...ไม่รู้ว่าเป็นเสียงแห่งโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่”

“ท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยรึ”

“โชคชะตากรรมและคำทำนายเป็นเรื่องปกติของพวกเราชาวเอลฟ์ ท่านเองก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่รึ”

“ข้าคิดมาตลอดว่ามันถูกหรือไม่ที่จะฝากฝังชะตากรรมทุกๆ คนกับผู้หญิงคนนั้น”

“ไซบอร์กสาวงั้นรึ...” ผู้นำเอลฟ์เอ่ยเพื่อให้แน่ใจว่าพูดถึงคนเดียวกัน “ท่านไม่เชื่อคนของท่านหรือไง”

“นิสัยขี้ระแวงของสัสดีก็เป็นอย่างงี้ละคะ ท่านผู้นำเอลฟ์”

ยูกะเอ่ยขึ้นเข้าร่วมวง เธอเดินใช้ไม้เท้าข้างขวาเข้ามาหา

“ยูกะ...” สัสดีว่า

“พวกท่านสองคนน่าจะรู้นะคะ ว่าดิฉันมีพรจากนางฟ้าที่สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนผู้อื่นที่น่าจะเป็นผู้กล้าได้...เลยปิดปังเรื่องนี้ไม่ให้ใครรู้นอกจากพวกเราสามคน”

ยูกะเปิดไพ่ไม้ตายที่ซ่อนไว้มานานแก่คนที่รู้อยู่แล้วให้จำได้อีกครั้ง เธอกล่าวต่อ

“เฟลิกซ์...คนๆ นั้นที่เจอเป็นครั้งแรกดิฉันรู้ทันทีเลยว่าของเป็นคนๆ นั้นแน่ๆ ที่ช่วยฝ่าวิกฤติต่างๆ ได้ เลยช่วยเธอไว้จากการตามล่า...ซึ่งพวกคุณทั้งสองคนจำไม่ได้หรอกค่ะเพราะถูกพระเจ้าลบความทรงจำไปแล้ว”

“ลบความทรงจำ?”

ทั้งสองคนเอ่ยพร้อมกันอย่างงุนงง ยูกะไม่คิดที่จะแก้ความสงสัยนั้นเอาแต่เงยหน้ามองหอคอยเหล็กกล้า

“ตอนนี้...พวกเราคงทำได้แต่เชื่อมั่นในตัวเธอเท่านั้นค่ะ”

และมีอีกคำพูดหนึ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยออกมา

เควนเซอร์...จนถึงตอนนี้นายจะใช้ไอ้นั่นได้หรือเปล่านะ

[สองชั่วโมงต่อมา]

แบบนี้เข้าขั้นวิกฤติแล้ว!!

เฟลิกซ์หอบเหนื่อยกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทหารแนวหน้าที่ยังพอสู้ได้เหลือครึ่งหนึ่งแต่นักเวทย์ที่ค่อยกางบาเรียให้เหลือเพียงสิบคนเท่านั้นและตอนนี้ต้องเกาะกลุ่มสร้างบาเรียอันใหญ่และเสริมแรงตลอดเวลา เวลาที่มัจจุราชจะฟาดเคียวเธอต้องออกตัวเป็นคนรับแทนทุกครั้งซึ่งต้องเจอแรงปะทะมหาศาลกดร่างเธอให้หลังกระแทกพื้นเป็นชั่วโมงเลยทำให้ร่างกายเริ่มที่จะขยับไม่ได้

บึมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

ลูกระเบิดฟ้าขาวระดมร่วงหล่นใส่บาเรียไม่ยั้งอีกรอบ คราวนี้ทำให้บาเรียแตกสลายไป เฟลิกซ์ที่รู้หน้าที่ดีเตรียมมองหาเคียวที่กำลังจะมาแต่ถูกเควนเซอร์ที่เจ็บปางตายหลอด HP เข้าขั้นแดงพยายามจะดาบอันที่สามที่เขาไม่เคยหยิบมาใช้ให้เฟลิกซ์

“เควนเซอร์!?

“รับมันไปครับ...”

เควนเซอร์ขอร้อง เฟลิกซ์ไม่มีเวลาคิดมากเลยใช้มือขวาจับแต่ทันใดนั้นตัวดาบมันก็เปล่งแสงสีฟ้าและมีพลังไหลเวียนเข้าตัวเธอ

ความรู้สึกนี่มัน...เหมือนกับหอกผู้กล้า!!

“เป็น...คุณ...จริงๆ ด้วย”

เควนเซอร์ยิ้มดีใจ เรย์ลี่ที่กำลังจะเตรียมบาเรียอันใหม่ตาตื่นและถามอย่างตกใจ

“หา!? นายมีมันได้ยังไงเควนเซอร์!?

เจ้าตัวไม่ตอบเพราะหมดแรงสลบไป แต่ผู้ที่ถือมันตอนนี้พอจะเดาได้ว่ามันคืออะไร

ตามตำนาน...อาวุธผู้กล้าอีกอันหนึ่งก็คือดาบของผู้กล้าเฮเว่น!

ความสิ้นหวังที่เคยสัมผัสก็จางหายลงไปบ้างแล้ว เธอได้ความคิดดีๆ ขึ้นมา

“ระวัง! เคียวมันมาแล้ว!!

มีทหารคนหนึ่งตะโกนให้สัญญาณว่าเคียวของมัจจุราชกำลังฟาดลงมา เฟลิกซ์รีบกระโดดด้วยแรงตัวเองแล้วใช้มือซ้ายปัดมันให้ลงไปที่ไม่มีคน พอกลับถึงพื้นก็รีบออกคำสั่ง

“เซเบอร์! เตรียมตัวชาร์จฉันให้หน่อย!

“ได้เลย!!!

สาวถือโล่ที่ตั้งยืนตั้งมั่นอยู่ได้เขยิบเท้าซ้ายไปข้างหลังโน้มตัวตั้งโล่แนวเฉียงและร่ายเวทย์ลมอัดใส่โล่ภายในเพื่อเตรียมเป็นแรงอัดผลักออกไปโดยหันโล่ไปทางมัจจุราชที่กำลังโผล่ขึ้นมาใกล้ๆ เฟลิกซ์วิ่งไปประจันหน้ากับมัจจุราชก่อนที่จะวิ่งกลับมาสุดแรงแล้วกระโดดเท้าคู่ขึ้นโล่ เซเบอร์ปล่อยพลังเวทย์ลมทั้งหมดที่อัดไว้พร้อมตะโกนลั่น

“ไปเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

นี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้าย!!!

“ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

เฟลิกซ์ร้องลั่นพร้อมง้างหมัดซ้ายจักรกล ร่างของเธอพุ่งทะยานสู้หัวกะโหลกมัจจุราชด้วยความเร็วที่สูงมาก หมัดซ้ายอัดเข้าเต็มที่กลางหน้าผากกะโหลก

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

มัจจุราชร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดบินส่ายไปมาเล็กน้อย เฟลิกซ์ไม่รอช้าเอาดาบของผู้กล้าเฮเว่นปักเข้าที่เดิมต่อ พลังบางอย่างจากดาบกำลังไหลเวียนเข้าปะทะกับตัวมัจจุราชทั้งตัวและเธอก็ใช้หมัดซ้ายตอกดาบนั่นให้ฝังลึกเข้าไปมิดด้าม สิ่งที่เธอทำตอนนี้มันคล้ายกับตอนที่ปราบกินซ่าร่างยักษ์ที่เมืองบาลาส ทั้งร่างมัจจุราชเกิดระเบิดขึ้นหลายจุดที่เป็นอย่างงั้นเพราะพลังจากดาบผู้กล้ามันไหลเข้าไปทำลายทุกๆ ส่วนของมัน ก่อนที่จะมีระเบิดตรงหัวกะโหลกที่ทำให้เฟลิกซ์กระเด็นตกมากลิ้งกับพื้นที่ลิฟต์ดังเดิม มัจจุราชบินโซเซลงต่ำจนพ้นสายตาไปและพอเกิดประกายไฟฟ้าแลปทำให้เห็นเงาของมันกำลังบินนี้จากไป ส่วนผนังของหอคอยที่เป็นกระจกใสเริ่มกลับมา ลิฟต์ที่ยังพาขึ้นไปอยู่ก็พาพ้นก้อนเมฆสีดำที่เคยทำให้ทัศนวิสัยบอดไป การต่อสู้กับมัจจุราชได้สิ้นสุดแล้ว

จบแล้ว...งั้นหรอ...

เฟลิกซ์คิดอย่างงั้นแล้วลุกขึ้นมาหอบเหนื่อยก่อนที่จะชูแขนซ้ายจักรกลแบมือขึ้นฟ้าก่อนที่จะกำมืออย่างหนักแน่นเป็นสัญญาณให้ทุกคนได้รู้

“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!

ชัยชนะโหมดังสั่นทั่วหอคอยเหล็กกล้าและปนด้วยความโศกเศร้าเพราะมีผู้ที่เสียสละหมดลมหายใจเกินครึ่งหนึ่ง นักบวชและนักเวทย์ที่ยังพอมีแรงไหวเริ่มทำการฮีลให้ทุกคน เรย์ลี่เดินเข้ามาหา

“สำเร็จแล้วนะคะท่านพี่”

“อือ”

เฟลิกซ์พยักหน้าดีใจแต่ทอมมี่ที่ตามเข้ามาทีหลังกลับทำหน้าเครียดและเห็นต่าง

“เฟริน...ผมว่ามันแปลกๆ นะครับ ลิฟต์นี่มันยังไม่ขึ้นชั้นบนสุดเลยไม่ใช่เหรอ?”

ข้อสงสัยที่ทำให้เฟลิกซ์ใจหายมองรอบๆ ตัวก็เป็นอย่างที่เขาว่า ตัวลิฟต์ยังคงเคลื่อนที่ขึ้นไปเรื่อยๆ และเจออีกอย่างที่ทำให้ตะลึง บรรยากาศข้างนอกที่มองผ่านกระจกใสทั้งตัวหอคอยเหล็กกล้านั้น ครึ่งล่างเป็นท้องฟ้าแต่ขึ้นบนเป็นอวกาศ

หอคอยนี่มันสูงขึ้นระดับอวกาศเลยหรอเนี่ย

และสิ่งนั้นเองทำให้ทุกคนต่างตื่นตระหนกอีกครั้งเพราะมันไม่เคยมีใครในโลกนี้รู้เลยว่าถ้าขึ้นสูงจนออกนอกชั้นบรรยากาศได้ก็พบกับอวกาศภายนอกโลก กิลเซอร์ที่ถูกฮีลแล้วลุกขึ้นเดินมาหาเธอ

“นี่มันอะไรกัน! เรากำจัดปีศาจในตำนานแล้วไม่ใช่หรือไง!?

 เฟลิกซ์ได้ยินแล้วก็อยากจะถามว่าทำไมมัจจุราชตัวนั้นถึงถูกเรียกว่าปีศาจในตำนานแต่เธอต้องอธิบายเรื่องอวกาศอย่างง่ายๆ ก่อน

“มันเป็นธรรมชาติที่เป็นอยู่แบบนี้อยู่แล้ว...ถ้าเราขึ้นสูงมาเรื่อยๆ ก็จะออกนอกโลกพบกับความว่างเปล่ายังไงละ”

“ความว่างเปล่า!?

กิลเซอร์ค่อนข้างตะลึงกับคำๆ นั้นแม้แต่เรย์ลี่เองก็เช่นกัน เฟลิกซ์ไม่สนใจปฏิกิริยานั้นเพราะมีอย่างอื่นที่ให้ชวนคิดมากกว่า

“แต่ตอนนี้...เราควรที่จะเตรียมพบสู้โดยเร่งด่วน เพราะตัวตะกี้อาจจะไม่ใช่ตัวสุดท้าย”

“เฟริน!! ข้างบนนั่น!

ทอมมี่ทักเรียกให้เงยหน้ามองอีกครั้ง มันมีเพดานกลมทรงกลีบดอกไม้ที่เห็นไกลๆ ที่มีค่อยๆ ถูกเปิดออกเก็บเข้าไปด้านข้างวงนอก ตัวลิฟต์เริ่มชะลอความเร็วและเมื่อถึงข้างบนสุดตัวลิฟต์ที่หยุดพอดีกับพื้นที่วงกลมชั้นนอกต่อกันกลายเป็นสังเวียนที่ใหญ่กว่าเดิมสองเท่าตัวโดยมีกำแพงเหล็กที่สูงแค่เมตรล้อมรอบอยู่และข้างบนไม่มีอะไรเลยปิดคั่นเลยทำให้เห็นหมู่ดาวแกแลกซี่ในอวกาศมากมาย ซึ่งทุกคนมองว่ามันสวยงามอย่างมากยกเว้นเฟลิกซ์กับทอมมี่ที่กำลังระวังตัวอย่างมาก

มีตัวอะไรอีกใช่ไหม...

ถึงเฟลิกซ์จะเดาในใจแบบนั้นก็ไม่อยากให้จะเป็นอย่างงั้นเลยแม้แต่น้อย...

ครืนนนนนนนนนนนนน!!!

พื้นสั่นไหวแรงทุกๆ วินาที เหมือนมีบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา ทุกคนต่างกวาดสายตามองหาอย่างหวาดหวั่นและแล้วสิ่งนั้นก็ปรากฏตัว ที่กำแพงฝั่งซ้ายมือมีท่อนเหล็กทรงกระบอกปลายแหลมที่มีขนาดเท่าใบพัดลมอันใหญ่เลื่อยโผล่มาจากข้างนอกเส้นแล้วเส้นเหล่าคล้ายกับปลาหมึกยักษ์ มันค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาและตัวของมันที่มีตาสีแดงส่องสองขนาดใหญ่ก็ปรากฏซึ่งทำให้เฟลิกซ์ช็อกเพราะมันเป็นหุ่นยนต์ปลาหมึกที่เธอคิดว่าเป็นตัวที่ฆ่าเธอกลางทะเลหลังจากตกลงมาจากเครื่องบินระเบิด

จะ...เจ้านี่...มัจจุราชตัวจริง!


โปรดติดตามตอนต่อไปที่มีชื่อว่า

Ch.52 Mental Tower VIII – [คนที่คุ้นเคย]

ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย!

53 ความคิดเห็น